LOGIN“มาสิ ไอ้เบสกำลังมา” วิทวัสบอก พลางชี้ไปทางโรงรถที่มีรถ “นั่นไง”
ห
“อะไรนะ พี่ภามีแฟนแล้วเหรอ” มณีมณฑน์และฐาปกรณ์ถามพร้อมกัน“อืม แฟนแกเป็นสาวหล่อน่ะ วันนั้นแฟนเขาก็มานะ แล้วที่แกเห็นวันนั้น...” เอมอรยังพูดไม่จบประโยคดี มณีมณฑน์เอ่ยแทรกเสียก่อน“แกไม่ต้องพูดอะไรแล้วเอม เพราะฉันเชื่อสิ่งที่ฉันเห็น”“แต่ยังเราก็เชื่อนะว่าพี่เบสไม่ได้รักพี่ภาแล้ว และก็เชื่อว่าพี่เบสรักแกมาก” เอมอรบอกอย่างมั่นใจ เพราะคุณเธอมักเชียร์บุรินทร์อย่างออกนอกหน้า ไม่รู้ว่าเตชินท์ให้มาพูดหรือพูดเองกันแน่เกือบสองสัปดาห์แล้วที่เธอกลับมาอยู่ห้องตัวเอง ในทุก ๆ วันหญิงสาวต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปดูแลน้อง ๆ ปีหนึ่งที่คณะ กว่าจะกลับถึงห้องก็ค่ำทุกวัน แม้จะออกมาอยู่คนเดียวในหัวใจก็ไม่เคยคิดลืมบุรินทร์เลย อีกทั้งเวลาเธอกลับมาถึงห้องก็มักจะมีของกินมาห้อยอยู่ประตู และอาหารไม่เคยซ้ำกันสักเมนู ไม่ต้องสืบก็รู้ได้ทันทีว่าใครที่เป็นคนเอามาห้อยไว้ให้ เพื่อไม่ให้คนซื้อเสียน้ำใจแม้จะเลิกกันไปแล้ว หญิงสาวจึงถือเข้ามาด้วย ก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องลงไปซื้อเอง เพราะตลอดทั้งวันเธอแทบไม่ได้พักหลังจากที่ทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้ว มณีมณฑน์ก็ยกจานข้าวมันไก่ที่อุ่นในไมโครเวฟก่อนจะไปอาบน้ำมากิน ราวกับรู้ว่าเธออยาก
บุรินทร์เดินเข้าบ้านมาด้วยท่าทางที่อ่อนแรง ก่อนจะโซชัดโซเซมาทรุดตัวนั่งโซฟาข้าง ๆ มารดาที่กำลังนั่งดูละครอยู่“แม่สวัสดีครับ” สามหนุ่มเดินตามหลังเพื่อนเข้ามาในบ้าน ยกมือไหว้มารดาเพื่อนสนิทอย่างพร้อมเพรียง“ครับลูก กินอะไรมาหรือยังล่ะ เดี๋ยวแม่ทำอะไรให้กิน”“ผมสามคนเรียบร้อยมาแล้วครับ เหลือก็แต่ไอ้เบส” เตชินท์บอก พลางพยักพเยิดให้แม่ของเพื่อนดูเพื่อน ๆ ของบุรินทร์อยู่คุยสักพักใหญ่ ๆ ก็ขอตัวกลับ คุณคณิตาเลยเดินไปปิดประตูรั้วบ้าน เข้ามาในบ้านก็เห็นลูกชายนั่งหลับตาอยู่ที่เดิมเลยเข้าไปเรียก“เบส เบส”“ครับแม่” บุรินทร์ที่นอนพักสายตาลืมตาขึ้นตอบมารดาเสียงงัวเงีย“เป็นยังไงบ้างลูก ได้คุยกับน้องหรือเปล่า”บุรินทร์เพียงส่ายหน้า พลางขยับตัวนั่งตรง “น้องไม่ยอมออกมาเจอผมเลยครับ”“แม่ว่ารอให้น้องใจเย็นก่อนแล้วกัน