เข้าสู่ระบบใจดวงน้อยของเต้นแรงอย่างห้ามเอาไว้ไม่อยู่ เมื่อเจ้าตัวถูกวางลงที่นอนนุ่มขนาดคิงไซซ์ชั้นสองของเพนท์เฮ้าส์ ร่างเล็กที่ปกติผิวขาวเนียน เมื่อตอนนี้โดนอิศราคร่อมกักไว้ก็เริ่มแดงระเรื่อไปทั้งตัว
ดวงตาคมจ้องเข้าไปในนัยน์ตาหวานสีน้ำตาลอย่างหลงใหล ยกมือข้างหนึ่งขึ้นรูปที่โครงหน้าโค้งรูปไข่ ปลายจมูกถูกกดลงที่แก้มนวลบางเพื่อสูดดมความหอมแสนคิดถึงหลังจากที่ห่างหายไปนาน
“พ- พี่อิศ” หนูดีเรียกชื่อออกมาอย่างสั่นไหวสายตาก็ฉายความสับสน เมื่อการสัมผัสแนบชิดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน กำลังจะเกิดขึ้น
สันจมูกของอิศราหลังจากสูดดมกลิ่นแก้มทั้งสองข้างจนหนำใจแล้ว ก็เลื่อนขึ้นไปหาหน้าผากมน ไล้ลงมาที่คิ้วบางทั้งสองข้าง เปลือกตา ปลายจมูกเชิดรั้นที่เป็นเอกลักษณ์ จนกระทั่งเขาได้เจอเข้ากับริมฝีปากเจือสีบางที่มีกลิ่นอ่อนๆ ของพีชลอยเข้ามาแตะจมูก
อิศราจับปลายคางนั้นเชิดขึ้น จากนั้นก็ใช้นิ้วโป้งเกลี่ยที่ริมฝีปากแสนเย้ายวนนั้น
“อือ..” นิ้วออกแรงกด พร้อมกับที่ร่างเล็กส่งเสียงครางที่ชายหนุ่มคิดว่าตอนนี้มันช่างไพเราะยิ่งกว่าเพลงแจ๊สที่ตัวเองชอบฟังเป็นไหนไหน
เมื่อโดนจ้องอย่างไม่วางตา อีกทั้งยังโดนนิ้วร้ายกาจพอๆ กับผู้ที่เป็นเจ้าของทั้งเกลี่ยทั้งกดมือขาวเล็กนุ่มก็กำผ้าปูที่นอนสีขาวจนยับไปหมด จนกระทั่งเมื่ออีกฝ่ายพอใจแล้วก็แทนที่นิ้วร้อนที่แสนร้ายกาจนั้นด้วยริมฝีปากที่ร้อนแรงไม่ต่างกัน
ปณิพัทธ์ตาโตอย่างตกใจกับจูบในรอบหลายปี แต่ก็เพียงไม่นานริมฝีปากเล็กที่อ่อนประสบการณ์กว่านั้นก็โดนกดเน้นย้ำก็เอียงองศาเข้าหาอย่างรู้มุมจนกระทั่งโอนอ่อนตามคนชักนำด้วยเสน่หาที่ล้นหัวใจ
“อืม” เสียงครางทุ้มต่ำดังออกมาอย่างพอใจ เมื่อคนในอ้อมกอดไม่ได้มีท่าทีขัดขืนอย่างที่กังวลใจไว้ตั้งแต่ทีแรก ปากร้อนไล้ขบเม้มกลีบปากบางด้านบนจนเริ่มที่จะบวมเจ่อและสีของลิปแบรนด์หรูที่โดนเลียไปจนหมด จากนั้นก็มาเล่นงานที่กลีบปากด้านล่างจนมีสภาพที่ไม่ต่างกัน
ดวงตาเจือแววล่องลอยของปณิพัทธ์ฉายออกมาให้ชายหนุ่มได้เห็นหลังจากที่ผละมองสักพัก จากนั้นก็ก้มประกบจูบต่อ แต่ครั้งนี้กลับร้อนแรงและเพิ่มความกระหายอย่างเท่าทวีคูณ
