LOGIN“อ้าว ด่าใครยะ ไปอาบน้ำนอนได้แล้ว พรุ่งนี้หล่อนสัญญาว่าจะพาฉันตะลุยเวกัส อย่าลืมเสียล่ะ”
เสียงเชอร์ล็อกดังขึ้นพร้อมกับเดินเช็ดผมสีบลอนด์ทองขยุกขยิกไปมา
“หิวน้ำ” โจซิเฟียเอ่ยขึ้น
“ฉันด้วย แกไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวฉันจะออกไปเอาเอง”
เสียงสะดีดสะดิ้งของนังเชอร์ดังขึ้นพร้อมกับทำท่ายิ้มย่องแลบลิ้นเลียปากแผลบอย่างที่โจซิเฟียไม่ไว้ใจมันเอาเสียเลย กลัวมันจะทำแผนของหล่อนแตกก่อนวันฮอลิเดย์จะสิ้นสุด
“เฮ้ย ฉันออกไปเอาให้ แกแต่งตัวนอนรออยู่นี่แหละ”
โจซเฟียรีบเอ่ยพร้อมกับเปิดประตูห้องนอนออกไป
แสงไฟสลัวเปิดตรงมุมที่เป็นเคาน์เตอร์เครื่องดื่ม ห้องของเขากับเจมส์นั้นคล้ายกับห้องสวีทของโรงแรม ไม่มีครัวเป็นสัดส่วนมีเพียงเคาน์เตอร์บาร์ พวกเขามักไปฝากท้องกับวีรตาบนเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุด บางครั้งก็อาศัยห้องอาหารของโรงแรม สั่งรูมเซอร์วิสหรือไม่ก็เดลิเวอรี่ตามสไตล์การใช้ชีวิตของหนุ่มโสด
โจซิเฟียค่อยย่องผ่านห้องนั่งเล่น ตรงโซฟาตัวใหญ่ ร่างสูงนอนเหยียดยาวมีผ้าแพรคลุมตรงส่วนกลางกายถึงหน้าอก ท่าทางกำลังหลับสนิท หญิงสาวย่องไปเปิดตู้เย็นหยิบขวดน้ำเย็นมาสองขวดแล้วค่อยๆ ปิด
“ทำไมต้องย่องขนาดนั้นด้วย”
เสียงทุ้มเอ่ยดังขึ้นข้างหลัง โจซิเฟียสะดุ้งโหยงตกใจด้วยไม่ได้ยินเสียงเขาสักนิดเดียวว่าลุกมาตอนไหน ก็มันแค่สองนาทีเองที่หล่อนเห็นเขานอนเหยียดยาวอยู่ตรงโซฟา
“อีตาบ้า ตกใจหมด!”
หล่อนหันมาด่าทันที เบนจุดยิ้มที่เห็นหล่อนตกใจจริงๆ เขานอนหรี่ตามองตั้งแต่ได้ยินเสียงหล่อนเปิดประตูห้องนอนแล้วล่ะ เห็นท่าย่องเหมือนตีนแมวของหล่อนก็ต้องแอบยิ้มขำในความมืด เห็นหล่อนถือขวดน้ำอยู่สองขวดจึงเอื้อมมือไปแย่งมาเปิดขวดหนึ่งแล้วยกดื่ม หล่อนทำตาโตอ้าปากหวอ
“เสียมารยาท นั่นมันของเชอร์ล็อก ทำไมไม่เปิดหยิบเอาเองฮึ!” หล่อนแหวใส่
“ของผมทั้งตู้นั่นแหละ เปิดหยิบใหม่สิ คุณยืนขวางผมอยู่ผมเปิดตู้หยิบเองได้ไง คิดบ้าง ปากมีแต่พูดแหวๆ สูงปรี๊ดแบบนี้ไม่สงสารหลอดคอมั่งรึไง”