ค่อยไปคุยดีกว่านะ”“แต่ผมอยากคุยกับน้องให้เข้าใจ”“คุยตอนนี้ก็คุยกันไม่รู้เรื่องหรอก มีแต่จะใส่อารมณ์กัน ระหว่างนี้เบสก็คิดให้ดี คิดให้เด็ดขาดว่าจะเอายังไง อย่าปล่อยไว้นานล่ะ เข้าใจมั้ย” เมื่อคุณคณิตาพูดเตือนสติลูกชายแล้วก็เดินเข้าห้อง ปล่อยให้พ่อตัวดีอยู่คนเดียวไป หากยังคิดไม่ได้ก็ไม่รู้
วางสายจากมณีมณฑน์ คุณคณิตาก็หันมามองลูกชายตัวเองที่นั่งหน้าเศร้าอยู่ข้าง ๆ“ไงล่ะเจ้าตัวดี ปากบอกว่ารักแฟนหนักรักแฟนหนา ทำไมถึงไปอยู่กับแฟนเก่าที่บ้านนั้นได้”“เมื่อเช้าภาโทรมาหาผมแล้วมนรับน่ะครับ พอผมออกมาก็บอกกับน้องว่าจะไปบ้านไอ้เทน แล้วน้องก็ตามหลังผมไป แล้วเห็นภาพที่น้องเข้าใจผิดไปเอง” บุรินทร์บอกความจริงกับมารดา แต่ไม่ได้บอกว่าเขาเสียงดังใส่เธอด้วยตอนที่เธอถาม ที่เธอถามก็เพราะเธอใส่ใจ เป็นห่วงเป็นใย แต่ดูสิ่งที่เขาพูดกับเธอสิไม่น่าเลยว่ะ ไอ้เบส สิ่งที่เขาอยากทำตอนนี้คงจะด่าตัวเองกับสิ่งที่ทำให้คนที่รักเสียใจ เสียน้ำใจ“แล้วภาพอะไรที่น้องเห็นแล้วน้องเข้าใจผิดล่ะ ช่วยพูดให้แม่เข้าใจหน่อยได้ไหม”“ตอนนั้นมีเศษผงเข้าตาภาผมเลยดูให้น่ะครับ ภาพที่สื่อออกไปเหมือนผมกับภากำลังจูบกันครับแม่”“อืม ก็สมควรอยู่หรอก แล้วนอกจากแกกับผู้หญิงคนนั้นมีใครอยู่ในบ้านอีกบ้าง” คุณคณิตาพยักหน้า แล้วถามต่อ“ก็แฟนของภาน่ะครับ แต่เธอเข้าห้องน้ำ มนเลยคิดว่าผมกับภาแอบมาคุยกันสองต่อสอง”“แล้วแกกับคนชื่อภาอะไรน่ะเป็นอะไรกัน”“เพื่อนครับ ผมกับภาเราเป็นเพื่อนกันครับ” ชายหนุ่มตอบเสียงหนักแน่น“แต่น้องไม่รู้ใช่ไหม”
หลังจากมณีมณฑน์กลับไป บุรินทร์ก็โดนเพื่อนลากให้มานั่งโต๊ะที่เพื่อน ๆ นั่งกินดื่มกันอยู่ก่อนหน้า ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่พอใจนักที่ถูกเพื่อนจับตัวไว้น่ะ“อะไรของพวกมึงวะ จับตัวกูไว้ทำไม” บุรินทร์โวยวายเสียงดัง สะบัดแขนสะบัดตัวให้หลุดจากการถูกล็อกตัวไว้จนแน่น“กูอยากให้มึงใจเย็นก่อน ไม่ใช่อารมณ์ร้อนแบบนี้” ชัชพลว่า“จะให้ใจเย็นได้ยังไงในเมื่อกูโดนเมียงอน”“กูว่ามึงหยุดโวยวาย แล้วนั่งสงบสติอารมณ์ก่อนเหอะว่ะ ถ้ามึงยังดันทุรังแบบนี้ มีแต่เสียกับเสียนะเว้ย” เตชินท์พยายามพูดให้เพื่อนได้สติ“เราขอโทษนะเบส” หญิงสาวที่เพิ่งเดินออกมา สาวเท้ามายืนข้างเพื่อนแล้วเอ่ยคำขอโทษอย่างรู้สึกผิด“ไม่เป็นไรหรอก