Accueil / โรแมนติก / เพียงใจเว้าวอนรัก / มื้ออาหารที่แสนพิเศษ

Partager

มื้ออาหารที่แสนพิเศษ

Auteur: Nuan4545
last update Date de publication: 2026-06-10 17:10:15

หนึ่งเดือนผ่านไป...

บรรยากาศที่ร้านสปาดูจะคึกคักเป็นพิเศษทุกครั้งที่มีรถหรูคุ้นตามาจอดที่หน้าร้าน พนักงานสาว ๆ ในร้านต่างพากันสะกิดไหล่พลอยชมพูพลางส่งสายตาล้อเลียน เพราะรู้ดีว่าลูกค้า VIP คนสำคัญอย่างปรินทร์ มักจะมานวดกับพลอยชมพูทุกครั้ง

ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา แม้ตารางงานของนักธุรกิจหมื่นล้านจะแน่นขนัดเพียงใด แต่เขาก็ยังหาเวลาว่างแทรกคิวงานที่ยุ่งเหยิงมาหาเธอจนได้ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้มาทุกวัน แต่ในสัปดาห์นั้นเขาต้องมาหาเธอให้ได้สองถึงสามครั้ง

แววตาของปรินทร์จะเป็นประกายทุกครั้งเมื่อเห็นใบหน้าหวานที่ส่งยิ้มรอต้อนรับเขาอยู่

"วันนี้เหนื่อยไหมคะคุณน่าน" พลอยชมพูถามเสียงนุ่มขณะบรรจงกดนวดไหล่ที่ตึงของเขา

"เหนื่อยครับ... แต่พอเห็นหน้าคุณ ความเหนื่อยมันก็หายไปครึ่งหนึ่งแล้ว"

คำหยอดตรงไปตรงมาที่ชายหนุ่มหมั่นเติมให้เธอทุกครั้งที่เจอกัน ทำเอาพลอยชมพูหน้าร้อนผ่าว เธอพยายามทำเป็นใจแข็งและนวดต่อไปตามหน้าที่ ทั้งที่หัวใจข้างในมันเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุอก เธอรู้ตัวดีว่าตอนนี้เธอหลงรักผู้ชายคนนี้เข้าเต็มเปี่ยม แต่กำแพงของคำว่าความเหมาะสมมันคอยย้ำเตือนเธออยู่เสมอว่าเธอเป็นเพียงพนักงานนวด ส่วนเขาอยู่สูงเกินกว่าที่เธอจะเอื้อมถึง

และก่อนกลับทุกครั้ง ปรินทร์ก็มักจะให้ทิปหนัก ๆ ใส่มือเธอเสมอ แม้เธอจะปฏิเสธแต่เขาก็ไม่ยอม

พอส่งปรินทร์ขึ้นรถลับสายตาไป พลอยชมพูที่กำลังจะเดินกลับเข้าเคาน์เตอร์ก็ต้องชะงัก เมื่อเจอเข้ากับ หน่วยสอดแนมประจำร้านอย่างพนิดาและเพื่อนพนักงานอีกสองสามคนที่ยืนกอดอกยิ้มกริ่มรออยู่

"แหม... พลอยจ๊ะ ทิปหนักขนาดนี้ พี่ว่าไม่ใช่แค่ติดใจในฝีมือแล้วมั้ง" พนิดาเอ่ยแซวพร้อมกับทำท่าล้อเลียน "ดูสายตาคุณน่านที่มองพลอยสิ หวานขนาดนั้น"

"พี่นิก็ เขาแค่ใจดีน่ะค่ะ พลอยดูแลเขามาเป็นเดือนแล้ว เขาก็แค่เอ็นดูพนักงาน" พลอยชมพูพยายามทำเสียงให้ปกติที่สุด ทั้งที่แก้มนวลแดงปลั่งจนปิดไม่มิด

"เอ็นดูอะไรกันจ๊ะ! ลูกค้าคนอื่นใจดีแค่ไหนก็ไม่มาบ่อยขนาดนี้หรอก" เพื่อนพนักงานอีกคนเสริมขึ้นมาพลางสะกิดไหล่เธอเบา ๆ "คนระดับคุณน่านน่ะ งานเขายุ่งจะตาย แต่เขาก็ยังอุตส่าห์เจียดเวลามาที่นี่ แถมเจาะจงต้องเป็นพลอยคนเดียวด้วย แบบนี้เขาเรียกว่า จีบจ้ะพลอย! ดูออกกันทั้งร้านแล้วเนี่ย"

