Masuk"ขอบคุณค่ะ " แจนเอ่ยขอบคุณและมองมาที่ดวงตาของผมก่อนจะก้าวเท้าออกไป เธอเหมือนมีเรื่องในใจถ้าผมคิดไม่ผิดเธอไม่ชอบใจตอนที่ผมดุพนักงานจริงๆหรือเปล่า ผมได้แต่คิดและกังวลก่อนจะเดินออกจากลิฟไป
แจน talk ฉันเดินออกมาด้วยความสับสนตอนนี้คิดว่าจะทำใจเรื่องเขาแต่กลับมารู้สึกมากกว่าเดิม ฉันแสกนนิ้วเข้าไปนั่งทำงานยิ่งคิดเห็นแต่ใบหน้าของเขาที่มองตามฉันอย่างอ่อนโยนแต่จะให้ทำอย่างไรในเมื่อเรื่องของเรามันเป็นไปไม่ได้เลย ตึ๊ก ตึ๊ก ! ในขณะที่นั่งเหมอลอยอยู่ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนกำลังเดินมาที่ด้านหลัง..ฉันหันหน้าไปมองสบสายตากับเขาทันทีคุณวิทเดินมาที่ห้องทำงานของฉันและเขากำลังมองฉันอยู่ตลอดทำให้หันไปสบสายตาเขาพอดี ตึ๊กตั๊ก! ตึ๊กตั๊ก! เสียงหัวใจของฉันมันเต้นระรัวเสียงดังแทบจะกระเด็นออกมาเขาเดินมาหาใครกันตอนนี้ในห้องนี้มีแค่ฉันคนเดียว "น้องแจนครับ เอ่อ..คือ ถ้าคุณอ้อมมาให้ไปพบผมที่ห้องด้วยนะครับ" เขาเอ่ยออกมาอย่างกระตุกกระตักเหมือนกับสิ่งที่พูดนั้นยังไม่ตรงกับสิ่งที่อยากพูด "ค่ะคุณวิท" ฉันจึงเอ่ยตอบเขาไปก่อนที่เขาจะหันหลังไปอย่างช้าๆและเดินไปเหมือนกับว่ายังไม่อยากไปเพราะยังมีเรื่องในใจอยู่ สายตาของฉันกรอกไปมาด้วยความสับสนยิ่งฉันเริ่มหันกลับมาทำใจยิ่งใกล้ชิดเขามากกว่าเดิม ฉันนั่งทำงานผ่านไปสักพักพวกพี่ๆเขาก็เข้ามาก่อนจะเที่ยงพี่คนหนึ่งเอ่ยบอกกับฉันว่าวันนี้จะพาไปทานอาหารที่ร้านอาหารในโซนห้างเพราะมีคนจะเลี้ยงได้ยินแบบนั้นรอยยิ้มของฉันก็ปรากฏขึ้นอีกครั้งเพราะมันทำให้ฉันประหยัดได้อีกหนึ่งมื้อ เวลา 11.50 น. "พร้อมหรือยังครับ" เสียงทุ้มใหญ่ดังขึ้นจากด้านหลังดวงตาของฉันเบิกโตขึ้นเพราะจดจำได้ว่านี่มันเสียงของคุณวิท สาวน้อยหันไปมองอย่างช้าๆและยิ้มแห้งไปทีหนึ่ง "พร้อมแล้วค่ะ" พี่ๆต่างเอ่ยตอบ หลังจากนั้นทุกคนก็ลุกขึ้นเตรียมกระเป๋าสตังค์เพื่อจะออกไปทานข้าวฉันจึงต้องลุกตาม เขากวาดยิ้มให้ทุกคนก่อนจะหันมาที่ฉัน ตอนนี้ฉันอยากรู้มากที่เขาจะพาไปเลี้ยงข้าวนี่เนื่องในโอกาสอะไรกันแต่ช่างเถอะอย่างน้อยๆก็ประหยัดค่าอาหารมื้อเที่ยงพี่ดิวเดินไปข้างๆคุณวิทแต่ก็ไม่กล้าที่จะพูดอะไรกับเขามากเพราะเขาเป็นถึงบอสใหญ่น้องชายเจ้าของบริษัท