เข้าสู่ระบบใจดวงน้อยของเต้นแรงอย่างห้ามเอาไว้ไม่อยู่ เมื่อเจ้าตัวถูกวางลงที่นอนนุ่มขนาดคิงไซซ์ชั้นสองของเพนท์เฮ้าส์ ร่างเล็กที่ปกติผิวขาวเนียน เมื่อตอนนี้โดนอิศราคร่อมกักไว้ก็เริ่มแดงระเรื่อไปทั้งตัว
ดวงตาคมจ้องเข้าไปในนัยน์ตาหวานสีน้ำตาลอย่างหลงใหล ยกมือข้างหนึ่งขึ้นรูปที่โครงหน้าโค้งรูปไข่ ปลายจมูกถูกกดลงที่แก้มนวลบางเพื่อสูดดมความหอมแสนคิดถึงหลังจากที่ห่างหายไปนาน
“พ- พี่อิศ” หนูดีเรียกชื่อออกมาอย่างสั่นไหวสายตาก็ฉายความสับสน เมื่อการสัมผัสแนบชิดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน กำลังจะเกิดขึ้น
สันจมูกของอิศราหลังจากสูดดมกลิ่นแก้มทั้งสองข้างจนหนำใจแล้ว ก็เลื่อนขึ้นไปหาหน้าผากมน ไล้ลงมาที่คิ้วบางทั้งสองข้าง เปลือกตา ปลายจมูกเชิดรั้นที่เป็นเอกลักษณ์ จนกระทั่งเขาได้เจอเข้ากับริมฝีปากเจือสีบางที่มีกลิ่นอ่อนๆ ของพีชลอยเข้ามาแตะจมูก
อิศราจับปลายคางนั้นเชิดขึ้น จากนั้นก็ใช้นิ้วโป้งเกลี่ยที่ริมฝีปากแสนเย้ายวนนั้น
“อือ..” นิ้วออกแรงกด พร้อมกับที่ร่างเล็กส่งเสียงครางที่ชายหนุ่มคิดว่าตอนนี้มันช่างไพเราะยิ่งกว่าเพลงแจ๊สที่ตัวเองชอบฟังเป็นไหนไหน
เมื่อโดนจ้องอย่างไม่วางตา อีกทั้งยังโดนนิ้วร้ายกาจพอๆ กับผู้ที่เป็นเจ้าของทั้งเกลี่ยทั้งกดมือขาวเล็กนุ่มก็กำผ้าปูที่นอนสีขาวจนยับไปหมด จนกระทั่งเมื่ออีกฝ่ายพอใจแล้วก็แทนที่นิ้วร้อนที่แสนร้ายกาจนั้นด้วยริมฝีปากที่ร้อนแรงไม่ต่างกัน
ปณิพัทธ์ตาโตอย่างตกใจกับจูบในรอบหลายปี แต่ก็เพียงไม่นานริมฝีปากเล็กที่อ่อนประสบการณ์กว่านั้นก็โดนกดเน้นย้ำก็เอียงองศาเข้าหาอย่างรู้มุมจนกระทั่งโอนอ่อนตามคนชักนำด้วยเสน่หาที่ล้นหัวใจ
“อืม” เสียงครางทุ้มต่ำดังออกมาอย่างพอใจ เมื่อคนในอ้อมกอดไม่ได้มีท่าทีขัดขืนอย่างที่กังวลใจไว้ตั้งแต่ทีแรก ปากร้อนไล้ขบเม้มกลีบปากบางด้านบนจนเริ่มที่จะบวมเจ่อและสีของลิปแบรนด์หรูที่โดนเลียไปจนหมด จากนั้นก็มาเล่นงานที่กลีบปากด้านล่างจนมีสภาพที่ไม่ต่างกัน
ดวงตาเจือแววล่องลอยของปณิพัทธ์ฉายออกมาให้ชายหนุ่มได้เห็นหลังจากที่ผละมองสักพัก จากนั้นก็ก้มประกบจูบต่อ แต่ครั้งนี้กลับร้อนแรงและเพิ่มความกระหายอย่างเท่าทวีคูณ
