เข้าสู่ระบบรถเบนซ์สีดำคันหรูจอดเทียบหน้าหอหญิงของมหาวิทยาลัย ชายหนุ่มพาเพียงฟ้าเดินตลาดนานเป็นชั่วโมง เข้าร้านไหนเป็นได้ของ จนเวลาล่วงเลยมาเกือบสองทุ่ม หญิงสาวถึงคะยั้นคะยอให้อาทิตย์พากลับ เพราะข้าวของทั้งหมดของเธอดันติดอยู่ในรถเขา
“เดี๋ยวพี่หยิบของด้านหลังให้ครับ”
ชายหนุ่มอาสาพลันในหัวก็คิดแผนที่จะใช้เข้าหาคนตัวน้อยได้อีกครั้ง อาทิตย์อาศัยช่วงจังหวะที่หญิงสาวเผลอ รูดซิปกระเป๋าอุปกรณ์วาดรูป หยิบเอากระเป๋าใบจิ๋วหนึ่งในนั้นออกมาแล้วโยนมันกลับเข้าไปซ้อนในรถ จัดทุกอย่างให้คงสภาพเดิมแล้วส่งคืนเพียงฟ้า
“ขอบคุณนะคะที่เลี้ยงขนมเพียงวันนี้ ลาก่อน”
คนตัวเล็กขอบคุณพร้อมทั้งเอ่ยลา ที่เพียงฟ้าใช้คำว่าลาก่อนเพราะแน่ใจว่าเราทั้งคู่คงไม่มีโอกาสได้พบเจอกันอีกได้แน่
“ขอบคุณน้องเพียงเช่นกันที่ไปเดินเล่นเป็นเพื่อนพี่”
“ขับรถดีๆ นะคะ”
หญิงสาวส่งยิ้มหวานจริงใจแล้วบอกอาทิตย์เพียงเท่านั้น ไม่แสดงการเชิญชวนใดๆ ออกมาทั้งสีหน้าและแววตา อย่างที่ผู้หญิงหลายคนเคยทำกับเขา
อาทิตย์มองคนตัวเล็กผ่านกระจกหลัง ยังไม่ทันที่รถจะเคลื่อนตัวออก หญิงสาวก็กลับตัวเดินหายเข้าไปในหอพัก ไม่ยืนรอเพื่อเอาใจหรือเรียกร้องให้เขาอยู่ต่อ ซึ่งสร้างความหงุดหงิดให้ชายหนุ่มเล็กน้อย
ชายหนุ่มคว้าโทรศัพท์มากดโทรหาเพื่อนทั้งสองเพื่อนัดหมาย อย่างไรวันนี้อาทิตย์ก็ต้องหาที่ปลดปล่อย ไม่เช่นนั้นเขาต้องคลุ้มคลั่งแน่ๆ
แก้วเหล้าในมือถูกวางกระแทกลงบนพื้นโต๊ะเสียงดังเพื่อระบายอารมณ์เดือดดาลที่เกิดจากผู้หญิงตัวเล็กๆ เจ้าของแววตาใสซื่อที่อาทิตย์อยากครอบครองเรือนกายสาวแทบคลั่ง เสียงเพลงในผับไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มนึกสนุกหรือมีอารมณ์ร่วมไปกับมัน
“เป็นไงบ้างวันนี้ ไปถึงไหนมา”
ภาคินน์ละมือจากเต้าใหญ่โตเกินตัวของหญิงสาวข้างกาย แล้วหันมาถามเพื่อนพร้อมรินเหล้าในแก้วที่พร่องให้เต็มตามเดิม
“หน้าหอพัก… แล้วแม่นั่นก็บอกลากูเฉย เหี้ยเอ้ย! ไม่รู้สึกอะไรบ้างเหรอวะ”
นึกถึงคำว่าลาก่อนของแม่เพียงน้อยแล้วหงุดหงิดเป็นบ้า อยากจะเดินเข้าไปบอกคนตัวเล็กให้เก็บคำนั้นกลับไปเถอะ ตราบใดที่อาทิตย์ยังไม่ได้ตัวเธอ อย่าถามหาคำว่าจากลา
