เข้าสู่ระบบชายหนุ่มเผลอจดจ้องนัยน์ตาสดใสเป็นประกายของหญิงสาวอย่างลืมตัว ท่วงท่าและรอยยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติของหญิงสาวทำอาทิตย์ตาพร่ามัว เพียงฟ้าไร้การปรุงแต่งจริตโดยสิ้นเชิง ซึ่งต่างจากผู้หญิงทุกคนที่เขาเคยเจอ
“ขอเบอร์หน่อยสิ ไลน์ด้วย”
เพียงฟ้ามองโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุดในมือแกร่ง สีหน้าแสดงความลำบากใจเอาไว้ชัดเจนจนอาทิตย์ต้องเอ่ยแก้ตัว
“คือ… ที่ขอไว้เพราะเราก็ไม่รู้ว่าจะสอบเสร็จตอนไหน กลัวลงมาแล้วไม่เจอจะได้ติดต่อหาได้ไง”
“อ้อ โอเค”
อาทิตย์ยิ้มกริ่มเมื่อหญิงสาวยอมให้เบอร์เขาง่ายๆ ก็ไม่เห็นยากนักหนาอย่างที่ไอ้เพื่อนพวกนั้นบอกเลยนี่ คนตัวเล็กกดเบอร์โทรกับไลน์ส่วนตัวลงโทรศัพท์เสร็จก็ส่งคืนให้เจ้าของ
ที่ยอมให้เพราะคนตรงหน้าไม่ได้มีท่าทีคุกคามเหมือนชายคนอื่นที่เคยเข้าหา แล้วอีกอย่างชายหนุ่มก็ดูดีเกินไปที่จะมาสนใจคนธรรมดาอย่างเธอ เพียงฟ้าไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเอง
“เธอชื่ออะไร”
อาทิตย์รับโทรศัพท์คืนมาเพื่อกดบันทึกต่อจากหญิงสาว แต่เพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย เขาจำต้องถามชื่อเธอไว้ ทั้งที่รู้ดีและยังจดจำได้ขึ้นใจอยู่แล้ว
“เพียง… เราชื่อเพียงฟ้า”
และนาทีต่อมา เสียงโทรศัพท์ของหญิงสาวก็ดังขึ้นพร้อมเสียงแจ้งเตือนของแอปพลิเคชันไลน์ เพียงฟ้าขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์แปลกก่อนกดตัดสายทิ้ง เพราะกลัวจะเป็นใครบางคนที่เธอไม่อยากเจอ
“เราชื่ออาทิตย์ บันทึกไว้ แล้วก็ห้ามตัดสายทิ้งอีก”
แล้วความสงสัยก็ถูกเฉลยโดยเจ้าของเบอร์แปลกเมื่อครู่ เพียงฟ้าพยักหน้ารับ แล้วกดบันทึกตามที่ชายหนุ่มบอกอย่างว่าง่าย
“เธอเรียนอยู่ปีไหน”
“ปีสอง”
“งั้นก็ต้องเรียกน้องเพียงฟ้าถึงจะถูกต้องสินะ พี่อยู่ปีสี่ครับ ยินดีที่ได้รู้จักน้องเพียง หวังว่าเราจะเป็นเพื่อนกันได้นะ”
เพียงฟ้ามองมือที่ยื่นมาตรงหน้าอย่างลังเล แต่วินาทีต่อมา มือของเธอก็ถูกชายหนุ่มฉกไปจับเอง ทั้งที่เธอยังไม่ทันได้ตัดสินใจเลยว่าควรทำความรู้จักกับเขาดีไหม