อย่าคิดมากเลย ในเมื่อเราไม่ได้ทำอะไรผิด” บุรินทร์บอกกับแฟนเก่าที่ตอนนี้มีสถานะเป็นเพื่อนสนิท“แต่น้องเขาก็เข้ามาเห็นพอดีเลยนะ”ก่อนหน้านั้น เธอตามบุรินทร์เข้าไปในบ้าน เพื่อจะพูดคุยกันโดยมีแฟนของเธอเข้าไปเป็นเพื่อนด้วย ทีนี้ระหว่างที่สาวหล่อแฟนของเธอเข้าห้องน้ำ ตอนนั้นเองเธอรู้สึกเคืองตา บุรินทร์ที่นั่งคุยอยู่กับเธอเลยดูให้ ขณะนั้นเองแฟนสาวของเจ้าตัวเข้ามาเห็นพอดี เลยทำให้เข้าใจผิดว่าเธอสองคนจูบกัน“อืม ยังไง
“เดี๋ยวพี่ไปเอาให้ไหมครับ”“มนไปเอาเองดีกว่าค่ะ” แม้จะพูดน้ำเสียงหวานแหวว แต่ในใจมีแต่ความร้อนรุ่มกับภาพที่เห็น...ไม่รอช้าหญิงสาวเดินเร็ว ๆ ไปในบ้านแล้วเห็นภาพตำตาที่ชัดแจ๋วระดับเอชดี โดยภาพที่เธอเห็นนั้น บุรินทร์กำลังจูบอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ ซึ่งเธอไม่แน่ใจว่าจะเป็นแฟนเก่าของเขาไหม เพราะเห็นหน้าหญิงสาวไม่ชัด“พี่เบส!!!” มณีมณฑน์ส่งเสียงเรียกคนทั้งคู่ ก่อนที่ของที่เธอถืออยู่ในมือจะลอยถูกหน้าคนทั้งคู่เข้าอย่างจัง“นี่เหรอ คนที่บอกว่ามาหาเพื่อน ที่แท้ก็นัดเจอกัน ถามจริง ๆ เถอะพี่ทำได้ยังไงพี่เบส ทำได้ยังไง” น้ำตาที่เอ่อคลอหน่วยเริ่มไหลออกมาช้า ๆ อย่างห้ามไม่ได้ เพราะเธอไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะทำอย่างนี้กับเธอได้“มน มาได้ยังไง มน ฟังพี่ก่อนนะ” ก่อนที่ร่างสูงจะถลาไปหาคนตัวเล็กที่ตอนนี้มีน้ำตาไหลอาบหน้า“จะให้ฟังอะไร ให้ฟังพี่โกหกอย่างนั้นเหรอ ไม่เอาอะ มนขอเชื่อกับสิ่งที่เห็นแล้วกัน มนไม่คิดเลยว่าพี่จะทำอย่างนี้กับมนได้ ปากก็บอกว่ารัก ว่าจะไม่ทำแบบนั้นแบบนี้อีก สุดท้ายเป็นยังไงล่ะ มนโดนหลอกอีกจนได้” มือเล็กปาดน้ำตาออกจากใบหน้า หากก็ไม่ช่วยอะไร เพราะตอนนี้ทั้งใจ ทั้งความรู้สึกของเธอมันพัง
“รอสักครู่นะคะ” ร่างบอบบางที่ร่างกายชาไปทั้งตัวก้าวเดินช้า ๆ ไปตามคนที่อยู่ในห้องน้ำให้ออกมาคุยสาย หากก็พอดีที่เขาออกมาเสียก่อน“ใครโทรมาเหรอมน” ชายหนุ่มที่มีเพียงผ้าเช็ดตัวพันรอบเอวไว้อย่างหมิ่นเหม่เอ่ยถาม“เขาบอกว่าชื่อภาอะ” พลางยื่นเครื่องมือสื่อสารให้เจ้าตัว ซึ่งเขาก็รับมาถือไว้ ก่อนเธอจะเดินออกจากห้อง ไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าเขาจะคุยอะไรกัน