تسجيل الدخول
กริ่ง! กริ่ง! เสียงนาฬิกาปลุกให้ฉันต้องตื่นขึ้นในขณะที่กำลังนอนหลับอย่างสบายฉันต้องรีบดันตัวเองลุกขึ้นเพื่อไปอาบน้ำเพราะวันนี้ต้องไปทำงานวันแรก
สวัสดีฉันชื่อแจน อายุของฉัน18 ปีเรียนจบกศน ม.ปลาย มาตอนนี้กำลังมาหางานทำที่กรุงเทพเพราะต้องการศึกษาต่อแต่ด้วยความที่ไม่มีเงินเลยต้องดิ้นรนกว่าคนอื่น ฉันสมัครงานไว้อยู่สองที่ งานที่แรกเป็นงานที่ทำรายเดือนกับงานที่สองให้ทำชั่วคราวสองอาทิตย์แต่เพราะงานตรงบริษัทที่สองเรียกตัวก่อนเลยต้องมาทำรองานที่หนึ่ง ฉันคาดหวังกับงานที่แรกมากแต่เขาไม่เรียกสักทีจึงตัดสินใจไปทำที่สองก่อน เมื่อแต่งตัวเสร็จแล้วจึงรีบลงไปรอรถแท็กซี่เพื่อนั่งไปลงที่บีทีเอส ฉันพักไม่ไกลจากบีทีเอสเท่าไหร่เดินไปก็ถึงอยู่แต่ก็เหนื่อยเอาการเลยแถมยังช้าจึงตัดสินใจนั่งแท็กซี่ไปดีกว่าวันหลังค่อยนั่งรถเมย์ เมื่อเดินทางมาถึงตึกฉันก็รีบโทรหาพี่ที่เรียกตัวฉันมา "น้องแจนเดินตรงไปที่เคาว์เตอร์และบอกเขาว่ามาบริษัท เจดับบิวซีเลย " เสียงปลายสายเอ่ยบอก ฉันจึงรีบเดินตรงไปแรกบัตรประชาชนกับพนักงานต้อนรับเพื่อขึ้นไปที่ตึกและไปที่บริษัท "สวัสดีค่ะ จริยรินทร์ค่ะที่ HR โทรให้มาเริ่มงานค่ะ" เมื่อฉันเห็นพี่พนักงานคนหนึ่งก็เอ่ยแนะนำตัวกับเขา "อ่อน้องแจนใช่ไหม อะใบสมัครเขียนเสร็จแล้วบอกพี่นะ" เขายื่นใบสมัครมาให้ฉันตายจริงมีแต่ภาษาอังกฤษทั้งนั้นเลยแต่ไม่เป็นไรฉันยังพอมีพื้นฐานอยู่จึงพอเขียนใบสมัครได้แต่เมื่อเหลือบสายตาไปมองข้างๆมีเพื่อนอีกสองคนที่นั่งเขียนใบสมัครด้วย ฉันจึงขอเขานั่งเขียนด้วย งานที่เขาให้มาช่วยทำคือเอกสารที่ต้องส่งให้ลูกค้าเร่งด่วนแต่ทำไม่ทันจึงจ้างพนักงานชั่วคราวมา แต่เมื่อฉันเขียนเสร็จพี่ที่ทำงานกับบอกให้ฉันช่วยงานเขาที่หน้าเคาว์เตอร์ ส่วนสองคนนั้นให้ไปอีกที่หนึ่งฉันพยายามมองตามว่าเขาสองคนไปที่ไหน แต่ก็ไม่รู้เลยจึงนั่งลงทำงานในวินาทีนั้นฉันงงไปหมดว่าพี่เขาจดจำงานได้ยังไงทำไมมันยากอย่างนี้ไหนจะภา่ษาอังกฤษอีก ผ่านไปหนึ่งวัน เลิกงานฉันรีบกลับห้องพักจากที่ทำงานไปห้องพักไกลเป็นบ้าเลยได้แต่ภาวนาให้บริษัทแรกที่สมัครไว้เรียกตัวไวๆเพราะฉันรู้สึกไม่ค่อยอยากทำงานที่นี่เลย และผ่านไปอีกวันที่รู้สึกเหนื่อยล้าไม่น้อย