Mag-log in“มาเดินเล่นน่ะพี่”
ฐาปกรณ์ตอบ ก่อนจับมือเพื่อนให้เดินเลี่ยงแก๊งนี้ไปอีกทาง เพื่อไม่ให้ตัวเองมีเรื่อง หากอีกฝ่ายไม่คิดเช่นนั้น เพราะคนชื่อเบสเดินมาดักหน้า ไม่พอยังยื่นเท้ามาขัดขา
“โอ๊ย...”
มณีมณฑน์ที่ไม่ทันตั้งตัวล้มไปกองกับพื้น ของกินที่ซื้อมาร่วงหล่นกระจัดกระจาย ดีที่กับข้าวที่ซื้อฝากเอมอร ฐาปกรณ์ถืออยู่เลยไม่ร่วงแตก ถูกเขากระทำเช่นนั้น บอกได้คำเดียวว่าโกรธ โกรธจนควันออกหู แต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะเขามากันตั้งสี่คน ส่วนตัวเองมาสอง แค่นี้ก็ทำให้เห็นแล้วว่าไม่ต้องทำอะไรก็แพ้แบบไม่มีทางสู้ หากไม่ทำอะไรเลยก็ไม่ใช่เธออีกเช่นกัน
แต่ก่อนที่ใครจะตั้งตัว หญิงสาวที่ลุกขึ้นได้เพราะฐาปกรณ์ช่วยพยุงก็แย่งแก้วน้ำที่ดูดได้ไม่ถึงครึ่งของเพื่อนมาสาดใส่หน้าชายหนุ่มที่ยืนทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ เพื่อน ๆ เขาที่ยืนอยู่ด้านหลังได้แต่อ้าปากค้าง คงไม่คิดล่ะมั้งว่าผู้หญิงตัวเล็ก ๆ จะเอาคืนได้เจ็บแสบ พอเขาโดนแบบนั้นก็โวยวายเสียงดัง
“เฮ้ย! ทำอะไรของเธอวะ” พลางใช้มือปาดน้ำออกจากใบหน้าหล่อคม
“ก็คุณทำฉันก่อน แค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำกับที่คุณทำของกินที่ฉันซื้อมาต้องทิ้งและยังทำให้ฉันอายคนทั้งตลาด” พูดจบก็ลากฐาปกรณ์ที่ยังตกใจขึ้นรถสองแถวที่ขับผ่านมาพอดี
“แก เขาจะโกรธเราเปล่าวะ ดูท่าจะ...”
“โกรธก็เรื่องของเขา ไม่เห็นสิ่งที่เขาทำกับเราหรือไง” มณีมณฑน์เอ่ยแทรกด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
“แกก็ร้ายเกินว่ะ ฉันเริ่มกลัวแกแล้วนะ” ฐาปกรณ์ว่าพลางลูบแขนตัวเอง
“อย่าแอ็บกะเทย เมื่อกี้เห็นนะว่าแอบขำน่ะ”
“ก็นะ...”