หลังจากนั้นคนที่แนะนำตัวว่าชื่อพี่อาทิตย์ก็ลุกจากไป ปล่อยให้เธอมองตามด้วยความงุนงง น่าแปลกที่เพียงฟ้าไม่ได้รู้สึกอึดอัดกับเขาอย่างที่รู้สึกกับผู้ชายคนอื่น การรู้จักกับพี่อาทิตย์ไว้ก็คงไม่แย่นักหรอกมั้ง หวังว่านะ…
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทำให้เพียงฟ้าหลุดออกจากภวังค์ หน้าจอขึ้นชื่อผู้เป็นป้า ร่างบางถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย เมื่อไหร่เธอจะหลุดพ้นจากคนพวกนี้เสียที หนีไกลมาเรียนถึงกรุงเทพฯ ก็ยังโดนโทรมากดขี่ด่าทอ
“จ้ะ ป้า”
แต่สุดท้ายเพียงฟ้าก็ตัดสินใจกดรับสายอย่างเคย เพราะคำว่าบุญคุณ มันค้ำคอ
‘เงียบหายไปเลยนะแม่ตัวดี ลืมบ้านลืมช่อง ลืมบุญคุณข้าวแดงแกงร้อนบ้านนี้แล้วหรือไง ถ้าไม่คิดจะกลับมาช่วยงาน ส่งเงินมาบ้างก็ยังดี’
“ช่วงนี้เพียงเรียนหนักจ้ะป้า แล้วอีกอย่างเพียงจะเอาเงินที่ไหนไปส่งให้ ในเมื่อป้าเอาเงินประกันของแม่ไปหมดแล้ว”
‘นี่อย่ามายอกย้อนนะ ฉันเลี้ยงแกมานะ หัดสำนึกบ้าง แล้วเงินแค่ไม่กี่แสน แกคิดว่ามันจะพอยาไส้เหรอ’
“ป้าจ๊ะ เพียงต้องรีบขึ้นเรียนแล้ว เท่านี้ก่อนนะจ๊ะ”
‘เดี๋ยว!!! แกอย่าว่างนะนางเพียง นางเพียง…’
เพียงฟ้ารีบตัดบทแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินแล้วกดวางสาย เธอเบื่อที่จะฟังเรื่องบุญคุณจากผู้เป็นป้าเหลือเกิน
ทุกบาททุกสตางค์ที่เพียงฟ้าได้รับจากเงินประกันของแม่ที่เสียชีวิต เธอมอบมันให้ผู้เป็นป้าทั้งหมดถือว่าเป็นการตอบแทนบุญคุณที่ป้าเลี้ยงดูและให้ที่กินที่อยู่หลังจากแม่ของเธอเสียชีวิตไป ส่วนพ่อไม่ต้องพูดถึง แม้แต่หน้า หญิงสาวก็ไม่เคยเจอ
แต่ดูเหมือนมันจะไม่พอ ทั้งที่ผ่านมาเพียงฟ้าก็ไม่เคยงอมืองอเท้าเลยระหว่างที่อยู่อาศัย ยอมให้สองผัวเมียในบ้านหลังนั้นโขกสับใช้เยี่ยงทาส และสิ่งที่ทำให้เธอตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วหนีมาเรียนไกลถึงที่นี่ก็เพราะถูกสามีของผู้เป็นป้าลวนลาม
“คนอย่างอาทิตย์นี่มันแน่จริงๆ เว้ย!!!”