คล้ายกับว่า ครั้งก่อนหน้านี้คนที่มีสิทธิ์เป็นสามีต้องการที่จะเรียกน้ำย่อยก่อนเท่านั้น เพราะว่าของจริงมันเริ่มต่อจากนี้
“ฮือ” มือน้อยกำขยุ้มที่นอนกว้างยิ่งกว่าเดิม เมื่อลิ้นสากร้อนนั้นสอดเข้ามาในโพรงปากหวานนุ่ม จากนั้นก็กวาดตวัดชิมความหวานจากด้านใน
ใช้ลิ้นที่ยังมีรสชาติของไวน์ราคาแพงไล้ต้อนลิ้นเล็กที่พยายามจะหลบหนีแต่ก็ไม่พ้น จนกระทั่งเขาสามารถเกี่ยวลิ้นนุ่มเล็กนั้นได้สำเร็จ
มือแกร่งข้างหนึ่งจับเข้าที่ใบหน้าเล็กอย่างอ่อนโยนเพื่อล็อกใบหน้าให้อยู่นิ่ง ในขณะที่ลิ้นทั้งสองคนกำลังเกี่ยวสัมพันธ์กัน จนกระทั่งเมื่อเวลาล่วงเลยมาสักพัก อิศราจึงยอมผละออก เมื่อเห็นว่าภรรยาตัวน้อยเริ่มหายใจไม่ออก เขาใช้นิ้วโป้งป้ายเช็ดหยดน้ำลายที่มุมปากให้อย่างเบามือ
เสียงหอบอย่างตัวโยง และหน้าอกที่กระพือเข้าออก เพื่อที่จะกอบโกยอากาศเข้ามาหายใจ ทำให้คนตัวโตมองอย่างเอ็นดู
“บทลงโทษของพี่เริ่มต่อจากนี้ต่างหาก” พูดเสร็จก็ก้มใบหน้าคมซุกลงที่ลำคอขาว จากนั้นก็กัดและขบเม้มอย่างแรง
“โอ้ย!!” คนตัวเล็กร้องออกมาอย่างเจ็บปวด จนต้องเอียงคอของตัวเองหันหนี แต่เหมือนจะเป็นการเปิดทางให้ชายหนุ่มได้ทำแบบเดียวกันนี้กับคออีกข้าง มือเล็กทั้งสองข้างพยายามที่จะผลักความเจ็บปวดนี้ให้ออกไป แต่ก็ต้องโดนร่างและแรงของคนที่โตกว่าจับรวบไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว
“เจ็บ พี่อิศ” หนูดีร้อง ทำได้เพียงแค่ร้องบอกอย่างนั้น เพราะทั้งตัวก็โดนทับเอาไว้จนกระดิกไม่ได้
อิศราผู้ที่เป็นใหญ่ไม่คิดที่จะสนใจเพียงเสียงเล็กของนกน้อยที่กำลังอ้อนวอนขอ เพราะมือที่ว่างอยู่อีกข้างได้จับเลิกปลายเสื้อคอเต่าสีดำแขนยาวขึ้นสูง จนเผยให้เห็นหน้าอกขาวเนียนดุจน้ำนม ที่ประดับบนปลายยอดด้วยเม็ดเชอร์รี่ป่าสีชมพูสวยสองเม็ด ความงามตรงหน้าที่เผยออกมา ทำให้คนมองถึงกลับตาเบิกกว้างออกอย่างตกตะลึง ที่เอวเล็กบางช่างรับกันอย่างดีกับหน้าอกนั้นอย่างลงตัวชวนให้ลิ้มลอง พลางชวนให้น้ำลายเหนียวเริ่มจะแห้ง ไม่มีมาหล่อเลี้ยงลำคอแกร่ง
และเสื้อที่ว่านั้นก็ถูกจับเลิกสูงยิ่งกว่าเดิม จนสุดท้ายต้องไปกองรวมอยู่ที่สองมือเล็กเหนือศีรษะที่ถูกพันธะการอยู่
