LOGIN“พี่เบนซ์ ๆ คนที่มากับพี่คนนั้นชื่ออะไร” ฐาปกรณ์ถามพร้อมชี้นิ้วไปทางพี่เบส
“ไอ้เบสเหรอ” ชัชพลถามอย่างสงสัย เพราะเห็นจากนิ้วที่ฐาปกรณ์ชี้ ซึ่งตรงกับเจ้าของชื่อ
“ไม่ใช่ อีกคนข้าง ๆ กันสิ”
“ไอ้เทนอะนะ”
“ใช่ ๆ…”
“อะไรกันวะ” เจ้าของชื่อที่เพิ่งเดินมาถาม
“น้องมันถามว่ามึงสองคนชื่ออะไรน่ะ”
พี่แกพยักหน้าเข้าใจ
“แล้วพวกพี่เรียนอะไรกันเหรอ ทำไมหนูไม่เห็นคุ้นเลย” ยังคงเป็น ฐาปกรณ์ที่ชวนคุย
“แผนกวิชาช่างก่อสร้างโยธาน่ะ” พร้อมกับชี้ที่แถบเสื้อบนอกข้างซ้ายที่เป็นสีน้ำเงิน ปักชื่อแผนกไว้
“แล้วอยู่ระดับปวช.หรือปวส.เหรอ”
“ปวส.ปี 2 แล้ว”
ฐาปกรณ์พยักหน้า
“ว่าแต่น้อง ๆ ชื่ออะไรกันบ้างล่ะ” เป็นเตชินท์ที่ละสายตาจากหน้าจอเงยหน้ามาถาม
“หนูชื่อเอ็มมี่ คนนี้ชื่อเอม คนนู้นชื่อมน” ชายใจสาวแนะนำตัวให้หนุ่ม ๆ ได้รู้จักพวกเธอบ้าง
“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับน้อง ๆ” พี่ ๆ ทั้งสามบอก หากมีอีกคนไม่สนใจ เอาแต่เล่นมือถือ ซึ่งคุณก็รู้ว่าใคร
พี่เบสไงจะใครล่ะ
“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ”
“ไง ยำอร่อยมั้ย”
“อร่อยนะ”
หืม เดี๋ยวนะ ทำไมเสียงคุ้นหูแบบนี้ล่ะ พอเธอเงยหน้าขึ้นเท่านั้นแหละ ก็สบเข้ากับแววตาคมเข้าอย่างจัง เมื่อกี้เขาอยู่อีกที่นิ แล้วเขามาตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่
“ถ้าอร่อยทำไมถึงกินทิ้งกินขว้างแบบนั้น”
พอมองตามสายตาของเขาแล้วก็เห็นว่ามีวุ้นเส้น มีผักบางส่วนอยู่นอกถ้วยกระดาษ
“เอ่อ...” เอาไงดีมน แกจะตอบเขายังไงดี มณีมณฑน์ได้แต่ถามตัวเองในใจ
“ที่ไม่ตั้งใจกิน เพราะเก็บรายละเอียดอยู่ล่ะสิ”
ฉลาดเกินไปแล้ว แต่เรื่องอะไรเธอจะบอกล่ะ
“เออ มึงมาอยู่ตรงนี้กัน ไม่เห็นหนอนน้อยบ้างเหรอวะ” อยู่ ๆ พี่เทน หรือวิทวัสที่เดินไปหาอะไรกินก็เข้ามาถามเพื่อนตัวเองเรื่องหนอน ทำให้เธอถอนหายใจโล่งอก หากเป็นความโล่งแบบไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์เท่าไหร่
“ไม่เห็นเห็นนะ” เตชินท์ตอบ “กูได้ยินแต่มึงพูด จนป่านนี้กูก็ยังไม่เห็นสักตัว”
“มึงก็บ้าไปฟังมัน” บุรินทร์ว่า คนที่เหลือเลยหัวเราะ หากคนที่ได้ยินอย่างมณีมณฑน์ได้แต่นั่งนิ่งตัวเกร็ง เพราะเริ่มจะระแวงแล้วว่าพวกเขาจะแกล้งหรือทำอะไรแผลง ๆ อีกหรือเปล่า
