Mag-log in“แกบอกว่าจะพาฉันสองคนไปไหนนะเอ็มมี่” เอมอรถามย้ำ ด้วยคิดว่าตัวเองหูฝาด
“สนามกีฬา กูได้ยินพี่ ๆ เขาพูดกันว่าวันนี้มีบอลนัดพิเศษของเด็กช่างวิทยาลัยเทคนิค T ที่แข่งกันนอกรอบ”
“ไปชุดนี้ได้ไหม ขี้เกียจกลับไปเปลี่ยน” มณีมณฑน์ว่า
“ได้ ๆ”
เช่นนั้นแล้ว ทั้งสามก็พากันนั่งสองแถวไปสนามกีฬา ซึ่งเลยหมู่บ้านของฐาปกรณ์ไปไม่ไกล หากตอนเธอมาถึงก็ยังไม่เห็นว่าจะมีคนมา
“ยังไม่มีใครมาเลยว่ะ ไปหาที่นั่งกันก่อนไหม”
“จะมีได้ยังไง เขาแข่งกันบ่ายสามโน้น”
“แล้วแกจะรีบมาเพื่อ” ตอนนั้นเพิ่งเที่ยงครึ่งเอง ให้นั่งรอเป็นสองสามชั่วโมงเลยหรือไง บ้าไปแล้ว
“ก็แกสองคนบอกว่าไม่อยากกลับห้อง ฉันเลยพาแกมาที่นี่เลยไง” ฐาปกรณ์ว่า
“แต่ไม่ใช่รอชั่วโมงสองชั่วโมงแบบนี้มั้ยคะ”
“เอาล่ะ ๆ แกสองคนหยุดเถียงกันได้แล้ว ไหน ๆ ก็มาแล้วก็นั่งเล่นรอก็ได้” มณีมณฑน์ห้ามทัพ แล้วหยิบงานที่อาจารย์สั่งวันนี้ขึ้นมาทำระหว่างรอ ซึ่งทั้งเอมอรและฐาปกรณ์ก็ทำเช่นเดียวกัน
เกือบบ่ายสอง นักศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิค T เริ่มมาและจับจองพื้นที่บนอัฒจันทร์ และนักกีฬาบางส่วนเริ่มวอร์มร่างกายอยู่ข้างสนามกันแล้ว จู่ ๆ เอมอรและฐาปกรณ์ที่ไปเข้าห้องน้ำก็วิ่งหน้าตั้งมาหาเธอที่นั่งอยู่โต๊ะหินอ่อนใต้ต้นไม้
“แก ๆ รีบเก็บของเร็ว เดี๋ยวไม่ทัน” เอมอรวิ่งมาเก็บงานที่นั่งทำใส่กระเป๋าอย่างเร่งรีบ พร้อมกับพูดเร่งเธอไปด้วย
“อะไรของแกเนี่ย”
“อย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้ เก็บของแล้วหนีก่อน”
มณีมณฑน์ไม่รอช้าที่จะวิ่งตามสองคนนั้นไปแบบงง ๆ จนหาที่หลบได้ถึงหยุดพัก
“จะบอกได้หรือยัง ว่าพวกแกพาฉันวิ่งหนีอะไรมา”
“นะ...หนีนักเลงน่ะ” ฐาปกรณ์พูดไปหอบไป
“นักเลง?”
