Share

บทที่ 5

Author: เฉียวเฉียว
ในช่วงหลายวันต่อมา เซี่ยงเฉียวพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลอย่างสงบ

ลู่สือหลานมาหาอยู่หลายครั้ง พร้อมกับของบำรุงราคาแพงและดอกไม้สด แต่เขาอยู่ได้ไม่นาน ทุกครั้งมักจะติดพันกับโทรศัพท์ที่ยุ่งอยู่ตลอดเวลา

เซี่ยงเฉียวไม่ทะเลาะไม่โวยวาย ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรเธอก็เพียงตอบว่า "ค่ะ" ทำให้เขารู้สึกไร้เรี่ยวแรงราวกับชกกำปั้นลงบนก้อนสำลี

ในวันที่ออกจากโรงพยาบาล ลู่สือหลานนำเครื่องเซ่นไหว้ไปยังสุสานในแถบชานเมืองพร้อมกับเซี่ยงเฉียว

เซี่ยงเฉียวมองดูทิวทัศน์นอกหน้าต่างที่เริ่มคุ้นตามากขึ้นเรื่อยๆ ในใจก็เกิดรู้สึกขำขึ้นมา

ห้าปีแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่ลู่สือหลานมาไหว้แม่ของเธอในฐานะลูกเขย

สุสานเงียบสงบ สายลมพัดผ่านต้นสนจนเกิดเสียงดังซ่าเบาๆ

ลู่สือหลานยืนอยู่หน้าป้ายหลุมศพ มองดูผู้หญิงในรูปภาพที่มีส่วนคล้ายกับเซี่ยงเฉียว ก่อนจะเงียบไปนาน

"คุณแม่ครับ" เขาพูดขึ้นด้วยเสียงแหบแห้งเล็กน้อย "ขอโทษที่หลายปีมานี้เพิ่งจะได้มาหาครับ"

"ต่อไปผมจะดูแลเซี่ยงเฉียวให้ดี คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ" ลู่สือหลานพูดต่อ "จะไม่ยอมให้ดเธอต้องเสียใจหรือลำบากใจอีกแล้ว"

เซี่ยงเฉียวมองรอยยิ้มอ่อนโยนของแม่บนแผ่นป้ายหลุมศพ ด้วยสีหน้าเฉยชาราวไร้ความรู้สึก

แม่คะ ได้ยินไหมคะ?

คนที่หนูชอบมาสิบปีบอกว่าหลังจากนี้จะดูแลหนูให้ดี

แต่ว่า คำพูดเหล่านี้มันสายเกินไปแล้ว

สายเกินไปจนหนูไม่ต้องการมันอีกต่อไปแล้ว

หลังจากไหว้เสร็จ ลู่สือหลานก็พาเซี่ยงเฉียวไปยังร้านอาหารที่เธออยากไปมาตลอด

มันคือร้านอาหารฝรั่งเศสที่จองยากมาก เมื่อก่อนเซี่ยงเฉียวเคยพูดถึงหลายครั้ง แต่ลู่สือหลานมักจะบอกว่าไม่มีเวลาเสมอ

วันนี้เขาเหมาร้านอาหารทั้งหมด และจัดเตรียมดินเนอร์ใต้แสงเทียนไว้

"ผมจำได้ว่าคุณเคยบอกว่าอยากมาที่นี่" ลู่สือหลานเลื่อนเก้าอี้ให้เธอ "ลองชิมดูนะ ว่าถูกปากไหม"

เซี่ยงเฉียวทรุดตัวลงนั่ง มองดูอาหารเลิศรสที่วางเต็มโต๊ะ ในใจกลับไม่มีความรู้สึกใดๆเลย

อาหารเสิร์ฟมาได้ครึ่งหนึ่ง โทรศัพท์ของลู่สือหลานก็ดังขึ้นอีกครั้ง

ยังคงเป็นฉินเหยา

เสียงที่เต็มไปด้วยโกรธของฉินเหยาดังมากจนแม้แต่เซี่ยงเฉียวก็ยังได้ยินชัดเจน "พี่สือหลาน! พี่อุตส่าห์ใช้เวลาตั้งหลายวันจัดงานวันเกิดที่ยิ่งใหญ่ให้ฉัน แล้วทำไมตัวคุณเองถึงไม่มา?!"