ฉันไปทำงานทุกวันจนครบสองอาทิตย์และสองคนที่มาทำงานพร้อมฉันก็ออกไปแต่เขากลับยังไม่ให้ฉันออก "หนูต้องทำงานถึงวันไหนคะ" "ทำไปเรื่อยๆก่อนนะช่วยพี่ก่อนเดี๋ยวพี่บอก"พี่น้ำที่คอยช่วยสอนงานฉันเอ่ยเพราะเห็นว่าฉันช่วยงานเขาได้เยอะเลยจึงไม่อยากให้ฉันออก ฉันได้แต่ยิ้มแห้งเพราะงานที่ไปสมัครไว้ก็ไม่ติดต่อมาเลยงานนี่้ก็ไม่รู้จะต้องทำไปถึงเมื่อไหร่ ในขณะที่ฉันทำงานอยู่ก็มีลูกค้าและเจ้านายมาประชุมที่ห้องประชุมหลายคนตอนนั้นมีชายหนุ่มคนหนึ่งหน้าตาหล่อเหลาสูงขาวใบหน้าคมดวงตาโต ดูแล้วน่าหลงใหลไม่น้อยเดินตรงมาที่ฉัน "น้องครับ ผมขอน้ำที่ห้องประชุมหน่อยนะครับ" เสียงสั่งจากเขาซึ่งฉันก็ไม่รู้หรอกว่าเขาเป็นใครแต่ก็ต้องเอาไปเสิร์ฟความจริงที่นี่มีแม่บ้านอยู่หนึ่งคนแต่ก็ไม่เข้าใจทำไมต้องมาใช้ฉัน ในขณะที่เดินเอาน้ำไปเสิร์ฟกลับมีดวงตาคู่หนึ่งจ้องมองฉันอย่างไม่ละสายตาไม่ใช่ใครเลยคนเมื่อสักครู่ ฉันพยายามไม่สนใจและรีบเดินออกมานั่งทำงานต่อ "แจนวันนี้ไปกินข้าวกับพี่ไหม" สักพักก็มีเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งเธอสวยมากแต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นใครมาเรียกฉัน ใบหน้าของฉันเงยขึ้นมองและเอ่ยปฏิเสธเธอไปเพราะห่อข้าวมาเนื่องจากต้องการประหยัด นั่งอยู่สักพักก็มีน้ำหวานมาตั้งไว้ที่หน้าเคาว์เตอร์ทำงานของฉัน "พี่ซื้อมาให้" เสียงของพี่น้ำคนที่ใจดีสอนงานฉันนั่นเอง พี่เขาใจดีกับฉันมากสอนงานดีตลอดไม่เคยวีนใส่ฉันเลยสักครั้ง "ขอบคุณมากนะคะ" ฉันหยิบแก้วน้ำมาดื่มต้องตกใจกับราคา 259 บาท นี่มันสังคมคนรวยนี่น่าตายจริงฉันต้องมาอยู่ในแวดวงคนรวยในขณะที่เงินเดือนตัวเองไม่ถึงหมื่น ในตอนที่ทำงานอยู่นั้นพี่ดิวที่ชอบมาชวนฉันไปทานข้าวก็เข้าหาฉันไม่หยุดเพราะเขารู้สึกถูกชะตากับฉันจนทั้งสองคนเราสนิทสนมกันเหมือนพี่น้องแท้ๆ ทานข้าวด้วยกันตลอดพี่เขาใจดีกับฉันมากมีอะไรซื้อมาแบ่งฉันตลอดฉันรักเขาเหมือนพี่สาวแท้ๆเลย พอนั่งทำงานอยู่ฉันก็ได้ยินพวกพี่เขานินทาน้องชายของเจ้าของบริษัทว่าน่ากลัวและเอาแต่ใจตัวเองเพราะดุมากแต่ฉันก็ไม่เคยเห็นเขาจึงเกิดความสงสัยว่าคนไหน "คุณวิทหล่อนะแต่ดุไปหน่อยดุยังไงหนูก็ชอบ" เสียงพี่ดิวเมาส์มอยกับพี่ที่แผนกฉันเกิดอยากจะเห็นแล้วสินะว่าคนไหนที่พวกเขาพูดถึง ในที่สุดฉันก็รู้จนได้ว่าเขาคือคนที่สั่งให้ฉันเอาน้ำไปเสิร์ฟแต่ใบหน้าของเขาก็ดุจริงๆแถมยังต่อว่าพนักงานบ่อยด้วย ถามว่าฉันกลัวไหม ไม่อะฉันไม่เคยต้องกลัวใครอยู่แล้วจะเป็นใครก็ช่างเถอะ ทำงานไปได้สักพักฉันก็ได้ย้ายแผนกมาอยู่กับพี่ดิวและคุณวิทในใจของฉันตอนนั้นอยากออกมากไม่อยากทำงานที่นี่แล้วแต่ก็ต้องทำเพราะไม่ทำก็ไม่มีเงิน ช่วงนี้เลยต้องเจอคุณวิทบ่อยขึ้นด้วยความที่ฉันเป็นคนที่นิ่งไม่ค่อยคุยกับใครและดูน่าค้นหาเขาจึงไม่ค่อยกล้าดุและยุ่งกับฉันมากนักทุกครั้งที่เดินผ่านก็มีส่งยิ้มให้ฉันบ้าง ถ้าถามว่าฉันชอบเขาไหมใครจะไม่ชอบละฉันชอบเขาตั้งแต่เจอกันครั้งตอนที่ไม่รู้ว่าเขาคือใครแล้วแต่ด้วยอายุที่น้อยและฐานะต่ำต้อยอย่างฉันจึงไม่ได้แสดงออกอะไรเพราะมันคงเป็นไปไม่ได้แน่นอน และฉันก็รู้ว่าคนในออฟฟิชชอบเขามากมาย และหนึ่งในนั้นก็มีพี่ดิวพี่ที่เปรียบเสมือนพี่สาวฉันจึงต้องเก็บความรู้สึกไว้ในใจ "พี่นิวหนูชอบพี่วิทมากเลยเขาจะสนใจหนูไหม" พี่ดิวเอ่ยถามพี่ในแผนก พวกพี่เขาก็ช่วยเต็มที่พยายามทำให้ทั้งสองคนได้ใกล้ชิดกันฉันก็ทำได้แค่เก็บทุกอย่างไว้ในใจ จนวันนี้เป็นวันเกิดของพี่ดิวพวกพี่เขาก็ต่างพากันเซอร์ไพร์ด้วยการให้คุณวิทแกล้งต่อว่าจนพี่ดิวร้องไห้ก่อนจะให้คุณวิทเอาเค้กถือออกมาเซอร์ไพร้ฉันเจ็บปวดหัวใจไม่น้อยแต่ก็ต้องยอมรับที่น่าแปลกใจที่เขามองฉันอยู่บ่อยๆ วิท Talk เธอไม่ค่อยมองผมเลยเธอดูนิ่งเฉยเหมือนกับไม่สนใจใครเธอน่าค้นหามากสำหรับผม แต่วันนี้ผมต้องทำตามที่พนักงานขอผมได้แต่มองดูใบหน้าของแจนว่าเธอคิดอะไรอยู่ ใบหน้าของเธอดูเศร้าสร้อยผมไม่รู้ว่าเธอรู้สึกยังไงหรือผมจะคิดไปเอง แจน Talk เมื่อเป่าเค้กเสร็จฉันมองดูหน้าของพี่ดิวเธอดูดีใจและมีความสุขมากฉันควรดีใจที่พี่สาวของฉันสมหวังแต่ทำไมรู้สึกเจ็บจัง "มาๆถ่ายรูปกัน" พี่ที่แผนกเรียกเขาไปถ่ายรูปรวม พี่ดิวและคุณวิทยืนคู่กันโดยที่ฉันยืนอยู่ที่ขอบแต่ที่สังเกตุได้ชัดคือสายตาของเขาจ้องมองมาที่ฉันอยู่หลายรอบเขาไม่ค่อยมองพี่ดิวเลยทีแรกนึกว่าคิดไปเองแต่รูปภาพที่ส่งเข้ากลุ่มไลน์มันเห็นได้ชัดคือเขามองมาที่ฉันจริงๆ หัวใจของฉันเต้นด้วยความหวังอีกครั้ง