“อืม มันลวนลามเอม เพื่อนเราเลยจัดไปดอกหนึ่ง มันคงโมโหมั้งวิ่งไล่พวกเรามา”
“โอ๊ย อยู่เฉย ๆ เรื่องวิ่งเข้าใส่อีกแล้ว” มณีมณฑน์ว่าอย่างไม่จริงจัง เพราะเวลามีปัญหาก็ได้พวกนี้แหละที่อยู่เคียงข้าง
“เออน่า สีสันของชีวิต แต่ตอนนี้หาทางออกจากที่นี่ก่อนเหอะ เดี๋ยวมันมาเห็นจะยุ่ง”
เธอไม่รู้ว่าอะไรยังไงกัน แต่ฟังจากที่เอมอรเล่าแล้ว กลุ่มผู้ชายที่นั่งอยู่ร้านน้ำที่มันเข้าไปซื้อหลังเข้าห้องน้ำมาจับแขน พอบอกให้ปล่อยก็ไม่ปล่อย ทั้งยังกวนหนักกว่าเดิม เอมอรผู้ซึ่งไม่ยอมให้ใครทำแบบนั้นเลยต่อยคนที่ทำรุ่มร่าม ผู้ชายคนนั้นรู้สึกเสียหน้ามั้งที่ถูกผู้หญิงตัวเล็ก ๆ หยาม เลยสั่งให้พวกวิ่งไล่ พากันเดินจะพ้นประตูทางออกสนามกีฬาอยู่แล้ว ดันไปเจอพวกมันดักอยู่ตรงนั้น
“เฮ้ย! มันอยู่ตรงนั้น พวกมึงไปจับพวกมันไว้” คาดว่าเป็นหัวโจกตะโกนสั่งเพื่อนของตัวเอง
“วิ่ง!” ฐาปกรณ์ดึงแขนเธอสองคนให้วิ่งไปประตูอีกด้าน แต่มีคนอีกกลุ่มอยู่ตรงนั้น “เดี๋ยว ๆ ข้างหน้ามีคน น่าจะเด็กช่างวิทยาลัยเทคนิค T”
มณีมณฑน์ที่ได้ยินชื่อวิทยาลัยก็ตั้งสติมอง พอเห็นร่างคุ้นตาเลยชวนเพื่อนไปทางกลุ่มนั้น
“มีคนช่วยเราแล้ว แกสองคนตามมา” ทั้งสามพากันวิ่งไปหยุดในกลุ่มคนพวกนั้น
“เฮ้ย อะไรนี่”
“พี่ ๆ คะ ช่วยพวกหนูหน่อยนะคะ พอดีพวกนั้นมันลวนลามเพื่อนหนูค่ะ แล้วยังตามหาเรื่องอีก”
คนที่เธอร้องขอให้ช่วยก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากกลุ่มพี่เบสที่มีกันอยู่เจ็ดแปดคน ส่วนเจ้าตัวนั่งคร่อมมอเตอร์ไซค์มองเธอนิ่ง ๆ
“เฮ้ย! ทำไมมีสภาพอย่างนี้ล่ะ” พี่เต๋าร้องตกใจ
“พี่อย่าเพิ่งถามตอนนี้ ช่วยพวกหนูก่อนเถอะ” ฐาปกรณ์ร้องขออีกคน
“ทำไม…?”
“คือ...มีคนวิ่งไล่ตามเราสามคนมาค่ะ”
พวกเขามองหน้ากันนิ่ง ไม่พูดอะไร จนมณีมณฑน์ที่หายเหนื่อยแล้ว ร้องขอคนที่เคยมีปัญหาด้วย
“พี่...ช่วยมนกับเพื่อนหน่อยนะ นะพี่เบส”
เจ้าของชื่อเอาแต่เงียบไม่พูดไม่จา ส่วนพวกนักเลงที่มีกันอยู่สามคนวิ่งจวนจะมาถึงกลุ่มพวกพี่เขาอยู่แล้ว หากพวกเขายังทำใจเย็นอยู่
“หนูขอโทษที่เคยสาดน้ำใส่หน้าพี่ หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ตอนนี้พี่ช่วยพวกหนูหน่อยเถอะ” ท้ายที่สุดหญิงสาวต้องเอ่ยคำขอโทษที่เขาเคยร้องขอ เพื่อที่จะให้พวกเขาช่วย
