เข้าสู่ระบบนนท์เดินนำหน้าพลอยขึ้นบันไดไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดของห้องแถวเก่ามุ่งหน้าไปยังห้องพักของเขา วันนี้ทั้งวันนนท์รู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก สำหรับเขาแล้วมันเป็นวันที่ดีมากวันหนึ่ง ข่าวการตายของเชิดนำความโล่งใจมาสู่เขาอย่างมหาศาล เขาไม่ต้องดิ้นรนไปทำเรื่องรุนแรงหรือเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือเหมือนที่เคยคิดไว้ในตอนแรกในขณะที่พลอยเดินก้มหน้าตามหลังผัวด้วยอารมณ์ที่หนักอึ้งและกังวลใจจนแทบจะก้าวขาไม่ออก ในหัวของเธอวนเวียนอยู่กับข้อความไลน์ที่เพิ่งสั่นเตือนเมื่อครู่ เธออยากรู้เหลือเกินว่าในคลิปที่พงษ์ส่งมามันมีอะไรที่ทำให้ยามรุ่นพี่คนนั้นต้องมองเธอด้วยสายตาแบบนั้น“อุ๊ย!”พลอยร้องขึ้นอย่างตกใจ เมื่อความนิ่งเฉยในใจทำให้เธอเดินสะดุดขอบขั้นบันไดขณะก้าวตามนนท์ขึ้นไป ร่างบางเสียหลักโอนเอน แต่นนท์ที่เดินนำอยู่ก็หันกลับมาคว้าตัวเธอไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะหงายหลังตกลงไปด้านล่าง“เดินระวังหน่อยสิพลอย เป็นอะไรเนี่ย!” นนท์หันมาทำหน้าดุใส่เมียสาวด้วยความห่วงใย ก่อนจะคว้าข้อมือเล็กของเธอไปกุมไว้แน่น แล้วกึ่งจูงกึ่งลากเธอขึ้นไปจนถึงชั้นที่พักอยู่ประตูไม้อัดบานเก่าถูกเปิดออก พร้อมกับร่างของทั้งคู่ที่แทรกตัวเข้าไปด
แสงแดดยามบ่ายส่องลอดช่องระบายอากาศของห้องน้ำห้างสรรพสินค้า กระทบกับหยดน้ำบนพื้นปูนที่เต็มไปด้วยฟองสบู่ พลอยในชุดพนักงานแม่บ้านสีทึบกำลังก้มหน้าก้มตาถูพื้นอย่างขะมักเขม้นร่วมกับเพื่อนร่วมงานอีกคน แต่ทว่าในหัวของเธอกลับไม่ได้อยู่ที่คราบสกปรกตรงหน้าเลยแม้แต่น้อยความคิดของพลอยล่องลอยไปถึงเหตุการณ์เมื่อเช้ามืด ใจหนึ่งเธอรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกที่ปีศาจอย่างเชิดตายจากโลกนี้ไปเสียได้ ต่อจากนี้ไปนนท์ผัวของเธอคงจะกลับมายืดอกได้อย่างเต็มภาคภูมิ ไม่ต้องรู้สึกต่ำต้อยด้อยค่าเพราะถูกคนอย่างเชิดข่มเหงน้ำใจอีก และเธอก็ยังมิลุงชู... คนที่คุ้นเคยและรู้ใจกันดีที่จะคอยปรนเปรอรสกามให้เธอได้ไม่ขาดตกบกพร่องเหมือนที่เคยเป็นมา ชีวิตเธอกำลังจะกลับเข้าสู่ "โหมดปกติ" ที่สงบสุขเสียทีแต่ทว่า... อีกใจหนึ่งที่ซ่อนลึกอยู่ในส่วนที่มืดมิดที่สุดของร่างกาย พลอยกลับรู้สึกเสียดายอย่างประหลาด รสชาติความดิบเถื่อนและลีลาที่เชิดเคยปรนเปรอให้นั้น มันเป็นรสสัมผัสที่นนท์และลุงชูให้เธอไม่ได้ เธอไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่มันเป็น "รสชาติ" ที่ทำให้เธอยังคงรู้สึกโหยหาอยู่ลึก ๆ แม้ในยามที่เจ้าของรสกามนั้นกลายเป็นศพไปแล้วก็ตาม"พลอย! จ