คล้ายกับว่า ครั้งก่อนหน้านี้คนที่มีสิทธิ์เป็นสามีต้องการที่จะเรียกน้ำย่อยก่อนเท่านั้น เพราะว่าของจริงมันเริ่มต่อจากนี้
“ฮือ” มือน้อยกำขยุ้มที่นอนกว้างยิ่งกว่าเดิม เมื่อลิ้นสากร้อนนั้นสอดเข้ามาในโพรงปากหวานนุ่ม จากนั้นก็กวาดตวัดชิมความหวานจากด้านใน
ใช้ลิ้นที่ยังมีรสชาติของไวน์ราคาแพงไล้ต้อนลิ้นเล็กที่พยายามจะหลบหนีแต่ก็ไม่พ้น จนกระทั่งเขาสามารถเกี่ยวลิ้นนุ่มเล็กนั้นได้สำเร็จ
มือแกร่งข้างหนึ่งจับเข้าที่ใบหน้าเล็กอย่างอ่อนโยนเพื่อล็อกใบหน้าให้อยู่นิ่ง ในขณะที่ลิ้นทั้งสองคนกำลังเกี่ยวสัมพันธ์กัน จนกระทั่งเมื่อเวลาล่วงเลยมาสักพัก อิศราจึงยอมผละออก เมื่อเห็นว่าภรรยาตัวน้อยเริ่มหายใจไม่ออก เขาใช้นิ้วโป้งป้ายเช็ดหยดน้ำลายที่มุมปากให้อย่างเบามือ
เสียงหอบอย่างตัวโยง และหน้าอกที่กระพือเข้าออก เพื่อที่จะกอบโกยอากาศเข้ามาหายใจ ทำให้คนตัวโตมองอย่างเอ็นดู
“บทลงโทษของพี่เริ่มต่อจากนี้ต่างหาก” พูดเสร็จก็ก้มใบหน้าคมซุกลงที่ลำคอขาว จากนั้นก็กัดและขบเม้มอย่างแรง
“โอ้ย!!” คนตัวเล็กร้องออกมาอย่างเจ็บปวด จนต้องเอียงคอของตัวเองหันหนี แต่เหมือนจะเป็นการเปิดทางให้ชายหนุ่มได้ทำแบบเดียวกันนี้กับคออีกข้าง มือเล็กทั้งสองข้างพยายามที่จะผลักความเจ็บปวดนี้ให้ออกไป แต่ก็ต้องโดนร่างและแรงของคนที่โตกว่าจับรวบไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว
“เจ็บ พี่อิศ” หนูดีร้อง ทำได้เพียงแค่ร้องบอกอย่างนั้น เพราะทั้งตัวก็โดนทับเอาไว้จนกระดิกไม่ได้
อิศราผู้ที่เป็นใหญ่ไม่คิดที่จะสนใจเพียงเสียงเล็กของนกน้อยที่กำลังอ้อนวอนขอ เพราะมือที่ว่างอยู่อีกข้างได้จับเลิกปลายเสื้อคอเต่าสีดำแขนยาวขึ้นสูง จนเผยให้เห็นหน้าอกขาวเนียนดุจน้ำนม ที่ประดับบนปลายยอดด้วยเม็ดเชอร์รี่ป่าสีชมพูสวยสองเม็ด ความงามตรงหน้าที่เผยออกมา ทำให้คนมองถึงกลับตาเบิกกว้างออกอย่างตกตะลึง ที่เอวเล็กบางช่างรับกันอย่างดีกับหน้าอกนั้นอย่างลงตัวชวนให้ลิ้มลอง พลางชวนให้น้ำลายเหนียวเริ่มจะแห้ง ไม่มีมาหล่อเลี้ยงลำคอแกร่ง
และเสื้อที่ว่านั้นก็ถูกจับเลิกสูงยิ่งกว่าเดิม จนสุดท้ายต้องไปกองรวมอยู่ที่สองมือเล็กเหนือศีรษะที่ถูกพันธะการอยู่