“เบสส่งเธอแล้ว คราวนี้เป็นตาของเบสบ้างนะ” แม้ตอนนี้จะปิดไฟข้างเตียงแล้ว หากแสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาก็ทำให้เธอเห็นได้ว่าเขายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ส่งให้ ก่อนที่เจ้าตัวจะจับตัวเธอพลิกขึ้นนั่ง แล้วตัวเองก็ไปนั่งกึ่งนอนหลังพิงหัวเตียง พลางจับมือบางให้สัมผัสกับท่อนเนื้อแล้วให้รูดขึ้นลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป“ใช้ปากสัมผัสมันหน่อยสิ มันอยากเข้าไปอยู่ให้ปากของเมียจ๋าน่ะ” พลางจับศีรษะทุยกดลงให้ริมฝีปากบางสัมผัสกับเอ็นแกร่ง หญิงสาวก็จัดการกลืนเข้าปากจนสุดคอหอย ซึ่งตอนนี้มันใหญ่คับปากเธอไปหมด แล้วบอกกับตัวเองว่าคืนนี้แหละที่เขาต้องจำจดเธอไว้“อืม อ่า ซี๊ดดดด”หญิงสาวทั้งอมทั้งดูด ขยับศีรษะขึ้นลง แล้วใช้ปลายลิ้นตวัดเลียส่วนหัวจนได้ยินเสียงทุ้มครางออกมาเบา ๆ ไหนจะสะโพกสอบที่เด้งขึ้นจนปลายแท่งร้อนกระแทกคอหอย เป็นผลให้มือบางตีหน้าขาแกร่งอย่างหมั่นไส้ที่เขาทำเอาเธอน้ำตาเล็ด“อืม อา” หากเขาก็ไม่ฟังเมื่อตอนนี้อารมรณ์ตัวเองมาเต็ม เธอเลยแกล้งขยับปากออกเลยทำให้ได้ยินเสียงโวยวายจากชายหนุ่ม“เอาออกทำไม กำลังเสียวเลย” พร้อมกับจะยัดท่อนเนื้อเข้าปากเธอเหมือนเดิม หากเธอก็ขยับหน้าหนี “มน”“ครางหน่อยสิ อยากได
“มน...” เสียงเรียกชื่อที่ไม่คุ้นหู ทำให้หญิงสาวต้องหันไปมองอย่างสงสัยใคร่รู้“เรียกฉันเหรอคะ”“ใช่ พี่ภาเรียกเองแหละ”“มีอะไรกับฉันหรือเปล่าคะ” มณีมณฑน์ถามคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า คนที่ทำให้เธอเสียใจ คนที่ทำให้เธอร้องไห้ และคนที่ทำให้เธอไม่อยากจะเชื่อใจบุรินทร์อีก“พี่ขอคุยด้วยสักครู่สิ” เช่นนั้นแล้ว มณีมณฑน์ก็เดินไปนั่งที่ม้านั่งหินอ่อน “ที่พี่มาวันนี้ พี่จะมาบอกว่าพี่กำลังจะแต่งงานกับแฟนของพี่น่ะ สำหรับพี่กับเบสเราไม่ได้มีความรู้สึกแบบคนรักให้กันแล้วนะ เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน อีกอย่างเมื่อวานพี่กับเบสก็ไม่ได้ทำอะไรอย่างที่น้องคิดหรอกนะ ถ้าน้องสังเกตน้องจะเห็นว่าแฟนพี่ก็ยืนอยู่ตรงนั้นด้วย”มณีมณฑน์มองไปยังแฟนของพี่ภาที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กัน ตอนนั้นยอมรับเลยว่าเธอไม่ได้มองอะไรทั้งนั้น เพราะเชื่อตาเห็น จนลืมสังเกตสิ่งรอบข้าง“จริง ๆ มนก็ไม่ได้โกรธอะไรพี่หรอกนะ แต่มนอยากดัดนิสัยคนอะเลยต้องทำแบบนั้น ยังไงมนต้องขอโทษพี่ภากับแฟนด้วยนะที่ทำอะไรแบบนั้นลงไป” หญิงสาวจับมือของภาวิดามากุมไว้แล้วพูดบอกความจริง“ห๊ะ!! ดัดนิสัยอย่างนั้นเหรอ”“ค่ะ”“โห น้องมนสุดยอดมากเลย ว่าไหมตัว” ภาวิดาพูดแล้วก็ยกมือโป้ง
