Masukตอนที่ 55
หลายคนเงียบไป เหมือนไม่อยากจะพูด จ้างเกอก็พูดยิ้มๆว่า “ไม่ต้องห่วง ข้ารู้ดีว่าต้องทำอะไรบ้าง ข้าเคยค้าขายที่เมืองอื่นมาก่อน แค่อยากได้คนที่ต้องไปติดต่อเท่านั้น”
หลายคนจึงทำท่าโล่งอก จากนั้นจ้างเกอก็เปลี่ยนเรื่องพูด เขาเล่าถึงยาสมุนไพรที่หามาได้ ทำให้คนที่มากินเนื้อย่างตรงนั้นสนใจ พากันสอบถามคุณสมบัติและแหล่งซื้อ ซึ่งจ้างเกอก็ตอบได้ถูกต้อง แสดงให้เห็นว่าเขามีความรู้เรื่องสมุนไพรจริง ไม่ได้มาหลอกลวงหรือแสร้งมาตีสนิทเพื่อหาข้อมูล
เมื่อกินเสร็จ จ้างเกอก็พาหลานสาวออกไปเดินเล่นและซื้อของเหมือนคนทั่วไป เมื่อเดินกลับึงห้องพักที่โรงเตี๊ยม ตอนนี้เสี่ยวเอ้อจุดเตาถ่านในห้องให้แล้ว
ลู่เหยาหลงอดถามด้วยความกังวลไม่ได้ว่า “วันนี้ไม่มีใครยอมบอกอะไรเลย แล้วเราจะทำอย่างไรดีขอรับ”
เฟิงหลี่เฉียงซึ่งเตรียมตัวอาบน้ำ ก็ตอบอย่างสบายอารมณ์ว่า “ไม่ต้องห่วง รอดูไปเถอะ”
และก็เป็นไปตามคาด ในตอนสายของวันรุ่งขึ้น มีเสียงเคาะประตูห้องของพวกเขา เฟิงหลี่เฉียงถามด้วยเสียงห้าวๆ ของจ้างเกอว่า “ใค
ตอนที่ 56หลายคนสะดุ้งตื่นขึ้น ในขณะที่คนเฝ้ายามรีบโยนฟืนเข้าไปในกองไฟที่จุดเอาไว้รอบขบวน และตะโกนบอกทุกคนด้วยเสียงดังก้องในความมืด “ทุกคนตื่นเร็ว! หมาป่าบุกแล้ว!!!”เมื่อได้ยิน ผู้ชายต่างรีบคว้าดาบ หอก ไม้ มีดและอะไรก็ได้ที่เป็นอาวุธ กระโดดลงมาจากรถ มายืนรวมตัวกันด้านหน้า เสียงหัวหน้าขบวนตะโกนสั่งให้ผู้หญิง คนแก่และเด็กซ่อนตัวในรถให้ดี สำหรับพวกเขาที่เดินทางไปตามทะเลทรายแบบนี้มาเกือบทั้งชีวิต การถูกโจมตีจากฝูงหมาป่าทะเลทราย เป็นเรื่องที่พวกเขาพบเจอมาแล้วหลายครั้งเฟิงหลี่เฉียงพร้อมกับชายคนอื่นอีกยี่สิบกว่าคน กวาดตามองไปรอบเนินทราย ถึงแม้ตอนนี้จะมีแสงจันทร์ส่องลงมาที่พื้นทราย แต่ที่นี่ยังมีพุ่มไม้และป่าโปร่งอยู่ประปราย ทำให้พวกเขามองเห็นหมาป่าไม่ชัด แต่แล้วพวกเขาก็สะดุ้ง เมื่อมองเห็นแสงสีเขียวหลายจุดสะท้อนแสงมาจากเงามืดในป่า และหมาป่าหลายตัวโผล่ขึ้นมายืนบนเนินทรายอย่างเงียบเชียบ พวกมันค่อยๆเดินลงมาจากเนินทรายอย่างระมัดระวัง พ่อค้าบางคนส่งเสียงอุทานออกมาด้วยความตกใจ หมาป่าที่พวกเขาเห็นนั้น ถึงจะตัวไม่ใหญ่นัก แต่จำนวนที่โปล่ออกมานั้น
