ログイン@ 2 วันต่อมา
"คะนิ้งวันนี้ไม่ไปเฝ้าพี่โซลเหรอ... : แพตตี้
"ไปทุกวันเดี๋ยวเขาก็เบื่อแย่ เว้นช่องว่างให้เขาได้คิดถึงบ้าง อะไรบ้าง
"เขาจะคิดถึงมึงเหรอ...กูเห็นอีเดือนดับมันตามเฝ้าตามตอแยพี่เขาอยู่เหมือนกัน ป่านนี้ทำคะแนนนำมึงไปแล้วมั้ง : แพตตี้
"เห่อะ ! อย่างพี่โซลเขาไม่ชอบคนแบบอีเดือนหรอก
"มึงรู้ได้ไง....เมื่อวานกูยังเห็นพี่เขารับขนมจากมันอยู่เลย : แพตตี้
"รับขนม ???
"อืม... : แพตตี้
"............
คะนิ้งนิ่งไปครู่หนึ่ง ภายในใจรู้สึกเคืองคนเป็นพี่เล็กน้อย ขนมที่เธอทำแล้วตั้งใจเอาไปให้เขา เขากลับปฏิเสธไม่ยอมรับมัน แต่กับผู้หญิงอีกคนเขากลับเต็มใจที่จะรับเอาไว้
"ทำหน้าแบบนั้น คืออะไร : แพตตี้
"เปล่า....
"ถ้ามึงไม่ไปหาพี่โซลงั้นเราไปหาอะไรกินกันดีไหม กูเห็นมีร้านกาแฟเปิดใหม่ที่หน้า มอ. เห็นเขาบอกบรรยากาศโคตรดี เราลองไปชิมกันไหม : แพตตี้
"อืม...แล้วอีกัสล่ะ...ไม่ชวนมันไปด้วย
"มันคงจะไปอยู่หรอก เมื่อวานมันพึ่งทะเลาะกันกับน้องเนส ป่านนี้คงกำลังงอนง้อกันอยู่ ไม่เห็นมาเรียนตั้งแต่เช้าแล้ว : แพตตี้
"มีแฟนเด็กก็งี้...เอาใจยาก..
"ช่างมันเหอะ กูว่าเรารีบไปกันเถอะ เดี๋ยวไม่มีที่นั่งชิวล์.. : แพตตี้
"อืม....
@ร้านกาแฟหน้ามหาลัย.. >> ร้านหน้ามอ.
"กูว่าแล้ว....มัวแต่คุยเรื่องอีกัส...มาช้าไม่มีที่นั่งเลยเนี้ย : แพตตี้
"เอาน่า..ไปนั่งข้างนอกก็ได้...รีบไปสั่งเห่อะ..
"เห้อ...!... ก็กูอยากเซลฟี้กับบรรยากาศวินเทจภายในร้านนี่น่า.. : แพตตี้
"วันหลังค่อยมาใหม่ก็ได้ ร้านเขาคงไม่เจ๊งวันสองวันนี้หรอก..
"....เออๆ..แล้วมึงเอาไร.... : แพตตี้เอ่ยถามคนเป็นเพื่อน
"ชาเขียวมัจฉะเย็น
"อืม...
แพตตี้กับคะนิ้งเดินเข้ามาในร้านกาแฟเปิดใหม่หน้า มอ. ก่อนจะเดินไปสั่งเครื่องดื่ม ระหว่างที่รอรับเครื่องดื่มอยู่หน้าเคาน์เตอร์ก็ได้ยินเสียงเรียกดังมาจากด้านในร้าน
"น้องคะนิ้ง...น้องแพตตี้ : ไฟเพลิง
"อ้าว..พี่เพลิง...มาทานร้านนี้ด้วยเหรอคะ : คะนิ้ง
"ครับ....มากับไอ้รามแล้วก็ไอ้โซล : ไฟเพลิงหันหน้าไปทางรามสูรกับโอโซล รามสูรโบกมือและยิ้มทักทายคะนิ้งกับแพตตี้ ส่วนอีกคนยังคงทำท่าทีนิ่งเฉย ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามอง
"อืม...ที่นั่งในร้านเต็มหมดแล้ว น้องคะนิ้งกับเพื่อนไปนั่งด้วยกันไหมครับ มีที่ว่างสองที่พอดีเลย... : ไฟเพลิงเอ่ยปากชวนทั้งสอง ในขณะที่แพตตี้กำลังจะตอบตกลงด้วยความดีใจ แต่คะนิ้งตอบปฏิเสธออกไปเสียก่อน
"....โอเค....... : แพตตี้
"ไม่รบกวนดีกว่าค่ะ...นิ้งกับแพตตี้ไปนั่งข้างนอกก็ได้
"คะนิ้ง !!!!! : แพตตี้ถึงกับหันขวับมามองคะนิ้ง พี่เขาอุตส่าห์ชวนแล้วแท้ๆ ทำไมถึงปฏิเสธได้...