หรือจริงๆแล้วเขาจะสนใจฉันจริง คงไม่หรอกมั้งผู้หญิงสวยๆฐานะดีๆในบริษัทชอบเขาตั้งมากมายเขาจะสนใจเด็กบ้านนอกอา่ยุ 18 อย่างฉันทำไม ตอนที่ฉันนั่งคิดอยู่นั้นเขาเดินตรงเข้ามาหาฉันที่โต๊ะ "น้องแจนครับผมฝากเอกสารนี้ให้คุณนิวหน่อยครับ" เขายื่นเอกสารใบหนึ่งให้ฉันและยิ้มให้ก่อนจะเดินจากไป คนนั่งอยู่ตั้งเยอะทำไมถึงได้เอามาให้ฉันนะเขาทำให้ฉันสับสนอีกแล้ว "แจนเมื่อกี้พี่วิทมาถามอะไรแจน" "คุณวิทเอาเอกสารมาฝากให้พี่นิวค่ะ" ฉันยื่นเอกสารให้พี่ดิวเพราะเธอนั่งโต๊ะใกล้กับพี่นิวและก้มหน้าลงทำงานต่อ วันต่อมา ฉันต้องย้ายไปนั่งทำงานที่ออฟฟิชห้องหนึ่งเป็นที่ที่เขาทำงานแต่คุณวิทอยู่ในห้องประชุมกับพี่ชายที่เป็นเจ้าของบริษัทในขณะที่ฉันนั่งทำงานกับพี่ที่เป็นผู้ชายที่นั่งข้างก็เหลือบสายตาเข้าห้องประชุมไปเห็นสายตาสองคู่จ้องมองฉันอยู่เพราะห้องประชุมใสเป็นกระจก ดวงตาของหญิงสาวอย่างฉันกรอกไปมาเพราะสงสัยว่าตัวเองทำอะไรผิดหรือเปล่าทำไมเจ้าของบริษัทอย่างคุณวายุและคุณวิทถึงจ้องฉันอย่างยาวนานไม่ละสายตา บอกตรงๆเลยว่าตอนนี้ฉันทำงานอึดอัดมากที่โดนสายตาของคนใหญ่คนโตของบริษัทจ้องมองแบบนี้ "น้องแจน!" >>>>>ติดตามตอนต่อไป"จริงด้วยที่พี่ต้องแต่งงานก็เพราะพวกเขาอยากมีหลานพี่เจอหนทางแล้วแจน" เขายิ้มด้วยความดีใจดวงตาเบิกกว้างฉันเห็นสายตาของเขาเปล่งประกายทำให้แน่ใจว่าเขาเจอทางออกแล้วจริงๆ"แจนมีอะไรจะบอกพี่ด้วยนะ""เรื่องอะไรเหรอ""ประจำเดือนแจนขาดไปหนึ่งเดือน" เขาเก็บสีหน้าความดีใจไว้ไม่อยู่เลย"ไปซื้อที่ตรวจกัน" เขาลุกขึ้นจะพาฉันไปซื้อที่ตรวจทั้งที่ตอนนี้ก็เริ่มดึกแล้วเขาดูตื่นเต้นไม่น้อยนี่เป็นเหตุผลที่ฉันไม่อยากบอกเพราะกลัวว่าหากมันไม่เป็นอย่างที่คิดกลัวว่าเขาจะผิดหวัง"เดี๋ยวสิคะวันนี้มันดึกมากแล้วนะไว้พรุ่งนี้แจนจะรีบตรวจ" เขายิ้มไม่หุบเลยฉันยิ่งเห็นรอยยิ้มของเขาก็ยิ่งทำให้ฉันมีความสุข เมื่อทานอาหารเสร็จเราทั้งคู่ก็กลับที่พักที่เป็นบ้านตากอากาศเขาเดินวนไปมาอยู่หลายรอบจนฉันเวียนหัว"พี่วิททำไมไม่นอนคะเดินไปมาทำไม" เขาหันมายิ้มอย่างร่าเริงจนฉันแอบกลัวว่าถ้าทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่เขาคิดคงต้องเสียใจมากแน่นอน"พี่ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับแล้ว" "พี่วิทอย่าพึ่งคิดไปไกลเลยนะคะแจนกลัวไม่เป็นอย่างที่เราหวัง" เมื่อฉันพูดแบบนั้นสีหน้าของเขาเปลี่ยนทันทีและเดินมานั่งบนที่นอนข้างๆฉันด้วยสายตาที่กังวล"นั่นสิ ขนาดอยู่กั
ฉันรีบดันตัวเขาออกเพราะกลัวว่าจะมีคนมาเห็น "เดี๋ยวคนก็มาเห็นหรอก" ฉันเอ่ยด้วยน้ำเสียงเขินอาย ในขณะที่เขายังจ้องหน้าฉันอย่างไม่ละสายตา"งั้นเราเข้าห้องไปนอนก่อนละกันนะ" จู่ๆก็ลุกขึ้นดึงแขนฉันเดินพาไปที่พัก ฉันรู้สึกได้เลยว่าเขาคงรู้สึกหิวมากถามว่าฉันขัดไหมไม่มีทางการที่ได้คนที่หล่อและรวยแบบนี้เป็นกำไรของฉันมาก"แจนรู้นะว่าพี่คิดอะไรอยู่" "ครับ เดี๋ยวเสร็จแล้วพี่พาไปทานอาหารอร่อยๆนะครับ" เมื่อมาถึงห้องเขาปิดประตูยังไม่ทันสนิทก็ก้มลงจูบประกบที่ปากบางของฉันพร้อมกับมือหนาที่บีมเค้นที่สองเต้าลมหายใจถี่ถ้วนเสียงดังแขนเล็กของฉันยื่นไปกอดที่ต้นคอของเขาตอนนี้เหมือนมีอะไรแข็งๆมาดันที่สะดือฉันมือหนาก็อยู่ไม่นิ่งปลดกระดุมเสื้อและกระโปรงออกเหลือเพียงเลือนร่างอันเปล่าเปลี่ยวแม้แต่ชุดชั้นในสักตัวก็ไม่มีมือหนาคว้าร่างเล็กของฉันไปวางไว้ที่เตียงนอนสีขาวที่นุ่มนิ่ม เขาสูดดมซอกคอของฉันก่อนที่จะไต่ลงมาที่สองหว่างขาใช้ลิ้นลิ้มลองรสหวานของร่องรักลิ้นของเขาตวัดขึ้นลงๆอย่างรวดเร็ว"โอ๊ะ อ่าส์! " เสียงครวญครางของฉันดังเล็ดรวดออกมาเพราะทนต่อความเสียวซ่านไม่ไหวแล้ว"หวานดีจังนะ" ไม่นานเขาก็เงยหน้าขึ้นมาเอ่ยขึ
"คุณวิท" เสียงของพี่พนักงานคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมา ทำให้ฉันตกใจไม่น้อยที่เขาเข้ามาโดยพละการแถมพวกพี่ๆเขาดูเหมือนรู้จักด้วย" ไม่ได้ยินหรือยังไงงานใครก็เอาไปทำเองสิ" เขาเอ่ยเสียงดังอีกรอบตอนนี้ฉันงงไปหมดแล้วว่าเรื่องทั้งหมดมันเป็นยังไงกัน ทำไมดูพวกพี่ๆเขากลัวพี่วิทราวกับว่าเป็นเจ้านายตัวเองฉันหันมองทุกคนอย่างงงงวยและดูเหมือนว่าทุกคนกำลังงงอยู่เหมือนกัน ก่อนที่หญิงสาวคนนั้นจะก้มหน้าลงเล็กน้อยและเอ่ยขึ้นมา"ขอโทษค่ะ เดี๋ยวดาเอาไปทำเอง" เธอเดินมาหยิบงานในส่วนของเธอและรีบเดินไปที่โต๊ะ ฉันยืนคิดวกวนอยู่แบบนั้น