Masukหลายวันต่อมา (บ้านของกฤติน)
“แต่งตัวแบบนี้จะออกไปไหนเหรอกิต?” เนตรนภาที่เดินถือจานขนมเข้ามาเอ่ยถามเมื่อเห็นลูกชายเพียงคนเดียวของเธอกำลังแต่งตัวเหมือนจะออกไปข้างนอก ทว่าสายตาของเธอก็ต้องเหลือบไปเห็นรูปถ่ายจำนวนมากที่ติดอยู่ตรงผนังห้องบนหัวเตียงของลูกชาย หญิงวัยกลางคนส่ายหน้าเบา ๆ อย่างรู้ดีว่าเจ้าของรูปพวกนั้นเป็นใคร แต่เธอก็ไม่สามารถจะทำอะไรได้อยู่ดี...เพราะว่าลูกชายของเธอไม่เคยยอมให้ใครแตะต้องผู้หญิงคนนั้นของเขาได้เลย “ผมจะไปรับดาครับ วันนี้แม่ไม่ต้องรอนะ ผมจะกินมื้อเย็นที่บ้านของดาเลย” “บ้าน? นี่ลูกเรียกห้องเช่าที่ขนาดพอ ๆ กับห้องนอนลูกแบบนั้นว่าบ้านงั้นเหรอ?” “แม่ครับ ผมบอกแล้วไงว่าแม่จะไม่ชอบดาผมไม่ว่าอะไรหรอกนะ แต่อย่าพูดถึงผู้หญิงของผมในทางที่ไม่ดีแบบนั้นให้ผมได้ยินอีก” “เฮ้อ...ผู้หญิงคนนั้นยอมรับลูกแล้วหรือไง แม่รู้มาว่าแฟนเก่าของเธอเป็นถึงทายาทโรงแรมดังมูลค่าหลายพันล้านเลยนะ คนหัวสูงแบบนั้นน่ะเธอจะมาสนใจคนที่มีเงินไม่ถึงล้านแบบพวกเรางั้นเหรอ?” ปัง! “ผมอนุญาตให้แม่พูดเรื่องของดาได้ตั้งแต่เมื่อไหร่!” กฤตินทุบที่โต๊ะอย่างแรงแล้วแผดเสียงดังลั่นใส่ผู้เป็นแม่ ทำเอาเนตรนภาที่เผลอหลุดปากออกมารีบหยุดคำพูดของเธอเอาไว้แค่นั้น...แต่ว่ากฤตินก็ยังคงไม่ปล่อยผ่านไป “ตอบผมมาสิว่าผมอนุญาตให้แม่พูดถึงดาแบบนั้นได้ตั้งแต่เมื่อไหร่” “มะ..แม่ขอโทษ แม่ลืมตัวไปหน่อย” “...แม่แค่กลัวว่าผู้หญิงคนนั้นจะหลอกให้ความหวังลูกของแม่” พรึบ! “ผมบอกแล้วไงว่าอย่าพูดเรื่องนี้อีก ดาไม่ใช่ผู้หญิงเลว ๆ แบบที่แม่คิด” กฤตินเดินเข้ามาแล้วกระชากที่แขนของคนเป็นแม่อย่างแรงเมื่อเธอยังไม่หยุดพูดถึงที่เขารัก มือของเขาบีบไปที่แขนของคนตรงหน้าอย่างแรงแบบไม่สามารถควบคุมตัวเองได้จนเนตรนภาเบ้หน้าด้วยความเจ็บปวด “และถ้าเราเรียนจบเมื่อไหร่เราก็จะแต่งงานกัน ถึงตอนนั้นแม่ก็อย่าหวังว่าจะได้มีโอกาสพูดถึงดาแบบนี้อีก” “แม่ขอโทษ ปะ...ปล่อยแม่เถอะนะ” พรึบ! “อย่าให้ผมได้ยินเรื่องแบบนี้ออกมาจากปากของแม่อีก” สายตาที่เขามองแม่ตัวเองนั้นเต็มไปด้วยความโกรธเคืองอย่างมาก กฤตินหลุบมองเนตรนภาเป็นครั้งสุดท้ายแล้วเดินออกจากห้องไปโดยไม่พูดอะไรออกมาอีก ภาพลักษณ์ที่เขาแสดงออกมาต่อหน้าคนอื่นนั้นต่างจากตอนที่อยู่กับญาดาอย่างสิ้นเชิง ห้องเช่าของญาดา “เดี๋ยวดาไปอาบน้ำก่อนก็ได้นะ ทำงานมาเหนื่อย ๆ ถ้าได้อาบน้ำสักหน่อยน่าจะดีขึ้น ส่วนกับข้าวพวกนี้เดี๋ยวฉันเตรียมไว้ให้เอง” กฤตินที่เดินถือถุงกับข้าวเต็มสองมือบอกกับญาดาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างเช่นทุกครั้ง