LOGINความเสมอต้นเสมอปลาย ทำให้มณีมณฑน์ได้แต่อมยิ้มเล็ก ๆ และทำให้เธอรู้ว่า เขาคอยมองเธอตลอด ไม่ว่าเธอจะทำอะไรก็ตาม แบบนี้แหละที่ทำให้เธอรักเขา รักผู้ชายคนนี้ รักที่เขาเป็นเขา“ขอบคุณนะเบส ขอบคุณที่ให้มนได้อยู่ข้าง ๆ อยู่ในสายตาของเบสตลอดมา มนรักเบสนะ” หญิงสาวกระซิบข้างหูของคนเมาที่เธอคิดว่าหลับ ที่ไหนได้ พอเธอเงยหน้าขึ้นมาก็สบสายตาคมเยิ้ม“เบสก็รักมนนะ รักมากด้วย” ก่อนที่เธอจะได้คิดอะไร คนเมาก็พลิกตัวมาอยู่ทาบทับเธอแล้ว “ขอบคุณมนที่ตกลงคบกับเบสในวันนั้น พอเบสถามออกไปแล้ว เบสก็ลุ้นคำตอบมากเลยนะ”“แหม ถ้าไม่ให้มนตอบตกลงได้ยังไง ในเมื่อพี่รวบหัวรวบหางมนแล้วน่ะ”บุรินทร์ได้แต่หัวเราะกับประโยคของภรรยาสาวที่คุณเธอว่ากระแนะกระแหนตนไม่ได้ ก็จริง ถ้าวันนั้นตนไม่รวบหัวรวบหางหญิงสาวก็ไม่ได้มีเธอมาอยู่ข้างกายอย่างเช่นทุกวันนี้หรอก“งั้น วันนี้เบสก็จะทำเหมือนวันนั้นอีกนะ” ไม่รอให้หญิงสาวตอบรับ ชายหนุ่มก็ก้มลงประกบริมฝีปากบาง ซี่งรอบนี้คนตัวเล็กตอบรับสัมผัสจากตนอย่างไม่เกี่ยงงอนความต้องการที่มีมากล้นทำให้บุรินทร์ไม่รอช้าที่จะใช้มือใหญ่ลูบไล้ไปตามต้นขาขึ้นไปเรื่อย ๆ จนตอนนี้สัมผัสอยู่กับดอกไม้อวบอูมกลาง
“มาทำอะไรคะพี่เบส” เอมอรถาม“มารับเจ้าสาวครับ”“ด่านนี้ผ่านยากหน่อยนะคะ”บุรินทร์พยักหน้า “จะให้พี่ทำอะไรว่ามาเลย” ชายหนุ่มบอก อย่างคนที่เตรียมพร้อมมาแล้ว“ไหนตะโกนบอกรักคนที่อยู่ในห้องดัง ๆ หน่อยสิ” รอบนี้ฐาปกรณ์เป็นคนออกคำสั่ง“พี่รักมนครับ”“อะไรนะ เอมกับเอ็มมี่ไม่ได้ยินเลยอะ” ประโยคนั้นของเอมอรทำให้ผู้ใหญ่ต่างหัวเราะกัน“พี่รักมนครับ” เจ้าบ่าวป้องปากตะโกนบอกรักหญิงสาวที่อยู่ข้างในอีกรอบ ซึ่งรอบนี้ดังกว่าเดิมเอมอรและฐาปกรณ์ต่างพยักหน้ายิ้ม ๆ แล้วเปิดทางให้เจ้าบ่าวเข้าไปหาเจ้าสาว“ขอบคุณครับ” พร้อมกับยื่นซองให้เพื่อนสนิทของมณีมณฑน์ แล้วเปิดประตูไปรับสาวคนรัก พอเห็นหน้ากันต่างฝ่ายต่างยิ้มให้กัน ก่อนที่มือหนาจะยื่นออกมาตรงหน้า เจ้าสาวเห็นเช่นนั้นก็ส่งยิ้มให้ แล้วยื่นมือไปกุมกับฝ่ามือหนา พลางมองสำรวจร่างสูงที่อยู่ในชุดไทยสากล ซึ่งสูทและโจงกระเบนนั้นเป็นสีกลีบบัวเข้าชุดกับเจ้าสาวเมื่อบ่าวสาวมานั่งเรียบร้อยก็เริ่มต้นพิธีการ พูดคุย ถึงมานับสินสอดทองหมั้นที่ฝ่ายชายนำมาไม่ว่าจะเป็นเงินสด สร้อยคอทองคำ โฉนดที่ดินอีกจำนวนสองแปลง รวม ๆ กันแล้วก็มากโข แล้วทำขั้นตอนต่อไป“หอมเลย หอมเลย” ทั้งเจ้
งานแต่งงานที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ประจำหมู่บ้านแถวนี้คงไม่พ้นงานแต่งของลูกสาวคนเดียวของคุณลัทธพลและคุณกนกพรไปได้ เพราะทางเจ้าบ่าวเปย์หนักมากหลังจากพิธีสงฆ์เรียบร้อย เพื่อนเจ้าสาวซึ่งลูกหลานของคนงานอีกสองคนมารับบทเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้ ส่วนเอมอรและฐาปกรณ์นั้นไม่ยอมเป็น ให้เหตุผลว่าหากเป็นเพื่อนเจ้าสาวเธอคงไม่ได้สนุก สองคนนี้ก็พาตัวเธอเข้ามาในห้องนอนที่จะกลายเป็นห้องหอตามคำที่เพื่อนสนิทของเธอบอก เพื่อรอทางเจ้าบ่าวแห่ขันหมากมาที่บ้าน“นั่งก่อนแก ฉันจะเติมปากให้” ฐาปกรณ์ว่าพร้อมกับหยิบลิปสติกของตัวเองที่สีเดียวกันกับที่เพื่อนใช้มาทาปากให้ เพราะช่างแต่งหน้านั้นลงไปหาอะไรกินตามคำชวนของบิดาเจ้าสาวที่มาตามด้วยตัวเอง จะมาอีกทีตอนที่มณีมณฑน์เปลี่ยนชุด“เอม ซับหน้าให้เพื่อนหน่อยค่ะสาว มัวแต่ออกไปส่องเพื่อนเจ้าบ่าวอยู่ได้” ฐาปกรณ์ว่า ซึ่งตอนนี้คุณเธออยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีชมพู กางเกงขายาวสีขาว ทางด้านเอมอรนั้นก็มาในชุดเดรสสั้นผ้าชีฟองสีชมพู พิมพ์ลายดอกไม้สีชมพูแดง แขนเสื้อยาวสามส่วน ทรงระบาย ชายกระโปรงตัดแต่งไม่เท่ากัน ซึ่งดูสวยไปอีกแบบส่วนเจ้าสาวนั้นอยู่ในชุดไทยจักรพรรดิสีกลีบบัว ท่อนบนมีสไบจีบรองสไบทึ
“เป็นยังไง ชอบไหม” ชายหนุ่มเอ่ยถามคนที่กำลังมองสำรวจห้องพัก“ชอบค่ะ เขาตกแต่งได้สวยมากเลย”ร่างบอบบางพูดจบแล้วก็เดินไปเปิดผ้าม่านสีขาวพร้อมกับประตูที่อยู่ตรงระเบียงออก เพื่อจะได้มองเห็นวิวทะเลให้ชัดเจนขึ้น พร้อมสูดอากาศเข้าปอด“ดีขนาดนั้นเลย” บุรินทร์ที่เดินตามแฟนสาวออกมา พลางนั่งลงบนเก้าอี้สีขาวขนาดเล็ก“ก็ใช่น่ะสิ นานมากแล้วนะที่มนไม่ได้มาเที่ยวอะ”“นั่นสิ”“แล้วพี่ชอบมั้ยคะที่ได้มาเที่ยวแบบนี้” ร่างบอบบางเอ่ยถามพร้อมกับนั่งเก้าอี้อีกตัวที่วางอยู่ข้าง ๆ กัน“ชอบสิ ที่ไหนที่มีมน พี่ชอบทั้งนั้นแหละ” นาน ๆ จะพูดอะไร หวาน ๆ ที ทำเอาเธอไปไม่เป็นเลยทีเดียว จึงทำได้เพียงส่งยิ้มหน้าแดงให้แล้วซบหน้าลงกับแขนแกร่งเพื่อปิดบังหน้าแดงระเรื่อไว้ บุรินทร์ได้แต่หัวเราะในลำคอ แล้วหอมศีรษะที่มีกลิ่นหอมของชมพูโชยมาบางเบาอย่างรักใคร่“เข้าห้องกันเถอะ ตอนเย็นพี่จะพาไปดูพระอาทิตย์ตก แล้วไปหาอะไรกินแถว ๆ นี้” นั่งกินบรรยากาศกันอยู่นาน บุรินทร์ถึงชวนแฟนสาวเข้าไปนอนในห้อง เพราะตอนนี้หญิงสาวเริ่มตาปรือแล้วพักผ่อนจนหายเหนื่อยแล้ว ประมาณห้าโมงเย็นถึงพากันออกจากห้องลงยังชั้นล่างเพื่อไปดูพระอาทิตย์ตกดินตรงสะพานห
“มน ไปเที่ยวกันมั้ย” ชายหนุ่มเอ่ยชวนแฟนสาว ในตอนที่ทั้งสองกำลังจะเตรียมตัวเข้านอน โดยที่บุรินทร์นั้นกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง ส่วนหญิงสาวกำลังทาครีมบำรุงอยู่โต๊ะเครื่องแป้ง“เที่ยวไหนอะ”“หาดแสงจันทร์”“ไปวันไหน” มณีมณฑน์ยังคงถามไม่หยุด คนตอบก็ตอบไม่หยุดเช่นกัน“พรุ่งนี้”“ทำไมไม่บอกมนล่วงหน้าเลยล่ะ แล้วจะไปกี่วัน” ร่างบอบบางที่อยู่ในชุดนอนกระโปรงแขนสั้นผ้าไหมอิตาลีลุกเดินไปเปิดตู้ผ้าแบบบิลต์อิน เพื่อจัดกระเป๋า“สองวันก็พอแล้วมั้ง ปิดเทอมใหญ่ค่อยไปหลาย ๆ วัน โอเคมั้ย”“โอเคค่ะ” หญิงสาวตอบรับ พร้อมกับเลือกชุดที่จะเอาไปใส่เที่ยวมากองไว้เกือบสิบชุด แล้วเลือกชุดของแฟนหนุ่มที่แมตซ์กับชุดของเธอมาวางไว้ข้าง ๆ กัน “จองห้องแล้วยัง ติดทะเลด้วยหรือเปล่า”“เรียบร้อย” พร้อมกับยกมือถือให้หญิงสาวดูข้อความที่ตนคุยกับพนักงานของรีสอร์ตที่จะเข้าพัก ดีที่ว่าช่วงนี้ไม่ใช่ช่วงวันหยุดยาวเลยมีห้องว่าง“เสร็จยัง มานอนได้แล้ว” บุรินทร์ที่นั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงว่า หลังจากมองหญิงสาวหยิบกระเป๋าเครื่องสำอางใส่กระเป๋าเดินทาง“ครบแล้วมั้ง”มณีมณฑน์พึมพำกับตัวเอง ตรวจดูอีกครั้งถึงปิดกระเป๋าแล้วยกไปวางใกล้ ๆ ประตู ก่
“เจ้าเบสนิ ต่อหน้าต่อตาผู้ใหญ่ก็ไม่เว้นเลยนะ ดิฉันต้องขอโทษปู่ย่า พ่อแม่ของหนูมนแทนหลานของดิฉันด้วยนะคะ” คุณย่าขันทองกล่าวขอลุแก่โทษญาติผู้ใหญ่ของฝ่ายหญิง“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเข้าใจหนุ่มสาวดี” คุณลัทธพลบอกยิ้ม ๆ“ตอนนี้ก็ใกล้ฤกษ์สวมแหวนแล้ว เชิญครอบครัวหนูมนนับสินสอดที่ทางเรานำมามอบให้ดีกว่านะครับ” คุณบวรว่า