สักพักเขาก็ออกมา ทั้งยังแต่งตัวราวกับจะออกไปข้างนอก วันหยุดทีไรเขาไม่เคยอยู่บ้านเลย จนเธออดสงสัยไม่ได้ จึงถาม“จะไปไหนเหรอเบส”“ไปบ้านไอ้เทนน่ะ”หญิงสาวพยักหน้า “แล้วจะกลับตอนไหนล่ะ”“ค่ำ ๆ แหละ มีอะไรหรือเปล่า”“ถามเฉย ๆ เห็นช่วงนี้ออกไปข้างนอกบ่อย”“เบสแค่ไปเที่ยวเล่นบ้านเพื่อนเอง เธอจะจับผิดเบสอะไรนักหนา” บุรินทร์โวยวาย“เฮ้ย เบส พูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะ มนแค่ถามเฉย ๆ ทำไมต้องร้อนตัวด้วยอะ” ตอนนี้มณีมฑน์ก็ไม่พอใจแฟนหนุ่มเช่นกันที่มาเสียงดังใส่ จนเธออดที่จะจับผิดไม่ได้“เออ ๆ ขอโทษ งั้นเบสไปก่อนนะ”ชายหนุ่มออกไปได้สักพัก มณีมณฑน์ก็โทรหาเพื่อนสาวทั้งสองให้มารับไปหาอะไรกินหน่อย พอถามถึงบุรินทร์เธอก็บอกออกไปข้างนอก รอไม่นานฐาปกรณ์ที่ยืมรถของป๊านางไปรับเ
อีกไม่กี่วันต่อมา เธอกับฐาปกรณ์คุยกันว่าจะกลับก่อนถึงวันเกิดวิทวัสสักสามสี่วัน ซึ่งก็พอดีวันก่อนเอมอรมาหาที่บ้าน พูดคุยสอบถามกันว่าจะกลับวันไหน พอรู้วันที่เธอและฐาปกรณ์จะกลับ วันนี้เตชินท์เลยมารับที่บ้าน ก่อนนั้นสองคนนี้เดินทางมาระยองหลังเธอแค่วันเดียวนั่งรถจากระยองไม่กี่ชั่วโมงก็มาถึงจังหวัดที่เธ
สวนคุณประไพพรนั้นเกิดขึ้นเพราะปู่ของเธอเห็นที่อยู่แปลงหนึ่งที่อยู่ติดกับที่ของท่านก็เกิดอยากซื้อเก็บไว้ พอเขาประกาศขาย ท่านจึงได้มาในราคาที่ถูกมากในสมัยนั้น ก่อนค่อย ๆ สะสมมาเรื่อย ๆ จนตอนนี้มีเกือบหกร้อยไร่พอคุณย่าตั้งท้องพ่อของเธอ ปู่ก็เริ่มลงมือปลูกผลไม้หลากหลายชนิดส่งขายให้พ่อค้าคนกลางที่มารับ
“สรุปว่าแกไม่กลับด้วย งั้นฉันกลับกับเอ็มมี่นะ เห็นมันว่าจะไปด้วย”เอมอรพยักหน้า “แล้วนี่จะไม่บอกพี่เบสหน่อยเหรอว่าจะกลับบ้าน เขามารอแกทุกวันเลยนะเว้ย เมื่อกี้ก็ขับมาถึงนี่เพื่อจะเจอแก เอาเข้าจริงก็ไม่กล้าเข้ามาหา กลัวว่าแกจะโกรธมากกว่าเดิม”จริงอย่างที่เอมอรพูด เพราะตั้งแต่วันนั้นเธอก็เอาแต่หลบหน้า
“ไม่อะ”“เป็นอะไรไม่รับ เอามาดูหน่อย ว่าใครโทรมา” ตอนนั้นเธอคว่ำหน้าจอไว้ เอมอรเลยหยิบขึ้นมาดู “พี่เบสโทรมา จะไม่รับหน่อยหรือไง”“ไม่อยากรับเลย”“หยิ่งจริงนะชะนีน้อย เกิดเขาไม่ง้อ มึงหงอยเหงามา กูตบนะ บอกเลย” แม้น้ำเสียงจะดูกระแหนะกระแหน แต่ก็ปนไปด้วยความห่วงใย“ไม่รับ งั้นฉันรับเองนะ” พูดแล้วก็หยิ