"ใช่ ๆ พี่ว่าเขาชอบพลอยจริงจังนะเนี่ย แล้วคุณน่านเขาขอพลอยเป็นแฟนหรือยัง" พนิดาถามพร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ทำตาโตอย่างอยากรู้อยากเห็นจนเพื่อนพนักงานคนอื่น ๆ พลอยลุ้นตามไปด้วย

"พี่นิพูดอะไรคะ!" พลอยชมพูอุทานออกมาเสียงหลง ใบหน้าหวานที่แดงอยู่แล้วกลับยิ่งซับสีเลือดจนร้อนผ่าวไปถึงใบหู

"แฟนเฟินอะไรกันคะ... คุณน่านเขาเป็นลูกค้าระดับ VIP นะพี่นิ เขาจะมาขอพนักงานนวดอย่างพลอยเป็นแฟนได้ยังไง พูดไปเรื่อยแล้วค่ะ" เธอพยายามแก้ตัวพัลวันพลางหลบสายตาล้อเลียนของบรรดาพี่ ๆ ในร้านที่รุมล้อมอยู่

"อ้าว! ก็เห็นมานวดบ่อยขนาดนี้ แถมคุยกันหนุงหนิงอยู่ในห้องนวดตั้งนานสองนาน พี่ก็นึกว่ามีข่าวดีแล้วซะอีก" พนิดายังไม่ยอมลดละ "ดูสิ... เขินจนหน้าจะไหม้อยู่แล้วนะเนี่ย ถ้าไม่ได้คิดอะไรจริง ๆ จะเขินทำไมจ๊ะพลอยชมพู"

"ก็...ก็พลอยตกใจนี่คะ จู่ ๆ พี่นิก็ถามอะไรแบบนั้น" พลอยชมพูรีบหันหลังกลับทำเป็นจัดข้าวของบนเคาน์เตอร์เพื่อกลบเกลื่อนอาการประหม่า แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมาข้างนอก

คำว่าแฟนที่พนิดาพูดออกมา มันช่างดูห่างไกลจากความเป็นจริงเหลือเกินในความคิดของเธอ แต่ลึก ๆ ในใจ... คำถามนั้นกลับทำให้ความรู้สึกที่เธอพยายามสะกดกลั้นไว้สั่นคลอนอย่างรุนแรง

เย็นวันนั้น หลังจากที่ร้านสปาปิดลง พลอยชมพูเดินออกมาจากร้านเป็นคนสุดท้ายพร้อมกับล็อคกุญแจประตู เธอถอนหายใจออกมาเบา ๆ เพื่อระบายความเหนื่อยล้าจากงานที่ทำมาทั้งวัน ทว่าเมื่อหันหลังกลับมาเพื่อจะเดินไปทางป้ายรถเมล์ เธอก็ต้องชะงักกึก

ท่ามกลางแสงไฟสลัวจากเสาไฟฟ้าข้างทาง ร่างสูงสง่าในชุดสูทที่ปลดกระดุมคอเสื้อออกอย่างหลวม ๆ กำลังยืนพิงรถสปอร์ตคันหรูอยู่ สายตาของเขาจ้องมองมาที่เธอราวกับรอคอยอยู่นานแล้ว

"คุณน่าน..." พลอยชมพูอุทานแผ่วเบาด้วยความตกใจ "ยังไม่กลับอีกเหรอคะ"

เธอจำได้ว่าเขาเข้ามารับบริการนวดตั้งแต่ช่วงเย็น และเธอก็เป็นคนเดินออกมาส่งเขาที่หน้าห้องนวดเมื่อชั่วโมงก่อนแล้วด้วยซ้ำ ไม่คิดเลยว่าเขาจะรอเธออยู่แถวนี้

"ผมรอคุณอยู่นะ" ปรินทร์เอ่ยขึ้นพร้อมกับยืดตัวตรงแล้วเดินเข้ามาหาเหญิงสาวช้า ๆ

"รอพลอย... มีธุระอะไรด่วนหรือเปล่าคะ" พลอยชมพูถามพลางกำสายสะพายกระเป๋าแน่น หัวใจเจ้ากรรมเริ่มเต้นรัวแรงขึ้นมาอีกครั้งเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเขาเพียงลำพังนอกเหนือเวลางาน

"ไม่มีธุระด่วนอะไรหรอกครับ..." เขาเว้นจังหวะพลางก้าวเข้ามาใกล้เธออีกหนึ่งก้าว "ผมแค่อยากจะชวนคุณไปทานข้าวเย็นด้วยกันสักมื้อ เห็นคุณทำงานเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว คงจะหิวแย่"

"ไปทานข้าว กับคุณน่านเหรอคะ" หญิงสาวทวนคำอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ความตื่นเต้นแล่นพล่านไปทั่วร่างจนเธอแทบจะลืมหายใจ

"ครับ..."