“อ่า” อิศรามองร่างนวล หูฟังครางสั่น แต่นั่นเหมือนมันจะยังไม่พอในความโกรธและการอดทนตลอดหลายปีที่ผ่านมา ชายหนุ่มจัดการรูดกางเกงรัดรูปสีดำลงจากสะโพกบางด้วยมือใหญ่ที่สั่นนิดๆ อย่างห้ามความตื่นเต้นไม่อยู่ แล้วเรือนร่างเนียนนวลปานน้ำนมที่เปล่งปลั่งก็ปรากฏออกมาให้ราชสีห์ตัวใหญ่ได้ยลโฉม
“สวย” เสียงราวคนละเมอพูดออกมา พร้อมด้วยดวงตาคมที่ไม่ยอมละออกจากชั้นในผ้าบางลูกไม้สีดำนั้น
หนูดีในตอนนี้เขินและอายอย่างที่สุด เพราะร่างกายของตัวเองแทบจะเปลือยเปล่า ถึงแม้ว่ายังมีชั้นในติดกายไว้อยู่แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย ร่างเล็กจึงพยายามที่จะดิ้นเพื่อขัดขืนต่อ และนั่นก็ทำให้คนที่เหมือนจะสติหลุดไปเมื่อครู่กลับมาสนใจสิ่งตรงหน้าอีกครั้ง
อิศราใช้ร่างของตัวเองกดร่างบางเล็กของภรรยาตัวเล็กเอาไว้ตามเดิม จากนั้นก็ก้มลงกัดเข้าที่ยอดอกสวยข้างหนึ่งอย่างเต็มแรง อย่างต้องการที่จะลงโทษต่อ
“โอ๊ย--” ร้องออกมาอย่างเจ็บปวดอีกครั้ง น้ำใสไหลออกมาหางตาอย่างห้ามไม่อยู่
“พี่ลงโทษคนดื้อ” แม้การกระทำจะรุนแรงแต่นิ้วกลับเกลี่ยน้ำตาใสให้อย่างอ่อนโยน แล้วก็ก้มลงจูบซับตรงรอยที่ตัวเองพึ่งจะกัดไป
“รู้แล้ว พอแล้ว” คนที่กำลังถูกลงโทษร้องบอกคนตรงหน้าปนเสียงสะอึกสั่นอย่างน่าสงสาร แต่ก็ยังไร้ซึ่งความเมตตา
“ยังไม่พอครับ พี่ยังไม่ได้เริ่มเลย”
สิ้นเสียงนั้นอิศราก็ก้มลงตีร่องรอยตราจองต่อ เขาเริ่มจากหน้าอกกว้าง กัดและดูดเม้มจนเกิดรอยแดงเป็นจ้ำๆ จากนั้นก็เลื่อนลงมาที่หน้าท้องแบนราบ
“อือ เจ็บ” แล้วไล้ลงไปต่อ จนกระทั่งเจอเข้ากับแกนกายกลางร่างที่เป็นส่วนเดียวที่ยังคงถูกปกปิดอยู่
และเขานี้แหละ ที่จะเปิดออก เพื่อที่ตัวเองจะได้มองอย่างเต็มตา
อิศรารวบรวมสติของตัวเองอยู่สักพัก จากนั้นก็จัดการรูดเจ้าสิ่งนั้นออกอย่างเบามือ จนกระทั่งเมื่อชั้นในบางสวยได้หลุดออกจากเรียวขาไปแล้ว แก่นกายเล็กปลายชมพูอ่อนก็ดีดออกมา
“พ- พี่อิศ อ่า” ความอายเล่นงานร่างเล็กเข้าอย่างจัง เมื่อตอนนี้ใบหน้าคมเลื่อนจ่อลงเข้าใกล้เรื่อยๆ จนรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารด หนูดีขนอ่อนลุกชันไปทั้งร่าง แล้วในทันใดนั้นเองปากร้อนก้มลงประทับตราต่อ
จ๊วบ!
