Mag-log inสาวที่ถูกใจไยถึงเป็นเธอ
ในมุมมืดมุมอับไร้ผู้คนเดินเพ่นพ่านไปมา อัญญามายืนรอใครบางคนเพียงลำพังตรงทางเดินไปหลังร้าน เธอเลือกสถานที่นัดพบกับชยางกูรเอง
ตึก ๆ ตึก ๆ ตึก ๆ
ร่างสูงของใครบางคนกำลังเดินเข้ามาใกล้เธอ เขามาตามนัดของเธอพร้อมกับถือดอกกุหลาบสีแดงสดหนึ่งดอกมาด้วย คงคิดว่าจะเอามาแลกกับของที่ต้องการล่ะสิท่า
“สวัสดีครับคนสวย รอผมนานรึเปล่า” ชยางกูรทำเสียงทุ้มหล่อกะจะโปรยเสน่ห์เต็มที่
ตอนนี้เขายังไม่เห็นหน้าเธอชัด ๆ เพราะหญิงสาวหลบอยู่ในมุมมืดที่แสงสาดไม่ถึง
“ไม่นานค่ะ คุณอย่าเข้าใจฉันผิดนะคะที่นัดคุณออกมาห่างผู้คนแบบนี้ ฉันแค่อยากคุยกับคุณเป็นการส่วนตัว ขอบคุณที่อุตส่าห์จ่ายค่าเครื่องดื่มให้” น้ำเสียงหวานที่ฟังดูไพเราะจนคนฟังอยากจะเห็นหน้าชัด ๆ หน้าจะหวานเหมือนเสียงรึเปล่า
“ยินดีครับ ว่าแต่คุณชื่ออะไรครับ” เขาก้าวเท้าเข้าไปใกล้เธออีกหนึ่งก้าว
“ชื่อฉันเหรอคะ...อืม...” อัญญาลากเสียงยาวพลางเดินเข้ามาใกล้ชายหนุ่ม ถ้าไม่เงยใบหน้าสวย ๆ ขึ้นไปคงชนแผงอกของเขาแทน “อัญญาค่ะ หรือเรียกสั้น ๆ ว่าอัน”
“....”
อัญญาเงยหน้าตอบคำถามของเขาอย่างชัดถ้อยชัดคำ ตอนนี้ใบหน้าของเธอโดนแสงตกกระทบเผยให้เขาเห็นโครงหน้าหวานอย่างชัดแจ้ง
ชยางกูรก้มลงสบตาคู่สวยของเธอ เจ้าของหน้าสวยเผยรอยยิ้มมุมปากอย่างคนเจ้าเล่ห์ แต่เขากลับไม่ได้สนใจจุดนั้น เพียงได้สบตาและได้ใกล้ชิดหญิงสาวที่เขารู้สึกถูกจริต หัวใจก็แทบเต้นระส่ำ ใบหน้าร้อนผ่าวอย่างบอกไม่ถูก ถึงแม้ว่าชื่อของเธอจะฟังดูคุ้นหูมากก็ตามทีเถอะ
นัยน์ตาดูคุ้น ๆ เหมือนกับ...
เธอใช่คนที่เขากำลังสงสัยจริงเหรอ? ไม่มั้ง
ผู้หญิงคนนั้นเนื้อตัวมอมแมมเพราะแป้งทำขนม หน้าตาก็ไม่น่าจะสวยระดับนี้ได้
ทว่าเสียงก็ฟังคุ้นหูเหมือนกันนะ
“จีเอ็มจำฉันไม่ได้จริง ๆ เหรอคะ?” เธอเอ่ยถามหลังจากสังเกตเห็นสายตาคมเอาแต่จดจ้องไม่วางตาอย่างกับคนกำลังตกอยู่ในภวังค์
“เป็นไปไม่ได้” เขาเอ่ยออกมาแผ่วเบา แต่เพราะใกล้กันมาก เธอจึงได้ยินทุกคำ
“ทำไมคะ ฉันจะสวยเหมือนผู้หญิงคนอื่นไม่ได้เลยงั้นเหรอ?”
