LOGINงานเข้า
By : อัญญา
“ขอบคุณนะคะ” ฉันหันไปบอกคุณฌอนก่อนจะรีบเอาตัวออกจากรถของเขา
“ไม่เป็นไร ด..” ฉันได้ยินเขาตอบกลับมาแค่นั้นเพราะรีบปิดประตูรถลงจากรถให้เร็วที่สุดกลัวว่าใครจะมาเห็นฉันนั่งรถมากับจีเอ็ม
ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจกลับมาตอนเช้า อยากอยู่กับยายให้นานกว่านี้ แต่ยายเป็นห่วงฉันเรื่องเสี่ยมนต์ชัย กลัวว่าเสี่ยจะมารุ่มร่ามกับฉันจึงคะยั้นคะยอให้รีบกลับ และมันก็เป็นอย่างที่ยายคิดไว้จริง ๆ เสี่ยบ้ากามคนนั้นถึงกับส่งคนมาจะจับตัวฉันเอาไปทำเมียน้อย โชคยังดีที่คุณฌอนผ่านมาเจอไม่งั้นคงได้ตกเป็นเมียตาเฒ่าหัวงูคนนั้นแล้ว
คิดแล้วก็เสียใจ ไม่รู้ว่าแม่รู้เรื่องนี้รึเปล่า ถ้ารู้เห็นด้วยฉันคงไม่ให้อภัยแม่แน่ จะให้คนอื่นมาข่มเหงลูกตัวเอง บอกเลยว่าไม่สมควรถูกเรียกว่าแม่จากปากฉัน
“ใครมาส่งเธอเหรอจ๊ะอัญญา?” เสียงหวานไพเราะของใครบางคนทำฉันขนลุกขากำลังจะก้าวถึงประตูห้องหยุดชะงักไปทันที ซวยแล้วไหมล่ะมีคนเห็น แล้วคนที่เห็นก็ไม่ธรรมดาซะด้วยสิคนนี้ ปากหวานก้นเปรี้ยว ร้ายลึกใช่เล่น
เมย์ ชนิสา เพื่อนร่วมงานของฉันเอง เธอทำตำแหน่งผู้ช่วยกุ๊กและอยู่ครัวเดียวกับฉัน สาวหุ่นท้วมหน้าตาน่ารัก พูดจาอ่อนหวานยิ้มแย้มดูเป็นกันเอง แต่ใครจะรู้ว่าภายใต้รอยยิ้มหวานกลับแอบซ่อนความร้ายเอาไว้
ฉันเคยเจอกับตัวเองมาแล้วถึงกล้าพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าเธอคนนี้ไม่น่าคบหาสักเท่าไหร่ ต่อหน้าพูดดีลับหลังเอาเรื่องเราไปพูดเสีย ๆ หาย ๆ
ที่ฉันบอกว่าเคยเจอกับตัวเองคือ เมื่อก่อนตอนที่เข้ามาทำงานที่นี่ในช่วงแรกฉันไม่รู้จักใครเลย เมย์เป็นคนแรกที่เข้ามาตีสนิทกับฉัน ตอนนั้นยอมรับเลยว่าเมย์น่ารักจัง มีเรื่องอะไรฉันก็ชอบเอาไปเล่าหรือระบายความในใจให้เธอฟัง แต่ไม่รู้เลยว่าเมย์จะเอาเรื่องที่ฉันเล่าให้ฟังทุกเรื่องไปเล่าต่อให้คนอื่นฟังชนิดที่เติมสีตีไข่ ทำให้คนอื่นเข้าใจฉันผิดจนเป็นเรื่องเป็นราวมีปัญหากับหัวหน้าเชฟคนเก่า