แทนคุณหมั่นไส้เมื่อเห็นเพื่อนเดินควงดินสอด้ามน้อยกลับมาด้วยความอารมณ์ดี พร้อมมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับบนใบหน้าหล่อเหลาของมัน
อาทิตย์ทิ้งตัวนั่งลงตำแหน่งเดิม ปลดล็อกหน้าจอโทรศัพท์แล้วเอาวางไว้ตรงหน้าเพื่อนทั้งสองคน เพื่อจะอวดว่าเขาไม่ได้เอาดินสอติดมือมาแค่หนึ่งด้ามแต่ได้มากกว่านั้น
“อาทิตย์ดวงนี้มันร้อนแรงจริงเชียว ว่าไหมไอ้คินน์”
ภาคินน์ส่ายหัวให้เพื่อนทั้งสองแล้วแสร้งทำเป็นไม่สนใจ
“ไปทำอีท่าไหน ถึงได้ทั้งเบอร์โทรทั้งไลน์ของน้องเพียงฟ้าคนสวยมาได้วะ”
“ก็ไม่เห็นจะยากตรงไหน กูว่ามึงเตรียมตัวจ่ายค่ารถให้กูได้เลยไอ้แทนคุณ”
ชายหนุ่มแสดงออกอย่างเหนือกว่า มองมือตัวเองที่เปรอะเปื้อนรอยดินสอแล้วเผลอยิ้มออกมา เพราะร่องรอยนี้น่าจะได้มาตอนจับมือกับหญิงสาว คนอะไรดูนุ่มนิ่มไปทั้งตัว
“ศึกยังไม่จบ อย่าพึ่งนับศพทหารสิวะ แล้วนั่นมือมึงไปโดนอะไรมา”
ภาคินน์ถามเมื่อเห็นมือเพื่อนมีรอยเปื้อน แล้วยังมองพร้อมยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ปกติไอ้อาทิตย์มันเกลียดสิ่งสกปรกจะตาย
“นี่น่ะเหรอ หลักฐานว่ากูได้จากเพียงฟ้ามามากกว่าดินสอกับเบอร์โทร”
และอยากจะบอกเหลือเกินว่าเขาอยากได้มากกว่านั้นนัก อาทิตย์อยากเป็นทั้งเจ้าของรอยยิ้มและเจ้าของเรือนร่างบอบบางนั่นเหลือเกิน อยากจะกลืนกินเสียงหวานๆ ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากบางกระจับใจแทบขาด…
“หอมจัง” พอลับตาคนเท่านั้นแหละ อาทิตย์ก็สวมบทคนหื่นทันที ชายหนุ่มเข้ามาสวมกอดร่างบาง ไล้ริมฝีปากนุ่มไปตามซอกคอขาวดูดเม้มจนเกิดรอยแดง“อื้อออ พี่อาทิตย์หยุดคิดเรื่องใต้สะดือสักสิบนาทีได้ไหมคะ เพียงช้ำไปหมดแล้วนะ”ก็อาทิตย์เอาเปรียบเธอแทบทุกครั้งที่มีโอกาส จะไม่ให้เพียงฟ้าบอบช้ำได้อย่างไร นี่วันๆ ชายหนุ่มไม่คิดจะทำอะไร นอกเหนือจากยุ่มย่ามกับร่างกายของเธอเลยหรือ“ไม่ได้ยินที่คุณแม่บอกเหรอ เราต้องรีบมีหลานสาวตัวน้อยๆ ให้ท่านอุ้มได้แล้วนะ”“แต่ว่าเพียง…”สีหน้าคนตัวน้อยมีความกังวลฉายชัด เมื่อพูดถึงลูกคนที่สอง อาทิตย์ใจหายวาบเมื่อเห็นแววตาหวาดหวั่นของเมียสาว คราวนี้ชายหนุ่มดึงร่างบางเข้ามากอดไว้อย่างอ่อนโยน“ที่ผ่านมาพี่ขอโทษนะครับคนดี