“นี่คุณจริง ๆ เหรอ?” เขาถอยห่างจากเธอไปสองก้าว ได้สติก็รีบหนีห่างไปไกลทำเหมือนเธอเป็นผีน่ากลัวน่ารังเกียจ
“เป็นฉันแล้วมันทำไมคะ ก่อนหน้านี้ยังทำเหมือนสนใจกันอยู่เลยนี่คะ”
“ถ้ารู้ว่าเป็นคุณผมไม่สนใจหรอก ฮึ ไก่งามเพราะขนคนงามเพราะแต่งจริง ๆ สินะ”
“พูดแบบนี้จะสื่อว่าอะไรคะ จะบอกว่าฉันสวยเพราะเครื่องสำอางว่างั้น?”
“ใช่ หรือไม่จริง นี่แต่งเองหรือไปแต่งที่ร้าน ยอมรับเลยว่าฝีมือดีมาก”
“ไม่คิดว่าตัวเองปากหมาไปเหรอคะคุณฌอน” อัญญายืนเถียงกับเจ้านายอย่างไม่เกรงกลัวคนตรงหน้า
“นี่คุณ ผมเป็นเจ้านายของคุณนะ พูดให้ดี ๆ ด้วย”
“ไม่สนค่ะ ไม่ได้อยู่ในเวลางาน ไม่จำเป็นต้องมานับถือกันด้วยตำแหน่งหน้าที่การงาน คุณมาเที่ยวในฐานะลูกค้า ฉันก็มาเที่ยวในฐานะลูกค้าเช่นกัน”
เอาสิ ดูถูกกันขนาดนี้ มีเหรอ อัญญาจะปล่อยผ่าน
“อย่าเผลอก็แล้วกัน”
“กลัวจังเลยค่ะ” เธอแสร้งกลัวทำท่ายียวนกวนประสาทเขา จนชายหนุ่มรู้สึกหัวเสีย
“เซ็งชะมัด” ชายหนุ่มพึมพำ
“ทำไมคะ เสียดายที่เหยื่อเป็นคนรู้จักงั้นเหรอ ขอโทษนะคะที่ทำให้หมดอารมณ์”
“ที่เซ็งไม่ใช่เพราะคุณเป็นคนที่ผมรู้จัก แต่เพราะเป็นคุณต่างหากล่ะที่ทำให้ผมหงุดหงิด สวยแค่ตอนกลางคืนละมั้ง”
“นี่คุณฌอน! ให้มันน้อย ๆ หน่อยนะคะ พูดเหมือนตัวเองดูดีตายแหละ จะบอกอะไรให้นะสเปกของฉันต้องดีกว่าคุณเป็นสิบเท่า อีกอย่างฉันมองไม่เห็นส่วนไหนของคุณที่จะทำให้ฉันใจเต้นแรงได้เลย”
“คุณก็ไม่ใช่สเปกผมเหมือนกัน อย่าหลงตัวเองขนาดนั้น ถ้าโลกนี้เหลือแค่คุณคนเดียว ผมขออยู่เป็นโสดไปจนตายดีกว่า”
“ดีค่ะ เพราะฉันก็ไม่เอาคุณเหมือนกันและคุณก็ไม่มีวันได้เห็นขาอ่อนของฉันแน่นอน สาบานให้ฟ้าผ่ากลางหัวฉันเลยถ้ามีวันนั้นจริง ๆ”
“ชิ จำคำพูดตัวเองไว้ให้ดี ๆ เถอะแม่คุณ” ชยางกูรพูดจบก็เดินหน้านิ่วคิ้วขมวดหันหลังให้อัญญาทันที เซ็งสุด ๆ อดได้รับความบันเทิงในคืนนี้
อัญญายืนพยักยิ้มมองตามหลังชายหนุ่มไปจนลับตา เธอรู้สึกสะใจที่ได้ทำให้ชยางกูรไม่พอใจ
“ว่าไงยัยรัญญ์” น้องสาวก็โทรเข้ามาพอดี
(พี่อยู่ไหน?)