ลู่สือหลานขมวดคิ้วแล้วเหลือบมองเซี่ยงเฉียว

เซี่ยงเฉียวหั่นสเต็กด้วยท่าทางสง่างาม เธอมีสีหน้าเรียบเฉย ราวกับไม่ได้ยินอะไรเลย

"ผมมีธุระ" ลู่สือหลานตอบเสียงต่ำ

"ธุระอะไรจะสำคัญไปกว่าวันเกิดของฉัน? พี่ต้องมางานวันเกิดฉันเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะไม่จัดงานวันเกิดอีกแล้ว!”

ลู่สือหลานถูกตื้อจนไม่มีทางเลือก จึงต้องวางสายไป

เขาหันไปมองเซี่ยงเฉียว หวังจะอธิบาย แต่เธอวางมีดกับส้อมลงแล้ว

"คุณไปเถอะค่ะ" เธอพูด "พอดีฉันก็อิ่มแล้วเหมือนกัน"

"เซี่ยงเฉียว ฉินเหยาเพิ่งกลับประเทศ เธออยากรวบรวมเพื่อนๆ ทุกคนมาไว้ด้วยกัน แต่เธอจัดงานไม่เป็น ผมก็เลยช่วยเธอจัดนิดหน่อย" ลู่สือหลานอธิบาย "ผมไม่มีเจตนาอื่นนะ"

"ฉันทราบค่ะ" เซี่ยงเฉียวพยักหน้า "ฉันเข้าใจ"

ประโยคนี้อีกแล้ว

ความหงุดหงิดในใจลู่สือหลานผุดขึ้นมาอีกครั้ง

"ผมจะพาคุณไปด้วย" จู่ๆ เขาก็พูดขึ้น "ยังไงงานเลี้ยงก็อยู่แถวนี้ ไปปรากฏตัวหน่อยแล้วค่อยกลับ ถือว่าไปเดินเล่นเปลี่ยนบรรยากาศ"

เซี่ยงเฉียวอยากจะปฏิเสธ แต่ลู่สือหลานลุกขึ้นยืนแล้ว "ไปกันเถอะ"

งานวันเกิดของฉินเหยาจัดขึ้นในห้องโถงของโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง

เมื่อเซี่ยงเฉียวและลู่สือหลานไปถึง ข้างในก็มีผู้คนมากมายแล้ว

ฉินเหยาสวมชุดราตรีสีแดงราวกับนกยูงที่หยิ่งยโส เธอกำลังถูกผู้คนรายล้อม

พอเห็นลู่สือหลาน ดวงตาของเธอก็เป็นประกายพลาและรีบยกชายกระโปรงวิ่งเข้ามา "พี่สือหลาน! ในที่สุดพี่ก็มา!"

ฉินเหยาคล้องแขนลู่สือหลานทันที ราวกับมองไม่เห็นเซี่ยงเฉียวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ

"ฉินเหยา" ลู่สือหลานขมวดคิ้ว พยายามจะดึงแขนออก

"พี่ลู่สือหลาน เต้นรำเปิดงานกับฉันหน่อยสิคะ!" ฉินเหยาออดอ้อน "พี่ไม่ได้เต้นรำกับฉันนานแล้วนะ"

ลู่สือหลานมองไปทางเซี่ยงเฉียว

เซี่ยงเฉียวกำลังมองไปทางอื่น ราวกับกำลังชื่นชมภาพวาดบนผนัง

"เซี่ยงเฉียว..." ลู่สือหลานเรียกเธอ

"คุณไปเถอะค่ะ" เซี่ยงเฉียวพูด "ฉันจะไปหาอะไรทานทางด้านโน้นหน่อย"

พูดจบ เธอก็หันหลังเดินไปยังโซนอาหาร

ลู่สือหลานถึงกับอึ้ง

เมื่อก่อน ถ้าเขาแค่คุยกับฉินเหยาไม่กี่ประโยค เซี่ยงเฉียวก็จะมองเขาด้วยขอบตาที่แดงก่ำ

แต่ตอนนี้ เธอกลับเป็นฝ่ายผลักเขาไปหาฉินเหยาเองอย่างงั้นหรือ?!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เพียงเธอในราตรี   บทที่ 24

    ข้อความเสียงจบลงเพียงเท่านี้ และเริ่มเล่นซ้ำโดยอัตโนมัติ"ลู่สือหลาน วันนี้เป็นวันเกิดของคุณนะ ฉันทำเค้กไว้แล้ว รอคุณกลับมากินด้วยกันนะ""ต่อให้จะดึกแค่ไหน ฉันก็จะรอคุณค่ะ"รอบแล้ว รอบเล่าในวันเกิดนับครั้งไม่ถ้วนที่เขาหลงลืม เธอนั่งเฝ้าเค้กเพียงลำพัง รอจนดึก รอจนฟ้าสาง สุดท้ายก็ได้แต่กินครีมที่ละลายไปแล้วกับเนื้อเค้กที่แข็งกระด้างเงียบ ๆ คนเดียว ลู่สือหลานนอนฟังอยู่ หยาดน้ำตาไหลทะลักออกมาจากหางตาที่แห้งผากอย่างไม่ขาดสายเขาเหม่อมองเพดาน แววตาค่อยๆ พร่าเลือนแต่มุมปากกลับยกขึ้นด้านบนเล็กน้อยอย่างแผ่วเบาที่สุดราวกับว่าได้คิดถึงเรื่องราวที่งดงามเป็นที่สุดบางอย่างเขาใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายที่มี เปล่งคำไม่กี่คำออกมาอย่างแหบพร่าและไร้เสียง เข้าหาความว่างเปล่า เข้าหากรอบรูปอันเย็นเฉียบในอ้อมอก และเข้าหาข้อความเสียงที่เปิดวนลูปซึ่งไม่มีวันได้รับความเห็นใจหรือการตอบรับกลับมาอีกตลอดกาล"...เฉียวเฉียว...""...สุขสันต์วันเกิดนะ..."น้ำเสียงนั้นเบาหวิวเกินกว่าจะได้ยิน ก่อนจะสลายหายไปในอากาศอันหนาวเย็นในพริบตาภายในอ้อมอก กรอบรูปร่วงหล่นลง ตกลงบนผ้าห่มอันนุ่มนิ่ม ส่งเสียงทึบออกมาเบาๆ

  • เพียงเธอในราตรี   บทที่ 23

    หลายปีต่อมาทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่เกาะส่วนตัวแห่งหนึ่งแสงแดด ชายหาด น้ำทะเลสีน้ำเงินคราม สิ่งปลูกสร้างสีขาวทุกอย่างดูเหมือนภาพในโปสการ์ดเลยงานแต่งงานของเซี่ยงเฉียวถูกจัดขึ้นที่นี่เป็นงานขนาดเล็ก ที่อบอุ่น เธอเชิญเพียงแค่ครอบครัวและเพื่อนพ้องที่สนิทสนมที่สุดเท่านั้นเธอสวมชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์ รูปแบบเรียบง่ายดูดี ไม่มีชายกระโปรงลากยาวรุ่มร่า แต่กลับช่วยเน้นส่วนเว้าโค้งของเอวที่คอดกิ่วและช่วงไหล่กับลำคอที่งดงามได้อย่างพอดีผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวเป็นสีแชมเปญอ่อนๆ เปล่งประกายละมุนภายใต้แสงแดด เธอยืนอยู่ใต้ซุ้มประตูที่ประดับด้วยดอกไม้สด ในมือถือช่อดอกสแตทิสสีขาวช่อหนึ่ง ยิ้มสดใสเปล่งประกาย ภายในดวงตามีแต่ความสุขและความสงบสุขที่ไร้เงามืดใดๆ อย่างแท้จริงเจ้าบ่าวสวมชุดสูทสีขาว ยืนอยู่ข้างกายเธอ ดวงตาที่ลุ่มลึกจ้องมองเธอด้วยความอ่อนโยน ความรักที่เต็มเปี่ยมแทบจะล้นทะลักออกมาบาทหลวงอ่านคำปฏิญาณด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล"คุณเซี่ยงเฉียว คุณยินดีที่จะแต่งงานกับคุณเสิ่นทิงหานหรือไม่ ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ ร่ำรวยหรือยากจน สุขภาพแข็งแรงหรือเจ็บป่วย ก็จะรักเขา ดูแลเขา ให้เกียรติเขา และซื่