“น้องมน ถ้าเจอหนอนบอกพี่ด้วยนะ ตัวเขียว ๆ เล็ก ๆ น่ะ” เพราะตรงที่เธอนั่งหลังชิดติดพุ่มต้นไทรเกาหลี
“เอ่อ คือ…” เอายังไงดีมน จะหนียังไงดี ในเมื่อบุรินทร์ยืนขวางเธออยู่แบบนี้
“เฮ้ย ๆ เจอแล้ว ๆ ดูสิ ตัวอย่างใหญ่ เอาไปทอดคงเป็นกับแกล้มชั้นเลิศเลยนะเว้ย” ไม่พูดเปล่า วิทวัสยังจับตัวที่เกาะอยู่ใต้ใบไทรเกาหลีให้เธอดู ทำให้หญิงสาวมองด้วยแววตาสั่นระริก เกร็งตัวสุดขีด
ตอนนั้นเอง ทั้งฐาปกรณ์ทั้งเอมอรต่างสะกิดอย่างรู้กันว่าเธอรู้สึกยังไง ด้วยสองคนนี้รู้ดีว่าเธอกลัวหนอนใบไม้แค่ไหน แม้ใครหลายคนจะบอกว่ามันน่ารักอย่างคนพวกนี้ แต่เธอเห็นแล้วรู้สึกขยะแขยงขนลุกขนพอง
“ลองจับดูไหม” บุรินทร์จับหนอนจากมือเพื่อนมาวางใส่มือเธอ
“กรี๊ด!!!!”
มณีมณฑน์ที่ไม่ทันตั้งตัวกรีดร้องอย่างตกใจ ไม่คิดว่าเขาจะทำอย่างนี้ เลยได้แต่สะบัดมือและลุกออกจากตรงนั้น ซึ่งห่างจากทุกคนพอควร
“เฮ้ย! พี่ ทำอย่างนี้ไม่ถูกนะ” ฐาปกรณ์เอ่ยเสียงเข้ม
“พวกพี่จะแกล้งอะไรพวกหนูก็ได้ หนูไม่เคยว่า แต่พี่แกล้งเพื่อนหนูแบบนี้ หนูไม่โอเคจริง ๆ” เอมอรว่าอย่างไม่พอใจ
“เอ่อ...คือพี่”
ก่อนชายหนุ่มจะพูดอะไร หญิงสาวคว้ากระเป๋าเดินออกมาจากตรงนั้น ราวกับว่าที่ตรงนี้เป็นสถานที่ที่น่ารังเกียจ ไม่กล้าอยู่นาน เธอไม่รู้ว่าตัวเองเดินเร็วแค่ไหน เพราะแม้แต่เพื่อนก็ยังตามไม่ทัน
กลับถึงห้องได้ไม่นาน เพื่อนก็ตามมาติด ๆ พร้อมกับบอกว่าทางนั้นรู้สึกผิดเช่นกันที่เล่นกันแบบนั้นและไม่รู้จริง ๆ ว่าเธอจะกลัวหนอนขนาดนี้
“เบสส่งเธอแล้ว คราวนี้เป็นตาของเบสบ้างนะ” แม้ตอนนี้จะปิดไฟข้างเตียงแล้ว หากแสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาก็ทำให้เธอเห็นได้ว่าเขายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ส่งให้ ก่อนที่เจ้าตัวจะจับตัวเธอพลิกขึ้นนั่ง แล้วตัวเองก็ไปนั่งกึ่งนอนหลังพิงหัวเตียง พลางจับมือบางให้สัมผัสกับท่อนเนื้อแล้วให้รูดขึ้นลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป“ใช้ปากสัมผัสมันหน่อยสิ มันอยากเข้าไปอยู่ให้ปากของเมียจ๋าน่ะ” พลางจับศีรษะทุยกดลงให้ริมฝีปากบางสัมผัสกับเอ็นแกร่ง