LOGINเมื่อเธอเผลอไปสบตาดุดันของชีคอัมราน พันไมล์รีบหลบสายตา บ่นพึมพำกับตัวเองว่า "งานงอกแน่แล้วเรา”
พันไมล์ขยับเข้าไปยืนเบียดพี่ชาย ก่อนจะกระซิบขอความช่วยเหลือจากเขา
"พี่แทนช่วยพูดกับท่านชีคทีสิ ถ้าพายถอดสร้อยเส้นนี้ออกเมื่อไร จะรีบนำกลับไปคืนให้เขาทันที"
แทนไทก้มมองหน้านวลใส ที่บัดนี้จ๋อยสนิทของน้องสาวแล้วก็รู้สึกสงสาร เขาจึงหันไปช่วยพูดกับท่านชีคแทนน้องสาวของตัวเอง
"คิดว่าพูดแค่นี้แล้วเรื่องมันก็จะจบลงง่ายๆ อย่างนั้นหรือ" อัมรานเอ่ยเสียงต่ำดุดัน ไม่มีท่าที่ผ่อนปรน
เมื่อเจอประโยคนี้เข้าไปแทนไทก็ถึงกับพูดไม่ออกบอกไม่ถูก แต่ก็ยังไม่ละความพยายามที่จะช่วยพูดแทนพันไมล์
“เอ่อ...”
"หยุด!" ชีคอัมรานยกมือห้าม “ไม่ต้องพูดอะไรแล้วแทน”
"ท่านชีคครับ ผมว่าเราควรจะ..." จาบรินพยายามจะช่วยพูด แต่ก็ต้องค้างไว้เพียงแค่นั้น เพราะเขาเหลือบไปเห็นสายตาที่แสดงถึงความไม่พอใจของเจ้านายหนุ่ม
“ใครถามความเห็นของนาย”
คำพูดของท่านชีคทำให้จาบรินจำต้องหุบปากให้สนิท
"เรื่องขโมยมันหนีไปแล้วก็แล้วไป" อัมรานบอก
"แต่น้องสาวของนายถือวิสาสะเข้าไปในห้องเก็บสมบัติของท่านชีค ซึ่งเป็นห้องที่ไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าออกโดยพลการ แถมยัง...” เขาเว้นที่จะไม่เอ่ยถึงและใช้เพียงสายตา มองไปยังสร้อยที่ข้อมือของพันไมล์แทน “โดยที่เราไม่อนุญาต....”
“ก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้ตั้งใจ ทำไมเข้าใจยากจริง” พันไมล์โวยขัดจังหวะขึ้นอย่างระงับอารมณ์ไว้ไม่อยู่
แต่ชีคหนุ่มไม่สนใจ เขาพูดเน้นช้าชัดต่อว่า “เรื่องนี้ถือว่าผิดกฎของเราอย่างร้ายแรง”
"กฎอะไร!" พันไมล์เริ่มระแวง ร่างเล็กบางเบียดแทนไทด้วยความหวั่นวิตกโดยไม่รู้ตัว
"จาบริน...บอกซิ" อัมรานหันไปสั่งลูกน้อง
"ห้ามผู้ใดแตะต้องสมบัติของท่านชีคโดยมิได้รับอนุญาตครับ"
"แล้วถ้ามีใครไปแตะจะเกิดอะไรขึ้น" แทนไทย้อนถาม
"โทษคือตายสถานเดียว"
พันไมล์ตาเหลือก เมื่อจู่ๆ ทหารของบารัซก็ตรงเข้ามาจับตัวเธอไว้ ทั้งที่เธอเพิ่งจะรอดพ้นจากการถูกกล่าวหาว่าเป็นขโมย แต่กลับต้องมารับโทษที่บังอาจไปแตะต้อง สมบัติของท่านชีคโดยมิได้รับอนุญาต
"พี่แทน" พันไมล์ร้องเรียกอย่างเสียขวัญ มองพี่ชายราวกับจะขอความช่วยเหลือ
แทนไทขยับตัว สีหน้าร้อนใจ เพราะคบกันมานาน เขาจึงรู้ถึงนิสัยเฉียบขาดของชีคอัมรานเป็นอย่างดี เห็นทีเรื่องนี้คงจะไม่จบลงง่ายๆ แน่
พันไมล์เริ่มดิ้นรนอีกครั้ง สติเริ่มกระเจิดกระเจิง ปากเล็กๆ ก็ตะโกนด่าไม่หยุด แม้ว่าจะไม่ได้เอ่ยชื่อผู้ใด แต่ทุกคนก็รู้ดีว่าเธอหมายถึงใคร
"บ้าอำนาจ...โหดร้าย...ป่าเถื่อนที่สุด"
“ท่านชีคครับ พายเพิ่งจะเดินทางมาถึงและยังไม่รู้ธรรมเนียนของที่นี่ ก็เลยอาจจะซุกซนและทำอะไรผิดพลาดไปบ้าง กรุณายกโทษให้เธอสักครั้งได้ไหมครับ คิดซะว่าปล่อยลูกหมาลูกแมว"
ขนาดหน้าสิ่วหน้าขวานพันไมล์ยังไม่วายเอ่ยแก้ว่า
"พี่แทน...ลูกคนนะ...ไม่ใช่หมาแมว"
“จะตายอยู่ยังจะทำปากดีอีก” แทนไทหันไปดุพันไมล์ด้วยน้ำเสียงจริงจัง จากนั้นก็หันไปขอร้องท่านชีค
"พายอาจจะผิด ที่ไปอยู่ผิดที่ผิดทาง แต่น้องสาวของผมก็ช่วยไล่จับคนร้าย จนได้ของกลางกลับคืนมาทั้งหมด ความดีนี้น่าจะลบล้างความผิดข้อนั้นได้นะครับ"
"ใช่! ถึงฉันจะเคยทำผิด แต่ก็ยังมีความดีอยู่นะ คุณควรจะพิจารณาตรงจุดนี้ด้วย"