"ไม่อยากไปนั่งโต๊ะเดียวกันกับไอ้โซลมันเหรอ... : ไฟเพลิง
"พี่โซลเขาคงไม่อยากให้นิ้งไปนั่งใกล้เขาหรอกค่ะ.... : คะนิ้งตั้งใจพูดให้อีกคนได้ยิน แต่ทำท่าทีเป็นไม่สนใจ แถมคนเป็นน้องยังทำหน้านิ่งเหมือน ไม่กระปรี้กระเปร่าเหมือนทุกครั้งที่พบเจอกับโอโซล
"โกรธอะไรเพื่อนพี่รึเปล่าเนี้ย ทำหน้านิ่งเชียว : ไฟเพลิง..
"เป็นได้แค่คนอื่น...ไม่มีสิทธิ์นั้นหรอกค่ะ
"กูไปหาที่นั่งรอนะ...เสร็จแล้วก็ตามออกมา : คะนิ้งหันมาพูดกับแพตตี้ก่อนจะเดินออกจากร้านไปหาที่นั่งด้านนอก..คนที่นั่งหน้านิ่งอยู่ก่อนหน้าถึงกับเหลือบสายตามามอง เมื่อเห็นความผิดปกติของคนที่พึ่งจะเดินหน้างอออกไป
"น้องคะนิ้งโกรธอะไรพวกพี่รึเปล่าครับ ทำไมวันนี้ดูหน้างอผิดปกติ : ไฟเพลิงหันไปถามแพตตี้ด้วยความงุนงง
"แพตก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ อาการแบบนี้แปลว่านิ้งมันกำลังนอย... : แพตตี้
"นอย ??? : ไฟเพลิงเอ่ยถาม ในขณะที่อีกคนก็พยายามเอียงหูฟังอยู่เหมือนกัน
"ค่ะ...ปกติมันอารมณ์ดีจะตาย ตั้งแต่มันรู้ว่าพี่โซลรับขนมจากยัยเดือนดับคณะบริหาร มันก็เงียบไป ทำหน้าอย่างกับกำลังน้อยใจอะไรสักอย่าง.. : แพตตี้
"อ่อ.....เรื่องขนมของน้องเดือน คือว่าไอ้โซลมัน....... : ไฟเพลิงกำลังจะอธิบาย แต่มีเสียงของพนักงานแทรกเข้ามาก่อน
"ชาเขียวมัจฉะกับลาเต้เย็นได้แล้วค่ะ
"ค่ะ...งั้นแพตขอตัวนะคะ..ให้คะนิ้งรอนานเดี๋ยวมันงอนแพตอีกคน..😊 : แพตตี้
"ขะ..ครับ... : ไฟเพลิงตอบออกไป ก่อนจะแยกย้ายกับแพตตี้แล้วเดินกลับมานั่งที่โต๊ะของตนเอง....
@กลุ่มของโอโซล
"ทำไมทำหน้าแบบนั้นวะไอ้เพลิง : รามสูรถามไฟเพลิงเมื่อเห็นว่าไฟเพลิงทำหน้าตางุนงงระหว่างที่นั่งลงบนเก้าอี้
"ไอ้โซล...มึงทำอะไรให้น้องคะนิ้งงอนรึเปล่าวะ... : ไฟเพลิง
"............. : โอโซลไม่ตอบยังคงนั้งกอดอกหันหน้าออกไปมองทางคะนิ้งที่นั่งอยู่ด้านนอก...
