แชร์

ผู้ชนะการประมูล? 5

ผู้เขียน: เนื้อทราย
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-12 21:45:50

เสียงเครื่องแก้วตกกระทบพื้นจนเกิดเสียงดังสนั่น ทำให้คนยังไม่ฟื้นคืนจากห้วงนิทราปรือตาขึ้นมาทั้งที่ยังสะลึมสะลือ ดวงตากลมใสพร่ามัวและอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด แต่เมื่อได้ยินเสียงแตกของเครื่องแก้วเจียระไนกระทบพื้นหินอ่อนที่ดังต่อเนื่อง ความต้องการนอนพักยาวๆในเช้าวันหยุดก็สลายหายไปจนสิ้น

“อารมณ์เสียเรื่องอะไรอีกนะ?” กะรัตบ่นพึมพำด้วยความเคยชินผสมความเกียจคร้าน แต่ก็ยันร่างตัวเองขึ้นจากเตียงนอนทั้งที่ยังอาลัยอยู่ไม่น้อย

หมดกันวันหยุดของฉัน!

               สิบห้านาทีไม่ขาดเกิน ร่างระหงในชุดเอี๊ยมยีนขาสั้นแสนทะมัดทะแมงที่ให้ความแตกต่างจากวันทำงานราวพลิกฝ่ามือก็ปรากฏกายในห้องอาหารของบ้าน ในทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตูหญิงสาวก็ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นสมาชิกในครอบครัวยังนั่งอยู่ครบ รวมถึงญาติห่างๆของมารดาที่ตนเองไม่ค่อยอยากพบปะด้วย

อีกแล้ว? คราวนี้มีเรื่องอะไรอีกนะ

               เรื่องตลกที่ไม่เคยสร้างเสียงหัวเราะเกิดขึ้นได้เสมอ...เรื่องในวันนี้ก็เช่นกัน เมื่อเพชรลดาผู้เป็นป้าแท้ๆมาร้องไห้คร่ำครวญกับมารดาของเธอ ว่าคุณยายที่ตายจากไปเมื่อหลายปีก่อนมาเข้าฝันเมื่อคืน ในฝันบอกว่าเป็นห่วงลูกชายคนเดียวเป็นที่สุด บอกว่าเขาจะต้องเสียของรัก! ซ้ำยังบอกด้วยว่าเธอที่เป็นหลานสาวคนสุดท้องของตระกูลจะต้องประสบเคราะห์หนัก?

“พี่ก็เลยไปดูหมอมา...เขาว่าดวงหนูพิงค์ช่วงนี้ไม่ดีเลย ไม่เหมาะกับการโยกย้ายตำแหน่ง” เสียงสะอื้นติดจะแหลมโดดขึ้นมาของเพชรลดา ทำให้กะรัตรู้สึกปวดหัวขึ้นมาเสียเฉยๆ

เลอะเทอะใหญ่แล้ว...เอาเข้าไป!

               นับแต่จำความได้ไม่เคยมีสักครั้งที่เพชรลดาจะแวะเวียนมาเยี่ยมเยือนด้วยเรื่องราวดีๆ คราวนี้ก็คงไม่ต่างกันเท่าไร เพราะไม่ว่าเธอจะพยายามฟังเท่าไรก็จับใจความอะไรไม่ได้เลยนอกจาก...ขอให้เธอชะลอการขึ้นรับตำแหน่งประธานบริหารของ ‘ไพรฑรูย์การช่าง’

“สรุปว่ายังไม่อยากให้พิงค์ขึ้นตำแหน่งประธานแทนน้าสินธรใช่ไหมคะ?” เมื่อเหนื่อยจะต้องทนฟังเสียงแหลมสูงที่คลุกน้ำตาและเคล้าคำโกหก กะรัตจึงเอ่ยขัดประโยคขึ้นมาในที่สุด

“พิงค์!” เสียงเข้มติดจะห้วนจัดของมารดาปรามขึ้น ทำให้หญิงสาวต้องเงียบเสียงลงอย่างหมดทางเลือก

“ยังไงก็ลองไปคิดดูนะเก้า...แม่ของพวกเรารักเจ้าธรมาก จะให้เด็กรุ่นลูกรุ่นหลานเหยียบข้ามหัวขึ้นไปมันถูกมันควรแล้วเหรอ?” น้ำเสียงกึ่งตำหนิที่ทิ้งท้ายไว้ของเพชรลดา ทำให้กะรัตเลือกเดินหนีออกมาอย่างหมดความอดทน

               ร่างระหงนำพาตัวเองเข้าไปในห้องครัวของบ้านอย่างรวดเร็ว เธอเบื่อจะฟังเรื่องไร้สาระที่เคลือบไปด้วยความเห็นแก่ตัวของผู้ใหญ่ไร้ความน่าเคารพเต็มทน

อย่าคิดว่าเธอไม่รู้นะ ว่าคนพวกนั้นกำลังทำอะไรอยู่!

