LOGINเอื้อมมือออกไปเขย่าตัวเธอเบาๆ มองหญิงสาวที่สะดุ้งผวาตัวตื่นลุกขึ้นนั่งมองเขาด้วยสายตาหวาดระแวง พอเห็นท่าทีตกใจแบบนั้นชายหนุ่มถึงกับทำตัวไม่ถูกไปเหมือนกัน
“ไม่เป็นไร ฉันนอนตรงนี้ก็ได้” มนินพัทธ์ทั้งง่วงทั้งเพลียพยายามปรือตาขึ้นมามองคนตรงหน้า
“นอนตรงนี้ไม่สบายตัวหรอก ไปนอนในห้องเถอะ มาสิ”
ชายหนุ่มรู้สึกพอใจที่เห็นเธอทำตามที่บอกอย่างว่าง่ายไม่แสดงท่าทางดื้อดึงเหมือนก่อนหน้านี้ หลังจากพาหญิงสาวเดินตรงไปที่หน้าห้องนอนที่อยู่ติดกันกับห้องนอนของเขา เปิดประตูห้องเสร็จก็ดันคนตัวเล็กให้เข้าไปในห้องทันที
“เสื้อผ้าของใช้ในห้องหยิบใช้ได้ตามสบายเลยนะ” ตอนนี้เขาก็ง่วงสุดๆ แล้วเหมือนกัน พูดเสร็จก็หยิบรีโมทคอนโทรลขึ้นมาเปิดแอร์ให้เสร็จสรรพก่อนออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
มนินพัทธ์รู้สึกง่วงมาก เปลือกตาหนักอึ้งจนแทบลืมตาไม่ขึ้น ตอนนี้ไม่อยากคิดอะไรให้หนักสมองอีก ถอดเสื้อผ้าขาดวิ่นบนร่างกายออกจนหมดเหลือแค่ชุดชั้นใน ควานหาเสื้อยืดตัวโคร่งในตู้เสื้อผ้าออกมาสวมใส่เสร็จก็ล้มตัวนอนลงบนเตียงกว้างทันที
เช้าวันต่อมา..
มนินพัทธ์ปรือตาขึ้นมองไปรอบห้องนอนกว้างที่ไม่คุ้นชินสายตา มองดูหน้าต่างบานใหญ่ที่มีแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องเข้ามากระทบผ้าม่านสีเทาอ่อน พอขยับตัวก็รู้สึกปวดเมื่อยตามเนื้อตัวไปหมด ค่อยๆ ลุกออกจากเตียงเดินไปหยิบมือถือออกจากกระเป๋าสะพายขึ้นเปิดมาดูก็เห็นเป็นเบอร์ของแม่ที่โทรเข้ามาไม่ต่ำกว่าสิบสาย เธอปิดเสียงไว้ตั้งแต่เมื่อคืนเพราะไม่อยากรับสายใครทั้งนั้น นึกถึงเรื่องเลวระยำที่เกือบเกิดขึ้นกับตัวเองก็ได้แต่ทอดถอนหายใจออกมา
วันนี้เธอคงไปทำงานในสภาพหน้าบวมช้ำแบบนี้ไม่ได้แน่ สภาพร่างกายไม่เท่าไหร่แต่สภาพจิตใจไม่พร้อมออกไปเจอหน้าใครทั้งนั้น คิดได้แบบนั้นก็รีบกดโทรหาหัวหน้างานทันที นิษฐาไม่ว่าอะไรที่เธอลางานกะทันหัน ก่อนวางสายก็กำชับให้เธอไปหาหมอถ้าอาการป่วยไม่ดีขึ้น โชคดีงานที่เธอรับผิดชอบนั้นทำล่วงหน้าไว้หมดแล้ว
เธอเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันเสร็จก็หยิบเสื้อยืดและกางเกงขาสั้นในตู้เสื้อผ้าออกมาสวมใส่ ขนาดเสื้อผ้ามันเป็นไซส์ผู้ชายทั้งนั้น หันไปมองสำรวจเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นในห้องก็พบว่าดูสะอาดสะอ้านเป็นระเบียบเรียบร้อยดี ดูราวกับว่าห้องนี้ไม่มีคนอยู่มานานแล้ว
