LOGINอิศรา พงษสวัสดิ์ภักดี แม้ว่าจะก้าวเดินเข้ามาในห้องแล้ว แต่ดวงตานิลก็ไม่ละออกจากใบหน้านวลหวาน ของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายแม้แค่เสี้ยววินาทีเดียว
ใบหน้าสวยยืนขับด้วยแสงนวล กำลังมองเขากลับด้วยสายตาหวานปนดื้อร้นด้วยเช่นกัน เหมือนว่าอีกคนก็ไม่ได้แปลกใจถึงการปรากฏกาย และการเปิดประตูเข้ามาในห้องก่อนที่จะได้รับอนุญาตนี้ นั่นคงเป็นเพราะว่าเพนท์เฮ้าส์หรูนี้เขาเป็นทั้งเจ้าของและเป็นคนตั้งรหัสผ่านเอาไว้เอง
ร่างที่แตกต่างกันของคนทั้งคู่ยืนประจันหน้ากันอย่างที่ไม่มีใครยอมใคร จนกระทั่งเสียงหวานใสพูดขึ้นมาก่อน เพื่อทำลายบรรยากาศที่เงียบและชวนอึดอัดนี้
“ไม่คิดว่าพี่อิศจะกลับมาเร็วขนาดนี้” เปล่งเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้มันสั่นเครือ และเก็บความรู้สึกแสนคิดถึงเก็บเข้าซ่อนในก้นบึ้งของหัวใจ หลังจากเวลาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ถูกคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีทิ้งไว้กับทะเบียนสมรส ไม่เคยที่จะมาให้เห็นหน้าเลยสักครั้ง
“พี่ต้องมาเคลียร์ในสิ่งที่หนูดีส่งไปให้ และสิ่งที่พี่ได้รู้เรื่องมา” เสียงทุ้มแกร่งที่แสนโหยหา และอาฟเตอร์เชฟอ่อนๆ ที่ชวนให้คนฟังใจกระตุกจะถูกคนฟังสูดดมเข้าปอด
“พี่อิศพูดถึงเรื่องอะไร”
“นี่เรายังกล้าถามพี่แบบนี้เหรอ หนูดี” หึ สร้างเรื่องอะไรเอาไว้บ้าง จำไม่ได้เลยหรือไง
“ไม่รู้ครับ งั้นเอาเรื่องที่รู้ก่อน พี่อิศเซ็นให้หนูดีแล้วใช่ไหม”
“เปล่า พี่จะมาถาม?”
“จะถามอะไรครับ หนูดีว่ามันก็เคลียร์แล้วนะ” ใช่ทุกอย่างที่ส่งไปให้เขา หนูดีว่ามันเคลียร์และชัดเจนแล้วนะ เขายังต้องการที่จะเคลียร์อะไรอีก
“พี่จะถามว่า ทำไมถึงจะหย่า” อิศราถามด้วยโทนเสียงที่แข็งยิ่งกว่าเดิม เมื่อตัวเองจะต้องเอ่ยคำที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้การกลับมาไทยต้องเร็วกว่ากำหนดเดิม เพราะเขาถูกเมียส่งใบหย่าไปให้เมื่ออาทิตย์ก่อน
“แล้วทำไมหนูดีถึงจะหย่าไม่ได้ครับ”
“พี่ถาม ไม่ใช่ว่าหนูดีมาย้อนพี่!!”
“หนูดีต้องการที่จะหย่า เพราะว่าพี่อิศไม่เคยมาสนใจหนูดีเลย หนูดีต้องการอิสระ” เสียงหวานเมื่อโดนตะคอกถาม ก็ตะคอกกลับด้วยเช่นกัน และมองกลับด้วยใบหน้าที่ผิดหวังอย่างซ่อนไม่มิด
“พี่ไม่สนใจยังไง”
“พี่อิศอยู่ที่อื่น” เขาไปลงหลักปักฐานอยู่ที่ฮ่องกง ไม่กลับมาไทยเลย แบบนี้จะไม่ให้เรียกว่าไม่สนใจ และให้เรียกว่าอะไร
“พี่บอกแล้วไงว่างานยุ่ง” งานยุ่ง งานอะไรที่มันยุ่งจนไม่มีเวลาที่จะคุยกับคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมีย ทุกครั้งที่โทรไปก็มีแต่เลขารับสาย
“หนูดีเบื่อที่จะฟังคำนี้แล้วครับ” พอที ฟังและทนมานานเกินไปแล้ว
“พี่ไปทำงาน หนูดีช่วยเข้าใจได้ไหม” อิศราบอกภรรยาตัวน้อยด้วยท่าทีที่เริ่มจะโมโห ปมคิ้วที่ขมวดขึ้น เมื่อเห็นปฏิกิริยาเชิดหน้านั้น
“ไม่ครับ หนูดีจะหย่า ช่วยเซ็นใบหย่าให้ด้วยครับ หนูดีจะได้หาผัวใหม่”
“หนูดี!!” จะหาผัวใหม่เหรอ ฝันเถอะ!
