เข้าสู่ระบบเพียงฟ้าใช้เวลาหลายชั่วโมงกับภาพวิวที่อยู่ในมือ การวาดรูปเป็นสิ่งเดียวในชีวิตที่ทำให้เธอมีความสุขและลืมเรื่องราวทุกข์ใจไปชั่วขณะ มันเป็นพรสวรรค์ที่เพียงฟ้ารู้ตัวตั้งแต่เด็ก หญิงสาวเลยพุ่งเป้ามาทางนี้โดยตลอด ความมุ่งมั่นขยันสร้างผลงานสมัยเรียนมัธยมทำให้เธอได้ทุนและมีโอกาสได้มาเรียนมหาวิทยาลัยดังของที่นี่
อาทิตย์แอบยืนมองหญิงสาวเจ้าของดินสอในมืออยู่ห่างๆ ผมตรงยาวที่เคยปล่อยทิ้งตัวสยายก่อนหน้านี้ถูกม้วนขึ้นไปบนหัวเป็นก้อนกลมๆ ยุ่งเหยิง แล้วเอาดินสอปักมันไว้ลวกๆ เพื่อคลายร้อน ก็ดูน่ามองไปอีกแบบ
“ไม่เบื่อหรือไง นั่งอยู่ที่เดิมได้ตั้งหลายชั่วโมง”
ชายหนุ่มพึมพำคนเดียวเงียบๆ คนตัวเล็กจดจ่ออยู่กับภาพวาดในมือ โดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ขนาดอาทิตย์เข้ามาประชิดตัวทางด้านหลังแล้วแอบมองเธอวาดภาพอยู่นาน เพียงฟ้าก็ยังไม่รู้ตัว
กระทั่งหญิงสาวเซ็นชื่อเล็กๆ ของตัวเองลงบนภาพวาดมุมด้านล่าง จากนั้นก็วางกระดานในมือลง อาทิตย์ถึงได้แสดงตัว
“วาดเสร็จแล้วเหรอ”
ชายหนุ่มถามพร้อมนั่งลงตรงข้ามเพียงฟ้า หยิบผลงานชิ้นล่าสุดที่เพียงฟ้าพึ่งวาดเสร็จสดๆ ร้อนๆ ขึ้นมาดู เป็นวิวที่มีแค่เส้นดินสอธรรมดาแต่สวยงามมาก ความจริงต้องใช้คำว่าโคตรสวยเลยต่างหาก
อาทิตย์ไม่เข้าใจงานศิลปะพวกนี้และไม่คิดจะสนใจด้วย แต่ก็ต้องยอมรับว่าฝีมือของเพียงฟ้านั้นแค่คำว่าพรสวรรค์ยังน้อยไป
“เป็นไงคะ พอดูได้ไหม”
พอรู้ว่าคนตรงหน้าอายุมากกว่า เพียงฟ้าก็ใช้คำพูดที่มีมารยาทกับอีกฝ่ายมากขึ้น หญิงสาวคิดว่าตัวเองเป็นคนพูดน้อยมาตลอด แต่พอได้เอ่ยถึงงานด้านศิลปะกลับพูดได้มากคำเสียอย่างนั้น
“ไม่ใช่แค่พอดูได้นะ มันสวยมากเลยต่างหาก”
ได้ยินแบบนั้น หญิงสาวถึงยิ้มออกมา ตื่นตันใจทุกครั้งที่มีคนสนใจและเอ่ยชมทุกๆ ผลงานของเธอ เพียงฟ้าหวังว่าสักวันหนึ่ง มันจะเป็นที่รู้จักและถูกจัดเข้าไปโชว์อยู่ในแกลเลอรีที่ไหนสักแห่ง
“ขอบคุณค่ะ ที่ชอบ”
ในใจอาทิตย์อยากจะบอกออกไปว่าเขาไม่ได้ชื่นชอบแค่ผลงาน แต่ยังหลงเสน่ห์เจ้าของผลงานเข้าอย่างจัง
“รูปนี้ต้องเอาไปส่งอาจารย์เหรอ ถ้าไม่จะขอซื้อต่อ”
อาทิตย์ส่งภาพคืนหญิงสาวแล้วถาม เพียงฟ้าพยักหน้าตอบรับแล้วสาละวนอยู่กับการเก็บของรอบตัว ไม่ได้ให้ความสนใจกับคนตรงหน้าอย่างที่ชายหนุ่มอยากให้เป็น กระทั่งโดนเอ่ยแซวถึงได้หันกลับมามอง