เมื่อถึงห้างพวกเราเดินไปที่ร้านอาหารก่อนที่เขาจะนั่งลงตอนนี้ทุกคนต่างมองหน้ากันส่งสายตาให้กันสื่อให้เข้าใจว่าใครจะนั่งข้างและตรงข้ามคุณวิท ก่อนที่พี่ดิวจะนั่งลงตรงข้างเก้าอี้ที่คุณวิทนั่งอยู่ "น้องแจนนั่งเลยค่ะ" ให้ตายสิพี่จ๋าดึงเก้าอี้ที่อยู่ตรงข้ามคุณวิทออกและเรียกให้ฉันนั่งลงคนอย่างฉันไม่เคยกล้าปฏิเสธใครด้วยจึงต้องนั่งลงด้วยอาการเกร็ง แอบเห็นสีหน้าของคุณเขายิ้มแย้มและเปล่งประกายทางสายตา เมื่อทุกคนนั่งครบแล้วพนักงานเดินเข้ามารับออเดอร์ทุกคนไม่กล้าที่จะสั่งนั่งนิ่งกันชายหนุ่มเห็นแบบนั้นจึงเอ่ยขึ้น "สั่งเลยครับ สั่งตามสบายเลยเดี๋ยวผมเลี้ยงเอง" พี่จ๋าจึงเป็นคนเริ่มสั่งของตัวเองและสั่งให้ฉันด้วยเพราะรู้ว่าฉันคงไม่กล้าสั่งก่อนที่คนอื่นๆจะสั่งตาม ตอนนี้ฉันทำตัวไม่ถูกเพราะนั่งอยู่ตรงหน้าเขาจึงก้มลงเล่นมือถือและหางตาของฉันก็สังเกตุเห็นเขามองฉันเล็กน้อยไม่ได้มองมากแต่ก็มองบ่อย "พี่วิทพามาเลี้ยงเนื่องในวันอะไรคะ" พี่จ๋าไม่ลังเลเลยที่จะเอ่ยถามเพราะจู่ๆเขาก็พามาเลี้ยงแบบไม่รู้เหตุ "เอ่อ..คือแค่อยากเลี้ยงครับเพราะเห็นว่าพวกคุณทำงานได้ดี" ฉันพอจะเข้าข้างตัวเองได้อีกไหมเพราะคิดว่าน่าจะเพราะฉันดูบึ้งตึ้งหรือเปล่าเขาจึงพามาเลี้ยงข้าว แน่แอบหลงตัวเองอีกแล้ว บรรยากาศบนโต๊ะอาหารดูเงียบสงัดเพราะไม่มีใครพูดอะไรต่างคนต่างก้มลงเล่นมือถือ คนอื่นๆเห็นเขาดุเมื่อวานจึงไม่กล้าที่จะสนทนาด้วย เขานั่งเคร่งขรึมมองดูหน้าจอมือถือคนแบบนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องงานแม้เวลาทานข้าวก็ยังคงทำงาน ฉันชอบเขาตรงที่จริงจังกับงานมากๆแบบนี้แหละแต่ก็ไม่รู้ว่าเขานั้นมีหวานใจหรือยังฉันแอบมองใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาและเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวแต่เมื่อรู้ตัวก็พยายามแสดงสีหน้านิ่งเฉยให้เร็วที่สุดเพราะกลัวคนอื่นผิดสังเกตุ ใบหน้าคมคายเงยขึ้นมามองเห็นสายตาของฉันที่มองเขาอยู่ใบหน้าหวานของฉันรีบหันหนีในทันทีเพราะกำลังถูกจ้องมอง เขาอมยิ้มเล็กน้อยเพราะเห็นว่าฉันมองเขาปกติฉันไม่สนใจใครเลยเพราะค่อนข้างเจียมตัวและรักความสงบค่อนข้างไม่เข้าสังคม "คุณอ้อมงานทางนั้นเป็นยังไงบ้างครับ" จู่ๆเขาก็เอ่ยถามหัวหน้าแผนกของฉันเพราะเห็นว่าบรรยากาศบนโต๊ะอาหารค่อนข้างเงียบสงัด "ก็เรียบร้อยดีนะคะ แต่บริษัทหนึ่งที่รับเอกสารของเราแล้วส่งให้ลูกค้าช้าเลยมีทวงถามบ้าง" เมื่อเขาได้ยินแบบนั้นก็ชักสีหน้าคุ่นคิดก่อนจะเอ่ยถามต่อ "บริษัทไหนครับ?" "บริษัทคุณเจษรมย์ค่ะ" เมื่อได้ยินเขาก็พยักหน้าเล็กน้อยทำสีหน้านิ่งเฉยบอกเลยว่าเท่และหล่อมาก "เดี๋ยวผมจัดการให้" เขาหยิบมือถือขึ้นมาและกดโทรออกไปหาใครสักคนก่อนจะขอตัวลุกขึ้นออกไปคุย เขาคุยด้วยสีหน้าที่จริงจังก่อนจะกลับมานั่งแต่ก็ไม่มีใครกล้าก้าวก่ายไปถามว่าเขาไปคุยกับใคร "อาหารมาแล้ว ทานตามสบายเลยนะครับไม่อิ่มสั่งเพิ่มได้ไม่ต้องเกรงใจ" เขาพูดพร้อมมองมาที่ฉันคนเดียว ตึ๊กตั๊ก! ตึ๊กตั๊ก! ไอ้หัวใจเจ้าบ้าก็เต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมา ฉันจึงพยักหน้าและยิ้มเล็กน้อยมือตักอาหารมาทานฉันพยายามทำตัวให้ปกติไม่คิดอะไรปกปิดความรู้สึกทุกอย่างเอาไว้เพราะหากพี่ดิวรู้ว่าฉันชอบคุณวิทเธอคงไม่พอใจฉันแน่นอน มือหนาของเขาตักอาหารขึ้นจากจานและนิ่งมองมาที่หน้าของฉันก่อนจะหันไปมองคนอื่นเมื่อเห็นว่ามีคนมองจึงตักอาหารมาใส่จานตัวเองถ้าฉันคิดไม่ผิดเขาคงอยากตักมาใส่จานของฉันแน่นอนเพราะอาการของเขามันชัดเจน "อร่อยไหมครับ?"สายตาของเขาที่มองมาที่ฉันเปล่งประกายอย่างน่าประหลาดพร้อมคำเอ่ยถาม ใบหน้างดงามของฉันแดงจัดหัวใจเต้นระรัวด้วยความเขินอายไม่กล้าที่จะตอบอะไรเพราะเขาไม่ได้เอ่ยถึงเพียงแค่ส่งสายตามาที่ฉัน "ว่าไงครับ อร่อยไหม" เขายิงคำถามมาอีกครั้งแต่ก็ไม่ได้เอ่ยชื่อใครสายตายังคงจับจ้องมาที่ฉันเหมือนเคย ตอนนี้ฉันกำลังสับสนว่าจะตอบดีไหมเพราะไม่มั่นใจว่าเขาพูดกับฉันหรือเปล่านิสัยโดยส่วนตัวของฉันเป็นแบบนี้ด้วยถ้าไม่เอ่ยถึงชื่อจะไม่ตอบ "คะ? ถามแจนไหมคะ" >>>>>ติดตามตอนต่อไป"จริงด้วยที่พี่ต้องแต่งงานก็เพราะพวกเขาอยากมีหลานพี่เจอหนทางแล้วแจน" เขายิ้มด้วยความดีใจดวงตาเบิกกว้างฉันเห็นสายตาของเขาเปล่งประกายทำให้แน่ใจว่าเขาเจอทางออกแล้วจริงๆ"แจนมีอะไรจะบอกพี่ด้วยนะ""เรื่องอะไรเหรอ""ประจำเดือนแจนขาดไปหนึ่งเดือน" เขาเก็บสีหน้าความดีใจไว้ไม่อยู่เลย"ไปซื้อที่ตรวจกัน" เขาลุกขึ้นจะพาฉันไปซื้อที่ตรวจทั้งที่ตอนนี้ก็เริ่มดึกแล้วเขาดูตื่นเต้นไม่น้อยนี่เป็นเหตุผลที่ฉันไม่อยากบอกเพราะกลัวว่าหากมันไม่เป็นอย่างที่คิดกลัวว่าเขาจะผิดหวัง"เดี๋ยวสิคะวันนี้มันดึกมากแล้วนะไว้พรุ่งนี้แจนจะรีบตรวจ" เขายิ้มไม่หุบเลยฉันยิ่งเห็นรอยยิ้มของเขาก็ยิ่งทำให้ฉันมีความสุข เมื่อทานอาหารเสร็จเราทั้งคู่ก็กลับที่พักที่เป็นบ้านตากอากาศเขาเดินวนไปมาอยู่หลายรอบจนฉันเวียนหัว"พี่วิททำไมไม่นอนคะเดินไปมาทำไม" เขาหันมายิ้มอย่างร่าเริงจนฉันแอบกลัวว่าถ้าทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่เขาคิดคงต้องเสียใจมากแน่นอน"พี่ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับแล้ว" "พี่วิทอย่าพึ่งคิดไปไกลเลยนะคะแจนกลัวไม่เป็นอย่างที่เราหวัง" เมื่อฉันพูดแบบนั้นสีหน้าของเขาเปลี่ยนทันทีและเดินมานั่งบนที่นอนข้างๆฉันด้วยสายตาที่กังวล"นั่นสิ ขนาดอยู่กั
ฉันรีบดันตัวเขาออกเพราะกลัวว่าจะมีคนมาเห็น "เดี๋ยวคนก็มาเห็นหรอก" ฉันเอ่ยด้วยน้ำเสียงเขินอาย ในขณะที่เขายังจ้องหน้าฉันอย่างไม่ละสายตา"งั้นเราเข้าห้องไปนอนก่อนละกันนะ" จู่ๆก็ลุกขึ้นดึงแขนฉันเดินพาไปที่พัก ฉันรู้สึกได้เลยว่าเขาคงรู้สึกหิวมากถามว่าฉันขัดไหมไม่มีทางการที่ได้คนที่หล่อและรวยแบบนี้เป็นกำไรของฉันมาก"แจนรู้นะว่าพี่คิดอะไรอยู่" "ครับ เดี๋ยวเสร็จแล้วพี่พาไปทานอาหารอร่อยๆนะครับ" เมื่อมาถึงห้องเขาปิดประตูยังไม่ทันสนิทก็ก้มลงจูบประกบที่ปากบางของฉันพร้อมกับมือหนาที่บีมเค้นที่สองเต้าลมหายใจถี่ถ้วนเสียงดังแขนเล็กของฉันยื่นไปกอดที่ต้นคอของเขาตอนนี้เหมือนมีอะไรแข็งๆมาดันที่สะดือฉันมือหนาก็อยู่ไม่นิ่งปลดกระดุมเสื้อและกระโปรงออกเหลือเพียงเลือนร่างอันเปล่าเปลี่ยวแม้แต่ชุดชั้นในสักตัวก็ไม่มีมือหนาคว้าร่างเล็กของฉันไปวางไว้ที่เตียงนอนสีขาวที่นุ่มนิ่ม เขาสูดดมซอกคอของฉันก่อนที่จะไต่ลงมาที่สองหว่างขาใช้ลิ้นลิ้มลองรสหวานของร่องรักลิ้นของเขาตวัดขึ้นลงๆอย่างรวดเร็ว"โอ๊ะ อ่าส์! " เสียงครวญครางของฉันดังเล็ดรวดออกมาเพราะทนต่อความเสียวซ่านไม่ไหวแล้ว"หวานดีจังนะ" ไม่นานเขาก็เงยหน้าขึ้นมาเอ่ยขึ