“กูเตือนแล้วว่าเพียงฟ้าไม่ใช่ผู้หญิงที่จะเล่นด้วยได้ง่ายๆ นี่พึ่งเริ่มต้นยังทำมึงคลุ้มคลั่งได้ขนาดนี้ กูว่าเลิกพยายามเถอะ มีสาวๆ ที่ต้องการมึงเยอะแยะ โดยที่มึงไม่ต้องเรียกร้องอะไรเลย”
“ก็ถ้ามันง่ายขนาดนั้น แล้วมันจะไปสนุกตรงไหน ใช่ไหม”
แทนคุณผู้มาทีหลังเป็นคนตอบแทน ข้างกายมีสาวสวยหุ่นดีสวมเสื้อผ้าน้อยชิ้นขนาบข้างถึงสองคน คนมาใหม่ส่งสัญญาณให้สาวสวยหนึ่งในสองคนนี้ไปบริการเพื่อนที่ยังขาดคนดูแล สาวเจ้าตรงเข้าไปหาอาทิตย์อย่างรู้หน้าที่ คลอเคลียเจ้าของร่างกายกำยำไม่ห่าง
“แล้วอีกอย่างคนอย่างไอ้อาทิตย์พออยากได้อะไรแล้ว มึงเคยเห็นมันไม่ได้เหรอวะ”
ความที่เป็นเพื่อนสนิทกันมานานทำให้ทั้งสามรู้นิสัยแม้กระทั่งกมลสันดานของกันและกันดี จึงกล้าพูด อาทิตย์ที่ฟังแล้วถูกใจ มียกยิ้มมุมปากออกมาเล็กน้อย
มือแกร่งปลดกกระดุมคอเสื้อให้ต่ำลงเพื่ออำนวยให้สาวสวยข้างกายได้ลูบไล้แผงอกกว้างได้สะดวก แต่เหมือนสาวเจ้าต้องการมากกว่านั้น เธอคว้าหัวเข็มขัดแบรนด์หรูแล้วปลดออกตามอำเภอใจ รูดซิปกางเกงชายหนุ่มออกเผยให้เห็นขอบกางเกงชั้นในลึกลงไปอย่างน่าหวาดเสียว ซึ่งอาทิตย์เองก็ไม่ห้ามปรามกลับชื่นชอบเสียด้วยซ้ำ
ห้องนี้เป็นห้องวีไอพีของผับที่ไม่ใช่ใครก็เข้ามาได้ และจะเข้ามาได้ก็ต่อเมื่อยอมจ่ายค่าบริการอันสูงลิ่วถึงจะได้เป็นเจ้าของในพื้นที่ส่วนตัวแบบนี้ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทั้งสามกล้าทำเรื่องอย่างว่าในนี้ โดยที่ไม่กลัวใครจะเข้ามาเห็น
“ต่ำลงอีกนิด…”
อาทิตย์กดหัวแม่สาวร้อนแรงให้ต่ำลงอีกนิด สาวสวยเข้าใจในทันทีว่าชายหนุ่มต้องการอะไร แล้วปรายตามองเจ้าของใบหน้าคมเพื่อจะถามย้ำให้แน่ใจ
แล้วก็ได้รับการยืนยันผ่านทางสายตา เธอจึงปลดปล่อยตัวตนที่แข็งนูนพองโตออกมาสัมผัสโลกภายนอกลูบไล้ส่วนปลายคล้ายหยอกล้อ แล้วจัดการครอบครองมันด้วยริมฝีปากเล็กบางเฉียบที่เคลือบด้วยลิปสติกสีชมพู ไม่มีใครสนใจ ใครทั้งสามต่างยุ่งแต่กับคนของตัวเอง
อาทิตย์คว้าแก้วเหล้ามากระดกลงคอจนเกลี้ยงแก้ว ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาใครบางคนที่ตอนนี้เขาเอาแต่จินตนาการถึงใบหน้าหวานๆ ในขณะถูกครอบครองตันตนอย่างเสียวซ่าน