หญิงสาวก็จัดการกลืนเข้าปากจนสุดคอหอย ซึ่งตอนนี้มันใหญ่คับปากเธอไปหมด แล้วบอกกับตัวเองว่าคืนนี้แหละที่เขาต้องจำจดเธอไว้“อืม อ่า ซี๊ดดดด”หญิงสาวทั้งอมทั้งดูด ขยับศีรษะขึ้นลง แล้วใช้ปลายลิ้นตวัดเลียส่วนหัวจนได้ยินเสียงทุ้มครางออกมาเบา ๆ ไหนจะสะโพกสอบที่เด้งขึ้นจนปลายแท่งร้อนกระแทกคอหอย เป็นผลให้มือบางตีหน้าขาแกร่งอย่างหมั่นไส้ที่เขาทำเอาเธอน้ำตาเล็ด“อืม อา” หากเขาก็ไม่ฟังเมื่อตอนนี้อารมรณ์ตัวเองมาเต็ม เธอเลยแกล้งขยับปากออกเลยทำให้ได้ยินเสียงโวยวายจากชายหนุ่ม“เอาออกทำไม กำลังเสียวเลย” พร้อมกับจะยัดท่อนเนื้อเข้าปากเธอเหมือนเดิม หากเธอก็ขยับหน้าหนี “มน”“ครางหน่อยสิ อยากได
“มน...” เสียงเรียกชื่อที่ไม่คุ้นหู ทำให้หญิงสาวต้องหันไปมองอย่างสงสัยใคร่รู้“เรียกฉันเหรอคะ”“ใช่ พี่ภาเรียกเองแหละ”“มีอะไรกับฉันหรือเปล่าคะ” มณีมณฑน์ถามคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า คนที่ทำให้เธอเสียใจ คนที่ทำให้เธอร้องไห้ และคนที่ทำให้เธอไม่อยากจะเชื่อใจบุรินทร์อีก“พี่ขอคุยด้วยสักครู่สิ” เช่นนั้นแล้ว มณีมณฑน์ก็เดินไปนั่งที่ม้านั่งหินอ่อน “ที่พี่มาวันนี้ พี่จะมาบอกว่าพี่กำลังจะแต่งงานกับแฟนของพี่น่ะ สำหรับพี่กับเบสเราไม่ได้มีความรู้สึกแบบคนรักให้กันแล้วนะ เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน อีกอย่างเมื่อวานพี่กับเบสก็ไม่ได้ทำอะไรอย่างที่น้องคิดหรอกนะ ถ้าน้องสังเกตน้องจะเห็นว่าแฟนพี่ก็ยืนอยู่ตรงนั้นด้วย”มณีมณฑน์มองไปยังแฟนของพี่ภาที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กัน ตอนนั้นยอมรับเลยว่าเธอไม่ได้มองอะไรทั้งนั้น เพราะเชื่อตาเห็น จนลืมสังเกตสิ่งรอบข้าง“จริง ๆ มนก็ไม่ได้โกรธอะไรพี่หรอกนะ แต่มนอยากดัดนิสัยคนอะเลยต้องทำแบบนั้น ยังไงมนต้องขอโทษพี่ภากับแฟนด้วยนะที่ทำอะไรแบบนั้นลงไป” หญิงสาวจับมือของภาวิดามากุมไว้แล้วพูดบอกความจริง“ห๊ะ!! ดัดนิสัยอย่างนั้นเหรอ”“ค่ะ”“โห น้องมนสุดยอดมากเลย ว่าไหมตัว” ภาวิดาพูดแล้วก็ยกมือโป้ง