“ห้องน้ำ”
(รัญญ์มองหาพี่ไม่เจอคิดว่ากลับแล้วซะอีก ตอนนี้รัญญ์กับพี่ไนท์อยู่หน้าคลับ ว่าจะไปต่อที่อื่น พี่ไปด้วยมั้ย)
“ไม่ไปแล้ว อยากกลับบ้านไปนอน” ตอนแรกมาเพื่อผ่อนคลาย แต่เพียงได้พบหน้าเจ้านายสุดหล่อที่เธอไม่ถูกจริต ทำให้หมดอารมณ์ในการแดนซ์ต่อ
(งั้นพี่กลับไปก่อนเลยนะ เดี๋ยวพี่ไนท์จะไปส่งรัญญ์เอง แล้วพี่จะกลับยังไง)
“เดี๋ยวพี่นั่งแท็กซี่กลับ แกก็อย่ากลับช้านักล่ะ”
(จ้า งั้นเจอกันที่บ้านนะ บ๊ายบาย)
เฮ้อ วางสายจากน้องสาวอัญญาก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างเป็นห่วง แต่ห้ามไม่ได้ เพราะน้องโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เธอต้องมีชีวิตของตัวเอง
ร่างบางออกมายืนรอโบกแท็กซี่หน้าคลับ ช่วงนี้เริ่มมีนักท่องราตรีบางคนเริ่มเมาปลิ้นไม่ได้สติกันแล้ว หนุ่มสาวที่เมามายต่างก็ต้องพึ่งพารถแท็กซี่กันเป็นแถว ทำให้ต้องรอนานหน่อยกว่ารถคันใหม่จะมา
“นี่จะได้กลับตอนไหนเนี่ย พลาดไปหลายคันแล้วนะ” อัญญาบ่นกับตัวเองที่โดนเรียกรถตัดหน้าไปหลายคันแล้ว “กลับวินก็ได้วะ”
อัญญาตัดสินใจจะเดินไปหาวินมอเตอร์ไซค์แทน ซึ่งอยู่ห่างออกไปจากคลับประมาณสามร้อยเมตรเห็นจะได้ ทว่ายังไม่ทันจะไปถึงไหน...
หมับ!
ข้อมือเล็กของเธอโดนคว้าเอาไว้โดยมือใหญ่ของใครบางคน
“เดี๋ยวสิครับที่รัก คุณจะหนีผมไปไหน”
เขาเรียกใครว่าที่รัก ฉันเหรอ?
ท่าท่างจะประสาท เมาหรืออะไร?