“อ่า” อิศรามองร่างนวล หูฟังครางสั่น แต่นั่นเหมือนมันจะยังไม่พอในความโกรธและการอดทนตลอดหลายปีที่ผ่านมา ชายหนุ่มจัดการรูดกางเกงรัดรูปสีดำลงจากสะโพกบางด้วยมือใหญ่ที่สั่นนิดๆ อย่างห้ามความตื่นเต้นไม่อยู่ แล้วเรือนร่างเนียนนวลปานน้ำนมที่เปล่งปลั่งก็ปรากฏออกมาให้ราชสีห์ตัวใหญ่ได้ยลโฉม
“สวย” เสียงราวคนละเมอพูดออกมา พร้อมด้วยดวงตาคมที่ไม่ยอมละออกจากชั้นในผ้าบางลูกไม้สีดำนั้น
หนูดีในตอนนี้เขินและอายอย่างที่สุด เพราะร่างกายของตัวเองแทบจะเปลือยเปล่า ถึงแม้ว่ายังมีชั้นในติดกายไว้อยู่แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย ร่างเล็กจึงพยายามที่จะดิ้นเพื่อขัดขืนต่อ และนั่นก็ทำให้คนที่เหมือนจะสติหลุดไปเมื่อครู่กลับมาสนใจสิ่งตรงหน้าอีกครั้ง
อิศราใช้ร่างของตัวเองกดร่างบางเล็กของภรรยาตัวเล็กเอาไว้ตามเดิม จากนั้นก็ก้มลงกัดเข้าที่ยอดอกสวยข้างหนึ่งอย่างเต็มแรง อย่างต้องการที่จะลงโทษต่อ
“โอ๊ย--” ร้องออกมาอย่างเจ็บปวดอีกครั้ง น้ำใสไหลออกมาหางตาอย่างห้ามไม่อยู่
“พี่ลงโทษคนดื้อ” แม้การกระทำจะรุนแรงแต่นิ้วกลับเกลี่ยน้ำตาใสให้อย่างอ่อนโยน แล้วก็ก้มลงจูบซับตรงรอยที่ตัวเองพึ่งจะกัดไป
“รู้แล้ว พอแล้ว” คนที่กำลังถูกลงโทษร้องบอกคนตรงหน้าปนเสียงสะอึกสั่นอย่างน่าสงสาร แต่ก็ยังไร้ซึ่งความเมตตา
“ยังไม่พอครับ พี่ยังไม่ได้เริ่มเลย”
สิ้นเสียงนั้นอิศราก็ก้มลงตีร่องรอยตราจองต่อ เขาเริ่มจากหน้าอกกว้าง กัดและดูดเม้มจนเกิดรอยแดงเป็นจ้ำๆ จากนั้นก็เลื่อนลงมาที่หน้าท้องแบนราบ
“อือ เจ็บ” แล้วไล้ลงไปต่อ จนกระทั่งเจอเข้ากับแกนกายกลางร่างที่เป็นส่วนเดียวที่ยังคงถูกปกปิดอยู่
และเขานี้แหละ ที่จะเปิดออก เพื่อที่ตัวเองจะได้มองอย่างเต็มตา
อิศรารวบรวมสติของตัวเองอยู่สักพัก จากนั้นก็จัดการรูดเจ้าสิ่งนั้นออกอย่างเบามือ จนกระทั่งเมื่อชั้นในบางสวยได้หลุดออกจากเรียวขาไปแล้ว แก่นกายเล็กปลายชมพูอ่อนก็ดีดออกมา
“พ- พี่อิศ อ่า” ความอายเล่นงานร่างเล็กเข้าอย่างจัง เมื่อตอนนี้ใบหน้าคมเลื่อนจ่อลงเข้าใกล้เรื่อยๆ จนรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารด หนูดีขนอ่อนลุกชันไปทั้งร่าง แล้วในทันใดนั้นเองปากร้อนก้มลงประทับตราต่อ
จ๊วบ!