“ได้สิลูก นอนห้องเดิมนะ” ห้องเดิมที่คุณคณิตาหมายถึงก็คือห้องของบุรินทร์นั่นแหละ แต่เจ้าตัวคงจะยังไม่รู้ เพราะเอาแต่จ้องหน้าจอทีวีดูไฮไลต์บอลอย่างตั้งอกตั้งใจพูดคุยกันอีกเล็กน้อย แม่ก็ชวนกินข้าวเย็นที่ท่านทำรอลูกชาย ส่วนพ่อนั้นเพิ่งจะเดินทางกลับไปทำงานรับเหมาอีกจังหวัดหนึ่งเมื่อเช้านี่เอง เธอเลยไม่มีโอกาสได้เจอท่านเมื่อดูทีวีและคุยกับแม่จนดึกถึงชวนกันไปนอน โดยที่เธอจะไปนอนกับบุรินทร์ที่เข้าห้องไปก่อนหน้าแล้ว เปิดประตูเข้ามาในห้องข้าวของทุกอย่างยังคงวางอยู่ที่เดิม ส่วนเจ้าตัวคงจะอาบน้ำอยู่เพราะเธอได้ยินเสียงน้ำไหล นั่งรอไม่นานเขาก็เปิดประตูห้องน้ำออกมามองเธอด้วยสีหน้าตกใจ“นอนนี่เหรอ”หญิงสาวพยักหน้าตอบ“งั้น...เธอนอนไปเถอะ เดี๋ยวพี่ไปนอนโซฟาหน้าทีวี” พูดแล้วก็รีบเดินไปใส่เสื้อผ้า และเดินไปเปิดประตูห้อง“คนอุตส่าห์มานอนด้วย ยังจะทิ้งให้นอนคนเดียวอีก ใจร้ายไป ปะ” อ่อยขนาดนี้แล้วถ้ายังออกไปก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้วนะ“เธอจะนอนกับพี่จริง ๆ เหรอ” ชายหนุ่มถามอย่างไม่เชื่อหู“จริง…” หญิงสาวยืนยันหนักแน่น ชายหนุ่มยิ้มดีใจ แล้วกอดเธอซะแน่น แทบหายใจไม่ออก “เย้ ๆ จริงนะ จริง ๆ นะ พี่รอเวลานี้มานา
“นั่นน่ะสิ ไม่ลองก็ไม่รู้ งั้นขอเธอลองสักตั้งแล้วกัน” หญิงสาวกำลังจะอ้าปากพูด หากชายหนุ่มก็เอ่ยแทรกขึ้นมา“ขึ้นห้องเถอะ เบสไม่กวนเธอแล้ว” พูดจบเขาก็เดินหันหลังไปที่รถมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่ในลานจอดรถของหอพัก“พรุ่งนี้มารับหน่อยสิ” มณีมณฑน์ร้องบอก“ห๊ะ! อะไรนะ” ชายหนุ่มหันมาถามอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง“พรุ่งนี้มารับหน่อย เจ็ดโมงเช้านะ”“โอเค ๆ” ได้ยินเสียงหวานย้ำ คนที่ไม่ได้ยิ้มอย่างเต็มใบหน้าหล่อเหลามานาน ในวันนี้ก็ได้ยิ้มออกมาอย่างมีความสุขในรอบเกือบสองเดือนที่ผ่านมา พลางสาวเท้าเข้าไปหาร่างบาง“เก็บโอกาสครั้งนี้ไว้ดี ๆ นะพี่เบส