มนินพัทธ์จัดการเก็บกวาดขยะที่ทิ้งระเกะระกะตามพื้นห้องใส่ถุงพลาสติกใบใหญ่ หลังจากล้างแก้วน้ำจานชามที่กองพะเนินในอ้างล้างจานจนเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ถือวิสาสะสำรวจห้องครัวว่าพอจะมีวัตถุดิบอะไรให้เอามาทำอาหารเช้าได้บ้าง นอกจากไข่สองใบแล้วก็มีแค่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเท่านั้น
“เธอ.. ยังอยู่อีกเหรอ? ”
เสียงแหบห้าวทักออกมาจากร่างสูงที่ยืนหาวหวอดๆ ดวงตาคมกริบจ้องหญิงสาวที่ยืนเก้กังมองทางเขาอยู่เช่นกัน ท่อนบนนั้นเปลือยเปล่าอวดกล้ามเนื้อแน่นหนันเป็นลอนสวยส่วนท่อนล่างยังดีที่สวมกางเกงขาสั้นไว้ ผิวขาวราวกับน้ำนม ผมดำสนิทยุ่งเหยิงบนใบหน้าสวยๆ มันดูดีเสียจนทำให้มนินพัทธ์จ้องมองเขาไม่กะพริบตา
อีกฝ่ายที่โดนจ้องมองก็ดูเหมือนจะรู้ตัว ร่างสูงหยิบขวดน้ำเปล่าขึ้นมาเปิดดื่ม สายตาคมกริบที่จ้องมาตรงๆ ทำให้มนินพัทธ์หลบสายตาไปมองฝ่ามือของตัวเองแทน
“เอ่อ..ขอบคุณสำหรับเรื่องเมื่อคืน ขอบคุณที่ช่วยพาไปส่งโรงพยาบาลรวมถึงให้ที่พักด้วย งั้นฉันขอตัวไปเก็บของก่อน ” ยังไม่ทันจะเดินออกจากห้องครัวไป อีกฝ่ายก็เอื้อมมือออกมาดึงเสื้อยืดตัวหลวมโพรกของเธอไว้
“หิว”
“!? ”
“ทำอาหารเป็นไหม”
มนินพัทธ์พยักหน้ารับอย่างงุนงง
“ทำอะไรให้กินหน่อย”
“ ต้มมาม่าใส่ไข่ได้ไหม”
“อืม” ชายหนุ่มขยับตัวลงนั่งตรงเก้าอี้หน้าไอแลนด์ครัว มองหญิงสาวที่กำลังต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอย่างเงียบๆ เขารู้สึกหิวมากอยากหาอะไรกินรองท้องก่อนไปมหาลัย
ไม่ถึงสิบนาทีชามบะหมี่ร้อนๆ ที่มีไข่สองใบอยู่ในชามก็วางลงตรงหน้าชายหนุ่ม อีกชามที่มีแต่บะหมี่เป็นของเธอ มนินพัทธ์ถือวิสาสะหย่อนตัวลงนั่งตรงกันข้ามกับเขา เหลือบมองอีกฝ่ายที่กำลังคีบเส้นบะหมี่เข้าปาก กลิ่นหอมของมันกระตุ้นน้ำย่อยในกระเพาะให้ทำงาน เธอรู้สึกหิวไม่ต่างกับเขา ริมฝีปากเล็กกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก้มหน้าก้มตาทานบะหมี่ในชามของตัวเองอย่างเงียบๆ
เสียงตะเกียบและช้อนที่กระทบกับถ้วยทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายทานเสร็จแล้ว เธอช้อนสายตาขึ้นมองชายหนุ่มที่ขยับตัวลุกขึ้นเดินตรงไปยังห้องนอนของตัวเอง
ไม่ถึงยี่สิบนาทีร่างสูงในชุดนักศึกษาก็เปิดประตูออกมา เรือนผมสีดำสนิทถูกเซ็ตไปด้านหลังอย่างลวกๆทำให้ใบหน้างดงามราวกับรูปสลักนั้นยิ่งชวนมองกว่าเดิม หน้าตาดีขนาดนี้เห็นแค่ครั้งเดียวเป็นใครก็จำได้ทันที มนินพัทธ์สำรวจชายหนุ่มตรงหน้าที่ดูจะอ่อนกว่าเธอหลายปี ดวงตาคู่สวยภายใต้กรอบแว่นใสจับจ้องใบหน้าอีกฝ่ายเขม็ง ใบหน้าหล่อค่อนไปทางสวยนั้นสะกดสายตาเธอเหลือเกิน ส่วนชุดนักศึกษาที่สวมใส่ก็ทำให้เขาดูอ่อนเยาว์ต่างจากเมื่อคืนลิบลับ