  • เพียงเธอในราตรี   บทที่ 22

    เข้าสู่ปลายฤดูใบไม้ร่วงอีกปีหนึ่ง งานเลี้ยงการกุศลครั้งใหญ่จัดขึ้นในห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมที่หรูหราที่สุดในใจกลางเมือง เซี่ยงเฉียวเข้าร่วมงานเลี้ยงในฐานะแขกรับเชิญพิเศษและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์"มูลนิธิเซี่ยงเฉียว" ของลู่สือหลาน เป็นหนึ่งในเจ้าภาพร่วมของงานเลี้ยงอาหารค่ำในครั้งนี้ก่อนงานเลี้ยงจะเริ่มขึ้น ด้านหลังเวทีเต็มไปด้วยผู้คน ทั้งเจ้าหน้าที่ แขก และนักข่าวเดินสวนกันไปมาไม่หยุดหย่อนเซี่ยงเฉียวกำลังพูดคุยเสียงเบากับผู้รับผิดชอบของมูลนิธิเกี่ยวกับรายละเอียดของการขึ้นไปกล่าวสุนทรพจน์บนเวทีในอีกสักครู่ เธอพูดไปเดินตรงไปยังทิศทางของห้องพักรับรองไปเมื่อเลี้ยวผ่านหัวมุมหนึ่ง ก็มีคนผู้หนึ่งเดินสวนตรงมารูปร่างของเขาผอมซูบ สวมสูทสีดำที่พอดีตัวแต่ดูเก่าเล็กน้อย ผมถูกหวีอย่างเรียบร้อย ในมือถือเอกสารและกำลังก้มหน้าอ่านอยู่ ทั้งสองเผชิญหน้ากันอย่างไม่ทันตั้งตัวในทางเดินแคบ ๆ ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้น สายตาทั้งสองคู่ประสานกันราวกับเวลาหยุดนิ่งลงในวินาทีนั้น ลู่สือหลานตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ในทันที ราวกับรูปปั้นที่ถูกแช่แข็งในชั่วพริบตาเอกสารในมือร่วงหล่นลงพื้นเสียงดัง"แปะ"ดวงต

  • เพียงเธอในราตรี   บทที่ 21

    หลายปีต่อมาการประชุมเวทีหารือระดับสูงสุดของวงการแปลนานาชาติถูกจัดขึ้นที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เหล่าล่ามผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ และบุคคลสำคัญทางการเมืองระดับแนวหน้าจากทั่วทุกมุมโลกมารวมตัวกันอย่างคับคั่งเซี่ยงเฉียวในฐานะกรรมการกิตติมศักดิ์ที่อายุน้อยที่สุดและหัวหน้าล่ามแปลสด ได้รับเชิญให้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์หลักเปิดงานภายใต้แสงไฟสปอตไลท์ เธอสวมชุดสูทสีขาวมุกที่ตัดเย็บอย่างพอดีตัว ผมยาวถูกเกล้าขึ้นอย่างสง่างาม เผยให้เห็นหน้าผากที่เกลี้ยงเกล้าและลำคอที่เรียวยาวเธอยืนอยู่หลังแท่นปราศรัย เผชิญหน้ากับฝูงชนที่เบียดเสียดอยู่ด้านล่างและเลนส์กล้องนับไม่ถ้วนที่ส่องแสงวาบ โดยไม่มีความตื่นตระหนกและพูดจาได้อย่างฉะฉานเธอสลับใช้ภาษาฝรั่งเศส ภาษาอังกฤษ และภาษาจีนได้อย่างคล่องแคล่ว มุมมองเฉียบคม ความคิดเห็นโดดเด่น มีการอ้างอิงตำราและหลักฐานต่างๆ ออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติและง่ายดายมีความมั่นใจ สง่างาม และเป็นมืออาชีพเธอคือจุดสนใจของทั้งงานอย่างไร้ข้อกังขา เมื่อการสุนทรพจน์สิ้นสุดลง เสียงปรบมือด้านล่างเวทีก็ดังสนั่นกึกก้องและยาวนานไม่ยอมหยุดนักวิชาการหนุ่มผู้มีบุคลิกสุภาพเรียบร้อยในชุดสูทส