‘สวัสดีค่ะ พี่อาทิตย์’
รอไม่นานก็ได้ยินเสียงเพราะๆ ดังมาตามปลายสาย ชายหนุ่มยิ้มกริ่มเมื่ออีกฝ่ายยอมบันทึกเบอร์และยังจำเขาได้
“น้องเพียงทำกระเป๋าดินสอตกไว้บนรถพี่ พรุ่งนี้มีเรียนกี่โมงครับ พี่จะเอาไปคืน”
ชายหนุ่มกรอกเสียงลงไปตามสายให้ดูเป็นปกติที่สุด ทั้งที่เสียวซ่านจนอยากจะหลุดเสียงครางออกมา ยิ่งได้ยินเสียงหวานๆ ของเพียงฟ้า ความต้องการยิ่งพุ่งขึ้นสูงมากล้น อยากให้คนตรงหน้าเขาตอนนี้เป็นสาวน้อยในโทรศัพท์เหลือเกิน
‘จริงเหรอคะ’
เพียงฟ้าถามย้ำ เธอมั่นใจว่าเก็บมันดีแล้วนะ ของต้องใช้ทุกวันด้วยสิ เสียงค้นหาข้าวของดังจากปลายสายทำให้อาทิตย์ส่ายหัว ทำไมต้องคิดนาน น้องเพียงน้อยไม่ดีใจหรือที่จะได้เจอเขา
‘พรุ่งนี้เพียงมีเรียนเช้าค่ะ เก้าโมง’
“โอเคครับ พรุ่งนี้เจอกันหน้าคณะ ฝันดีนะครับ”
อาทิตย์ยิ้มเมื่อได้รับคำตอบพึงพอใจ และก่อนจะกดวางสายก็ไม่ลืมที่จะทิ้งทวนให้อีกฝ่ายได้ใจเต้นแรง ขนาดหินโดนน้ำทุกวันยังกร่อนเลย แล้วเพียงน้อยจะทนได้นานสักแค่ไหน หากโดนดวงอาทิตย์ร้อนแรงเช่นเขาสาดส่องทุกวัน
“อ๊าาา…”
เสียงครางแห่บพร่าดังออกมา เมื่ออารมณ์ใคร่ถึงจุดสูงสุด อาทิตย์หลับตาแล้วนึกถึงเรือนร่างสาวน้อยหน้าหวาน แล้วเกร็งกระตุกปลดปล่อยมันออกมาทุกหยาดหยด
พอทุกอย่างเสร็จสิ้น ชายหนุ่มก็หยิบเงินสดจำนวนไม่น้อยให้สาวสวยที่บริการพาเขาไปส่งถึงฝั่งฝัน พลางหยิบบุหรี่ออกมาสูบ ยักคิ้วให้เพื่อนสนิทฝั่งตรงข้ามที่ควบสาวสวยทีเดียวถึงสองคน
เพื่อนทั้งสองมองมาทางเขาตั้งแต่ตอนคุยโทรศัพท์ อาทิตย์รู้ว่าพวกมันคิดอะไรอยู่ สายตาของเพื่อนทั้งสองบ่งบอกว่ากำลังด่าทอเขาอยู่ในใจ แต่ช่วยไม่ได้ก็เป้าหมายในครั้งนี้ มันเย้ายวนจนเขาไม่คิดจะยอมแพ้…
เพียงฟ้ามองโทรศัพท์ในมือนิ่ง หัวใจดวงน้อยพลันเต้นแรงกับคำพูดของคนปลายสายเมื่อครู่ ทั้งที่ไม่ได้มีคำหวานหูใดๆ เลยแม้แต่นิด แค่คำว่าฝันดีก็ทำให้เธอใจบางได้ขนาดนี้เชียวเหรอ
“เลิกคิดไปเองได้แล้วเพียงฟ้า คนอย่างเขาไม่มีทางสนใจเธอแน่ๆ”
พี่อาทิตย์ดูไม่ได้มีท่าทีสนใจเธอในรูปแบบนั้นสักหน่อย เขาก็แค่ใจดีตอบแทนที่เธอมีน้ำใจให้เขายืมดินสอ มีแค่เธอฝ่ายเดียวที่รู้สึกหวั่นไหว