เพราะครั้งหน้ามนคงไม่มีให้อีกแล้ว”“ครับ ขอบคุณนะ” ตอนนี้เขายิ้มกว้างที่สุดในรอบสองเดือนเลยก็ว่าได้ มันดีใจ ตื้นตันใจ ผสมปนเปกันไปหมด“มนให้โอกาสใช่ว่าจะยอมคืนดีด้วยง่าย ๆ นะ” เธอว่าอย่างไว้ตัว“ครับ แค่นี้ก็ดีแล้ว”ตั้งแต่เธอยอมให้เขามารับมาส่ง ดูเหมือนความสัมพันธ์จะพัฒนาไปมาก พอเพื่อน ๆ ทั้งของเธอและของเขารู้เรื่องต่างก็เอ่ยแซวตลอด อย่างวันนี้เธอเลิกเรียนเร็วเลยมีความคิดอยากไปหามารดาของชายหนุ่ม“พี่เบส...แม่อยู่บ้านมั้ย” มณีมณฑน์ขยับหน้าไปชิดบ่าของบุรินทร์เพื่อจะ
ขณะนั่งรออาหารมาเสิร์ฟฐาปกรณ์ก็หาเรื่องตลก ๆ มาเล่าให้ คนอื่น ๆ ฟัง จนทั้งโต๊ะส่งเสียงหัวเราะไปกับเรื่องที่เจ้าตัวเล่า พออาหารที่สั่งมาไม่ว่าจะเป็นปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว ข้าวผัดปู ต้มแซ่บทะเล ทอดมันกุ้ง ยำปลาดุกฟู ที่ขาดไม่ได้คงจะเป็นยำวุ้นเส้นทะเลที่มณีมณฑน์สั่งมา“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวเอ่ยขอบคุณบุรินทร์ที่ตักยำให้เมื่อทุกคนกินกันอิ่มท้องแล้วก็แชร์เงินกันจ่ายค่าอาหาร โดยในส่วนของเธอเป็นบุรินทร์ที่จ่ายให้ แล้วก็ขอตัวกลับก่อน“มน...” เสียงเรียกจากคนขับรถที่ฟังแทบจะไม่รู้เรื่องเพราะลมตีหน้า หญิงสาวจึงต้องขยับหน้าไปฟังใกล้ ๆ“...ว่า”“ให้อภัยเพื่อนพี่ได้หรือยัง” วิทวัสชวนคุยระหว่างขับรถมาส่งเธอ ส่วนคนอื่น ๆ แยกย้ายกันตั้งแต่ร้านอาหารแล้วคำถามนี้ของวิทวัสทำให้เธอเงียบ ด้วยยังไม่มีคำตอบให้ตัวเองเหมือนกัน“พี่สงสารมันน่ะ มันรักมนมากเลยนะ วันนั้นที่น้องบอกเลิกมันช็อกไปเลย ถามอะไรก็ไม่ตอบ เป็นนาทีเลยกว่าจะรู้ตัว”“ถ้าเขารักมน เขาจะไม่กลับไปยุ่งกับแฟนเก่าเขาหรอกนะพี่เทน”“เบสไม่ได้จะกลับไปหาหรือไปยุ่งกับภาอย่างที่น้องเข้าใจหรอกนะ แต่มันเป็นห่วงเขาในฐานะเพื่อน พูดคุยกันในฐานะเพื่อน เพราะเราคบกันม
มณีมณฑน์ตัดสินใจอยู่นานถึงตอบตกลง จริงอย่างที่เอมอรพูด พวกเธอสามคนไม่ได้ไปไหนมาไหนด้วยกันนานแล้ว ตั้งแต่เธอกลับมาอยู่ห้องก็ไม่ได้ไปไหนกับสองคนนี้และแก๊งของบุรินทร์ ซึ่งไม่รู้ต้องทำตัวยังไงที่ต้องไปพบไปเจอกันอย่างเช่นวาน ๆ เธอเลยถูกเอมอรพูดกรอกหูอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันว่า ถ้าเอาแต่หลบหน้าอยู่อย่างนี้ เมื่อไหร่จะลืม