Share

บทที่ 4.2 ขอบคุณ

Penulis: Chenaimei
last update Terakhir Diperbarui: 2024-12-13 16:55:10

วันต่อมา

แม้จะได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว แต่ครูชัยก็ยังกำชับไม่ให้ออกไปทำงานจนกว่าจะมั่นใจว่าหายดี ด้วยความเกรงใจพี่ผึ้งที่หยุดมาหลายวันเขาเลยต้องพยายามอ้อนครูชัยให้ปล่อยตัวเองไปทำงาน

ที่ร้านเบเกอรี่มีพนักงานแค่สองคน หากเขาหยุดงานก็เท่ากับว่าเหลือพัดแค่คนเดียว ไหนช่วงนี้พี่ผึ้งจะบอกเอาไว้อีกว่าไม่ค่อยว่างได้เข้าร้าน ปล่อยให้พัดอยู่ร้านคนเดียวคงเหนื่อยแย่

“ให้อัยย์ไปทำงานเถอะนะจ๊ะครู อัยย์หายดีแล้วจริง ๆ นะ”

ครูชัยทำทีเป็นหูทวนลมไม่ได้ยินในสิ่งที่หลานชายพูด พลางเดินไปทางนั้นทีทางนี้ที

คนที่นั่งมองเหตุการณ์อย่างเต้ได้แต่ยิ้มแหย ๆ ให้กำลังใจอยู่ห่าง ๆ เห็นใจเพื่อนอยู่หรอกแต่ให้ช่วยพูดก็ไม่กล้า มีหวังได้โดนครูเขกหัวกลับมาแน่ ๆ ไหนจะยังมีความผิดติดตัวที่หลุดปากบอกอัยย์เรื่องแข่งอีก

“ครูจ๋า”

“ลุงจะไม่พูดซ้ำนะอัยย์”

อัยย์เพิ่งจะเคยได้สัมผัสด้วยตัวเองก็วันนี้ ไอ้ที่เด็ก ๆ ในค่ายพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าครูชัยน่ะทั้งดุ ทั้งน่ากลัว

น้ำเสียงหนักแน่นเด็ดขาดไม่มีทีท่าว่าจะยอมใจอ่อน เด็กหนุ่มได้แต่หันไปส่งสายตาให้เพื่อนช่วยพูด

ทั้งที่กลัวว่าตัวเองจะโดนด่า ทว่าพอเห็นสายตาน่าสงสารของอัยย์แล้วก็ได้แต่กลืนน้ำลายเหนียวลงคอ กระแอมเสียงเอ่ยพูดออกไปอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ

“เอ่อ.. อัยย์มันก็ไม่ได้เป็นอะไรแล้ว ให้มันไปก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้งครู”

“เอ็งอยากเห็นมันเป็นลมจนต้องเข้าโรงพยาบาลอีกหรือไง”

“มะ ไม่จ้ะ” เต้รีบหุบปากฉับงุดหน้าไม่กล้าสู้สายตาของครูชัย

“ถือว่าลุงขอเถอะนะอัยย์ หยุดพักอีกสักวันสองวันให้ลุงมั่นใจว่าอัยย์หายดีแล้ว หลังจากนั้นอัยย์จะไปทำงานลุงก็จะไม่ห้าม”

น้ำเสียงจริงจังขึ้นอีกหนึ่งระดับ ทว่าไม่ได้ฟังดูแข็งกร้าวแต่กลับเต็มไปด้วยความเป็นห่วง จนครั้งนี้อัยย์ต้องยอมไม่กล้ารั้นต่อ

“จ้ะครู อัยย์เข้าใจแล้ว”

ฝ่ามือใหญ่วางลงบนกลุ่มผมนุ่มพลางลูบไปมาแผ่วเบา

“ที่ลุงห้ามเพราะลุงเป็นห่วง รู้ใช่ไหม”

“รู้จ้ะ ..ขอโทษนะจ๊ะครู”

“ไม่ต้องขอโทษหรอก อัยย์ไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย”

ใบหน้าจิ้มลิ้มเงยมองคนอายุมากกว่า ก่อนจะขยับเข้าไปกอดเอวสอบเอาไว้แน่น ไม่บ่อยนักที่เด็กหนุ่มจะทำเช่นนี้ ไม่รู้ว่าเพราะอาการป่วย หรือรู้สึกผิด ทว่าคนเป็นลุงกลับยกยิ้มอย่างดีใจ เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายที่อัยย์จะแสดงออกมาตามที่ตัวเองรู้สึก

“ครูชัยจ๋า อยู่ไหมจ๊ะ”

เสียงหวานคุ้นหูตะโกนดังอยู่หน้าค่าย เรียกความสนใจจากทุกคนที่อยู่ที่นี่ได้เป็นอย่างดี

ร่างเล็กผละออกปล่อยกอดจากครูชัย พลางยืนขึ้นมองไปทางต้นเสียง

“สงสัยพี่พลูมา เดี๋ยวอัยย์ไปเปิดรั้วให้เองจ้ะ”

“ไม่ต้องหรอก ให้ไอ้เต้มันออกไปบอกว่าลุงไม่อยู่ก็พอ”

หนุ่มใหญ่เท้าสะเอวพยักพเยิดหน้าไปทางเต้ก็เป็นอันเข้าใจ เขาเหนื่อยที่จะมานั่งฟังคำหวานชวนเลี่ยนของเด็กหนุ่ม

ทว่าแทนที่เต้ออกไปบอกแล้วใบพลูจะกลับบ้าน แต่มีเหรอเด็กคนนี้จะยอม ตามจีบมานานหลายเดือนลูกไม้เก่า ๆ ของครูชัยน่ะใช้ไม่ได้ผลกับใบพลูคนนี้แล้ว

“พี่พลูเดี๋ยวก่อน ฉันบอกแล้วไงว่าครูไม่อยู่”

“โกหกไม่เนียนไปเรียนมาใหม่นะจ๊ะน้องเต้”

จะไม่อยู่ได้ไง ยืนหัวโด่หล่อ ๆ อยู่ตรงนั้นน่ะ หนุ่มหน้าหวานยิ้มแป้นมาแต่ไกล กึ่งวิ่งกึ่งเดินเอามาหยุดอยู่ตรงหน้าเจ้าของค่ายมวย

“มาทำไม”

“มาเพราะคิดถึงไงจ๊ะ”

“เอ็งนี่วุ่นวายกับข้าไม่เลิก”

“วุ่นวายที่ไหนกัน พลูแค่อยากมาเห็นหน้าครูให้หายคิดถึงเอง”

“เห็นแล้วนี่ งั้นก็กลับไปได้แล้ว”

ใบหน้าหวานงอง้ำครั้นถูกไล่เป็นครั้งที่เท่าไรก็จำไม่ได้ น่าน้อยใจนักไม่ใจอ่อนให้แล้วยังจะทำหน้าขรึมแบบนี้ใส่อีก

“ไม่กลับ!” คนตัวเล็กกระฟัดกระเฟียดเดินไปนั่งลงข้าง ๆ สังเวียน ลอยหน้าลอยตาใส่คนอายุมากกว่าอย่างเอาแต่ใจ

“ไปกันดีกว่าไอ้อัยย์”

เต้หันไปสะกิดกระซิบกระซาบให้เพื่อนสนิทออกไปจากตรงนี้ด้วยกัน ซึ่งอัยย์ก็เห็นด้วย

.

.

เสียงดนตรีสากลเบา ๆ ภายในห้องแขกวีไอพีกลบความเงียบซึ่งไร้บทสนทนาใด ๆ แม้จะนั่งอยู่ด้วยกันถึงสามคน

ตั้งแต่ชัชวินมาถึงที่ร้านเขมทัศน์ก็ยังไม่พูดอะไรกับเขาสักคำ เอาแต่มองหน้านิ่ง ๆ พร้อมคิ้วที่ขมวดติดกัน หลายครั้งที่เหมือนอีกคนจะเอ่ยพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็หยุดเงียบไป

ถึงจะเห็นท่าทีอย่างนั้นชัชวินก็ไม่คิดจะเป็นฝ่ายถามก่อน ทั้งยังทำท่าทีนิ่งเฉยตามวิสัย ราวกับไม่ได้ให้ความสนใจเท่าไรนัก

เด็กหนุ่มในตำแหน่งพีอาร์ได้แต่นั่งเงียบ ๆ อยู่ท่ามกลางความอึดอัด คอยบริการเติมเหล้าให้กับเจ้านายทั้งสอง

แก้วเหล้าสีอำพันถูกยกขึ้นส่งให้ชายข้างกาย อาชิส่งยิ้มหวานอย่างเอาใจ เช่นเดียวกับชัชวินที่ยิ้มตอบพร้อมรับแก้วมาถือไว้ ทั้งแขนอีกข้างยังโอบเอวบางไว้หลวม ๆ

เป็นเรื่องปกติเสียแล้วสำหรับเขมทัศน์ เขารู้ดีว่าเด็กที่ร้านคนนี้กับเพื่อนรักมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งมากกว่าเจ้านายกับลูกน้อง แต่หากถามถึงสถานะที่จะใช้เรียกทั้งคู่ เขาเองก็ตอบไม่ได้ หากจะถามหาคำตอบจากชัชวิน เจ้าตัวก็ตอบมาแค่ว่าเด็กคนนี้อยู่ในปกครองของตัวเองก็แค่นั้น

“นี่ไอ้ชัช” สุดท้ายเขมทัศน์ก็ทนความอยากรู้เอาไว้ไม่ไหว “เมื่อคืนก่อนมึงเป็นคนพาอัยย์ไปส่งที่โรงพยาบาลใช่ไหม?”

“อืม”

“แล้วมึงเจออัยย์ได้ไง”

“บังเอิญกูมาถึงที่นี่พอดี เลยเห็นอัยย์ท่าทางไม่ค่อยดีก็เลยลงไปดู”

“กูไปดูกล้องมาเห็นมึงอุ้มอัยย์ขึ้นรถ..”

ดวงตาคมจ้องมองชัชวินไม่วางตา ครั้นเอ่ยประโยคดังกล่าวน้ำเสียงกลับเปลี่ยนไปจนคนฟังรู้สึกได้ แต่กลับนิ่งเฉยยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มด้วยท่าทีสบาย พลางหันไปยกยิ้มให้เด็กหนุ่มข้างกาย

“ทำไมมึงไม่โทรหากู”

“ก็แค่เห็นว่าไม่ได้สำคัญขนาดที่ต้องรายงานมึง”

“สำหรับกูทุกเรื่องที่เกี่ยวกับอัยย์มันก็สำคัญหมดนั่นแหละ”

“เหรอ ไว้ครั้งหน้ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกกูค่อยบอกมึงแล้วกัน”

เขมทัศน์รูัสึกหงุดหงิดขึ้นมาไม่น้อยกับคำพูดของชัชวิน ทั้งที่เป็นเพื่อนกันมานานหลายปี แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาไม่สามารถคาดเดาความคิดของชัชวินได้

ไม่รู้ว่าการพูดด้วยท่าทีสบายราวกับไม่ได้ใส่ใจ และสายตาเรียบเฉยนั้นหมายความว่ายังไง คล้ายกับว่าอีกฝ่ายมีความคิดบางอย่างในใจ ซึ่งคำพูดและการกระทำบางอย่างที่แสดงออกมาอาจจะซื่อตรง หรือตรงกันข้ามก็เป็นได้

“คืนนี้คุณชัชกลับคอนโดพร้อมชิไหมครับ”

หลังจากนั่งฟังเจ้านายทั้งสองคนคุยกันจนเงียบไปพักหนึ่ง อาชิก็พยายามทำให้บรรยากาศน่าอึดอัดลดลง

“ไม่ดีกว่า พรุ่งนี้ผมมีงาน”

“แต่คุณชัชไม่มาหาชิที่คอนโดนานแล้วนะครับ”

“ไว้ว่าง ๆ ผมจะไปหา โอเคไหม”

เพราะรู้ดีว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ตอบว่าไม่โอเค จึงทำให้แค่พยักหน้าตอบรับอย่างจำใจ แม้ว่าอาชิจะอยู่ในปกครองของชัชวินมานานร่วมสี่เดือน แต่ไม่บ่อยนักที่ผู้ชายคนนี้จะไปหาเขา ทว่าเรื่องเงินทอง ของใช้ที่เขาอยากได้ก็ไม่เคยขาด ส่วนใหญ่จะเป็นไทท์เลขาของชัชวินเป็นคนจัดการให้ทั้งหมดเมื่อได้รับคำสั่ง อย่างคอนโดที่อาชิอยู่ตอนนี้ชัชวินก็เป็นคนซื้อให้

แต่ระยะเวลาสัญญาของเด็กในปกครองอย่างอาชิสั้นนัก แค่ห้าเดือนเท่านั้น เว้นแต่ชัชวินจะเป็นฝ่ายต่อสัญญาเอง ยังดีหน่อยที่ข้อตกลงต่าง ๆ ในสัญญาไม่มีอะไรมากมาย ใช้ชีวิตอิสระได้อย่างเต็มที่หากต้องการอะไรก็สามารถแจ้งผ่านเลขาส่วนตัวของชัชวินได้ตลอดเวลา แต่ก็ยังมีข้อหลัก ๆ ที่สำคัญเลยคือห้ามมีความสัมพันธ์กับคนอื่นจนกว่าจะหมดสัญญา และห้ามเปิดเผยทุกเรื่องที่รู้เกี่ยวกับชัชวินให้คนอื่นรู้

“ชิจะรอนะครับ”

“ครับ” ฝ่ามือใหญ่ลูบหัวทุยของเด็กหนุ่มพลางยกยิ้มบาง ๆ

เขมทัศน์อยากรู้จริง ๆ ว่าเมื่อไรเพื่อนคนนี้จะจริงจังกับใครสักคน อายุก็สามสิบห้าเข้าไปแล้ว เขายังไม่เคยได้ยินชัชวินพูดถึงเรื่องการสร้างครอบครัวเลยสักครั้ง

ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะมีเมียเป็นตัวเป็นตน เขาละอยากเห็นจริง ๆ ว่าใครที่สามารถมัดใจชายโสดที่รักชีวิตอิสระแบบชัชวินได้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เด็กเลี้ยงของเฮียชัช (Mpreg)   บทส่งท้าย (จบ)

    ตลอดสองเดือนชัชวินโทรหาคนรักกับลูกทุกเวลาที่ว่างอย่างที่พูดไว้จริง ๆ เขาอยากจะบินไปภูเก็ตใจแทบขาด ทว่างานรัดตัวจนไปไม่ได้ อีกทั้งไทท์ยังเอาแต่ห้าม ไหนจะโรงแรมที่จีนที่เขาต้องจัดการบัญชีทุกเดือน ยังต้องบินไปดูงานด้วยตัวเอง มีคุยงานกับนักธุรกิจหลายท่านเรื่องธุรกิจที่กำลังจะเริ่มลงทุนร่วมกันเร็ว ๆ นี้ เพราะแต่ละคนมีเวลาว่างต่างกัน ชัชวินจึงไม่สามารถไปไหนได้ ตารางงานแต่ละวันแน่นจนเขาอยากจะหนีไป แต่ก็ทำไม่ได้ทุกการเคลื่อนไหวของชัชวินไทท์ได้รายงานให้อัยย์ทราบทุกอย่าง เนื่องจากอีกฝ่ายขอร้องมา ไทท์เองก็ไม่อยากทำตัวเป็นนกสองหัว เพราะเหมือนกับกำลังทรยศเจ้านาย แต่ทว่าชัชวินไม่ได้ทำอะไรผิด และไม่ได้มีพฤติกรรมอะไรไม่ดี เขาจึงไม่คิดว่ามันจะเป็นอะไร หากบอกให้อัยย์ทราบ ดีเสียอีกที่อีกคนจะได้เห็นว่าเจ้านายของเขาปรับตัวเป็นคนที่ดีขึ้นเพื่อครอบครัวแล้วจริง ๆ ไม่ทำตัวเหลวไหล หรือมั่วผู้หญิงอย่างแต่ก่อนอัยย์จัดเตรียมทุกอย่างเสร็จสรรพ ทำเรื่องย้ายลูกไปเรียนที่กรุงเทพ ฯ โดยไม่บอกชัชวิน กะไว้ว่าจะเซอร์ไพรส์สักหน่อย โดยมีเขมทัศน์ช่วยเหลืออีกเช่นเคย“เราจะไปไหนกันเหรอม๊า” เด็กน้อยตาใสเอ่ยถามด้วยความสงสัย เมื

  • เด็กเลี้ยงของเฮียชัช (Mpreg)   บทที่ 30 ขยับความสัมพันธ์ครั้งที่สอง

    เวลาเกือบสองทุ่มครึ่งอัยย์ส่งลูกเข้านอนเป็นที่เรียบร้อย ก่อนจะลงมาหาคนที่ยังเอาแต่นั่งอ่านเอกสารหน้าเครียด ก่อนหน้านี้ฝนเริ่มซาลงบ้างแล้วอัยย์ตั้งใจจะบอกให้ชัชวินกลับไป แต่พอเห็นว่าคนพี่กำลังตั้งใจทำงานก็ไม่อยากกวนคนตัวเล็กแอบทำอะไรเงียบ ๆ อยู่คนเดียวในครัวประมาณยี่สิบนาที ออกมาพร้อมข้าวไข่เจียวร้อน ๆ คาดว่าชัชวินน่าจะหิว เพราะเมื่อตอนเย็นทานไปแค่นิดเดียวก็กลับมานั่งทำงานต่อ คงจะมีปัญหาตรงไหนสักอย่าง“ทานข้าวก่อนสิครับค่อยทำต่อ”ใบหน้าหล่อเงยขึ้นมองเด็กหนุ่ม จากที่ทำหน้าเคร่งเครียดเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มทันที ทว่าดวงตาคมดูล้ากว่าปกติ“ขอบคุณครับ แต่เฮียขอทำงานต่ออีกหน่อยเดี๋ยวค่อยกินครับ”“ไม่ได้ครับ” ตอบกลับเสียงแข็ง “กินก่อนเถอะครับ เมื่อตอนเย็นคุณกินไปแค่นิดเดียว กว่างานจะเสร็จหิวไส้กิ่วกันพอดี”“กินก็กินครับ ไม่เห็นต้องดุเลย”“ไม่ได้ดุสักหน่อย!”“นี่ไงหนูกำลังดุเฮียอยู่ชัด ๆ”อัยย์กรอกตามองบนพลางถอนหายใจ เบื่อจะเถียงกับคนแก่ ทว่าไม่ทันได้เดินออกไป อีกคนดันจับข้อมือรั้งเขาไว้เสียก่อน“มีอะไรครับ?”“มีเรื่องจะรบกวนครับ”“อะไรครับ?”“พอดีรู้สึกเหนื่อยมากเลยครับ อยากรบกวนขอกำลังใจเป็นกอด

  • เด็กเลี้ยงของเฮียชัช (Mpreg)   บทที่ 29 วันของครอบครัว

    เช้าวันนี้ดูเหมือนเป็นวันที่ดีที่สุดในรอบสามปีของชัชวิน เสียงนกร้องดังอยู่บริเวณบ้านปลุกคนนอนหลับฝันดีให้ตื่นขึ้นมา ร่างหนาบิดขี้เกียจเล็กน้อย ก่อนจะหันมองไปรอบ ๆ บ้าน กลิ่นของอาหารหอมโชยมาจากในครัวชัชวินเดินมาตามกลิ่น คนตัวเล็กกำลังง้วนอยู่กับการทำอาหารมื้อเช้าสำหรับวันนี้ เด็กน้อยที่พึ่งตื่นล้างหน้าแปรงฟันเสร็จก็ออกมานั่งเล่นรอมารดาตัวเองที่โต๊ะทานข้าว“อรุณสวัสดิ์ครับลุงชัช”ศรัณย์เอ่ยพูดประโยคที่ชัชวินเคยสอนเมื่อครั้งก่อน เพียงแค่ครั้งเดียวเขาก็จำได้ขึ้นใจ“อรุณสวัสดิ์ครับเด็กชายศรัณย์”ชัชวินยกยิ้มให้เด็กน้อย จากตอนแรกที่ได้เจอกันรู้สึกถูกชะตามากอยู่แล้วยิ่งรู้ว่าเป็นลูกชายของตัวเองแท้ ๆ เขายิ่งหลงรักเด็กคนนี้มากขึ้นไปอีก อยากรู้จริง ๆ ว่าถ้าศรัณย์รู้ว่าเขาเป็นพ่อจะดีใจบ้างหรือเปล่าเขาไม่รู้ว่าอัยย์จะบอกลูกตอนไหน แต่ความร้อนใจของเขาเขาอยากให้ลูกรู้เร็ว ๆ ว่าเขาเป็นพ่อ เขาอยากแสดงตัวว่าเป็นพ่อ อยากทำหน้าที่ของพ่อ อยากชดเชยเวลาตลอด 3 ปีที่ผ่านมา แม้ไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะทดแทนได้หรือเปล่าเขาก็อยากทำมันให้เต็มที่ เพื่ออัยย์และลูก“ตื่นแล้วก็ไปล้างหน้าล้างตาครับจะได้กินข้าว”เรื่องที

  • เด็กเลี้ยงของเฮียชัช (Mpreg)   บทที่ 28 ขอโอกาส

    ร่างสูงโปร่งลงจากรถแท็กซี่ ตั้งสติให้ตัวเองทรงตัวก่อนจะก้าวเท้าเดินไปยังหน้าบ้านของคนที่เขาคิดถึง สองมือเกาะรั้ว ตะโกนเรียกชื่อเจ้าของบ้านเสียงดังลั่น"อัยย์! อัยย์ครับ ออกมาคุยกับเฮียหน่อย อัยย์!"เสียงโหวกเหวกโวยวายดังขึ้นเรียกเจ้าของบ้าน เขมทัศน์ลุกขึ้นจากโต๊ะทานข้าวมาเปิดประตู เห็นเพื่อนตัวเองยืนเกาะอยู่ที่รั้วไม้ จึงเดินเข้าไปหา“มึงมาที่นี่ได้ยังไง”อัยย์ไม่เคยเล่าให้ฟังว่าชัชวินเคยมาที่นี่เมื่อครั้งก่อน เพราะรู้ว่าความสัมพันธ์ความเป็นเพื่อนของทั้งสองคนยังไม่ค่อยลงรอยกันสักเท่าไร กลัวว่าหากเขมทัศน์รู้เข้าจะมีปากเสียงกับชัชวินเพราะเขาอีก“อัยย์! มาคุยกับเฮียหน่อย”“ถ้าเมาก็กลับไปไอ้ชัช อย่ามาสร้างความเดือดร้อนที่นี่” เขมเอ่ยขึ้นเมื่อได้กลิ่นเหล้าจากอีกฝ่าย“มึงไม่ต้องเสือก”น้อยครั้งที่ชัชวินจะพูดหยาบคายกับเขม ทว่าครั้งนี้เขามีเรื่องไม่พอใจที่อีกคนโกหกจึงไม่คิดที่จะยั้งปาก อีกทั้งยังมีฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปหลังจากลูกค้านัดไปคุยงานนั่งดื่มกัน ชัชวินก็ซัดเหล้าเข้าปากเพราะความเครียดที่ตัวเองพยายามคิดเท่าไรก็คิดไม่ได้ อย่างน้อยถ้าเมาก็คงกล้าทำอะไรมากขึ้น ตอนนี้เขาถึงได้มายืนอยู

  • เด็กเลี้ยงของเฮียชัช (Mpreg)   บทที่ 27 ความจริง

    หลังจากโดนอัยย์จับได้ว่าแอบเดินตาม ชัชวินก็ใช้เวลาอยู่สามสี่วันกับการกลั่นกรองความคิดตัวเอง เมื่อตกผลึกแล้วสิ่งเดียวที่ชัดเจนที่สุดคือความคิดถึง ยิ่งนึกถึงก็ยิ่งคิดถึง ไม่ว่าจะกินจะนอนก็อยากเจอหน้าให้ได้ ถ้าเป็นคนงมงายสักนิดคงคิดว่าตัวเองโดนของแน่ ๆร่างหนาเดินเลือกซื้อขนมที่เด็ก ๆ ชอบ ซึ่งถามความคิดเห็นจากไทท์ เพราะเลขาของเขามีลูกชายอยู่หนึ่งคน คงจะพอรู้ว่าเด็กผู้ชายชอบกินอะไร รวมถึงพวกของเล่นต่าง ๆเดินเลือกไปเลือกมาสิ่งที่สะดุดตามากที่สุดคือตุ๊กตากระต่ายหูยาวสีขาว เพียงแค่ได้สัมผัสความนุ่มชัชวินก็ถูกใจทันที คิดว่าศรัณย์อาจจะชอบ ไม่ว่าเด็กผู้หญิงหรือผู้ขายก็ชอบตุ๊กตาได้ทั้งนั้น ทว่าลึก ๆ แล้วเขาจะใช้มันเป็นตัวแทนของเขาเอง“จะซื้อจริง ๆ เหรอครับ” คนที่โดนหิ้วให้ติดตามขับรถให้อย่างไทท์เอ่ยถามด้วยความแปลกใจ“อือ ผมว่าน้องรัณอาจจะชอบ” ว่าพลางยกยิ้มราวกับคนมีความสุขเต็มเปี่ยม หลายวันที่ไทท์เห็นเจ้านายตัวเองเอาแต่ขมวดคิ้วเหม่อคิดอะไรอยู่กับตัวเองคนเดียว ทว่าวันนี้ราวกับคนละคนจ่ายเงินเสร็จก็มุ่งตรงไปที่บ้านของอัยย์ทันที ไทท์ลอบมองชัชวินผ่านกระจกหลังเป็นระยะ ดูท่าแล้วจะมีความสุขมากจริง ๆ ถ

  • เด็กเลี้ยงของเฮียชัช (Mpreg)   บทที่ 26 คำขอโทษ

    แสงแดดอบอุ่นยามเช้าสาดส่องผ่านหน้าต่างพาดผ่านผิวกาย กระทบใบหน้าหล่อเหลา เปลือกตาหนักอึ้งค่อย ๆ ลืมขึ้นหรี่ตาปรับแสงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะขยับเขยื้อนร่างกาย รู้สึกปวดเมื่อยจากการนอนขดตัวอยู่นโซฟาหลายชั่วโมงดวงตาคมหลุบลงมองผ้านวมผืนหนาที่คลุมร่างของเขาอยู่ จำได้ว่าเมื่อคืนอัยย์ไม่ได้เอามาให้ งั้นคงเอามาห่มให้เขาตอนเขาหลับไปแล้วแน่ ๆ พลันความคิดเข้าข้างตัวเองเกิดขึ้นในหัวมุมปากก็ยกยิ้มอย่างเผลอไผลทว่าต้องสะดุ้งตกใจเมื่อหันห้ามาเจอเด็กน้อยหน้าตาสดใสกำลังจ้องมองเขาไม่ละสายตา ชัชวินส่งยิ้มน้อย ๆ ให้ ก่อนจะลุกขึ้นนั่ง"อรุณสวัสดิ์ครับเด็กชายศรัณย์""อรุณสวัสดิ์คืออะไร" เด็กน้อยทำหน้าตาสงสัยในคำที่ตัวเองไม่เข้าใจ"อรุณสวัสดิ์ก็คือสวัสดีตอนเช้า""อืม รัณเข้าใจแล้ว อรุณสวัสดิ์ครับลุงชัช"ความสดใสจากเด็กคนนี้ทำให้เขาอดนึกถึงภาพของอัยย์ตอนยิ้มร่ามีความสุขไม่ได้ แม่กับลูกเหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน"ทำไมรัณตื่นเช้าจังครับ" จริง ๆ ก็ไม่ได้เช้าอะไรมากมาย ตอนนี้ก็เกือบจะแปดโมงแล้ว"มะม๊าบอกว่าถ้าตื่นสายจะติดเป็นนิสัย ทำให้เป็นเด็กขี้เกียจ รัณไม่อยากเป็นเด็กขี้เกียจ" เด็กช่างพูดจำที่มารดาบอกได้ขึ้นใจ"แล้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status