ตอนนั้นฉันเข้าไปถามเมย์ตรง ๆ ทำไมถึงทำแบบนั้น เชื่อไหมมีแต่คนหาว่าฉันร้ายเพราะนิสัยที่ชอบพูดจาโผงผางเกินไปเนี่ยแหละ
ตั้งแต่นั้นมาฉันจึงอยู่ห่างจากเธอไม่ขอสนิทสนมอีก จะคุยแค่เรื่องงานเท่านั้น เพื่อนสนิทของฉันมีเพียงพิ้งค์พราวเท่านั้นที่ฉันรักได้อย่างสนิทใจ
“เพื่อนฉันเอง” ฉันตอบเมย์สั้น ๆ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้องรีบชิ่งก่อนที่เธอจะถามไปมากกว่านี้
วันต่อมา
เริ่มงานวันแรกหลังจากลาหยุดไป เป็นสองวันที่มีเรื่องมากมายเกิดขึ้น หวังว่าวันนี้จะมีแต่เรื่องดี ๆ ให้ประทับใจ
“หวัดดีอัน กลับบ้านมาเป็นไงบ้าง” เชฟเดฟที่เดินผ่านครัวเบเกอรี่ไถ่ถามตามประสาคนคุ้นเคย
กุ๊กเดฟ เป็นผู้ช่วยเชฟประจำอยู่ครัวร้อน อัธยาศัยดีเป็นกันเองกับเพื่อนร่วมงาน ไม่มีพิษมีภัยกับใคร กำลังจะเป็นเจ้าบ่าวในเดือนหน้านี้แล้ว
“สวัสดีค่ะ ก็สนุกค่ะพี่เดฟ มีเรื่องให้ตื่นเต้นดีค่ะ” ฉันตอบพี่เขาไปอย่างอารมณ์ดี
“เรื่องอะไรกันนะ ใช่เรื่องของหัวใจรึเปล่าอัน เห็นเขาคุยกันว่ามีคนมาส่งถึงหอพักเมื่อวานนี้ หวานใจคนใหม่รึเปล่าน๊า”
นี่ฉันกลายเป็นคนดังไปแล้วเหรอ? นึกแล้วเชียวว่าต้องถูกเอาไปพูดถึง เมย์รู้ชาวบ้านรู้ คงไม่เติมแต่งเรื่องราวไปไกลหรอกนะ ว่าแต่เธอไม่รู้เหรอว่านั่นคือรถของจีเอ็ม
“เขาพูดว่ายังไงกันบ้างคะ”
“มีคนเห็นว่าเราอะลงมาจากรถยนต์คันหรู เห็นว่าเป็นผู้ชายเดินมาเปิดประตูให้ด้วย น่าจะรวยน่าดู เขาเล่ามาว่าเห็นอันกอดกับผู้ชายด้วยนะก่อนขึ้นหอ”
“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ!?” ไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เชฟเดฟเล่ามาเลย นี่ขยี้เรื่องของฉันแรงขนาดนี้เลยเหรอ จับมือยังไม่ทำเลยนี่เล่นบอกว่ากอดเลยงั้นเหรอ จะบ้าตาย
“ใช่ เห็นน้ำตาลว่าอย่างนั้นนะ”
โอ้โฮ ลามไปถึงแผนกเสิร์ฟอาหารด้วย ข่าวฉันคงดังไปทั่วทั้งโรงแรมแล้วมั้ง ข่าวปลอมนี่ไปเร็วจริง
“เชฟเชื่อเขาพูดด้วยเหรอคะ”
“ไม่แน่ใจเหมือนกัน เราก็สวยก็น่าจะมีคนมาชอบ ไม่เห็นผิดอะไรนี่”
