Beranda / โรแมนติก / เพทายลายกะรัต / ถ้าหากตอนนั้น.. 220

Share

ถ้าหากตอนนั้น.. 220

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-13 22:42:00

น้ำเสียงโศกสลดปนโหยหวนของกันดิศที่หลุดรอดมาจากห้องทำงานของณัฐนัย ทำให้คนที่เดินออกจากห้องได้เพียงไม่กี่ก้าวต้องยกยิ้มมุมปาก นึกขันเพื่อนสนิทที่เสพติดความสบายแต่กลับไม่เคยหนีความลำบากได้เลยสักหน ดวงตาสีถ่านยังฉายรอยขบขันบางเบาให้เห็น แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นมืดดำลงทุกขณะที่ก้าวเดินไป..

ไม่ถึงห้านาที ร่างสูงของเพทายก็หยุดยืนอยู่หน้าห้องประชุมย่อยสำหรับรับแขก

แต่เมื่อพูดถึงคำว่า ‘แขก’ แล้วก็ยังนึกกังขาในใจ คงเพราะการมาเยือนของประธานคนใหม่แห่ง ‘ไพฑรูย์การช่าง’ ไม่ใช่เรื่องที่เพทายคาดการณ์ไว้ เขาจึงไม่อาจคาดเดาได้ว่าอดีตผู้ก่อตั้ง ‘ไพฑรูย์การช่าง’ ที่ได้หวนคืนบัลลังก์หลังผ่านเวลาไปยี่สิบปีต้องการอะไร? แต่กระนั้นกลับมีบางสิ่งในใจที่ตั้งธงไว้แล้วเช่นกัน

ว่าจะไม่มีวันให้คืน!

ความหวงแหนในสิ่งที่รักตามสัญชาติญาณทำให้เพทายอดเหลือบมองห้องทำงานตัวเองที่อยู่ห่างไปสุดสายตาไม่ได้ มองอยู่นานจนได้ยินเสียงชลันธรหัวเราะในลำคอคล้ายพึงพอใจอะไรสักอย่าง

“ไอ้ชลัน” น้ำเสียงคาดโทษเรียกชื่อเลขาคนสนิทรอดไรฟัน

“ไม่ต้องห่วงครับนาย คุณพิงค์ยังหลับอยู่” ชลันธรอธิบายเรียบเรื่อย ไม่สนใจสายตากินเลือดกินเนื้อของเจ้านายที่ส่งมาสักนิด ก่อนจะโค้งตัวเล็กน้อยราวกับต้องการบอกว่าจะกลับไปทำหน้าที่ของตน แต่พอถอยได้พ้นระยะมือและเท้าก็ยังไม่วายทิ้งท้ายประโยคอย่างจงใจยั่วประสาทอีกรอบ “คุยกับพ่อตาให้สนุกนะครับนาย”

“ไอ้!..” เพทายสบถเสียงขุ่น อยากจะฝากรอยเท้าเข้าที่แผ่นหลังลูกน้องคนสนิทสักทีสองทีตามมารยาท แต่เพราะมีเรื่องสำคัญกว่ารออยู่จึงต้องปล่อยผ่าน

ใบหน้าคมคายที่ผ่อนคลายลงกว่าเมื่อครู่หลายเท่ามองจ้องประตูเบื้องหน้าพลางถอนใจอีกหน แต่ก็เลือกเปิดประตูเข้าไปเผชิญหน้ากับ ‘อดีต’ เพื่อนสนิทของบิดา..