"เอ่อ... คือว่าพลอย..." หญิงสาวพยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงเพื่อหาทางปฏิเสธ

"นะครับ..."

คำอ้อนสั้น ๆ ทว่าทรงพลังที่หลุดออกมาจากปากชายหนุ่ม ทำเอาหัวใจที่เต้นรัวอยู่แล้วกลับยิ่งกระหน่ำรุนแรงขึ้นไปอีก เธอแพ้พ่ายให้กับน้ำเสียงนุ่มนวลและสายตาเว้าวอนคู่นั้นอย่างราบคาบ ความเห็นใจที่เห็นเขาอุตส่าห์มารอจนดึกดื่นบวกกับความเกรงใจทำให้กำแพงที่เธอพยายามสร้างไว้พังทลายลง

"ก็ได้ค่ะ..."

สิ้นคำตอบตกลง ปรินทร์ก็จุดยิ้มกว้างที่ดูสว่างไสวที่สุดเท่าที่พลอยชมพูเคยเห็นมาตลอดหนึ่งเดือน เขาไม่ได้พูดอะไรต่อแต่กลับเดินตรงไปเปิดประตูรถให้เธออย่างให้เกียรติ

"เชิญครับ..."

พลอยชมพูมองประตูรถที่เปิดกว้างสลับกับใบหน้าหล่อเหลาของเขาด้วยความประหม่า ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าความมืดค่ำขนาดนี้อาจทำให้คนที่บ้านเป็นห่วง

"เอ่อ คือพลอยขออนุญาตโทรหาน้องสาวสักครู่นะคะ กลัวว่าน้องจะรอทานข้าวที่บ้านน่ะค่ะ" หญิงสาวเอ่ยบอกอย่างเกรงใจพลางหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋า

"ครับ"

พลอยชมพูพยักหน้าเบา ๆ แล้วกดโทรออกหาน้องสาวทันที ท่ามกลางสายตาคมกริบของชายหนุ่มที่ยังคงจับจ้องเธอด้วยความเอ็นดูไม่วางตา

"ค่ะพี่พลอย" เสียงใส ๆ ของมุกดังมาจากปลายสาย

"มุกทานข้าวหรือยังจ๊ะ" พลอยชมพูถามพลางลอบมองคนตัวสูงที่ยืนรออยู่ใกล้ ๆ

"ทานแล้วค่ะ"

"คือ...วันนี้พี่จะกลับค่ำหน่อยนะมุก พอดีมีธุระต่ออีกนิดนึง มุกอยู่บ้านคนเดียวอย่าลืมล็อกประตูหน้าบ้านให้เรียบร้อยล่ะ แล้วไม่ต้องรอพี่นะ นอนก่อนได้เลย อ๋อแล้วอย่าลืมกินยาก่อนนอนด้วยนะ" พลอยชมพูกำชับน้องสาวด้วยความห่วงใย

"ได้ค่ะพี่พลอย ไม่ต้องห่วงนะ มุกดูแลตัวเองได้ พี่พลอยทำธุระให้เสร็จเถอะค่ะ"

เมื่อวางสาย พลอยชมพูถอนหายใจออกมาเบา ๆ พยายามสงบสติอารมณ์ที่ยังคงเต้นระทึกอยู่ภายในอก เธอหันไปหาชายหนุ่มที่ยังคงเปิดประตูรถค้างไว้ให้

"เรียบร้อยแล้วค่ะคุณน่าน ขอโทษที่ให้รอนะคะ"

"ไม่เป็นไรครับ ผมรอคุณได้เสมอ" ปรินทร์ตอบสั้น ๆ แต่ความหมายลึกซึ้งทำเอาคนฟังหน้าร้อนผ่าว "เชิญครับ"

พลอยชมพูก้าวขึ้นไปนั่งบนเบาะ กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาอบอวลไปทั่วรถ ทันทีที่ปรินทร์ก้าวขึ้นมานั่งประจำที่คนขับและปิดประตูลง บรรยากาศในรถที่เงียบสงัดก็เหลือเพียงแค่เขากับเธอสองคน