บทส่งท้าย หนึ่งเดือนผ่านไป “สวัสดีค่ะจีเอ็ม” “สวัสดีครับจีเอ็ม” “ดีครับ” พนักงานในรีสอร์ตของอัญญาต่างพากันยกมือไหว้และให้ความเคารพชยางกูรเมื่อเขาเดินผ่าน “ดูคุณจะทำตัวเว่อร์กว่าเจ้าของรีสอร์ตอีกนะคะ ที่นี่มีจีเอ็มที่ไหนกัน” แฟนสาวเดินเข้ามาแซวเมื่อได้ยินพนักงานเรียกเขาว่าจีเอ็ม “ก็ไม่ต่างอะไรกันนักหรอกที่รัก ผมเป็นที่ปรึกษาด้านบริหารโดยตรงถ้าไม่เรียกจีเอ็มจะให้เรียกอะไรละครับ” ว่าที่สามีอ้อนภรรยาอย่างน่ารัก ที่บอกว่าเขาเป็นว่าที่สามี เพราะอีกสองเดือนทั้งคู่จะเข้าพิธีแต่งงานกันแล้ว หลังจากไปง้อกันสำเร็จ กลับมาชยางกูรก็ถือพานดอกไม้เข้ามาขอขมาพ่อแม่และยายของแฟนสาวที่เขาได้ล่วงเกินแก้วตาดวงใจของพวกท่านไป และถือโอกาสนี้สู่ขออัญญาด้วยเสียเลย พ่อแม่และยายหอมไม่ติดใจอะไรเขา แถมยังชื่นชมว่าใจกล้าและมีความรับผิดชอบดีมาก ชายหนุ่มจึงเป็นที่โปรดปรานของผู้ใหญ่ไปแล้ว ทำให้เขาสามารถเดินเข้าออกห้องนอนของอัญญาได้อย่างสบายใจ เป็นการอยู่ก่อนแต่งทดลองความเป็นสามีไปในตัว แต่ชยางกูรไม่ได้มาเกาะอัญญากินนะ เขาท
รักต้องง้อ(18+) “ตกลงจะให้ผมทำอะไร” อัญญาไม่ยอมเอ่ยออกมาสักที เอาแต่จ้องหน้าสบตาเขาอยู่หลายวินาทีแล้ว “ฉัน...ขอให้คุณยกขันหมากไปสู่ขอฉันภายในเดือนหน้า” ในที่สุดเธอก็กล้าเอ่ยปาก เป็นคำขอที่ทำให้ใจของเขาแทบจะละลายลงตรงนั้น ก่อนหน้านี้กลัวแทบแย่ ว่าเธอจะขอเลิก พอได้ยินประโยคนี้หัวใจพองโตคล้ายกับกำลังเต้นเฉลิมฉลองกันยกใหญ่ แต่เขายังเก็บอาการดีใจเอาไว้ก่อน “นี่คุณกำลังขอผมแต่งงานเหรอ?” “ใช่ที่ไหนกัน ฉันสั่งให้คุณไปขอฉันแต่งงานต่างหาก” “มัดมือชกผมเหรอ?” “ใช่ จะคิดอย่างนั้นก็ได้” “ไม่โกรธผมแล้วเหรอที่ผมพาสาวอื่นมานอนค้างด้วย”คำพูดนี้ของเขาทำให้อัญญาโกรธขึ้นมาจริง ๆ เดิมที คิดว่าเขาแค่แกล้งพูดให้เธอโมโหเท่านั้น “นี่คุณมีคนอื่นจริงเหรอ?” “....” เขาแกล้งไม่ตอบ เอาแต่ทำหน้านิ่ง จนแฟนสาวคิดว่าเป็นเรื่องจริง “คนสารเลว!” อัญญาจะง้างมือตบเขา ทว่าชายหนุ่มคว้าเอาไว้ทันแล้วรวบร่างบางไว้ในอ้อมแขนแกร่ง จากนั้นพาเธอไปในห้องนอน “ปล่อยฉันนะไอ้คนใจหมา ฉันไม่แต่งงานกับผู้ชายหลายใจสำส่อนอย่างคุณแล้ว”