“พี่อิศเซ็นเอกสารแล้วใช่ไหม เอามาให้หนูดีสิ” ร่างของกลิ่นหอมเอ่ยอย่างดื้อรั้น มือเรียวก็คลายจากการกอดอก หงายตรงหน้าชายหนุ่มเพียงเพื่อขอเอกสารที่ส่งข้ามประเทศไปให้เซ็น
ใบหย่า ที่หนูดีเซ็นไว้ก่อนแล้ว รอแค่อีกฝ่ายลงนามลงไป
“หึ” คิดว่าเขาจะเซ็นให้หรือไง “พี่บอกเราเหรอว่าพี่จะเซ็น” กระดาษสองแผ่นบ้าๆ นั่น เขาฉีกทิ้งมันไปตั้งนานแล้ว แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือร่างบางของเมียตัวดีที่นุ่งน้อยห่มน้อยไปเต้นให้คนเป็นร้อยดูต่างหากล่ะ
“ไม่เซ็นแล้วกลับมาทำไมครับ”
“พี่รู้มาว่า มีนักเต้นหน้าใหม่ที่ผับของลายเนย..พี่เลยมาดูให้เห็นกับตา”
“พ-..พี่”
“หึ แหกขาออกกว้างขนาดนั้น เขาเห็นไปถึงไหนกันแล้ว หนูดี” ทันทีที่รู้เรื่องอิศราแทบจะทิ้งโปรเจคทุกอย่าง และบินกลับไทย เพื่อลากเมียตัวดีที่ปากพึ่งจะสิ้นกลิ่นน้ำนมมาลงโทษ แต่เขาก็ทำแบบนั้นไม่ได้ เลยทำได้แค่ให้บอดี้การ์ดดูไว้ ส่วนตัวเองก็โหมงานอย่างหนัก เร่งให้เร็วขึ้น จนเมื่อประเมินดูว่าทุกอย่างพอที่จะละออกมาได้จึงเร่งมา แต่เขาก็ไม่ได้พอใจเลย เพราะการกลับมาช้าของเขา ทำให้ร่างสวยนี้ได้เผยให้คนอื่นชมไม่รู้ต่อกี่ครั้ง และกี่สายตา
ถ้าทำได้อยากจะควักตาคนพวกนั้นออกมาให้หมด ที่บังอาจมามองคนของเขา
“หนูดีใส่ชุดสีเนื้อไว้ ไม่ได้มีใครเห็นหรอก” แม้จะบอกในสิ่งที่ตัวเองเซฟเอาไว้อย่างดีทุกครั้งก่อนการขึ้นแสดง แต่เมื่อดวงตาทมิฬจ้องมองด้วยความเขม็งโกรธและเริ่มก้าวเดินเข้ามาใกล้ยิ่งกว่าเดิม เสียงบางใสก็เริ่มติดสั่นและก้าวเดินถอยหลังอัตโนมัติ จนในที่สุดก็ชนเข้ากับกระจก และร่างเล็กก็ถูกคนที่ร่างใหญ่กว่าใช้ลำแขนกักไว้ อย่างหมดทางหนี
“พี่ไม่สน พี่รู้แต่ว่าพี่โกรธและไม่พอใจมาก” ใบหน้าคมเริ่มขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนปลายจมูกโด่งชนเข้ากับแก้มใสที่เริ่มจะนวลแดงขึ้นมา
“พี่โกรธจนอยากจะฆ่าทุกคนที่ได้เห็น”
“พวกเขาไม่ได้เห็นอะไร หนูดีใส่ชุดเซฟไว้ มะ...มันเป็นเสื้อผ้าแนบเนื้อแบบใหม่ที่หนูดีกำลังจะปล่อยลงตลาด” พยายามที่จะหันแก้มหลบ แต่กลับถูกมืออีกข้างของสามีจับยึดปลายคางไว้แน่น
“เราไปเต้นยั่วไอ้พวกนั้นด้วย”
“ฮือ” เสียงร้องประท้วงดังแผ่วตามมา เมื่อปากร้อนงับเข้าที่ติ่งหูสวยที่มีจิ๋วเพชรสวยประดับอยู่
“พี่ไม่สนเหตุผลอะไรทั้งนั้น” ใบหน้าของอิศราผละออกมา มือก็เชยคางของปณิพัทธ์ขึ้นยิ่งกว่าเดิม “ตอนนี้พี่ต้องลงโทษหนูดีก่อน”
“ล- ลงโทษเรื่องอะไร”
“ทุกเรื่อง”
“...”