ปรินทร์สังเกตเห็นว่าคนข้างกายเอาแต่นั่งตัวเกร็ง เขาจึงยื่นมือไปกดปุ่มเครื่องเสียงรถยนต์เบา ๆ ทันใดนั้น เสียงคลอขึ้นมาช่วยทำลายความเงียบที่แสนอึดอัด

"ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้ครับผมไม่ใช่ยักษ์ใช่มารสักหน่อย" เสียงทุ้มเปรยขึ้นอย่างอารมณ์ดี "ปกติคุณชอบทานอาหารประเภทไหนครับ ไทย จีน หรือว่าญี่ปุ่น"

"อ๋อ...พลอยทานได้หมดเลยค่ะคุณน่าน ร้านตามสั่งริมทางหรือร้านก๋วยเตี๋ยวพลอยก็ทานได้ค่ะ" พลอยชมพูตอบตามความจริง เพราะปกติเธอก็ประหยัดทุกบาททุกสตางค์เพื่อเก็บไว้เป็นค่ารักษาของน้องสาว

"ถ้าอย่างนั้น..." ปรินทร์ชะลอรถเมื่อถึงทางแยก "ผมรู้จักร้านอาหารไทยริมน้ำร้านหนึ่ง บรรยากาศสงบดี คุณโอเคไหมครับถ้าเราจะไปที่นั่น"

"พลอยแล้วแต่คุณน่านเลยค่ะ"

"ขอบคุณที่ตามใจผมนะครับ" เขาหันมาสบตาเธอครู่หนึ่งก่อนจะหักพวงมาลัยไปตามเส้นทาง

เมื่อรถจอดสนิทและเดินเข้ามาภายในร้าน พลอยชมพูถึงกับตกตะลึงในความสวยงาม แสงไฟสีวอร์มไวท์ดวงเล็ก ๆ ระยิบระยับล้อกับผิวน้ำเจ้าพระยายามค่ำคืน ลมพัดโชยมาเอื่อย ๆ หอบเอาความเย็นสบายมาปะทะใบหน้า จนเธอเผลอสูดอากาศเข้าปอดลึก ๆ อย่างลืมตัว

"บรรยากาศดีไหมครับ" ปรินทร์ถามพลางเลื่อนเก้าอี้ให้เธอ

"ดีมากเลยค่ะ พลอยไม่เคยมาที่แบบนี้มาก่อนเลย" หญิงสาวตอบเสียงแผ่ว เมื่อเห็นแขกคนอื่น ๆ ในร้านที่แต่งตัวดูดีมีฐานะ

ทว่าความประหม่าพุ่งปรี๊ดขึ้นถึงขีดสุด เมื่อพนักงานเสิร์ฟยื่นเมนูมาตรงหน้า พลอยชมพูค่อย ๆ เปิดดูทีละหน้าแต่แล้วเธอก็ต้องชะงักจนเกือบจะทำเมนูหลุดมือ เมื่อสายตาปะทะกับตัวเลขราคาอาหารแต่ละจาน

‘กุ้งแม่น้ำเผา... ตัวละเป็นพันเลยเหรอ!’

นิ้วเรียวสวยค้างอยู่ที่หน้าเมนู ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นอย่างปิดไม่มิด หญิงสาวค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้าที่กำลังนั่งจิบน้ำด้วยท่าทางสบาย ๆ ชายหนุ่มเห็นอาการของเธอแล้วก็หลุดขำออกมาเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู

"มีอะไรหรือเปล่า หรือว่าไม่มีของชอบ"

"เอ่อ คุณน่านคะ" พลอยชมพูขยับตัวเข้าไปใกล้แล้วกระซิบเสียงเบาหวิว "เราเปลี่ยนร้านทันไหมคะ คือราคามัน เอ่อพลอยว่ามันแพงเกินไป"

ใบหน้าหวานที่ดูตื่นตระหนกและจ้องมองเขาตาแป๋วเหมือนลูกแมวหลงทาง ทำเอาหัวใจของปรินทร์กระตุกวูบ เขาไม่ได้รู้สึกแย่ที่เธอทักเรื่องราคา แต่เขากลับรู้สึกว่าความซื่อตรงและแววตาใสซื่อของเธอนั้นมันน่ารักจนเขาแทบจะทนไม่ไหว