ก็ถูกอย่างที่เอมอรว่า ครั้งนี้เธอเลยเต็มใจที่จะไปเผชิญหน้าดูระหว่างนั่งรอพี่ ๆ อยู่ใต้ตึกคณะ เธอก็นั่งทำรายงานไปด้วย ไม่นานก็ได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์สี่คันที่เป็นเอกลักษณ์ที่ไปที่ไหนก็จำได้ แล่นเข้ามาจอดอยู่หน้าตึกคณะ เห็นอย่างนั้นเลยรีบเก็บของแล้วเดินไปหาพี่ ๆ แว็บ แรกที่ได้มองบุรินทร์แบบเต็มตาในรอบหนึ่งเดือน ทำให้เธอรู้ว่าเขาดูซูบผอมลงไปมาก หน้าตาก็ไม่ได้สดชื่นแจ่มใส เป็นผลให้เธอนึกถึงคำพูดของคุณ คณิตาที่คุยกันเมื่อหลายวันก่อนบอกว่าบุรินทร์โหมงานหนัก ทั้งยังออกไปส่งของนอกพื้นที่กับลูกน้องบ่อย ๆ จากที่ฟังมาเธอก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ พอได้เห็นด้วยตาตัวเองแล้วก็อดสงสารไม่ได้“ดีจ้ะสาว ๆ พร้อมกันหรือยังครับ” ชัชพลที่นั่งคร่อมรถอยู่ถาม“พร้อมมากเลยค่ะสุดหล่อของเอ็มมี่” ฐาปกรณ์ว่า
“งื้อ อะไรของพี่เนี่ย” ร่างบอบบางหันหน้ามาเผชิญหน้ากับคนตัวสูง ที่กำลังคลอเคลียไม่ห่าง พร้อมกระซิบคำหวานหูเสียงพร่า“รักเธอนะ”“รักเหมือนกัน ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่พี่ทำให้มนนะ”“ครับ แล้วนี่ไม่มีของขวัญให้หน่อยเหรอ”มณีมณฑน์ยิ้มในหน้า ก่อนตอบ “ให้ไปแล้วไง”“แค่นั้นเองไม่พอหรอก”“แล้วแบบไหนถึงจะพอ”
“พี่เบนซ์ ๆ คนที่มากับพี่คนนั้นชื่ออะไร” ฐาปกรณ์ถามพร้อมชี้นิ้วไปทางพี่เบส“ไอ้เบสเหรอ” ชัชพลถามอย่างสงสัย เพราะเห็นจากนิ้วที่ฐาปกรณ์ชี้ ซึ่งตรงกับเจ้าของชื่อ“ไม่ใช่ อีกคนข้าง ๆ กันสิ”“ไอ้เทนอะนะ”“ใช่ ๆ…”“อะไรกันวะ” เจ้าของชื่อที่เพิ่งเดินมาถาม“น้องมันถามว่ามึงสองคนชื่ออะไรน่ะ”พี่แกพยักหน้าเข
“จะเอายังไงก็ว่ามาไอ้เบส”“มาหลบหลังพวกพี่ก่อนมา”สุดท้ายชายหนุ่มก็เอ่ยปาก สามสาวไม่รอช้าที่จะไปหลบหลังของ หนุ่ม ๆ ที่ลงจากรถมายืนประจันกับพวกนักเลง“ส่งพวกนั้นมาให้กู”นักเลงคนแรกที่เอมอรเล่าให้ฟังว่าคนนี้แหละที่ลวนลามเธอ พูดเสียงเคียดแค้น“ใจเย็นนะพี่ ค่อย ๆ คุยกันดีกว่า”“อย่ายุ่งดีกว่าน้อง”“อ้
“เอาไงมึง...ตามเอากระเป๋าที่มึงแย่งมาไปคืนเขามั้ย” เตชินท์ถามบุรินทร์ที่ถือกระเป๋าสะพายสีขาวของหญิงสาวอยู่“ไม่ล่ะ พรุ่งนี้ค่อยเอาไปคืน”“มึงก็นะ ไม่รู้จะแกล้งเขาไปเพื่ออะไร” ชัชพลได้แต่ส่ายหน้ากับนิสัยของเพื่อน“มันรู้สึกชอบเขาแหละ แ