“อ่า..” เสียงดูดเนื้อดังขึ้นจนหนูดีสะดุ้ง แก่นกายเล็กดีดชูชันยิ่งกว่าเดิม และไม่นานมันก็หายเข้าไปในปากของคนตัวโต
“อ่า ฮือ” ปลายหัวชมพูโดนปลายลิ้นร้อนในปากเลียเข้าจนเสียวไปหมด เปล่งเสียงครางเสียวอย่างลืมอายออกมา ใบหน้ารูปไข่ส่ายไปมาบนที่นอนกว้าง เมื่อการดูด อม เลียที่มีชั้นเชิงจากสามีเพิ่มความหนักหน่วงขึ้นอีกขั้น กระทั่งเสียงเล็กใสกรีดร้องออกมาเสียงดังลั่น พร้อมกับปล่อยน้ำขาวขุ่นจากตรงยอดปลายเข้าในปากหนานั้น
ร่างของลูกนกตัวน้อยหมดแรงลงทันที อิศราจึงคลายมือที่กักกังออก นำมาอ้าขาเรียวเล็กทั้งสองข้างให้ออกกว้าง และจับล็อกไว้ด้วยมุมเกือบ..ร้อยแปดสิบองศา!
และแม้ว่าข้อมือเล็กทั้งสองข้างของหนูดีจะเป็นอิสระ แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้มีเรี่ยวแรงที่จะขัดขืนหรือปิดบังสิ่งที่หวงแหนให้รอดพ้นจากสายตาของเจ้าป่าตัวใหญ่ ยอมเปิดเผยจนหมด
ร่างกายน้อยแดงเปล่งบวกกับสายตาที่ล่องลอยอันเป็นผลที่เกิดจากการแตะขอบสวรรค์มาเมื่อครู่ ทำให้ดวงตาคมมองด้วยความเอ็นดู แล้วฝ่ามือหนาทั้งสองข้างมาลูบตรงต้นขาเนียนสวย
“สวย เมียพี่สวยมากขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่” อิศราพูดราวกับคนละเมอ ดวงตาคมจ้องลงที่เนินสวย ไล้ลงไปจนเห็นรูจีบสีชมพูอ่อน ที่ตอนนี้มีน้ำใสไหลเยิ้มออกมา
“อ่า” เสียงหวานครางดังแผ่ว แล้วเมื่อใบหน้าสุดหล่อก้มลงกัดตรงโคนต้นขาขาวนั้น “อะ เจ็บ”
“หึ” อิศราเพียงแค่ยิ้ม แต่ก็ยอมคลายออก รอยฟันปรากฏชัดเจนขึ้นทันควัน พร้อมด้วยเลือดแดงที่ซึมออกมา ลิ้นสากกระหวัดเลียรอยแผลนั้นอย่างปลอบโยน จากนั้นก็เลื่อนลงดูด เม้ม จนกระทั่งในเวลาเพียงไม่นานเนื้อตัวที่เคยขาวนวลดุจน้ำนมก็เต็มไปด้วยรอยกัด รอยดูด เป็นหย่อมๆ จนทั่วถ้วน
อิศราผละออกมองผลงานของตัวเองอย่างพอใจ แต่การลงโทษก็พึ่งจะเริ่มต้นขึ้น และตอนนี้เขาก็ไม่อาจที่จะอดทนต่อไปได้อีก มือแกร่งถอดชุดของตัวเองที่สวมใส่อยู่ออกอย่างเร่งรีบ ขัดกับท่าทางที่ได้พบเห็นในยามปกติ แต่สายตาก็ยังไม่ผละออกไปจากร่างของคนที่นอนระทวยกางขากว้างอยู่บนเตียงใหญ่
ทันทีที่เสื้อผ้าชิ้นสุดท้ายหลุดออกไป สิ่งที่ใหญ่โตก็เผยออกมาจนหัวใจดวงน้อยเริ่มสั่นไหวจนหนูดีเบิกตากว้างอย่างห้ามไม่อยู่ เพราะมันช่างใหญ่โตขนาดที่คิดว่า จะเข้ามาในร่างเล็กของตัวเองยังไง
แน่นอนว่าอาการสั่นนั้นอยู่ในสายตาของอิศรา ยิ้มเอ็นดูเมียตัวน้อยก่อนจะพาร่างกายเปล่าเปลือยขึ้นไปคร่อมร่างของเมียคนสวยเอาไว้ ดวงตาของคนทั้งสองสบกัน คนตัวโตยกมือขึ้นลูบที่แก้มใสอีกรอบ
“พ- พี่อิศ คือ..”