“สงสัยพี่คงปล่อยเราไว้นานไป จนเราลืมไปแล้วว่า”
“...”
“เป็นเมียของ อิศรา พงษสวัสดิ์ภักดี ไม่ควรแม้แต่จะไปยิ้มให้คนอื่น”
“อ๊ะ” เสียงบางคราง เมื่อมืออีกข้างลูบผ่านเสื้อคอเต่าสีดำที่ใส่อยู่
“กล้ามากนะหนูดี กล้ามาก!”
“ปล่อยนะ” เสียงเปล่งและแรงดิ้นที่แทบจะไม่สะเทือน เมื่อโดนคนที่ร่างกายใหญ่โตกว่าจับอุ้มขึ้นมาอย่างง่ายดาย
“เห็นที...พี่ต้องทวงสิทธิ์ความเป็นสามี เมื่อหกปีก่อนที่พี่ยังไม่ได้ใช้มัน!”
“...”
“สักที”
---------
TBC
แล้วคุณพรี่รออะไรตั้ง 6 ปีละค่ะ อยากจะแหมมมมมมมม🙄🙄🙄
ฝากกดหัวใจ คอมเม้นท์พูดคุยได้นะคะ หนูกำลังไล่ตอบงาบบบบบ💕💕❤️❤️
“วันนี้หนูดีต้องเป็นเมียของพี่อย่างสมบูรณ์แบบสักที”“ค- คือ”“พี่รอมานานเกินไปแล้ว”“ฮือ...”แล้วปากบางก็ถูกปิดด้วยปากร้อนของสามีหล่ออีกครั้ง ลิ้นเข้าชอนไช้อย่างกระหายในรสสัมผัสหวาน หนูดีตกใจในคราแรกแต่ไม่นานก็เกี่ยวลิ้นกลับอย่างเต็มใจ เปลือกตาบางหลับพริ้มจนแพขนตางอนยาวเด่นชัดอิศราลูบมือต่ำลงไปเรื่อยๆ จนไปหยุดอยู่ที่กลางกายเล็กน่ารักนั้น เขาชักรูดขึ้นลงเบาๆ เพื่อปลุกอารมณ์อีกครั้ง“อ่า” ครางเสียงรับในสัมผัส ลิ้นก็แลกความเร่าร้อนไม่หยุด จนกระทั่งคนตัวโตตัดใจผละออก น้ำเหนียวใสไหลเป็นสายเชื่อม แล้วก็เลื่อนใบหน้าลงไปตามที่มือตัวเองอยู่ขายาวโดนจับอ้าออกกว้างอีกครั้ง และไม่รอช้าลิ้นร้อนเมื่อครู่ก็เลียลงที่รูจีบสีหวาน“อ๊ะ” มือบางกระตุกผ้าปูที่กำแน่นอยู่ สะโพกบางกระดกรับลิ้นร้อนที่ละเลงเลียไม่หยุด แล้วก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างที่เหมือนจะสัมผัสเข้าที่เนื้อบางที่ไวต่อความรู้สึก จนต้องผงกหัวสวยขึ้นมามอง ก็พบว่าฝ่ามือใหญ่กำลังหงายมือขึ้น และเริ่มดันนิ้วชี้ยาวเข้ามาด้านใน“ผ่อนคลายหน่อยคนดี” เสียงทุ้มชวนหลงใหลดังขึ้น จนหนูดีที่กำลังอึดอัดและเสียดกับการรุกล้ำลืมตัวทำตามที่บอก ทำให้นิ้วสอดเข้ามาข้
ใจดวงน้อยของเต้นแรงอย่างห้ามเอาไว้ไม่อยู่ เมื่อเจ้าตัวถูกวางลงที่นอนนุ่มขนาดคิงไซซ์ชั้นสองของเพนท์เฮ้าส์ ร่างเล็กที่ปกติผิวขาวเนียน เมื่อตอนนี้โดนอิศราคร่อมกักไว้ก็เริ่มแดงระเรื่อไปทั้งตัวดวงตาคมจ้องเข้าไปในนัยน์ตาหวานสีน้ำตาลอย่างหลงใหล ยกมือข้างหนึ่งขึ้นรูปที่โครงหน้าโค้งรูปไข่ ปลายจมูกถูกกดลงที่แก้มนวลบางเพื่อสูดดมความหอมแสนคิดถึงหลังจากที่ห่างหายไปนาน“พ- พี่อิศ” หนูดีเรียกชื่อออกมาอย่างสั่นไหวสายตาก็ฉายความสับสน เมื่อการสัมผัสแนบชิดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน กำลังจะเกิดขึ้นสันจมูกของอิศราหลังจากสูดดมกลิ่นแก้มทั้งสองข้างจนหนำใจแล้ว ก็เลื่อนขึ้นไปหาหน้าผากมน ไล้ลงมาที่คิ้วบางทั้งสองข้าง เปลือกตา ปลายจมูกเชิดรั้นที่เป็นเอกลักษณ์ จนกระทั่งเขาได้เจอเข้ากับริมฝีปากเจือสีบางที่มีกลิ่นอ่อนๆ ของพีชลอยเข้ามาแตะจมูกอิศราจับปลายคางนั้นเชิดขึ้น จากนั้นก็ใช้นิ้วโป้งเกลี่ยที่ริมฝีปากแสนเย้ายวนนั้น“อือ..” นิ้วออกแรงกด พร้อมกับที่ร่างเล็กส่งเสียงครางที่ชายหนุ่มคิดว่าตอนนี้มันช่างไพเราะยิ่งกว่าเพลงแจ๊สที่ตัวเองชอบฟังเป็นไหนไหนเมื่อโดนจ้องอย่างไม่วางตา อีกทั้งยังโดนนิ้วร้ายกาจพอๆ กับผู้ที่เป็นเจ้า
อิศรา พงษสวัสดิ์ภักดี แม้ว่าจะก้าวเดินเข้ามาในห้องแล้ว แต่ดวงตานิลก็ไม่ละออกจากใบหน้านวลหวาน ของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายแม้แค่เสี้ยววินาทีเดียวใบหน้าสวยยืนขับด้วยแสงนวล กำลังมองเขากลับด้วยสายตาหวานปนดื้อร้นด้วยเช่นกัน เหมือนว่าอีกคนก็ไม่ได้แปลกใจถึงการปรากฏกาย และการเปิดประตูเข้ามาในห้องก่อนที่จะได้รับอนุญาตนี้ นั่นคงเป็นเพราะว่าเพนท์เฮ้าส์หรูนี้เขาเป็นทั้งเจ้าของและเป็นคนตั้งรหัสผ่านเอาไว้เองร่างที่แตกต่างกันของคนทั้งคู่ยืนประจันหน้ากันอย่างที่ไม่มีใครยอมใคร จนกระทั่งเสียงหวานใสพูดขึ้นมาก่อน เพื่อทำลายบรรยากาศที่เงียบและชวนอึดอัดนี้“ไม่คิดว่าพี่อิศจะกลับมาเร็วขนาดนี้” เปล่งเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้มันสั่นเครือ และเก็บความรู้สึกแสนคิดถึงเก็บเข้าซ่อนในก้นบึ้งของหัวใจ หลังจากเวลาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ถูกคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีทิ้งไว้กับทะเบียนสมรส ไม่เคยที่จะมาให้เห็นหน้าเลยสักครั้ง“พี่ต้องมาเคลียร์ในสิ่งที่หนูดีส่งไปให้ และสิ่งที่พี่ได้รู้เรื่องมา” เสียงทุ้มแกร่งที่แสนโหยหา และอาฟเตอร์เชฟอ่อนๆ ที่ชวนให้คนฟังใจกระตุกจะถูกคนฟังสูดดมเข้าปอด“พี่อิศพูดถึงเรื่องอะไร”“
รถสปอร์ตสีแดงคันหรูถูกผู้เป็นเจ้าของขับโลดแล่นไปบนท้องถนนด้วยความเร็วสูง นั่นคงเพราะเมื่อตกดึก บรรดารถที่เคยมีอย่างแน่นหนาตา กลับเบาบางและน้อยลง โดยเฉพาะทางด่วนพิเศษในยามนี้แล้วแทบจะไม่มีรถคนอื่นให้เห็นขับสวนให้รำคาญใจเล่นเพลงสากลสุดโปรดถูกเปิดดังลั่น และริมฝีปากบางเจือด้วยสีแดงระเรื่อของทับทิมขยับปากขับร้องไปตามเนื้อเพลงอย่างอารมณ์ดี ดวงตาสวยก็มองพื้นถนนกว้างตรงหน้า ก่อนที่จะถูกแทนที่ด้วยสายเรียกเข้าที่เชื่อมต่อผ่านระบบบลูทูธ“ว่าไง” เสียงหวานใสกดรับสาย ในขณะที่ลำคอก็ยังฮัมเพลงไม่หยุด แม้ว่าเสียงเพลงจะเงียบลงแล้วก็ตามที(หนูดี รู้ไหมวันนี้เกิดอะไรขึ้น)“หึ ก็คงจะเหมือนทุกครั้งละซิ” เจ้าของเรือนร่างเย้ายวนบอกกับ ลายเนย เพื่อนสนิทผู้ที่เป็นเจ้าของผับหรูที่ตัวเองแสดงจบลงเมื่อเกือบๆ ครึ่งชั่วโมงก่อนไป อย่างไม่ทุกข์ร้อนหรือตกใจอะไรในสิ่งที่เพื่อนหนุ่มน้อยน่ารักได้บอกกล่าว(แต่ครั้งนี้ราคาประมูลตัวสูงถึง 10 ล้านเลยนะ)“โห แสดงว่าอาชีพนี้ท่าจะรุ่ง” พูดบอกอย่างอารมณ์ดี ในขณะที่รถคันหรูก็ขับมาจนถึงเพนท์เฮ้าส์หรู มูลค่าหลายล้านที่ถูกซื้อไว้เป็นที่อยู่อาศัยเพียงคนเดียวเมื่อหลายปีก่อน(สงสัยคงเ
แสงไฟนวลทุกดวงสาดส่องโฟกัสลงร่างนวลตัวเล็กขาวผ่องอยู่กลางเวที ที่กำลังโยกย้ายเรือนร่างสวยบนเสาเหล็กอย่างเย้ายวนภายใต้อาภรณ์ชิ้นน้อยที่ปกปิดแค่ส่วนสำคัญบนล่าง คลุมทับด้วยผ้าบางโปร่งใส ทำให้ทุกครั้งที่เกิดการเคลื่อนไหวขึ้น ผ้าบางนั้นพริ้ว โบกพัด ชวนให้มองตามในความงามสะกดอย่างไม่อาจจะละสายตาได้สายตาคมของชายฉกรรจ์ทุกคู่ต่างจับจ้องร่างที่กำลังเคลื่อนไหวตามเสียงเพลงเป็นจุดเดียวกัน โดยเฉพาะท่าที่แหกขาเรียวออกกว้างกลางอากาศนั้น เรียกสายตาหื่นกระหายและลำคอที่แห้งผากได้เพียงแค่ชั่วพริบตานาทีนี้คงไม่มีทางปฏิเสธได้ว่าการแสดงบนเวทีอย่าง pole-dance ที่เพียงแค่ชื่อที่ได้ยินเรียกขานกันมานั้นนับว่าเซ็กซี่ไม่น้อย แต่เมื่อนำมารวมกับเรือนร่างผิวขาวเนียนอมชมพูด้วยแล้ว สิ่งนั้นกับยิ่งเพิ่มความน่ามองร่างโค้งเว้าที่เป็นจุดรวมสายตาของทุกดวง ใช้เทคนิคปีนป่ายเสาเหล็กกลางฟอร์อย่างชำนาญ มือเล็กเกร็งจับมั่นที่เสาไว้ จากนั้นก็ใช้เป็นจุดหมุนพาร่างกายของตัวเองให้เคลื่อนไหว เท้านวลสวยทั้งสองข้างวาดขึ้นลง เหมือนดังเทพธิดาตัวน้อยที่กำลังเดินเล่นอยู่กลางมวลเมฆยามอาทิตย์อัสดงแปะ แปะเสียงตบมือก้องดังไปทั่วเมื่อการแสดง



![อุบัติรักฟีโรโมน [Omagaverse]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

![เกิดใหม่เป็นตัวร้ายในซีรีส์วายเรื่องหนึ่ง [Mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