ภายในห้องประชุมย่อยสำหรับรับแขกดูเงียบเชียบกว่าทุกครั้งที่เพทายเคยสัมผัสมา ไพฑรูย์กำลังนั่งรอการมาของเขาด้วยความสงบ และเมื่อเห็นประธานหนุ่มแห่ง ‘วัฒนากร เอ็นจิเนียริ่ง’ เดินเข้ามา ใบหน้าราบเรียบของผู้อาวุโสเหมือนจะปรากฏรอยยิ้มบางเบาให้เห็นเป็นการทักทาย

“ขอบใจนะ ที่ยอมมาเจออา” 

คำทักทายของประธานคนใหม่แห่ง ‘ไพฑรูย์การช่าง’ ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการได้เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าทำให้เพทายชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะนำพาตัวเองไปนั่งอีกด้านของโซฟากว้างราวกับต้องการรักษาระยะให้ห่างที่สุดเท่าที่มารยาทจะเอื้ออำนวย

“ถ้าไม่มาพบคุณอา ผมคงไร้มารยาทเกินไป” น้ำเสียงราบเรียบตอบกลับ

อันที่จริงเพทายต้องยอมรับตามตรงว่าเขาไม่ค่อยอยากเจอหน้าบุพการีของคนรักเท่าไร โดยเฉพาะหลังจากเกิดเรื่องขึ้นกับกะรัต แต่เพราะไม่อยากให้เรื่องลุกลามเป็นไฟลามทุ่งในภายหลัง จึงจำต้องมาอย่างไม่เต็มใจ

“แล้ว...ยายพิงค์เป็นยังไงบ้าง?” น้ำเสียงลังเลของไพฑรูย์ตั้งคำถาม

“ก็ดีครับ” แม้ใบหน้าคมคายจะยังไร้อารมณ์ แต่ดวงตาสีถ่านกลับผสมรอยอริแบบไม่คิดปกปิด “ว่าธุระของคุณอามาเถอะครับ ผมมีเวลาว่างไม่มาก”

ไพฑรูย์นิ่งไปชั่วอึดใจราวกับกำลังชั่งน้ำหนักความคิดตนเอง ปล่อยเวลาไหลผ่านไม่นานนักค่อยถอนใจพลางระบายยิ้มเจือจางออกมา

“อาคิดว่า มีบางเรื่องที่ควรบอกให้พีทรู้”

“..ผมฟังอยู่ครับ” ชะงักไปเล็กน้อยกับสรรพนามใกล้ชิดทั้งที่ไร้ความสนิท แต่เพราะตัดสินใจไว้แล้วว่าจะปล่อยวางจากเรื่องในอดีตจึงเลือกปล่อยผ่าน

               “ตึกที่ถล่มเมื่อยี่สิบปีก่อนเป็นเพราะ ‘ไพฑรูย์การช่าง’ จริงๆ และพ่อของพีท...ก็รู้เรื่องนั้นอยู่แล้วตั้งแต่แรก” ไพฑรูย์บอกเล่าเรื่องราวในอดีตอย่างเชื่องช้า น้ำเสียงยังคงแฝงไปด้วยรอยเจ็บปวดจากเรื่องราวครั้งเก่าที่สร้างบาดแผลขนาดกว้างและฝังลึกจนถึงรากของความรู้สึกในปัจจุบัน “แต่เพื่อช่วยอา พ่อของพีทก็เลยรับเอาทุกความผิดไว้เอง”

               เพทายมองภาพตรงหน้าด้วยสายตายากจะอ่าน สภาพของไพฑรูย์ในวันนี้ช่างแตกต่างจากชายที่คุกเข่าตากฝนอยู่หน้างานศพบุพการีของเขาราวคนละคน เหลือแต่ดวงตาหม่นแสงที่แบกความเจ็บปวดและร่องรอยความรู้สึกผิดเท่านั้น ที่ยังฉายชัดไม่จางลงจากวันนั้นเลยสักนิด

ความรู้สึกผิดคงกัดกร่อนผู้ชายคนนี้ จนแบกชีวิตที่เต็มไปด้วยความทุกข์มาตลอดสินะ?

บางทีความยึดติดตลอดยี่สิบปีของไพฑรูย์ อาจเป็นบทลงโทษที่รุนแรงกว่าการยอมรับผิดในวันวานก็ได้..

“อาก็รับความช่วยเหลือไว้อย่างคนเห็นแก่ตัว ไม่คิดว่าเรื่องมันจะบานปลายจนสุดท้าย..” น้ำเสียงของไพฑรูย์ขาดห้วงไป ก่อนจะยอมรับความจริงด้วยท่าทีสงบนิ่ง “ทั้งหมดเป็นความผิดของอาเอง” 

ดวงตาสีถ่านยังคงสงบเยือกเย็นจนอ่านไม่ออกว่ากำลังคิดอะไร

“อาคือต้นเหตุที่ทำให้พ่อกับแม่ของพีทฆ่าตัวตาย”

เศษนาทีไหลผ่านไปกับความเงียบงัน ใบหน้าคมคายที่สงบเยือกเย็นค่อยกระตุกยิ้มมุมปากให้เห็น หากแต่รอยอารมณ์ที่ปรากฏในดวงตากลับยังคงความเยือกเย็นไว้เช่นเดิม

“อย่าประเมินตัวเองสูงขนาดนั้นจะดีกว่านะครับ”

               ร่างสูงของเพทายผุดลุกจากโซฟาตัวกว้างราวกับการนั่งสนทนาเพียงไม่กี่นาทีเมื่อครู่ ได้สร้างความเมื่อยขบให้ร่างกายจนต้องยืดเส้นยึดสาย ละสายตาจากคู่สนทนาแล้วทิ้งสายตาไปกับวิวทิวทัศน์ภายนอกผ่านกระจกใสบานกว้างความยาวจรดพื้นภายในห้องประชุม

               “พ่อแม่ของผมตัดสินใจเอง...ที่จะตาย” ดวงตาสีถ่านยังคงเหม่อมองไกลอย่างไร้จุดหมาย นานเกือบนาทีค่อยหันกลับมาเผชิญหน้ากับไพฑรูย์อย่างตรงไปตรงมา “และคุณอาก็ไม่ได้ ‘สำคัญ’ สำหรับพวกท่านขนาดนั้น!”

               “แต่ถ้าหากตอนนั้น...”

               “เรื่องสมมุติที่เรียกว่า ‘ถ้าหากตอนนั้น’ มันไม่มีอยู่จริงหรอกครับ” เพทายตัดบทเสียงเรียบ มองใบหน้าของคู่สนทนาที่ยังเต็มไปด้วยความทุกข์พลางถอนใจ

“มีแค่ปัจจุบันเท่านั้น ที่เรียกว่าความจริง”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เพทายลายกะรัต   ตอนพิเศษ 248

    ร่างสูงผอมแลดูบอบบางจนเกือบจะคล้ายคนอมโรคหยุดชะงัก เมื่อสายตาที่มองตรงไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียวจนถึงเมื่อครู่สังเกตเห็นบางอย่างตรงหางตา ดูเหมือนจะมีร่างเล็กป้อมเหมือนซาลาเปาเดินได้กำลังพยายามใช้นิ้วเล็กๆกดปุ่มสีเขียวบนเครื่องถ่ายเอกสาร แต่เพราะขาสั้นเกินไปจึงต้องเขย่งจนสุดตัวลูกใครนะ? ท่าทางน่าจะซนเอาเรื่องเพราะอยากรู้ว่าเจ้าตัวเล็กจะทำยังไงกับระยะห่างอีกหลายคืบ ร่างสูงผอมจึงเปลี่ยนเส้นทางจากห้องประธานกรรมการของ ‘วัฒนากร เอ็นจิเนียริ่ง’ ที่มีเพื่อนสนิทของพี่เขยรออยู่ มาเป็นทางเข้าห้องเอกสารที่ภายในมีเด็กชายวัยประมาณห้าขวบเศษกำลังปีนป่ายเครื่องถ่ายเอกสารด้วยความมุ่งมั่นปกติเขาค่อนข้างเกลียดเด็กและไม่นิยมเข้าใกล้ ขนาดหลานสาวหน้าตาจิ้มลิ้มเหมือนตุ๊กตาอย่างพลอยชมพูก็ยังไม่สามารถลบความรู้สึกเหล่านั้นออกไปได้ น่าแปลกที่เจ้าตัวเล็กหน้าตามอมแมมเหมือนคลุกน้ำหมึกตรงหน้ากลับดึงดูดใจอย่างประหลาด“ลุงจะทำงานเหรอ? ให้ผมช่วยคับ”เสียงเล็กๆที่ดังเจื้อยแจ้วอยู่บนพื้นเบื้องล่างทำให้คนเกลียดเด็กสะดุ้ง ไม่คิดว่าเจ้าตัวเล็กจะว่องไวขนาดนี้ทั้งที่ตัวกลมเหมือนหมูออมสิน“ให้ผมช่วยคับ”เด็กน้อยย้ำคำเดิมอีกค