“อ่า..” เสียงดูดเนื้อดังขึ้นจนหนูดีสะดุ้ง แก่นกายเล็กดีดชูชันยิ่งกว่าเดิม และไม่นานมันก็หายเข้าไปในปากของคนตัวโต
“อ่า ฮือ” ปลายหัวชมพูโดนปลายลิ้นร้อนในปากเลียเข้าจนเสียวไปหมด เปล่งเสียงครางเสียวอย่างลืมอายออกมา ใบหน้ารูปไข่ส่ายไปมาบนที่นอนกว้าง เมื่อการดูด อม เลียที่มีชั้นเชิงจากสามีเพิ่มความหนักหน่วงขึ้นอีกขั้น กระทั่งเสียงเล็กใสกรีดร้องออกมาเสียงดังลั่น พร้อมกับปล่อยน้ำขาวขุ่นจากตรงยอดปลายเข้าในปากหนานั้น
ร่างของลูกนกตัวน้อยหมดแรงลงทันที อิศราจึงคลายมือที่กักกังออก นำมาอ้าขาเรียวเล็กทั้งสองข้างให้ออกกว้าง และจับล็อกไว้ด้วยมุมเกือบ..ร้อยแปดสิบองศา!
และแม้ว่าข้อมือเล็กทั้งสองข้างของหนูดีจะเป็นอิสระ แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้มีเรี่ยวแรงที่จะขัดขืนหรือปิดบังสิ่งที่หวงแหนให้รอดพ้นจากสายตาของเจ้าป่าตัวใหญ่ ยอมเปิดเผยจนหมด
ร่างกายน้อยแดงเปล่งบวกกับสายตาที่ล่องลอยอันเป็นผลที่เกิดจากการแตะขอบสวรรค์มาเมื่อครู่ ทำให้ดวงตาคมมองด้วยความเอ็นดู แล้วฝ่ามือหนาทั้งสองข้างมาลูบตรงต้นขาเนียนสวย
“สวย เมียพี่สวยมากขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่” อิศราพูดราวกับคนละเมอ ดวงตาคมจ้องลงที่เนินสวย ไล้ลงไปจนเห็นรูจีบสีชมพูอ่อน ที่ตอนนี้มีน้ำใสไหลเยิ้มออกมา
“อ่า” เสียงหวานครางดังแผ่ว แล้วเมื่อใบหน้าสุดหล่อก้มลงกัดตรงโคนต้นขาขาวนั้น “อะ เจ็บ”
“หึ” อิศราเพียงแค่ยิ้ม แต่ก็ยอมคลายออก รอยฟันปรากฏชัดเจนขึ้นทันควัน พร้อมด้วยเลือดแดงที่ซึมออกมา ลิ้นสากกระหวัดเลียรอยแผลนั้นอย่างปลอบโยน จากนั้นก็เลื่อนลงดูด เม้ม จนกระทั่งในเวลาเพียงไม่นานเนื้อตัวที่เคยขาวนวลดุจน้ำนมก็เต็มไปด้วยรอยกัด รอยดูด เป็นหย่อมๆ จนทั่วถ้วน
อิศราผละออกมองผลงานของตัวเองอย่างพอใจ แต่การลงโทษก็พึ่งจะเริ่มต้นขึ้น และตอนนี้เขาก็ไม่อาจที่จะอดทนต่อไปได้อีก มือแกร่งถอดชุดของตัวเองที่สวมใส่อยู่ออกอย่างเร่งรีบ ขัดกับท่าทางที่ได้พบเห็นในยามปกติ แต่สายตาก็ยังไม่ผละออกไปจากร่างของคนที่นอนระทวยกางขากว้างอยู่บนเตียงใหญ่
ทันทีที่เสื้อผ้าชิ้นสุดท้ายหลุดออกไป สิ่งที่ใหญ่โตก็เผยออกมาจนหัวใจดวงน้อยเริ่มสั่นไหวจนหนูดีเบิกตากว้างอย่างห้ามไม่อยู่ เพราะมันช่างใหญ่โตขนาดที่คิดว่า จะเข้ามาในร่างเล็กของตัวเองยังไง
แน่นอนว่าอาการสั่นนั้นอยู่ในสายตาของอิศรา ยิ้มเอ็นดูเมียตัวน้อยก่อนจะพาร่างกายเปล่าเปลือยขึ้นไปคร่อมร่างของเมียคนสวยเอาไว้ ดวงตาของคนทั้งสองสบกัน คนตัวโตยกมือขึ้นลูบที่แก้มใสอีกรอบ
“พ- พี่อิศ คือ..”