“คนมาชอบไม่ผิดค่ะ แต่เรื่องที่บอกว่าอันไปกอดกับผู้ชายหน้าหอนี่มันเกินไปมากค่ะ มีคนมาส่งอันจริงแต่เขาไม่ได้ลงรถมาเปิดประตูให้และที่สำคัญไม่ได้กอดกัน อีกอย่างเขาไม่ได้เป็นอะไรกับอัน”
“ทำไมเขาพูดกันมาแบบนั้น”
“คนที่ปล่อยข่าวน่าจะว่างจัดค่ะ แต่ก็ช่างเถอะค่ะพี่เดฟ อันไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด ถ้ามันไม่ได้มีผลต่อชีวิตอันมากมายก็ไม่อยากไปชี้แจงอะไร แต่ถ้าเรื่องนี้ทำให้ชีวิตอันมีปัญหาอันเอาคนพูดตายแน่”
“โฮ ใจเย็นน้อง ดุนะเนี่ย ฮ่า ๆ”
“ฮึ ๆ” ดูเหมือนจะพูดเล่นแต่ฉันทำจริงถ้าเรื่องนี้มีผลกระทบกับงานฉันละก็ยัยเมย์โดนแน่ ฉันมั่นใจว่าเป็นเธอแน่
“เออ จริงสิวันนี้หัวหน้าเชฟคนใหม่จะมาแล้วนะเรารู้รึเปล่า”
“ได้ยินแว่ว ๆ มาอยู่เหมือนกันค่ะ มาวันนี้แล้วเหรอคะ”
“ใช่ ได้ยินว่าหล่อมากและเนี้ยบมากด้วย ต่อไปแผนกครัวของเราคงจะกระตือรือร้นกันน่าดูเลย”
“มีหนักกว่าจีเอ็มอีกเหรอคะ”
“อาจจะไม่เท่าหรืออาจจะหนักกว่าจีเอ็มก็ได้ อันนี้ก็ต้องรอดู”
เฮ้อ...เหนื่อยอีกแล้วเหรองานนี้ แค่ไฟต์กับจีเอ็มฉันก็เพลียใจมากพอแล้ว คราวนี้มีหัวหน้าคนใหม่เข้ามาเสริมทัพอีกคน สนุกแน่ชีวิตฉัน
ช่วงเย็นก่อนเลิกงาน
“สวัสดีทุกคนครับ ผมขอแนะนำตัวเองอย่างเป็นทางการ ผม...แดเนียล Executive Chef คนใหม่ ประสบการณ์การทำงานในครัวปีนี้ของผมจะเข้าสู่ปีที่ยี่สิบห้า อาหารที่ถนัดที่สุดคืออาหารไทยและเบเกอรี่ถึงแม้หน้าผมจะออกไปทางยุโรปก็เถอะแต่ผมชอบอาหารไทยที่สุด ยังไงผมขอฝากเนื้อฝากตัวด้วย”
แปะ แปะ แปะ… สิ้นเสียงแนะนำตัวเองของหัวหน้าคนใหม่ พนักงานชายหญิงที่นั่งฟังอย่างตั้งใจต่างพร้อมใจกันปรบมือให้กับหัวหน้าแผนกคนใหม่ โดยเฉพาะสาว ๆ ที่นั่งมองหัวหน้าตาเยิ้มเชียว ก็เขาหล่อคมขาวสะอาดจริง ๆ เห็นเขาว่าอายุสี่สิบห้าแล้วแต่หน้ายังดูอ่อนกว่าวัยไปมาก รูปร่างสูงสันทัดดูเป็นคนสุขภาพดี ได้ยินมาว่าเป็นลูกครึ่งไทยอิตาลี แต่พูดภาษาไทยชัดแจ๋ว หลับตาฟังยังไงก็คนไทยแท้ ตรงกันข้ามกับใบหน้าที่ออกไปทางยุโรปอย่างที่เขาพูดจริง ๆ หล่อจนฉันยังแอบเคลิ้มเลย หวังว่าหน้าตาดีแล้วจะใจดีด้วยนะคะเชฟ
