Share

บทที่ 76

last update Tanggal publikasi: 2026-09-08 15:39:39

            อัมรานมีสีหน้าครุ่นคิดอย่างเห็นได้ชัด พันไมล์รับรู้ได้ถึงความวิตกกังวลเหล่านั้นผ่านทางสายตาของเขา และเดาว่าจะต้องมีเรื่องราวบางอย่างที่เขารู้แต่เธอยังไม่รู้ จะต้องรู้ให้ได้ว่าเขากำลังปิดบังอะไรเธอ

            “ว่าไงคะ บอกฉันมาสิคะว่าคุณปิดบังอะไรฉัน”

            อัมรานยังคงใช้ความเงียบแทนคำตอบ พันไมล์เองก็ใช้ความอดทนที่มีอยู่เพียงน้อยนิดรอฟังคำตอบจากเขา สองหนุ่มสาวสบตากันนิ่งนาน อัมรานมองสายตาคาดคั้นและรอคอยนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมากุมมือเรียวบางของภรรยา พร้อมกับพูดว่า

            “ยิ่งคุณรู้ข้อมูลมากขึ้นเท่าไร อันตรายก็จะมาสู่ตัวคุณมากขึ้นเป็นเงาตามตัว”

            "มันร้ายแรงขนาดนั้นเลยหรือคะ" เธอถามเสียงสูง

            อัมรานพยักหน้า “อยากรู้อะไรก็ถามมา”

            “ทราบหรือยังคะว่าการลอบสังหารในครั้งนี้เป็นฝีมือของใคร” พันไมล์เอ่ยถาม

            อัมรานนิ่งเงียบอีกครั้งราวกับกำลังใช้ความคิด

            "ท่านอาผมเอง"

            เขายิ้มนิ้วไล้แก้มนวลเบาๆ เมื่อเห็นสีหน้าตกใจของภรรยา

            "อำนาจและยศศักดิ์มันเป็นสิ่งหอมหวาน ใครที่เคยได้ลิ้มลองส่วนใหญ่จะมึนเมา จนไม่อยากที่จะสูญเสีย"

            "แต่ถึงขนาดสั่งฆ่าหลานตัวเอง มันโหดร้ายมากเลยนะคะ"

            พันไมล์ดึงมือสามีมาบีบและกุมกระชับไว้ แม้ใบหน้าคมสันยังเรียบเฉย แต่เธอรู้สึกได้ว่าภายใต้ท่าทีที่เย็นชาราวกับไม่แคร์โลกนั้น กลับซุกซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้ได้อย่างมิดชิด

            อันรานตัดสินใจเล่าเรื่องระหว่างเขาและท่านอาให้หญิงสาวฟังคร่าวๆ

            "เมื่อรู้ขนาดนี้แล้วทำไมคุณถึงไม่จัดการล่ะคะ"

            เธอถามอย่างรู้นิสัยความเด็ดขาดและเข้มงวดของชีคหนุ่มเป็นอย่างดี

            อันรานกระชับร่างบางในอ้อมกอด ก่อนจะตอบข้อซักถามของเธอ

            "เพราะเขาเป็นญาติผู้ใหญ่ที่ผมรักและเคารพ"

            พันไมล์ซบหน้ากับอกกว้างราวกับจะช่วยบรรเทา ความเจ็บปวดอ้างว้างในใจของชีคหนุ่มให้หมดไป

            เธอรับรู้ความคิดของเขา เขายังอยากให้โอกาสท่านอาได้กลับตัว จึงยังไม่ลงมือทำอะไร แต่การจะปล่อยให้ตัวเองเป็นเป้านิ่งแบบนี้เธอก็อดเป็นห่วงไม่ได้

            "แต่คุณจะปล่อยให้เขาทำร้ายคุณอยู่แบบนี้ต่อไปไม่ได้นะคะ"

            “ไม่ต้องห่วงนะ ผมระวังตัวอยู่เสมอ คุณเองก็ต้องระวังตัวเหมือนกัน เพราะเราไม่รู้ว่าท่านอาจะมีแผนการอะไรอีก”