แม้ว่าก่อนจะมารับเธอเขาจะมีเรื่องที่ทำให้รู้สึกรำคาญใจไปบ้าง แต่พอได้มาเจอหน้าของญาดาแล้วความรู้สึกพวกนั้นก็หายไปเป็นปลิดทิ้ง “ขอบคุณมากนะกิตที่มารับแล้วก็มากินข้าวด้วยกัน พ่อต้องดีใจแน่ ๆ ที่มีคนมากินข้าวด้วย” “มันเป็นสิ่งที่ฉันอยากทำอยู่แล้ว แล้วตอนนี้อาการของพ่อเป็นยังไงบ้างล่ะ” “พ่อยังบ่นว่ารู้สึกชา ๆ ตามแขนขานิดหน่อยน่ะ เราก็พยายามนวดให้บ่อย ๆ อยู่นะ เดี๋ยววันนี้ตอนกินข้าวเสร็จก็จะทำอีกเหมือนกัน” กฤตินพยักหน้ารับในขณะที่ญาดากำลังไขประตูเข้าไปด้านในห้องเช่า ตั้งแต่ที่พ่อของญาดาประสบอุบัติเหตุเมื่อหลายก่อนที่ทำให้ไม่สามารถจะทำงานหนักได้ ญาดาก็กลายมาเป็นคนที่ต้องดูแลพ่อของเธอเพียงลำพังและทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยแบบนี้ มันไม่ใช่แค่ฐานะทางบ้านของเธอที่เปลี่ยนไปเท่านั้น แต่ว่าชีวิตของญาดาเองก็เปลี่ยนไปเหมือนกันจากเหตุการณ์หลาย ๆ อย่างที่เกิดขึ้น “ดา” “หืม?” “ถ้ามีอะไรให้ฉันช่วยก็บอกได้ตลอดนะ ถึงฉันอาจจะมีเงินไม่มากแต่ฉันก็จะพยายามช่วยเธอให้ได้มากที่สุดเหมือนกัน” กฤตินดึงมือของญาดาไปจับไว้อีกครั้งในตอนที่เธอกำลังจะเปิดประตูเข้าไป ถ้อยคำที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของเขาทำให้ญาดารู้สึกซาบซึ้งใจไม่น้อย ความอบอุ่นของกฤตินมันทำให้เธอเผลอนึกถึงผู้ชายอีกคนอยู่บ่อย ๆ ...ที่เธอเองยังคงรู้สึกคิดถึงช่วงเวลาที่เคยได้อยู่กับเขามาโดยตลอด “ขอบคุณมากนะกิต” ญาดาเพียงแค่ยิ้มแล้วตอบกลับไปด้วยคำขอบคุณสั้น ๆ เท่านั้น สิ่งที่กฤตินพยายามมอบให้เธอในทุกวันนี้มันก็ถือว่ามากมายแล้วสำหรับญาดาและเธอเองก็อยากจะตอบแทนอะไรให้กับเขาได้บ้าง...เพียงแต่สิ่งที่เขาต้องการเธอยังไม่สามารถจะให้มันได้ในตอนนี้ก็เท่านั้น แกร๊ก... “พ่อคะ...พ่อ!” ญาดาเปิดประตูเข้าไปในห้องเช่าโดยมีกฤตินที่เดินตามหลังมา ทว่าเธอก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าพ่อของเธอนอนอยู่บนพื้นตรงหน้าซึ่งมันไม่ใช่ท่านอนที่ดูปกติเลย หญิงสาวรีบเข้าไปเพื่อจะปลุกพ่อของตนเองให้ตื่นขึ้นมา ทว่าการที่เขาไม่ได้สติและยังคงนอนนิ่งอยู่เหมือนเดิมนั่นก็เป็นคำตอบให้ได้แล้วว่าทุกอย่างมัน ‘ผิดปกติ’ อีกด้าน “...ล่าสุดรถของโรงพยาบาลเพิ่งจะมารับไปเมื่อสิบนาทีก่อนเองครับ” ชายในชุดดำเอ่ยรายงานความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับผู้หญิงคนเก่าของเจ้านายหลังจากได้คอยติดตามญาดามาเกือบทั้งวัน ทว่าเพลิงกลับยังดูมีท่าทีที่เรียบเฉยไม่ต่างจากเดิมเลย ทั้ง ๆ ที่ปกติถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้นเพลิงจะต้องแสดงความเป็นห่วงออกมาอย่างชัดเจน แต่การที่เขายังคงนิ่งเงียบอยู่แบบนี้อาจจะแสดงว่าความรักที่เขาเคยมีให้เธอนั้นได้ ‘หมดลง’ ไปแล้วจริง ๆ “โรงพยาบาลอะไร” หลังจากเงียบไปอยู่นาน ชายหนุ่มก็เอ่ยถามออกมา “โรงพยาบาลไพศาลเวชของคุณวรากรณ์ครับ” “หึ...เหมือนว่าจะถึงเวลาของผู้หญิงคนนั้นจริง ๆ สินะ” “ไปเตรียมกระเช้าสวย ๆ มาให้กูหน่อย ดูเหมือนว่าจะได้เวลาไปเยี่ยมคนรู้จักแล้ว” เพลิงแสยะยิ้มทว่าสายตาของเขานั้นตรงกันข้ามกับรอยยิ้มนั้นอย่างสิ้นเชิง สายตาของเขาเต็มไปด้วยความดุดันและฉายให้เห็นถึงความเกลียดชังเป็นอย่างมาก ต่อให้จะรู้ว่าพ่อของญาดาล้มป่วยจนต้องเรียกรถพยาบาลมารับแต่เพลิงกลับไม่ได้มีความเห็นใจต่ออีกคนเลย...เหมือนกับว่าความรู้สึกดี ๆ ที่เขาเคยมีให้ญาดานั้นมันได้หายไปแล้วจริง ๆ“ว่าแต่ตอนนี้ประจำเดือนของเธอหมดแล้วใช่มั้ย?”“ใช่...เพลิงถามทำไมเหรอ?”“งั้นเรามาคุยกันได้หรือยัง?”ญาดาขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างไม่เข้าใจคำถามของแฟนหนุ่ม ขณะที่เพลิงเปลี่ยนมาขยับตัวเข้าไปใกล้เธอมากกว่าเดิม แล้วจึงซบหน้าลงบนต้นขาของแฟนสาว“เรื่องเมื่อสัปดาห์ก่อนที่เธองอนฉัน ที่ฉันยังไม่ได้พูดคุยกับเธอจริงจังก็เพราะคิดว่าเธอน่าจะอารมณ์แปรปรวนเพราะวันนั้นของเดือนอยู่” เพลิงเป็นฝ่ายอธิบายออกมาก่อน ทำให้ญาดาสามารถเข้าใจทั้งหมดได้ในทันทีเรื่องที่เธองอนเพลิงในวันนั้นที่ไปโรงพยาบาลด้วยกัน เพลิงไม่ได้พูดถึงมันอีกแม้ว่าจะกลับมาที่คอนโดฯ แล้วก็ตาม ซึ่งแม้ว่าลึก ๆ แล้วญาดาจะรู้ดีว่าเขาพยายามที่จะง้อเธออยู่ตลอด แต่ว่าอีกฝ่ายกลับไม่ได้พูดถึงเรื่องนั้นกับเธอออกมาอีกเลยมีแค่วันนี้เท่านั้นที่เขายอมพูดมันออกมา“วันนั้นดาใส่อารมณ์กับเพลิงไปหน่อย ดาขอโทษนะ”“ฉันไม่ได้พูดมันขึ้นมาเพื่ออยากให้เธอขอโทษแบบนี้หรอกนะ” เพลิงรีบแก้ไขความเข้าใจผิดของอีกฝ่าย“ฉันก็แค่...คิดว่าเราควรคุยกันมากกว่าน่ะ”“...”“จริง ๆ เธอหรือฉันอาจจะไม่ได้ติดใจเรื่องพวกนั้นแล้ว แต่ว่าในอนาคตเราก็ไม่รู้ว่าปัญหาเล็ก ๆ แบบนี้จะกลายเป็นปัญ
สัปดาห์ต่อมา (มหาวิทยาลัย)“ขอโทษนะครับ”เสียงเรียกของชายหนุ่มทำให้ญาดาที่กำลังเดินลงมาจากอาคารเรียนต้องหันหน้ากลับไปมอง เธอเลิกคิ้วเล็กน้อยเป็นเชิงคำถามในตอนที่เห็นชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งกำลังเดินมาที่เธอ“มีอะไรรึเปล่าคะ?”“เอ่อ...พอดีเราเห็นรูปของเธอในเพจมหา’ ลัยน่ะแล้ววันนี้ก็บังเอิญได้เจอตัวจริงพอดี ก็เลย...อยากจะขอไอจีหน่อยได้หรือเปล่า?”ญาดามองมือถือที่ถูกยื่นมาตรงหน้าด้วยสายตาที่เรียบเฉยเช่นเดิม เธอเงยหน้าขึ้นมาสบตากับชายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้งจากนั้นจึงบอกกับเขาไปด้วยความสุภาพ“ขอโทษด้วยนะคะ แต่ว่าฉันมีแฟนแล้ว คิดว่าถ้าให้ไปมันคงจะดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่น่ะค่ะ”“งั้นเราขอแค่ติดตามเธอไม่ได้เหรอ?”“ไอจีของฉันเป็นไพรเวทที่รับแค่คนที่สนิทกันน่ะค่ะ” ญาดาตอบกลับไปเพียงสั้น ๆ เท่านั้นแล้วหมุนตัวกลับมาเพื่อจะเดินออกไปจากตรงนั้น ทว่าเธอกลับพบว่าด้านหลังของเธอเป็นเพลิงที่กำลังยืนรออยู่ไม่ไกลซึ่งสายตาของเขากำลังมองมาที่เธอและผู้ชายคนนั้นอย่างเปิดเผยญาดาคลี่ยิ้มบาง ๆ ให้กับแฟนหนุ่มแล้วรีบเดินเข้าไปหาเขา ซึ่งเพลิงก็ยื่นมือมาตรงหน้าเพื่อจะให้เธอได้จับเหมือนทุกวัน ญาดายกมือขึ้นมาจับประสานกับเพลิ
เช้าวันต่อมา (คอนโนมิเนียมของเพลิง)“อื้อ~ ปวดท้อง” ญาดาที่เพิ่งรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ส่งเสียงอู้อี้แล้วบ่นออกมา ทำให้เพลิงที่กำลังโอบกอดเธอเอาไว้รีบเอ่ยถามแฟนสาวด้วยความเป็นห่วง“ปวดมากมั้ย...เจ็บที่ฉันทำเมื่อคืนเหรอ?”“ไม่ใช่ มัน...ปวดเหมือนดาจะมีประจำเดือนเลย” ญาดากุมหน้าท้องของตัวเองเอาไว้แล้วบอกกับแฟนหนุ่มตามตรง ทำให้เพลิงทำการเปิดผ้าห่มออกแล้วปัดชุดคลุมของหญิงสาวออกเล็กน้อยเพื่อจะดูตรงร่องสาวของเธอ ซึ่งนอกจากความบวมแดงที่ทั้งคู่ได้ร่วมรักกันเมื่อคืนแล้ว เขายังเห็นน้ำสีใสที่เลอะอยู่ตรงหว่างขาของญาดาด้วย“น่าจะใช่แบบนั้นจริง ๆ นั่นแหละ” เพลิงสอดนิ้วเข้าไปเช็ดคราบน้ำสีใสเหล่านั้นแล้วยกมันขึ้นมาดู ทำให้เขาเห็นเลือดสีแดงสดซึ่งปนมากับน้ำของญาดาเล็กน้อยชายหนุ่มรีบขยับตัวขึ้นไปหาคนที่นอนปวดท้องอยู่อีกครั้ง แล้วเอ่ยถามเธอด้วยความเป็นห่วง“ปวดมากมั้ย? เดี๋ยวฉันประคบอุ่นให้นะ”“ดาอยากอาบน้ำก่อน...”“อาบไหวใช่มั้ย? หรือว่าอยากให้ฉันเช็ดตัวให้เหมือนเมื่อคืน”“ดาอยากอาบน้ำ จะได้มาใส่เสื้อผ้ากับผ้าอนามัยเลยด้วย”“งั้นเดี๋ยวฉันอาบให้นะ” เพลิงทำตามความต้องการของแฟนสาวอย่างว่าง่ายแล้วช
“เพลิงอ้อนดาเหมือนเมื่อก่อนเลย”“ฉันชอบทำแบบนี้กับเธออยู่แล้ว และถ้าไม่ใช่เธอฉันก็จะไม่ทำกับใครเหมือนกัน”“ชอบทำกับดาหรือว่าชอบหน้าอกของดากันแน่ เห็นกี่ครั้งก็เอาแต่ซุกหน้าอกของดาแบบนี้ตลอดเลย” ญาดาเอ่ยหลอกล้อแฟนหนุ่มเกี่ยวกับสิ่งที่เขาทำ ทำให้เพลิงยิ่งซุกไซ้ใบหน้าของเขากับหน้าอกนุ่มของแฟนสาวมากกว่าเดิมราวกับเป็นการประท้วงอีกคน จนญาดาหลุดเสียงหัวเราะออกมากับท่าทางที่ราวกับเด็กน้อยติดเต้าของเขา“ถ้าอีกรอบพอมั้ยคะ?”“ดาเหนื่อยแล้วเหรอครับ...”“ถามแบบนี้จะเอากี่รอบเหรอคะ?”“กี่รอบก็ได้...เอาเท่าที่ดาไหว”“แต่ว่าตอนนี้ดีขึ้นแล้วใช่มั้ย?” เพลิงผละใบหน้าออกมาแล้วเอ่ยถามญาดาอีกครั้ง ซึ่งความเป็นห่วงของเขานั้นราวกับเป็นยาวิเศษที่ช่วยรักษาบาดแผลในอดีตของญาดาให้ดีขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย ญาดายกมือขึ้นมาลูบที่ใบหน้าของเพลิงแล้วสบตากับเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก จากนั้นจึงตอบกลับไปอย่างอ่อนโยน“ดีขึ้นแล้วค่ะ เพราะเพลิงอ่อนโยนกับดามากไง”“สรุปแล้วเพลิงอยากจะทำอีกกี่รอบคะ?”“จริง ๆ อยากจะทำทั้งคืนเพราะฉันคิดถึงเธอมาก แต่ว่าฉันก็ไม่อยากจะฝืนใจเธอเหมือนกัน...”“ถ้าทั้งคืนดาต้องสลบไปก่อนแน่ ๆ เลย แค
“นี่เธอจะทำให้ฉันหลงไปถึงไหนนะดา”“อื้อ~” สิ้นเสียงเอ่ยบอกเพลิงก็โน้มลงไปจูบกับญาดาด้วยความดูดดื่มทันที ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันโดยที่ยังคงแลกเปลี่ยนลมหายใจของกันและกันอยู่เนิ่นนาน จนกระทั่งต่างฝ่ายต่างพึงพอใจแล้วจึงยอมถอนจูบออกจากกัน“เบา ๆ กับดาหน่อยนะ ดาเองก็ยังไม่ค่อยชินเหมือนกัน”“ครับ” เพลิงรับคำอย่างว่าง่ายก่อนจะกดจูบที่หน้าผากมนอีกครั้งด้วยความแผ่วเบาเขาผละตัวออกจากเรือนร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาวจากนั้นจึงกลับไปแทรกที่กลางหว่างขาของญาดาเหมือนเดิม สองมือของเพลิงค่อย ๆ จับขาของญาดาอ้าออกอย่างเบามือ แล้วทำการจ่อปลายหัวบานซึ่งถูกหุ้มด้วยเครื่องป้องกันไปที่ปากทางรัก“ไม่ต้องเกร็งนะ ฉันจะค่อย ๆ ดันเข้าไป”“ค่ะ...ดันเข้ามาได้เลย”“อึก!” ญาดากัดฟันแน่นแล้วยกมือขึ้นมาปิดปากเอาไว้เพื่อกลั้นเสียงร้อง ในตอนที่แก่นกายใหญ่ถูกดันเข้ามาในช่องทางรักอย่างช้า ๆเพลิงค่อย ๆ กดแก่นกายของเขาเข้าไปด้านในโพรงคับแคบ แม้ว่าร่องสวาทของเธอจะกำลังบีบรัดตัวตนของเขาอย่างหนักจนยากที่จะดันเข้าไปได้ นิ้วหัวแม่มือของชายหนุ่มเคลื่อนมาบดคลึงที่ปุ่มกระสันของคนที่นอนอยู่เพื่อให้เธอผ่อนคลายมากขึ้น จนกระทั่งใช้เวลา
คอนโดมิเนียมของเพลิงฟุบ~“ฉันจะทำเบา ๆ” เพลิงที่อุ้มญาดาเข้ามาภายในห้องนอนบอกกับหญิงสาวในอ้อมกอดเสียงอบอุ่น พร้อมกับวางตัวของเธอลงบนเตียงด้วยความแผ่วเบา ริมฝีปากหนาพรมจูบตามใบหน้าของหญิงสาวอันเป็นที่รักอย่างอ่อนโยน จากนั้นจึงผละใบหน้าออกมาเอ่ยบอกกับญาดาอีกครั้งเพื่อให้หญิงสาวได้มั่นใจ“ถ้าเจ็บก็บอกนะ ฉันจะหยุดให้”“ดาไหว”“ไม่ต้องฝืนนะ ฉันจะไม่บังคับเธอ” เพลิงยกมือขึ้นมาลูบที่ใบหน้าของญาดาอีกครั้งจากนั้นจึงเคลื่อนใบหน้าเข้าไปกดจูบเธอด้วยความแผ่วเบา เขาพยายามทำทุกอย่างอย่างค่อยเป็นค่อยไปและอ่อนโยนกับญาดาอย่างมากที่สุดเพราะเขาเคยทำให้เธอต้องมีความทรงจำที่โหดร้ายแบบนั้น เพลิงจึงตั้งใจที่จะทะนุถนอมญาดาให้ได้มากที่สุดเพื่อจะรักษาบาดแผลภายในใจของเธอแม้ว่ามันอาจจะไม่สามารถลบเลือนเรื่องราวในอดีตที่เขาเคยทำเลวร้ายกับเธอได้ แต่ว่าเพลิงเองก็พร้อมที่จะชดใช้และดูแลจนกว่าหญิงสาวจะหายดีจากบาดแผลเหล่านั้นเหมือนกัน“อื้ม~” ญาดาหลับตาพริ้มแล้วส่งเสียงครางออกมาในตอนที่คนด้านบนกำลังเล้าโลมเธอด้วยความอ่อนโยนเพลิงค่อย ๆ เคลื่อนใบหน้าเข้าไปซุกไซ้ตามลำคอของหญิงสาวที่นอนอยู่เพื่อจะสูดดมกลิ่นกายอันหอมหวานข
“ใจเย็น ๆ ก่อนนะดา เดี๋ยวฉันจะหาทางช่วยเธอเอง” กฤตินเองก็รู้สึกเครียดไม่ต่างจากญาดาเหมือนกัน เพราะค่าใช้จ่ายที่พ่อของญาดาต้องใช้นั้นมันมีมูลค่าประมาณเจ็ดหลักเลยก็ว่าได้เขาพยายามติดต่อหาที่บ้านของตัวเองรวมถึงรวบรวมเงินในบัญชีทั้งหมดที่มีอยู่แต่มันก็อาจจะเพียงพอแค่ในช่วงแรกที่เป็นค่ารักษาไม่กี่รายกา
“ใจเย็น ๆ ก่อนนะดา ตอนนี้หมอกำลังผ่าตัดให้อยู่ ฉันเชื่อว่าพ่อของเธอจะต้องไม่เป็นอะไร”“นี่เป็นโรงพยาบาลที่เก่งเรื่องสมองมากที่สุดแล้ว ยังไงพ่อของเธอจะต้องปลอดภัยแน่นอน” กฤตินที่นั่งอยู่ด้านข้างปลอบใจญาดาในระหว่างที่เธอกำลังรอพ่อของเธอซึ่งกำลังเข้ารับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วนจากโรคของเส้นเลือดในสมองเพ
ปัจจุบัน (ร้านอาหาร)“วันหลังถ้าเฮียจะมากินข้าวกับริต้าก็ไม่ต้องชวนผมมาด้วยนะ” เพลิงที่นั่งอยู่อดไม่ได้ที่จะบอกพี่ชายของเขาหลังจากที่ริต้าได้แยกไปเข้าห้องน้ำ ซึ่งหากหญิงสาวไม่ห้ามไว้พี่ชายของเขาก็คงจะตามไปด้วยแล้ว“ทำไมวะ?”“เฮียลืมไปด้วยซ้ำว่ายังมีผมอยู่ตรงนี้”“ถ้ากูลืมมึงแล้วกูจะชวนมึงมากินข้าวด
บทนำ คำขอโทษของคนเลว‘ทุกอย่างมันเริ่มผิดพลาดตั้งแต่ตรงไหนกันนะ...’ชายหนุ่มเกิดคำถามขึ้นมากับตัวเองระหว่างที่กำลังนึกย้อนไปถึงเรื่องราวในอดีตที่เกิดขึ้นทั้งหมดตั้งแต่ปีแรก ปีที่สอง และปีที่สาม...แต่ไม่ว่าเขาจะพยายามหาคำตอบยังไง เรื่องราวทุกอย่างในตอนนี้ก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ดี“ฉันขอโทษดา ฉั