"ทำไมมึงถามแบบนั้นวะ มีอะไร น้องคะนิ้งงอนไอ้โซลเหรอ.. : รามสูร
"กูว่าใช่นะ....นี่ขนาดกูเปิดทางให้น้อง อุตส่าห์ชวนมานั่งด้วยกัน แต่น้องดันปฏิเสธซะงั้น : ไฟเพลิง
"เขาไม่อยากมานั่งกับมึงรึเปล่า มึงอ่ะพูดมาก : รามสูร
"น้องบอกว่าไม่อยากรบกวน ไอ้โซลมันคงไม่อยากให้น้องมานั่งใกล้หรอก ตอบกลับมาแบบนี้ มึงคิดว่าไงวะ... : ไฟเพลิง
"งอนชัวร์ : รามสูร
"....เห้ย ! ไอ้โซล ดูเหมือนน้องคะนิ้งคนสวยจะงอนมึงซะแล้ว มึงไปทำอะไรเอาไว้วะ... : รามสูรหันมาพูดกับโอโซลที่ยังคงทำหน้านิ่งที่เปลี่ยนจากเดิมไปหน่อยก็คงจะเป็นคิ้วที่ดูเหมือนจะผูกกันเป็นปมหนักขึ้นกว่าเดิม
"กูจำเป็นต้องสนใจด้วยเหรอ... : โอโซลตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งๆตามเดิม ทั้งที่ภายในใจก็รู้สึกตงิดอยู่เหมือนกัน
"กูว่าน่าจะเป็นเรื่องเมื่อวานที่มึงรับขนมของน้องเดือนคณะบริหารรึเปล่า : ไฟเพลิง
"ทำไมวะ ?? : รามสูร
"ก็สองวันก่อน น้องคะนิ้งอุตส่าห์เอาขนมตาลที่ตัวเองตั้งใจทำมาให้ แต่ไอ้โซลมันกลับไม่รับ แถมยังบอกน้องว่าไม่ชอบกินขนมอีกด้วย ปฏิเสธน้องชัดๆ : ไฟเพลิง
"แล้วไงวะ ????? สุดท้ายมันก็แย่งจากมือมึงไปไม่ใช่เหรอ ไม่ยอมแบ่งให้ใครซะด้วย ของน้องเดือนมันโยนทิ้งถังขยะมึงก็เห็น : รามสูร
"แล้วน้องมันจะรู้ป่ะ...ไอ้เชี้ยโซลมันปฏิเสธน้องต่อหน้าไปแบบนั้น ก็คงจะนอยแหละ : ไฟเพลิง
"เอาไงวะไอ้โซล น้องคะนิ้งคนสวยงอนมึงแล้วนั่น...ดูเหมือนจะงอนจริงซะด้วย...ไม่หันมามองมึงเลย : รามสูร
"งอนก็งอนดิ..ไม่ได้เป็นอะไรกัน กูไม่ได้สนใจอยู่แล้ว
"อ้าวเหรอ...กูนึกว่ามึงเริ่มสนใจน้องเขาแล้วซะอีก ตกลงว่ามึงไม่ชอบ ? : ไฟเพลิง
"อืม..ไม่ชอบ แล้วพวกมึงก็ไม่ต้องถามอีก...ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ...