หลังยกมือขึ้นมองนาฬิกา“สินสอดที่เรามอบให้จะมีเงินสดจำนวนหนึ่ง สร้อยคอทองคำ และแหวนหมั้น ทางครอบครัวหนูมนเห็นสมควรมั้ยคะ” คุณย่าขันทองถาม แล้วเริ่มแกะผ้าห่อสินสอดให้ฝ่ายหญิงดูและนับเงินสินสอดที่เรียงเป็นวงกลมบนผ้าแพรสีทอง ตามด้วยกล่องกำมะหยี่ที่มีสร้อยคอทองคำสองบาทอยู่ด้านใน ตามด้วยแหวนทองอีกสองบาทวางบนธนบัตรที่เรียงกันเป็นวงกลมไว้เมื่อนับของหมั้นเรียบร้อยทั้งสองฝ่ายก็โรยข้าวตอก ถั่ว งา ดอกดาวเรือง และดอกบานไม่รู้โรย แล้วทางฝ่ายชายยกสินสอดให้ฝ่ายหญิงที่ห่อผ้าแพรสีเหลืองทองแล้วยกมาไว้บนบ่า ทำท่าจะหนักยกไม่ขึ้นอยู่อย่างนั้นจนเข้าไปในห้องนอน“สินสอดที่ทางเรามอบให้ยังไม่สมกับที่ทางครอบครัวคุณลัทได้มอบของขวัญล่ำค่าให้กับเราเลยครับ พอถึงเวลาที่หนุ่มสาวตบแต่งกัน ทางเราจะตอบแทนกลับคืนให
ก่อนมาที่นี่เพื่อนก็ห้ามแล้ว แต่เขาไม่ฟังเอง จนพวกมันส่ายหัวเอือมระอา ได้แต่มองดูเขาหาเรื่องหญิงสาว“ทำไมจะจำไม่ได้ ในเมื่อฉันทำเองกับมือ ปล่อยนะ! ปล่อยสิ แกช่วยเราด้วย” เมื่อทำอะไรเขาไม่ได้ เลยเรียกเพื่อนให้ช่วย ซึ่งสองคนนั้นยืนกอดกันตัวสั่นอย่างหวาดกลัว จะเข้ามาช่วยก็โดนเพื่อ
“มน พี่ทิวจะมารับ แกไปพร้อมเราไหม” เอมอรถาม ตอนเธอกำลังแต่งตัวไปเรียนปรับพื้นฐานในช่วงเช้าของวันสุดท้าย ก่อนที่สัปดาห์หน้าจะเปิดภาคเรียน“ไม่ละ แกไปกับพี่เขาเถอะ”“แต่เราไม่อยากให้แกนั่งรถคนเดียว นะ ไปด้วยกัน”“ไม่เอา เราไปได้ ไม่ต้อง
“มาเดินเล่นน่ะพี่”ฐาปกรณ์ตอบ ก่อนจับมือเพื่อนให้เดินเลี่ยงแก๊งนี้ไปอีกทาง เพื่อไม่ให้ตัวเองมีเรื่อง หากอีกฝ่ายไม่คิดเช่นนั้น เพราะคนชื่อเบสเดินมาดักหน้า ไม่พอยังยื่นเท้ามาขัดขา“โอ๊ย...” มณีมณฑน์ที่ไม่ทันตั้งตัวล้มไปกองกับพื้น ของกินที่ซื้อมาร่วงหล่นกระจัดกระจาย ดีที่กับข้าวที่ซื้อฝากเอมอร ฐาปกรณ
“มีอะไรมน” เอมอรเงยหน้าจากเอกสารกองโตที่กำลังทำหันมาถาม“เอ็มมี่มันชวนไปตลาดนัดหลังมออะ” พร้อมกับที่มือหยิบของที่ซื้อมาเก็บเข้าที่ “ไปด้วยกันมั้ย”“ไม่ละ แกไปกับมันเถอะ”“เอาอะไรไหมล่ะ”“ซื้อมาเถอะ กินหมดแหละ” พลางหยิบเงินในกระเป๋าสตางค์ยื่นให้สองร้อยมณีมณฑน์หยิบกระเป๋ากับมือถือมาแล้วรีบเดินไปหน้า







