LOGINแทนไทหัวเราะก่อนจะพูดเปรยขึ้นมาว่า “โบราณว่าไว้เกลียดสิ่งไหนก็มักจะได้สิ่งนั้นเสมอ”
“คงจะยาก เพราะเราชอบผู้หญิงที่มีนิสัยอ่อนหวาน ช่างเอาอกเอาใจ ไม่ใช่ห้าวหาญเยี่ยงผู้ชายอย่างพันไมล์”
จะว่าไปแล้วทุกคนในวงสนทนาต่างก็รู้ดีว่า ในขณะที่ชีคอัมรานศึกษาอยู่ที่ต่างประเทศนั้น ชีวิตส่วนตัวของเขาก็ใช่ย่อยและไม่เบาในเรื่องอิสตรี แม้ว่าจะไม่เคยคบใครเป็นเรื่องเป็นราวจริงจัง แต่ก็มีผู้หญิงไม่น้อยกว่าสองสามคนในคราวเดียวกัน จัดอยู่ในประเภทผู้ชายที่ไม่ชอบการผูกมัด
ถึงกระนั้นเขาก็ยังคงเป็นที่ชื่นชอบในหมู่สาวๆ อาจเพราะหน้าตาคมคายที่หล่อราวกับเทพบุตร ประกอบกับรูปร่างสูงใหญ่สมชายชาตรี ที่เป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดใจให้ใครต่อใครต่างก็หลงใหลในตัวเขา ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ชีคอัมรานไม่เคยขาดหญิงสาวข้างกาย มาเริ่มซาไปก็ตอนที่เขากลับมาใช้ชีวิตอยู่ที่บารัซ
ในช่วงที่ท่านพ่อของเขายังมีชีวิตอยู่นั้น อัมรานมักจะหาโอกาสหลบไปพักผ่อน เป็นการส่วนตัวในต่างแดนอยู่บ่อยครั้ง มีเพียงองครักษ์ทั้งสามคนของเขาเท่านั้นที่คอยติดตามไปด้วย พวกเขาจึงรู้ว่าผู้เป็นเสมือนเจ้านายและเพื่อนของพวกเขานั้น มักจะชอบไปแสวงหาความรื่นรมย์เช่นนี้ในต่างแดนอยู่เสมอ
แทนไทเออออด้วยรอยยิ้ม จากนั้นก็เปลี่ยนหัวข้อในการสนทนา
“พวกนายได้อะไรจากห่อผ้าที่พายยึดมาได้”
“นอกจากสร้อยนานาชนิดแล้ว ก็ไม่มีของมีค่าอื่นๆ ซึ่งแปลกมาก” จาบรินตอบ
“ขโมยจ้องจะมาขโมยแต่สร้อย สงสัยว่าสร้อยพวกนี้คงจะขายได้ในราคาดี” แทนไทคาดคะเน
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกแทน ที่มันเลือกขโมยแต่สร้อย เพราะมันมีจุดประสงค์อื่นต่างหาก”
“แล้วจุดประสงค์อะไรที่จะทำให้มันกล้าเสี่ยงชีวิต เข้ามาขโมยของในอาณาจักรของชีคอัมราน”
อัมรานใช้ความเงียบแทนคำตอบ ที่เป็นเช่นนั้นเพราะเขาไม่อยากให้เพื่อน ต้องมารับรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นซึ่งถือเป็นปัญหาภายในของบารัซ
“นายอย่าสนใจเรื่องพวกนี้เลยนะแทน ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกเราจัดการเองดีกว่า” ยะห์ซินเอ่ย
“ใช่แล้วแทนเราจะจัดการเรื่องนี้เอง นายตั้งใจพาคุณพายดินทางมาเที่ยวที่นี่มิใช่หรือ ไปท่องเที่ยวกันให้สนุกเถอะ อย่ามาเสียเวลากับเรื่องไรสาระพวกนี้เลย ปวดหัวเปล่าๆ” วาคิมกล่าวเสริมคำพูดของยะห์ซิน
แม้ว่าแทนไทจะสงสัยว่าเรื่องนี้ มันมีความไม่ชอบมาพากลบางอย่างซุกซ่อนอยู่ แต่ในเมื่อเพื่อนๆ ของเขาไม่อยากให้เขาขุดคุ้ย เขาก็เลือกที่จะทำตามความต้องการเหล่านั้น
“ถ้าเป็นเรื่องเที่ยวแล้วละก็พายต้องชอบแน่”
ห้าหนุ่มนั่งคุยกันอย่างออกรสชาติจนดึก ก่อนจะแยกย้ายกันกลับเข้าไปพักผ่อน องครักษ์คนสนิททั้งสามคนได้รับสิทธิพิเศษให้พักอยู่ภายในจัสตินพาเลซแห่งนี้ ทั้งนี้ก็เพื่อความสะดวกในการคุ้มครอง และป้องกันภัยให้กับชีคอัมรานซึ่งเป็นทั้งเพื่อนและเจ้านายอันเป็นที่รัก
แต่ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปพักผ่อนนั้น อัมรานได้หันไปพูดกับยะห์ซินด้วยน้ำเสียงปกติ แต่ทว่าแฝงไปด้วยความจริงจัง
“หวังว่าจะได้พบนายที่สนามฝึกในเช้าวันพรุ่งนี้นะยะห์ซิน”
“ครับผม” องครักษ์หนุ่มรับคำอย่างหนักแน่น
เช้าวันต่อมาพันไมล์ตื่นมาวิ่งออกกำลังกายตอนเช้า เพื่อเรียกเหงื่อตามประสาคนรักสุขภาพ โดยเลือกที่จะวิ่งไปรอบๆ สวนสวยของจัสตินพาเลซ หลังจากวิ่งวนอยู่หลายรอบ เธอสังเกตเห็นทหารของบารัซในชุดฝึกเดินกันให้ขวักไขว่ รีบร้อนราวกับจะไปซ้อมรบ เมื่อเก็บความสงสัยไว้ไม่อยู่ก็เลยตัดสินใจเอ่ยถามนายทหารคนหนึ่ง จึงรู้ว่าพวกเขาจะรีบไปที่สนามฝึกซ้อมอาวุธ
พันไมล์ฟังแล้วก็รู้สึกคันไม้คันมือ ถ้าได้ซ้อมมือกับทหารพวกนี้คงดีไม่น้อย คิดแล้วเธอก็เลือกที่จะเดินไปตามเส้นทางที่ทหารเหล่านั้นเดินไป แต่เมื่อไปถึงกลับไม่พบใคร พันไมล์ยืนงงอยู่ครู่ใหญ่ ฉับพลันสายตาก็เหลือบไปเห็นชายหนุ่มร่างสูงแต่งกายไม่ต่างจากทหารบารัซ จึงตัดสินใจตะโกนเรียกเขา
“คุณคะ...คุณ”
ชายคนดังกล่าวที่แต่งกายด้วยชุดรัดกุมสีดำหยุดชะงัก และหันกลับมามองตามเสียงเรียก
‘นึกว่าใคร...แม่จอมยุ่งนี่เอง...คราวนี้จะมีปัญหาอะไรอีก’ เขาคิดในใจ
พันไมล์รีบเดินไปยืนดักหน้าเขา “คุณพอจะทราบเส้นทางไปสนามฝึกซ้อมของที่นี่ไหมคะ”
ชายคนนั้นพยักหน้าแทนคำตอบ นัยน์ตาของเขาจับจ้องไปที่ดวงหน้านวลเนียน และลำคอขาวผุดผ่องของหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“ช่วยบอกทางที่จะไปที่นั่นหน่อยสิคะ หรือถ้าจะช่วยนำทางก็จะดีมากเลย”
“คนนอกห้ามเข้า!”
“ห้ามกันอีกแล้ว ขยันห้ามกันจริง” พันไมล์บ่นพึมพำเบาๆ ก่อนจะพูดกับบุรุษหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า
“"แต่ฉันไม่ใช่คนนอกนะ” พันไมล์ไม่ยอมแพ้
"ไม่ใช่คนบารัซ ก็ถือว่าเป็นคนนอก" อีกฝ่ายยืนยันคำเดิม
คิ้วสวยขมวดยุ่ง ริมฝีปากเรียวบางเม้มแน่น สีหน้าครุ่นคิด “คุณคงเป็นทหารที่อยู่นอกวังก็เลยยังไม่รู้จักฉัน”
“ฉันพันไมล์” หญิงสาวชี้ที่ตัวเอง ก่อนจะชี้แจงต่อด้วยใบหน้ายียวนกวนประสาท
“แขกซูเปอร์วีไอพีของชีคอัมราน คาราส จัสติน ผู้นำสูงสุดของพวกคุณ แบบนี้ยังจะเรียกว่าเป็นคนนอกอยู่อีกไหม”
พันไมล์ตัดสินใจงัดเส้นกวยจั๊บยี่ห้ออัมรานออกมาใช้อีกครั้ง ซึ่งหวังว่าครั้งนี้มันจะใช้ได้ผล แค่คิดว่าจะได้ไปเยี่ยมชมการต่อสู้ และอาจจะได้ซ้อมมือกับทหารของบารัซ เลือดในตัวเธอก็พุ่งพล่านอยากเอาชนะ และเข้าไปดูให้เห็นด้วยตาของตัวเอง
แต่เมื่อทหารหนุ่มยังคงนิ่งเฉย ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อชื่อของชีคอัมราน พันไมล์ก็ยิ่งมีความมุ่งมั่นมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าอย่างไรเธอก็จะไปสถานที่แห่งนั้นให้ได้
“กฎมีไว้ให้ทุกคนปฏิบัติตาม...ถ้าไม่ทำตามก็จะมีแต่เรื่องยุ่ง”
“แต่กฎทุกกฎมันก็มีข้อยกเว้นได้”
เมื่อได้ยินคำพูดดังกล่าว ดวงตาคมเข้มตวัดมองพันไมล์ราวกับจะย้ำว่า “เธอคือตัวปัญหา”
พันไมล์กลับไม่คิดเช่นนั้น เธอไม่ใช่ตัวปัญหา กฎของเขาต่างหากที่สร้างปัญหาให้กับเธอ สำหรับเธอแล้วยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ
พันไมล์ยิ้มสดใส พร้อมกับโบกไม้โบกมือไปมา "เรื่องจิ๊บๆ แค่นี้ไม่มีปัญหาหรอกค่ะคุณทหาร งานนี้พันไมล์เอาคอท่านชีคอัมรานเป็นประกัน"
เมื่อเห็นทหารหนุ่มทำหน้าแปลกๆ พันไมล์ก็ยิ่งดีใจที่ ‘มุกนี้ใช้ได้ผล’
"ชื่อของผู้นำบารัซ...ใช่ว่าใครก็จะเอาล้อเล่นได้" เขาเอ่ยเตือน
“ใครจะกล้าเอามาล้อเล่น เราสองคนสนิทกันจริงๆ” พันไมล์กล่าวยืนยันหนักแน่น
เมื่อเห็นว่าทหารหนุ่มยังคงนิ่ง ใบหน้าคมเข้มเฉยชาเช่นเดิม พันไมล์จึงเสริมว่า “นะคะ...คนหล่อคงจะไม่ใจดำหรอกใช่ไหมคะ”
อัมรานเห็นสีหน้าออดอ้อนนั่นแล้ว ต้องกลั้นยิ้มจนแก้มกระตุก
เขาก้มลงพิจารณาใบหน้าที่ปราศจากเครื่องสำอาง ของหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง เธอมีแพขนตาที่เรียวยาวตามธรรมชาติ จมูกของเธอโด่งเรียวสวยได้รูป สอดรับกับเรียวปากอวบอิ่มอมชมพูที่ช่างจำนรรจา จะว่าไปเธอก็มีความงดงามที่ส่องประกายออกมาให้เห็นอยู่เหมือนกัน น่าเสียดายที่สิ่งเหล่านั้นถูกบดบังด้วยท่าทางห้าวหาญผึ่งผายราวกลับหนุ่มน้อยที่เจ้าตัวชอบแสดงออก ซึ่งมันขัดหูขัดตาเขาอย่างแรง
“ในเมื่อคุณจะไปให้ได้...” เขาพูดค้างไว้ มองพันไมล์ราวกับต้องการคำยืนยัน
“ไม่ต้องห่วง ถ้ามีปัญหาอะไรฉันจะรับผิดชอบเอง ยี่ห้อพันไมล์รับประกันปัญหา" หญิงสาวยิ้มและตอบอย่างมาดมั่น พร้อมกับคิดในใจ
‘เสร็จเรา...ปัญหามาแน่นอน’
"ถ้าเกิดปัญหาอะไรขึ้นมาคุณสามารถรับผิดชอบได้แน่ใช่ไหม"
พันไมล์พยักหน้าหงิกหงักคอแทบหัก
"ในเมื่อคุณยืนยันเช่นนั้น ก็เดินตรงไปและไปเลี้ยวตรงพุ่มไม้ข้างหน้า จากนั้นคุณก็จะเห็นทางเข้าสนามฝึกของบารัซ"
หญิงสาวยิ้มกริ่ม แต่ก่อนจะไปตามทางที่นายทหารหนุ่มบอก เธอได้ถามเขาว่า "แล้วคุณไม่ไปฝึกด้วยหรือคะ"
อัมรานพยักหน้า "ฝึก..."
เขาตอบสั้นๆ แต่ร่างสูงใหญ่ไม่ขยับเคลื่อนไหว
หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร
“นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง
“ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว
“หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ
“ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี
หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ







