ANMELDENตอนนี้พ่อกำลังตั้งโรงงานแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรอยู่ อีกไม่นานคงเสร็จ ส่วนโรงงานรับซื้อน้ำยางพ่อคิดว่าประคองไปก็พอ คงไม่สร้างเพิ่ม เกษตรกรส่วนใหญ่แบ่งพื้นที่ไปปลูกอย่างอื่นเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของครอบครัว ถ้าเอาแต่กรีดยางคงไม่พอส่งลูกเต้าเรียนหนังสือ”
“โรงงานแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรที่กำลังสร้าง เกือบเสร็จหรือยังล่ะครับพ่อ” แทนคุณถามบิดาอย่างสนใจ
“ความจริงก็เสร็จแล้ว แต่ยังไม่ได้จัดการอะไรเลยพ่อยุ่งๆ หลายอย่าง”
เทพบอกลูกชายเสียงเหนื่อยล้าเล็กน้อย ช่วงนี้เขามีความรู้สึกว่าตัวเองเหนื่อยง่ายรวมถึงอ่อนเพลีย โรงงานสร้างเสร็จแล้วก็จริง แต่ยังเหลือตกแต่งและตรวจสอบความเรียบร้อยของเครื่องจักรอีก
“พ่อไม่ค่อยสบายหรือเปล่าครับดูเหนื่อยๆ ชอบกล”
แทนคุณเลิกคิ้วถามบิดาด้วยความเป็นห่วง
“ไม่หรอก พ่อคงแก่แล้ว”
เทพปฏิเสธเสียงเรียบไม่อยากให้ลูกชายเป็นห่วง
“เดี๋ยวพ่อจะพาแกไปทำความรู้จักกับผู้ใหญ่ในตัวจังหวัด”
เทพบอกลูกชาย ดีใจที่ลูกชายเรียนจบกลับมาเสียที
“ครับพ่อ” แทนคุณรับคำบิดาพร้อมทั้งตามบิดาออกไปข้างนอก
“ว่าไงยัยหนูไปเดินตลาดได้อะไรมาบ้าง”
พิงทักบุตรสาวคนเล็กที่เพิ่งกลับมาจากตลาดในเมืองกับแม่บ้านที่เดินตามมาและเลี่ยงเข้าไปในครัวแล้ว
“ได้มานิดหน่อยค่ะพ่อ อยากทานแกงเลียงฝีมือพี่พัน ไม่รู้พี่พันอยู่รึเปล่า”
พนิดาทรุดนั่งลงตรงข้ามกับบิดาพูดด้วยความหิว หญิงสาวหยิบน้ำเย็นขึ้นมาดื่มเมื่อสาวใช้นำเอามาเสิร์ฟให้อย่างรู้หน้าที่
“พ่อก็อยากทานอยู่เหมือนกัน เห็นเจ้าพันอยู่หลังบ้านโน่น”
พิงหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
“พ่อคะ พรุ่งนี้หนูจะไปดูต้นทุเรียนที่ลงไว้นะคะ” พนิดาบอกบิดา
“แล้วปลูกไปถึงไหนแล้วล่ะลูก”
นายพิงถามบุตรสาวถึงความคืบหน้าของงาน
“ได้เกือบครึ่งแล้วค่ะพ่อ แต่ว่าช่วงนี้ฝนตก เลยไม่ค่อยได้ปลูกสักเท่าไหร่ หนูจะไปดูว่าที่ปลูกไปแล้วเป็นไงบ้างค่ะ”
“จะไปก็เอาลูกน้องไปด้วยนะลูก แถวนั้นต้องระวังตัวหน่อย อีกอย่างพ่อไม่ค่อยไว้ใจใคร”
นายพิงพูดอย่างเป็นห่วงบุตรสาวเช่นเคย ถึงเขาจะกว้างขวางมีคนนับหน้าถือตามากมาย แต่เป็นธรรมดาของโลกที่มีคนรักก็ต้องมีคนเกลียด ถ้าระวังตัวเอาไว้น่าจะดีที่สุด โดยเฉพาะลูกสาวคนเดียวที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของเขา มีหนุ่มๆ หมายปองมากมาย
“พ่อขา..หนูเอาหย้งกับจอมไปก็พอค่ะ ไม่อยากเอาไปมาก มันน่ารำคาญแล้วก็น่าเบื่อจะตาย”
พนิดาเริ่มบ่นอีกครา เมื่อบิดาจะให้เธอเอาลูกน้องไปมากมายอีกตามเคย
“เอาไปเถอะลูก แล้วจะชวนใครไปอีกไหม”
บิดาสำทับ ไม่ยินยอมให้บุตรสาวไปเพียงลำพังกับลูกน้องแค่สองคน เพราะน่าเป็นห่วงอยู่พอสมควร
“หนูกะว่าจะชวนปิ่นไปค่ะพ่อ จะออกเดินทางตั้งแต่เช้าตรู่ ไปเช้าเย็นกลับค่ะ” พนิดารายงานบิดาให้ทราบ
ตอนเช้าบิดาต้องออกไปข้างนอก เธอกะว่าจะไม่เอาลูกน้องไปเยอะอย่างที่บิดาต้องการ แต่ไม่อยากบอกให้ท่านทราบเพราะเกรงว่าท่านจะไม่สบายใจ
“ตามใจ ระวังตัวด้วยแล้วกันพ่อเป็นห่วง”
นายพิงพูดอย่างเป็นห่วงบุตรสาวเพียงคนเดียวเป็นที่สุด
“ค่ะพ่อ งั้นหนูขอตัวไปหาปิ่นในครัวก่อนนะคะ”
พนิดาขอตัวจากบิดาเพื่อไปหาปิ่นปัก เพราะเธอจะชวนปิ่นปักไปเป็นเพื่อนเธอในวันพรุ่งนี้
“ไปเถอะ”
พนิดาลุกจากที่นั่งคุยกับบิดาเมื่อบิดากล่าวอนุญาต นายพิงจึงหันไปหยิบหนังสือเกี่ยวกับผลิตผลทางการเกษตรและการรักษาโรคพืชขึ้นมาอ่านต่อ
“ทำอะไรอยู่จ๊ะปิ่น” พนิดาทักปิ่นปักเสียงสดใส
“คุณหนูมีอะไรหรือคะ”
ปิ่นปักวางมือจากงานที่ทำมาถามเจ้านายสาว
“พรุ่งนี้ฉันจะไปดูกล้าต้นทุเรียนที่ลงไว้เสียหน่อย กะว่าจะมาชวนปิ่นไปด้วยกัน จะได้ไปเที่ยว ฉันเห็นปิ่นทำงานอยู่แต่ที่บ้าน คงจะเบื่อน่าดู”
“ไปสิคะคุณหนู ปิ่นอยากไปเที่ยวเหมือนกัน อยู่แต่บ้านเบื่อจะตาย”
ปิ่นปักตอบตกลงอย่างดีใจที่จะได้ออกไปเที่ยวนอกบ้านบ้าง เพราะวันๆ เธอเอาแต่ทำงานบ้านกับทำอาหาร
“จะไปไหนกันยัยพริกหวาน”
พันนาเดินเข้ามาในห้องครัวถามน้องสาวอย่างอยากรู้
ปิ่นปักมองชายหนุ่มตาไม่กะพริบ แต่เขาไม่ยอมมองมาที่เธอเลย เธอแอบชอบเขามานานตั้งแต่แตกเนื้อสาว แต่ดูเขาจะไม่สนใจเธอสักนิด ถึงแม้เธอจะหาเรื่องทะเลาะกับเขาแทบทุกวัน ช่วยเขาเป็นลูกมือทำอาหารเนื่องพันนาชอบทำอาหารมาก แต่เขาไม่เคยชายตามองเธอ แถมทำท่ารำคาญเธอด้วยซ้ำในบางครั้ง หญิงสาวคิดแล้วรู้สึกน้อยใจเพราะเธอเป็นเพียงแค่ลูกสาวแม่ครัวเท่านั้น
“ไปดูทุเรียนที่ลงไว้ค่ะพี่พัน”
พนิดาหันไปตอบพี่ชายที่เพิ่งเดินเข้ามาสมทบ
“ไปเมื่อไหร่ ระวังตัวด้วยแล้วกัน”
พันนาเตือนน้องสาวอย่างเป็นห่วง
“ขอบคุณค่ะพี่พัน น้องจะไปพรุ่งนี้ค่ะ ไปด้วยกันไหมคะ”
พนิดาตอบคำถามพร้อมทั้งถามพี่ชายกลับบ้าง เผื่อว่าเขาอยากไปด้วย
“ไม่ดีกว่า พี่จะไปหาเพื่อนสักสองสามวัน”
พันนาปฏิเสธน้องสาวคนเล็ก
“เหรอคะ เอ... เพื่อนผู้หญิงหรือเพื่อนผู้ชายคะ”
พนิดาถามพี่ชายพร้อมทั้งตะแคงคอมองอย่างล้อเลียน
“เพื่อนผู้หญิง” พันนาตอบเสียงเรียบๆ
“ฮันแน่ ไปหาสาวนี่เอง ชวนไปกับน้องถึงไม่ยอมไป”
คำว่าเพื่อนผู้หญิง ทำให้ปิ่นปักกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง รู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจเพราะเธอแอบหลงรักเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น
“ปิ่นขอตัวก่อนนะคะ เดี๋ยวต้องไปซักผ้าค่ะ”
ปิ่นปักรีบขอตัวทันทีเพราะไม่อยากฟังเรื่องแสลงใจต่อไป
“ตามสบายจ้ะ”
พนิดาอนุญาตและยิ้มให้ปิ่นปักเมื่อเธอเดินเลี่ยงออกไป
“แล้วเราจะไปกับใครบ้าง” พันนาถามน้องสาวอีกครั้ง
“ไปกับปิ่นค่ะ แล้วกะว่าจะพาหย้งกับจอมไปด้วย พ่อให้พาลูกน้องไปอีกเป็นสิบ แต่น้องเบื่อจริงๆ เลยค่ะพี่พัน ไม่เป็นส่วนตัวเลย”
พนิดาบ่นอุบกับพี่ชายคนรองเมื่อนึกถึงลูกน้องของบิดา ในบ้านมีเพียงเธอกับพี่ชายคนโตเท่านั้น ที่เวลาไปไหนมาไหนลูกน้องตามติดเป็นสิบยี่สิบ แต่พันนากับพลพลเวลาจะไปไหนมาไหนมีเพียงลูกน้องคนสนิทติดตามแค่คนเดียว หรือบางครั้งแทบไม่มีเลย เวลาจะไปไหนมาไหนก็สะดวกไม่ต้องคอยให้ใครติดตาม
“ยังไม่ชินอีกหรือยังไง พาไปเถอะจะได้ปลอดภัย”
พันนาบอกน้องสาวอย่างเป็นห่วง ความที่เขาเป็นคนค่อนข้างสันโดษชอบทำอาหาร จึงไม่มีศัตรูที่ไหน ส่วนพลพลมีนิสัยรักสนุก ขี้เล่น แต่เป็นคนขยันขันแข็ง เขากับน้องชายจึงไม่มีลูกน้องเยอะเหมือนอย่างไพรวัลย์พี่ชายคนโตที่ต้องห้ำหั่นทำธุรกิจแข่งขันกับตระกูลอื่น จนเป็นที่เขม่นจากคู่แข่งดังนั้นเวลาไปไหนมาไหนจึงต้องพาลูกน้องไปมากมาย
ส่วนพนิดาน้องสาวคนเล็กนิสัยแสนซน ดื้อรั้นอันนี้เขารู้ดี บิดาจึงหวงมาก ว่าจะไปมีเรื่องกับใคร จึงให้ลูกน้องตามติดพนิดามากมายด้วยเช่นกัน
พนิดาเป็นน้องสาวคนเดียวของครอบครัว เธอมีแต่พี่ชายหญิงสาวจึงไม่ค่อยเป็นกุลสตรีสักเท่าไหร่ ดังนั้นลูกน้องคนสนิทที่เป็นเพื่อนกันในวัยเด็กจึงเป็นผู้ชาย นั่นคือหย้งกับจอม และสองคนนี้เป็นลูกน้องที่น้องสาวของเขาไม่เคยนึกรำคาญ เวลาไปไหนมาไหนจะชวนไปด้วยกันตลอดเหมือนเงาตามตัว
“แต่เมื่อตะกี้พี่พันบอกว่าจะไปหาสาว สาวคนไหนคะ อนาคตพี่สะใภ้ของน้องหรือเปล่า อิอิ” พนิดาล้อพี่ชายเสียงสดใส
“เพื่อนพี่สมัยเรียน แต่งงานแล้ว แล้วก็แต่งกับเพื่อนพี่นั่นแหละ จะให้พี่ไปตีท้ายครัวเพื่อนหรือไง แค่พี่จะไปปรึกษาเรื่องผลิตภัณฑ์ตัวใหม่เท่านั้น” พันนาบอกน้องสาวที่ทำท่าล้อเขาเรื่องเพื่อนเสียยาวยืด
“ว้า... เสียดายจัง นึกว่าจะมีพี่สะใภ้กับเค้าบ้าง พี่ไพรยิ่งไม่ต้องพูดถึง ชาตินี้จะมีเมียหรือเปล่ายังไม่รู้เลย
“พี่น่าหมั่นไส้ขนาดนั้นเลยเหรอ”แทนคุณก้มลงถามชิดใบหน้านวลอย่างอารมณ์ดี“ใช่ค่ะ ชอบพาลูกน้องเป็นพรวนเหมือนเจ้าพ่อเลยค่ะ พริกหวานนึกว่าพี่หนึ่งจะไปถล่มใคร” พนิดาตอบเสียงน่ารัก“แต่แตกต่างกับพี่นะ เห็นน้องพริกหวานทีไร อยากฉุดทุกที”แทนคุณพูดย้ำในสิ่งที่เขาเคยสารภาพไปแล้วเมื่อครั้งแรก พอพูดจบเลยโดนหมัดน่ารักทุบอกแกร่งเข้าให้“พี่หนึ่งบ้า” พนิดาว่าอย่างเขินอาย“จริงๆนะ ตอนนั้นที่ไร่ส้มยังจำได้ไหม”แทนคุณแกล้งพูดไปถึงความหลังที่เขากลับมานั่งขำทุกทีที่นึกถึง“เอ่อ... ไม่อยากจำเลย คนบ้า!”พนิดาแกล้งว่าด้วยความเขินอาย เธอนึกออกว่าเขาหมายถึงเหตุการณ์วันทีเธอพลาดท่าเสียทีไปกับเขา แล้วเธอเอาคืน โดยเอาเสื้อผ้าเขาไปทิ้ง แต่เธอไม่รู้ว่าหลังจากนั้นเขาเป็นยังไง“วันนั้นพี่อายยัยเล็กกับไอ้โก้ ไอ้มั่นมากเลยรู้ไหมดีที่เป็นแค่สามคนนั้น ถ้ามีลูกน้องคนอื่นด้วย พี่คงเสียการปกครองลูกน้องแน่เลย เพราะลูกน้องได้เอาไปล้อพี่กันใหญ่”แทนคุณบีบจมูกรั้นน่ารักนั้นเล่นด้วยความมันเขี้ยว“ทำไมคะ ทำไมต้องอาย”พนิดาแกล้งเลิกคิ้วถาม เธอพอจะรู้คำตอบแต่อยากให้เขาเล่าอย่างตื่นเต้น“พอพริกหวานเสร็จสมอารมณ์หมาย ก็ทิ้งให้พี่นอน
“จำตอนที่เราพบกันครั้งแรกได้ไหม”แทนคุณถามเสียงเรื่อยๆ อย่างมีความสุข เขาไม่นึกไม่ฝันว่าเรื่องทุกอย่างจะสมหวังได้ ตอนแรกคิดว่าจะมีปัญหาอุปสรรคมากมายกว่านี้เสียอีก“ตอนไหน ตอนเด็กเหรอคะ”พนิดาถาม ยิ้มสดใสให้เจ้าบ่าว มือบางลูบอกกว้างเล่นอย่างเบามือ“ไม่ใช่ ตอนพี่กลับมาจากต่างประเทศไง”แทนคุณพูดยิ้มๆ เริ่มปลดปราการที่ขวางกั้นออกอย่างเบามือเช่นกัน พนิดาอำนวยความสะดวกให้เป็นอย่างดี“อ๋อ... จำได้แล้วค่ะ ที่ตลาดในเมืองวันนั้น”พนิดาทำท่านึก พูดเสียงหวานจับจิต ชุดเจ้าสาวโดนถอดไปพ้นกายอย่างง่ายดาย“ตอนนั้นพี่เห็นน้องพริกหวานแล้วเกิดอารมณ์ทันที”แทนคุณพูดกำกวม พนิดาอายทุบกำปั้นที่อกแกร่งสองสามที“ทุบพี่ทำไมนี่”แทนคุณพูดกลั้วหัวเราะ ดันร่างอรชรลงนอนบนที่นอนหนานุ่มที่มีดอกไม้โรยไปทั่วเตียง“พี่หนึ่งบ้ากามตลอดเลย แล้วชอบทำหื่นในพริกหวาน เหมือนพวกโรคจิต”พนิดาต่อว่าทุบอกเขาไม่หยุด จึงโดนเจ้าบ่าวทำโทษด้วยการจุมพิตแก้มฟอดใหญ่“รู้ไหมตอนพี่เจอน้องพริกหวานที่ตลาดครั้งแรก พี่อยากเข้าไปฉุดทำเมียเลย”แทนคุณพูดไปพร้อมกับมือแกร่งที่ปลดเปลื้องชุดของเขาออกอย่างไม่รีบร้อน“บ้า! ชอบทำท่าโรคจิตใส่พริกหวานตลอดเล
ไพรวัลย์พูดขึ้นก่อนที่ทุกคนจะออกไปให้หญิงสาวทำภารกิจส่วนตัวพนิดานั่งบีบมือไปมาบนรถแน่น เธอได้รับรู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่ก็ดีใจเหลือเกิน แม้เขาจะยังไม่ฟื้นก็ตามที หญิงสาวขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไปตลอดทางว่าให้ช่วยให้แทนคุณฟื้นด้วย เธอจะไม่ขออะไรอีกแล้วในชีวิตนี้แค่ขอให้เขารอดก็พอพนิดารีบเดินเข้าไปในโรงพยาบาลประจำจังหวัดก้าวขาเรียวสวยเดินอย่างรวดเร็ว หญิงสาวหันไปหาพี่ชายคนโตที่เดินตามมาติดๆ ก่อนที่ไพรวัลย์จะชี้ไปที่ห้องพักฟื้นตรงหน้าหญิงสาวกลั้นใจเปิดประตูเข้าไปในห้องพิเศษ รีบสาวเท้าเดินเข้าไปหาร่างของแทนคุณที่นอนหลับอยู่บนเตียงนอนสีขาว แทนรักยิ้มให้พนิดา“พี่หนึ่งขา...พริกหวานมาหาแล้วนะคะ”พนิดานั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียงคนป่วย จับมือของชายหนุ่มมาแนบหน้าอย่างห่วงใยเหลือเกินแทนคุณค่อยๆ ลืมตาขึ้นจากการหลับใหลด้วยฤทธิ์ยา มองใบหน้าสวยหวานด้วยรอยดีใจที่เขาได้เห็นหน้าคนรัก“พริกหวาน” แทนคุณเสียงเบาโหวงพนิดาจะรีบลุกมองชายหนุ่มอย่างแสนดีใจ“พี่หนึ่ง เป็นอย่างไรบ้างค่ะรู้ไหมว่าพริกหวานเป็นห่วงแค่ไหน”พนิดาพูดเสียงสั่นเครือ แต่แฝงไว้ด้วยความยินดีเมื่อได้เห็นเขาฟื้นขึ้นมา“พี่ไม่เป็นไรแล้ว อย่าทำหน้า
มันกำลังก้มใบหน้าลงทำท่าจะซุกไซ้ร่างของพนิดาแต่ต้องร้องอย่างตกใจเมื่อโดนสันปืนของแทนคุณอย่างแรง สลบคาเหมือนที่“ว้าย!” พนิดากรี๊ดร้องอย่างตกใจ ที่ร่างหนาหล่นลงมาทับแทนคุณกระชากร่างหนาของโตมอญออกอย่างแรง พนิดามองคนที่กระชากร่างของโตมอญออกไป ก่อนยิ้มออกมาด้วยความดีใจ“พี่หนึ่ง” แทนคุณรีบเข้าไปกอดร่างอรชรแนบอกอย่างห่วงใย“พริกหวานเป็นยังไงบ้าง พี่ขอโทษที่ทิ้งพริกหวานเอาไว้บนเขา เพราะพี่ไม่แน่ใจว่าพ่อพี่จะยอม แต่ตอนนี้อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด พี่จะพาพ่อไปสู่ขอพริกหวานกับลุงพิง”แทนคุณพูดเสียงระรัวรัดร่างอรชรแนบแน่น“พี่หนึ่ง”พนิดาน้ำตาซึม แทนคุณช่วยแก้มัดมือ และเท้าของพนิดา เขารีบพาเธอเผ่นออกมานอกห้องทันที“มีคนบุกรุก”เสียงลูกน้องของตะวันเห็นชายหนุ่มพอดี มันตะโกนเสียงดัง ลูกน้องของแทนคุณที่แอบซ่อนตัวอยู่ในตัวบ้านที่เปิดเป็นบ่อนการพนันรวมถึงเปิดซ่องต่างกรูกันเข้ามาไพรวัลย์และลูกน้องที่แอบเข้ามาอีกด้านหนึ่งรีบหลบทันที“หยุดนะ นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยอมมอบตัวแต่โดยดี ตอนนี้เราล้อมไว้หมดแล้ว”ปกรณ์รออยู่นาน เมื่อได้ยินเสียงเอะอะโวยวายวิ่งกันอย่างอึกทึกครึกโครมรวมถึงได้ยินเสียงต่อสู้ รีบตะโกนบอกท
“ไปโรงพักสิ ไปแจ้งความ” ตะวันตอบด้วยใบหน้าเจ้าเล่ห์“ไม่เห็นจำเป็น ไอ้พวกตำรวจโง่นั่นจะช่วยอะไรเราได้”โตมอญไม่เห็นด้วยกับบิดา“แกอย่าโง่ไปหน่อยเลย ที่ไปไม่ใช่ไปให้มันช่วย แต่ไปเพราะเราต้องไปสืบข่าวพวกมัน แกอย่าลืมว่าไอ้ปกรณ์กับไอ้แทนคุณมันเป็นเพื่อนกัน” ตะวันบอกลูกชายเสียงเรียบ“ที่โรงพักคนของเราไม่ใช่เรอะ เราอยากรู้อะไรเดี๋ยวก็ได้รู้”“สวัสดีครับนายหัวตะวัน” ปกรณ์ทักตะวันรวมไปถึงลูกชายอย่างยิ้มแย้ม แทนคุณบอกเขาเอาไว้ไม่ผิดว่าสองพ่อลูกต้องมาแน่นอน“สวัสดีครับหมวดปกรณ์” ตะวันกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเช่นกัน“มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ”ปกรณ์กล่าวอย่างนอบน้อมสมกับเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ตะวันเล่าเหตุการณ์ให้ฟังอย่างละเอียดเมื่อแจ้งความเรื่องโรงงานทุกที่ของเขามีคนลอบเข้าไปทำให้เครื่องจักรเสีย“นายหัวสงสัยใครเหรอครับ” ปกรณ์หยั่งเชิงถาม“ผมยังไม่รู้เพราะไม่เคยมีศัตรูที่ไหน ยังไงต้องฝากหมวดให้ช่วยตามเรื่องนี้ให้หน่อยนะครับ”“ได้ครับนายหัว”ปกรณ์รับคำเมื่อตะวันและลูกชายยืนขึ้นขอตัวว่าจะกลับแล้ว ปกรณ์หันไปมองหน้าจ่าเข้ม เห็นเขาพยักหน้าให้บอกว่าสำเร็จแล้ว“ผมต้องกลับก่อนนะครับ ยังไงก็ขอฝากเรื่องน
แทนรักรั้งแขนบิดาเอาไว้ มองพี่ชายอย่างเห็นใจ“พ่อครับ”แทนคุณคุกเข่าลงหน้าบิดาก่อนเงยหน้าขึ้นอย่างแนวแน่“ทำไม แกมีน้องสาวเหมือนกัน แกทำแบบนี้ได้ยังไง แล้วฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ไอ้ลูกเลวแกไปจับลูกสาวเขากักขังไว้แบบนั้น แกทำเรื่องอัปยศแบบนี้ทำไม”เทพโมโหด่าแทนคุณเสียงลั่น เขาทั้งเครียดเรื่องคดียาเสพย์ติดต้องมาทุกข์ใจเพราะลูกชายตัวดีอีก“ผมรักพริกหวานครับพ่อ ไม่ว่ายังไงผมก็รักเธอ”คำตอบของลูกชายทำให้เทพทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างสำนึกเขาปฏิเสธลูกชายวันนั้นเพราะเขารู้จักนิสัยของแทนคุณดีว่าเป็นคนที่ชอบเอาชนะ นิสัยเหมือนเขาไม่มีผิดอีกอย่างเขาเกิดความไม่แน่ใจว่าบุตรชายจะรักและอยากแต่งงานกับพนิดาจริงๆ หรือแค่อยากเอาชนะคะคานกันเหมือนวันเด็กเนื่องจากเขารู้ว่าลูกสาวของพิง อัครมหาศาลมีหนุ่มๆ มาสนใจมากมาย หากแทนคุณไม่ได้รักจริงแค่อยากเอาชนะเขาจะเสียผู้ใหญ่ที่ไปสู่ขอลูกสาวของคู่แข่งเช่นนั้นเขาอยากพิสูจน์ให้แน่ชัด แต่เจ้าลูกชายตัวดีกลับจับตัวหญิงสาวไปกักขังไว้เช่นนั้น ถึงเขาจะไม่กินเส้นกับครอบครัวอัครมหาศาลแต่ไม่คิดที่จะสนับสนุนให้ลูกชายทำเรื่องเลวๆ แบบนั้น“ผมยอมรับผิดครับพ่อ ตอนนี้พริกหวานอยู่