            พันไมล์พยักหน้า "ค่ะฉันสัญญาว่าจะระมัดระวังตัวให้มากขึ้น”

            ไม่นานรถก็มาถึงจัสตินพาเลซ อัมรานประคองพันไมล์กลับไปนอนพักผ่อนที่ห้อง เขาเฝ้าดูแลจนมั่นใจว่าเธอหลับสนิทจึงเดินจากมา เพื่อมาปรับแผนการรักษาความปลอดภัย

            จากการลอบสังหารในครั้งนี้ทำให้อัมรานรู้ว่า ท่านอาเริ่มประกาศสงครามชนิดเต็มรูปแบบ สิ่งที่เขากังวลไม่ใช่ความปลอดภัยของตัวเอง แต่เป็นความปลอดภัยของพันไมล์ หญิงสาวที่เขารักและหวงแหนเป็นที่สุด

            หลังจากให้ยะห์ซินไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ยะห์ซินพบป้ายประจำตัวหน่วยองครักษ์ของท่านฮาร์มาล ตกอยู่ไม่ไกลจากบริเวณที่เกิดเหตุ ชีคหนุ่มได้แต่คิดคำนึงอยู่ในใจ

            ‘อีกครั้งแล้วสินะที่ท่านอาต้องการจะเก็บเขา ไม่น่าเชื่อเลยว่าอำนาจและความต้องการตำแหน่งผู้นำบารัซ จะทำให้ท่านอาถึงกับต้องการที่จะเข่นฆ่าเขา ซึ่งเป็นหลานชายเพียงคนเดียว’

            นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์ระเบิดรถประจำตำแหน่งของเขา ก่อนหน้านี้รถของเขาที่จะใช้ไปรับแทนไทและพันไมล์ที่สนามบิน ก็เคยโดนลอบวางระเบิดมาแล้วครั้งหนึ่ง ทำให้ต้องเปลี่ยนรถที่ใช้ไปรับสองอาคันตุกะอย่างกะทันหัน

            เมื่อการลอบสังหารครั้งที่ผ่านมาประสบกับความล้มเหลว ท่านอาของเขาจะต้องหาวิธีอื่นมาจัดการกับเขาอีกแน่ ทางที่ดีเขาควรเตรียมการหาวิธีป้องกัน และรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต

            ‘อาจถึงเวลาที่ควรจะจบเรื่องนี้ซะที’ อัมรานคิด

            ในค่ำคืนนั้นหลังจากอาบน้ำ พันไมล์ก็รู้สึกแปลกใจ ที่ซันเดและมีอาดูแลเธอดีเป็นพิเศษ สองสาวช่วยกันทาครีมกลิ่นหอมอ่อนๆ ให้เธอ จนตัวพันไมล์หอมกรุ่นและนุ่มเนียน

            "ซันเด พอแล้ว" พันไมล์หัวเราะ ปฏิเสธที่ให้จะสาวใช้ทาครีมดังกล่าวที่ทรวงงามของเธอ

            "ไมได้หรอกค่ะท่านชายา...ครีมนี้จะทำให้ตัวท่านชายาหอมจนท่านชีคหลงเลยละค่ะ"

            พันไมล์หน้าแดง แม้เธอจะไม่ค่อยรู้ประเพณีของบารัซมากนัก แต่ก็พอเดาได้ว่าซันเดและมีอา กำลังดูแลเธอสำหรับเตรียมตัวเข้าหอคืนนี้

            "แก่แดดจริงนะเรา..." พันไมล์เขิน หยิกแก้มนวลของสาวใช้อย่างหมั่นไส้

            ซันเด และมีอาหัวเราะอายๆ แต่ก็ยังช่วยกันทาครีมไม่หยุดมือ

            พันไมล์จึงได้แต่นิ่งปล่อยให้สองสาวทาครีมโดยมิอาจปฏิเสธได้

            "เรียบร้อยแล้วค่ะ"

            พันไมล์ยิ้ม "ขอบใจจ้ะ นี่ก็ดึกมากแล้ว เธอสองคนไปพักผ่อนเถอะ"

            ซันเดสะกิดมีอาพร้อมพูดกระเซ้าเย้าแหย่เจ้านายสาวกลายๆ

            "ทีเวลานี้ล่ะไล่พวกเรา"

            พันไมล์ทั้งเขิน ทั้งฉุน นึกอยากทุบความทะลึ่งของซันเดสักทีสองที

            "ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องไป อยู่เป็นเพื่อนกันที่ห้องนี่แหละ อบอุ่นดี"

            สองสาวมองหน้ากันราวกับนัด และส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน

            "ไม่เอาค่ะ..." สองสาวลากเสียงยาวอย่างเกรงกลัว

            แม้จะรู้ว่าท่านชายาแกล้งล้อ แต่หากท่านชีคขึ้นมาพบพวกเธอยังอยู่ในห้อง ไม่แคล้วงานเข้าสองสาวอีกแน่

            ซันเดสะกิดมีอา สองสาวย่อตัวทำความเคารพ “เราสองคนขอตัวก่อนนะคะ พรุ่งนี้เราจะมาดูแลท่านชายาแต่เช้า”

            พันไมล์หัวเราะ พยักหน้ารับรู้ และมองจนสองสาวคนสนิทเดินออกจากห้องไป

            เมื่อซันเดและมีอาจากไป พันไมล์ก็เหลือบมองเตียงกว้าง ความรู้สึกแปลกใหม่จู่โจมเข้ามาจนไม่อาจรออยู่ในห้องนอนได้ เธอจึงเดินออกไปยืนรับลมที่ระเบียง พร้อมกับปลดปล่อยความคิดไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

            ทันใดนั้นเองพันไมล์ก็สัมผัสได้ถึงอ้อมแขนอันอบอุ่นที่โอบกอดเธอไว้จากทางด้านหลัง

            “ยืนคิดอะไรอยู่ครับ” อัมรานเอ่ยถามในขณะที่คลอเคลียอยู่ที่ข้างแก้มเธอ

            “ออกมายืนตากน้ำค้างนานแค่ไหนแล้ว ตากน้ำค้างแบบนี้ระวังจะไม่สบาย”

            พันไมล์พิงหลังของตนเองกับแผ่นอกกว้างของอีกฝ่าย มิได้เอื้อนเอ่ยวาจาใดใด ชายหนุ่มพลิกตัวหญิงสาวให้หันกลับมาหาเขา โดยจับมือข้างซ้ายของเธอเอาไว้ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน

            “ทำไมคุณถึงไม่สวมแหวนแต่งงาน อย่าบอกนะว่าคุณยังมีความคิดที่จะกลับเมืองไทย” เขาถามเสียงเข้ม

            “ฉันถอดออกตอนอาบน้ำค่ะ และยังไม่ได้หยิบมาสวม” เธอชี้แจงด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน

            อัมรานยกมือเรียวข้างนั้นขึ้นจรดริมฝีปากของตนเองอย่างอ่อนโยน พร้อมกับประสานสายตากับดวงตาเธอ ทุกครั้งที่เขาจ้องมองเธอด้วยสายตาคมกล้าเช่นนี้ หัวใจของเธอก็มักจะเต้นไม่เป็นจังหวะ มันเต้นรัวเร็วอยู่ในอกจนเธอเกรงว่าเขาจะได้ยิน ในค่ำคืนนี้ชีคหนุ่มสลัดคราบบุรุษมาดเข้ม ที่ชอบแสดงต่อหน้าเธอออกไปจนหมดสิ้น

            แม้ว่าพันไมล์จะเตรียมใจมาประมาณหนึ่งแล้ว แต่ชีพจรก็ยังเต้นรัวหัวใจก็ยังสั่นอยู่ดี แค่เห็นประกายระริกในดวงตาคม พันไมล์ก็ตัดสินใจถอยดีกว่า

            “แผลถูกยิงครั้งนั้น น่าจะยังไม่หายดีนะคะ"

            ชีคหนุ่มยิ้มเจ้าเล่ห์ พร้อมกับยักคิ้วให้เธอ “ถ้าคุณอยากรู้จริงๆ ผมมีวิธีพิสูจน์”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 108

    หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 107

    “นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 106

    “ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 105

    “หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 104

    “ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 103

    หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status