“วันนี้หนูดีต้องเป็นเมียของพี่อย่างสมบูรณ์แบบสักที”
“ค- คือ”
“พี่รอมานานเกินไปแล้ว”
-----------
TBC
มาแล้วค่ะ ลืมเวลาลงไปเลย ว่าจะลงตอนเที่ยงก็เลท แฮ่ๆ 🙏🙏
เดี๋ยวตอนเย็นต่อให้นะคะ ขอฝากกดหัวใจ❤️ เพิ่มเข้าชั้น✅ คอมเม้นท์💌 เพื่อให้กำลังใจหนูด้วยน๊าาา
ปล. ฝากทุกคนเข้ามาอ่านเรียลไทม์ดันนิยายช่วยหน่อยนะคะ จุ๊บๆๆ💕😘
คล้อยหลังรถหรูออกไปแล้ว กรวิชยังงงกับเหตุการณ์อยู่ไม่น้อย กับความสงสัยไม่คลาย ว่าคนที่ตัวเองตามจีบมาเกือบปี ทำไมอยู่ ๆ วันนี้ถึงมีสามีโผล่มาได้ มือยกขึ้นเกาศีรษะหันไปหาลายเนยที่หยิบกระเป๋าเตรียมจะกลับเป็นเชิงถาม“เขาแต่งงานกันมา 6 ปีแล้ว” เสียงลายเนยเฉลยความสงสัยนั้น พร้อมกับเดินออกไปขึ้นรถของตัวเองที่จอดอยู่ข้างร้านภายในรถไม่มีการพูดคุยอะไร ใบหน้าเล็กมองออกไปที่หน้าต่าง พร้อมกับบรรยากาศรอบนอกที่เริ่มคุ้นเคย และภายในเวลาไม่นาน รถยนต์ก็เลื่อนเข้ามาสู่คฤหาสน์ พงษสวัสภักดีและทันทีที่ประตูรถเปิดออกหลังจากที่จอดสนิท หนูดีที่กำลังจะก้าวลงจากรถ แต่ข้อมือเล็กก็ถูกกุมไว้อีกครั้งจากนั้นก็ถูกบังคับผ่านทางสายตาให้เดินไปพร้อมกัน“อิศ หนูดี มาแล้วเหรอลูก” เสียงแห่งความตื่นเต้นดังขึ้น หนูดีละสายตาจากสามีที่ชอบบังคับ หันไปมองก็เห็น คุณหญิงประพันธ์วี พงษสวัสดี มารดาของอิศราที่เดินออกมาจากโซนห้องโถงใหญ่ เดินตรงเข้ามาหา“ครับ” หนูดีตอบรับ“หนูดีเป็นไงบ้างลูก ยุ่งไหมช่วงนี้ ไม่ค่อยกลับมาบ้านเลย”“คอลเลคชั่นใหม่พึ่งเปิดตัวไปครับคุณแม่ ช่วงนี้เลยยุ่ง ๆ ” ว่าแล้วก็สะบัดมือของตัวเองออกจากการกอบกุม และเดินเข
ร้านอาหารอิตาเลียนชื่อดังในย่านกลางกรุงเป็นสถานที่ที่ทั้งสามคนเลือกสำหรับการฝากท้องในช่วงเวลาเกือบๆ เย็นของวัน อาหารหลายชนิดถูกนิ้วเรียวสวยของหนูดีจิ้มลงเลือกแทบจะเต็มโต๊ะ เช่นนั้นก็เพราะว่าคนที่ไม่มีอะไรตกถึงท้องมาทั้งวัน เริ่มเกิดอาการที่เรียกกันว่า การสั่งแบบไม่คิดชีวิตมีชายหนุ่มที่นั่งตรงข้ามมองมาอย่างเอ็นดู พร้อมกับพยายามชวนอีกฝ่ายคุยอย่างไม่รู้เบื่อ เพราะวันนี้คนที่ตัวเองสนใจดูจะเปิดโอกาสให้มากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เสียงพูดคุยของทั้งสามดังเบาแผ่วๆ และสายตาหวานของกรวิชก็ส่งสื่อสารความหมายมาไม่หยุด‘ไอ้บ้านี่ จะมองตัวจนกินเสร็จเลยหรือไง’ ลายเนยบ่น มือเล็กก็พลางใช้ส้อมม้วนเส้นสปาเกตตีเข้าปาก‘ไม่รู้สิ’ คนถูกถามตอบไปอย่างอารมณ์ดี‘ไม่รู้อะไร อย่ามาไขสือ แล้ววันนี้นึกยังไงถึงยอมมากินข้าวด้วย ทุกครั้งเห็นปฏิเสธท่าเดียว’‘ก็- วันนี้แค่จะยั่วคนหน่ะ’‘ใคร’ชายตาชำเลืองลงไปที่โทรศัพท์เครื่องบางแบรนด์ดัง พร้อมกับหน้าจอการเรียกเข้าแบบสั่น ที่ขึ้นโชว์ว่า ‘พี่อิศ’‘ผัวโทรมา? ’‘เนย สามีพอไหม’‘ผัวเหอะ ความหมายเดียวกัน’ พลางขยับเข้าไปหาคนตัวเล็กผมบอนด์ยิ่งกว่าเดิม แล้วกระซิบถาม ‘ไม่รับเหรอ?’