เมื่อเห็นชีคหนุ่มยังคงนิ่ง จาบรินซึ่งรู้สึกถูกชะตากับพันไมล์จึงพูดขึ้นว่า "เราน่าจะยกโทษให้เธอนะครับท่านชีค"
อัมรานมองพันไมล์นิ่งนาน แม้ทีท่าภายนอกจะแข็งกร้าว และทำปากดีตะโกนว่าเขา แต่ภายใต้ท่าทีเหล่านั้นเขาเห็นประกายตาคู่สวยส่อแววหวาดกลัวอย่างมิอาจซ่อนเร้นไว้ได้ ชีคหนุ่มจึงพยักหน้าส่งสัญญาณให้ทหารปล่อยตัวหญิงสาว
เมื่อได้รับอิสระ คราวนี้พันไมล์เกาะแขนแทนไทแน่นยิ่งขึ้น
"อีตานี่เอาจริงแฮะ" เธอพูดพึมพำเบาๆ ให้ได้ยินแค่สองคน "ดุแบบนี้น่าจะเอาไปเฝ้าหน้าหมู่บ้าน"
"พันไมล์!" แทนไทเรียกเสียงเข้ม เพื่อเตือนสติน้องสาวที่ทำกิริยาไม่เหมาะสม กล่าวพาดพิงถึงชีคอัมรานโดยไม่คิด ทั้งที่อีกฝ่ายเป็นถึงผู้นำบารัซ
พันไมล์ก้มหน้า หลบสายตาดุของพี่ชาย
แทนไทจำต้องย้ำเตือนพันไมล์มิให้พูดจาหรือแสดงท่าทีหมิ่นเกียรติชีคอัมรานเช่นนี้อีก
"เรื่องสร้อยฉันขอโทษ" หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงห้วนจัด ตามประสาคนเจ้าคิดเจ้าแค้น
"พาย!" คราวนี้แทนไทเสียงดังยิ่งกว่าเดิม พันไมล์แอบเบ้หน้าก่อนจะปรับเปลี่ยนคำพูดซะใหม่
"ฉันขอโทษค่ะ ที่เสียมารยาทหยิบจับของคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ในเมื่อมันถอดไม่ออก ฉันก็ยินดีที่จะชดใช้เป็นเงินแทนให้นะคะ"
เสียงสูดลมหายใจเข้าแรงเร็วของอัมราน ทำให้ทุกคนในที่นั้นเงียบกริบ รังสีอำมหิตที่แผ่กระจายรอบกายบ่งบอกอารมณ์เจ้าของเป็นอย่างดี
"นึกอยากจะใส่ก็ใส่ อยากจะถอดก็ถอด คิดว่าสมบัติของบารัซใส่ง่ายถอดง่ายขนาดนั้นเลยหรือ"
"พูดเข้าใจยากจริง" เธอบ่นอุบ
"ฉันไม่ได้อยากได้สร้อยเส้นนี้..." พันไมล์เหลือบมองพี่ชาย แต่เมื่อเห็นสายตาดุนั้นก็เลยเพิ่มเติมคำลงท้าย "หรอกนะคะ"
"แต่คุณก็เห็นแล้วว่า สร้อยบ้านี่ถอดยังไงก็ถอดไม่ออก แล้วจะให้ฉันทำอย่างไรคะ"
"เรื่องนั้นมันเป็นปัญหาของคุณ แต่สมบัติของชีคอัมรานแม้จะเป็นหินเพียงแค่ก้อนเดียวก็ต้องได้คืน"
"ถ้าอย่างนั้นคุณก็ต้องให้เวลาฉันหน่อย เดี๋ยวกลับไปที่ห้องจะลองถอดดูอีกที"
เมื่อแทนไทเห็นว่าชีคอัมรานเริ่มอ่อนข้อให้กับน้องสาวของเขา จึงรีบพูดไกล่เกลี่ย
"เดี๋ยวเราจะกลับไปลองหาเครื่องมือมาจัดการกับสร้อยเส้นนี้ คาดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ถอดได้เมื่อไรเราจะรีบนำกลับมาคืนให้ครับ"
อัมรานยืนมองหญิงสาวชาวไทยนิ่งอยู่สักพักก็เอื้อนเอ่ยวาจา
"เพื่อเห็นแกแทนไท ครั้งนี้เราจะยอมปล่อยเธอไปก่อน แต่ขอให้จำไว้ว่าเป็นผู้หญิงอย่ามาริทำอวดเก่ง หรือปากดีแบบนี้อีก"
เขารู้สึกขัดหูขัดตาทุกครั้งที่เห็นผู้หญิงแสดงท่าทางอวดดี คิดว่าตัวเก่ง จึงชอบทำตัวห้าวหาญเก่งกล้าเกินงาม อย่างผู้หญิงที่กำลังยืนเผชิญหน้าเขาอยู่ในตอนนี้
พันไมล์เชิดหน้าขึ้น อ้าปากกำลังจะเถียง ดีที่แทนไทเอามือปิดปากเธอไว้ได้ทันเวลา
"ขอบคุณครับท่านชีค" แทนไทบอกพร้อมกับกดศีรษะยุ่งๆ ของพันไมล์ให้โค้งต่ำลง
จากนั้นก็ลากตัวน้องสาวเดินกลับเข้าไปด้านใน ก่อนที่ปากคมๆ จะก่อเรื่องยุ่งขึ้นมาอีกครั้ง
หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร
“นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง
“ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว
“หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ
“ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี
หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ







