LOGINครอบครัวของฉัน
By: อัญญา
พรึบ!
“เฮ้อ...คนบ้าเอ๊ย! หาเรื่องกันอยู่ได้ไม่เว้นแต่ละวัน” ฉันทิ้งร่างที่อ่อนล้าลงไปนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงภายในห้องพัก ก่อนจะก่นคำบ่นถึงผู้ชายคนหนึ่งที่ชอบหาเรื่องฉันได้ตลอด
นึกถึงใบหน้าที่หล่อแต่ไร้หัวใจของเขาทีไรมันก็ปรี๊ดขึ้นมาทุกที อยากจะข่วนหน้าด้วยกรงเล็บทั้งสิบนิ้วสักที ผู้ชายแบบไหนกันชอบรังแกผู้หญิงตัวเล็ก ๆ
ไม่ใช่แค่ครั้งแรกที่ฉันโดนเขาตำหนิอย่างวันนี้ เคยมีหนักกว่านี้อีก ถามว่ากลัวเขามั้ย?
บอกเลยว่า “ไม่” แค่โทรหาเพื่อนรักของฉัน “พิ้งค์พราว” ระบายอารมณ์ที่ขุ่นมัวเพราะโดนจีเอ็มกลั่นแกล้ง แค่นั้นยัยพราวก็พร้อมไปอ้อนคุณธามม์สามีของเธอให้มาจัดการกับเพื่อนสนิทของเขาได้แล้ว ฮ่า ๆ มีเหรอจะสู้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่อย่างเจ้าของโรงแรมได้
คิดไปคิดมาฉันก็แอบร้ายเหมือนกันนะ ทำไงได้ ฉันจำเป็นต้องหาเงิน ยายกับน้องสาวรอรับเงินจากฉันอยู่ทุกเดือน ขืนโดนไล่ออกในยามที่เศรษฐกิจย่ำแย่แบบนี้ คนข้างหลังจะกินอะไร
“ขอโทษนะพราวที่ฉันชอบเอาปัญหาไปให้เธอช่วยตลอดเลย”
ทว่าช่วงนี้คงต้องทำงานอย่างระมัดระวังมากขึ้น เพราะพราวกำลังตั้งครรภ์น่าจะได้สองสัปดาห์แล้ว หลังจากที่แต่งงานกับคุณธามม์ผ่านมาสองเดือน เพื่อนของฉันก็มีเบบี๋เรียบร้อย จะคอยเอาเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจไปรบกวนเพื่อนไม่ได้
ฉันต้องสะกดคำว่า “เกรงใจ” ให้ขึ้นใจ
ครืด ครืด เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าสั่น
(ดีค่ะพี่สาว) ยังไม่ทันอ้าปากพูด ปลายสายก็เอ่ยทักทายฉันก่อน
“ว่าไงจ๊ะน้องสาว อย่าบอกนะว่าตังค์หมดแล้ว นี่พึ่งกลางเดือนนะจ๊ะ”
รัญญ์ หรือ รัญญา น้องสาวแท้ ๆ ของฉันเอง เธอกำลังเรียนบัญชีตอนนี้อยู่ปีสี่แล้ว อีกแค่อึดใจเดียวฉันก็จะโล่งใจเพราะน้องสาวเรียนจบสักที ต่อไปคงให้เธอหาเงินใช้ด้วยตัวเอง หลังจากที่เปย์มาหลายปี
(เดี๋ยวสิพี่อัน รัญญ์ยังไม่ทันเอ่ยปากขอตังค์เลย นี่เห็นน้องเป็นคนเห็นแก่เงินขนาดนั้นเลยเหรอคะ?)
ก็ปกติที่น้องสาวของฉันโทรมาทีไรก็จะโทรมาขอเงินซะส่วนใหญ่ จนฉันหลอนไปหมดเวลาเห็นสายยัยรัญญ์โทรเรียกเข้ามา
“มีอะไรล่ะถ้าไม่ใช่เรื่องเงินหรือว่ายายไม่สบายเหรอ?” ฉันนึกขึ้นมาได้ว่ายัยรัญญ์อยู่กับยายสองคน ช่วงนี้ยายหน้ามืดบ่อย ๆ เพราะมีโรคประจำตัวคือโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน
(ถ้ายายป่วยฉันคงไม่มัวแต่พูดเล่นกับพี่อยู่แบบนี้หรอกจ้ะ)
“แล้วแกมีเรื่องอะไร”
(พรุ่งนี้หยุดรึเปล่า)
“ไม่นะ ทำไม? มีอะไร?”
(ได้ไงอะพี่ นี่ลืมวันเกิดน้องตัวเองเหรอ สัญญาแล้วไงว่าทุกปีเราจะต้องมาฉลองงานวันเกิดด้วยกันไม่ว่าจะเป็นวันเกิดของพี่หรือของยายหรือของฉันอะ) ยัยรัญญ์ร่ายยาวเสียงดัง นึกหน้าเธอออกเลยว่ากำลังยกปากเป็นตัวสระอิ หน้างออยู่แน่ ๆ
ฉันไม่ได้ลืมวันเกิดน้องสาวตัวเองหรอกแค่อยากแกล้งตัวแสบแค่นั้นแหละ อย่างที่ยัยรัญญ์พูดครอบครัวของฉันมีกันแค่สามคนคือยาย ฉันและรัญญ์ ส่วนอีกสองคนที่เป็นพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดฉันกับน้องมา ไม่รู้พวกเขาไปอยู่ไหนกัน
ตั้งแต่พ่อกับแม่แยกทางกัน ท่านก็ไปคนละทิศคนละทาง ทิ้งฉันกับน้องไว้ให้ยายวัย 60 ปีเลี้ยง ตอนนั้นฉันน่าจะ 17 ปี แต่ก็ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อหาเงินส่งตัวเองเรียนให้จบและเพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของยายด้วย
ตอนนั้นฉันรู้สึกโกรธแม่กับพ่อมาก ทว่าในตอนนี้ไม่ได้รู้สึกอะไรแล้ว มันเฉยชาเหมือนหัวใจได้ตายด้านไปแล้ว ต่อให้พวกท่านกลับมาฉันคงไม่ได้รู้สึกยินดียินร้ายอะไรแล้ว
ปัจจุบันครอบครัวของฉันมีแค่ “ยายหอม หรือ ยายหอมนวล” กับยัยรัญญ์ เท่านั้น
“เจอกันพรุ่งนี้ พี่หยุดและขอลางานเพิ่มอีกหนึ่งวันเรียบร้อย”
(จริงดิ) น้ำเสียงดีใจเหมือนเด็กน้อยทำฉันเผลอยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู ยัยรัญญ์ถูกฉันเลี้ยงมากับมือ เธอคงรู้สึกเห็นพี่สาวเป็นแม่ไปแล้วมั้ง
“พรุ่งนี้เจอกัน เจ้าของวันเกิดอย่าลืมเตรียมอาหารสุดหรูไว้ต้อนรับแขกด้วยนะ”
(หรูสุดก็มีแค่หมูกระทะแหละพี่ แต่ถ้าอยากได้แบบมิชลินกว่านี้ พี่ก็โอนตังค์เพิ่มให้ฉันสิ)
“ฝันไปเถอะย่ะ”
(ฮ่า ๆ ๆ นึกแล้วว่าต้องพูดคำนี้)
“รู้ก็จำด้วย แล้วก็ใช้เงินอย่างมีสติ ประหยัดช่วยพี่กับยายด้วย”
(เข้าใจแล้วค่ะ)
“อย่ารับปากลอย ๆ ต้องทำให้ได้นะ เสื้อผ้าไม่ต้องเอฟมาเยอะก็ได้ ล้นตู้แล้วมั้ง”
(น้องซื้อต่อเพื่อนมาถูก ๆ นะพี่อัน บางตัวเพื่อนก็ให้มา)
“จ้า เก่าใครใหม่เรา สถานะทางการเงินของเราใช้ของมือสองนั่นแหละถูกแล้ว”
(ค่ะพี่สาว งั้นฉันวางล่ะนะ เจอกันพรุ่งนี้ บายค่ะ)
“ด..เดี๋ยวสิ”
ยังไม่ทันได้พูดกับยายเลยยัยรัญญ์ก็รีบวางไปแล้ว สงสัยมีสายซ้อน
ฉันวางสายจากน้องสาว สายตาก็เหลือบไปมองเตียงนอนที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของห้อง ที่ที่เคยมีพิ้งค์พราวนอนอยู่ตรงนั้น ส่วนตอนนี้วางเปล่าเพราะพราวไปนอนวิลล่ากับสามีของเธอแล้ว
“คิดถึงเธอจังพราว” ฉันแอบใจหายอยู่บ่อยครั้งที่หันไปเห็นเตียงที่เคยมีเพื่อนสนิทนอนอยู่ แต่ตอนนี้กลับว่างเปล่า พอนึกว่าขณะนี้เพื่อนคงมีความสุขอยู่กับสามีฉันก็ยิ้มออกมาได้
ยินดีกับเพื่อนเสมอเมื่อเพื่อนรักได้ดิบได้ดี มันไม่ใช่ความรู้สึกอิจฉา แต่มันเป็นแค่ความรู้สึกของคนเหงาที่ไร้คนคุยคนหนึ่งเท่านั้น
เลือกที่จะโสดก็ต้องอยู่ในโหมดของความอ้างว้างแบบนี้สินะ
อยากออกไปปาร์ตี้จัง...
บทส่งท้าย หนึ่งเดือนผ่านไป “สวัสดีค่ะจีเอ็ม” “สวัสดีครับจีเอ็ม” “ดีครับ” พนักงานในรีสอร์ตของอัญญาต่างพากันยกมือไหว้และให้ความเคารพชยางกูรเมื่อเขาเดินผ่าน “ดูคุณจะทำตัวเว่อร์กว่าเจ้าของรีสอร์ตอีกนะคะ ที่นี่มีจีเอ็มที่ไหนกัน” แฟนสาวเดินเข้ามาแซวเมื่อได้ยินพนักงานเรียกเขาว่าจีเอ็ม “ก็ไม่ต่างอะไรกันนักหรอกที่รัก ผมเป็นที่ปรึกษาด้านบริหารโดยตรงถ้าไม่เรียกจีเอ็มจะให้เรียกอะไรละครับ” ว่าที่สามีอ้อนภรรยาอย่างน่ารัก ที่บอกว่าเขาเป็นว่าที่สามี เพราะอีกสองเดือนทั้งคู่จะเข้าพิธีแต่งงานกันแล้ว หลังจากไปง้อกันสำเร็จ กลับมาชยางกูรก็ถือพานดอกไม้เข้ามาขอขมาพ่อแม่และยายของแฟนสาวที่เขาได้ล่วงเกินแก้วตาดวงใจของพวกท่านไป และถือโอกาสนี้สู่ขออัญญาด้วยเสียเลย พ่อแม่และยายหอมไม่ติดใจอะไรเขา แถมยังชื่นชมว่าใจกล้าและมีความรับผิดชอบดีมาก ชายหนุ่มจึงเป็นที่โปรดปรานของผู้ใหญ่ไปแล้ว ทำให้เขาสามารถเดินเข้าออกห้องนอนของอัญญาได้อย่างสบายใจ เป็นการอยู่ก่อนแต่งทดลองความเป็นสามีไปในตัว แต่ชยางกูรไม่ได้มาเกาะอัญญากินนะ เขาท
รักต้องง้อ(18+) “ตกลงจะให้ผมทำอะไร” อัญญาไม่ยอมเอ่ยออกมาสักที เอาแต่จ้องหน้าสบตาเขาอยู่หลายวินาทีแล้ว “ฉัน...ขอให้คุณยกขันหมากไปสู่ขอฉันภายในเดือนหน้า” ในที่สุดเธอก็กล้าเอ่ยปาก เป็นคำขอที่ทำให้ใจของเขาแทบจะละลายลงตรงนั้น ก่อนหน้านี้กลัวแทบแย่ ว่าเธอจะขอเลิก พอได้ยินประโยคนี้หัวใจพองโตคล้ายกับกำลังเต้นเฉลิมฉลองกันยกใหญ่ แต่เขายังเก็บอาการดีใจเอาไว้ก่อน “นี่คุณกำลังขอผมแต่งงานเหรอ?” “ใช่ที่ไหนกัน ฉันสั่งให้คุณไปขอฉันแต่งงานต่างหาก” “มัดมือชกผมเหรอ?” “ใช่ จะคิดอย่างนั้นก็ได้” “ไม่โกรธผมแล้วเหรอที่ผมพาสาวอื่นมานอนค้างด้วย”คำพูดนี้ของเขาทำให้อัญญาโกรธขึ้นมาจริง ๆ เดิมที คิดว่าเขาแค่แกล้งพูดให้เธอโมโหเท่านั้น “นี่คุณมีคนอื่นจริงเหรอ?” “....” เขาแกล้งไม่ตอบ เอาแต่ทำหน้านิ่ง จนแฟนสาวคิดว่าเป็นเรื่องจริง “คนสารเลว!” อัญญาจะง้างมือตบเขา ทว่าชายหนุ่มคว้าเอาไว้ทันแล้วรวบร่างบางไว้ในอ้อมแขนแกร่ง จากนั้นพาเธอไปในห้องนอน “ปล่อยฉันนะไอ้คนใจหมา ฉันไม่แต่งงานกับผู้ชายหลายใจสำส่อนอย่างคุณแล้ว”
คุณแพ้พนันฉันแล้ว อัญญานั่งเหม่อใจลอยที่ระเบียงห้องนั่งเล่นในที่พัก เสียงน้ำไหลเป็นธาร เสียงนกร้องเพลงเจื้อยแจ้ว เสียงลมพัดใบไม้ร่วงหล่น บรรยากาศดูสงบร่มรื่น ช่วงเวลาแบบนี้เธอต้องใจสงบ แต่ในใจกลับว้าวุ่นคิดถึงแต่เขา สามวันแล้วที่ติดต่อเขาไม่ได้ “คนใจร้าย จะเลิกกับฉันจริง ๆ ใช่มั้ย ชยางกูรนายมันงี่เง่า” เธอพึมพำคนเดียว สายตาก็ยังไร้ความสุข ไม่มีชีวิตชีวาเหมือนเดิม “มานั่งเหม่ออะไรตรงนี้ลูกสาวแม่” กัญญาเดินถือแก้วกาแฟเข้ามานั่งเก้าอี้ตัวข้าง ๆ “ดื่มกาแฟให้สดชื่นก่อนสิลูก” แม่ของเธอชงกาแฟมาให้ “ขอบคุณค่ะแม่” “คิดถึงก็ไปตามเขาสิลูก” หญิงวัยกลางคนเอ่ยอย่างคนรู้ใจลูก เพราะสามวันมานี้เธอสังเกตเห็นว่าลูกสาวทำหน้าเศร้าตลอดเวลาอัญญามองหน้าแม่อย่างเขิน ๆ “หนูจะง้อเขาทำไมคะ เขาไม่มีเหตุผลเองนี่คะ” “อันไม่รักเขาแล้วเหรอ?” “ไม่ค่ะ” คนปากแข็งเอ่ยไม่เต็มเสียง “ไม่อยากแต่งงานกับคุณฌอนเหรอ?” เจอคำถามนี้เธอนิ่งไปหลายวิ “ไม่...ค่ะ” ปฏิเสธอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก จนแม่ก็แอบยิ้ม “แต่แม่อยากได้คุณฌอนเป็นลูกเขยน
ครอบครัวอบอุ่น ชายหนุ่มบอกลา สามเดือนผ่านไป @ สายธารารินทร์ รีสอร์ต “พี่อัน ได้ยินพนักงานบอกว่าวันนี้ห้องพักเต็มทุกห้องเลยเหรอจ๊ะ?” รัญญาเดินเข้ามาในห้องทำงานของพี่สาว อัญญากำลังนั่งดูแฟ้มอยู่บนโต๊ะทำงานเล็ก ๆ ในบ้านไม้สองชั้น ที่เป็นทั้งบ้านและห้องน้ำงานของเธอ เดิมทีพ่อปรีชาเตรียมห้องทำงานไว้ให้เธออย่างดี เป็นห้องทำงานเดิมของภรรยาใหม่ แต่เธอเกรงใจจึงขอใช้ชั้นหนึ่งของบ้านเป็นห้องทำงานตัวเอง “ใช่ วันนี้ห้องเต็มหมดเลย และพื้นที่ลานกลางเต็นท์ก็เต็มด้วยนะ” หญิงสาวในบทบาทของผู้บริหารรีสอร์ตเอ่ยอย่างภูมิอกภูมิใจ ตั้งแต่เธอก้าวขึ้นมาทำตำแหน่งนี้ เธอได้ศึกษาและเรียนรู้ปัญหาของที่นี่อย่างละเอียดถี่ถ้วน และได้นำปัญหาต่าง ๆ ไปปรึกษาชยางกูร ซึ่งเขาก็เก่งมาก มองขาดในทุกเรื่อง ชายหนุ่มได้แนะนำวิธีการจัดการให้เธอทีละขั้น เพียงเวลาไม่ถึงครึ่งปีด้วยซ้ำ ยอดการจองก็เพิ่มขึ้น ทำให้พนักงานทุกคนยอมรับในตัวของอัญญา ต่างกับตอนแรกที่เดินเข้ามารับตำแหน่งใหม่ ๆ แต่ละคนแทบไม่เห็นหัวเธอเลย “พี่สาวรัญญ์เก่งจริง ๆ” “เรื่องนี้ต้องขอบคุณ คุ
หน้าที่ใหม่(18+) หลังจากชยางกูรนั่งคุกเข่าสำนึกผิดต่อหน้าว่าที่พ่อตาประมาณห้านาทีเห็นจะได้ ปรีชาจึงให้เขาลุกขึ้น อัญญาจึงเชิญพ่อกับแฟนหนุ่มเข้ามาในบ้าน พ่อปรีชาได้เจอกับรัญญาก็หลั่งน้ำตาอีกรอบ ส่วนรัญญาก็ดีใจที่ได้เจอพ่ออีกครั้ง อัญญาจำต้องปลุกยายให้ตื่นกลางดึก เพราะอดีตลูกเขยมาเยี่ยม ยายหอมดีใจมาก โผเข้ากอดปรีชา เพราะยายหอมเองก็รู้สึกผิดต่อเขา เป็นเพราะลูกสาวตัวเองที่อยากเลิกกับปรีชา ยายหอมไม่ได้อยากให้ครอบครัวของลูกสาวแตกแยก ชยางกูรแปลกใจที่ทุกคนต้อนรับปรีชาเป็นอย่างดี ผิดกับตอนที่แม่ของอัญญามา ทุกคนไม่ดีใจขนาดนี้ นึกแล้วก็เห็นใจน้ากัญญา ป่านนี้เธอจะเป็นอย่างไรบ้าง “คุณฌอน พ่อหนุ่ม ฌอน!” ยายหอมเรียกชยางกูรที่เอาแต่เหม่อลอยจนไม่ได้ยินเสียงใครเลย “ครับ! ครับคุณยาย” จนสะดุ้งตื่น “ไง...ฉันอุตส่าห์เอ็นดูคุณ ไม่คิดว่าจะกล้าพาหลานฉันชิงสุกก่อนห่าม” ยายหอมคงรู้เรื่องนี้จากปากปรีชา “ผมขอโทษครับที่ทำให้น้องเสียหาย ผมยินดีรับผิดชอบทุกอย่างนะครับคุณยายคุณพ่อ” “ผมยังไม่กล้ายกยัยอันให้ผู้ชายคนนี้หรอกครับคุณ
นั่นพ่อค่ะ...ที่รัก หนึ่งเดือนผ่านไป เวลาไม่เคยหยุดเดิน ความรักที่ชยางกูรมีให้อัญญาก็เช่นกัน ตลอดเวลาที่คบกันไม่มีวันไหนที่ชายหนุ่มจะไม่เสิร์ฟขนมจีบให้เธอเลย ช่วงแรกอาจจะยังไม่เปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา ทำอะไรต้องคอยแอบ แต่สองอาทิตย์ก่อนนี้เอง เขาได้เข้าไปเห็นช็อตที่เชฟแดเนียลกำลังใส่ผ้ากันเปื้อนให้แฟนสาวในห้องครัว วันต่อมาชายหนุ่มขี้หึงรีบมาประกาศถึงในครัวเรื่องที่เขาคบกับอัญญา จากตอนแรกที่รู้กันเป็นบางกลุ่มตอนนี้น่าจะรู้กันทุกคนแล้ว แรงหึงทำให้เขากล้าได้กล้าเสียจริง ๆ แม้จะถูกเบื้องบนตำหนิเขาก็ไม่สนใจ เดินหน้าโชว์ความหวานอย่างไม่อายใคร ล่าสุดแฟนสาวกลับบ้านมาหายายกับน้องสาวที่กรุงเทพฯ เขาก็อยากตามมาด้วยทั้งที่ตัวเองมีประชุมใหญ่ ทว่าอัญญาไม่ยอมให้เขาเสียการเสียงานจึงสั่งให้เขาอยู่ทำงานของตัวเองให้เต็มที่ ถ้าไม่ทำตามที่เธอบอกเธอยื่นคำขาดจะไม่คบกับเขาต่อ ชายหนุ่มจึงยอมฟังคนไม่เคยคบใครอะเนอะ “ยาย...ดึกแล้วไปนอนเถอะจ้ะ เดี๋ยวทางนี้อันกับยัยรัญญ์จะจัดการให้เอง” อัญญาเหลือบดูนาฬิกาที่แขวนอยู่ผนังบ้านจึงบอกให้ยายขึ้นไปพักผ่อน แต่ยายหอมยังคงขะมักเ