“พยักหน้านี่คือต้องส่งอาจารย์
หรือจะขายต่อ”“ต้องเอาไปส่งอาจารย์ค่ะ เพียงจะกลับแล้วนะ ไหนล่ะคะ ดินสอที่จะคืน”
ดวงตาคมเข้มมองมือเล็กที่แบขอของคืนนิ่ง เริ่มเข้าใจคำว่า ‘เข้าถึงยาก’ มันเป็นยังไงอาทิตย์ส่งดินสอคืนตามที่หญิงสาวขอ มันยังคงสภาพเดิมอย่างที่ได้มาตั้งแต่แรกเพราะไม่ได้ถูกหยิบมาใช้ หวังว่าน้องเพียงฟ้าจะไม่สงสัย ส่วนเขาก็ได้ผ้าเช็ดหน้ากลับคืนมา
“กินข้าวเย็นหรือยัง”
คนอย่างเขาไม่มีทางยอมอะไรง่ายๆ แน่นอน ถ้าอาทิตย์อยากได้คำตอบคือต้องได้เท่านั้น นั่นถือเป็นคติประจำชีวิตเชียวนะ เพียงฟ้าชะงักกับคำถาม ไม่เข้าใจว่าเขาจะอยากรู้ไปทำไม ก่อนจะส่ายหน้าตอบตามจริง
“ดีเลย พี่ก็ยัง ไปกินเป็นเพื่อนหน่อยสิ”
เพียงฟ้าไม่ทันได้ปฏิเสธก็ถูกชายหนุ่มมัดมือชก โดยการคว้ากระเป๋าอุปกรณ์วาดรูปไปถือไว้เองก่อนจะเดินนำไป ไม่ฟังเสียงเรียกจากเธอ
“เดี๋ยวสิคะ เอากระเป๋าของเพียงคืนมาก่อน”
หญิงสาววิ่งตามร่างสูงมาถึงรถคันหรู อาทิตย์เปิดประตูรถจัดวางกระเป๋าอุปกรณ์วาดภาพไว้ด้านหลังอย่างเรียบร้อย แกล้งทำเป็นไม่ได้ยินเสียงหวานๆ ที่วิ่งตามหลังมา
“พี่เอาของขึ้นรถเรียบร้อยแล้วครับ”
อาทิตยหันมามาบอกร่างบางที่พึ่งวิ่งมาถึงตัวเขา ด้วยขาที่สั้นกว่ามากทำให้เพียงฟ้าตามคนตัวสูงอย่างเขาไม่ทัน ชายหนุ่มใช้จังหวะที่คนตัวเล็กกำลังเหนื่อยหอบดันแผ่นหลังบอบบางขึ้นรถ แล้วขับออกไปทันที
“เราจะไปกินข้าวที่ไหนกันคะ”
เพียงฟ้าพึ่งหาเสียงตัวเองเจอเอ่ยถามชายหนุ่ม สายตาก็ชื่นชมความหรูหราภายในรถคันสวยที่ชาตินี้เธอไม่คาดหวังว่าจะมี แค่ได้มานั่งอยู่ในนี้ ถึงจะแค่ครั้งเดียวก็เกินฝันแล้ว
“หน้ามอดีไหม”
ในใจจริงอาทิตย์ก็อยากจะพาเพียงฟ้าไปไกลกว่านี้ แต่กลัวเพียงน้อยจะตกตื่น วันนี้อ่อยเท่านี้ก่อนพอให้เป็นที่จดจำ หลังจากพรุ่งนี้ไป เขาเอาจริง
รถเบนซ์คันหรูตบไฟเลี้ยวเข้าจอดริมฟุตบาทเยื้องหน้าร้านก๋วยเตี๋ยวหลังมหาวิทยาลัย เพียงฟ้ารอบมองคนตัวสูงข้างๆ อย่างสงสัย เมื่อเขาไม่ยอมลงจากรถเสียที ทั้งยังไม่ปลดล็อกประตูให้เธออีกด้วย
อาทิตย์ปลดกระดุมคอเสื้อนักศึกษาหลายเม็ดยาวถึงแผงอก พับแขนเสื้อถึงข้อศอกเพื่อเตรียมตัวลงไปเผชิญกับความร้อน พอหันมาคนข้างกายถึงได้รู้ว่าโดนแอบมอง