“เนย..” หนูดีพยายามที่จะแกะมือเพื่อนออกแต่ก็ไม่ได้ผล อุตส่าห์เอาทั้งรองพื้น ทั้งคอนซีลเลอร์กลบเป็นชั่วโมง ยังไม่สามารถรอดพ้นสายตาของเพื่อนรักอย่างลายเนยได้เลย เพราะเจ้าตัวเลือกปิดแค่ส่วนที่พ้นเสื้อผ้าออกมาเท่านั้น“ตัว..หนูดี ทำไมรอยเต็มตัวขนาดนี้” ถามพลางสำรวจใบหน้าสวยหวาน ที่แม้จะถูกกลบด้วยเครื่องสำอางราคาแพง แต่ก็ยังพบความอ่อนล้าบ้าง“เนยปล่อยเราก่อน” หนูดีร้องบอก จากนั้นก็ลุกยืนขึ้น เพื่อจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เช่นเดิม“เล่ามาเลย ยังไง”“ก็..พี่อิศกลับมาแล้ว”“เรื่องนั้นเค้ารู้แล้วไหม”“...” ลายเนยมือยกขึ้นกอดอก พักพิงร่างลงที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่ สายตาจ้องมองตรงไปที่ร่างของเพื่อนอย่างคาดคั้นเอาคำตอบ เมื่อเห็นว่าหนูดียังเงียบอยู่“ไง เมื่อคืนยังไง”“ก็...แค่...ทั้งคืน”“ทั้งคืน??”“จนถึงเช้า” มือเล็กกำชายมุมเสื้ออย่างเขินอาย และก้มใบหน้าลง“...”“เราเป็นภรรยาที่สมบูรณ์ของพี่อิศแล้วอะ”“กรี๊ด!!!” ลายเนยกรี๊ดลั่น พร้อมกับเข้าไปสวมกอดและเขย่าแรงอย่างดีใจแต่นั่นก็ทำให้ร่างกายที่ยังบอบช้ำของหนูดีได้รับผลกระทบไม่น้อย“โอ๊ย!!”“เป็นอะไร”“ยังเจ็บอยู่ อย่าเขย่าแรงสิ”“กรี๊ด” ได้ยินอย่างนั้นลายเ
น้ำหอมลักซูรี่กลิ่นจัลมินถูกฉีดพ่นลงที่ลำคอขาวระหง เพื่อให้ความเย้ายวนนั้นส่งกลิ่นได้ตลอดทั้งวัน ร่างเล็กอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว เข้าชุดกับกางเกงขายาวสีดำ มือบางหยิบสร้อยคลอล่าสีเงินประดับด้วยเพชรเม็ดเล็กสวยสวมรัดเข้าที่ลำคออย่างพอดี จากนั้นก็หยิบต่างหูเซตเดียวกันขึ้นมาใส่ ไม่นานร่างเล็กสวยหรูหราก็ปรากฏในกระจกบานใหญ่ภายใน Walk-in-Closet ขนาดใหญ่นี้หนูดีมองลุกของตัวเองในวันนี้อย่างพอใจ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมัวเสียเวลากับการใช้รองพื้นปกปิดรอยต่างๆ ทั่วร่างกายของตัวเองก็ตามตื่นขึ้นมาก็ไม่พบสามีอีกแล้ว หายไปไม่เห็นแม้เงา ไม่บอก หรือทิ้งข้อความอะไรไว้ให้เลย แต่ก็น่าจะชินได้แล้วนะ เพราะคืนวันแต่งงานเขาก็ทำแบบนี้เหมือนกันใบหน้าสวยส่ายไปมาเบาๆ เพื่อไล่สิ่งฟุ้งซ่านในหัวทิ้งไป