"คุณวิท" เสียงของพี่พนักงานคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมา ทำให้ฉันตกใจไม่น้อยที่เขาเข้ามาโดยพละการแถมพวกพี่ๆเขาดูเหมือนรู้จักด้วย" ไม่ได้ยินหรือยังไงงานใครก็เอาไปทำเองสิ" เขาเอ่ยเสียงดังอีกรอบตอนนี้ฉันงงไปหมดแล้วว่าเรื่องทั้งหมดมันเป็นยังไงกัน ทำไมดูพวกพี่ๆเขากลัวพี่วิทราวกับว่าเป็นเจ้านายตัวเองฉันหันมองทุกคนอย่างงงงวยและดูเหมือนว่าทุกคนกำลังงงอยู่เหมือนกัน ก่อนที่หญิงสาวคนนั้นจะก้มหน้าลงเล็กน้อยและเอ่ยขึ้นมา"ขอโทษค่ะ เดี๋ยวดาเอาไปทำเอง" เธอเดินมาหยิบงานในส่วนของเธอและรีบเดินไปที่โต๊ะ ฉันยืนคิดวกวนอยู่แบบนั้น โลกมันคงไม่กลมขนาดนั้นหรอกมั้ง"พี่วิทมาได้ไงคะ" ฉันเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาเพราะไม่กล้าพูดเสียงดังเกรงใจพนักงานที่อยู่ในห้องทำงานอีกอย่างฉันมาทำงานได้ไม่นานด้วยจึงเดินไปดึงแขนเขาออกมาคุยข้างนอก"พี่ซื้อของมาฝากเดี๋ยวก่อนสิจะดึงพี่ไปไหน" ในขณะที่เดินเขาก็โชว์ถุงขึ้นมาตอนนี้ฉันไม่ได้สนใจของฝากอะไรทั้งนั้นกลัวคนอื่นจะมองมากกว่า"เดี๋ยวพี่ยังไม่ตอบแจนเลยนะว่าพี่มาได้ไง""ทำไมจะมาไม่ได้ก็นี่บริษัทพ่อพี่" ใบหน้าที่ยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์จ้องมองที่ดวงตากลมของฉัน ฉันได้แต่อึ้งไม่น่าละถึงรับฉั
"แจนจะทำอะไร?" "ตัวพี่วิทห๊อมมากเลย!" เธอพูดออกมาอย่างไร้สติ ผมคิดว่าเธอคงคิดอยากทำเรื่องอย่างว่ากับผมแน่นอนและไอ้กิจมันต้องการที่จะม่อมเหล้าให้เธอเมาจะได้ฉวยโอกาสเธอโชคดีที่ผมไปช่วยเธอไว้ทันไม่งั้นไม่อยากจะคิดเลยหญิงสาวที่เมาแล้วดูหิวโหยแบบนี้"พี่ยังไม่อาบน้ำนะ" ผมดึงเธอออกแต่ยิ่งดึงก็ยิ่งกอดคอผมไว้แน่นกะจะเอาให้ได้เลยสินะ"พี่วิทเป็นของแจนเถอะนะ แจนให้อภัยพี่แล้ว" คำพูดออดอ้อนของเธอดูน่ารักในแบบที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน ผมอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้เลย"ไหนแล้วตอนนี้พี่ยังไม่เป็นของแจนอีกเหรอครับ?" ผมยื่นหน้าไปใกล้ๆเธอดูดวงตาของเธอกรอกไปมามองหน้าผมก่อนจะดึงคอผมลงไปประกบจูบจนผมตั้งตัวไม่ทันไม่คิดว่าเวลาเธอเมาจะไร้สติและร้อนแรงขนาดนี้เธอดันลิ้นเข้ามาตวัดรับรสหวานในจูบของผมไม่นานก็ทิ้งตัวนอนหลับไป