โลกมันคงไม่กลมขนาดนั้นหรอกมั้ง"พี่วิทมาได้ไงคะ" ฉันเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาเพราะไม่กล้าพูดเสียงดังเกรงใจพนักงานที่อยู่ในห้องทำงานอีกอย่างฉันมาทำงานได้ไม่นานด้วยจึงเดินไปดึงแขนเขาออกมาคุยข้างนอก"พี่ซื้อของมาฝากเดี๋ยวก่อนสิจะดึงพี่ไปไหน" ในขณะที่เดินเขาก็โชว์ถุงขึ้นมาตอนนี้ฉันไม่ได้สนใจของฝากอะไรทั้งนั้นกลัวคนอื่นจะมองมากกว่า"เดี๋ยวพี่ยังไม่ตอบแจนเลยนะว่าพี่มาได้ไง""ทำไมจะมาไม่ได้ก็นี่บริษัทพ่อพี่" ใบหน้าที่ยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์จ้องมองที่ดวงตากลมของฉัน ฉันได้แต่อึ้งไม่น่าละถึงรับฉั
"แจนจะทำอะไร?" "ตัวพี่วิทห๊อมมากเลย!" เธอพูดออกมาอย่างไร้สติ ผมคิดว่าเธอคงคิดอยากทำเรื่องอย่างว่ากับผมแน่นอนและไอ้กิจมันต้องการที่จะม่อมเหล้าให้เธอเมาจะได้ฉวยโอกาสเธอโชคดีที่ผมไปช่วยเธอไว้ทันไม่งั้นไม่อยากจะคิดเลยหญิงสาวที่เมาแล้วดูหิวโหยแบบนี้"พี่ยังไม่อาบน้ำนะ" ผมดึงเธอออกแต่ยิ่งดึงก็ยิ่งกอดคอผมไว้แน่นกะจะเอาให้ได้เลยสินะ"พี่วิทเป็นของแจนเถอะนะ แจนให้อภัยพี่แล้ว" คำพูดออดอ้อนของเธอดูน่ารักในแบบที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน ผมอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้เลย"ไหนแล้วตอนนี้พี่ยังไม่เป็นของแจนอีกเหรอครับ?" ผมยื่นหน้าไปใกล้ๆเธอดูดวงตาของเธอกรอกไปมามองหน้าผมก่อนจะดึงคอผมลงไปประกบจูบจนผมตั้งตัวไม่ทันไม่คิดว่าเวลาเธอเมาจะไร้สติและร้อนแรงขนาดนี้เธอดันลิ้นเข้ามาตวัดรับรสหวานในจูบของผมไม่นานก็ทิ้งตัวนอนหลับไป ผมงงมากทั้งที่กำลังมีอารมณ์จู่ๆเธอก็มาหลับทิ้งผมไปแบบนี้ผมยิ้มแห้งและมองหน้าเธอด้วยความเอ็นดูก่อนจะก้มลงจูบที่หน้าผากของเธอหลับโดยไม่อาบน้ำแบบนี้ผมก็ต้องเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอ ก่อนจะนอนลงพักผ่อนพรุ่งนี้ค่อยสะสางกับเรื่องที่เกิดขึ้นรุ่งขึ้น แจน talkฉันลืมตาขึ้นมารู้สึกถึงความปวดหัว มองด