ตอนที่ 55หลายคนเงียบไป เหมือนไม่อยากจะพูด จ้างเกอก็พูดยิ้มๆว่า “ไม่ต้องห่วง ข้ารู้ดีว่าต้องทำอะไรบ้าง ข้าเคยค้าขายที่เมืองอื่นมาก่อน แค่อยากได้คนที่ต้องไปติดต่อเท่านั้น”หลายคนจึงทำท่าโล่งอก จากนั้นจ้างเกอก็เปลี่ยนเรื่องพูด เขาเล่าถึงยาสมุนไพรที่หามาได้ ทำให้คนที่มากินเนื้อย่างตรงนั้นสนใจ พากันสอบถามคุณสมบัติและแหล่งซื้อ ซึ่งจ้างเกอก็ตอบได้ถูกต้อง แสดงให้เห็นว่าเขามีความรู้เรื่องสมุนไพรจริง ไม่ได้มาหลอกลวงหรือแสร้งมาตีสนิทเพื่อหาข้อมูลเมื่อกินเสร็จ จ้างเกอก็พาหลานสาวออกไปเดินเล่นและซื้อของเหมือนคนทั่วไป เมื่อเดินกลับึงห้องพักที่โรงเตี๊ยม ตอนนี้เสี่ยวเอ้อจุดเตาถ่านในห้องให้แล้วลู่เหยาหลงอดถามด้วยความกังวลไม่ได้ว่า “วันนี้ไม่มีใครยอมบอกอะไรเลย แล้วเราจะทำอย่างไรดีขอรับ”เฟิงหลี่เฉียงซึ่งเตรียมตัวอาบน้ำ ก็ตอบอย่างสบายอารมณ์ว่า “ไม่ต้องห่วง รอดูไปเถอะ” และก็เป็นไปตามคาด ในตอนสายของวันรุ่งขึ้น มีเสียงเคาะประตูห้องของพวกเขา เฟิงหลี่เฉียงถามด้วยเสียงห้าวๆ ของจ้างเกอว่า “ใค
ตอนที่ 54ตาลั่วจงถอนหายใจ “เจ้าก็ดูสิ ไร่นาแห้งแล้งขนาดนี้ สัตว์เลี้ยงของข้าก็ล้มตายไป เพราะไม่มีน้ำมีหญ้าให้กินเพียงพอ”จ้างเกอถอนหายใจเสียงดัง “เฮ่อ! พวกขุนนางก็ไม่ดูดำดูดีชาวบ้านอย่างพวกเราเลย บ้านของข้าที่เกาไถก็เหมือนกัน แห้งแล้งแบบนี้ ถ้าข้าไม่มีวิชาแพทย์ ก็คงจะเลี้ยงปากท้องตัวเองกับหลานไม่ได้เหมือนกัน”“เด็กนี่เป็นลูกของใครรึ” ชายชราถาม และมองไปเด็กหญิงที่ก้มหน้ากินข้าว ด้วยความสงสาร“ลูกสาวของน้องชาย พ่อของมันไปเป็นทหารอยู่ชายแดน แม่มันไปหาของบนภูเขา แล้วก็หายตัวไป..เหอะ! ไม่รู้ว่าหนีไปแล้วหรือถูกหมีจับกินก็ไม่รู้ ข้าเลยเลี้ยงเอาบุญ”แล้วทุกคนก็สะดุ้ง เมื่อเสี่ยวเม่ยที่นั่งเงียบมาตลอด ก็ร้องไห้โฮออกมาลั่นบ้าน “ท่านพ่อ! ท่านแม่! พวกท่านทิ้งข้าไปทำไม!! ทำมายยย!! ฮือออๆๆๆ ”จ้างเกอส่ายหน้าและลูบหัวหลานปลอบใจ “ดูสิ! มันน่าสงสารแค่ไหน”ตาลั่วจงพยักหน้าหงึกๆ และมองเสี่ยวเม่ยด้วยสายตาที่ทั้งสงสารและขยาดนิดๆ เจ้าเด็กนี่ ตัวเล็กแค่นี้ แต่ร้องไห้เสียงดังจนข้าหัวใจเกือบวาย ชายชราแอบคิดในใจ
ตอนที่ 53“อย่างไรหรือ” เฟิงหลี่เฉียงทำหน้าสงสัย“มันผิดปกติ ก็เพราะมันปกติเกินไปน่ะสิ!” เซียวหลินถามเองตอบเองแต่บัณฑิตหนุ่มกลับยิ้มและปล่อยให้อีกฝ่ายพูดฝ่ายเดียว เซียวหลินรู้ดีว่า เรื่องแบบนี้ไม่สามารถพูดโดยไม่ดูตาม้าตาเรือได้ และจ้วงหยวนคนนี้ ไม่ใช่เด็กหนุ่มธรรมดาเหมือนที่เขาแสดงให้คนอื่นเห็นมาตลอดการเดินทางเซียวหลินจึงตัดสินใจพูดก่อน “ท่านก็รู้ว่าข้ามาจากกรมโยธาธิการ ช่วงที่พวกเราไปเยือนสถานที่ต่างๆ ข้าจึงสังเกตดูการก่อสร้างในพื้นที่ไปด้วย”“แล้วท่านพบอะไรหรือเปล่า” เฟิงหลี่เฉียงถามและตั้งใจฟังคำตอบ“นึกว่าท่านจะทำเป็นไม่เข้าใจไปจนจบ” เซียวหลินหัวเราะหึหึ และพูดต่อโดยไม่สนใจท่าทีเฉื่อยชาของอีกฝ่ายว่า “ท่านสังเกตเห็นฝายกั้นน้ำกับคลองส่งน้ำไหม มีบางจุดที่มีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด”เฟิงหลี่เฉียงพยักหน้า “โดยเฉพาะพื้นที่ของชาวบ้านกับของคนที่มีฐานะ”เซียวหลินตาเป็นประกาย “ใช่! เช่นที่หมู่บ้านในอำเภอเกาไถ มีช่วงหนึ่งที่ข้าหลบออกมาดูพื้นที่ที่ผิดสังเกต ข้าพบว่า ตามคลองที่ส่งน้ำเข้า