ผมงงมากทั้งที่กำลังมีอารมณ์จู่ๆเธอก็มาหลับทิ้งผมไปแบบนี้ผมยิ้มแห้งและมองหน้าเธอด้วยความเอ็นดูก่อนจะก้มลงจูบที่หน้าผากของเธอหลับโดยไม่อาบน้ำแบบนี้ผมก็ต้องเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอ ก่อนจะนอนลงพักผ่อนพรุ่งนี้ค่อยสะสางกับเรื่องที่เกิดขึ้นรุ่งขึ้น แจน talkฉันลืมตาขึ้นมารู้สึกถึงความปวดหัว มองด
"พอดีที่ทำงานแจนดื่มน้ำเยอะไปหน่อยค่ะเลยไม่ค่อยหิว" ฉันพูดและยิ้มเล็กน้อยเพราะในสมองตอนนี้คิดอะไรไม่ทัน"แจนกลับบ้านกับพี่" จู่ๆพี่วิทมาจากไหนก็ไม่รู้มายืนอยู่ตรงหน้าฉันกับพี่กิจ ฉันเห็นหน้าเขายิ่งทำให้จะร้องไห้ออกมากับสิ่งที่เขาได้ทำ"กลับมาได้แล้วเหรอคะ ไม่ไปนอนกับคุณน้ำแล้วเหรอ" ดูเขางงงวยกับสิ่งที่ฉันพูดไป "คืออะไรทำไมพี่ต้องไปนอนด้วย" ยังจะมาแสดงอีกทำเป็นไม่รู้เรื่องเห็นฉันโง่นักหรือยังไง ดวงตาของฉันแดงก่ำเมื่อนึกถึงเรื่องที่ได้ยินมาเมื่อฉันมองไปที่พี่กิจเขาแสยะยิ้มแปลกๆตอนนี้ฉันสับสนไปหมดแล้ว ไม่รู้ว่าเชื่อใจใครได้บ้างดูพี่กิจก็แปลกๆไป"ก็พี่ไปนอนกับเธอมาไม่ใช่เหรอ แจนโทรไปเป็นสิบๆสายถึงไม่รับ" ฉันพูดและลุกขึ้นเดินหนีเขาออกจากร้านแต่เขาก็ดึงแขนฉันไว้ไม่ยอมให้เดิน"ปล่อยแจนนะไม่ต้องมายุ่งกับแจน" "เดี๋ยวก่อนสิคุยกันให้รู้เรื่องก่อน"ฉันสะบัดมืออกในทันทีจะให้ฉันคุยอะไรอีกในเมื่อทุกอย่างก็ชัดเจนอยู่แล้วปากบอกว่าไม่รักเธอแต่ก็เจอกับเธออยู่บ่อยๆ"แจนๆ"เขาเดินตามฉันแต่พี่กิจก็ดึงเขาไว้ปล่อยให้ฉันเดินไปขึ้นรถเขาจึงวิ่งมาขึ้นและขับรถหนีออกมาฉันได้แต่นั่งน้ำตาไหลไม่รู้ว่าต้องรู้สึกยังไง
"ที่แท้ก็มาอยู่กับไอ้กิจนี่เองรู้ไหมพี่หาจนทั่ว" ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยอารมณ์หึงหวงเดือดดาลดวงตาแดงก่ำส่อให้เห็นว่าตอนนี้เขามีอารมณ์โกรธอย่างสุดขีด"พี่วิทคือว่า..." พั๊วะ! ฉันยังพูดไม่ทันได้จบเลยเขาต่อยไปที่หน้าของพี่กิจอย่างรุนแรง"บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ามายุ่งกับผู้หญิงของฉัน" น้ำเสียงที่เคืองโกรธเอ่ยขึ้นพร้อมกับดึงคอเสื้อพี่กิจตอนนี้ฉันหน้ามืดตามัวเป็นห่วงพี่กิจเป็นอย่างมากจึงผลักเขาออก"พี่เป็นบ้าไปแล้วหรือยังไง ทำไมถึงคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้สักที" พอพูดจบฉันเดินไปจ่ายเงินพร้อมกับพาพี่กิจไปขึ้นรถและขับออกไปที่ร้านอื่น ในใจของฉันรู้สึกผิดต่อพี่วิทนะแต่เป็นห่วงพี่กิจมากกว่าตอนนั้นเราทั้งสองขับมาถึงเซเว่นพี่กิจเดินลงไปซื้ออาหารกล่องมาให้ทานก่อนจะไปส่งฉันที่ทำงานตอนนี้หัวใจฉันว้าวุ่นเป็นอย่างมาก หยิบมือถือขึ้นมาดูเห็นรูปที่ถ่ายกับพี่วิทจึงได้สติว่าตัวเองทำอะไรลงไปการที่ฉันมาอยู่กับพี่กิจเป็นธรรมดาที่เขาจะโกรธฉันนั้นมันโง่จริงๆแต่ออกไปหาเขาตอนนี้ก็ไม่ได้เพราะต้องทำงานเวลาผ่านล่วงเลยมาจน 18.32 น. ฉันรีบเก็บของเพื่อออกไปหาพี่วิทเพื่อขอโทษที่ผลักเขาแต่เมื่อไปถึงที่บริษัทก็หาเขาไม่เจอโทรหาก็
ฉันเปิดอ่านอย่างตั้งใจกับข้อความที่เขาเขียนใส่กระดาษในถุงที่ให้ฉัน"ใจหายเหมือนกันนะ ที่ผ่านมาอาจไม่เคยบอกแต่ตอนนี้กลัวไม่มีโอกาสได้บอกอีก ยิวชอบแจนนะ" ฉันรู้สึกเหมือนโลกกำลังหยุดหมุนไม่คิดว่าสิ่งที่ฉันคิดจะเป็นจริงเขาแสนดีมากจนบางครั้งฉันก็หวั่นไหวแต่ในหัวใจของฉันก็ยังคงเป็นของคุณวิทอยู่เหมือนเดิ
วันต่อมาวันนี้เป็นวันที่ฉันไปทำงานตามปกติ ยิว คุณหมอสุดหล่อที่ขาวมากๆเขาเป็นคนที่นิสัยตรงกับฉันทุกอย่างทั้งความใจเย็นใจดีหลายๆอย่างในตัวเขานั่นเหมือนกันมาก(เรื่องจริง) "สวัสดีครับแจน" เขาเข้ามาข้างในอนามัยก็เอ่ยทักทายฉันอย่างอัธยาศัยดีฉันหันไปรีบยกมือไหว้"สวัสดีค่ะพี่" ฉันเข้าใจว่าเขาอายุมากกว่า
"ทุกคนมาครบแล้วใช่ไหมครับ" เขาเอ่ยถามเป็นภาษาอังกฤษฉันพอจะฟังออกเลยเขียนออกมาเป็นภาษาไทยเขาแจ้งกำหนดการจัดงานปีใหม่ที่จะมาถึงเร็วๆนี้ ทุกคนต่างตื่นเต้นเป็นอย่างมากเพราะงานถูกจัดขึ้นที่โรงแรมหรูยิ่งใหญ่สมกับการเป็นงานปาร์ตี้ของบริษัทอินเตอร์สีหน้าของฉันยังคงนิ่งเฉยเพราะไม่ได้ตื่นเต้นอะไรเนื่องจากเ
"เป็นอะไรหรือเปล่าครับ กลัวผมหรือเปล่า" เขาหันมาจ้องที่หน้าของฉันและเอ่ยถามพร้อมกับอมยิ้ม ใบหน้าของฉันแดงออกร้อนวูบวาบเพราะใบหน้าของเขาอยู่ใกล้ใบหน้าของฉันมากเกินไปดวงตาของฉันเป็นประกายวิบวับอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นเขาให้ความสนใจกับฉันแบบนี้"ปะ...เปล่าค่ะ" ฉันรีบหลบสายตาในทันทีแต่เขากลับยังคงจ้องมอง