เขาโต้ตอบพร้อมกับยกน้ำขึ้นดื่มต่อ โจซิเฟียทำเสียงฮึดฮัดใส่ด้วยความไม่สบอารมณ์แต่ก็ยอมหันกลับไปเปิดตู้หยิบน้ำมาอีกขวดหนึ่ง
“หลีกไป โจจะเข้าห้อง” เขายืนขวางหล่อนอยู่ในคราวนี้
“รีบไปหาแฟนล่ะสิ อย่าทำเสียงดังนักล่ะ ห้องผมไม่กันเสียง ขี้เกียจจินตนาการและฝันร้าย”
เขาเอ่ยพร้อมกับทำหน้ายียวนกวนอวัยวะเบื้องล่างมากในสายตาของโจซิเฟีย หญิงสาวอยากเอาขวดน้ำยัดปากสุนัขของเขายิ่งนัก แต่สิ่งที่ทำก็คือการยิ้มเยาะ
“ต้องขอโทษล่วงหน้านะ ถ้าหากโจกับเชอร์ล็อกจะเผลอทำเสียงดังออกมาน่ะ เพราะเรามาฮอลิเดย์กัน อาจจะเต็มที่กันตามที่ตั้งตารอคอยมานาน ทนเอาหน่อยก็แล้วกันนะเบนจามิน แค่คืนเดียวเอง”
หล่อนลอยหน้าลอยตาพูด เบนชะงักอึ้งไป นึกภาพหล่อนทำกิจกรรมบางอย่างที่ต้องส่งเสียงดังกับผู้ชายคนอื่นแล้วในใจรู้สึกวาบโหวงแปลกประหลาดนัก
“ผมละอยากรู้ว่าคุณเปลี่ยนรสนิยมทางเพศตั้งแต่เมื่อไหร่กันฮึโจ”
เสียงทุ้มเอ่ยถามพร้อมกับขยับเข้ามายืนประชิด โจซิเฟียต้องถอนร่นจนหลังไปชนกับตู้เย็น เขาจงใจก้าวตามมายืนแนบ ร่างบางถูกขังอยู่ระหว่างตู้เย็นกับร่างสูงล่ำสันที่โจซิเฟียรับรู้ได้ถึงไอร้อนระอุบางอย่างแผ่พลังออกมาจนหล่อนสัมผัสได้จากเสื้อผ้าที่แนบกันอยู่
“หรือว่า อืม... จะเปลี่ยนตั้งแต่ถูกผมจูบ? หึหึ”
เขาก้มมากระซิบอีกครั้งวางขวดน้ำไว้หลังตู้แล้วใช้แขนข้างหนึ่งเท้าตู้เย็น นิ้วมือเรียวยาวยกมาแกล้งพันผมหล่อนเล่นอย่างตั้งใจกวนโทสะ โจซิเฟียกำขวดน้ำไว้ทั้งสองมือที่เวลานี้อยู่วางอยู่บนอกของเขา
“อย่าทำอะไรบ้าๆ นะเบนจามิน เชอร์ล็อกจะเข้าใจผิด โจจริงจังกับเขานะ คุณเลิกยั่วประสาทโจเสียทีได้ไหม!”
หล่อนตะคอกเสียงเข้มแต่เบาเพราะคงกลัวเชอร์ล็อกจะได้ยิน เบนกระตุกยิ้มก้มไปใช้จมูกกดไปบนแก้มนวลที่เขาไม่เคยลืมกลิ่นหอมกรุ่นนั้น
“เลิกเป็นทอมทำไมไม่บอกผม” เขาทำตากริ่มอย่างที่โจซิเฟียรู้สึกขนตรงลำคอตั้งซู่
“คนเลว หยุดเลย อ๊าย ขยะแขยงนะจะบอกให้ ปล่อย!”
หล่อนผลักอกเขาอย่างแรง แต่เบนโอบแขนไปรอบเอวบางดึงมาแนบร่างสูงของเขามากขึ้น รู้สึกสะใจที่เห็นความหวาดกลัวในดวงตาสีน้ำเงินคู่สวยของหล่อน คงกลัวแฟนจะออกมาเห็นล่ะสิ หึ!
เบนไม่แน่ใจว่าเวลาอยู่ใกล้หล่อนทำไมเขาถึงอยากจะแกล้งหล่อนอยู่ร่ำไป ชายหนุ่มรู้สึกหงุดหงิดเมื่อนึกถึงหล่อนกับผู้ชายผมทองในห้องนอนของเขา ไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไรจากหล่อนกันแน่ แต่ที่แน่ๆ คือ เขาไม่อยากปล่อยให้หล่อนกลับเข้าไปในห้องนอนนั้นอีกเลย
“เขาบอกแกเหรอว่าเป็นแฟนกัน ทำไมไอ้เจมส์ไม่เคยรู้เรื่องน้องมันมีแฟน ไวน์เองก็ไม่เคยเห็นเล่าอะไรให้ฟัง โธ่เอ๊ย ไอ้เบน กูว่ามึงโดนหลอกแล้วล่ะ มึงมันไก่อ่อนต้องสอนขันจริงๆ เขาแกล้งอำมึงเล่นแน่ๆ แค่นี้มึงก็อ่านเกมเขาไม่ออกหรือไงวะ”เสียงห้าวของเจ้านายสรุปฟันธงอย่างมั่นใจเช่นเคย“ไม่อำหรอกครับ เขานอนด้วยกันในห้องของผม ส่งเสียงกัน เอ่อ จนผมนอนไม่ได้”เขาเอ่ยเล่าต่อเสียงเบาลงเพราะรู้สึกแสลงใจเมื่อนึกถึง“ว้อท!” เสียงอุทานออกมาพร้อมกับยกมือขึ้นเท้าสะเอวทำหน้าอ้าปากหวออยู่ครู่หนึ่ง“ครับ ตามนั้น เสียงดังจริงๆ”เบนสรุป พยายามทำสีหน้าราบเรียบไม่แสดงอารมณ์อะไรให้เจ้านายรู้ว่าเขาหงุดหงิด“อ้อ มิน่าล่ะ มึงถึงทำหน้าเหมือนแดกแห้วมาทั้งไร่แบบนี้ กูเข้าใจละ แต่ยังไงก็แล้วแต่ ผู้รู้ได้พูดเอาไว้ว่า อย่าเชื่ออะไรง่ายๆ” เจ้านายทำเสียงสั่งสอนทันที เจ้านายเทศน์เก่งพอๆ กับเมียทุกวันนี้“ได้ยินเสียงชัดขนาดภาพลอยมาแบบนี้ยังจะไม่ให้เชื่ออีกหรือครับบอส”เบนเอ่ยตอบ ลืมปฏิเสธที่สเตฟานพูดว่าเขารับประทานแห้วมาทั้งไร่“ในโลกนี้ทุกอย่างเป็นมายา มึงไม่เคยได้ยินเหรอ เชื่อกู คนอย่างโจซิเฟีย ถ้าหากมีแฟนจริงๆ เขาจะทำอะไรในห้
“อ๊าย ฉันดีใจ ในที่สุดก็จะได้รู้จักสเตฟานตัวจริง ไหนจะเบอร์นาโด ฉันเป็นแฟนคลับพวกเขา” เชอร์ล็อกส่งเสียงระริกระรี้ทันที“แกอย่าแต๋วแตกให้เขาเห็นก็แล้วกัน ที่ไหนมีสเตฟาน ที่นั่นมักมีเบนและเจมส์อยู่ด้วย แต่ช่วงนี้เจมส์ได้ลาพักยาวเพราะอี๊ฟไม่ค่อยสบาย เจมส์ต้องดูทั้งลูกทั้งเมีย เราต้องไปเยี่ยมที่บ้านสักวันก่อนกลับบอสตันนะ”โจซิเฟียเอ่ยบอกกับเพื่อน เชอร์ล็อกพยักหน้ารับทราบตารางเที่ยวด้วยใบหน้ายิ้มระรื่น“ทริปนี้มันคุ้มสุดคุ้มจริงๆ โว้ยนังเชอร์ จะได้พบกับทีมหนุ่มหล่อทั้งเซ็ต ฉันจะพยายามหุบปากไม่กรี๊ดเพื่อแกละกันนะยัยโจ” เชอร์ล็อกพูด จากนั้นบริกรก็เสิร์ฟอาหารที่เชอร์ล็อกสั่งเอาไว้โจซิเฟียกำลังตักอาหารเข้าปากเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นร่างสูงในสูทเท่ของเบน นึกขึ้นได้ว่าเขาบอกว่าเขาช่วยงานเชสดูแลโรงแรมในช่วงนี้ คงเพราะเป็นไฮซีซั่นนั่นเอง ร่างสูงยืนอยู่ตรงประตูห้องอาหารกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดที่โต๊ะของหล่อน โจซิเฟียรีบส่งช้อนที่ตักอาหารไปจ่อปากเชอร์ล็อกแล้วแสร้งยิ้มหวาน“อ้าปากเร็วนังเชอร์” แต่เสียงขู่รอดไรฟันออกมา เขาอยู่ระยะไกลไม่ได้ยินอยู่แล้ว“เฮ้อ อะไรของแกอีกฮะ” เชอร์ล็อกทำเสียงบ่นนิดห
“พูดเรื่องอะไร”เขาเอ่ยถามออกมาพร้อมกับตวัดร่างหล่อนขึ้นสู่วงแขนไปวางบนเตียง โจซิเฟียรู้สึกตกใจเป็นอันมากกับท่าทางที่แปลกไปของเขา พบกันครั้งนี้เขาไม่ทำท่าหยิ่งยโสไว้ระยะห่างเหมือนเช่นเคย แต่กลับรุกหล่อนอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว หรือมันจะเป็นกลยุทธ์ใหม่ที่เขาจะใช้แกล้งหล่อนต่อไป ร่างสูงล้มมาทับทาบ ใบหน้าหล่อคมสันอยู่เหนือใบหน้าของหล่อนอย่าที่ทำให้โจซิเฟียแทบจะลืมหายใจ“เบนจามิน สกินเบิร์ต!”หล่อนเรียกชื่อเต็มยศพร้อมกับพยายามผลักร่างเขาออก แต่ชายหนุ่มแกล้งกดลงไปหนักกว่าเดิม รู้สึกสะใจที่หล่อนหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธและตกใจ เขาชอบเวลาเห็นหล่อนหมดหนทางต่อกรกับเขาเช่นนี้“ว่าไงโจซิเฟีย ฮาร์ตสัน คุณมีอะไรที่ติดค้างอยู่ในใจอยากจะเคลียร์กับผมก็ว่ามา ผมจะให้โอกาสคุณอย่างเต็มที่เลยตอนนี้ ผมเบื่อจะเป็นเหยื่อฝ่ามือของคุณเต็มทีแล้ว”“ห๊ะ! อะไรนะ! เหยื่ออย่างนั้นเรอะ!”หล่อนตะคอกถามเสียงสูงราวกับไม่เชื่อหูของตัวเอง เขาว่าเขาเป็นเหยื่องั้นเหรอ! เขาคงลืมไปแล้วว่าทำไมหล่อนถึงตบเขาในแต่ละครั้ง ไอ้คนสารเลว!“เบนจามินพูดไม่รู้เรื่องรึไงฮะ! โจจะบอกเจมส์นะถ้าคุณยังแกล้งกันอยู่แบบนี้ โจไม่ทนคุณอีกต่อไปแล้ว ทนมาน
“ขอโทษ แกไปสั่งอาหารรอนะ ฉันไปไม่นานหรอก”โจซิเฟียเอ่ยพร้อมกับหันหลังวิ่งไปยังห้อง เชอร์ล็อกจึงกดลิฟต์ลงไปรอชั้นล่างของโรงแรมโจซิเฟียเคาะห้องของเขาสองที รออยู่ครู่หนึ่งประตูก็เปิดออก ร่างสูงมีเพียงผ้าเช็ดตัวพันท่อนล่าง หยดน้ำเกาะพราวบริเวณแผงอกกับลำตัวช่วงบน โจซิเฟียพยายามโฟกัสไปที่ใบหน้านิ่งของเขาแทนตรงกล้ามเนื้อท้องเป็นเป็นลอนซิกแพ็คสวย“โจลืมกระเป๋า ขอเข้าไปเอาแป๊บนะ” หล่อนรีบเอ่ยบอกพร้อมกับวิ่งเข้าไปในห้องนอน เบนเดินตามเข้าไป“มีแพลนไปไหนกัน” เขาเอ่ยถามพร้อมกับใช้ผ้าเช็ดตัวผืนเล็กเช็ดผมหยักศกสั้นยืนขวางประตูอยู่“ไปทานข้าว แล้วก็พาเชอร์ล็อกชมเมือง”หล่อนเอ่ยตอบตามความจริงด้วยน้ำเสียงไม่ถึงกับกระด้าง ในใจรู้สึกผิดนิดหนึ่งที่ยึดห้องเขาเหมือนห้องตัวเอง วันนี้ไม่แน่ใจว่าเขาทำงานหรือเปล่า ถ้าทำก็หมายความว่าโจซิเฟียทำให้เขาไปทำงานสาย“คุณทำงานหรือเปล่าวันนี้”เอ่ยถามออกไปอย่างพยายามลืมความบาดหมางระหว่างกัน อย่างน้อยเขาก็อุตส่าห์มีน้ำใจเสียสละห้องให้“ผมช่วยเชสดูแลโรงแรมช่วงนี้”เบนเอ่ยตอบพร้อมกับจ้องมองหน้าของหล่อนนิ่งๆ ด้วยสายตาที่โจซิเฟียอ่านไม่ออก“โจไปละ”หล่อนหยิบกระเป๋าขึ้นสะพายไ
ผู้คนยังมีเดินขวักไขว่ไปมาในเวลานี้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของลาสเวกัส นักเที่ยวนักดื่มกอดคอกันเดินกลับที่พัก หนุ่มสาวบางคู่ก็อาศัยบรรยากาศของเมืองฮอลิเดย์และแสงไฟสลัวยามค่อนรุ่งดึงกันหายเข้าไปตามซอกตึกชีวิตคนเรานี้ต้องการอะไรกันแน่นะ แน่นอนว่าคำตอบก็คือความสุข มันเป็นคำจำกัดความที่มนุษย์ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มันมา ทำทุกวิถีทางตั้งแต่เกิดจนตายให้ไอ้เจ้าความสุขนี้มันเกิดขึ้นในชีวิตของตัวเองให้มากที่สุดแล้วเขาล่ะ เขาต้องการอะไร เบนจามิน สกินเบิร์ต เขามีความสุขหรือยังกับชีวิต คำตอบที่เข้ามาในหัวทันทีก็คือ โคตรสุขเลย ชีวิตที่เป็นอิสระเสรี มีเจ้านายที่เป็นเสมือนครอบครัวของเขา ครอบครัวที่เขาไม่เคยมีเป็นของตนเอง แต่สเตฟาน แม็คเคนซี่ให้เขาทุกอย่าง เรียกว่าให้ชีวิตใหม่แก่เด็กกำพร้าไร้อนาคตคนหนึ่งจนกระทั่งมาเป็นเขาคนนี้ คนที่มีครบพร้อมบริบูรณ์ทุกอย่างในความรู้สึกของเขาอายุสามสิบสี่ปีเข้ามานี้ เขารู้สึกว่าตนเองจะคิดอะไรที่ไม่เคยคิดมาก่อนมากขึ้น ชีวิตที่ผ่านมามีครบทุกรสชาติ ทั้งสนุกสุดเหวี่ยงกับผู้หญิงจากทุกวงการ ลุ้นระทึกเสี่ยงตายกับงานบอดี้การ์ด ตะลุยดงเท้าฝ่ากระสุนกับเจ้านายและผองเพื่อน เติบโตอยู
เบนกดลิฟต์ลงไปยังชั้นล็อบบี้แล้วเดินออกไปยังหน้าโรงแรม พนักงานทักทายเขาอย่างคุ้นเคย บอดีการ์ดหน้าหล่อเหมือนนายแบบของสเตฟาน แม็คเคนซี่ บอสใหญ่แห่งแกรนด์เอ็มซีมักชอบออกมาเดินเล่นยามดึกแถวหน้าโรงแรม หรือไม่ก็สวนหลังโรงแรมชายหนุ่มล้วงโทรศัพท์ออกมาเขี่ยดูไปเรื่อยเปื่อยไม่มีจุดหมาย ร่างสูงเดินไปนั่งตรงม้านั่งที่มุมหนึ่งของหน้าตึกซึ่งมีไว้สำหรับให้นั่งพักผ่อนเวลาตีสี่แล้ว ใครมันจะยังตื่นอยู่เหมือนเขาบ้างนะ ไอ้พวกเผือกทั้งหลาย ตัดเจมส์ออกไปคนหนึ่งเพราะตั้งแต่แต่งงานมีลูกหนึ่งคน มันก็เป็นพ่อบ้านเต็มตัวเข้าสมาคมตามเจ้านายใหญ่ไปเรียบร้อยแล้ว“ไอ้ไท มึงทำอะไรอยู่”ตัดสินใจลองกดโทรไปหาไทสัน มันเสือกรับสายด้วย เบนจึงยิ้มดีใจออกมา“ตีสี่ มึงว่ากูควรทำอะไร”เสียงงัวเงียของไทสันเอ่ยถามกวนๆ มาตามสาย“กูนอนไม่หลับ”“นั่นมันปัญหาของมึง ไม่ใช่ปัญหาของกู”เสียงตอบกลับมาเร็วทันใจ เบนส่ายหน้า“ขอบใจที่มึงเป็นห่วงกู”ชายหนุ่มประชดเพื่อนกลับ“มึงมีธุระอะไร นายสั่งไปลุยหรือว่ายังไง นี่มันตีสี่นะไอ้เบน ถ้าไม่มีอะไรกูจะนอน”ไทสันเอ่ยถามเสียงห้วนตัดบท“โจมา”“โอเค”ไทสันตอบรับรู้เพียงสั้นๆ เบนเล