จากนั้นก็คว้าเอากระเป๋าคอร์ดบอดี้สีแดงใบสวย แล้วขับรถตรงไปที่ห้องเสื้อหรูของตัวเอง หลังจากที่ไม่ได้เข้าไปดูหลายวันใช้เวลาเพียงไม่นานรถปอร์เช่สีแดงหรูก็นำพาร่างสวยของชายผู้เป็นเจ้าของมาถึงจุดหมาย ร่างระหงที่ก้าวลงจากรถด้วยท่วงท่ามั่นใจ ประกอบกับแว่นกันแดดสีดำที่จับเข้ามาแมทช์อย่างลงตัว ทุกการก้าวย่างจึงเรียกสายตาช
“ปล่อยหนูดีนะ”“พี่บอกแล้วไงว่าไม่ ดิ้นแรงขนาดนี้ไม่เจ็บหรือไง หึ”“ปล่อยนะ ไม่ต้องมายุ่ง”“ทำไมพี่จะยุ่งกับเมียตัวเองไม่ได้”“พี่อิศ หนูดีจะขึ้นแล้ว ปล่อย”“ทำไมรีบขึ้น ปกตินอนแช่เป็นชั่วโมงไม่ใช่หรือไง” รู้ดี รู้ใจไปหมด“หนูดีเหนื่อย เพลีย”“งั้นก็ต้องแช่นานๆ สิ พี่อุตส่าห์เตรียมไว้รอ” อ้อมกอดแกร่งรัดแน่นกว่าเดิม จนหนูดีรู้ว่าตัวเองหมดทางหนีแล้วจึงหยุด แต่ใบหน้าก็ยังหันหนีจากการถูกจมูกโด่งรุกล้ำอย่างดื้อดึงจนอิศราเปลี่ยนเป้าหมายกดลงที่ไหล่บางและกัดลงเบาๆ“โอ๊ย พี่จะกัดอะไรหนักหนา จะกัดทั้งตัวเลยหรือไง”“ใช่ พี่จะกัดให้หมด เอาให้หนูดีไม่กล้าออกจากบ้านสักเดือนเป็นไง” มือใหญ่ข้างหนึ่งเลื่อนลงไปที่รูจีบบวมภายใต้น้ำอุ่น ส่วนริมฝีปากก็ยังดูดเม้มที่ไหล่เล็กต่อ“หึ เป็นเดือน แล้วจะให้หนูดีอยู่กับใคร”“อยู่กับพี่ไง”“ไม่เชื่อ เดี๋ยวพี่อิศก็ทิ้งหนูดีไปอีก คราวนี้จะเท่าไหร่ละ 10 ปีเลยไหม ถ้าจะนานขนาดนั้นเซ็นใบหย่ามาเถอะ หนูดีไม่ได้ว่างจะมารอสามีที่ 6 ปี 10 ปีเจอหน้ากันครั้งนะ” หนูดีพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ที่เจ้าตัวพยายามที่จะกดเอาไว้แล้ว แต่มันก็ยังไม่เป็นผล เมื่อเพียงแค่คิดว่าตัวเองจะโดนท
เปลือกตาเปิดออกจากการหลับใหลในช่วงบ่ายแก่ ๆ ของวัน หนูดีเกิดความรู้สึกปวดและร้าวไปทั้งตัวเมื่อพยายามที่จะขยับร่างของตัวเอง ตอนนี้จึงทำได้เพียงนอนนิ่ง จากนั้นก็หันหน้าไปมองคนข้างๆ ก็พบความว่างเปล่า มือเล็กยกขึ้นกวาดลูบบริเวณนั้น ความเย็นที่สัมผัสได้ทำให้เดาได้ไม่อยากว่าอิศราน่าจะลุกไปนานแล้วแบบนี้อีกแล้ว พี่อิศทำแบบนี้อีกแล้วเหมือนในคืนวันแต่งงานไม่มีผิดที่พอตื่นเช้ามา ก็ไม่เจอเขานอนอยู่ข้างกายแล้ว หายไปเฉยๆ ไม่มีคำบอกกล่าวใบหน้าสวยหันกลับมาเพื่อกักเก็บน้ำตาที่กำลังจะไหลออกไว้ จากนั้นก็ค่อยพยุงร่างที่บอบช้ำของตัวเองให้ลุกขึ้นทุกการย่างก้าวเดินนำความเจ็บมาให้จนน้ำตาแทบเล็ดโดยเฉพาะรูเล็กด้านหลังที่ยังแสบอยู่ไม่น้อย ไม่นานหนูดีก็พาร่างของตัวเองเข้ามาในห้องน้ำหรูกว้างได้สำเร็จ ความแปลกใจปรากฏขึ้นมาทันทีเมื่อพบว่าที่หน้าเคาน์เตอร์มีแปรงสีฟันของตัวเองถูกจัดเตรียมรอไว้ ใบหน้าหวานเงยหน้าขึ้นสำรวจตัวเองที่หน้ากระจกบานใหญ่ก็พบว่า เนื้อตัวทุกส่วนแดงและมีรอยจ้ำๆ เต็มไปหมด คงจะต้องใช้เวลานานหลายวันกว่าที่รอยพวกนี้จะหายไปสักพักหลังจากแปรงฟันเรียบร้อยแล้ว ก็หันไปมองอ่างจากุซซี่ขนาดใหญ่ถูกเตรียมน
เพลิงพิศวาสยังโหมลุกกระหน่ำต่อเนื่องและไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงในเวลาอันใกล้นี้ ร่างของนกน้อยที่เปล่งแดงซ่านของหนูดีโดนลำกายยาวใหญ่ขยับเข้าออกในรูจีบสีหวานจากทางด้านหลังไม่หยุด จนเสียงร้องหวานที่ดังต่อเนื่องมานานเริ่มแหบและสั่นเครือ“อ่า พี่อิศ”“อ่าส์ อืม..”ทางด้านอิศรายังคงส่งพละกำลังที่ตัวเองมีทั้งห
“วันนี้หนูดีต้องเป็นเมียของพี่อย่างสมบูรณ์แบบสักที”“ค- คือ”“พี่รอมานานเกินไปแล้ว”“ฮือ...”แล้วปากบางก็ถูกปิดด้วยปากร้อนของสามีหล่ออีกครั้ง ลิ้นเข้าชอนไช้อย่างกระหายในรสสัมผัสหวาน หนูดีตกใจในคราแรกแต่ไม่นานก็เกี่ยวลิ้นกลับอย่างเต็มใจ เปลือกตาบางหลับพริ้มจนแพขนตางอนยาวเด่นชัดอิศราลูบมือต่ำลงไปเรื
อิศรา พงษสวัสดิ์ภักดี แม้ว่าจะก้าวเดินเข้ามาในห้องแล้ว แต่ดวงตานิลก็ไม่ละออกจากใบหน้านวลหวาน ของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายแม้แค่เสี้ยววินาทีเดียวใบหน้าสวยยืนขับด้วยแสงนวล กำลังมองเขากลับด้วยสายตาหวานปนดื้อร้นด้วยเช่นกัน เหมือนว่าอีกคนก็ไม่ได้แปลกใจถึงการปรากฏกาย และการเปิดประตูเข้
รถสปอร์ตสีแดงคันหรูถูกผู้เป็นเจ้าของขับโลดแล่นไปบนท้องถนนด้วยความเร็วสูง นั่นคงเพราะเมื่อตกดึก บรรดารถที่เคยมีอย่างแน่นหนาตา กลับเบาบางและน้อยลง โดยเฉพาะทางด่วนพิเศษในยามนี้แล้วแทบจะไม่มีรถคนอื่นให้เห็นขับสวนให้รำคาญใจเล่นเพลงสากลสุดโปรดถูกเปิดดังลั่น และริมฝีปากบางเจือด้วยสีแดงระเรื่อของทับทิมขยั