“เป็นแก แกเจอแบบนี้ จะทำเหมือนที่ฉันทำหรือเปล่าล่ะ”
“จะเหลือเหรอ”
“เออ ฉันยังโมโหไม่หาย น่าจะเอาให้หนักกว่านี้ ฮึ่ม” มณีมณฑน์ได้แต่ฮึมฮัมในลำคอ หงุดหงิดไม่หายที่อยู่ดี ๆ ก็ถูกหาเรื่อง
“ใจเย็นน่า” ฐาปกรณ์ปลอบ “แล้วนี่จะไปลงด้วยกันหรือลงนี่เลย”
“ลงหอดีกว่าว่ะ ยังไม่ได้พักเลย”
“โอเค เจอกันวันจันทร์”
พอมาถึงปากซอย หญิงสาวลุกขึ้นกดกริ่งเพื่อให้รถจอด ก่อนเดินไปจ่ายเงิน แล้วแวะร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อของกินไปตุนไว้
“ไงมึง โดนจนได้สินะ” เตชินท์หรือเต๋า เพื่อนสนิทของบุรินทร์ว่า หลังหญิงสาวที่โดนเพื่อนแกล้งหนีขึ้นรถสองแถวไปกับเพื่อนแล้ว และยังเป็นคนเดียวกันกับที่ไปช่วยเพื่อนหากระเป๋าที่มันทำหล่นไว้ด้วย
“กูก็บอกอยู่ว่าอย่าตาม ๆ ก็ไม่ฟัง”
“เอาจริงกูก็เห็นด้วยอย่างที่ไอ้เต๋าพูดนะ” คนนี้ชื่อวิทวัสหรือเทน ซึ่งเป็นคนที่เห็นหญิงสาวเป็นคนแรกแล้วสะกิดบอกเพื่อน
“ชอบเขาก็บอกสิวะ มึงจะหาเรื่องแกล้งเขาทำไม” ชัชพลหรือเบนซ์พูดบ้าง
“พวกมึงจะซ้ำเติมกูเพื่อ” บุรินทร์หรือเบส พัฒนปรีชาว่าอย่างหัวเสีย พลางใช้มือลูบหน้าเพื่อเช็ดคราบน้ำที่ยังติดอยู่ ส่วนเสื้อผ้าไม่ต้องพูดถึง เปียกจนชุ่มฉ่ำ ก่อนจะเดินกลับไปที่รถ คนอื่น ๆ เลยตามมาบ้าง
ตอนแรกพวกเขาก็เดินดูของกินไปเรื่อยก็ไม่ได้สนใจอะไร หากเป็นบุรินทร์ที่ตาดีเหลือบไปเห็นหญิงสาวเดินแยกกับเพื่อน แล้วไปหยุดยังร้านขายเครื่องประดับ พวกตนจึงเดินตามเธอไปยังร้านขายกางเกงที่อยู่ข้าง ๆ กัน
พอเห็นว่าเธอหนีพวกเขาก็ไม่ตามไป ตอนแรกคิดว่าพวกเธอกลับไปกันแล้วก็ไม่ได้สนใจ จนมาเจอกันซึ่ง ๆ หน้าอยู่หน้าตลาดเนี่ยแหละ เขาเลยอยากปะทะคารมกับเธอสักหน่อย โดยการแกล้งยื่นขาไปขัดขาของเธอ จนทำให้เธอล้ม ก็เลยโดนน้ำสาดหน้าแทน
“เข้าไปในบ้านก่อนมั้ยวะ” บุรินทร์ถามเพื่อน ๆ เมื่อรถมาหยุดอยู่หน้าบ้านของเขา
“ไม่ล่ะ กูว่าจะกลับบ้านเลย” จบประโยคนั้นของเตชินท์พวกมันก็ขับรถออกไป เขาเลยไขกุญแจรั้วเพื่อเปิดประตูเข้าบ้าน ที่ช่วงนี้ได้อยู่คนเดียว เพราะแม่ไปหาพ่อที่ไปทำงานอยู่ต่างจังหวัด เห็นว่าไปสองสามวันจะกลับมาพร้อมพ่อ
อาบน้ำเสร็จแล้วก็ออกมาเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อทำงานที่อาจารย์สั่ง ซึ่งเป็นงานที่ต้องทำเดี่ยว กว่าจะเสร็จเรียบร้อยก็ค่อนคืน ว่าจะเล่นเกมก็ง่วงจนลืมตาไม่ขึ้น