"ไม่ต้องกังวลเรื่องราคาหรอกครับ วันนี้ผมเป็นคนชวนคุณมา ผมอยากให้คุณได้ทานของอร่อย ๆ ในที่บรรยากาศดี ๆ เท่านั้นเอง" เขาเอื้อมมือไปแตะหลังมือเธอเบา ๆ เพื่อให้คลายกังวล "สั่งเลยครับ หรือจะให้ผมสั่งเมนูแนะนำให้ดี"

พลอยชมพูหน้าร้อนผ่าวเมื่อถูกสัมผัสที่หลังมือ เธอรีบชักมือกลับอย่างรวดเร็วแต่ก็นึกขึ้นได้ว่าเสียมารยาท จึงทำได้เพียงส่งยิ้มเจื่อน ๆ ให้เขา

"ถ้าอย่างนั้น คุณน่านสั่งเถอะค่ะ พลอยเลือกไม่ถูกจริง ๆ"

"ได้ครับ" ปรินทร์พยักหน้า ก่อนจะหันไปสั่งอาหารชุดใหญ่โดยไม่ลืมกำชับพนักงานว่า "ขอแบบรสชาติไม่จัดมากนะครับ พอดีน้องเขาชอบทานรสกลาง ๆ"

ความใส่ใจเล็ก ๆ น้อย ๆ นั้นทำให้พลอยชมพูที่กำลังนั่งเกร็งอยู่แอบใจฟูขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ผู้ชายคนนี้จะทำให้เธอตกหลุมรักซ้ำ ๆ ไปถึงเมื่อไหร่กันนะ

ตลอดมื้ออาหารนั้น ปรินทร์คอยตักนั่นหยิบนี่ให้พลอยชมพูอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะกุ้งแม่น้ำที่เขาแกะเปลือกให้แล้ววางลงบนจานของเธอ พลอยชมพูที่ตอนแรกเอาแต่เกรงใจจนนั่งตัวเกร็งก็เริ่มผ่อนคลายลงเพราะมุกตลกหน้าตายของคนตรงหน้าและการชวนคุยเรื่องสัพเพเหระที่ไม่ทำให้เธอรู้สึกอึดอัด

"ทานเยอะ ๆ นะครับพลอย เดี๋ยวจะไม่มีแรงนวดให้ผมอาทิตย์หน้า" เขาพูดปนขำขณะมองใบหน้าหวานที่เคี้ยวอาหารจนแก้มตุ่ย

"คุณน่านก็...พลอยอิ่มจนจะเดินไม่ไหวแล้วค่ะ" เธอหัวเราะออกมาเบา ๆ เป็นรอยยิ้มที่สดใสที่สุดเท่าที่ชายหนุ่มเคยเห็นมาตลอดหนึ่งเดือน และนั่นทำให้เขารู้สึกว่ามื้ออาหารนี้คุ้มค่ากว่าการเซ็นสัญญาพันล้านเสียอีก

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   บทส่งท้าย

    พลอยชมพูมองชายหนุ่มที่ยอมลดทิฐิลงมาคุกเข่าอ้อนวอนเธอตรงหน้า หัวใจที่เคยปิดตายและเต็มไปด้วยรอยแผลเริ่มสั่นคลอนด้วยความอบอุ่นที่ค่อย ๆ ซึมลึกเข้ามาแทนที่ความเจ็บปวด เธอมองเห็นเงาของผู้ชายคนเดิมที่เธอเคยหลงรักอยู่ในดวงตาคู่นั้น คนที่พร้อมจะปกป้องและอยู่เคียงข้างเธอจริง ๆ"คุณน่าน..." เสียงหวานครางแผ่ว หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้ไหลอาบแก้มเนียนจนชุ่มโชก ความเข้มแข็งที่พยายามสร้างเป็นกำแพงสูงชันทลายลงไม่มีชิ้นดี เมื่อได้เห็นผู้ชายที่แสนทระนงคนนี้ยอมลดตัวลงมาคุกเข่าอ้อนวอนเธออย่างไม่เหลือคราบชายหนุ่มผู้เอาแต่ใจ"ลุกขึ้นเถอะค่ะ..."พลอยชมพูเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงที่ยังสั่นเครือ มือบางทั้งสองข้างเอื้อมไปประคองไหล่แกร่งให้ลุกขึ้น ปรินทร์ยอมลุกขึ้นตามแรงประคองของเธอ ทว่าเขากลับรวบมือเล็กทั้งสองข้างนั้นมาเกาะกุมไว้ที่อกซ้ายของตน เพื่อให้เธอสัมผัสถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวแรงไม่แพ้กัน"แปลว่า...คุณยอมยกโทษให้ผมแล้วใช่ไหมพลอย" เขาถามย้ำด้วยแววตาที่มีประกายความหวังจุดประกายขึ้นมาหญิงสาวนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ พยักหน้าช้า ๆ พร้อมรอยยิ้มจาง ๆ ผ่านม่านน้ำตา "พล