ที่ปล่อยให้เพียงต้องเลี้ยงลูกคนเดียวนานถึงสี่ปี”อาทิตย์เข้าใจได้ในทันทีว่าคนเป็นภรรยากังวลเรื่องใด เป็นความผิดของเขาทั้งหมด เขาไม่ควรเร่งรัดหรือเอาแต่ใจกับเพียงฟ้าด้วยซ้ำ แค่หญิงสาวให้อภัยแล้วยอมแต่งงานด้วยก็มากเกินพอแล้ว“ขอโทษนะครับ สัญญาว่าพี่จะไม่เอาแต่ใจอีก เรามีตะวันแค่คนเดียวก็ได้เนอะ”เจ้าของร่างสูงโน้มลงมาจูบกระหม่อมบางแผ่วเบาเพื่อปลอบโยน“ถ้าเกิดเ
อัสนีมองหน้าหลานชายทีหนึ่งแล้วหันมามองนาฬิกาข้อมือทีหนึ่ง สลับกันอย่างนี้มาร่วมครึ่งชั่วโมงด้วยความร้อนใจ แต่คนที่เขารอคอยก็ไม่ลงมาเสียที พลางนึกว่าสองสามีภรรยาคู่นั้นในใจ นี่จะไม่เอาลูกเต้ากันแล้วใช่ไหม เข้าหอห่าเหวอะไร ข้ามคืนข้ามวันขนาดนี้“ตะวันครับ ไปทำงานกับลุงดีกว่า”หนูน้อยตะวันละสายตาจากของเล่นทันทีที่ได้ยิน ในใจโลดแล่นไปถึงพี่คนสวยที่ชื่อพริมโรสแล้วเรียบร้อย “ให้ตะวันไปได้จริงเหรอ”แต่จะออกอาการดีใจมากไม่ได้ เดี๋ยวลุงอัสนีจะมาว่าตะวันอีก ‘อย่าซุกนมเมียลุงมากเข้าใจไหม’ตะวันไม่เข้าใจที่ลุงอัสบอกหรอกว่ามันหมายความว่าอะไร รู้แค่ว่าลุงอัสนีไม่พอใจแน่ๆ ที่ตะวันชอบกอดพี่พริมคนสวย“ไม่ต้องมาทำหน้าดีใจขนาดนั้น ลุงรู้นะว่ากำลังคิดอะไรอยู่”“ตะวันยังไม่ได้คิดถึงพี่พริมเลยนะ”หนูน้อยแก้ตัวเสียงสูง แกล้งทำเป็นมองไม่เห็นสายตาจับผิดของคนเป็นลุง อัสนีได้แต่ส่ายหัวกับความเจ้าเล่ห์ของหลานชาย ร้ายเหมือนพ่อมันไม่มีผิด หนักใจแทนน้องเพียงฟ้าในอนาคต ทางที่ดีเตรียมค่าสินสอดไว้ตั้งแต่ตอนนี้เลยดีกว่าอัสนีกล้าพนันได้เลยถ้าตะวันโตขึ้นหัวกระไดบ้านไม่มีทางแห้งแน่นอน ขนาดสี่ขวบยังออกลายชัดขนาดนี้“เต
เธอเชื่อว่าอาทิตย์เย็นไม่ได้จริงๆ ขนาดชุดเจ้าสาวที่สวมใส่อยู่ถูกช่วงชิงไม่ตั้งแต่เมื่อไหร่ เพียงฟ้ายังไม่รู้ตัว สมองตอนนี้ขาวโพลนไปหมด อาจเป็นเพราะไฟปรารถนาที่ชายหนุ่มจุดประกาย เนื้อตัวเพียงฟ้าถึงได้เร่าร้อนถึงปานนี้“เรายังไม่ได้อาบน้ำกันเลยนะคะ”ใบหน้าหล่อเหลาผละออกจากซอกคอขาว ไล่สำรวจร่างบอบบางทุกตารางนิ้ว แววตาเต็มไปด้วยความหลงใหล กระตุกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์เมื่อเห็นว่าบนหัวของเมียรักยังเต็มไปด้วยเครื่องประดับสวยงาม“รู้ตัวไหมว่าน้องเพียง ‘น่าเอา’ แค่ไหน”ดวงตากลมโตเบิกกว้างกับประโยคที่อาทิตย์พูดออกมาโต้งๆ แต่ยังไม่น่าอายเท่ากับการกระทำของเขาต่อจากนี้ ชายหนุ่มบังคับร่างเล็กให้เบี่ยงเบนมองตัวเองผ่านกระจก “พี่ไม่ได้โกหกนะ ดูสิว่าน้องเพียงสวยแค่ไหน”ไม่พอแค่นั้น อาทิตย์ยังเอื้อมมือมากอบกุมเต้างามไว้แล้วเคล้นคลึงสลับหนักเบาให้คนตัวเล็กดูผ่านกระจก เพียงฟ้าอยากจะแทรกแผ่นดินหนี เขาจะทำให้เธออับอายไปถึงไหน“พี่อาทิตย์ เป็นรอยหมดแล้ว”เพียงฟ้าครางชื่อเขาอย่างไร้สติเมื่อริมฝีปากร้อนพรมจูบไปทั่วแผ่นหลังเนียน ไม่เพียงเท่านั้นอาทิตย์ยังทิ้งร่องรอยสีกุหลาบให้เจ้าของร่างบอบบางได้เจ็บใจเล่น
อาทิตย์ไม่ปล่อยเวลาให้ยืดเยื้อไปนานกว่านี้ แค่สี่ปีที่เขากับเพียงฟ้าต้องพรากจากกันเพราะความโง่งมไม่รู้หัวใจตัวเองก็มากเกินพอแล้ว หลังจากชายหนุ่มออกจากโรงพยาบาลได้ไม่นาน งานแต่งงานต้อนรับสะใภ้คนเล็กเข้าตระกูลโชติธนกิจก็ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่โรงแรมของครอบครัวขนาดเพียงฟ้ายังไม่คาดคิดว่างานจะออกมาอลังการถึงขนาดนี้ รู้สึกตื้นตันที่คนในครอบครัวของอาทิตย์ไม่คิดหรือมีท่าทีรังเกียจลูกสะใภ้ที่ไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างเธอ นับว่าเป็นความโชคดีที่สุดในชีวิตลูกผู้หญิงอย่างเธอแล้ว“เหนื่อยไหมครับ”เจ้าบ่าวป้ายแดงถามเจ้าสาวคนสวยข้างกาย วันนี้เพียงฟ้าสวยหยาดเยิ้มไปทั้งตัว สวยจนอาทิตย์อยากจะเก็บเมียรักไว้ชื่นชมคนเดียว เพราะไม่ชอบสายตาของบรรดาแขกผู้ชายที่มาร่วมงานในวันนี้ ไม่รู้มองอะไรนักหนา อยากจะเดินไปประกาศออกไมค์ว่าคนนี้เมียเขาเว้ย!“นิดหน่อยค่ะ”หญิงสาวตอบตามจริง วันนี้มีอะไรให้ต้องทำตั้งหลายอย่าง แล้วแขกที่มาร่วมงานก็มหาศาลเพียงฟ้ายิ้มต้อนรับจนเมื่อยหน้าไปหมด ไหนจะต้องยืนบนรองเท้าส้นสูงมาทั้งวันอีก ราคาแพงแค่ไหนก็ไม่ช่วยให้สวมใส่สบายขึ้นเลยสินะ“อดทนอีกหน่อยนะ ใกล้แล้ว พี่ก็จะอดทนเหมือนกัน”อาทิต
