Share

บทที่ 75

last update Tanggal publikasi: 2026-09-08 15:39:18

         

            บรรยากาศภายในโรงพยาบาลดูเงียบเชียบ ความหนาวเย็นยะเยือกของโรงพยาบาล ทำให้พันไมล์รู้สึกอึดอัดอย่างไรบอกไม่ถูก

            เวลาผ่านไปร่วมชั่วโมง แต่พันไมล์ก็ยังคงยืนรออยู่ที่เดิม จนกระทั่งทีมแพทย์ที่รักษาผู้ป่วยเดินออกมา เธอถลาไปถามอาการของคนเจ็บทันที

            “อาการของคนเจ็บเป็นอย่างไรบ้างคะ” เธอถามเสียงสั่น

            “เสียใจด้วยนะครับ เราพยายามกันอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตของเขาไว้ได้...เพราะคนเจ็บอาการสาหัสก่อนที่จะมาถึงมือหมอ...”

            นายแพทย์ยังพูดไม่ทันจบ พันไมล์รู้สึกเหมือนหัวใจสลาย ร่างบางแทบทรุด แต่ซันเดเข้ามาช่วยประคองไว้ก่อนจะล้มไปกองกับพื้น

            “โธ่...ท่านชีค” พันไมล์อุทานน้ำตาคลอหน่วย รีบเปิดประตูเข้าไปด้านใน โดยไม่คิดจะฟังคำพูดใดๆ จากหมออีกต่อไป

            นายแพทย์ขมวดคิ้วมองตามชายาของชีคอัมรานด้วยความแปลกใจ ยกมือคล้ายจะเรียกแต่ไม่ทันร่างเพรียวบางที่เดินหายเข้าประตูไป ทั้งที่เขายังพูดไม่ทันจบ

            “นั่นไม่ใช่ท่านชีคนะครับ...”

            “คุณหมอพูดกับใคร” จาบรินถาม

            องค์รักษ์หนุ่มเดินมาพร้อมกับชีคอัมรานและยะห์ซิน ที่รีบรุดมาที่โรงพยาบาลหลังจากทราบว่ารถประจำตำแหน่งถูกลอบวางระเบิด

            นายแพทย์หันมาทำความเคารพท่านชีค ก่อนจะตอบว่า “ชายาพันไมล์ครับ”

            อัมรานมีสีหน้าประหลาดใจ หันไปมององค์รักษ์ทั้งสอง ก่อนจะสาวเท้ายาวๆ ตามหญิงสาวไปอีกคน

            เมื่อเข้าไปในห้องพันไมล์พบบุรุษพยาบาลนำผ้าขาวมาคลุมร่างผู้ตาย บรรยากาศภายในห้องเงียบเชียบ ความเย็นยะเยือกเริ่มเข้ามาเกาะกุมหัวใจของพันไมล์

            เมื่อบุรุษพยาบาลเห็นว่าเป็นใครก็ทำความเคารพ และเดินออกไปปล่อยให้หญิงสาวอยู่กับซันเดตามลำพัง

            "ท่านชายาทำใจดีๆ นะคะ"

            พันไมล์บีบมือสาวใช้คำสนิท "ขอฉันอยู่ตามลำพังได้ไหม"

            "แต่..." ชันเดทำท่าจะปฏิเสธ

            เธอไม่อยากทิ้งเจ้านายสาวไว้เพียงลำพัง แต่เมื่อเห็นสายตาขอร้องคู่นั้น จึงได้แต่ล่าถอยออกมาเงียบๆ

            เมื่ออยู่คนเดียว พันไมล์เดินเหมือนคนไร้วิญญาณไปยังร่างนั้นทันที น้ำตาไหลพรากลงมาโดยไม่รู้ตัว

            “ไม่จริงใช่ไหม คุณต้องไม่ทิ้งฉันไปแบบนี้ ฉันยังไม่ได้บอกคุณเลยว่าฉันรักคุณ รักคุณมากจริงๆ”

            พันไมล์ร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความเจ็บช้ำ ที่สูญเสียบุคคลที่รักไปโดยมิทันได้กล่าวลา ความสูญเสียในครั้งนี้ทำให้เธอรู้ซึ้งถึงหัวใจตัวเองอย่างถ่องแท้ ว่าเขามีค่าและมีความหมายต่อเธอมากแค่ไหน แต่มันจะมีประโยชน์อะไรที่มารู้เมื่อสาย ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอพยายามที่จะปฏิเสธความรู้สึกนี้มาโดยตลอด

            “ฉันนี่มันโง่แท้ๆ เพราะทิฐิทำให้ฉันปากแข็ง ไม่ยอมบอกว่าฉันรู้สึกอย่างไรกับคุณ มาบอกคุณตอนนี้มันก็สายเกินไป”

            พันไมล์ร้องไห้คร่ำครวญราวกับคนขาดสติ จิตใจของเธอเปราะบางและกำลังจะแตกสลาย เมื่อสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป โดยที่เขายังไม่เคยได้รับรู้ถึงความรู้สึกที่เธอมีต่อเขา ความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่นี้ยากเกินกว่าที่จะรับได้ และไม่สามารถที่จะบรรยายความรู้สึกออกมาเป็นคำพูด เธอเอื้อมมือบอบบางที่สั่นเทาเพื่อเปิดผ้าคลุมสีขาวสะอาดที่ใช้ปิดคลุมร่างนั้น เพราะเธออยากเห็นหน้าเขาเป็นครั้งสุดท้าย

