Share

บทที่ 8

last update publish date: 2026-09-08 15:33:03

           

            หลังจากจัดการพาแม่จอมยุ่งกลับไปที่ห้องพักเสร็จเรียบร้อยแล้ว แทนไทก็เดินกลับมาสมทบกับเพื่อนทั้งสี่คนของเขา ซึ่งกำลังนั่งสนทนากันอยู่ภายในห้องรับรอง เมื่อจาบรินเห็นแทนไทเดินเข้ามาก็เอ่ยถาม

            “คุณพายถอดสร้อยเส้นนั้นได้ไหมแทน”

            แทนไทส่ายหน้าแทนคำตอบ ก่อนจะหันไปขอโทษท่านชีคอีกครั้ง

            “ผมต้องขอโทษท่านชีคด้วยนะครับ ที่น้องสาวของผมมาก่อความวุ่นวายขึ้นที่นี่ หวังว่าท่านชีคคงจะไม่ถือสาหาความอะไรเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น”

            “เมื่อมันเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน เราก็ไม่คิดที่จะถือสาหาความอะไรน้องสาวของนายหรอก เรื่องมันผ่านไปแล้วก็ให้แล้วกันไปอย่าเก็บมาใส่ใจเลย แต่นายต้องดูแลน้องสาวของนายให้ดี เพราะที่นี่มีหลายอย่างที่เปลี่ยนไปจากเดิม”

            “ขอบคุณนะครับท่านชีค ที่ไม่ถือสาหาความน้องสาวของผมในครั้งนี้”

            “พูดตามปกติก็ได้แทน ที่นี่มีแต่พวกเรากันเอง ไม่จำเป็นต้องมากพิธีหรอก”

            เมื่อบรรยากาศภายในห้องคลายความตึงเครียดลง วาคิมซึ่งนิ่งฟังอยู่นานก็ได้เปลี่ยนหัวข้อในการสนทนา

            “เราได้ยินพวกทหารพูดกันว่านายพ่ายแพ้ให้กับคุณพาย เรื่องนี้เป็นความจริงหรือเปล่ายะห์ซิน”

            เมื่อเพื่อนรักไม่ตอบ วาคิมก็เลยยิ่งมั่นใจว่าสิ่งที่เขาได้ยินมานั้นน่าจะมีมูลความจริง

            “ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะมีวันนี้ วันที่นายต้องพ่ายแพ้ให้กับผู้หญิง”

            “นั่นสิ ใครๆ ต่างก็รู้ว่าฝีมือการต่อสู้ของผู้พันยะห์ซินไม่เคยเป็นที่สองรองใคร นอกจากท่านชีคของพวกเราแล้วก็แทบจะหาคนที่มีฝีมือการต่อสู้ทัดเทียมกับนายได้ยากเต็มที” จาบรินเอ่ยสนับสนุนคำพูดของวาคิมด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

            ยะห์ซินทำสีหน้าปั้นยากเมื่อถูกเพื่อนๆ ล้อเลียน

            “อาจเป็นเพราะฉันประมาทฝีมือของคู่ต่อสู้ ก็เลยต้องพ่ายแพ้ให้กับเธอ”

            แต่เมื่อหันไปเห็นรอยยิ้มยวนกวนอารมณ์ของเพื่อนรักทั้งสอง ทำให้ยะห์ซินโต้ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงขุ่น

            “ของแบบนี้ต้องเจอด้วยตัวเองเท่านั้นถึงจะเข้าใจ หรือนายอยากจะลองจาบริน” ยะห์ซินย้อนถาม

            จาบรินส่ายหัวพร้อมกับเอ่ยขึ้นลอยๆ “ขี้แพ้ชวนตี”

            “แพ้ผู้หญิงถือเป็นเรื่องน่าอับอาย แต่ที่มากกว่าความอายคือศักดิ์ศรี เหตุการณ์ในวันนี้ทำให้เห็นว่าทหารของเราอ่อนแอ ไร้ประสิทธิภาพ ผู้หญิงคนเดียวก็ยังไม่สามารถจัดการได้” อัมรานตำหนิเสียงต่ำ ใบหน้าของเขาเครียดขรึม

            องครักษ์ทั้งสามถึงกับเงียบกริบเมื่อได้ยินคำตำหนิของเจ้านายหนุ่ม

            ยะห์ซินและจาบรินต่างก็มองหน้ากัน เหมือนจะเกี่ยงกันพูด สุดท้ายยะห์ซินจึงพูดขึ้นว่า

            "พรุ่งนี้เช้าผมจะทำรายงานการฝึกทหารไปวางไว้ที่โต๊ะของท่านชีคครับ"

            อัมรานเลิกคิ้ว ทำให้ยะห์ซินต้องรีบพูดประโยคถัดมา

            “พร้อมเริ่มการฝึกตามแผนนั้นทันทีครับ”

            ยะห์ซินเห็นเจ้านายหนุ่มมีสีหน้าพึงพอใจ เขาก็เป่าลมเบาๆ ด้วยความโล่งใจ

            เมื่อทุกคนเริ่มเครียดชายหนุ่มสายเลือดไทยก็เลยพูดขึ้นว่า “มันเป็นเพราะน้องสาวจอมยุ่งของฉันเอง”

            แทนไททนไม่ไหวที่เพื่อนๆ ถูกเจ้านายตำหนิ ทำให้เขาต้องชี้แจงให้ทุกคนฟัง

            “เพราะพายยื่นมือเข้าไปยุ่งในเรื่องนี้ เลยทำให้ทุกคนถูกตำหนิ ถ้าน้องสาวฉันเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ เรื่องวุ่นวายอย่างในวันนี้ก็คงจะไม่เกิดขึ้น"