  • เพียงเธอในราตรี   บทที่ 20

    บนรถพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์กำลังทำแผลอย่างเร่งด่วนและเฝ้าติดตามสัญญาณชีพเซี่ยงเฉียวนั่งอยู่ด้านข้าง บนมือและเสื้อโค้ตของเธอเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดของลู่สือหลาน ทั้งเหนียวเหนอะหนะ อุ่นๆและคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวสนิมเหล็กที่เข้มข้นเธอมองชายบนเปลพยาบาลที่ใบหน้าขาวซีดและดวงตาทั้งสองข้างปิดสนิท ใบหน้าของเธอไม่มีอารมณ์ใดๆ มีเพียงริมฝีปากที่เม้มแน่นเท่านั้นที่เผยให้เห็นถึงความเครียดที่ยากจะสังเกตเห็นลู่สือหลานในระหว่างที่หมดสติ ละเมอพึมพำออกมาอย่างไร้สติอยู่ตลอดเวลา"เฉียวเฉียว... ผมขอโทษ...""ลูก... พ่อขอโทษ...""อย่าไปนะ... อย่าทิ้งผมไว้..."น้ำเสียงนั้นแหบพร่า แฝงไปด้วยความสิ้นหวังของคนที่กำลังจะตายเซี่ยงเฉียวหันหน้าหนี มองออกไปนอกหน้าต่างรถดูทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่ถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว ใบหน้าด้านข้างของเธอดูเย็นชาเป็นพิเศษท่ามกลางแสงไฟที่วับๆ แวมๆเมื่อถึงโรงพยาบาล ลู่สือหลานก็ถูกเข็นตรงเข้าห้องผ่าตัดทันทีไฟหน้าห้องผ่าตัดสว่างขึ้นเซี่ยงเฉียวนั่งอยู่บนม้านั่งยาวในทางเดิน เลือดบนมือและเสื้อโค้ตของเธอแห้งกลายเป็นสีแดงคล้ำแล้วเธอไม่ได้ไปล้างทำความสะอาด ทำเพียงนั่งอยู่เงียบๆ จ้

  • เพียงเธอในราตรี   บทที่ 19

    ผู้ช่วยกำโทรศัพท์แน่น หันไปมองชายในห้องผู้ป่วยที่ต้องประทังชีวิตด้วยความทรงจำและน้ำเกลือ จนร่างกายผ่ายผอมเหลือแต่กระดูกและแววตาว่างเปล่า เขารู้สึกจุกอยู่ที่ลำคอจนพูดไม่ออกหนึ่งปีต่อมาเนื่องจากเซี่ยงเฉียวมีผลงานการทำงานที่โดดเด่น จึงถูกสำนักงานใหญ่ส่งตัวกลับประเทศ เพื่อเข้าร่วมงานแปลในประชุมนานาชาติครั้งสำคัญครั้งหนึ่งสถานที่จัดการประชุมคือศูนย์นิทรรศการและการประชุมระดับสูงสุดใจกลางเมืองตอนที่ลู่สือหลานรู้ข่าวนี้ เขากำลังประชุมอยู่ผู้ช่วยก้มลงกระซิบข้างหูเขาเบาๆ สองสามประโยค มือที่ถือปากกาของเขาชะงักทันที จนปลายปากกาขีดลากเป็นทางยาวบนเอกสารเขาเงียบไปนาน ก่อนจะโบกมือเป็นสัญญาณให้การประชุมดำเนินต่อไปแต่ในช่วงครึ่งหลังของการประชุม เขากลับใจลอยอย่างเห็นได้ชัด สายตามักจะเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่างอยู่บ่อยครั้งเมื่อการประชุมสิ้นสุดลง เขาขังตัวเองไว้ในห้องทำงาน และสูบบุหรี่หมดไปทั้งซองจากนั้น เขาก็สั่งให้คนไปติดสินบนพนักงานบริการคนหนึ่งในสถานที่จัดงานประชุมในวันประชุม เขานั่งอยู่ที่แถวหลังสุดและเป็นมุมอับที่สุดของฮอลล์ สวมหมวกและหน้ากากอนามัย ซ่อนตัวเองไว้ในเงามืดเขาไม่กล้า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status