“ทำไมถึงพูดแบบนั้นกับป้าลดา แม่บอกกี่ทีแล้ว?” เสียงเข้มเจือรอยตำหนิของนพเก้า ทำให้คนฟังต้องถอนใจ

“แม่น่าจะรู้นะคะ ว่า ‘ทำไม’ ” เสียงหวานตอบกลับอย่างไม่ลดละ

“อย่าก้าวร้าว แม่ไม่ชอบ!”

               คำว่า ‘ก้าวร้าว’ ช่างเสียดแทงใจคนฟัง ยิ่งเหลือบไปเห็นเศษแก้วสีฟ้าครามใบโปรดของตัวเองแตกเป็นเสี่ยงจากฝีมือของพี่สาวแท้ๆที่ชอบขว้างปาข้าวของยามถูกขัดใจ คนก้าวร้าวในสายตาผู้ใหญ่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกบาดลึกในหัวใจ

“พิงค์จะไม่ทำแบบนั้นอีก แม่มีอะไรอีกหรือเปล่าคะ? ลูกมีนัดตอนสายๆ” คนไม่มีนัดหมายปดคำโต

“เรื่องรับตำแหน่งแม่จะไม่ค้านหรอกนะ...แต่เรื่องจะให้พี่สาวเราเข้าไปช่วยที่บริษัทเพชร เลื่อนออกไปอีกสักสองสามเดือนก็แล้วกัน” บริษัทเพชร ชื่อสั้นๆที่ครอบครัวของเธอมักใช้เรียก ‘พลอยชมพูจิวเอลรี’ ของมารดา ที่ก่อร่างสร้างขึ้นมาในวันเกิดครบรอบหนึ่งขวบของพี่สาวเธอ ชื่อเสียงเรียงนามของบริษัทก็ถูกตั้งตามนั้นเช่นกัน...พลอยชมพู

คนที่นั่งในตำแหน่งรองประธานของ ‘พลอยชมพูจิวเอลรี’ เพราะต้องการแบ่งเบาภาระของมารดา และรอเวลาให้เจ้าของที่แท้จริงพร้อมจะเข้ามาทำงานในสักวันหนึ่งชะงักไป แต่สุดท้ายก็ยอมพยักหน้ารับโดยดี

นี่สินะ เหตุผลที่พี่สาวของเธออาละวาดแต่เช้า         

               ประตูห้องชุดสุดหรูติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาถูกเปิดออกพร้อมกับร่างระหงที่ดูเหนื่อยล้าเต็มทียามก้าวเข้ามา คอนโดแห่งนี้หญิงสาวซื้อไว้เมื่อสามปีก่อน ตอนนั้นหวังจะใช้เป็นห้องพักชั่วคราวสำหรับวันทำงานที่แสนเหนื่อยล้า เพราะอยู่ไม่ห่างจากบริษัท...ไม่คิดว่าทุกวันนี้จะกลายเป็นที่พักใจยามอ่อนล้าไปแล้ว

กะรัตทิ้งตัวลงบนโซฟากว้างเหมือนคนหมดแรง แค่คิดว่าชีวิตของเธอจะวุ่นวายสักเพียงไหนหากพลอยชมพูไม่ยอมเข้ามาเริ่มงานในบริษัทเพชร ในขณะที่เธอกำลังจะก้าวขึ้นรับตำแหน่งประธานของ ‘ไพรฑรูย์การช่าง’ เมื่ออับจนหนทาง คนทำงานควบสองบริษัททั้งของบิดาและมารดาก็ทำได้เพียงถอนใจ

               เสียงเครื่องมือสื่อสารดังขึ้นทำให้คนเริ่มท้อแท้กับความวุ่นวายที่กำลังเผชิญคลี่ยิ้มออกมาอย่างง่ายดาย เมื่อชื่อของ มารุต ทนุธรรม รุ่นพี่คนสนิท ที่พ่วงมาด้วยรางวัลนักออกแบบจิวเอลรีชื่อดังที่เพิ่งได้รับจากต่างประเทศติดต่อเข้ามา

ดวงตากลมใสทอประกายวาววับขึ้นในบัดดล ก่อนจะกดรับสาย

พี่ลม...มาช่วยกันทำงานหน่อยนะคะ พี่ชาย!  