ชายหนุ่มแอบยิ้ม ต้องแบบนี้สิถึงจะดูสมกับเป็นอาทิตย์ ถูกผู้หญิงเมินบ่อย เขาไม่ชิน อยากจะบอกเพียงน้อยว่ามองเยอะๆ เลยครับแล้วก็ตกหลุมรักพี่อาทิตย์ไวๆ
“เราจะลงได้หรือยังคะ”
เมื่อรู้ตัวว่าเผลอมองเขานานไป เพียงฟ้าเลยถามแก้เขิน หวังว่าชายหนุ่มจะไม่รู้ตัว
“ป้าครับ ของผมเอาเหมือนเดิมนะ น้องเพียงล่ะ เอาอะไร”
เพียงฟ้ามองคนตัวสูงตรงข้ามสั่งก๋วยเตี๋ยว แล้วเดินไปตักน้ำแข็งในถังที่ติดป้ายว่า ‘น้ำดื่มบริการตัวเอง’ ให้เธออย่างคล่องแคล่วทำราวกับมากินร้านนี้บ่อย ไม่น่าเชื่อว่าคนระดับเขาจะกินอาหารข้างทางแบบนี้เป็นด้วย
พอกินเสร็จ เพียงฟ้าก็เตรียมจะจ่ายเงิน แต่ถูกชายหนุ่มตัดหน้าไปก่อน
“พี่เป็นคนชวนเพียงมากิน พี่ก็ต้องเป็นคนเลี้ยงสิ”
“ขอบคุณนะคะ แค่ดินสอแท่งเดียวไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้”
ใช่ เพียงฟ้ากำลังคิดว่าที่เขาทำอยู่ นี่อาจเป็นเพราะกำลังตอบแทนเรื่องยืมดินสอจากเธอ ซึ่งแท้จริงแล้วไม่ใช่ มีแค่อาทิตย์เท่านั้นที่รู้ว่าเขาต้องการจากเธอมากกว่านั้น
“พออิ่มคาวแล้วก็อยากของหวาน ไปเถอะ เดี๋ยวพี่เลี้ยงขนม”
อาทิตย์ทำหูทวนลมอาศัยความว่องไวคว้าข้อมือเล็กแล้วจูงข้ามถนนไปยังตลาด ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับมหาวิทยาลัย เพียงฟ้าวิ่งตามเจ้าของร่างสูงจนเหนื่อยหอบ นี่เขาจะไม่ถามอะไรเธอก่อนเลยหรือไง หัวใจดวงน้อยพลันเต้นแรง เมื่อมองข้อมือที่ถูกจับไว้ระหว่างเดิน
พอได้สติก็ดึงข้อมือออกจากการเกาะกุม คนจับอาจไม่คิดอะไรแต่คนโดนจับรู้สึกเต็มๆ เพียงฟ้าบอกกับตัวเองว่าห้ามหวั่นไหวแล้วมองโลกแห่งความเป็นจริง
คนระดับเขาไม่มีทางสนใจเธอแน่ ที่อาทิตย์ทำแบบนี้ก็เพราะอยากตอบแทนที่เธอช่วยเหลือ เขาแค่เป็นคนดีเกินไป
“หอมจัง” พอลับตาคนเท่านั้นแหละ อาทิตย์ก็สวมบทคนหื่นทันที ชายหนุ่มเข้ามาสวมกอดร่างบาง ไล้ริมฝีปากนุ่มไปตามซอกคอขาวดูดเม้มจนเกิดรอยแดง“อื้อออ พี่อาทิตย์หยุดคิดเรื่องใต้สะดือสักสิบนาทีได้ไหมคะ เพียงช้ำไปหมดแล้วนะ”ก็อาทิตย์เอาเปรียบเธอแทบทุกครั้งที่มีโอกาส จะไม่ให้เพียงฟ้าบอบช้ำได้อย่างไร นี่วันๆ ชายหนุ่มไม่คิดจะทำอะไร นอกเหนือจากยุ่มย่ามกับร่างกายของเธอเลยหรือ“ไม่ได้ยินที่คุณแม่บอกเหรอ เราต้องรีบมีหลานสาวตัวน้อยๆ ให้ท่านอุ้มได้แล้วนะ”“แต่ว่าเพียง…”สีหน้าคนตัวน้อยมีความกังวลฉายชัด เมื่อพูดถึงลูกคนที่สอง อาทิตย์ใจหายวาบเมื่อเห็นแววตาหวาดหวั่นของเมียสาว คราวนี้ชายหนุ่มดึงร่างบางเข้ามากอดไว้อย่างอ่อนโยน“ที่ผ่านมาพี่ขอโทษนะครับคนดี ที่ปล่อยให้เพียงต้องเลี้ยงลูกคนเดียวนานถึงสี่ปี”อาทิตย์เข้าใจได้ในทันทีว่าคนเป็นภรรยากังวลเรื่องใด เป็นความผิดของเขาทั้งหมด เขาไม่ควรเร่งรัดหรือเอาแต่ใจกับเพียงฟ้าด้วยซ้ำ แค่หญิงสาวให้อภัยแล้วยอมแต่งงานด้วยก็มากเกินพอแล้ว“ขอโทษนะครับ สัญญาว่าพี่จะไม่เอาแต่ใจอีก เรามีตะวันแค่คนเดียวก็ได้เนอะ”เจ้าของร่างสูงโน้มลงมาจูบกระหม่อมบางแผ่วเบาเพื่อปลอบโยน“ถ้าเกิดเ
อัสนีมองหน้าหลานชายทีหนึ่งแล้วหันมามองนาฬิกาข้อมือทีหนึ่ง สลับกันอย่างนี้มาร่วมครึ่งชั่วโมงด้วยความร้อนใจ แต่คนที่เขารอคอยก็ไม่ลงมาเสียที พลางนึกว่าสองสามีภรรยาคู่นั้นในใจ นี่จะไม่เอาลูกเต้ากันแล้วใช่ไหม เข้าหอห่าเหวอะไร ข้ามคืนข้ามวันขนาดนี้“ตะวันครับ ไปทำงานกับลุงดีกว่า”หนูน้อยตะวันละสายตาจากของเล่นทันทีที่ได้ยิน ในใจโลดแล่นไปถึงพี่คนสวยที่ชื่อพริมโรสแล้วเรียบร้อย “ให้ตะวันไปได้จริงเหรอ”แต่จะออกอาการดีใจมากไม่ได้ เดี๋ยวลุงอัสนีจะมาว่าตะวันอีก ‘อย่าซุกนมเมียลุงมากเข้าใจไหม’ตะวันไม่เข้าใจที่ลุงอัสบอกหรอกว่ามันหมายความว่าอะไร รู้แค่ว่าลุงอัสนีไม่พอใจแน่ๆ ที่ตะวันชอบกอดพี่พริมคนสวย“ไม่ต้องมาทำหน้าดีใจขนาดนั้น ลุงรู้นะว่ากำลังคิดอะไรอยู่”“ตะวันยังไม่ได้คิดถึงพี่พริมเลยนะ”หนูน้อยแก้ตัวเสียงสูง แกล้งทำเป็นมองไม่เห็นสายตาจับผิดของคนเป็นลุง อัสนีได้แต่ส่ายหัวกับความเจ้าเล่ห์ของหลานชาย ร้ายเหมือนพ่อมันไม่มีผิด หนักใจแทนน้องเพียงฟ้าในอนาคต ทางที่ดีเตรียมค่าสินสอดไว้ตั้งแต่ตอนนี้เลยดีกว่าอัสนีกล้าพนันได้เลยถ้าตะวันโตขึ้นหัวกระไดบ้านไม่มีทางแห้งแน่นอน ขนาดสี่ขวบยังออกลายชัดขนาดนี้“เต
เธอเชื่อว่าอาทิตย์เย็นไม่ได้จริงๆ ขนาดชุดเจ้าสาวที่สวมใส่อยู่ถูกช่วงชิงไม่ตั้งแต่เมื่อไหร่ เพียงฟ้ายังไม่รู้ตัว สมองตอนนี้ขาวโพลนไปหมด อาจเป็นเพราะไฟปรารถนาที่ชายหนุ่มจุดประกาย เนื้อตัวเพียงฟ้าถึงได้เร่าร้อนถึงปานนี้“เรายังไม่ได้อาบน้ำกันเลยนะคะ”ใบหน้าหล่อเหลาผละออกจากซอกคอขาว ไล่สำรวจร่างบอบบางทุกตารางนิ้ว แววตาเต็มไปด้วยความหลงใหล กระตุกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์เมื่อเห็นว่าบนหัวของเมียรักยังเต็มไปด้วยเครื่องประดับสวยงาม“รู้ตัวไหมว่าน้องเพียง ‘น่าเอา’ แค่ไหน”ดวงตากลมโตเบิกกว้างกับประโยคที่อาทิตย์พูดออกมาโต้งๆ แต่ยังไม่น่าอายเท่ากับการกระทำของเขาต่อจากนี้ ชายหนุ่มบังคับร่างเล็กให้เบี่ยงเบนมองตัวเองผ่านกระจก “พี่ไม่ได้โกหกนะ ดูสิว่าน้องเพียงสวยแค่ไหน”ไม่พอแค่นั้น อาทิตย์ยังเอื้อมมือมากอบกุมเต้างามไว้แล้วเคล้นคลึงสลับหนักเบาให้คนตัวเล็กดูผ่านกระจก เพียงฟ้าอยากจะแทรกแผ่นดินหนี เขาจะทำให้เธออับอายไปถึงไหน“พี่อาทิตย์ เป็นรอยหมดแล้ว”เพียงฟ้าครางชื่อเขาอย่างไร้สติเมื่อริมฝีปากร้อนพรมจูบไปทั่วแผ่นหลังเนียน ไม่เพียงเท่านั้นอาทิตย์ยังทิ้งร่องรอยสีกุหลาบให้เจ้าของร่างบอบบางได้เจ็บใจเล่น
อาทิตย์ไม่ปล่อยเวลาให้ยืดเยื้อไปนานกว่านี้ แค่สี่ปีที่เขากับเพียงฟ้าต้องพรากจากกันเพราะความโง่งมไม่รู้หัวใจตัวเองก็มากเกินพอแล้ว หลังจากชายหนุ่มออกจากโรงพยาบาลได้ไม่นาน งานแต่งงานต้อนรับสะใภ้คนเล็กเข้าตระกูลโชติธนกิจก็ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่โรงแรมของครอบครัวขนาดเพียงฟ้ายังไม่คาดคิดว่างานจะออกมาอลังการถึงขนาดนี้ รู้สึกตื้นตันที่คนในครอบครัวของอาทิตย์ไม่คิดหรือมีท่าทีรังเกียจลูกสะใภ้ที่ไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างเธอ นับว่าเป็นความโชคดีที่สุดในชีวิตลูกผู้หญิงอย่างเธอแล้ว“เหนื่อยไหมครับ”เจ้าบ่าวป้ายแดงถามเจ้าสาวคนสวยข้างกาย วันนี้เพียงฟ้าสวยหยาดเยิ้มไปทั้งตัว สวยจนอาทิตย์อยากจะเก็บเมียรักไว้ชื่นชมคนเดียว เพราะไม่ชอบสายตาของบรรดาแขกผู้ชายที่มาร่วมงานในวันนี้ ไม่รู้มองอะไรนักหนา อยากจะเดินไปประกาศออกไมค์ว่าคนนี้เมียเขาเว้ย!“นิดหน่อยค่ะ”หญิงสาวตอบตามจริง วันนี้มีอะไรให้ต้องทำตั้งหลายอย่าง แล้วแขกที่มาร่วมงานก็มหาศาลเพียงฟ้ายิ้มต้อนรับจนเมื่อยหน้าไปหมด ไหนจะต้องยืนบนรองเท้าส้นสูงมาทั้งวันอีก ราคาแพงแค่ไหนก็ไม่ช่วยให้สวมใส่สบายขึ้นเลยสินะ“อดทนอีกหน่อยนะ ใกล้แล้ว พี่ก็จะอดทนเหมือนกัน”อาทิต
