Mag-log in@ 2 วันต่อมา
"คะนิ้งวันนี้ไม่ไปเฝ้าพี่โซลเหรอ... : แพตตี้
"ไปทุกวันเดี๋ยวเขาก็เบื่อแย่ เว้นช่องว่างให้เขาได้คิดถึงบ้าง อะไรบ้าง
"เขาจะคิดถึงมึงเหรอ...กูเห็นอีเดือนดับมันตามเฝ้าตามตอแยพี่เขาอยู่เหมือนกัน ป่านนี้ทำคะแนนนำมึงไปแล้วมั้ง : แพตตี้
"เห่อะ ! อย่างพี่โซลเขาไม่ชอบคนแบบอีเดือนหรอก
"มึงรู้ได้ไง....เมื่อวานกูยังเห็นพี่เขารับขนมจากมันอยู่เลย : แพตตี้
"รับขนม ???
"อืม... : แพตตี้
"............
คะนิ้งนิ่งไปครู่หนึ่ง ภายในใจรู้สึกเคืองคนเป็นพี่เล็กน้อย ขนมที่เธอทำแล้วตั้งใจเอาไปให้เขา เขากลับปฏิเสธไม่ยอมรับมัน แต่กับผู้หญิงอีกคนเขากลับเต็มใจที่จะรับเอาไว้
"ทำหน้าแบบนั้น คืออะไร : แพตตี้
"เปล่า....
"ถ้ามึงไม่ไปหาพี่โซลงั้นเราไปหาอะไรกินกันดีไหม กูเห็นมีร้านกาแฟเปิดใหม่ที่หน้า มอ. เห็นเขาบอกบรรยากาศโคตรดี เราลองไปชิมกันไหม : แพตตี้
"อืม...แล้วอีกัสล่ะ...ไม่ชวนมันไปด้วย
"มันคงจะไปอยู่หรอก เมื่อวานมันพึ่งทะเลาะกันกับน้องเนส ป่านนี้คงกำลังงอนง้อกันอยู่ ไม่เห็นมาเรียนตั้งแต่เช้าแล้ว : แพตตี้
"มีแฟนเด็กก็งี้...เอาใจยาก..
"ช่างมันเหอะ กูว่าเรารีบไปกันเถอะ เดี๋ยวไม่มีที่นั่งชิวล์.. : แพตตี้
"อืม....
@ร้านกาแฟหน้ามหาลัย.. >> ร้านหน้ามอ.
"กูว่าแล้ว....มัวแต่คุยเรื่องอีกัส...มาช้าไม่มีที่นั่งเลยเนี้ย : แพตตี้
"เอาน่า..ไปนั่งข้างนอกก็ได้...รีบไปสั่งเห่อะ..
"เห้อ...!... ก็กูอยากเซลฟี้กับบรรยากาศวินเทจภายในร้านนี่น่า.. : แพตตี้
"วันหลังค่อยมาใหม่ก็ได้ ร้านเขาคงไม่เจ๊งวันสองวันนี้หรอก..
"....เออๆ..แล้วมึงเอาไร.... : แพตตี้เอ่ยถามคนเป็นเพื่อน
"ชาเขียวมัจฉะเย็น
"อืม...
แพตตี้กับคะนิ้งเดินเข้ามาในร้านกาแฟเปิดใหม่หน้า มอ. ก่อนจะเดินไปสั่งเครื่องดื่ม ระหว่างที่รอรับเครื่องดื่มอยู่หน้าเคาน์เตอร์ก็ได้ยินเสียงเรียกดังมาจากด้านในร้าน
"น้องคะนิ้ง...น้องแพตตี้ : ไฟเพลิง
"อ้าว..พี่เพลิง...มาทานร้านนี้ด้วยเหรอคะ : คะนิ้ง
"ครับ....มากับไอ้รามแล้วก็ไอ้โซล : ไฟเพลิงหันหน้าไปทางรามสูรกับโอโซล รามสูรโบกมือและยิ้มทักทายคะนิ้งกับแพตตี้ ส่วนอีกคนยังคงทำท่าทีนิ่งเฉย ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามอง
"อืม...ที่นั่งในร้านเต็มหมดแล้ว น้องคะนิ้งกับเพื่อนไปนั่งด้วยกันไหมครับ มีที่ว่างสองที่พอดีเลย... : ไฟเพลิงเอ่ยปากชวนทั้งสอง ในขณะที่แพตตี้กำลังจะตอบตกลงด้วยความดีใจ แต่คะนิ้งตอบปฏิเสธออกไปเสียก่อน
"....โอเค....... : แพตตี้
"ไม่รบกวนดีกว่าค่ะ...นิ้งกับแพตตี้ไปนั่งข้างนอกก็ได้
"คะนิ้ง !!!!! : แพตตี้ถึงกับหันขวับมามองคะนิ้ง พี่เขาอุตส่าห์ชวนแล้วแท้ๆ ทำไมถึงปฏิเสธได้...