"มึงแน่ใจ ??? : รามสูร
"ก็บอกว่าไม่ชอบไง..เซ้าซี้อะไรนักหนา
"เออ...มึงอย่ากลืนน้ำลายตัวเองแล้วกัน...น้องออกจะน่ารัก ขนาดกูกับไอ้รามยังชอบเลย ถ้าไม่ติดว่าเขาจีบมึงนะ กูสอยนานแล้ว.... : ไฟเพลิงพูดไปด้วยยิ้มไปด้วย ส่วนรามสูรเองก็ไม่ได้โต้แย้งใดๆ ได้แต่ยิ้มมุมปากอ่อนๆ ปล่อยคนที่บอกไม่สนใจ ทำหน้าบึ้งหน้าตึงอยู่แบบนั้น
"ดะ..เดี๋ยว...!!"อย่ามาห้ามนะ..หนูแกล้งเฮียก่อน ให้ลงตอนนี้ลงไม่ได้แล้ว.."ไม่ได้ห้าม...แต่หนูจะทำให้.."ฮ่ะ..!.. : คนเป็นพี่ทำหน้าตาอย่างกับไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน แต่ไม่ทันจะได้สงสัยอะไร..คนที่โดนจับให้พลิกตัวลงบนที่นอนนุ่ม ไขว้ขาพาดเอวขึ้นคร่อมเขาอีกครั้ง ทำให้ตอนนี้โอโซลเป็นฝ่ายอยู่ใต้ร่างโดยคะนิ้งคุมเกมส์อยู่ด้านบน สองมือเล็กค่อยๆจับท่อนเอ็นที่ตั้งผงาดชูชันอยู่ตรงหน้า ก่อนจะยกเอวคอดของตนเองขึ้นเล็กน้อย ค่อยๆสอดใส่ช่องแคบนุ่มนิ่มลงช้าๆ จนสุดลำ ทำให้อีกคนส่งเสียงครางออกมาอย่างเสียวส่าน.."อ้าส์...เด็กดี..~~สองมือเล็กขยับขึ้นมาสอดคล้องไปที่ลำคอหนา ในขณะที่มือของเขาจับบั่นเอวของเธอเอาไว้ โอโซลสบตากับคนที่ขึ้นคร่อมเขาอยู่ ก่อนจะประกบริมฝีปากหนาจูบไปที่ริมฝีปากเล็กอย่างร้อนแรง..."จ๊วบ จ๊วบ ~~~"อื้มมม... ~~ทั้งคู่นั่งหันหน้าเข้าหากัน ขาของคนเป็นน้องไขว้กอดเอวของเขาเอาไว้ ใบหน้าที่หันเข้าหากันของทั้งคู่สบประสานมองตากันในระหว่างบรรเลงเพลงรัก คะนิ้งเริ่มขยับสะโพกเล็กบดคลึงเบาๆด้วยความรู้สึกจุกมวนบริเวณท้องน้อย ในขณะที่จังหวะรักเริ่มบรรเลง คนเป็นพี่ส่งเสียงครางในลำคอไม่หยุด ใบหน้
@เช้าวันต่อมา"งื้ออ ~แสงแดดยามเช้าสอดส่องแยงตาทำให้คนที่นอนหลับสนิท งัวเงียตื่นขึ้นมาในเวลาแปดโมงเช้าของอีกวัน คะนิ้งลืมตาตื่นด้วยความรู้สึกหนักอื้อบริเวณศีรษะ ก่อนจะบ่นพึมพำออกมา"ตัวเองอยาก แต่มาลำบากคนอื่น เห้อ !"บ่นอะไรครับ...หืม 😊"บ่นเฮียนั่นแหละ...เมื่อคืนเฮียไม่ให้หนูพักเลย...ปวดเนื้อปวดตัวไปหมดแล้วเนี้ย .."ไหน..ปวดตรงไหนครับ เดี๋ยวเฮียนวดให้ : คนเป็นพี่ใช้สองมือหนาของตัวเองบีบนวดไปตามส่วนต่างๆของร่างกายเล็ก มือปลาหมึกเริ่มซุกซนจากนวดแขนเขาเริ่มขยับขึ้นมาใกล้บริเวณทรวงอก จนคนเป็นน้องต้องทักท้วงในการกระทำของเขา.."อย่าซนนะคะ...ถ้าเฮียดื้อ คืนนี้อด... !" ไม่ดื้อครับ... : โอโซลรีบเคลื่อนมือหนามาบีบนวดบริเวณไหล่เล็กทันทีก่อนจะยิ้มออกมาอย่างมีความสุข"วันนี้เฮียไม่มีเรียนเหรอคะ..ทำไมยังนอนอยู่บนเตียงล่ะ.."มีครับ แต่วันนี้ลาป่วย..."ลาป่วย..?.. เฮียไม่สบายตรงไหน...เท่าที่เห็นก็ปกติดีนิคะ : คนตัวเล็กมองสำรวจไปทั่วร่างกายหนา ไม่พบความผิดปกติใดๆ ใบหน้าคมออกจะดูสดใสขึ้นกว่าเดิมเสียอีก"ป่วยการเมืองไงครับ...วันนี้เฮียไม่อยากไป ขออยู่ห้องได้ไหม"ไม่สมเหตุสมผลเลยนะคะ เสียการเรียนหมด