“ทำไมพ่ออาทิตย์ยังไม่ตื่นอีกล่ะครับ ตะวันมาทีไรก็ไม่ตื่นสักที”หนูน้อยตะวันปีนขึ้นไปบนเตียงคนไข้แล้วบ่น มาทีไรคนเป็นพ่อไม่ยอมตื่นมาคุยกับเขาสักที พ่ออาทิตย์หลับไปหลายวันแล้วนะตะวันคิดถึง อีกเดี๋ยวคุณย่าก็คงมารับกลับแล้วพ่อจะไม่ตื่นมาคุยกับตะวันจริงๆ เหรอ“พ่อเขาเหนื่อย อยู่พักผ่อนอีกหน่อยก็ตื่นแล้วครับ ตะวันอยู่กับคุณปู่คุณย่า อย่าดื้อนะรู้ไหม”คนเป็นแม่อธิบายให้ลูกน้อยฟังพร้อมอุ้มเด็กซนลงจากเตียงเพราะกลัวว่าจะกระทบกระเทือนคนป่วย แม้ตนเองจะหนักใจไม่แพ้กัน ถึงคุณหมอจะยืนยันว่าอาทิตย์นั้นพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่เธอก็ยังเป็นกังวล เมื่อวันนี้ก็เข้าสู่วันที่สี่แล้วแต่ชายหนุ่มก็ไม่ฟื้นสักที“แต่ตะวันคิดถึงแม่ อยากนอนกอดแม่เพียงแล้วครับ”เด็กชายตัวน้อยเริ่มโหยหาอ้อมกอดอุ่นๆ ในตอนกลางคืน นอนกับคุณปู่คุณย่าก็สนุกอยู่หรอกแต่ตะวันคิดถึงแม่ เพียงฟ้าคว้าร่างเล็กของลูกชายเข้ามากอดไว้แน่น บ่งบอกให้รู้ว่าเธอเองก็คิดถึงลูกไม่ต่างกัน“อดทนนะครับคนเก่ง ถ้าพ่ออาทิตย์หายดีเมื่อไหร่ แม่จะกลับไปให้ตะวันกอดคนเดียวเลยดีไหมครับ”เพียงฟ้ากอดปลอบคนตัวน้อย โยกตัวเบาๆ อย่างเอ็นดู โดยไม่ทันสังเกตว่าคนบนเตียงคนไข้นั้นฟ
กว่าคุณหญิงสิรินนภาจะโปรยเงินในบัญชีธนาคารจนพอใจ อาทิตย์กับอัสนีก็หอบหิ้วของจนเต็มสองแขนพากันเดินตัวเอียงอย่างน่าสงสาร ของทั้งหมดพอรวมแล้วไม่ใช่เบาๆ เชียวนะ ส่วนรพียืนกรานว่าจะไม่ช่วย เขาขออุ้มหลานชายเท่านั้น “อุ๊ย! แม่ลืมซื้อเครื่องประดับให้หนูเพียง”สิรินนภาเอามือทาบอกหันมาบอกลูกสะใภ้ด้วยสีหน้าหนักใจ เมื่อเกือบจะเดินถึงลานจอดรถกันอยู่แล้ว บรรดาลูกชายเห็นได้แต่ส่ายหน้าให้กับความเล่นใหญ่ของผู้เป็นแม่“พอแล้วค่ะ คุณหญิง ไว้วันหลังบ้างก็ได้ค่ะ เพียงสงสารคนถือของ ดูสิคะ หนักแย่แล้ว อีกอย่างตะวันก็หลับแล้วด้วย เพียงว่าเรากลับกันดีกว่าค่ะ”เมื่อขัดไม่ได้ เพียงฟ้าก็เลยต้องยกลูกชายขึ้นมาอ้าง และครั้งนี้คุณหญิงเห็นด้วย คงจะสงสารหลานชายตัวน้อยที่นอนหลับไม่สบายภาพแห่งความสุขของครอบครัวนี้ตกอยู่ในสายตามาดร้ายของเด่นชัยตลอดเวลา ในมือหยาบกร้านถืออาวุธที่สามารถปลิดชีวิตคนได้ภายในเสี้ยววินาที แอบมองคนที่พยายามไล่ล่าเขาจนต้องหนีหัวซุกหัวซุนด้วยความคับแค้นใจ“มีความสุขกันไปเถอะ อีกเดี๋ยวก็ร้องโหยหวนแล้ว”ด้วยรู้ตัวดีว่าอีกไม่นานคนของพวกมันก็ต้องตามตัวเขาเจอ แทบไม่ต้องเดาหลังจากนั้น ไม่ติดคุกก็คงตาย