            จาบรินยิ้มด้วยสีหน้าชื่นชม "เป็นอย่างทุกวันนี้ก็น่ารักดี"

            ทำให้ทุกคนพร้อมใจกันหันกลับไปมองจาบริน

            “ชอบต่อยตีกับผู้ชายแบบนี้น่ะหรือที่นายบอกว่าน่ารักดีจาบริน เห็นตัวเล็กๆ อย่างนี้แต่ฝีมือไม่ธรรมดานะ พันไมล์เคยไปตะรุมบอลล้มผู้ชายตัวโตๆ มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แถมยังยิงปืนแม่นเป็นที่หนึ่ง"

            จาบรินเห็นทุกคนจ้องมองมาที่เขาด้วยสายตาแปลกๆ ก็เริ่มร้อนตัว และรีบพูดแก้ตัวลิ้นแทบพันกัน

            "แค่ชื่นชม! หรือว่าพวกนายไม่ชื่นชมในความสามารถของเธอ” เขาหันไปถามเพื่อนรักทั้งสองเพื่อต้องการหาพวก

            ทุกคนได้แต่ยิ้มขันท่าทางชื่นชมจนออกนอกหน้าของจาบริน

            “ผมว่าคุณพายดูจะกล้าหาญมากกว่าผู้หญิงคนอื่นๆ นะครับ คงจะมีผู้หญิงไม่มากนักหรอกที่กล้าเผชิญหน้ากับคนร้ายด้วยมือเปล่าอย่างคุณพาย” วาคิมออกความคิดเห็น

            “ไม่แปลกหรอกวาคิม เพราะพายเป็นคนรักความยุติธรรมและชื่นชอบการต่อสู้ ถ้าพายเห็นอะไรที่มันไม่ถูกต้องพายจะไม่ยอมปล่อยให้มันผ่านไปง่ายๆ แน่ อย่างในกรณีนี้เป็นต้น พายไม่เคยเกรงกลัวใครไม่ว่าบุคคลผู้นั้นจะมีอิทธิพลมากแค่ไหนก็ตาม อีกไม่นานนักหรอกพวกนายก็จะได้สัมผัสกับสิ่งเหล่านี้ด้วยตัวเอง” 

            คำตอบของแทนไทเรียกรอยยิ้มบนใบหน้าของทุกคน นิสัยของเธอช่างแตกต่างจากผู้หญิงโดยทั่วไปที่พวกเขาเคยพบเจอ เพราะผู้หญิงโดยส่วนใหญ่ของบารัซจะเก่งในด้านการเย็บปักถักร้อย และเชี่ยวชาญในการดูแลปรนนิบัติผู้ชาย มากกว่าจะมาสนใจการฝึกอาวุธแบบนี้

            “ผู้หญิง!” อัมรานเอ่ยขึ้น “ยุ่งและเรียกร้องไม่สิ้นสุด”

            “ท่านชีคเล่นเหมารวมแบบนี้น้องสาวของผมก็แย่นะสิ ว่าแต่ผู้หญิงในสายตาของท่านชีคต้องเป็นแบบไหนหรือครับ” แทนไทเอ่ยถามด้วยความอยากรู้  

            “ก็ต้องเรียบร้อย อ่อนหวาน ช่างเอาอกเอาใจ หมั่นคอยดูแลปรนนิบัติผู้ชายและลูกๆ ของเธอ ทำหน้าที่ทุกอย่างได้แบบไม่ขาดตกบกพร่อง”

            “คุณสมบัติที่ท่านชีคพูดมาทั้งหมดไม่เคยมีอยู่ในตัวพันไมล์” แทนไทโต้ตอบกลับไปทันที

            “ผู้หญิงที่ชอบทำตัวห้าวหาญแบบพันไมล์ มีแต่จะก่อเรื่องยุ่งให้ผู้ชายปวดหัวไปวันๆ”

            คราวนี้แทนไทได้แต่หัวเราะ กับคำตอบที่ตรงไปตรงมาของชีคอัมราน พันไมล์มาถึงบารัซไม่ทันจะครบยี่สิบสี่ชั่วโมงก็สร้างวีรกรรมจนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด

            “เรื่องนี้ไม่เถียงครับ เพราะหนุ่มๆ แต่ละคนที่หลงเข้ามาจีบแม่ตัวยุ่ง พอเจอฤทธิ์เดชของนางเข้าไป ต่างก็พากันเข็ดขยาดชิ่งหนีกันแทบไม่ทัน ในระยะหลังก็เลยไม่มีใครกล้าที่จะเข้ามาจีบพาย ทุกวันนี้เลยครองตัวโสดและหันมาเกาะติดผมแทน”

            “ที่พวกเขาชิ่งหนีไป ไม่ใช่เพราะน้องสาวของนาย ขาดอะไรบางอย่างหรือแทน”

            “พายขาดอะไรหรือครับท่านชีค”

            “ขาดเสน่ห์!”

            “ถ้าพายมาได้ยินคำพูดนี้ของท่านชีคละก็ มีหวังได้อาละวาดบ้านพังแน่”

            ชีคหนุ่มยิ้มมุมปาก เขาคิดว่าผู้หญิงและผู้ชายมีศักยภาพต่างกัน ธรรมชาติจึงจัดสรรมาให้ผู้ชายเข้มแข็งและผู้หญิงเป็นเพศที่อ่อนแอกว่า เพื่อให้ผู้ชายได้ปกป้องคุ้มครองดูแลผู้หญิงของตัวเอง แต่ในกรณีของพันไมล์คงต้องเป็นข้อยกเว้น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 108

    หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 107

    “นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 106

    “ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 105

    “หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 104

    “ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 103

    หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status