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   ขอโอกาส

    เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาในบ้านหลังเล็กปลุกให้ มุกดาที่กำลังนั่งเอนกายอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาต้องเงยหน้าขึ้นมอง เธอชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นร่างสูงที่คุ้นเคยในชุดลำลองก้าวเข้ามาภายในบ้าน พร้อมกับถุงผลไม้หลากชนิด"พี่น่าน! สวัสดีค่ะ ไม่เจอกันนานเลย สบายดีมั้ยคะ" มุกดาร้องทักด้วยน้ำเสียงสดใสพลางขยับตัวลุกขึ้นต้อนรับ"สวัสดีมุก..." ปรินทร์คลี่ยิ้มบางที่อ่อนโยนกว่าทุกครั้ง "พี่เอาผลไม้มาฝากน่ะ แล้วอาการเราเป็นยังไงบ้างหายดีหรือยัง""ก็ดีขึ้นมากแล้วค่ะ" มุกดาตอบพลางรับถุงผลไม้มาวางไว้บนโต๊ะ เธอแอบสังเกตเห็นว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นไม่ได้หยุดอยู่ที่เธอเลย แต่มันกลับกวาดมองไปรอบ ๆ บริเวณบ้านอย่างใช้ความคิด คล้ายจะมองหาเงาของใครบางคน ท่าทางชะเง้อชะแง้ที่ดูไม่เป็นตัวของตัวเองนั้นทำให้มุกดาหลุดยิ้มออกมาอย่างรู้ทัน"หาพี่พลอยอยู่เหรอคะ"ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อยที่โดนอ่านใจออก ก่อนจะยอมรับออกมาตรง ๆ"อืม... พี่สาวเราอยู่ไหนเหรอ"มุกดาลอบยิ้มอย่างมีเลศนัย เธอพอจะเดาออกว่าพายุในใจของชายหนุ่มตรงหน้าคงจะสงบลงแล้ว และที่เหลืออยู่ก็คือความโหยหาที

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   คำขอโทษ

    เมื่อเสียงรถของปฏิพัทธ์เคลื่อนตัวออกไป ความเงียบที่น่าอึดอัดก็เข้าจู่โจมห้องรับแขกทันที พลอยชมพูไม่ได้หันไปมองคนที่นั่งอยู่บนโซฟาแม้แต่น้อย เธอกำลังจะก้าวเดินหนีขึ้นไปข้างบน แต่เสียงทุ้มของคนข้างหลังก็รั้งเธอไว้เสียก่อน"พลอยอย่าเพิ่งขึ้นไป ผมซื้อกับข้าวมาด้วย มากินข้าวก่อน" ปรินทร์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาอ่อนลงกว่าตอนที่คุยกับน้องชาย แต่ยังคงแฝงไว้ด้วยความเผด็จการที่หยั่งรากลึกพลอยชมพูชะงักฝีเท้าอยู่ตรงบันไดขั้นแรก เธอไม่ได้หันกลับมามอง แต่ไหล่บางที่ลู่ลงเล็กน้อยแสดงให้เห็นถึงความเหนื่อยหน่ายใจอย่างชัดเจน"พลอยไม่หิวค่ะ" เธอตอบกลับเสียงเรียบ โดยไม่เสียเวลาคิด"ไม่หิวก็ต้องกิน ไอ้เหนือมันก็บอกอยู่ว่าคุณดูผอมลงไปมาก" ปรินทร์ลุกขึ้นจากโซฟาแล้วก้าวเดินตรงมาหาเธอ ร่างสูงใหญ่หยุดยืนอยู่เบื้องหลังในระยะที่เธอสัมผัสได้ถึงแรงกดดัน "ถ้าคุณไม่ดูแลตัวเอง แล้วจะเอาแรงที่ไหนมาดูแลมุกดา...หรือต้องรอให้ไอ้เหนือมันมาสั่งคุณถึงจะยอมกิน"พลอยชมพูเม้มปากแน่นก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่ม แววตาของเธอวาวระยับด้วยความขุ่นเคือง "คุณน่านเลิกเอาคนอื่นมาอ้างเ