พอล้มตัวลงนอนเท่านั้นแหละ ใบหน้าของผู้หญิงที่ตนแกล้งเมื่อตอนเย็นก็ลอยมา หน้าเรียวรูปไข่ ตากลมโต คิ้วเล็กได้รูป จมูกโด่ง มีแววดื้อรั้นนิด ๆ ดวงตาเป็นประกาย ปากอมชมพู ผมหยักศกสีน้ำตาลเข้มประกายแดง ก็ทำเอาตนนอนอมยิ้มอยู่คนเดียวจนเผลอหลับไป
“เบสส่งเธอแล้ว คราวนี้เป็นตาของเบสบ้างนะ” แม้ตอนนี้จะปิดไฟข้างเตียงแล้ว หากแสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาก็ทำให้เธอเห็นได้ว่าเขายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ส่งให้ ก่อนที่เจ้าตัวจะจับตัวเธอพลิกขึ้นนั่ง แล้วตัวเองก็ไปนั่งกึ่งนอนหลังพิงหัวเตียง พลางจับมือบางให้สัมผัสกับท่อนเนื้อแล้วให้รูดขึ้นลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป“ใช้ปากสัมผัสมันหน่อยสิ มันอยากเข้าไปอยู่ให้ปากของเมียจ๋าน่ะ” พลางจับศีรษะทุยกดลงให้ริมฝีปากบางสัมผัสกับเอ็นแกร่ง หญิงสาวก็จัดการกลืนเข้าปากจนสุดคอหอย ซึ่งตอนนี้มันใหญ่คับปากเธอไปหมด แล้วบอกกับตัวเองว่าคืนนี้แหละที่เขาต้องจำจดเธอไว้“อืม อ่า ซี๊ดดดด”หญิงสาวทั้งอมทั้งดูด ขยับศีรษะขึ้นลง แล้วใช้ปลายลิ้นตวัดเลียส่วนหัวจนได้ยินเสียงทุ้มครางออกมาเบา ๆ ไหนจะสะโพกสอบที่เด้งขึ้นจนปลายแท่งร้อนกระแทกคอหอย เป็นผลให้มือบางตีหน้าขาแกร่งอย่างหมั่นไส้ที่เขาทำเอาเธอน้ำตาเล็ด“อืม อา” หากเขาก็ไม่ฟังเมื่อตอนนี้อารมรณ์ตัวเองมาเต็ม เธอเลยแกล้งขยับปากออกเลยทำให้ได้ยินเสียงโวยวายจากชายหนุ่ม“เอาออกทำไม กำลังเสียวเลย” พร้อมกับจะยัดท่อนเนื้อเข้าปากเธอเหมือนเดิม หากเธอก็ขยับหน้าหนี “มน”“ครางหน่อยสิ อยากได
“มน...” เสียงเรียกชื่อที่ไม่คุ้นหู ทำให้หญิงสาวต้องหันไปมองอย่างสงสัยใคร่รู้“เรียกฉันเหรอคะ”“ใช่ พี่ภาเรียกเองแหละ”“มีอะไรกับฉันหรือเปล่าคะ” มณีมณฑน์ถามคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า คนที่ทำให้เธอเสียใจ คนที่ทำให้เธอร้องไห้ และคนที่ทำให้เธอไม่อยากจะเชื่อใจบุรินทร์อีก“พี่ขอคุยด้วยสักครู่สิ” เช่นนั้นแล้ว มณีมณฑน์ก็เดินไปนั่งที่ม้านั่งหินอ่อน “ที่พี่มาวันนี้ พี่จะมาบอกว่าพี่กำลังจะแต่งงานกับแฟนของพี่น่ะ สำหรับพี่กับเบสเราไม่ได้มีความรู้สึกแบบคนรักให้กันแล้วนะ เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน อีกอย่างเมื่อวานพี่กับเบสก็ไม่ได้ทำอะไรอย่างที่น้องคิดหรอกนะ ถ้าน้องสังเกตน้องจะเห็นว่าแฟนพี่ก็ยืนอยู่ตรงนั้นด้วย”มณีมณฑน์มองไปยังแฟนของพี่ภาที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กัน