"ไม่อยากไปนั่งโต๊ะเดียวกันกับไอ้โซลมันเหรอ... : ไฟเพลิง
"พี่โซลเขาคงไม่อยากให้นิ้งไปนั่งใกล้เขาหรอกค่ะ.... : คะนิ้งตั้งใจพูดให้อีกคนได้ยิน แต่ทำท่าทีเป็นไม่สนใจ แถมคนเป็นน้องยังทำหน้านิ่งเหมือน ไม่กระปรี้กระเปร่าเหมือนทุกครั้งที่พบเจอกับโอโซล
"โกรธอะไรเพื่อนพี่รึเปล่าเนี้ย ทำหน้านิ่งเชียว : ไฟเพลิง..
"เป็นได้แค่คนอื่น...ไม่มีสิทธิ์นั้นหรอกค่ะ
"กูไปหาที่นั่งรอนะ...เสร็จแล้วก็ตามออกมา : คะนิ้งหันมาพูดกับแพตตี้ก่อนจะเดินออกจากร้านไปหาที่นั่งด้านนอก..คนที่นั่งหน้านิ่งอยู่ก่อนหน้าถึงกับเหลือบสายตามามอง เมื่อเห็นความผิดปกติของคนที่พึ่งจะเดินหน้างอออกไป
"น้องคะนิ้งโกรธอะไรพวกพี่รึเปล่าครับ ทำไมวันนี้ดูหน้างอผิดปกติ : ไฟเพลิงหันไปถามแพตตี้ด้วยความงุนงง
"แพตก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ อาการแบบนี้แปลว่านิ้งมันกำลังนอย... : แพตตี้
"นอย ??? : ไฟเพลิงเอ่ยถาม ในขณะที่อีกคนก็พยายามเอียงหูฟังอยู่เหมือนกัน
"ค่ะ...ปกติมันอารมณ์ดีจะตาย ตั้งแต่มันรู้ว่าพี่โซลรับขนมจากยัยเดือนดับคณะบริหาร มันก็เงียบไป ทำหน้าอย่างกับกำลังน้อยใจอะไรสักอย่าง.. : แพตตี้
"อ่อ.....เรื่องขนมของน้องเดือน คือว่าไอ้โซลมัน....... : ไฟเพลิงกำลังจะอธิบาย แต่มีเสียงของพนักงานแทรกเข้ามาก่อน
"ชาเขียวมัจฉะกับลาเต้เย็นได้แล้วค่ะ
"ค่ะ...งั้นแพตขอตัวนะคะ..ให้คะนิ้งรอนานเดี๋ยวมันงอนแพตอีกคน..😊 : แพตตี้
"ขะ..ครับ... : ไฟเพลิงตอบออกไป ก่อนจะแยกย้ายกับแพตตี้แล้วเดินกลับมานั่งที่โต๊ะของตนเอง....
@กลุ่มของโอโซล
"ทำไมทำหน้าแบบนั้นวะไอ้เพลิง : รามสูรถามไฟเพลิงเมื่อเห็นว่าไฟเพลิงทำหน้าตางุนงงระหว่างที่นั่งลงบนเก้าอี้
"ไอ้โซล...มึงทำอะไรให้น้องคะนิ้งงอนรึเปล่าวะ... : ไฟเพลิง
"............. : โอโซลไม่ตอบยังคงนั้งกอดอกหันหน้าออกไปมองทางคะนิ้งที่นั่งอยู่ด้านนอก...