“วันนี้หนูดีต้องเป็นเมียของพี่อย่างสมบูรณ์แบบสักที”
“ค- คือ”
“พี่รอมานานเกินไปแล้ว”
-----------
TBC
มาแล้วค่ะ ลืมเวลาลงไปเลย ว่าจะลงตอนเที่ยงก็เลท แฮ่ๆ 🙏🙏
เดี๋ยวตอนเย็นต่อให้นะคะ ขอฝากกดหัวใจ❤️ เพิ่มเข้าชั้น✅ คอมเม้นท์💌 เพื่อให้กำลังใจหนูด้วยน๊าาา
ปล. ฝากทุกคนเข้ามาอ่านเรียลไทม์ดันนิยายช่วยหน่อยนะคะ จุ๊บๆๆ💕😘
“วันนี้หนูดีต้องเป็นเมียของพี่อย่างสมบูรณ์แบบสักที”“ค- คือ”“พี่รอมานานเกินไปแล้ว”“ฮือ...”แล้วปากบางก็ถูกปิดด้วยปากร้อนของสามีหล่ออีกครั้ง ลิ้นเข้าชอนไช้อย่างกระหายในรสสัมผัสหวาน หนูดีตกใจในคราแรกแต่ไม่นานก็เกี่ยวลิ้นกลับอย่างเต็มใจ เปลือกตาบางหลับพริ้มจนแพขนตางอนยาวเด่นชัดอิศราลูบมือต่ำลงไปเรื่อยๆ จนไปหยุดอยู่ที่กลางกายเล็กน่ารักนั้น เขาชักรูดขึ้นลงเบาๆ เพื่อปลุกอารมณ์อีกครั้ง“อ่า” ครางเสียงรับในสัมผัส ลิ้นก็แลกความเร่าร้อนไม่หยุด จนกระทั่งคนตัวโตตัดใจผละออก น้ำเหนียวใสไหลเป็นสายเชื่อม แล้วก็เลื่อนใบหน้าลงไปตามที่มือตัวเองอยู่ขายาวโดนจับอ้าออกกว้างอีกครั้ง และไม่รอช้าลิ้นร้อนเมื่อครู่ก็เลียลงที่รูจีบสีหวาน“อ๊ะ” มือบางกระตุกผ้าปูที่กำแน่นอยู่ สะโพกบางกระดกรับลิ้นร้อนที่ละเลงเลียไม่หยุด แล้วก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างที่เหมือนจะสัมผัสเข้าที่เนื้อบางที่ไวต่อความรู้สึก จนต้องผงกหัวสวยขึ้นมามอง ก็พบว่าฝ่ามือใหญ่กำลังหงายมือขึ้น และเริ่มดันนิ้วชี้ยาวเข้ามาด้านใน“ผ่อนคลายหน่อยคนดี” เสียงทุ้มชวนหลงใหลดังขึ้น จนหนูดีที่กำลังอึดอัดและเสียดกับการรุกล้ำลืมตัวทำตามที่บอก ทำให้นิ้วสอดเข้ามาข้
ใจดวงน้อยของเต้นแรงอย่างห้ามเอาไว้ไม่อยู่ เมื่อเจ้าตัวถูกวางลงที่นอนนุ่มขนาดคิงไซซ์ชั้นสองของเพนท์เฮ้าส์ ร่างเล็กที่ปกติผิวขาวเนียน เมื่อตอนนี้โดนอิศราคร่อมกักไว้ก็เริ่มแดงระเรื่อไปทั้งตัวดวงตาคมจ้องเข้าไปในนัยน์ตาหวานสีน้ำตาลอย่างหลงใหล ยกมือข้างหนึ่งขึ้นรูปที่โครงหน้าโค้งรูปไข่ ปลายจมูกถูกกดลงที่แก้มนวลบางเพื่อสูดดมความหอมแสนคิดถึงหลังจากที่ห่างหายไปนาน“พ- พี่อิศ” หนูดีเรียกชื่อออกมาอย่างสั่นไหวสายตาก็ฉายความสับสน เมื่อการสัมผัสแนบชิดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน กำลังจะเกิดขึ้นสันจมูกของอิศราหลังจากสูดดมกลิ่นแก้มทั้งสองข้างจนหนำใจแล้ว ก็เลื่อนขึ้นไปหาหน้าผากมน ไล้ลงมาที่คิ้วบางทั้งสองข้าง เปลือกตา ปลายจมูกเชิดรั้นที่เป็นเอกลักษณ์ จนกระทั่งเขาได้เจอเข้ากับริมฝีปากเจือสีบางที่มีกลิ่นอ่อนๆ ของพีชลอยเข้ามาแตะจมูกอิศราจับปลายคางนั้นเชิดขึ้น จากนั้นก็ใช้นิ้วโป้งเกลี่ยที่ริมฝีปากแสนเย้ายวนนั้น“อือ..” นิ้วออกแรงกด พร้อมกับที่ร่างเล็กส่งเสียงครางที่ชายหนุ่มคิดว่าตอนนี้มันช่างไพเราะยิ่งกว่าเพลงแจ๊สที่ตัวเองชอบฟังเป็นไหนไหนเมื่อโดนจ้องอย่างไม่วางตา อีกทั้งยังโดนนิ้วร้ายกาจพอๆ กับผู้ที่เป็นเจ้า
อิศรา พงษสวัสดิ์ภักดี แม้ว่าจะก้าวเดินเข้ามาในห้องแล้ว แต่ดวงตานิลก็ไม่ละออกจากใบหน้านวลหวาน ของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายแม้แค่เสี้ยววินาทีเดียวใบหน้าสวยยืนขับด้วยแสงนวล กำลังมองเขากลับด้วยสายตาหวานปนดื้อร้นด้วยเช่นกัน เหมือนว่าอีกคนก็ไม่ได้แปลกใจถึงการปรากฏกาย และการเปิดประตูเข้ามาในห้องก่อนที่จะได้รับอนุญาตนี้ นั่นคงเป็นเพราะว่าเพนท์เฮ้าส์หรูนี้เขาเป็นทั้งเจ้าของและเป็นคนตั้งรหัสผ่านเอาไว้เองร่างที่แตกต่างกันของคนทั้งคู่ยืนประจันหน้ากันอย่างที่ไม่มีใครยอมใคร จนกระทั่งเสียงหวานใสพูดขึ้นมาก่อน เพื่อทำลายบรรยากาศที่เงียบและชวนอึดอัดนี้“ไม่คิดว่าพี่อิศจะกลับมาเร็วขนาดนี้” เปล่งเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้มันสั่นเครือ และเก็บความรู้สึกแสนคิดถึงเก็บเข้าซ่อนในก้นบึ้งของหัวใจ หลังจากเวลาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ถูกคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีทิ้งไว้กับทะเบียนสมรส ไม่เคยที่จะมาให้เห็นหน้าเลยสักครั้ง“พี่ต้องมาเคลียร์ในสิ่งที่หนูดีส่งไปให้ และสิ่งที่พี่ได้รู้เรื่องมา” เสียงทุ้มแกร่งที่แสนโหยหา และอาฟเตอร์เชฟอ่อนๆ ที่ชวนให้คนฟังใจกระตุกจะถูกคนฟังสูดดมเข้าปอด“พี่อิศพูดถึงเรื่องอะไร”“