ร่างบางหันมาสนใจหนังสือที่อ่านค้างไว้ตรงหน้า แต่สมาธิที่เคยมีได้กระเจิงหายไปหมดแล้ว เมื่อได้ยินเสียงพี่อาทิตย์ เมื่อครู่เพียงฟ้าตกใจเล็กน้อยที่คนโทรเข้ามาเป็นชายหนุ่มที่เธอคิดว่าคงจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว
และก็หวังว่าการเจอกันพรุ่งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย เพราะเพียงฟ้าไม่อยากถลำลึกไปมากกว่านี้ เธออยากรีบทำตามความฝันของตัวเองให้สำเร็จเลยเลือกที่จะปฏิเสธความสัมพันธ์ฉันท์ชายหญิงมาตลอด เพราะไม่อยากให้เรื่องพวกนี้มารบกวนตจิตใจแล้วทำให้เป้าหมายของเธอไขว้เขว
“ตั่งใจอ่านหนังสือเพียงฟ้า”
แต่แล้วเสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันไลน์ก็ดังขึ้นดึงสมาธิของหญิงสาวไปอีกจนได้ เพียงฟ้าหยิบขึ้นมาดูเพราะคิดว่าเป็นเพื่อนที่ติดต่อมาตามปกติ แต่กลับไม่ใช่ คนที่ส่งสติกเกอร์หมีน้อยนอนหลับฝันดีมาให้คือพี่อาทิตย์ พร้อมทั้งยังแนบรูปภาพกระเป๋าดินสอที่หญิงสาวจำได้ดีว่ามันคือของเธอมาอีกด้วย
“อย่าใจดีกับเพียงได้ไหมคะ เพียงไม่อยากหวั่นไหว”
คนที่ไม่เคยได้รับความใส่ใจมาทั้งชีวิต ทำได้เพียงร้องโอดครวญออกมา
“หอมจัง” พอลับตาคนเท่านั้นแหละ อาทิตย์ก็สวมบทคนหื่นทันที ชายหนุ่มเข้ามาสวมกอดร่างบาง ไล้ริมฝีปากนุ่มไปตามซอกคอขาวดูดเม้มจนเกิดรอยแดง“อื้อออ พี่อาทิตย์หยุดคิดเรื่องใต้สะดือสักสิบนาทีได้ไหมคะ เพียงช้ำไปหมดแล้วนะ”ก็อาทิตย์เอาเปรียบเธอแทบทุกครั้งที่มีโอกาส จะไม่ให้เพียงฟ้าบอบช้ำได้อย่างไร นี่วันๆ ชายหนุ่มไม่คิดจะทำอะไร นอกเหนือจากยุ่มย่ามกับร่างกายของเธอเลยหรือ“ไม่ได้ยินที่คุณแม่บอกเหรอ เราต้องรีบมีหลานสาวตัวน้อยๆ ให้ท่านอุ้มได้แล้วนะ”“แต่ว่าเพียง…”สีหน้าคนตัวน้อยมีความกังวลฉายชัด เมื่อพูดถึงลูกคนที่สอง อาทิตย์ใจหายวาบเมื่อเห็นแววตาหวาดหวั่นของเมียสาว คราวนี้ชายหนุ่มดึงร่างบางเข้ามากอดไว้อย่างอ่อนโยน“ที่ผ่านมาพี่ขอโทษนะครับคนดี ที่ปล่อยให้เพียงต้องเลี้ยงลูกคนเดียวนานถึงสี่ปี”อาทิตย์เข้าใจได้ในทันทีว่าคนเป็นภรรยากังวลเรื่องใด เป็นความผิดของเขาทั้งหมด เขาไม่ควรเร่งรัดหรือเอาแต่ใจกับเพียงฟ้าด้วยซ้ำ แค่หญิงสาวให้อภัยแล้วยอมแต่งงานด้วยก็มากเกินพอแล้ว“ขอโทษนะครับ สัญญาว่าพี่จะไม่เอาแต่ใจอีก เรามีตะวันแค่คนเดียวก็ได้เนอะ”เจ้าของร่างสูงโน้มลงมาจูบกระหม่อมบางแผ่วเบาเพื่อปลอบโยน“ถ้าเกิดเ
อัสนีมองหน้าหลานชายทีหนึ่งแล้วหันมามองนาฬิกาข้อมือทีหนึ่ง สลับกันอย่างนี้มาร่วมครึ่งชั่วโมงด้วยความร้อนใจ แต่คนที่เขารอคอยก็ไม่ลงมาเสียที พลางนึกว่าสองสามีภรรยาคู่นั้นในใจ นี่จะไม่เอาลูกเต้ากันแล้วใช่ไหม เข้าหอห่าเหวอะไร ข้ามคืนข้ามวันขนาดนี้“ตะวันครับ ไปทำงานกับลุงดีกว่า”หนูน้อยตะวันละสายตาจากของเล่นทันทีที่ได้ยิน ในใจโลดแล่นไปถึงพี่คนสวยที่ชื่อพริมโรสแล้วเรียบร้อย “ให้ตะวันไปได้จริงเหรอ”แต่จะออกอาการดีใจมากไม่ได้ เดี๋ยวลุงอัสนีจะมาว่าตะวันอีก ‘อย่าซุกนมเมียลุงมากเข้าใจไหม’ตะวันไม่เข้าใจที่ลุงอัสบอกหรอกว่ามันหมายความว่าอะไร รู้แค่ว่าลุงอัสนีไม่พอใจแน่ๆ ที่ตะวันชอบกอดพี่พริมคนสวย“ไม่ต้องมาทำหน้าดีใจขนาดนั้น ลุงรู้นะว่ากำลังคิดอะไรอยู่”“ตะวันยังไม่ได้คิดถึงพี่พริมเลยนะ”หนูน้อยแก้ตัวเสียงสูง แกล้งทำเป็นมองไม่เห็นสายตาจับผิดของคนเป็นลุง อัสนีได้แต่ส่ายหัวกับความเจ้าเล่ห์ของหลานชาย ร้ายเหมือนพ่อมันไม่มีผิด หนักใจแทนน้องเพียงฟ้าในอนาคต ทางที่ดีเตรียมค่าสินสอดไว้ตั้งแต่ตอนนี้เลยดีกว่าอัสนีกล้าพนันได้เลยถ้าตะวันโตขึ้นหัวกระไดบ้านไม่มีทางแห้งแน่นอน ขนาดสี่ขวบยังออกลายชัดขนาดนี้“เต
เธอเชื่อว่าอาทิตย์เย็นไม่ได้จริงๆ ขนาดชุดเจ้าสาวที่สวมใส่อยู่ถูกช่วงชิงไม่ตั้งแต่เมื่อไหร่ เพียงฟ้ายังไม่รู้ตัว สมองตอนนี้ขาวโพลนไปหมด อาจเป็นเพราะไฟปรารถนาที่ชายหนุ่มจุดประกาย เนื้อตัวเพียงฟ้าถึงได้เร่าร้อนถึงปานนี้“เรายังไม่ได้อาบน้ำกันเลยนะคะ”ใบหน้าหล่อเหลาผละออกจากซอกคอขาว ไล่สำรวจร่างบอบบางทุกตารางนิ้ว แววตาเต็มไปด้วยความหลงใหล กระตุกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์เมื่อเห็นว่าบนหัวของเมียรักยังเต็มไปด้วยเครื่องประดับสวยงาม“รู้ตัวไหมว่าน้องเพียง ‘น่าเอา’ แค่ไหน”ดวงตากลมโตเบิกกว้างกับประโยคที่อาทิตย์พูดออกมาโต้งๆ แต่ยังไม่น่าอายเท่ากับการกระทำของเขาต่อจากนี้ ชายหนุ่มบังคับร่างเล็กให้เบี่ยงเบนมองตัวเองผ่านกระจก “พี่ไม่ได้โกหกนะ ดูสิว่าน้องเพียงสวยแค่ไหน”ไม่พอแค่นั้น อาทิตย์ยังเอื้อมมือมากอบกุมเต้างามไว้แล้วเคล้นคลึงสลับหนักเบาให้คนตัวเล็กดูผ่านกระจก เพียงฟ้าอยากจะแทรกแผ่นดินหนี เขาจะทำให้เธออับอายไปถึงไหน“พี่อาทิตย์ เป็นรอยหมดแล้ว”เพียงฟ้าครางชื่อเขาอย่างไร้สติเมื่อริมฝีปากร้อนพรมจูบไปทั่วแผ่นหลังเนียน ไม่เพียงเท่านั้นอาทิตย์ยังทิ้งร่องรอยสีกุหลาบให้เจ้าของร่างบอบบางได้เจ็บใจเล่น
อาทิตย์ไม่ปล่อยเวลาให้ยืดเยื้อไปนานกว่านี้ แค่สี่ปีที่เขากับเพียงฟ้าต้องพรากจากกันเพราะความโง่งมไม่รู้หัวใจตัวเองก็มากเกินพอแล้ว หลังจากชายหนุ่มออกจากโรงพยาบาลได้ไม่นาน งานแต่งงานต้อนรับสะใภ้คนเล็กเข้าตระกูลโชติธนกิจก็ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่โรงแรมของครอบครัวขนาดเพียงฟ้ายังไม่คาดคิดว่างานจะออกมาอลังการถึงขนาดนี้ รู้สึกตื้นตันที่คนในครอบครัวของอาทิตย์ไม่คิดหรือมีท่าทีรังเกียจลูกสะใภ้ที่ไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างเธอ นับว่าเป็นความโชคดีที่สุดในชีวิตลูกผู้หญิงอย่างเธอแล้ว“เหนื่อยไหมครับ”เจ้าบ่าวป้ายแดงถามเจ้าสาวคนสวยข้างกาย วันนี้เพียงฟ้าสวยหยาดเยิ้มไปทั้งตัว สวยจนอาทิตย์อยากจะเก็บเมียรักไว้ชื่นชมคนเดียว เพราะไม่ชอบสายตาของบรรดาแขกผู้ชายที่มาร่วมงานในวันนี้ ไม่รู้มองอะไรนักหนา อยากจะเดินไปประกาศออกไมค์ว่าคนนี้เมียเขาเว้ย!“นิดหน่อยค่ะ”หญิงสาวตอบตามจริง วันนี้มีอะไรให้ต้องทำตั้งหลายอย่าง แล้วแขกที่มาร่วมงานก็มหาศาลเพียงฟ้ายิ้มต้อนรับจนเมื่อยหน้าไปหมด ไหนจะต้องยืนบนรองเท้าส้นสูงมาทั้งวันอีก ราคาแพงแค่ไหนก็ไม่ช่วยให้สวมใส่สบายขึ้นเลยสินะ“อดทนอีกหน่อยนะ ใกล้แล้ว พี่ก็จะอดทนเหมือนกัน”อาทิต