ตอนนั้นยอมรับเลยว่าเธอไม่ได้มองอะไรทั้งนั้น เพราะเชื่อตาเห็น จนลืมสังเกตสิ่งรอบข้าง“จริง ๆ มนก็ไม่ได้โกรธอะไรพี่หรอกนะ แต่มนอยากดัดนิสัยคนอะเลยต้องทำแบบนั้น ยังไงมนต้องขอโทษพี่ภากับแฟนด้วยนะที่ทำอะไรแบบนั้นลงไป” หญิงสาวจับมือของภาวิดามากุมไว้แล้วพูดบอกความจริง“ห๊ะ!! ดัดนิสัยอย่างนั้นเหรอ”“ค่ะ”“โห น้องมนสุดยอดมากเลย ว่าไหมตัว” ภาวิดาพูดแล้วก็ยกมือโป้ง
“ได้สิลูก นอนห้องเดิมนะ” ห้องเดิมที่คุณคณิตาหมายถึงก็คือห้องของบุรินทร์นั่นแหละ แต่เจ้าตัวคงจะยังไม่รู้ เพราะเอาแต่จ้องหน้าจอทีวีดูไฮไลต์บอลอย่างตั้งอกตั้งใจพูดคุยกันอีกเล็กน้อย แม่ก็ชวนกินข้าวเย็นที่ท่านทำรอลูกชาย ส่วนพ่อนั้นเพิ่งจะเดินทางกลับไปทำงานรับเหมาอีกจังหวัดหนึ่งเมื่อเช้านี่เอง เธอเลยไม่มีโอกาสได้เจอท่านเมื่อดูทีวีและคุยกับแม่จนดึกถึงชวนกันไปนอน โดยที่เธอจะไปนอนกับบุรินทร์ที่เข้าห้องไปก่อนหน้าแล้ว เปิดประตูเข้ามาในห้องข้าวของทุกอย่างยังคงวางอยู่ที่เดิม ส่วนเจ้าตัวคงจะอาบน้ำอยู่เพราะเธอได้ยินเสียงน้ำไหล นั่งรอไม่นานเขาก็เปิดประตูห้องน้ำออกมามองเธอด้วยสีหน้าตกใจ“นอนนี่เหรอ”หญิงสาวพยักหน้าตอบ“งั้น...เธอนอนไปเถอะ เดี๋ยวพี่ไปนอนโซฟาหน้าทีวี” พูดแล้วก็รีบเดินไปใส่เสื้อผ้า และเดินไปเปิดประตูห้อง“คนอุตส่าห์มานอนด้วย ยังจะทิ้งให้นอนคนเดียวอีก ใจร้ายไป ปะ” อ่อยขนาดนี้แล้วถ้ายังออกไปก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้วนะ“เธอจะนอนกับพี่จริง ๆ เหรอ” ชายหนุ่มถามอย่างไม่เชื่อหู“จริง…” หญิงสาวยืนยันหนักแน่น ชายหนุ่มยิ้มดีใจ แล้วกอดเธอซะแน่น แทบหายใจไม่ออก “เย้ ๆ จริงนะ จริง ๆ นะ พี่รอเวลานี้มานา
“นั่นน่ะสิ ไม่ลองก็ไม่รู้ งั้นขอเธอลองสักตั้งแล้วกัน” หญิงสาวกำลังจะอ้าปากพูด หากชายหนุ่มก็เอ่ยแทรกขึ้นมา“ขึ้นห้องเถอะ เบสไม่กวนเธอแล้ว” พูดจบเขาก็เดินหันหลังไปที่รถมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่ในลานจอดรถของหอพัก“พรุ่งนี้มารับหน่อยสิ” มณีมณฑน์ร้องบอก“ห๊ะ! อะไรนะ” ชายหนุ่มหันมาถามอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง“พรุ่งนี้มารับหน่อย เจ็ดโมงเช้านะ”“โอเค ๆ” ได้ยินเสียงหวานย้ำ คนที่ไม่ได้ยิ้มอย่างเต็มใบหน้าหล่อเหลามานาน ในวันนี้ก็ได้ยิ้มออกมาอย่างมีความสุขในรอบเกือบสองเดือนที่ผ่านมา