"ทำไมมึงถามแบบนั้นวะ มีอะไร น้องคะนิ้งงอนไอ้โซลเหรอ.. : รามสูร
"กูว่าใช่นะ....นี่ขนาดกูเปิดทางให้น้อง อุตส่าห์ชวนมานั่งด้วยกัน แต่น้องดันปฏิเสธซะงั้น : ไฟเพลิง
"เขาไม่อยากมานั่งกับมึงรึเปล่า มึงอ่ะพูดมาก : รามสูร
"น้องบอกว่าไม่อยากรบกวน ไอ้โซลมันคงไม่อยากให้น้องมานั่งใกล้หรอก ตอบกลับมาแบบนี้ มึงคิดว่าไงวะ... : ไฟเพลิง
"งอนชัวร์ : รามสูร
"....เห้ย ! ไอ้โซล ดูเหมือนน้องคะนิ้งคนสวยจะงอนมึงซะแล้ว มึงไปทำอะไรเอาไว้วะ... : รามสูรหันมาพูดกับโอโซลที่ยังคงทำหน้านิ่งที่เปลี่ยนจากเดิมไปหน่อยก็คงจะเป็นคิ้วที่ดูเหมือนจะผูกกันเป็นปมหนักขึ้นกว่าเดิม
"กูจำเป็นต้องสนใจด้วยเหรอ... : โอโซลตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งๆตามเดิม ทั้งที่ภายในใจก็รู้สึกตงิดอยู่เหมือนกัน
"กูว่าน่าจะเป็นเรื่องเมื่อวานที่มึงรับขนมของน้องเดือนคณะบริหารรึเปล่า : ไฟเพลิง
"ทำไมวะ ?? : รามสูร
"ก็สองวันก่อน น้องคะนิ้งอุตส่าห์เอาขนมตาลที่ตัวเองตั้งใจทำมาให้ แต่ไอ้โซลมันกลับไม่รับ แถมยังบอกน้องว่าไม่ชอบกินขนมอีกด้วย ปฏิเสธน้องชัดๆ : ไฟเพลิง
"แล้วไงวะ ????? สุดท้ายมันก็แย่งจากมือมึงไปไม่ใช่เหรอ ไม่ยอมแบ่งให้ใครซะด้วย ของน้องเดือนมันโยนทิ้งถังขยะมึงก็เห็น : รามสูร
"แล้วน้องมันจะรู้ป่ะ...ไอ้เชี้ยโซลมันปฏิเสธน้องต่อหน้าไปแบบนั้น ก็คงจะนอยแหละ : ไฟเพลิง
"เอาไงวะไอ้โซล น้องคะนิ้งคนสวยงอนมึงแล้วนั่น...ดูเหมือนจะงอนจริงซะด้วย...ไม่หันมามองมึงเลย : รามสูร
"งอนก็งอนดิ..ไม่ได้เป็นอะไรกัน กูไม่ได้สนใจอยู่แล้ว
"อ้าวเหรอ...กูนึกว่ามึงเริ่มสนใจน้องเขาแล้วซะอีก ตกลงว่ามึงไม่ชอบ ? : ไฟเพลิง
"อืม..ไม่ชอบ แล้วพวกมึงก็ไม่ต้องถามอีก...ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ...