“ทำไมพ่ออาทิตย์ยังไม่ตื่นอีกล่ะครับ ตะวันมาทีไรก็ไม่ตื่นสักที”หนูน้อยตะวันปีนขึ้นไปบนเตียงคนไข้แล้วบ่น มาทีไรคนเป็นพ่อไม่ยอมตื่นมาคุยกับเขาสักที พ่ออาทิตย์หลับไปหลายวันแล้วนะตะวันคิดถึง อีกเดี๋ยวคุณย่าก็คงมารับกลับแล้วพ่อจะไม่ตื่นมาคุยกับตะวันจริงๆ เหรอ“พ่อเขาเหนื่อย อยู่พักผ่อนอีกหน่อยก็ตื่นแล้วครับ ตะวันอยู่กับคุณปู่คุณย่า อย่าดื้อนะรู้ไหม”คนเป็นแม่อธิบายให้ลูกน้อยฟังพร้อมอุ้มเด็กซนลงจากเตียงเพราะกลัวว่าจะกระทบกระเทือนคนป่วย แม้ตนเองจะหนักใจไม่แพ้กัน ถึงคุณหมอจะยืนยันว่าอาทิตย์นั้นพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่เธอก็ยังเป็นกังวล เมื่อวันนี้ก็เข้าสู่วันที่สี่แล้วแต่ชายหนุ่มก็ไม่ฟื้นสักที“แต่ตะวันคิดถึงแม่ อยากนอนกอดแม่เพียงแล้วครับ”เด็กชายตัวน้อยเริ่มโหยหาอ้อมกอดอุ่นๆ ในตอนกลางคืน นอนกับคุณปู่คุณย่าก็สนุกอยู่หรอกแต่ตะวันคิดถึงแม่ เพียงฟ้าคว้าร่างเล็กของลูกชายเข้ามากอดไว้แน่น บ่งบอกให้รู้ว่าเธอเองก็คิดถึงลูกไม่ต่างกัน“อดทนนะครับคนเก่ง ถ้าพ่ออาทิตย์หายดีเมื่อไหร่ แม่จะกลับไปให้ตะวันกอดคนเดียวเลยดีไหมครับ”เพียงฟ้ากอดปลอบคนตัวน้อย โยกตัวเบาๆ อย่างเอ็นดู โดยไม่ทันสังเกตว่าคนบนเตียงคนไข้นั้นฟ
กว่าคุณหญิงสิรินนภาจะโปรยเงินในบัญชีธนาคารจนพอใจ อาทิตย์กับอัสนีก็หอบหิ้วของจนเต็มสองแขนพากันเดินตัวเอียงอย่างน่าสงสาร ของทั้งหมดพอรวมแล้วไม่ใช่เบาๆ เชียวนะ ส่วนรพียืนกรานว่าจะไม่ช่วย เขาขออุ้มหลานชายเท่านั้น “อุ๊ย! แม่ลืมซื้อเครื่องประดับให้หนูเพียง”สิรินนภาเอามือทาบอกหันมาบอกลูกสะใภ้ด้วยสีหน้าหนักใจ เมื่อเกือบจะเดินถึงลานจอดรถกันอยู่แล้ว บรรดาลูกชายเห็นได้แต่ส่ายหน้าให้กับความเล่นใหญ่ของผู้เป็นแม่“พอแล้วค่ะ คุณหญิง ไว้วันหลังบ้างก็ได้ค่ะ เพียงสงสารคนถือของ ดูสิคะ หนักแย่แล้ว อีกอย่างตะวันก็หลับแล้วด้วย เพียงว่าเรากลับกันดีกว่าค่ะ”เมื่อขัดไม่ได้ เพียงฟ้าก็เลยต้องยกลูกชายขึ้นมาอ้าง และครั้งนี้คุณหญิงเห็นด้วย คงจะสงสารหลานชายตัวน้อยที่นอนหลับไม่สบายภาพแห่งความสุขของครอบครัวนี้ตกอยู่ในสายตามาดร้ายของเด่นชัยตลอดเวลา ในมือหยาบกร้านถืออาวุธที่สามารถปลิดชีวิตคนได้ภายในเสี้ยววินาที แอบมองคนที่พยายามไล่ล่าเขาจนต้องหนีหัวซุกหัวซุนด้วยความคับแค้นใจ“มีความสุขกันไปเถอะ อีกเดี๋ยวก็ร้องโหยหวนแล้ว”ด้วยรู้ตัวดีว่าอีกไม่นานคนของพวกมันก็ต้องตามตัวเขาเจอ แทบไม่ต้องเดาหลังจากนั้น ไม่ติดคุกก็คงตาย