"พอดีที่ทำงานแจนดื่มน้ำเยอะไปหน่อยค่ะเลยไม่ค่อยหิว" ฉันพูดและยิ้มเล็กน้อยเพราะในสมองตอนนี้คิดอะไรไม่ทัน"แจนกลับบ้านกับพี่" จู่ๆพี่วิทมาจากไหนก็ไม่รู้มายืนอยู่ตรงหน้าฉันกับพี่กิจ ฉันเห็นหน้าเขายิ่งทำให้จะร้องไห้ออกมากับสิ่งที่เขาได้ทำ"กลับมาได้แล้วเหรอคะ ไม่ไปนอนกับคุณน้ำแล้วเหรอ" ดูเขางงงวยกับสิ่งที่ฉันพูดไป "คืออะไรทำไมพี่ต้องไปนอนด้วย" ยังจะมาแสดงอีกทำเป็นไม่รู้เรื่องเห็นฉันโง่นักหรือยังไง ดวงตาของฉันแดงก่ำเมื่อนึกถึงเรื่องที่ได้ยินมาเมื่อฉันมองไปที่พี่กิจเขาแสยะยิ้มแปลกๆตอนนี้ฉันสับสนไปหมดแล้ว ไม่รู้ว่าเชื่อใจใครได้บ้างดูพี่กิจก็แปลกๆไป"ก็พี่ไปนอนกับเธอมาไม่ใช่เหรอ แจนโทรไปเป็นสิบๆสายถึงไม่รับ" ฉันพูดและลุกขึ้นเดินหนีเขาออกจากร้านแต่เขาก็ดึงแขนฉันไว้ไม่ยอมให้เดิน"ปล่อยแจนนะไม่ต้องมายุ่งกับแจน" "เดี๋ยวก่อนสิคุยกันให้รู้เรื่องก่อน"ฉันสะบัดมืออกในทันทีจะให้ฉันคุยอะไรอีกในเมื่อทุกอย่างก็ชัดเจนอยู่แล้วปากบอกว่าไม่รักเธอแต่ก็เจอกับเธออยู่บ่อยๆ"แจนๆ"เขาเดินตามฉันแต่พี่กิจก็ดึงเขาไว้ปล่อยให้ฉันเดินไปขึ้นรถเขาจึงวิ่งมาขึ้นและขับรถหนีออกมาฉันได้แต่นั่งน้ำตาไหลไม่รู้ว่าต้องรู้สึกยังไง
"ที่แท้ก็มาอยู่กับไอ้กิจนี่เองรู้ไหมพี่หาจนทั่ว" ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยอารมณ์หึงหวงเดือดดาลดวงตาแดงก่ำส่อให้เห็นว่าตอนนี้เขามีอารมณ์โกรธอย่างสุดขีด"พี่วิทคือว่า..." พั๊วะ! ฉันยังพูดไม่ทันได้จบเลยเขาต่อยไปที่หน้าของพี่กิจอย่างรุนแรง"บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ามายุ่งกับผู้หญิงของฉัน" น้ำเสียงที่เคืองโกรธเอ่ยขึ้นพร้อมกับดึงคอเสื้อพี่กิจตอนนี้ฉันหน้ามืดตามัวเป็นห่วงพี่กิจเป็นอย่างมากจึงผลักเขาออก"พี่เป็นบ้าไปแล้วหรือยังไง ทำไมถึงคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้สักที" พอพูดจบฉันเดินไปจ่ายเงินพร้อมกับพาพี่กิจไปขึ้นรถและขับออกไปที่ร้านอื่น ในใจของฉันรู้สึกผิดต่อพี่วิทนะแต่เป็นห่วงพี่กิจมากกว่าตอนนั้นเราทั้งสองขับมาถึงเซเว่นพี่กิจเดินลงไปซื้ออาหารกล่องมาให้ทานก่อนจะไปส่งฉันที่ทำงานตอนนี้หัวใจฉันว้าวุ่นเป็นอย่างมาก หยิบมือถือขึ้นมาดูเห็นรูปที่ถ่ายกับพี่วิทจึงได้สติว่าตัวเองทำอะไรลงไปการที่ฉันมาอยู่กับพี่กิจเป็นธรรมดาที่เขาจะโกรธฉันนั้นมันโง่จริงๆแต่ออกไปหาเขาตอนนี้ก็ไม่ได้เพราะต้องทำงานเวลาผ่านล่วงเลยมาจน 18.32 น. ฉันรีบเก็บของเพื่อออกไปหาพี่วิทเพื่อขอโทษที่ผลักเขาแต่เมื่อไปถึงที่บริษัทก็หาเขาไม่เจอโทรหาก็