ช่องทางรักของเธอบีบรัดท่อนเอ็นตุบๆ เป็นจังหวะไม่หยุด ความคับแน่นทำเอาเขาแทบคลั่งไม่นานนักท่อนเอ็นที่สาวเข้าออกรัวเร็วก็เกร็งกระตุกฉีดพ่นน้ำคาวออกมาจนหมดสิ้น เขาคำรามออกมาด้วยความสุขสม ความอุ่นวาบตรงท้องน้อยทำให้มิวรู้ว่าเขาปล่อยเข้ามาในตัวเธอ ลมหายใจทั้งคู่หอบกระเส่า เขาอุ้มเธอลงนอนราบกับเตียงนอนอีกครั้ง สะโพกแกร่งขยับกระแทกเข้าออกรูสวาทฉ่ำเยิ้มด้วยน้ำกามรีดเร้นน้ำในกายที่หลงเหลืออยู่ออกมาหมดทุกหยาดหยด จินล้มตัวลงนอนแผ่หลาด้วยความเหนื่อยหอบเกือบจะผล็อยหลับไปถ้าไม่เหลือบไปเห็นคนนอนข้างกันขยับตัวลุกออกจากเตียงไป “ จะไปไหน? ” เขาขมวดคิ้วผงกหัวขึ้นมองดูเธอที่เดินไปหยิบเสื้อผ้าของตัวเองขึ้นมาถือไว้ มิวหันมามองหน้าคนบนเตียงที่ยังอยู่ในอาการมึนเมาและเหนื่อยอ่อน“ กลับไง พรุ่งนี้พี่ต้องไปทำงานแต่เช้า ”“ เกือบตีสองแล้ว ดึกขนาดนี้ไม่ต้องกลับนอนด้วยกันที่นี่แหละ เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันไปส่ง ”“ พรุ่งนี้จินจะตื่นไหวเหรอ ไม่ต้องหรอกพี่กลับรถแท็กซี่เองดีกว่า ” เธอรู้สึกเหนียวตัวไปหมดอยากอาบน้ำชำระร่างกายก่อนกลับ ยังไม่ทันจะเดินเข้าห้องน้ำร่างสูงที่ผุดลุกออกจากเตียงก็เดินเข้ามากระชากเสื้อผ้
เธออยากรู้ว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นถึงทำให้จินดื่มเหล้าจนเมามายขาดสติแบบนี้“ ไม่ เดี๋ยวเธอก็หนีกลับอีก ”“…” เออ..ดันรู้ทันอีกพอถูกอีกฝ่ายพยายามดันตัวเขาให้ออกห่างร่างสูงก็ยิ่งขยับตัวเข้าหา ลำตัวทั้งคู่แนบชิดส่วนใบหน้าห่างกันแค่คืบ จินโน้มใบหน้าลงจูบริมฝีปากบางอย่างเร่าร้อนดูดดื่ม ขบเม้มดูดดึงกลีบปากนุ่มซ้ำๆ ก่อนใช้ริมฝีปากดุนดันเรียวปากของเธอให้เผยอออก สอดลิ้นร้อนเข้าไปกวาดต้อนลิ้นเล็กไม่หยุด “ มิว ฉันไม่กินมันก็ได้ แต่…ขอได้ไหม ” “ วันนี้อย่าทำเลยนะ ” ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาเมื่อสบตากับเขา หัวใจเต้นรัวเร็วจนแทบแทบหลุดออกมาจากอก ดวงตาคมสวยคู่นั้นเป็นประกายวามวาวเต็มไปด้วยแรงกำหนัด“ ทำไม? ” เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยออกมาด้วยความไม่เข้าใจ“ ไว้วันหลังเถอะนะจิน ” “ ขอเถอะมิว ถ้าไม่ได้ทำวันนี้ฉันได้ขาดใจตายแน่ๆ ” เขาพูดเร่งเร้าอย่างเอาแต่ใจ ท่อนล่างมันก็ช่างซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกดีจริงๆ แข็งขยายจนคับแน่นไปหมด “ โกหก ก่อนหน้านี้นายก็มีอะไรกับคนอื่นไม่ใช่เหรอ ยังจะมาพูดอะไรแบบนี้อีก ”“…” จินไม่คิดแก้ตัว เขามีอะไรกับคนอื่นมาก็จริงแต่คนที่เขาอยากมีอะไรด้วยคือเธอ กระทั่งตอนที่