"อื้อ ~~~"ฮะ..เฮียคะ..หนูว่าเรามานั่งคุยกันก่อนดีไหม.."นั่งคุยไม่รู้เรื่องหรอก...เฮียอยากนอนคุยมากกว่า.."ตะ..แต่ว่า...."วันนี้วันเกิดเฮีย..เฮียขอนะครับถือว่าเป็นของขวัญวันเกิด......อุณหภูมิภายในห้องเย็นเฉียบยิ่งกว่าเปิดเครื่องปรับอาการเสียอีก ร่างกายอ่อนนุ่มถูกรุกล้ำด้วยสองมือหนา โอโซลใช้สายตาจ้องมองคนเป็นน้อง ก่อนจะใช้มือหนาปลดกระดุมเสื้อของคะนิ้งออกทีละเม็ด นิ้วเรียวค่อยๆลากยาวผ่านซอกกลางระหว่างอก ก่อนจะวนปลายนิ้วร้ายมาหยุดอยู่ที่ยอดประทุมถัน เขาใช้ปลายนิ้วสะกิดอยอกล้อยอดอกเบาๆ เพียงเท่านี้คนเป็นน้องอ่อนระทวยไปหมดแล้ว"อื้ออ ~~ เฮีย..."มันแข็งแล้วนะ...ดูท่าจะอยากให้เฮียชิม.."อ้าส์ .... อื้ออ ~~พูดยังไม่ทันจบคนเป็นพี่ก้มใบหน้าคมลงไปจ่ออยู่ที่ยอดอกคู่งาม..ก่อนจะใช้ริมฝีปากหนางับลงไปเบาไที่ยอดนั้นอย่างละเมียดละไม...คะนิ้งได้แต่ส่งเสียงครางกระเส่าอยู่ในลำคอ..ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมันเร็วจนเธอตั้งรับไม่ทัน สองมือเล็กค่อยๆยกขึ้นไปกอดคล้องลำคอหนา ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเรียวสอดเข้าไปตามกลุ่มเส้นผมบริเวณท้ายทอยของคนเป็นพี่...หลับตาพริมรับสัมผัสที่เขามอบให้..ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเธอเองก็ไม่
ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ สายตาคมจ้องมองไปยังคนตรงหน้าด้วยความสั่นไหว ก่อนจะรีบเก็บสายตาคู่นั้นแปลเปลี่ยนเป็นความนิ่งเรียบในเวลาต่อมา"มาทำไม : น้ำเสียงแข็งกร้าวถูกส่งออกไปทำเอาคนที่ฟังถึงกับหุบยิ้มแทบไม่ทัน"ไม่อยากให้มาเหรอคะ...".........ก็เห็นหายไปนาน นึกว่าจะไม่กลับมาแล้วซะอีก"แล้วเฮียอยากให้หนูกลับมาหรือเปล่าล่ะ"............. คนเป็นพี่ไม่ตอบอะไร เขายังคงนิ่งอย่างที่เคยเป็น ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนเขาก็ยังเป็นเฮียโซลคนเดิม ไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด"งั้นหนูไม่รบกวนเฮียแล้วนะคะ..เค้กวันเกิดหนูวางไว้ตรงนี้นะ : คะนิ้งวางเค้กเอาไว้ที่หน้าประตู ก่อนจะหันหลังกำลังจะเดินกลับไป แต่ไม่ทันจะได้ก้าวขา มือหนาของอีกคนคว้าเอวเล็กของเธอเอาไว้เสียก่อน"เฮียไม่ให้ไป...ไม่ให้ไปไหนอีกแล้ว อึก..อึก : ความเข็มแข็งที่เขาสร้างมันมานานนับปีถูกทลายลงอย่างง่ายดาย เพียงเธอบอกว่าจะไป ใจเขากลับอ่อนหยวบลงทันทีคนเป็นน้องค่อยๆจับมือเขาก่อนจะหันหน้าเข้าหาเขาอีกครั้ง"ร้องไห้เป็นเด็กอีกแล้วนะคะ เฮียร้องไห้เก่งเกินไปแล้วนะ : คะนิ้งยกนิ้วมือเรียวเช็ดน้ำตาให้คนเป็นพี่ก่อนจะยิ้มบางๆให้เขา"หนูหายไปไหนมา เฮียคิดว่าหนูจะลื