“ได้สิลูก นอนห้องเดิมนะ” ห้องเดิมที่คุณคณิตาหมายถึงก็คือห้องของบุรินทร์นั่นแหละ แต่เจ้าตัวคงจะยังไม่รู้ เพราะเอาแต่จ้องหน้าจอทีวีดูไฮไลต์บอลอย่างตั้งอกตั้งใจพูดคุยกันอีกเล็กน้อย แม่ก็ชวนกินข้าวเย็นที่ท่านทำรอลูกชาย ส่วนพ่อนั้นเพิ่งจะเดินทางกลับไปทำงานรับเหมาอีกจังหวัดหนึ่งเมื่อเช้านี่เอง เธอเลยไม่มีโอกาสได้เจอท่านเมื่อดูทีวีและคุยกับแม่จนดึกถึงชวนกันไปนอน โดยที่เธอจะไปนอนกับบุรินทร์ที่เข้าห้องไปก่อนหน้าแล้ว เปิดประตูเข้ามาในห้องข้าวของทุกอย่างยังคงวางอยู่ที่เดิม ส่วนเจ้าตัวคงจะอาบน้ำอยู่เพราะเธอได้ยินเสียงน้ำไหล นั่งรอไม่นานเขาก็เปิดประตูห้องน้ำออกมามองเธอด้วยสีหน้าตกใจ“นอนนี่เหรอ”หญิงสาวพยักหน้าตอบ“งั้น...เธอนอนไปเถอะ เดี๋ยวพี่ไปนอนโซฟาหน้าทีวี” พูดแล้วก็รีบเดินไปใส่เสื้อผ้า และเดินไปเปิดประตูห้อง“คนอุตส่าห์มานอนด้วย ยังจะทิ้งให้นอนคนเดียวอีก ใจร้ายไป ปะ” อ่อยขนาดนี้แล้วถ้ายังออกไปก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้วนะ“เธอจะนอนกับพี่จริง ๆ เหรอ” ชายหนุ่มถามอย่างไม่เชื่อหู“จริง…” หญิงสาวยืนยันหนักแน่น ชายหนุ่มยิ้มดีใจ แล้วกอดเธอซะแน่น แทบหายใจไม่ออก “เย้ ๆ จริงนะ จริง ๆ นะ พี่รอเวลานี้มานา
“นั่นน่ะสิ ไม่ลองก็ไม่รู้ งั้นขอเธอลองสักตั้งแล้วกัน” หญิงสาวกำลังจะอ้าปากพูด หากชายหนุ่มก็เอ่ยแทรกขึ้นมา“ขึ้นห้องเถอะ เบสไม่กวนเธอแล้ว” พูดจบเขาก็เดินหันหลังไปที่รถมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่ในลานจอดรถของหอพัก“พรุ่งนี้มารับหน่อยสิ” มณีมณฑน์ร้องบอก“ห๊ะ! อะไรนะ” ชายหนุ่มหันมาถามอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง“พรุ่งนี้มารับหน่อย เจ็ดโมงเช้านะ”“โอเค ๆ” ได้ยินเสียงหวานย้ำ คนที่ไม่ได้ยิ้มอย่างเต็มใบหน้าหล่อเหลามานาน ในวันนี้ก็ได้ยิ้มออกมาอย่างมีความสุขในรอบเกือบสองเดือนที่ผ่านมา พลางสาวเท้าเข้าไปหาร่างบาง“เก็บโอกาสครั้งนี้ไว้ดี ๆ นะพี่เบส เพราะครั้งหน้ามนคงไม่มีให้อีกแล้ว”“ครับ ขอบคุณนะ” ตอนนี้เขายิ้มกว้างที่สุดในรอบสองเดือนเลยก็ว่าได้ มันดีใจ ตื้นตันใจ ผสมปนเปกันไปหมด“มนให้โอกาสใช่ว่าจะยอมคืนดีด้วยง่าย ๆ นะ” เธอว่าอย่างไว้ตัว“ครับ แค่นี้ก็ดีแล้ว”ตั้งแต่เธอยอมให้เขามารับมาส่ง ดูเหมือนความสัมพันธ์จะพัฒนาไปมาก พอเพื่อน ๆ ทั้งของเธอและของเขารู้เรื่องต่างก็เอ่ยแซวตลอด อย่างวันนี้เธอเลิกเรียนเร็วเลยมีความคิดอยากไปหามารดาของชายหนุ่ม“พี่เบส...แม่อยู่บ้านมั้ย” มณีมณฑน์ขยับหน้าไปชิดบ่าของบุรินทร์เพื่อจะ
ขณะนั่งรออาหารมาเสิร์ฟฐาปกรณ์ก็หาเรื่องตลก ๆ มาเล่าให้ คนอื่น ๆ ฟัง จนทั้งโต๊ะส่งเสียงหัวเราะไปกับเรื่องที่เจ้าตัวเล่า พออาหารที่สั่งมาไม่ว่าจะเป็นปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว ข้าวผัดปู ต้มแซ่บทะเล ทอดมันกุ้ง ยำปลาดุกฟู ที่ขาดไม่ได้คงจะเป็นยำวุ้นเส้นทะเลที่มณีมณฑน์สั่งมา“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวเอ่ยขอบคุณบุรินทร์ที่ตักยำให้เมื่อทุกคนกินกันอิ่มท้องแล้วก็แชร์เงินกันจ่ายค่าอาหาร โดยในส่วนของเธอเป็นบุรินทร์ที่จ่ายให้ แล้วก็ขอตัวกลับก่อน“มน...” เสียงเรียกจากคนขับรถที่ฟังแทบจะไม่รู้เรื่องเพราะลมตีหน้า หญิงสาวจึงต้องขยับหน้าไปฟังใกล้ ๆ“...ว่า”“ให้อภัยเพื่อนพี่ได้หรือยัง” วิทวัสชวนคุยระหว่างขับรถมาส่งเธอ ส่วนคนอื่น ๆ แยกย้ายกันตั้งแต่ร้านอาหารแล้วคำถามนี้ของวิทวัสทำให้เธอเงียบ ด้วยยังไม่มีคำตอบให้ตัวเองเหมือนกัน“พี่สงสารมันน่ะ มันรักมนมากเลยนะ วันนั้นที่น้องบอกเลิกมันช็อกไปเลย ถามอะไรก็ไม่ตอบ เป็นนาทีเลยกว่าจะรู้ตัว”“ถ้าเขารักมน เขาจะไม่กลับไปยุ่งกับแฟนเก่าเขาหรอกนะพี่เทน”“เบสไม่ได้จะกลับไปหาหรือไปยุ่งกับภาอย่างที่น้องเข้าใจหรอกนะ แต่มันเป็นห่วงเขาในฐานะเพื่อน พูดคุยกันในฐานะเพื่อน เพราะเราคบกันม
มณีมณฑน์ตัดสินใจอยู่นานถึงตอบตกลง จริงอย่างที่เอมอรพูด พวกเธอสามคนไม่ได้ไปไหนมาไหนด้วยกันนานแล้ว ตั้งแต่เธอกลับมาอยู่ห้องก็ไม่ได้ไปไหนกับสองคนนี้และแก๊งของบุรินทร์ ซึ่งไม่รู้ต้องทำตัวยังไงที่ต้องไปพบไปเจอกันอย่างเช่นวาน ๆ เธอเลยถูกเอมอรพูดกรอกหูอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันว่า ถ้าเอาแต่หลบหน้าอยู่อย่างนี้ เมื่อไหร่จะลืม ก็ถูกอย่างที่เอมอรว่า ครั้งนี้เธอเลยเต็มใจที่จะไปเผชิญหน้าดูระหว่างนั่งรอพี่ ๆ อยู่ใต้ตึกคณะ เธอก็นั่งทำรายงานไปด้วย ไม่นานก็ได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์สี่คันที่เป็นเอกลักษณ์ที่ไปที่ไหนก็จำได้ แล่นเข้ามาจอดอยู่หน้าตึกคณะ เห็นอย่างนั้นเลยรีบเก็บของแล้วเดินไปหาพี่ ๆ แว็บ แรกที่ได้มองบุรินทร์แบบเต็มตาในรอบหนึ่งเดือน ทำให้เธอรู้ว่าเขาดูซูบผอมลงไปมาก หน้าตาก็ไม่ได้สดชื่นแจ่มใส เป็นผลให้เธอนึกถึงคำพูดของคุณ คณิตาที่คุยกันเมื่อหลายวันก่อนบอกว่าบุรินทร์โหมงานหนัก ทั้งยังออกไปส่งของนอกพื้นที่กับลูกน้องบ่อย ๆ จากที่ฟังมาเธอก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ พอได้เห็นด้วยตาตัวเองแล้วก็อดสงสารไม่ได้“ดีจ้ะสาว ๆ พร้อมกันหรือยังครับ” ชัชพลที่นั่งคร่อมรถอยู่ถาม“พร้อมมากเลยค่ะสุดหล่อของเอ็มมี่” ฐาปกรณ์ว่า
มณีมณฑน์ จิตรจำเริญรุ่ง นักศึกษาสาวปีหนึ่งของมหาวิทยาลัยชื่อดังย่านรังสิต เดินเข้าโรงอาหารของคณะบริหาร หลังพี่ปีสามปล่อยแยกแถวให้ไปพักเที่ยง เพื่อที่ช่วงบ่ายจะได้ทำกิจกรรมของทางคณะต่อ และให้ทำความรู้จักสนิทสนมกันในหมู่รุ่นพี่รุ่นน้องมณีมณฑน์เป็นคนจังหวัดระยอง ที่บ้านทำสวนผลไม้ เปิดให้นักท่องเที่ยว
“แกบอกว่าจะพาฉันสองคนไปไหนนะเอ็มมี่” เอมอรถามย้ำ ด้วยคิดว่าตัวเองหูฝาด“สนามกีฬา กูได้ยินพี่ ๆ เขาพูดกันว่าวันนี้มีบอลนัดพิเศษของเด็กช่างวิทยาลัยเทคนิค T ที่แข่งกันนอกรอบ”“ไปชุดนี้ได้ไหม ขี้เกียจกลับไปเปลี่ยน” มณีมณฑน์ว่า“ได้ ๆ” เช่นนั้นแล้ว ทั้งสามก็พากันนั่งสองแถวไปสนามกีฬา ซึ่งเลยหมู่บ้านของฐ
“งื้อ อะไรของพี่เนี่ย” ร่างบอบบางหันหน้ามาเผชิญหน้ากับคนตัวสูง ที่กำลังคลอเคลียไม่ห่าง พร้อมกระซิบคำหวานหูเสียงพร่า“รักเธอนะ”“รักเหมือนกัน ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่พี่ทำให้มนนะ”“ครับ แล้วนี่ไม่มีของขวัญให้หน่อยเหรอ”มณีมณฑน์ยิ้มในหน้า ก่อนตอบ “ให้ไปแล้วไง”“แค่นั้นเองไม่พอหรอก”“แล้วแบบไหนถึงจะพอ”
“จะเอายังไงก็ว่ามาไอ้เบส”“มาหลบหลังพวกพี่ก่อนมา”สุดท้ายชายหนุ่มก็เอ่ยปาก สามสาวไม่รอช้าที่จะไปหลบหลังของ หนุ่ม ๆ ที่ลงจากรถมายืนประจันกับพวกนักเลง“ส่งพวกนั้นมาให้กู”นักเลงคนแรกที่เอมอรเล่าให้ฟังว่าคนนี้แหละที่ลวนลามเธอ พูดเสียงเคียดแค้น“ใจเย็นนะพี่ ค่อย ๆ คุยกันดีกว่า”“อย่ายุ่งดีกว่าน้อง”“อ้






![[ love of butterfly ] ผีเสื้อสามผัว (4p)](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