“ชอบอาหารไทยเหมือนกันเลย ต่อไปนี้ฉันคงมีแรงฮึดที่จะทำงานแล้ว” รุ่นน้องที่นั่งข้างฉันเอ่ยออกมาพลางส่งสายตาหวานเยิ้มมองเจ้านายคนใหม่อย่างปลื้มอกปลื้มใจ ดวงตาเปล่งประกายชัดว่ากำลังคลั่งไคล้ในความหล่อของเขา
แหม่ม พิจิกา ผู้ช่วยกุ๊กครัวไทย รุ่นน้องฉันหนึ่งปี หญิงตาหมวยที่มีสเปกเป็นพระเอกซีรีส์จีน ทำไมวันนี้เปลี่ยนใจมาชอบสายฝอเร็วจัง
“เอาล่ะทุกคน ต่อไปพี่จะให้ทุกคนแนะนำตัวเองทีละคนนะ คุณแดเนียลจะได้รู้จักทุกคน บอกชื่อและตำแหน่งที่ทำอยู่ด้วยนะ” รองหัวหน้าเชฟสั่งให้ทุกคนแนะนำตัวเองกับเชฟแดเนียล
ผ่านไปไม่นานนักการแนะนำตัวก็จบลง หัวหน้าสั่งให้ทุกคนแยกย้ายกันไปทำงานต่อ ส่วนฉันแทนที่จะได้กลับหอไปพัก แต่ต้องทำโอทีต่อเพราะตอนเย็นมีงานเลี้ยงสัมมนาของผู้บริหาร
งานนี้ในครัวและพนักงานเสิร์ฟคงสนุกกันใหญ่ ทั้งแขกนอกแขกใน มาสิ ฉันชอบความท้าทายอยู่แล้ว แค่อบขนม แต่งหน้าเค้ก ทำของหวานสามสี่อย่าง สบายมาก
“อัน ช่วยอะไรฉันหน่อยสิ” ในขณะที่ฉันกำลังแต่งหน้าเค้กอยู่นั้น เพื่อนร่วมงานที่ชื่อเมย์ก็เข้ามาขอความช่วยเหลือจากฉัน
“ให้ช่วยอะไร” ฉันเงยหน้าขึ้นถามเธอ
“ฉันรู้สึกปวดท้องมาก ท้องเสียน่ะ เลยจะขอกลับก่อน พอดีอบขนมปังทำเค้กเอาไว้ในเตา ช่วยไปดูให้หน่อยได้มั้ยจ๊ะ” เมย์ใช้มือกุมท้องตัวเองพร้อมกับแสดงสีหน้าเหยเกบอกให้ฉันรับรู้ว่าปวดท้องจริง ๆ
ฉันไม่รู้หรอกว่าเธอเสแสร้งแกล้งทำหรือเป็นจริง ๆ เพราะเจ้าหล่อนเป็นแบบนี้บ่อยครั้งที่มีงานใหญ่ ไม่สบายขอลากลับก่อนเวลา แล้วหัวหน้าก็ไม่มีใครว่าเธอเพียงเพราะเมย์เป็นคนพูดจาอ่อนหวานยิ้มแย้มกับทุกคนที่เข้าหา ซึ่งตรงข้ามกับฉันที่เวลาทำงานชอบทำหน้าจริงจังจนคนอื่นคิดว่าหยิ่ง ทั้งที่แค่อยากให้งานออกมาดีเลยต้องมีสมาธิอยู่กับสิ่งที่ทำอยู่ตรงหน้าแค่นั้นเอง เรื่องนี้มีแต่มายด์ที่เข้าใจฉัน
“อืม เดี๋ยวจัดการให้” ฉันจำยอมรับปากช่วย แม้จะไม่ใช่หน้าที่ของตัวเองโดยตรง แต่ยังไงก็อยู่ในความรับผิดชอบของครัวที่ตัวเองประจำอยู่ดี ปฏิเสธได้ด้วยเหรอ
“ขอบใจอัญญามากนะจ๊ะ” เธอยิ้มหวานและเดินออกจากห้องครัวไป ตอนนี้ในห้องแอร์เย็นฉ่ำนี้มีแค่ฉันแล้วสินะ เพราะคนอื่นออกไปดูไลน์ขนมที่ห้องจัดเลี้ยงกันหมด
“พี่อันคะ” ไม่นานเสียงหวานที่คุ้นเคยเปิดประตูพรวดพราดเข้ามาในครัวเย็น
“ว่าไงจ๊ะ อย่าบอกนะว่าเค้กหมดแล้ว”
“ถูกต้องค่ะ แขกชอบเค้กของเรามากพี่อัน วางลงไปไม่ถึงหนึ่งนาทีหมดเกลี้ยง”
“นี่ไม่คิดจะกินอย่างอื่นกันเลยใช่มั้ย” ฉันเริ่มเกาหัว เพราะนี่น่าจะเป็นรอบที่สามแล้วมั้งที่เสิร์ฟเค้กหน้ามะพร้าวน้ำหอมนมสดออกไป
“ก็พี่อันทำอร่อยนี่คะ”
“มันเป็นสูตรของเชฟแดเนียลต่างหากล่ะ” สูตรเค้กมะพร้าวใหม่แกะกล่องที่เชฟแดเนียลพึ่งมาสอนสด ๆ ร้อน ๆ ก่อนงานเลี้ยงเริ่มนี่เอง ทั้งการผสมแป้งทำขนมปังการตีครีมหรือทำซอสทอปปิ้งล้วนเป็นผลงานของหัวหน้าเชฟคนใหม่ และดูเหมือนว่าไม่ใช่แค่หน้าตาที่หล่อเหลาเท่านั้นที่ทำให้เชฟคนใหม่ได้ใจใครหลายคน ผลงานแรกของเขาก็ได้ใจบอร์ดบริหารมากเช่นกัน
ไม่ใช่แค่ของหวาน ยังมีของคาวอีกสองสามอย่างที่เขาให้ลองทำวันนี้และเสิร์ฟเลย คนนี้ของจริง ไม่รีไม่รอจังหวะอะไรทั้งนั้น คิดแล้วลงมือทำเลย ซึ่งฉันชอบวิธีของเขานะมันดูท้าทายดี รู้สึกตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา แม้ช่วงแรกจะดูวุ่นวายไปนิดหนึ่งก็เถอะ
“แต่พี่อันเป็นคนทำนี่คะ ก็ต้องยกความดีความชอบให้พี่อันสิ” นี่ก็ยกยอเก่งจริง
“เราทุกคนช่วยกันต่างหากล่ะ” ฉันรีบเบรกน้องก่อนที่จะชมกันไปมากกว่านี้ ใครมาได้ยินอาจจะหมั่นไส้เอาได้
“อะนี่ เสร็จแล้วเอาออกไปให้แขกเลยจ้ะ” ฉันจัดการตกแต่งหน้าเค้กเพิ่มเติมเล็กน้อย เมื่อทุกอย่างลงตัวก็ยื่นให้รุ่นน้องเอาออกไปเสิร์ฟ
“ได้ค่ะ ไปแล้วนะคะ ว้าวน่ากินมาก”
“ขายดีแบบนี้ต้องทำเพิ่มสินะ” ฉันต้องทำเค้กหน้ามะพร้าวสำรองไว้อีก เพราะเอาออกไปแป๊บเดียวก็หมด แขกคงจะชอบมากจริง ๆ แต่ขนมปังสำหรับขึ้นรูปก็หมดพอดี
นึกได้ว่ายัยเมย์อบไว้พอดี ฉันเดินไปหน้าเตาเพื่อจะเอาส่วนของขนมปังออกมาเตรียมขึ้นรูปทรง แต่พอเปิดเตาอบเท่านั้นล่ะแม่เอ๊ย ถึงกับผงะ ยัยเมย์ทิ้งระเบิดไว้ให้ฉันอีกแล้ว...
เมื่อไหร่ชีวิตของฉันจะหลุดพ้นจากเพื่อนร่วมงานแบบนี้สักที
บทส่งท้าย หนึ่งเดือนผ่านไป “สวัสดีค่ะจีเอ็ม” “สวัสดีครับจีเอ็ม” “ดีครับ” พนักงานในรีสอร์ตของอัญญาต่างพากันยกมือไหว้และให้ความเคารพชยางกูรเมื่อเขาเดินผ่าน “ดูคุณจะทำตัวเว่อร์กว่าเจ้าของรีสอร์ตอีกนะคะ ที่นี่มีจีเอ็มที่ไหนกัน” แฟนสาวเดินเข้ามาแซวเมื่อได้ยินพนักงานเรียกเขาว่าจีเอ็ม “ก็ไม่ต่างอะไรกันนักหรอกที่รัก ผมเป็นที่ปรึกษาด้านบริหารโดยตรงถ้าไม่เรียกจีเอ็มจะให้เรียกอะไรละครับ” ว่าที่สามีอ้อนภรรยาอย่างน่ารัก ที่บอกว่าเขาเป็นว่าที่สามี เพราะอีกสองเดือนทั้งคู่จะเข้าพิธีแต่งงานกันแล้ว หลังจากไปง้อกันสำเร็จ กลับมาชยางกูรก็ถือพานดอกไม้เข้ามาขอขมาพ่อแม่และยายของแฟนสาวที่เขาได้ล่วงเกินแก้วตาดวงใจของพวกท่านไป และถือโอกาสนี้สู่ขออัญญาด้วยเสียเลย พ่อแม่และยายหอมไม่ติดใจอะไรเขา แถมยังชื่นชมว่าใจกล้าและมีความรับผิดชอบดีมาก ชายหนุ่มจึงเป็นที่โปรดปรานของผู้ใหญ่ไปแล้ว ทำให้เขาสามารถเดินเข้าออกห้องนอนของอัญญาได้อย่างสบายใจ เป็นการอยู่ก่อนแต่งทดลองความเป็นสามีไปในตัว แต่ชยางกูรไม่ได้มาเกาะอัญญากินนะ เขาท
รักต้องง้อ(18+) “ตกลงจะให้ผมทำอะไร” อัญญาไม่ยอมเอ่ยออกมาสักที เอาแต่จ้องหน้าสบตาเขาอยู่หลายวินาทีแล้ว “ฉัน...ขอให้คุณยกขันหมากไปสู่ขอฉันภายในเดือนหน้า” ในที่สุดเธอก็กล้าเอ่ยปาก เป็นคำขอที่ทำให้ใจของเขาแทบจะละลายลงตรงนั้น ก่อนหน้านี้กลัวแทบแย่ ว่าเธอจะขอเลิก พอได้ยินประโยคนี้หัวใจพองโตคล้ายกับกำลังเต้นเฉลิมฉลองกันยกใหญ่ แต่เขายังเก็บอาการดีใจเอาไว้ก่อน “นี่คุณกำลังขอผมแต่งงานเหรอ?” “ใช่ที่ไหนกัน ฉันสั่งให้คุณไปขอฉันแต่งงานต่างหาก” “มัดมือชกผมเหรอ?” “ใช่ จะคิดอย่างนั้นก็ได้” “ไม่โกรธผมแล้วเหรอที่ผมพาสาวอื่นมานอนค้างด้วย”คำพูดนี้ของเขาทำให้อัญญาโกรธขึ้นมาจริง ๆ เดิมที คิดว่าเขาแค่แกล้งพูดให้เธอโมโหเท่านั้น “นี่คุณมีคนอื่นจริงเหรอ?” “....” เขาแกล้งไม่ตอบ เอาแต่ทำหน้านิ่ง จนแฟนสาวคิดว่าเป็นเรื่องจริง “คนสารเลว!” อัญญาจะง้างมือตบเขา ทว่าชายหนุ่มคว้าเอาไว้ทันแล้วรวบร่างบางไว้ในอ้อมแขนแกร่ง จากนั้นพาเธอไปในห้องนอน “ปล่อยฉันนะไอ้คนใจหมา ฉันไม่แต่งงานกับผู้ชายหลายใจสำส่อนอย่างคุณแล้ว”
คุณแพ้พนันฉันแล้ว อัญญานั่งเหม่อใจลอยที่ระเบียงห้องนั่งเล่นในที่พัก เสียงน้ำไหลเป็นธาร เสียงนกร้องเพลงเจื้อยแจ้ว เสียงลมพัดใบไม้ร่วงหล่น บรรยากาศดูสงบร่มรื่น ช่วงเวลาแบบนี้เธอต้องใจสงบ แต่ในใจกลับว้าวุ่นคิดถึงแต่เขา สามวันแล้วที่ติดต่อเขาไม่ได้ “คนใจร้าย จะเลิกกับฉันจริง ๆ ใช่มั้ย ชยางกูรนายมันงี่เง่า” เธอพึมพำคนเดียว สายตาก็ยังไร้ความสุข ไม่มีชีวิตชีวาเหมือนเดิม “มานั่งเหม่ออะไรตรงนี้ลูกสาวแม่” กัญญาเดินถือแก้วกาแฟเข้ามานั่งเก้าอี้ตัวข้าง ๆ “ดื่มกาแฟให้สดชื่นก่อนสิลูก” แม่ของเธอชงกาแฟมาให้ “ขอบคุณค่ะแม่” “คิดถึงก็ไปตามเขาสิลูก” หญิงวัยกลางคนเอ่ยอย่างคนรู้ใจลูก เพราะสามวันมานี้เธอสังเกตเห็นว่าลูกสาวทำหน้าเศร้าตลอดเวลาอัญญามองหน้าแม่อย่างเขิน ๆ “หนูจะง้อเขาทำไมคะ เขาไม่มีเหตุผลเองนี่คะ” “อันไม่รักเขาแล้วเหรอ?” “ไม่ค่ะ” คนปากแข็งเอ่ยไม่เต็มเสียง “ไม่อยากแต่งงานกับคุณฌอนเหรอ?” เจอคำถามนี้เธอนิ่งไปหลายวิ “ไม่...ค่ะ” ปฏิเสธอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก จนแม่ก็แอบยิ้ม “แต่แม่อยากได้คุณฌอนเป็นลูกเขยน
ครอบครัวอบอุ่น ชายหนุ่มบอกลา สามเดือนผ่านไป @ สายธารารินทร์ รีสอร์ต “พี่อัน ได้ยินพนักงานบอกว่าวันนี้ห้องพักเต็มทุกห้องเลยเหรอจ๊ะ?” รัญญาเดินเข้ามาในห้องทำงานของพี่สาว อัญญากำลังนั่งดูแฟ้มอยู่บนโต๊ะทำงานเล็ก ๆ ในบ้านไม้สองชั้น ที่เป็นทั้งบ้านและห้องน้ำงานของเธอ เดิมทีพ่อปรีชาเตรียมห้องทำงานไว้ให้เธออย่างดี เป็นห้องทำงานเดิมของภรรยาใหม่ แต่เธอเกรงใจจึงขอใช้ชั้นหนึ่งของบ้านเป็นห้องทำงานตัวเอง “ใช่ วันนี้ห้องเต็มหมดเลย และพื้นที่ลานกลางเต็นท์ก็เต็มด้วยนะ” หญิงสาวในบทบาทของผู้บริหารรีสอร์ตเอ่ยอย่างภูมิอกภูมิใจ ตั้งแต่เธอก้าวขึ้นมาทำตำแหน่งนี้ เธอได้ศึกษาและเรียนรู้ปัญหาของที่นี่อย่างละเอียดถี่ถ้วน และได้นำปัญหาต่าง ๆ ไปปรึกษาชยางกูร ซึ่งเขาก็เก่งมาก มองขาดในทุกเรื่อง ชายหนุ่มได้แนะนำวิธีการจัดการให้เธอทีละขั้น เพียงเวลาไม่ถึงครึ่งปีด้วยซ้ำ ยอดการจองก็เพิ่มขึ้น ทำให้พนักงานทุกคนยอมรับในตัวของอัญญา ต่างกับตอนแรกที่เดินเข้ามารับตำแหน่งใหม่ ๆ แต่ละคนแทบไม่เห็นหัวเธอเลย “พี่สาวรัญญ์เก่งจริง ๆ” “เรื่องนี้ต้องขอบคุณ คุ
หน้าที่ใหม่(18+) หลังจากชยางกูรนั่งคุกเข่าสำนึกผิดต่อหน้าว่าที่พ่อตาประมาณห้านาทีเห็นจะได้ ปรีชาจึงให้เขาลุกขึ้น อัญญาจึงเชิญพ่อกับแฟนหนุ่มเข้ามาในบ้าน พ่อปรีชาได้เจอกับรัญญาก็หลั่งน้ำตาอีกรอบ ส่วนรัญญาก็ดีใจที่ได้เจอพ่ออีกครั้ง อัญญาจำต้องปลุกยายให้ตื่นกลางดึก เพราะอดีตลูกเขยมาเยี่ยม ยายหอมดีใจมาก โผเข้ากอดปรีชา เพราะยายหอมเองก็รู้สึกผิดต่อเขา เป็นเพราะลูกสาวตัวเองที่อยากเลิกกับปรีชา ยายหอมไม่ได้อยากให้ครอบครัวของลูกสาวแตกแยก ชยางกูรแปลกใจที่ทุกคนต้อนรับปรีชาเป็นอย่างดี ผิดกับตอนที่แม่ของอัญญามา ทุกคนไม่ดีใจขนาดนี้ นึกแล้วก็เห็นใจน้ากัญญา ป่านนี้เธอจะเป็นอย่างไรบ้าง “คุณฌอน พ่อหนุ่ม ฌอน!” ยายหอมเรียกชยางกูรที่เอาแต่เหม่อลอยจนไม่ได้ยินเสียงใครเลย “ครับ! ครับคุณยาย” จนสะดุ้งตื่น “ไง...ฉันอุตส่าห์เอ็นดูคุณ ไม่คิดว่าจะกล้าพาหลานฉันชิงสุกก่อนห่าม” ยายหอมคงรู้เรื่องนี้จากปากปรีชา “ผมขอโทษครับที่ทำให้น้องเสียหาย ผมยินดีรับผิดชอบทุกอย่างนะครับคุณยายคุณพ่อ” “ผมยังไม่กล้ายกยัยอันให้ผู้ชายคนนี้หรอกครับคุณ
นั่นพ่อค่ะ...ที่รัก หนึ่งเดือนผ่านไป เวลาไม่เคยหยุดเดิน ความรักที่ชยางกูรมีให้อัญญาก็เช่นกัน ตลอดเวลาที่คบกันไม่มีวันไหนที่ชายหนุ่มจะไม่เสิร์ฟขนมจีบให้เธอเลย ช่วงแรกอาจจะยังไม่เปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา ทำอะไรต้องคอยแอบ แต่สองอาทิตย์ก่อนนี้เอง เขาได้เข้าไปเห็นช็อตที่เชฟแดเนียลกำลังใส่ผ้ากันเปื้อนให้แฟนสาวในห้องครัว วันต่อมาชายหนุ่มขี้หึงรีบมาประกาศถึงในครัวเรื่องที่เขาคบกับอัญญา จากตอนแรกที่รู้กันเป็นบางกลุ่มตอนนี้น่าจะรู้กันทุกคนแล้ว แรงหึงทำให้เขากล้าได้กล้าเสียจริง ๆ แม้จะถูกเบื้องบนตำหนิเขาก็ไม่สนใจ เดินหน้าโชว์ความหวานอย่างไม่อายใคร ล่าสุดแฟนสาวกลับบ้านมาหายายกับน้องสาวที่กรุงเทพฯ เขาก็อยากตามมาด้วยทั้งที่ตัวเองมีประชุมใหญ่ ทว่าอัญญาไม่ยอมให้เขาเสียการเสียงานจึงสั่งให้เขาอยู่ทำงานของตัวเองให้เต็มที่ ถ้าไม่ทำตามที่เธอบอกเธอยื่นคำขาดจะไม่คบกับเขาต่อ ชายหนุ่มจึงยอมฟังคนไม่เคยคบใครอะเนอะ “ยาย...ดึกแล้วไปนอนเถอะจ้ะ เดี๋ยวทางนี้อันกับยัยรัญญ์จะจัดการให้เอง” อัญญาเหลือบดูนาฬิกาที่แขวนอยู่ผนังบ้านจึงบอกให้ยายขึ้นไปพักผ่อน แต่ยายหอมยังคงขะมักเ