            หญิงสาวเปิดผ้าคลุมสีขาวสะอาดที่ใช้ปิดคลุมร่างนั้นอย่างช้าๆ สีหน้าบ่งบอกถึงความกลัวที่เข้าเกาะกุมจิตใจ ผ้าขาวสะอาดนั้นค่อยๆ เผยออกมาให้เห็นร่างของผู้ตาย เมื่อเธอเห็นว่าไม่ใช่เขาก็ถอนหายใจ พร้อมกับปิดผ้าคลุมหน้าไว้แบบเดิมด้วยความโล่งอก

            แม้ว่าศพนั้นจะไม่ชายที่เธอรัก แต่ใบหน้าของเธอก็ยังคงซีดเผือดไร้เลือดฝาด

            การกระทำของพันไมล์อยู่ในสายตาของชีคอัมราน ซันเดและสององครักษ์คนสนิทตลอดเวลา จากคำพูดและการแสดงออกของพันไมล์ ทำให้อัมรานรู้ว่าตัวเองมีความสำคัญต่อเธอไม่น้อย

            “ไม่ใช่เขา แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน”

            “ผมอยู่นี่” เสียงทุ้มที่ดังมาจากทางด้านหลัง

            ทำให้พันไมล์หันกลับไปมอง เธอรีบวิ่งตรงไปหาเขาพร้อมกับถามด้วยความห่วงใย พันไมล์จับชายเสื้อคลุมของเขาไว้แน่น และปล่อยเสียงร้องไห้ออกมาโดยไม่อาย น้ำตาของเธอยังคงไหลพรากตลอดเวลา

            ในตอนแรกเธอหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความตกใจ ที่ตนเองสูญเสียคนที่ตนรักไปจากเหตุระเบิดในครั้งนี้ แต่เมื่อรู้ว่าเขาปลอดภัยน้ำตาของเธอก็ไหลออกมาด้วยความโล่งอก

            “คุณไม่เป็นไรใช่ไหมคะ บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า” พันไมล์ถาม

            เธอเอื้อมมือไปลูบไล้ตามใบหน้าและลำตัวของเขา พร้อมกับสำรวจไปตามร่างกายของชายคนรักที่ยืนอยู่ตรงหน้า อัมรานจับมือบอบบางนั้นไว้

            “ผมปลอดภัยดี...ขอโทษที่ทำให้คุณเป็นห่วง” ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล เขาเช็ดน้ำตาให้ภรรยาก่อนจะดึงตัวเธอเข้ามากอดเพื่อปลอบโยนอยู่ครู่หนึ่ง

            "หายตกใจหรือยัง"

            พันไมล์พยักหน้าแทนคำตอบ

            "กลับบ้านกัน" เขาเอ่ยชวน

            จากนั้นก็หันไปสั่งให้ทุกคนเดินทางกลับจัสตินพาเลซ ในระหว่างที่นั่งกันมาในรถ อัมรานกอดประคองพันไมล์ไว้ในอ้อมแขนตลอดเวลา ซึ่งเธอก็โอนอ่อนผ่อนตามให้เขาทำเช่นนั้นโดยมิได้ขัดขืน

            “คุณเป็นอะไรหรือเปล่า” อัมรานเอ่ยถาม

            พันไมล์ส่ายหน้าก่อนที่จะตอบ “ฉันไม่เป็นไรค่ะ”

            “แต่หน้าคุณซีดมากเลยนะ กลับถึงที่พักแล้วให้วาคิมมาดูอาการของคุณหน่อยดีไหม”

            พันไมล์ผละจากอ้อมกอดแข็งแกร่งแต่ทว่าอบอุ่นนั้น

            “ฉันไม่เป็นอะไรจริงๆ ค่ะ คุณไม่จำเป็นต้องให้หมอมาดูแลอาการฉันหรอกค่ะ”

            สองหนุ่มสาวสบตากันในระยะใกล้

            "มันเกิดอะไรขึ้นคะ" พันไมล์เอ่ยถาม ใจของเธอยังสั่นไม่หาย แม้จะรู้ว่าเขาปลอดภัยแล้วก็ตาม

            แต่อีกฝ่ายยังคงปิดปากเงียบ เขาตัดสินใจไม่ถูกว่าควรจะเล่า เรื่องความขัดแย้งระหว่างเขาและท่านอาให้เธอฟังดีไหม ความเงียบของเขาทำให้พันไมล์เปลี่ยนวิธีพูด

            “เราเป็นสามีภรรยากันนะคะ การที่สามีตกอยู่ในอันตราย โดยที่ฉันซึ่งเป็นภรรยาของคุณไม่รู้เรื่องอะไรเลย มันถูกต้องแล้วหรือคะ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 108

    หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 107

    “นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 106

    “ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 105

    “หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 104

    “ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 103

    หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status