“ทำไมพ่ออาทิตย์ยังไม่ตื่นอีกล่ะครับ ตะวันมาทีไรก็ไม่ตื่นสักที”หนูน้อยตะวันปีนขึ้นไปบนเตียงคนไข้แล้วบ่น มาทีไรคนเป็นพ่อไม่ยอมตื่นมาคุยกับเขาสักที พ่ออาทิตย์หลับไปหลายวันแล้วนะตะวันคิดถึง อีกเดี๋ยวคุณย่าก็คงมารับกลับแล้วพ่อจะไม่ตื่นมาคุยกับตะวันจริงๆ เหรอ“พ่อเขาเหนื่อย อยู่พักผ่อนอีกหน่อยก็ตื่นแล้วครับ ตะวันอยู่กับคุณปู่คุณย่า อย่าดื้อนะรู้ไหม”คนเป็นแม่อธิบายให้ลูกน้อยฟังพร้อมอุ้มเด็กซนลงจากเตียงเพราะกลัวว่าจะกระทบกระเทือนคนป่วย แม้ตนเองจะหนักใจไม่แพ้กัน ถึงคุณหมอจะยืนยันว่าอาทิตย์นั้นพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่เธอก็ยังเป็นกังวล เมื่อวันนี้ก็เข้าสู่วันที่สี่แล้วแต่ชายหนุ่มก็ไม่ฟื้นสักที“แต่ตะวันคิดถึงแม่ อยากนอนกอดแม่เพียงแล้วครับ”เด็กชายตัวน้อยเริ่มโหยหาอ้อมกอดอุ่นๆ ในตอนกลางคืน นอนกับคุณปู่คุณย่าก็สนุกอยู่หรอกแต่ตะวันคิดถึงแม่ เพียงฟ้าคว้าร่างเล็กของลูกชายเข้ามากอดไว้แน่น บ่งบอกให้รู้ว่าเธอเองก็คิดถึงลูกไม่ต่างกัน“อดทนนะครับคนเก่ง ถ้าพ่ออาทิตย์หายดีเมื่อไหร่ แม่จะกลับไปให้ตะวันกอดคนเดียวเลยดีไหมครับ”เพียงฟ้ากอดปลอบคนตัวน้อย โยกตัวเบาๆ อย่างเอ็นดู โดยไม่ทันสังเกตว่าคนบนเตียงคนไข้นั้นฟ
กว่าคุณหญิงสิรินนภาจะโปรยเงินในบัญชีธนาคารจนพอใจ อาทิตย์กับอัสนีก็หอบหิ้วของจนเต็มสองแขนพากันเดินตัวเอียงอย่างน่าสงสาร ของทั้งหมดพอรวมแล้วไม่ใช่เบาๆ เชียวนะ ส่วนรพียืนกรานว่าจะไม่ช่วย เขาขออุ้มหลานชายเท่านั้น “อุ๊ย! แม่ลืมซื้อเครื่องประดับให้หนูเพียง”สิรินนภาเอามือทาบอกหันมาบอกลูกสะใภ้ด้วยสีหน้าหนักใจ เมื่อเกือบจะเดินถึงลานจอดรถกันอยู่แล้ว บรรดาลูกชายเห็นได้แต่ส่ายหน้าให้กับความเล่นใหญ่ของผู้เป็นแม่“พอแล้วค่ะ คุณหญิง ไว้วันหลังบ้างก็ได้ค่ะ เพียงสงสารคนถือของ ดูสิคะ หนักแย่แล้ว อีกอย่างตะวันก็หลับแล้วด้วย เพียงว่าเรากลับกันดีกว่าค่ะ”เมื่อขัดไม่ได้ เพียงฟ้าก็เลยต้องยกลูกชายขึ้นมาอ้าง และครั้งนี้คุณหญิงเห็นด้วย คงจะสงสารหลานชายตัวน้อยที่นอนหลับไม่สบายภาพแห่งความสุขของครอบครัวนี้ตกอยู่ในสายตามาดร้ายของเด่นชัยตลอดเวลา ในมือหยาบกร้านถืออาวุธที่สามารถปลิดชีวิตคนได้ภายในเสี้ยววินาที แอบมองคนที่พยายามไล่ล่าเขาจนต้องหนีหัวซุกหัวซุนด้วยความคับแค้นใจ“มีความสุขกันไปเถอะ อีกเดี๋ยวก็ร้องโหยหวนแล้ว”ด้วยรู้ตัวดีว่าอีกไม่นานคนของพวกมันก็ต้องตามตัวเขาเจอ แทบไม่ต้องเดาหลังจากนั้น ไม่ติดคุกก็คงตาย