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   ง้อเมีย

    สามวันต่อมา...ปรินทร์ขับรถเข้ามาจอดในที่จอดรถของคอนโดของเขา เขาดับเครื่องยนต์แล้วหันไปมองหญิงสาวที่นั่งนิ่งเงียบมาตลอดทาง พลอยชมพูในวันนี้ดูซูบเซียวและเปราะบางเหลือเกิน ร่องรอยของความโศกเศร้าที่ยังฝังลึกอยู่ในดวงตาทำให้เขาใจหายเขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปหมายจะคว้ามือบางมากุมไว้ แต่พลอยชมพูกลับชักมือหนีอย่างนิ่งเฉย แววตาของเธอว่างเปล่าจนน่าใจหาย"พลอยจะกลับบ้านค่ะ..." เธอเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ นิ่งสนิทไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ "กรุณาไปส่งพลอยที่บ้านด้วย"เธอไม่แม้แต่จะหันมาสบตาเขา เป็นความเฉยชาที่กรีดหัวใจปรินทร์ยิ่งกว่าการถูกต่อว่าหรือทุบตีเสียอีก"ที่บ้านคุณไม่มีใคร" ปรินทร์พยายามใช้น้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้ "มุกดาก็ยังอยู่โรงพยาบาล พักที่คอนโดของผมนี่ล่ะ""พลอยอยู่คนเดียวได้ค่ะ ที่ผ่านมาพลอยก็อยู่ของพลอยมาได้...คุณน่านส่งพลอยลงที่สถานีรถไฟฟ้าข้างหน้าก็ได้ค่ะ ถ้าคุณไม่สะดวกไปส่งที่บ้าน""ตอนนี้ผมไม่สะดวกไปส่งคุณที่ไหนทั้งนั้น" ปรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจ "จะลงเดินเอง...หรือจะให้ผมอุ้มขึ้นห้อง""คุณ..." "งั้นเลือกอย่างหลัง" ปรินทร์เอ่ยเสียงเรียบ เขาไม่รอ

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   ความจริงที่ต้องเผชิญ

    คฤหาสน์ตระกูล ภานุวัฒน์ปรินทร์ก้าวเข้ามาในบ้านด้วยสภาพที่หนวดเคราเริ่มขึ้นเขียวครึ้ม ดวงตาที่เคยเฉียบคมบัดนี้โรยแรงจากการอดนอนติดต่อกันหลายวัน สิ่งเดียวที่เขาต้องการในตอนนี้คือการอาบน้ำชำระล้างความเหนื่อยล้า ก่อนจะกลับไปหาพลอยชมพูที่โรงพยาบาลแต่ทว่า ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ห้องโถงเขาก็เจอมารดาที่นั่งรออยู่บนโซฟา ท่านลุกขึ้นยืนทันที สีหน้าของท่านเต็มไปด้วยความไม่พอใจและกังวลใจอย่างเห็นได้ชัด"ตาน่าน! นี่แกหายไปไหนมา!" เสียงทรงอำนาจของคุณหญิงมณฑาตวาดถามขึ้น "แม่โทรหาแกเป็นร้อยสาย แกก็ไม่รับโทรศัพท์แม่ รู้ไหมว่าคนเขาเป็นห่วงกันแค่ไหน"ปรินทร์ชะงักเท้า เขาถอนหายใจออกมาเบา ๆ อย่างเหนื่อยหน่าย "ผมขอโทษครับพอดีผมยุ่ง ๆ""ยุ่งบ้าอะไรของแก!" คุณหญิงมณฑาสวนกลับทันควัน "คนที่บริษัทบอกว่าแกไม่เข้าออฟฟิศมา สามถึงสี่วันแล้วนะตาน่าน งานการไม่ทำ มือถือก็ติดต่อไม่ได้ แกหายหัวไปไหนมา! รู้ไหมว่ามันเสียการเสียงานขนาดไหน"ปรินทร์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทำให้เขาไม่อยากอธิบายอะไรยาว ๆ ในตอนนี้ แต่สายตาคาดคั้นของผู้เป็นแม่ทำให้เขาจำต้องพูดออกมา"ผมไปเฝ้าพลอยที่โรงพยาบาลมาครับ" เขากล่าวเสียงเ