@1 ปีต่อมา"รับน้องปีนี้เราจะจัดกิจกรรมอะไรดีวะ อาจารย์ห้ามนั่นห้ามนี่เยอะแยะไปหมด : : ไฟเพลิง"ก็เหมือนทุกๆปี กิจกรรมนันทนาการ แจกสายรหัส และเข้าค่ายจิตอาสา ก็ทำมาตลอดมึงจะตื่นเต้นอะไร : รามสูร"ปีนี้ปีสุดท้ายแล้ว...จะเหมือนเดิมได้ไงวะ...ต้องมีอะไรพิเศษขึ้นมาหน่อย จริงไหมไอ้โซล : ไฟเพลิงหันไปถามความคิดเห็นของโอโซล แต่ไม่ได้รับคำตอบใดๆกลับมา เขาเอาแต่นั่งหน้านิ่ง อ่านหนังสือ ทำตัวเย็นชาเข้าถึงยากมากกว่าแต่ก่อนซะอีก"มึงจะถามอะไรมัน...ถามไปก็ไม่ได้คำตอบ : รามสูร"นี่ก็ผ่านมาเป็นปีแล้วนะ..ทำไมมันยังไม่ดีขึ้นอีก กูว่ามันเป็นหนักกว่าเมื่อก่อนเยอะ ก่อนเจอน้องคะนิ้งมันก็ดูนิ่งนะ แต่เดี๋ยวนี้ดูมันจะนิ่งมากกว่าเดิม ขนาดกูเป็นเพื่อนมันยังไม่ค่อยจะคุยด้วยเลย : ไฟเพลิง"มึงว่ามันยังรอเขาอยู่หรือเปล่า : ไฟเพลิงถามรามสูร"แล้วมึงคิดว่าไง คนเราไม่ติดต่อกันมาเป็นปี ความสมพันธ์มันจะดีขึ้นได้จริงๆเหรอ : รามสูรทั้งสองมองหน้ากันก่อนจะสังเกตท่าทีของโอโซล ผ่านมาแล้วหนึ่งปีเต็มที่คนเป็นน้องหายไปจากวงจรชีวิตเขา ช่วงสามเดือนแรกเขาแทบจะไม่เป็นผู้เป็นคน ไม่กิน ไม่นอน ไม่พูด ไม่คุยกับใคร เก็บตัวอยู่แต่ในห้องจน
@2 วันต่อมา💬 โอโซล : เฮียขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม💬 คะนิ้ง : .....อ่านแล้ว....💬 โอโซล : หนูอย่าเงียบแบบนี้ได้ไหม คุยกับเฮียสักนิดก็ยังดี เฮียจะบ้าตายอยู่แล้ว💬 คะนิ้ง : .....อ่านแล้ว....💬 โอโซล : เรายังรักกันอยู่หรือเปล่า...หนูยังเห็นว่าเฮียเป็นแฟนอยู่ไหม💬 คะนิ้ง : .....อ่านแล้ว....💬 โอโซล : รับสายเฮียหน่อยครับ..แค่รับก็ได้ ถ้าหนูไม่อยากคุย เฮียขอแค่ฟังเสียงลมหายใจของหนูก็ยังดี💬 คะนิ้ง : .....อ่านแล้ว....💬 โอโซล : คะนิ้ง เฮียขอร้อง อย่าเงียบแบบนี้เลย เฮียผิดไปแล้ว เฮียขอโทษ💬 คะนิ้ง : .....อ่านแล้ว....💬 โอโซล : ไม่ไปได้ไหม...อยู่กับเฮียต่อได้ไหม...เฮียรักหนู อย่าทิ้งกันไปได้ไหม💬 คะนิ้ง : .....อ่านแล้ว....ไม่ว่าเขาจะส่งข้อความอะไรไป คนเป็นน้องไม่เคยตอบกลับ หัวใจเขามันแทบคลั่ง เคยไปหาเธอที่คอนโดแต่คนเป็นน้องไม่ยอมเปิดประตูให้ แถมยังเปลี่ยนคีย์การ์ด และรหัสผ่าน ไม่ยอมให้เขาเข้าถึงตัวเธอเลยสักนิด นี่คือบทลงโทษของคนอย่างเขาใช่ไหม...เขาได้แต่นั่งส่งข้อความไปหาเธออยู่แบบนั้น แม้เธอจะไม่เคยตอบกลับมาเลยก็ตาม@คอนโดโอโซลภายในห้องนอนหรูที่มืดสนิทมีเพียงแสงไฟจากด้านนอกที่สอดส่อ