ตอนที่ 52ในที่สุดขบวนข้าหลวงตรวจการจากหนานจิงก็เดินทางเข้าสู่เขตจังหวัดจางเย่ ซึ่งอยู่ตอนกลางของมณฑลกานซู ถึงแม้ชายแดนตะวันตกเฉียงเหนือจะเป็นทะเลทราย มีความแห้งแล้งเป็นส่วนใหญ่ แต่จางเย่เป็นพื้นที่ที่ที่มีน้ำมากกว่าที่อื่น ทั้งโอเอซิส พื้นที่ชุ่มนน้ำ และแม่น้ำเฮยเหอไหลผ่าน ส่วนพื้นที่ที่อยู่ห่างออกไป จะมีทะเลทราย ทุ่งหญ้าและแนวเขาสูงสลับกันมองเห็นได้ไกลๆขบวนของพวกเขาผ่านอำเภอ หมู่บ้านและชุมชนหลายแห่ง ที่ไม่แตกต่างจากที่อื่น คือ แห้งแล้งและมีพืชผลประปราย ชาวบ้านบางคนออกมาทำไร่ทำนาท่ามกลางทุ่งหญ้าที่เริ่มแห้งเหลือง แกะและวัวตัวผอมเดินกินข้าวอยู่กลางทุ่งหญ้าแห้งเพราะเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว และพวกเขาก็มาถึงประตูเมืองจางเย่ ที่สร้างเป็นกำแพงดินผสมหิน ที่หน้าประตูมีกลุ่มข้าราชการออกมายืนต้อนรับ พวกเขาได้รับการส่งข่าวมาล่วงหน้าว่าขบวนของข้าหลวงตรวจการเดินทางมาถึงที่นี่แล้วในกลุ่มนั้น ประกอบไปด้วยผู้ว่าการจังหวัดจางเย่ ผู้ตรวจการระดับจังหวัด และแม่ทัพประจำจังหวัด ในตอนนี้ หลี่จงซึ่งเป็นผู้ว่าการจังหวัดจางเย่ มีตำแหน่งเป
เล่ม 3 ผจญภัยที่จางเย่ ตอนที่ 51ในช่วงที่แวะท่าเรือฉงชิ่ง เฟิงหลี่เฉียงพาลู่เหยาหลงไปเดินเที่ยวในเมือง เพื่อเปิดหูเปิดตา พวกเขาไปที่ทางเดินฉือชี่โข่ว ซึ่งอยู่เลียบริมฝั่งแม่น้ำเจียหลิง ทางตะวันตกของนครฉงชิ่ง ที่นี่เป็นเมืองท่าเครื่องลายครามของราชวงศ์หมิงที่โด่งดังไปทั่ว และยังมีร้านค้าขายของแปลกๆ มากมาย เด็กชายแหงนมองอาคารที่สร้างจากไม้สองชั้นเรียงเป็นแถวไปตามถนนที่ปูด้วยหินสีเทา ด้านล่างของร้านค้าเปิดประตูกว้าง ส่วนด้านบนมีทั้งร้านค้า ที่พัก และร้านอาหาร ผู้คนเดินไปมาขวักไขว่ เขายังได้เห็นชาวต่างชาติและชาติพันธุ์ต่างๆ ที่เดินทางมาจากต่างถิ่น ทั้งมาซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ากับเครื่องลายคราม และยังนำสินค้าจากบ้านเกิดของตนมาขายพวกเขานั่งกินอาหารในภัตตาคารแห่งหนึ่ง เฟิงหลี่เฉียงเล่าประวัติศาสตร์เมืองนี้ให้เด็กชายฟัง “เสี่ยวหลง เจ้ารู้ไหมว่า เหตุใดเมืองฉงชิ่งแห่งนี้ จึงมีผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ”เด็กชายส่ายหน้า “ข้าไม่ทราบขอรับ แต่คนที่นี่มีหน้าตา และการแต่งกายแตกต่างไปจากตนในเมืองหลวงมาก”บัณฑิตหนุ่มพอใจ