"มึงแน่ใจ ??? : รามสูร
"ก็บอกว่าไม่ชอบไง..เซ้าซี้อะไรนักหนา
"เออ...มึงอย่ากลืนน้ำลายตัวเองแล้วกัน...น้องออกจะน่ารัก ขนาดกูกับไอ้รามยังชอบเลย ถ้าไม่ติดว่าเขาจีบมึงนะ กูสอยนานแล้ว.... : ไฟเพลิงพูดไปด้วยยิ้มไปด้วย ส่วนรามสูรเองก็ไม่ได้โต้แย้งใดๆ ได้แต่ยิ้มมุมปากอ่อนๆ ปล่อยคนที่บอกไม่สนใจ ทำหน้าบึ้งหน้าตึงอยู่แบบนั้น
ผมมองดูสายตาที่เหมยหลินสื่อออกมา แค่มองก็รู้แล้วว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ คงจะมีอะไรอยู่ในใจสินะ ถึงได้ตอบแบบขอไปทีแบบนี้"เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเต็มไปด้วยความรักและความเข้าใจ มือของเขายังจับมือฉันไว้แน่น เพื่อสื่อให้รู้ว่าฉันไม่ได้อยู่คนเดียว"มีอะไรอยู่ในใจก็พูดกับเฮียตรงๆเลยนะครับ เฮียจะบอกเหมยทุกเรื่องที่เหมยอยากรู้ ระหว่างเราจะได้ไม่ต้องมีอะไรค้างค้าใจกันอีก"เขากระซิบอย่างจริงจัง สายตาเต็มไปด้วยความหวังและความจริงใจ ความรู้สึกมั่นคงในตัวเขาเป็นเหมือนเกราะปกป้องหัวใจของฉันในตอนนี้"ผมจะบอกเธอทุกเรื่อง ไม่ว่าเรื่องอะไรที่เธออยากรู้ เพราะไม่อยากให้ระหว่างเรามันคลุมเครือ ไม่อยากให้เธอคิดว่าผมกับคนเก่ายังมีความรู้สึกอะไรให้กันอยู่ เพราะความรู้สึกแบบนั้นมันหมดไปนานแล้ว และตอนนี้คนที่ผมแคร์ คนที่ผมรักก็มีแต่เธอคนเดียวเท่านั้น ผมไม่สนไม่แคร์คนอื่นอีกต่อไปแล้ว"เสียงเขาเต็มไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง ดวงตาของเขาเปล่งประกายความรักและความมุ่งมั่น ฉันรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่เต็มเปี่ยมในหัวใจ"งั้นเหมยขอถามเฮียนะคะ..เพราะเรื่องนี้ทำให้เหมยค้างคาใจมาโดยตลอด ตั้งแต่ก่อนคบกัน จนคบกันเข้า
@1 ชั่วโมงต่อมาห้องเงียบลงหลังจากผ่านความวุ่นวายไปได้สักพัก แสงแดดยามสายลอดผ่านม่านสีครีมอ่อนเข้ามา กระทบกับเรือนผมของคนตัวเล็กที่นั่งกอดอกอยู่มุมเตียง ใบหน้าหวานบึ้งตึง ขมวดคิ้วแน่น ริมฝีปากเล็กเชิดขึ้นน้อยๆ อย่างไม่พอใจ ขณะที่สายตาเลื่อนมองออกไปยังระเบียง แต่ก็ยังเหลือบมองมาทางเขาเป็นระยะ"เป็นอะไร..หน้าบูดหน้าบึ้งเชียว"เสียงทุ้มของเขาดังขึ้นอย่างอ่อนโยน ในขณะที่เขาขยับตัวเข้ามาใกล้ นั่งลงข้างๆ คนตัวเล็กอย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าการเคลื่อนไหวใดๆ จะทำให้เธอระเบิดใส่อีกครั้ง"เปล่าค่ะ"เธอตอบกลับโดยไม่หันหน้ามองเขา เสียงห้วนสั้นบ่งบอกถึงอารมณ์ที่ยังไม่คลายลงง่ายๆ มือเล็กกำชายเสื้อไว้แน่น สายตาหลุบต่ำหลบสายตาเขา แต่รังสีของความไม่พอใจยังชัดเจนจนสัมผัสได้"เปล่า ? แต่จมูกกับปากเธอแทบจะชนกันอยู่แล้ว ยังโกรธเฮียอยู่เหรอ"เขายิ้มขำออกมาเล็กน้อย พยายามหยอกให้สถานการณ์เบาลง สายตาเขาจับจ้องไปที่เธออย่างเอ็นดู รู้ดีว่าเธอไม่ได้ “เปล่า” อย่างที่พูดเลยแม้แต่น้อยคนตัวเล็กหันมามองหน้าผมด้วยสายตาจับผิด ก่อนจะถามคำถามที่เธอน่าจะค้างคาใจมานาน"...เหมยถามจริงๆนะเฮีย ตั้งแต่แฟนเก่าเฮียกลับมา เฮีย