คุณแพ้พนันฉันแล้ว อัญญานั่งเหม่อใจลอยที่ระเบียงห้องนั่งเล่นในที่พัก เสียงน้ำไหลเป็นธาร เสียงนกร้องเพลงเจื้อยแจ้ว เสียงลมพัดใบไม้ร่วงหล่น บรรยากาศดูสงบร่มรื่น ช่วงเวลาแบบนี้เธอต้องใจสงบ แต่ในใจกลับว้าวุ่นคิดถึงแต่เขา สามวันแล้วที่ติดต่อเขาไม่ได้ “คนใจร้าย จะเลิกกับฉันจริง ๆ ใช่มั้ย ชยางกูรนายมันงี่เง่า” เธอพึมพำคนเดียว สายตาก็ยังไร้ความสุข ไม่มีชีวิตชีวาเหมือนเดิม “มานั่งเหม่ออะไรตรงนี้ลูกสาวแม่” กัญญาเดินถือแก้วกาแฟเข้ามานั่งเก้าอี้ตัวข้าง ๆ “ดื่มกาแฟให้สดชื่นก่อนสิลูก” แม่ของเธอชงกาแฟมาให้ “ขอบคุณค่ะแม่” “คิดถึงก็ไปตามเขาสิลูก” หญิงวัยกลางคนเอ่ยอย่างคนรู้ใจลูก เพราะสามวันมานี้เธอสังเกตเห็นว่าลูกสาวทำหน้าเศร้าตลอดเวลาอัญญามองหน้าแม่อย่างเขิน ๆ “หนูจะง้อเขาทำไมคะ เขาไม่มีเหตุผลเองนี่คะ” “อันไม่รักเขาแล้วเหรอ?” “ไม่ค่ะ” คนปากแข็งเอ่ยไม่เต็มเสียง “ไม่อยากแต่งงานกับคุณฌอนเหรอ?” เจอคำถามนี้เธอนิ่งไปหลายวิ “ไม่...ค่ะ” ปฏิเสธอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก จนแม่ก็แอบยิ้ม “แต่แม่อยากได้คุณฌอนเป็นลูกเขยน
ครอบครัวอบอุ่น ชายหนุ่มบอกลา สามเดือนผ่านไป @ สายธารารินทร์ รีสอร์ต “พี่อัน ได้ยินพนักงานบอกว่าวันนี้ห้องพักเต็มทุกห้องเลยเหรอจ๊ะ?” รัญญาเดินเข้ามาในห้องทำงานของพี่สาว อัญญากำลังนั่งดูแฟ้มอยู่บนโต๊ะทำงานเล็ก ๆ ในบ้านไม้สองชั้น ที่เป็นทั้งบ้านและห้องน้ำงานของเธอ เดิมทีพ่อปรีชาเตรียมห้องทำงานไว้ให้เธออย่างดี เป็นห้องทำงานเดิมของภรรยาใหม่ แต่เธอเกรงใจจึงขอใช้ชั้นหนึ่งของบ้านเป็นห้องทำงานตัวเอง “ใช่ วันนี้ห้องเต็มหมดเลย และพื้นที่ลานกลางเต็นท์ก็เต็มด้วยนะ” หญิงสาวในบทบาทของผู้บริหารรีสอร์ตเอ่ยอย่างภูมิอกภูมิใจ ตั้งแต่เธอก้าวขึ้นมาทำตำแหน่งนี้ เธอได้ศึกษาและเรียนรู้ปัญหาของที่นี่อย่างละเอียดถี่ถ้วน และได้นำปัญหาต่าง ๆ ไปปรึกษาชยางกูร ซึ่งเขาก็เก่งมาก มองขาดในทุกเรื่อง ชายหนุ่มได้แนะนำวิธีการจัดการให้เธอทีละขั้น เพียงเวลาไม่ถึงครึ่งปีด้วยซ้ำ ยอดการจองก็เพิ่มขึ้น ทำให้พนักงานทุกคนยอมรับในตัวของอัญญา ต่างกับตอนแรกที่เดินเข้ามารับตำแหน่งใหม่ ๆ แต่ละคนแทบไม่เห็นหัวเธอเลย “พี่สาวรัญญ์เก่งจริง ๆ” “เรื่องนี้ต้องขอบคุณ คุ