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เพทายลายกะรัต   ตอนพิเศษ 248

    ร่างสูงผอมแลดูบอบบางจนเกือบจะคล้ายคนอมโรคหยุดชะงัก เมื่อสายตาที่มองตรงไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียวจนถึงเมื่อครู่สังเกตเห็นบางอย่างตรงหางตา ดูเหมือนจะมีร่างเล็กป้อมเหมือนซาลาเปาเดินได้กำลังพยายามใช้นิ้วเล็กๆกดปุ่มสีเขียวบนเครื่องถ่ายเอกสาร แต่เพราะขาสั้นเกินไปจึงต้องเขย่งจนสุดตัวลูกใครนะ? ท่าทางน่าจะซนเอาเรื่องเพราะอยากรู้ว่าเจ้าตัวเล็กจะทำยังไงกับระยะห่างอีกหลายคืบ ร่างสูงผอมจึงเปลี่ยนเส้นทางจากห้องประธานกรรมการของ ‘วัฒนากร เอ็นจิเนียริ่ง’ ที่มีเพื่อนสนิทของพี่เขยรออยู่ มาเป็นทางเข้าห้องเอกสารที่ภายในมีเด็กชายวัยประมาณห้าขวบเศษกำลังปีนป่ายเครื่องถ่ายเอกสารด้วยความมุ่งมั่นปกติเขาค่อนข้างเกลียดเด็กและไม่นิยมเข้าใกล้ ขนาดหลานสาวหน้าตาจิ้มลิ้มเหมือนตุ๊กตาอย่างพลอยชมพูก็ยังไม่สามารถลบความรู้สึกเหล่านั้นออกไปได้ น่าแปลกที่เจ้าตัวเล็กหน้าตามอมแมมเหมือนคลุกน้ำหมึกตรงหน้ากลับดึงดูดใจอย่างประหลาด“ลุงจะทำงานเหรอ? ให้ผมช่วยคับ”เสียงเล็กๆที่ดังเจื้อยแจ้วอยู่บนพื้นเบื้องล่างทำให้คนเกลียดเด็กสะดุ้ง ไม่คิดว่าเจ้าตัวเล็กจะว่องไวขนาดนี้ทั้งที่ตัวกลมเหมือนหมูออมสิน“ให้ผมช่วยคับ”เด็กน้อยย้ำคำเดิมอีกค

  • เพทายลายกะรัต   ตอนพิเศษ 247

    ท้องฟ้าสีเทาและเสียงครืนๆเป็นระยะทำให้บรรยากาศรอบกายหม่นหมองอย่างน่าประหลาด เด็กหนุ่มวัยสิบสามปีเศษในชุดดำสนิทแหงนมองท้องฟ้าอีกครั้ง ก่อนจะเหลือบมองเขม่าควันไฟจากปล่องเมรุที่กำลังลอยสูงไปบนฟ้า พลันน้ำตาก็ค่อยๆรินไหลออกมาจากดวงตาสีถ่านคู่นั้นเขาใช้แขนเสื้อปาดน้ำตาลวกๆเมื่อรู้สึกถึงความอ่อนแอที่ทับถมจิตใจ แล้วหลบมุมไปนั่งเงียบๆที่ม้าหินอ่อนข้างศาลาวัดทั้งที่ดวงตายังแดงก่ำ...ไม่อยากเสียน้ำตาให้พ่อแม่ใจร้ายที่ฆ่าตัวตายแล้วปล่อยให้ตัวเองต้องอยู่บนโลกกว้างนี้เพียงลำพัง! แต่ถึงจะโกรธแค่ไหนความรู้สึกสูญเสียที่ถาโถมเข้ามาก็ทำให้ความเสียใจมีมากกว่าหลายเท่า“หนูขอนั่งด้วยได้ไหม?”เสียงเล็กๆที่แหบพร่าดังขึ้นข้างกายของคนที่กำลังจะร้องไห้อีกรอบต้องชะงักไป“ก็นั่งสิ แต่อย่าเสียงดังนะมันน่ารำคาญ!” “อืม ขอบคุณนะ” เสียงนั้นตอบกลับเบาๆ แล้วไม่พูดอะไรออกมาอีกราวกับว่ากลัวจะถูกตำหนิความเงียบนั้นทำให้เด็กหนุ่มอดไม่ได้จนต้องเงยหน้ามองคนที่มาขอนั่งด้วย เด็กผู้หญิงหน้าตาขลุกขมอมที่เอาแต่กอดตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลเข้มไว้แน่นเหมือนเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวเดียวที่พอจะมีได้ เธออยู่ในชุดสีดำสนิทเช่นเดียวกับเขา ก็พอจะเดาได้

  • เพทายลายกะรัต   บทส่งท้าย.. 246

    ช่อดอกไม้ขนาดกะทัดรัดแต่มีน้ำหนักพอดูถูกโยนจนลอยละลิ่วตามประสาดอกไม้งานแต่ง เพียงแต่ช่อดอกไม้ในคราวนี้อาจจะน่าสงสารกว่าช่อดอกไม้ในงานแต่งอื่นๆนิดหน่อย เพราะคนรอรับดอกไม้มีแต่ผู้ชาย? ต้องขอบคุณไอเดียสุดล้ำของเจ้าสาวสุดสวยนามว่ากะรัต ที่ดันนึกสนุกด้วยการเพิ่มดอกไม้งานแต่งเข้ามาอีกช่อ! พร้อมกับสร้างเงื่อนไขเล็กน้อยแต่กลับสามารถดึงดูดใจคนในงานได้เป็นอย่างดี‘จะมีผ้าขาวกั้นเวทีไว้ แล้วเราสองคนจะโยนช่อดอกไม้พร้อมกันนะคะ...สองคนที่รับช่อดอกไม้ได้ จะได้ตั๋วฟรีพร้อมที่พักสำหรับสามวันสองคืนให้ไปเที่ยวด้วยกันค่ะ!’เพราะเพื่อนของบ่าวสาวล้วนแล้วแต่เป็นคนโสดเสียส่วนมาก ผลตอบรับจึงแสดงออกมาให้เห็นด้วยจำนวนแขกเกือบทั้งงานที่ไปออรวมกันตรงหน้าเวที..“ไม่ไปแย่งดอกไม้กับเขาหรือไง?” น้ำเสียงขบขันของผู้อาวุโสเขื่อนเพชรตั้งคำถาม“คุณปู่ก็ยังนั่งอยู่นะครับ ไม่ได้ไปแย่งดอกไม้เหมือนกัน” ณัฐนัยตอบกลับลอยลมพลางจิบคอกเทลในมือด้วยท่าทางเรื่อยเฉื่อย เหลือบมองความวุ่นวายหน้าเวทีแล้วรู้สึกเหมือนกำลังเห็นสงครามขนาดย่อมของเหล่าชายฉกรรจ์“บ๊ะ! ถ้าลุกไปย่าของเจ้าพีทก็แพ่นกบาลแยกสิว่ะ!” น้ำเสียงกริ่งเกรงแกมขบขันตอบกลับ“ผ

  • เพทายลายกะรัต   เส้นทางของโชคชะตา 245

    ดวงตากลมใสกวาดมองภาพสะท้อนของตัวเองผ่านกระจกบานยาวจรดพื้นด้วยความพึงพอใจ วันนี้เธออยู่ในชุดเกาะอกสีขาวปักเลื่อมเงินประดับด้วยระบายลูกไม้อย่างพอเหมาะที่รับกับกระโปรงยีนฟูฟ่องเหนือเข่าเล็กน้อย กะรัตหมุนอีกรอบเหมือนต้องการชื่นชมชุดแต่งงานที่ออกแบบเอง แต่คงเพราะไม่ค่อยชินกับรองเท้าเท่าไรจึงเสียหลักเซถลาได้อย่างง่ายๆ เคราะห์ดีที่ใครอีกคนเปิดประตูเข้ามาแล้วช้อนอุ้มไว้ได้ทัน“เปลี่ยนเป็นรองเท้าผ้าใบดีไหม?”คนถูกถามครุ่นคิดครู่เดียว ค่อยยกมือกอดอกพลางส่ายหน้าปฏิเสธ“ไม่เอาค่ะ รองเท้าคู่นี้มันเข้ากับชุดนี้มากกว่า”“เดี๋ยวก็สะดุดอีก” เพทายค่อนขอดแต่ก็กระชับวงแขนขึ้นอีกนิด รู้ดีว่าถ้าหากกะรัตเริ่มยกมือขึ้นกอดอกแบบนี้แสดงว่าเธอไม่ค่อยชอบใจในสิ่งที่เขาพูดออกมาเท่าไร ก็เลยทำได้เพียงถอนใจแล้วบ่นเสียงอ่อน “แต่ถ้าเมื่อกี้พี่มาไม่ทัน เราก็คงเอาหัวไปวัดความแข็งของพื้นแล้วนะ”คนที่เกือบเอาหัวไปวัดความแข็งของพื้นทำหูทวนลม มือบางที่กอดอกอยู่จนถึงเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นขยับเนกไทหูกระต่ายที่ทำจากผ้ายีนที่เข้าคู่กับสีกระโปรงของตัวเองให้เจ้าของวงแขนกว้างเล็กน้อย “ถ้าสะดุดอีก..” เสียงหวานเว้นวรรคเล็กน้อยเหมือนจะค

  • เพทายลายกะรัต   เส้นทางของโชคชะตา 244

    กำหนดการงานแต่งหลังผ่านความช่วยเหลืออย่างหนักหน่วงและเต็มไปด้วยความหวังดีของบรรดาญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ทำให้กะรัตและเพทายเริ่มไม่แน่ใจว่า...สรุปแล้วมันคือการแต่งงานของคนสองคนหรือเป็นการแต่งงานของสองครอบครัวกันแน่? แต่ได้ความคิดเห็นที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันว่าน่าจะเป็นอย่างหลังเพราะในตอนแรกกะรัตและเพทายเห็นพ้องต้องกันว่าควรจัดงานแต่งเล็กๆที่มีเฉพาะ ‘คนกันเอง’ เท่านั้น แต่พอพูดคุยกับครอบครัวทั้งสองฝ่ายดูเหมือน ‘คนกันเอง’ จะขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นงานเลี้ยงที่มีจำนวนแขกหลายร้อยคนตอนไหนก็ไม่ค่อยแน่ชัด..“เดี๋ยวนะ! ทำไมจำนวนซองงานแต่งมันงอกขึ้นมาอีกแล้วล่ะ?” กะรัตร้องถามด้วยความตกใจ เมื่อกวาดตาอ่านใบรายชื่อแขกฉบับล่าสุดที่จันทร์เจ้าส่งให้“คุณมาริสาท่านให้คนเอารายชื่อมาเพิ่มเมื่อเย็นวานนี้ เห็นบอกว่าเป็นเพื่อนของท่านที่ทำไร่ชาอยู่ทางเหนือ ถ้าไม่เชิญเกรงว่าจะเสียมารยาทค่ะ” เลขาคนสนิทแจกแจง“ห้าสิบคนเลยนะคะ ถ้าทำไร่ชาทั้งหมดไม่กินพื้นที่ภูเขาไปสองลูกครึ่งแล้วเหรอ?” กะรัตหัวเราะแกนๆก่อนจะรับแฟ้มเอกสารอีกฉบับมาอ่านทวนแล้วค่อยจรดปลายปากกาอนุมัติ “ช่วงบ่ายพิงค์มีนัดสัมภาษณ์หัวหน้าฝ่ายก

  • เพทายลายกะรัต   เส้นทางของโชคชะตา 243

    สองเรื่องที่สินธรร้องขอไม่ได้หนักหนาสาหัสอะไรในความรู้สึกของกะรัต ตรงข้ามมันกลับฟังดูเป็นคำขอที่น่าพิศวงและไม่สมเป็นเขาเสียด้วยซ้ำไป แต่ความเคลือบแคลงสงสัยก็ไม่ได้วนเวียนอยู่ในความคิดนานนักเพราะไม่กี่วันหลังจากนั้น เพชรลดาก็โทร.มาแจ้งข่าวทั้งที่ยังร่ำไห้ปริ่มจะขาดใจว่าสินธรจากไปแล้วงานศพของสินธรถูกจัดเจ็ดวันเต็มตามคำขอของเจ้าตัว ตลอดสัปดาห์ของการจัดงานกะรัตสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติหลายอย่าง อย่างแรกคือมารดาของเธอดูไม่ค่อยเศร้าเท่าไรกับการจากไปของน้องชายสุดที่รัก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเพชรลดาที่ร้องไห้จนเป็นลมล้มพับไปหลายหน...ในวันเผาค่อยเห็นว่านพเก้ายืนปาดน้ำตาเงียบๆอยู่หน้าเมรุ มองกลุ่มควันที่ลอยไกลไปบนท้องฟ้ากว้างราวกับกำลังบอกลาส่วนอีกเรื่องที่สร้างความฉงนให้อย่างแท้จริง คือการร่ำไห้อย่างหนักหน่วงของเลขาคนสนิทของเธอเอง จันทร์เจ้าดูเจ็บปวดกับการจากไปของสินธรมากกว่าพบธรรมที่คอยช่วยประคองอยู่ข้างๆเสียอีก กะรัตค่อยมาเข้าใจความหมายของน้ำตาในตอนหลัง เมื่อได้รู้ว่าเด็กในการอุปการะของสินธรเมื่อหลายปีก่อนไม่ได้มีเพียงพบธรรมแต่ยังรวมไปถึงจันทร์เจ้าด้วยอีกคน..‘น้าอยากให้เธอตามจันทร์เจ้ากลับมาทำ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status