  • เพทายลายกะรัต   ตอนพิเศษ 247

    ท้องฟ้าสีเทาและเสียงครืนๆเป็นระยะทำให้บรรยากาศรอบกายหม่นหมองอย่างน่าประหลาด เด็กหนุ่มวัยสิบสามปีเศษในชุดดำสนิทแหงนมองท้องฟ้าอีกครั้ง ก่อนจะเหลือบมองเขม่าควันไฟจากปล่องเมรุที่กำลังลอยสูงไปบนฟ้า พลันน้ำตาก็ค่อยๆรินไหลออกมาจากดวงตาสีถ่านคู่นั้นเขาใช้แขนเสื้อปาดน้ำตาลวกๆเมื่อรู้สึกถึงความอ่อนแอที่ทับถมจิตใจ แล้วหลบมุมไปนั่งเงียบๆที่ม้าหินอ่อนข้างศาลาวัดทั้งที่ดวงตายังแดงก่ำ...ไม่อยากเสียน้ำตาให้พ่อแม่ใจร้ายที่ฆ่าตัวตายแล้วปล่อยให้ตัวเองต้องอยู่บนโลกกว้างนี้เพียงลำพัง! แต่ถึงจะโกรธแค่ไหนความรู้สึกสูญเสียที่ถาโถมเข้ามาก็ทำให้ความเสียใจมีมากกว่าหลายเท่า“หนูขอนั่งด้วยได้ไหม?”เสียงเล็กๆที่แหบพร่าดังขึ้นข้างกายของคนที่กำลังจะร้องไห้อีกรอบต้องชะงักไป“ก็นั่งสิ แต่อย่าเสียงดังนะมันน่ารำคาญ!” “อืม ขอบคุณนะ” เสียงนั้นตอบกลับเบาๆ แล้วไม่พูดอะไรออกมาอีกราวกับว่ากลัวจะถูกตำหนิความเงียบนั้นทำให้เด็กหนุ่มอดไม่ได้จนต้องเงยหน้ามองคนที่มาขอนั่งด้วย เด็กผู้หญิงหน้าตาขลุกขมอมที่เอาแต่กอดตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลเข้มไว้แน่นเหมือนเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวเดียวที่พอจะมีได้ เธออยู่ในชุดสีดำสนิทเช่นเดียวกับเขา ก็พอจะเดาได้

  • เพทายลายกะรัต   บทส่งท้าย.. 246

    ช่อดอกไม้ขนาดกะทัดรัดแต่มีน้ำหนักพอดูถูกโยนจนลอยละลิ่วตามประสาดอกไม้งานแต่ง เพียงแต่ช่อดอกไม้ในคราวนี้อาจจะน่าสงสารกว่าช่อดอกไม้ในงานแต่งอื่นๆนิดหน่อย เพราะคนรอรับดอกไม้มีแต่ผู้ชาย? ต้องขอบคุณไอเดียสุดล้ำของเจ้าสาวสุดสวยนามว่ากะรัต ที่ดันนึกสนุกด้วยการเพิ่มดอกไม้งานแต่งเข้ามาอีกช่อ! พร้อมกับสร้างเงื่อนไขเล็กน้อยแต่กลับสามารถดึงดูดใจคนในงานได้เป็นอย่างดี‘จะมีผ้าขาวกั้นเวทีไว้ แล้วเราสองคนจะโยนช่อดอกไม้พร้อมกันนะคะ...สองคนที่รับช่อดอกไม้ได้ จะได้ตั๋วฟรีพร้อมที่พักสำหรับสามวันสองคืนให้ไปเที่ยวด้วยกันค่ะ!’เพราะเพื่อนของบ่าวสาวล้วนแล้วแต่เป็นคนโสดเสียส่วนมาก ผลตอบรับจึงแสดงออกมาให้เห็นด้วยจำนวนแขกเกือบทั้งงานที่ไปออรวมกันตรงหน้าเวที..“ไม่ไปแย่งดอกไม้กับเขาหรือไง?” น้ำเสียงขบขันของผู้อาวุโสเขื่อนเพชรตั้งคำถาม“คุณปู่ก็ยังนั่งอยู่นะครับ ไม่ได้ไปแย่งดอกไม้เหมือนกัน” ณัฐนัยตอบกลับลอยลมพลางจิบคอกเทลในมือด้วยท่าทางเรื่อยเฉื่อย เหลือบมองความวุ่นวายหน้าเวทีแล้วรู้สึกเหมือนกำลังเห็นสงครามขนาดย่อมของเหล่าชายฉกรรจ์“บ๊ะ! ถ้าลุกไปย่าของเจ้าพีทก็แพ่นกบาลแยกสิว่ะ!” น้ำเสียงกริ่งเกรงแกมขบขันตอบกลับ“ผ

  • เพทายลายกะรัต   เส้นทางของโชคชะตา 245

    ดวงตากลมใสกวาดมองภาพสะท้อนของตัวเองผ่านกระจกบานยาวจรดพื้นด้วยความพึงพอใจ วันนี้เธออยู่ในชุดเกาะอกสีขาวปักเลื่อมเงินประดับด้วยระบายลูกไม้อย่างพอเหมาะที่รับกับกระโปรงยีนฟูฟ่องเหนือเข่าเล็กน้อย กะรัตหมุนอีกรอบเหมือนต้องการชื่นชมชุดแต่งงานที่ออกแบบเอง แต่คงเพราะไม่ค่อยชินกับรองเท้าเท่าไรจึงเสียหลักเซถลาได้อย่างง่ายๆ เคราะห์ดีที่ใครอีกคนเปิดประตูเข้ามาแล้วช้อนอุ้มไว้ได้ทัน“เปลี่ยนเป็นรองเท้าผ้าใบดีไหม?”คนถูกถามครุ่นคิดครู่เดียว ค่อยยกมือกอดอกพลางส่ายหน้าปฏิเสธ“ไม่เอาค่ะ รองเท้าคู่นี้มันเข้ากับชุดนี้มากกว่า”“เดี๋ยวก็สะดุดอีก” เพทายค่อนขอดแต่ก็กระชับวงแขนขึ้นอีกนิด รู้ดีว่าถ้าหากกะรัตเริ่มยกมือขึ้นกอดอกแบบนี้แสดงว่าเธอไม่ค่อยชอบใจในสิ่งที่เขาพูดออกมาเท่าไร ก็เลยทำได้เพียงถอนใจแล้วบ่นเสียงอ่อน “แต่ถ้าเมื่อกี้พี่มาไม่ทัน เราก็คงเอาหัวไปวัดความแข็งของพื้นแล้วนะ”คนที่เกือบเอาหัวไปวัดความแข็งของพื้นทำหูทวนลม มือบางที่กอดอกอยู่จนถึงเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นขยับเนกไทหูกระต่ายที่ทำจากผ้ายีนที่เข้าคู่กับสีกระโปรงของตัวเองให้เจ้าของวงแขนกว้างเล็กน้อย “ถ้าสะดุดอีก..” เสียงหวานเว้นวรรคเล็กน้อยเหมือนจะค

  • เพทายลายกะรัต   เส้นทางของโชคชะตา 244

    กำหนดการงานแต่งหลังผ่านความช่วยเหลืออย่างหนักหน่วงและเต็มไปด้วยความหวังดีของบรรดาญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ทำให้กะรัตและเพทายเริ่มไม่แน่ใจว่า...สรุปแล้วมันคือการแต่งงานของคนสองคนหรือเป็นการแต่งงานของสองครอบครัวกันแน่? แต่ได้ความคิดเห็นที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันว่าน่าจะเป็นอย่างหลังเพราะในตอนแรกกะรัตและเพทายเห็นพ้องต้องกันว่าควรจัดงานแต่งเล็กๆที่มีเฉพาะ ‘คนกันเอง’ เท่านั้น แต่พอพูดคุยกับครอบครัวทั้งสองฝ่ายดูเหมือน ‘คนกันเอง’ จะขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นงานเลี้ยงที่มีจำนวนแขกหลายร้อยคนตอนไหนก็ไม่ค่อยแน่ชัด..“เดี๋ยวนะ! ทำไมจำนวนซองงานแต่งมันงอกขึ้นมาอีกแล้วล่ะ?” กะรัตร้องถามด้วยความตกใจ เมื่อกวาดตาอ่านใบรายชื่อแขกฉบับล่าสุดที่จันทร์เจ้าส่งให้“คุณมาริสาท่านให้คนเอารายชื่อมาเพิ่มเมื่อเย็นวานนี้ เห็นบอกว่าเป็นเพื่อนของท่านที่ทำไร่ชาอยู่ทางเหนือ ถ้าไม่เชิญเกรงว่าจะเสียมารยาทค่ะ” เลขาคนสนิทแจกแจง“ห้าสิบคนเลยนะคะ ถ้าทำไร่ชาทั้งหมดไม่กินพื้นที่ภูเขาไปสองลูกครึ่งแล้วเหรอ?” กะรัตหัวเราะแกนๆก่อนจะรับแฟ้มเอกสารอีกฉบับมาอ่านทวนแล้วค่อยจรดปลายปากกาอนุมัติ “ช่วงบ่ายพิงค์มีนัดสัมภาษณ์หัวหน้าฝ่ายก

  • เพทายลายกะรัต   เส้นทางของโชคชะตา 243

    สองเรื่องที่สินธรร้องขอไม่ได้หนักหนาสาหัสอะไรในความรู้สึกของกะรัต ตรงข้ามมันกลับฟังดูเป็นคำขอที่น่าพิศวงและไม่สมเป็นเขาเสียด้วยซ้ำไป แต่ความเคลือบแคลงสงสัยก็ไม่ได้วนเวียนอยู่ในความคิดนานนักเพราะไม่กี่วันหลังจากนั้น เพชรลดาก็โทร.มาแจ้งข่าวทั้งที่ยังร่ำไห้ปริ่มจะขาดใจว่าสินธรจากไปแล้วงานศพของสินธรถูกจัดเจ็ดวันเต็มตามคำขอของเจ้าตัว ตลอดสัปดาห์ของการจัดงานกะรัตสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติหลายอย่าง อย่างแรกคือมารดาของเธอดูไม่ค่อยเศร้าเท่าไรกับการจากไปของน้องชายสุดที่รัก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเพชรลดาที่ร้องไห้จนเป็นลมล้มพับไปหลายหน...ในวันเผาค่อยเห็นว่านพเก้ายืนปาดน้ำตาเงียบๆอยู่หน้าเมรุ มองกลุ่มควันที่ลอยไกลไปบนท้องฟ้ากว้างราวกับกำลังบอกลาส่วนอีกเรื่องที่สร้างความฉงนให้อย่างแท้จริง คือการร่ำไห้อย่างหนักหน่วงของเลขาคนสนิทของเธอเอง จันทร์เจ้าดูเจ็บปวดกับการจากไปของสินธรมากกว่าพบธรรมที่คอยช่วยประคองอยู่ข้างๆเสียอีก กะรัตค่อยมาเข้าใจความหมายของน้ำตาในตอนหลัง เมื่อได้รู้ว่าเด็กในการอุปการะของสินธรเมื่อหลายปีก่อนไม่ได้มีเพียงพบธรรมแต่ยังรวมไปถึงจันทร์เจ้าด้วยอีกคน..‘น้าอยากให้เธอตามจันทร์เจ้ากลับมาทำ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status