พลางสาวเท้าเข้าไปหาร่างบาง“เก็บโอกาสครั้งนี้ไว้ดี ๆ นะพี่เบส เพราะครั้งหน้ามนคงไม่มีให้อีกแล้ว”“ครับ ขอบคุณนะ” ตอนนี้เขายิ้มกว้างที่สุดในรอบสองเดือนเลยก็ว่าได้ มันดีใจ ตื้นตันใจ ผสมปนเปกันไปหมด“มนให้โอกาสใช่ว่าจะยอมคืนดีด้วยง่าย ๆ นะ” เธอว่าอย่างไว้ตัว“ครับ แค่นี้ก็ดีแล้ว”ตั้งแต่เธอยอมให้เขามารับมาส่ง ดูเหมือนความสัมพันธ์จะพัฒนาไปมาก พอเพื่อน ๆ ทั้งของเธอและของเขารู้เรื่องต่างก็เอ่ยแซวตลอด อย่างวันนี้เธอเลิกเรียนเร็วเลยมีความคิดอยากไปหามารดาของชายหนุ่ม“พี่เบส...แม่อยู่บ้านมั้ย” มณีมณฑน์ขยับหน้าไปชิดบ่าของบุรินทร์เพื่อจะ
ขณะนั่งรออาหารมาเสิร์ฟฐาปกรณ์ก็หาเรื่องตลก ๆ มาเล่าให้ คนอื่น ๆ ฟัง จนทั้งโต๊ะส่งเสียงหัวเราะไปกับเรื่องที่เจ้าตัวเล่า พออาหารที่สั่งมาไม่ว่าจะเป็นปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว ข้าวผัดปู ต้มแซ่บทะเล ทอดมันกุ้ง ยำปลาดุกฟู ที่ขาดไม่ได้คงจะเป็นยำวุ้นเส้นทะเลที่มณีมณฑน์สั่งมา“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวเอ่ยขอบคุณบุรินทร์ที่ตักยำให้เมื่อทุกคนกินกันอิ่มท้องแล้วก็แชร์เงินกันจ่ายค่าอาหาร โดยในส่วนของเธอเป็นบุรินทร์ที่จ่ายให้ แล้วก็ขอตัวกลับก่อน“มน...” เสียงเรียกจากคนขับรถที่ฟังแทบจะไม่รู้เรื่องเพราะลมตีหน้า หญิงสาวจึงต้องขยับหน้าไปฟังใกล้ ๆ“...ว่า”“ให้อภัยเพื่อนพี่ได้หรือยัง” วิทวัสชวนคุยระหว่างขับรถมาส่งเธอ ส่วนคนอื่น ๆ แยกย้ายกันตั้งแต่ร้านอาหารแล้วคำถามนี้ของวิทวัสทำให้เธอเงียบ ด้วยยังไม่มีคำตอบให้ตัวเองเหมือนกัน“พี่สงสารมันน่ะ มันรักมนมากเลยนะ วันนั้นที่น้องบอกเลิกมันช็อกไปเลย ถามอะไรก็ไม่ตอบ เป็นนาทีเลยกว่าจะรู้ตัว”“ถ้าเขารักมน เขาจะไม่กลับไปยุ่งกับแฟนเก่าเขาหรอกนะพี่เทน”“เบสไม่ได้จะกลับไปหาหรือไปยุ่งกับภาอย่างที่น้องเข้าใจหรอกนะ แต่มันเป็นห่วงเขาในฐานะเพื่อน พูดคุยกันในฐานะเพื่อน เพราะเราคบกันม
มณีมณฑน์ตัดสินใจอยู่นานถึงตอบตกลง จริงอย่างที่เอมอรพูด พวกเธอสามคนไม่ได้ไปไหนมาไหนด้วยกันนานแล้ว ตั้งแต่เธอกลับมาอยู่ห้องก็ไม่ได้ไปไหนกับสองคนนี้และแก๊งของบุรินทร์ ซึ่งไม่รู้ต้องทำตัวยังไงที่ต้องไปพบไปเจอกันอย่างเช่นวาน ๆ เธอเลยถูกเอมอรพูดกรอกหูอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันว่า ถ้าเอาแต่หลบหน้าอยู่อย่างนี้ เมื่อไหร่จะลืม ก็ถูกอย่างที่เอมอรว่า