“ ไม่ใช่ไม่ชอบ แค่รู้สึกว่านายหมกมุ่นมากเกินไป ”“ อยู่ใกล้เธอทีไรมันอดใจไม่ไหว ที่หลบหน้ากันเพราะเรื่องนี้แค่นี้เหรอ ”“…”มนินพัทธ์ไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นที่คอยแต่จะวิ่งเข้าหาเขา ทั้งที่มีอะไรกันหลายครั้งแต่เธอกลับไม่ได้สนใจในตัวเขามากกว่าเดิมเลยด้วยซ้ำ การทำตัวปกติของเธอมันทำให้เขารู้สึกไม่พอใจ แล้วท่าทางเย็นชาห่างเหินแบบนั้นก็ทำให้เขาเริ่มสนใจอีกฝ่ายมากขึ้นกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว อาจเพราะเป็นคนชอบเอาชนะอยู่แล้ว ยิ่งถูกเมินเฉยใส่มากๆเข้าก็ยิ่งรู้สึกอยากเอาชนะขึ้นมา“ จิน พี่มีเรื่องจะคุยด้วย ” ริมฝีปากเล็กพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ อารมณ์ขุ่นเคืองใจก่อนหน้านี้เบาบางลงไปจนเกือบเลือนหายไปหมดแล้ว “ ไว้คุยกันทีหลังได้ไหม ไปซื้อเบียร์มาให้ที ” เขาหยิบเงินออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นส่งให้เธอ“ นายเรียกพี่มาหาตอนสี่ทุ่มเพื่อจะให้พี่ไปซื้อเหล้าให้เนี่ยนะ ทำไมนายเป็นคนเอาแต่ใจอย่างนี้นะจิน! ” อยากจะด่าคำหยาบออกไปแต่ก็พูดไม่ออก“ อืม แล้วคิดว่าเรียกมาทำไมเหรอ ” “…” พอถูกย้อนถามก็เล่นเอาพูดไม่ออก“ จะยืนคุยกันอยู่แบบนี้หรือไง เข้ามาก่อนสิ ” ก่อนหน้านี้เธอไม่ได้อ่านข้อความอื่นๆที่จินส่งมาด้วย
บริษัทKT Medical Corporationนิษฐาเดินเข้ามาสั่งงานมนินพัทธ์ตามปกติ สายตามองใบหน้ากระจ่างใสของเด็กสาวที่ตอนนี้ไม่มีแว่นสายตามาบดบังแถมการแต่งตัวก็ดูเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จึงอดไม่ได้ที่จะพูดแซวออกมา“ มิวดูสวยขึ้นนะ แอบมีแฟนหรือเปล่าเนี่ย ”“ ไม่มีหรอกพี่ออม งานที่พี่ออมสั่งไว้มิวทำเสร็จแล้วนะคะ ” เธอหยิบแฟ้มเอกสารยืนส่งให้หัวหน้างาน “ มิวนี่ทำงานเก่งจริงๆเลยนะ พี่สั่งงานไปเมื่อเช้ายังไม่ถึงเที่ยงงานเสร็จแล้ว ” นิษฐารับแฟ้มงานจากมือของอีกฝ่าย พลันในหัวก็นึกอะไรออก“ พรุ่งนี้เย็นมิวว่างหรือเปล่า ”“ ว่างค่ะ พี่ออมมีอะไรหรือเปล่าคะ ”“ ดีเลย งั้นไปงานเลี้ยงบริษัทเคเอ็นเตอร์ไพรส์กับพี่ไหม พอดีเพื่อนพี่ชวนไปแต่พี่ไม่อยากไปคนเดียวเลยอยากจะชวนมิวไปเป็นเพื่อนด้วย ”นิษฐาพอจะรู้เรื่องราวในชีวิตของมนินพัทธ์มาบ้าง ทั้งจากปากของหญิงสาวเองรวมถึงการสังเกตจากตอนที่มนินพัทธ์ฝึกงานจนกระทั่งเข้ามาทำงานที่นี่ มนินพัทธ์เป็นคนหน้าตาน่ารักถึงไม่สวยมากจนหนุ่มๆมองเหลียวหลังแต่ก็นับว่าเป็นคนหน้าตาดีคนหนึ่ง ผิวพรรณก็ดีเสียอย่างเดียวตรงที่ไม่ค่อยชอบแต่งหน้าแต่งตัวสักเท่าไหร่ ชอบเก็บเนื้อเก็บตัวจนนิ
มือเล็กขยุ้มผ้าปูเตียงแน่น ดวงตากลมโตมองริมฝีปากที่ดูดดึงยอดอกของเธออย่างตะกละตะกลาม อากาศในห้องมันเย็นฉ่ำแต่เหงื่อกามแตกพลั่กไปทั่วทั้งตัว ฝ่ามือหยาบกร้านเกาะกุมความนุ่มหยุ่นล้นมือไว้ขณะริมฝีปากหยักสวยดูดดึงยอดอกสีแดงก่ำหนักเบาสลับกันกว่าจะสมใจเด็กวายร้ายเต้านมทั้งสองข้างก็เปียกชุ่มไปด้วยน้ำลายใส หัวนมแดงก่ำบวมเปล่งแต่ไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดอะไรแค่คัดตึงนิดๆ เท่านั้น จินหลับตาพริ้มแนบใบหน้าลงกับทรวงอกนุ่มไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าที่บอก มิวถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกก้มลงมองดูใบหน้าของเขาที่อยู่บนทรวงอกของตัวเองนิ่ง เสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายหลับไปแล้วไอ้เด็กบ้าหลับหนีกันไปดื้อๆ เสียอย่างนั้น มิวพ่นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิดงุ่นง่านเมื่อเห็นเขาชิงหลับไปก่อน กลับกลายเป็นเธอที่ตาแข็งหลับไม่ลงเสียเอง ตรงกึ่งกลางกายดันรู้สึกปวดหนึบเสียววูบวาบแปลกๆ ใจหนึ่งก็อยากผลักเขาออกห่างอีกใจก็อยากอยู่แบบนี้ นิ้วเรียวจับเรือนผมนุ่มของเด็กหนุ่มเบาๆ ลูบไล้มันขึ้นลงเหมือนลูบลูกหมาลูกแมวเธอไม่คิดว่าจินจะมีมุมน่ารักแบบนี้ด้วย เขาไม่ใช่คนอ่อนโยนที่จะใส่ใจความรู้สึกใครแต่คืนนี้การกระทำของเขากลับ
คอนโดจินตภัทรเธอได้ยินจินคุยโทรศัพท์อยู่ครู่หนึ่งหลังจากนั้นเตียงนอนก็อ่อนยวบลงตามหนักตัวของร่างสูงที่ทิ้งตัวลงมา คนด้านหลังขยับเข้ามาใกล้สอดวงแขนเข้ามากอดร่างบางไว้ ใบหน้าหล่อซบลงบนบ่าเล็กสูดดมกลิ่นหอมละมุนจากผิวกายของเธอ ทั้งที่เป็นกลิ่นครีมอาบน้ำเหมือนกันแต่กลิ่นหอมจากตัวเธอมันหอมหวานกว่านั้นมาก“มิว หลับหรือยัง? ”“วันนี้โคตรโชคดีเลยรู้ไหม ฉันชนะพนันไอ้แฟรงค์ได้เงินมาเยอะเลย” น้ำเสียงบ่งบอกความดีใจอย่างเก็บไว้ไม่อยู่ ถ้าได้เห็นใบหน้าของจินในตอนนี้คงรู้ว่าเขาดีใจมากแค่ไหน“ก็ดีแล้ว พี่ง่วงมากเลย อยากนอนแล้ว” เธอตื่นเต้นจนนอนไม่หลับทั้งที่ง่วงมาก ลมหายใจเริ่มติดขัด โดนเบียดแนบชิดขนาดนี้ใช่ว่าเธอจะไม่รู้สึกอะไร หัวใจไม่รักดีก็เต้นโครมครามจนกลัวว่าคนด้านหลังจะได้ยินเข้า“ก็นอนไปสิ”“จินขยับออกไปห่างๆ หน่อยได้ไหม นอนเบียดกันอย่างนี้พี่รู้สึกอึดอัดจนนอนไม่หลับ ” เธอข่มตาหลับไม่ลง กลัวท่อนล่างที่แนบกับบั้นท้ายของเธอจะตื่นขึ้นมา จินเลื่อนฝ่ามือลงมาบีบขยำทรวงอกใหญ่จนล้นมือเล่นเบาๆ ร่างเล็กสะดุ้งเฮือกรีบตะครุบทั้งสองมือไว้แน่น“จินอย่า”“แค่จับเท่านั้นเอง นมมิวนุ่มมือดีจริงๆ ตัวก็หอม ”