"ใครโทรมาแต่เช้าอ่ะเหมย "เสียงอู้อี้ดังขึ้นจากคนที่ยังนอนคว่ำอยู่บนเตียง เสียงทุ้มนุ่มมีแววของความงัวเงีย เจือด้วยความสงสัยปนหงุดหงิดเล็กๆ เมื่อได้ยินปลายเสียงคนเป็นน้องกำลังมีปากเสียงกับใครบางคนอยู่ทางโทรศัพท์"ก็แฟนเก่าเฮียไงคะ โทรมาบอกว่าเมื่อคืนเฮียนอนเอากันกับเธอ...."น้ำเสียงของเหมยหลินเต็มไปด้วยความเย็นชา ปลายตาคว่ำลงอย่างเบื่อหน่าย ปากเอ่ยตอบทั้งที่ยังถือโทรศัพท์แนบหู มืออีกข้างก็ปัดปอยผมที่ปรกใบหน้าไปด้านหลังอย่างหงุดหงิด เสียงถอนหายใจดังเบาๆ ขณะเธอปรายตามองร่างเปลือยเปล่าข้างตัวด้วยความหมั่นไส้ปนเอ็นดู"ประสาท ! เฮียเอากับเธอทั้งคืน จะไปเอากับคนอื่นได้ไง"เสียงของเขาเปลี่ยนเป็นเข้มขึ้นทันทีเมื่อได้ยินข้อกล่าวหาไร้สาระ ใบหน้าหล่อที่ยังซุกหมอนอยู่เมื่อครู่เงยขึ้นช้าๆ ดวงตาคมเข้มวาวโรจน์ด้วยความโมโห เขาพยุงตัวลุกขึ้นนั่งพิงพนักเตียง ผ้าห่มเลื่อนหลุดเผยให้เห็นแผ่นอกเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยรอยจูบรักจากเมื่อคืน"📞 ชัดไหมคะพี่มิ้งค์ นี่เฮียพีชตัวจริงเสียงจริง ไม่ใช่ภาพมโนเหมือนที่พี่ส่งมานะ"น้ำเสียงของเหมยหลินฟังดูเรียบนิ่ง ทว่าในน้ำเสียงนั้นกลับมีความเย้ยหยันแฝงอยู่เต็มเปี่ยม ข
@เวลาต่อมาบรรยากาศในห้องนอนอบอวลด้วยไออุ่นอันหน่วงแน่นจากความใกล้ชิด เสียงลมหายใจแผ่วเบาสลับกันเป็นจังหวะ ทั้งห้องมีเพียงแสงสลัวจากโคมไฟหัวเตียงสีนวลทองที่ฉาบทาบเรือนกายเปลือยเปล่าอย่างแผ่วเบา สองร่างแนบชิดใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน เขากอดฉันไว้จากด้านหลัง แผ่นอกอุ่นแนบแผ่นหลัง มือของเขาลูบวนช้า ๆ บนหน้าท้องแบนราบราวกับจะกล่อมให้ใจเต้นสม่ำเสมอ"อย่าจ้องเหมยแบบนี้สิ เหมยอายเป็นนะ"ฉันหลบสายตาเขา ใบหน้าแดงระเรื่อ ริมฝีปากขบเม้มแน่นเล็กน้อยด้วยความขวยเขิน สองมือดึงผ้าห่มขึ้นสูงราวกับจะใช้มันปกปิดความเปลือยเปล่าที่ตัวเองเพิ่งเผยให้เขาเห็นเมื่อครู่"...จะอายทำไม..นี่ผัวนะครับ ไม่ใช่ใครที่ไหน แล้วอีกอย่างเฮียก็เคยเห็นสองเต้านี้มาแล้ว ไม่เห็นจะมีอะไรต้องอาย"เขาขยับเข้ามาใกล้ กระซิบข้างใบหูเบา ๆ พร้อมกดจมูกลงที่ต้นคออย่างหวงแหน สายตาของเขายังคงมองฉันไม่วาง ดวงตานั้นเจือทั้งแววขำและความหลงใหลจนฉันรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัว"ก็เฮียเคยบอกของเหมยเหมือนเด็กอนุบาล เหมือนกระดานโต้คลื่น แถมยังเล็กเท่าซาลาเปาลูกล่ะสิบ"ฉันเบ้ปาก พลางใช้ปลายนิ้วสะกิดอกเขาเบา ๆ อย่างประชด แต่ในใจกลับหวั่นไหว เพราะคำพูดนั้นมั