ครั้งนี้เธอเลยเต็มใจที่จะไปเผชิญหน้าดูระหว่างนั่งรอพี่ ๆ อยู่ใต้ตึกคณะ เธอก็นั่งทำรายงานไปด้วย ไม่นานก็ได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์สี่คันที่เป็นเอกลักษณ์ที่ไปที่ไหนก็จำได้ แล่นเข้ามาจอดอยู่หน้าตึกคณะ เห็นอย่างนั้นเลยรีบเก็บของแล้วเดินไปหาพี่ ๆ แว็บ แรกที่ได้มองบุรินทร์แบบเต็มตาในรอบหนึ่งเดือน ทำให้เธอรู้ว่าเขาดูซูบผอมลงไปมาก หน้าตาก็ไม่ได้สดชื่นแจ่มใส เป็นผลให้เธอนึกถึงคำพูดของคุณ คณิตาที่คุยกันเมื่อหลายวันก่อนบอกว่าบุรินทร์โหมงานหนัก ทั้งยังออกไปส่งของนอกพื้นที่กับลูกน้องบ่อย ๆ จากที่ฟังมาเธอก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ พอได้เห็นด้วยตาตัวเองแล้วก็อดสงสารไม่ได้“ดีจ้ะสาว ๆ พร้อมกันหรือยังครับ” ชัชพลที่นั่งคร่อมรถอยู่ถาม“พร้อมมากเลยค่ะสุดหล่อของเอ็มมี่” ฐาปกรณ์ว่า
วันหยุดหากไม่ได้เข้ามอไปทำงานช่วยรุ่นพี่ มณีมณฑน์ก็อยู่หอ ทำงานที่อาจารย์สั่งบ้าง ซักผ้า เก็บกวาดห้องบ้าง ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ได้เกือบสองเดือน เธอไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนเลย อยู่แต่ห้อง หากเพื่อนชวนก็ไปบ้างเพื่อไม่ให้ดูว่าตัดขาดพวกเขานักลักษณะหอพักที่เธอเช่าอยู่สูงแค่สี่ชั้น แต่ละชั้นมีประมาณหกห้อง ภาย
“ไอ้เต๋าหาดูดิ หล่นแถวนี้หรือเปล่าวะ”“วิ่งยังไงของมึงวะ ถึงทำกระเป๋าตังค์หายได้” โป๊ะเชะ ใช่สิ่งเดียวกันกับที่พวกเธอเจอแน่นอน“แก...ฉะ ฉันว่าถอยดีกว่าว่ะ” ฐาปกรณ์เห็นคนพวกนั้นถือไม้หน้าสามมารีบกระซิบบอก“เออ ไปเหอะ ค่อยเอาไปฝากตามร้านค้าเอาก็ได้ ถือไม้แบบนี้น่ากลัวว่ะ” กำลังจะหันหลังวิ่ง ก็ได้ยิน
“เอมลุกได้แล้ว เดี๋ยวไม่ทันคลาสเช้านะ” มณีมณฑน์ที่เพิ่งออกจากห้องน้ำ ปลุกเพื่อนสาวให้ลุกไปทำธุระส่วนตัว แล้วตัวเองค่อยมาจัดการกับเครื่องแต่งกายรอ“รอแป๊บนะ”หอที่เธอพักอยู่ฝั่งตรงกับมอ นั่งรถห้านาทีก็ถึง พอทำอะไรเสร็จก็พากันเดินออกมาหน้าปากซอยเพื่อนั่งรถไปลงหน้ามอ ซึ่งมีเด็กช่างขึ้นคันเดียวกันเกือบ
มณีมณฑน์ จิตรจำเริญรุ่ง นักศึกษาสาวปีหนึ่งของมหาวิทยาลัยชื่อดังย่านรังสิต เดินเข้าโรงอาหารของคณะบริหาร หลังพี่ปีสามปล่อยแยกแถวให้ไปพักเที่ยง เพื่อที่ช่วงบ่ายจะได้ทำกิจกรรมของทางคณะต่อ และให้ทำความรู้จักสนิทสนมกันในหมู่รุ่นพี่รุ่นน้องมณีมณฑน์เป็นคนจังหวัดระยอง ที่บ้านทำสวนผลไม้ เปิดให้นักท่องเที่ยว