หน้าที่ใหม่(18+) หลังจากชยางกูรนั่งคุกเข่าสำนึกผิดต่อหน้าว่าที่พ่อตาประมาณห้านาทีเห็นจะได้ ปรีชาจึงให้เขาลุกขึ้น อัญญาจึงเชิญพ่อกับแฟนหนุ่มเข้ามาในบ้าน พ่อปรีชาได้เจอกับรัญญาก็หลั่งน้ำตาอีกรอบ ส่วนรัญญาก็ดีใจที่ได้เจอพ่ออีกครั้ง อัญญาจำต้องปลุกยายให้ตื่นกลางดึก เพราะอดีตลูกเขยมาเยี่ยม ยายหอมดีใจมาก โผเข้ากอดปรีชา เพราะยายหอมเองก็รู้สึกผิดต่อเขา เป็นเพราะลูกสาวตัวเองที่อยากเลิกกับปรีชา ยายหอมไม่ได้อยากให้ครอบครัวของลูกสาวแตกแยก ชยางกูรแปลกใจที่ทุกคนต้อนรับปรีชาเป็นอย่างดี ผิดกับตอนที่แม่ของอัญญามา ทุกคนไม่ดีใจขนาดนี้ นึกแล้วก็เห็นใจน้ากัญญา ป่านนี้เธอจะเป็นอย่างไรบ้าง “คุณฌอน พ่อหนุ่ม ฌอน!” ยายหอมเรียกชยางกูรที่เอาแต่เหม่อลอยจนไม่ได้ยินเสียงใครเลย “ครับ! ครับคุณยาย” จนสะดุ้งตื่น “ไง...ฉันอุตส่าห์เอ็นดูคุณ ไม่คิดว่าจะกล้าพาหลานฉันชิงสุกก่อนห่าม” ยายหอมคงรู้เรื่องนี้จากปากปรีชา “ผมขอโทษครับที่ทำให้น้องเสียหาย ผมยินดีรับผิดชอบทุกอย่างนะครับคุณยายคุณพ่อ” “ผมยังไม่กล้ายกยัยอันให้ผู้ชายคนนี้หรอกครับคุณ
นั่นพ่อค่ะ...ที่รัก หนึ่งเดือนผ่านไป เวลาไม่เคยหยุดเดิน ความรักที่ชยางกูรมีให้อัญญาก็เช่นกัน ตลอดเวลาที่คบกันไม่มีวันไหนที่ชายหนุ่มจะไม่เสิร์ฟขนมจีบให้เธอเลย ช่วงแรกอาจจะยังไม่เปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา ทำอะไรต้องคอยแอบ แต่สองอาทิตย์ก่อนนี้เอง เขาได้เข้าไปเห็นช็อตที่เชฟแดเนียลกำลังใส่ผ้ากันเปื้อนให้แฟนสาวในห้องครัว วันต่อมาชายหนุ่มขี้หึงรีบมาประกาศถึงในครัวเรื่องที่เขาคบกับอัญญา จากตอนแรกที่รู้กันเป็นบางกลุ่มตอนนี้น่าจะรู้กันทุกคนแล้ว แรงหึงทำให้เขากล้าได้กล้าเสียจริง ๆ แม้จะถูกเบื้องบนตำหนิเขาก็ไม่สนใจ เดินหน้าโชว์ความหวานอย่างไม่อายใคร ล่าสุดแฟนสาวกลับบ้านมาหายายกับน้องสาวที่กรุงเทพฯ เขาก็อยากตามมาด้วยทั้งที่ตัวเองมีประชุมใหญ่ ทว่าอัญญาไม่ยอมให้เขาเสียการเสียงานจึงสั่งให้เขาอยู่ทำงานของตัวเองให้เต็มที่ ถ้าไม่ทำตามที่เธอบอกเธอยื่นคำขาดจะไม่คบกับเขาต่อ ชายหนุ่มจึงยอมฟังคนไม่เคยคบใครอะเนอะ “ยาย...ดึกแล้วไปนอนเถอะจ้ะ เดี๋ยวทางนี้อันกับยัยรัญญ์จะจัดการให้เอง” อัญญาเหลือบดูนาฬิกาที่แขวนอยู่ผนังบ้านจึงบอกให้ยายขึ้นไปพักผ่อน แต่ยายหอมยังคงขะมักเ