รถสปอร์ตสีแดงคันหรูถูกผู้เป็นเจ้าของขับโลดแล่นไปบนท้องถนนด้วยความเร็วสูง นั่นคงเพราะเมื่อตกดึก บรรดารถที่เคยมีอย่างแน่นหนาตา กลับเบาบางและน้อยลง โดยเฉพาะทางด่วนพิเศษในยามนี้แล้วแทบจะไม่มีรถคนอื่นให้เห็นขับสวนให้รำคาญใจเล่นเพลงสากลสุดโปรดถูกเปิดดังลั่น และริมฝีปากบางเจือด้วยสีแดงระเรื่อของทับทิมขยับปากขับร้องไปตามเนื้อเพลงอย่างอารมณ์ดี ดวงตาสวยก็มองพื้นถนนกว้างตรงหน้า ก่อนที่จะถูกแทนที่ด้วยสายเรียกเข้าที่เชื่อมต่อผ่านระบบบลูทูธ“ว่าไง” เสียงหวานใสกดรับสาย ในขณะที่ลำคอก็ยังฮัมเพลงไม่หยุด แม้ว่าเสียงเพลงจะเงียบลงแล้วก็ตามที(หนูดี รู้ไหมวันนี้เกิดอะไรขึ้น)“หึ ก็คงจะเหมือนทุกครั้งละซิ” เจ้าของเรือนร่างเย้ายวนบอกกับ ลายเนย เพื่อนสนิทผู้ที่เป็นเจ้าของผับหรูที่ตัวเองแสดงจบลงเมื่อเกือบๆ ครึ่งชั่วโมงก่อนไป อย่างไม่ทุกข์ร้อนหรือตกใจอะไรในสิ่งที่เพื่อนหนุ่มน้อยน่ารักได้บอกกล่าว(แต่ครั้งนี้ราคาประมูลตัวสูงถึง 10 ล้านเลยนะ)“โห แสดงว่าอาชีพนี้ท่าจะรุ่ง” พูดบอกอย่างอารมณ์ดี ในขณะที่รถคันหรูก็ขับมาจนถึงเพนท์เฮ้าส์หรู มูลค่าหลายล้านที่ถูกซื้อไว้เป็นที่อยู่อาศัยเพียงคนเดียวเมื่อหลายปีก่อน(สงสัยคงเ
แสงไฟนวลทุกดวงสาดส่องโฟกัสลงร่างนวลตัวเล็กขาวผ่องอยู่กลางเวที ที่กำลังโยกย้ายเรือนร่างสวยบนเสาเหล็กอย่างเย้ายวนภายใต้อาภรณ์ชิ้นน้อยที่ปกปิดแค่ส่วนสำคัญบนล่าง คลุมทับด้วยผ้าบางโปร่งใส ทำให้ทุกครั้งที่เกิดการเคลื่อนไหวขึ้น ผ้าบางนั้นพริ้ว โบกพัด ชวนให้มองตามในความงามสะกดอย่างไม่อาจจะละสายตาได้สายตาคมของชายฉกรรจ์ทุกคู่ต่างจับจ้องร่างที่กำลังเคลื่อนไหวตามเสียงเพลงเป็นจุดเดียวกัน โดยเฉพาะท่าที่แหกขาเรียวออกกว้างกลางอากาศนั้น เรียกสายตาหื่นกระหายและลำคอที่แห้งผากได้เพียงแค่ชั่วพริบตานาทีนี้คงไม่มีทางปฏิเสธได้ว่าการแสดงบนเวทีอย่าง pole-dance ที่เพียงแค่ชื่อที่ได้ยินเรียกขานกันมานั้นนับว่าเซ็กซี่ไม่น้อย แต่เมื่อนำมารวมกับเรือนร่างผิวขาวเนียนอมชมพูด้วยแล้ว สิ่งนั้นกับยิ่งเพิ่มความน่ามองร่างโค้งเว้าที่เป็นจุดรวมสายตาของทุกดวง ใช้เทคนิคปีนป่ายเสาเหล็กกลางฟอร์อย่างชำนาญ มือเล็กเกร็งจับมั่นที่เสาไว้ จากนั้นก็ใช้เป็นจุดหมุนพาร่างกายของตัวเองให้เคลื่อนไหว เท้านวลสวยทั้งสองข้างวาดขึ้นลง เหมือนดังเทพธิดาตัวน้อยที่กำลังเดินเล่นอยู่กลางมวลเมฆยามอาทิตย์อัสดงแปะ แปะเสียงตบมือก้องดังไปทั่วเมื่อการแสดง