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   หัวใจที่พังทลาย

    ที่หน้าห้องฉุกเฉิน ปรินทร์เดินวนไปวนมาอย่างคนเสียสติ สองมือหนาบีบเข้าหากัน สายตาจับจ้องไปที่บานประตูสลับกับมองเลือดที่เปื้อนอยู่บนมือตัวเอง น้ำตาของลูกผู้ชายที่แทบไม่เคยไหลให้ใครเห็น บัดนี้อาบแก้มจนดูไม่จืด"พี่น่าน! พี่มาทำอะไรที่นี่"เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้น ปฏิพัทธ์เดินตรงเข้ามา วันนี้เป็นเวรห้องฉุกเฉินของเขา และเขาเพิ่งได้รับรายงานด่วนว่ามีเคสอุบัติเหตุรถชนอาการสาหัสกำลังรอการผ่าตัด แต่กลับต้องมาชะงักเมื่อเห็นพี่ชายตัวเองยืนอยู่หน้าห้องในสภาพที่ดูแทบไม่ได้ปรินทร์เงยหน้าขึ้น แววตาที่เคยหยิ่งยโสบัดนี้แตกสลายไม่มีชิ้นดี เขาถลาเข้าไปคว้าแขนน้องชายไว้แน่นเหมือนเป็นที่พึ่งสุดท้าย"เหนือ... เหนือช่วยพลอยด้วย ช่วยพลอยชมพูที!" ปรินทร์ละล่ำละลักบอก เสียงสั่นเครือจนคนฟังสัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวมหาศาล"ข้างในคือคุณพลอยชมพูเหรอ!"ปฏิพัทธ์เบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด หัวใจของเขาชาวาบไปชั่วขณะ ไม่คิดว่าเคสฉุกเฉินที่ได้รับรายงานจะเป็นผู้หญิงที่เขาเฝ้าดูแลมาตลอด เขาหันไปมองบานประตูห้องฉุกเฉินด้วยแววตาที่วูบไหว ก่อนจะกลับมาเคร่งขรึมตามสัญชาตญาณหมอ"พี่ตั้งสติไว้ แล้วรออยู่ข้างนอกนะ"ปฏิพัทธ์ทิ้

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   บทลงโทษของปีศาจ

    เมื่อบทลงโทษที่แสนป่าเถื่อนเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่เผาไหม้จนแทบมอดไหม้ ร่างกายที่เคยแข็งขืนก็เริ่มอ่อนระทวย พลอยชมพูรู้สึกเข่าอ่อนจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ หากไม่ได้แผ่นอกแกร่งและวงแขนของเขาที่บดเบียดเอาไว้ เธอคงทรุดลงไปกองกับพื้นตั้งแต่นาทีแรก ปรินทร์ค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างช้า ๆ ทิ้งไว้เพ

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   สัมผัสที่โหยหา🔥🔥🔞

    ภายใต้แสงไฟสลัวที่ถูกหรี่ลงจนเกือบมืดสนิท พลอยชมพูที่ทนต่อความเหนื่อยล้าสะสมมาทั้งวันไม่ไหว เปลือกตาคู่สวยค่อย ๆ ปิดลงพร้อมกับลมหายใจที่เข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ร่างบางนอนขดตัวอยู่บนเตียงขนาดคิงไซส์ฝั่งหนึ่ง เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้...ในห้วงนิทราอันแสนหวาน พลอยชมพูเริ่มรู้สึกถึงแรงยุบตัวของฟูก

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   ขอเเต่งงาน

    คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองรถยนต์คันหรูเลี้ยวเข้ามาจอดในอาคารที่จอดรถของคอนโด พลอยชมพูลงจากรถพลางมองไปรอบ ๆ ด้วยความรู้สึกประหม่า นี่เป็นครั้งแรกที่เธอก้าวเข้ามาในสถานที่ที่ดูหรูหราจนกว่าจะจินตนาการถึงปรินทร์พาเธอขึ้นลิฟต์มาจนถึงชั้นที่เขาพัก ทันทีที่ประตูห้องเปิดออก พลอยชมพูก็ถึงกับอึ้งไปกับความก

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   ว่าที่พี่เขย

    รถยนต์ของปรินทร์เลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ ปรินทร์ไม่ยอมให้พลอยชมพูถือของพะรุงพะรังคนเดียว เขาแย่งถุงวัตถุดิบสารพัดอย่างจากมือเธอมาถือไว้เองทั้งหมด แม้เจ้าตัวจะพยายามปฏิเสธเพราะเกรงใจที่เห็นท่านประธานในชุดสูทเนี๊ยบต้องมาหิ้วถุงพลาสติกที่มีทั้งผักสดและเนื้อสัตว์"คุณน่านคะ พลอยถือเอง

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status