"เพราะเฮียรักเหมย..."คำพูดที่หลุดออกจากปากเขาไม่ใช่เสียงตะโกน แต่กลับดังชัดเจนในใจฉันมากเกินจะปฏิเสธ สายตาคมที่เคยมีแต่ความดุดันกลับฉายแววอ่อนลง เหมือนคนหมดแรงจะซ่อนความรู้สึกไว้อีกต่อไปแล้ว แววตาของเขาสั่นไหวเล็กน้อย เหมือนกับจะหลุดคำพูดนี้มานานแต่เก็บมันไว้ตลอด ฉันชะงักไป หัวใจเต้นสะท้านจนร่างกายเบาหวิว รู้สึกเหมือนลมหายใจขาดช่วง"ขะ...คะ?"ฉันถึงกับทวนคำพูดของเขา เมื่อกี้หูฉันไม่ได้ฝาดไปใช่ไหม เขาบอกว่ารักฉัน... รักที่แปลว่ารักจริงๆ หรือรักเพราะคำที่ฉันเคยพูดกันแน่ น้ำเสียงของฉันสั่นพร่า ปลายเสียงตกต่ำราวกับไม่กล้ายืนยันความจริงที่ได้ยิน สายตาที่มองเขาเต็มไปด้วยความลังเลและไม่มั่นใจ มือของฉันเผลอกำแน่นกับผ้าห่มราวกับยึดเหนี่ยวอะไรสักอย่างไว้ในตอนที่ใจมันเริ่มสั่น"เฮียบอกว่ารักเหมย... ขอโทษที่ไม่เคยบอก... เพราะตอนนั้นเฮียยังไม่มั่นใจ กลัวเหมือนกันว่าจะยังฝังใจกับรักครั้งก่อน แต่พอเกิดเรื่องของมิ้งค์ เฮียถึงรู้ใจตัวเอง ว่าเฮียทั้งรักทั้งแคร์เหมย มันโคตรที่จะรักเลยว่ะ... และมันก็โคตรที่จะหวงเธอสุดๆ เวลาที่มีผู้ชายคนอื่นเข้าใกล้"เฮียพีชพูดพลางมองฉันนิ่ง ใบหน้าจริงจังไร้รอยยิ้ม มือหน
@1 ชั่วโมงต่อมา ตั้งแต่ที่ผมพาเหมยหลินเดินออกจากร้านคาเฟ่แถวรังสิต คนตัวเล็กสั่งผมให้พามาหาควีนเพื่อนสนิทของเธอที่ผับใจกลางเมืองทันทีใบหน้าของเหมยหลินยังคงแฝงไปด้วยความขุ่นเคืองและไม่พอใจเล็กๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างเราในร้านนั้น แต่ก็พยายามเก็บอารมณ์ไว้ได้ดีเธอพูดออกมาอย่างเด็ดขาดด้วยน้ำเสียงที่มีทั้งความมุ่งมั่นและความมั่นใจ "วันนี้เป็นวันเกิดของควีน คนเป็นเพื่อนสนิทอย่างเธอไม่มาไม่ได้เด็ดขาด" เหมือนเธอจะรู้ทันเจตนาของผมที่คิดจะจับเธอไปเคลียร์กันบนเตียงสักน้ำสองน้ำ ถึงได้ใช้ข้ออ้างนี้หลีกเลี่ยงได้อย่างชาญฉลาด"อย่าดื่มเยอะ เดี๋ยวเมาหรอกเหมย" ผมพูดด้วยน้ำเสียงห่วงใย แต่ก็คุมโทนไม่ให้มากจนเกินไป พร้อมกับส่งสายตาอ่อนโยนไปหาเธอ"เฮียหยุดพูดไปเลย ถ้าจะเฝ้าก็นั่งอยู่เงียบๆ อย่ามาบ่นให้เสียบรรยากาศ" เหมยหลินตอบกลับด้วยเสียงแววหมั่นไส้แฝงอารมณ์ขบขันเล็กน้อย เธอแสดงท่าทางขัดใจด้วยการยกคิ้วและสบตาผมอย่างรู้ทัน"ก็เฮียเป็นห่วง...หวงเมียผิดตรงไหนครับ" ผมยิ้มมุมปาก พยายามพูดให้บรรยากาศผ่อนคลายขึ้น แม้ใจจะยังตึงเครียดอยู่ข้างใน"หึ...เมียเก่ารออยู่ที่ห้อง กลับไปหาเธอสิ...ไม่ต้องมาทำเป็นห่วงเหมยหรอก