นนท์เดินนำเข้ามาในห้องเช่าแคบ ๆ ความอึดอัดที่เขาสร้างขึ้นมันกดดันเสียจนพลอยที่เดินตามหลังมาติด ๆ รู้สึกหวาดวิตกจนขนลุกซู่ เธอไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวทำอะไรแรง ๆ ได้แต่ยืนก้มหน้านิ่งอยู่กลางห้องที่ดูเงียบงันผิดปกติ นนท์ลากเก้าอี้พลาสติกสีน้ำเงินตัวเก่าที่สีซีดจางและมีรอยแตกตรงพนักพิงออกมาวางกลางห้อง ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งด้วยท่าทางที่ดูเหนื่อยล้าแต่แฝงไปด้วยความเย็นชา“กลับมากันแล้วเหรอ?”เสียงแหบพร่าของลุงชูที่ดังขึ้นจากมุมห้องทำให้นนท์ชะงัก ลุงชูนั่งอยู่บนฟูกประจำของแกในชุดพนักงานรักษาความปลอดภัยเต็มยศพร้อมเข้ากะ เป้สะพายหลังใบเก่าที่เตรียมพร้อมวางอยู่ข้างตัว ท่าทางของแกเหมือนกำลังรอคอยการกลับมาของทั้งคู่ด้วยความกระวนกระวาย“อ้าว ลุงยังไม่ไปทำงานเหรอ?” นนท์ถามด้วยความแปลกใจเล็กน้อย เพราะความจริงลุงชูต้องออกไปเข้ากะในเวลาทุ่มหนึ่ง และนี่ก็จวนเจียนเวลาเข้างานของแกแล้ว“กูก็รอพวกมึงอยู่นี่ไง...” ลุงชูพ่นลมหายใจออกมาหนัก ๆ พลางยันกายลุกขึ้นจากฟูก แกล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง จิ้มนิ้วเขี่ยไปมาบนหน้าจออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะชูหน้าจอส่งให้นนท์ดูนนท์ชะโงกหน้าเข้าไปมองภาพในจอนั่นอยู่ชั่
พลอยยืนตัวสั่นระริก ใบหน้าสวยที่เคยอิ่มเอิบด้วยความสุขจอมปลอมบัดนี้ซีดเผือดจนดูสยดสยอง เธอยังพยายามจะปั้นคำพูดเพื่อรักษาหน้ากากใบเดิมเอาไว้ แม้ในใจจะพังทลายลงไปแล้ว“ไม่นะคะพี่นนท์... พลอยไม่เคยปิดบังอะไรพี่! พี่กำลังเข้าใจพลอยผิด...” เสียงของเธอสั่นพร่าและเบาหวิวขัดกับท่าทางที่พยายามปฏิเสธ“อย่าโกหกพี่ต่อไปอีกเลยพลอย พี่รู้... พี่เห็นทุกอย่าง และพลอยเองก็รู้อยู่แก่ใจ” นนท์พูดสวนขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบเสียจนคนฟังรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูกความนิ่งเฉยของนนท์ในตอนนี้มันน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงตวาด เพราะมันหมายถึงเขาได้ก้าวข้ามความโกรธแค้นจนไปถึงจุดที่ตัดสินใจบางอย่างได้อย่างเด็ดขาดแล้ว ความรู้สึกลิงโลดที่พลอยเคยมีเมื่อครู่ยามที่คิดถึงแท่งควยลำใหญ่ฝังมุกอันดุดันของเชิดตามข้อความที่นัดแนะกันไว้ บัดนี้มันมลายหายไปสิ้น หลงเหลือเพียงความหวาดวิตกที่กัดกินใจจนแทบจะยืนไม่อยู่“พี่รู้ว่าคืนนี้... พลอยกับลุงเชิดคงจะนัดออกไปเจอกันข้างนอก โดยตั้งใจที่จะปิดบังพี่ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง” นนท์เว้นจังหวะพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นระริกของเมียรัก“พี่จะทำเป็นไม่รู้... พลอยก็ทำตามที่นัดกับลุงเชิดไว้เถอะ
สายลมเอื่อย ๆ ยามเย็นในสวนสาธารณะหอบเอาความเย็นสดชื่นมาปะทะผิวกาย นนท์ขยับหลังพิงเปลือกไม้ใหญ่ที่ขรุขระอย่างหาที่พึ่งพิงบนเสื่อผืนเดิมที่เขาเคยพาพลอยมานั่งบ่อย ๆ ในช่วงที่ชีวิตยังเรียบง่ายและเปี่ยมไปด้วยความสุขตามประสาผัวเมียรายได้น้อยเบื้องหน้าของเขาคือแผ่นหลังบอบบางของพลอยที่นั่งเยื้องออกไปเล็กน้อย เธอกำลังกอดเข่ามองดูเด็กน้อยที่วิ่งไล่จับกันบนสนามหญ้าสลับกับมองดูคู่รักที่เดินจูงมือกันอย่างปล่อยอารมณ์ แสงแดดสีทองอ่อน ๆ ยามพระอาทิตย์ใกล้ตกดินอาบไล้ไปตามเส้นผมและผิวเนียนของเธอ ทำให้ภาพตรงหน้าดูงดงามราวกับความฝันนนท์จ้องมองเสี้ยวหน้าของพลอยยามที่เธอแย้มยิ้มออกมาจาง ๆ เมื่อเห็นนกกระจิบตัวน้อยบินมาเกาะใกล้ ๆ แววตาคู่ที่เคยฉ่ำวาวด้วยราคะและเต็มไปด้วยความลับในห้องเช่ารูหนูนั่น บัดนี้กลับใสซื่อและเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาเหมือน "น้องพลอย" คนเดิมที่เขาเคยตกหลุมรักเมื่อหลายปีก่อน‘ถ้าเวลาย้อนกลับไปได้... ถ้าเรื่องบ้า ๆ นั่นไม่เคยเกิดขึ้น’ นนท์คิดพลางขอบตาเริ่มร้อนผ่าวเขาโหยหาเมียคนนี้เหลือเกิน เมียคนที่ล้างจานไปฮัมเพลงไป เมียคนที่คอยถามเขาว่าเหนื่อยไหมตอนกลับจากงานเวรยาม ไม่ใช่เมียที่ต้องโ
นนท์ใช้เวลาอาบน้ำนานกว่าปกติเพื่อชะล้างความรุ่มร้อนในกาย แต่เมื่อเขากลับขึ้นมาถึงห้อง ภาพที่เห็นกลับยิ่งบีบคั้นหัวใจและอารมณ์ดิบให้พุ่งพล่านยิ่งกว่าเดิมเมื่อนนท์เปิดประตูห้องกลับเข้ามา เขาพบว่า ศึกกามยังไม่จบลง เชิดจัดการจับพลอยในท่าโก้งโค้งคลานสี่ขา หันบั้นท้ายที่แดงก่ำมาทางประตูที่นนท์เพิ่งเดินเข้าพอดี เชิดยืนซ้อนหลังโหมกระแทกเอวเข้าใส่ร่องรักของพลอยอย่างบ้าคลั่งราวกับจงใจโชว์พลังส่งท้าย"ตั๊บ! ตั๊บ! ตั๊บ! ตั๊บ!""อื้อออ... ซี๊ดดด... ผัวขา... แรง ๆ... เมียจะแตกอีกแล้ว... อาาา!" พลอยครางกระเส่าพลางซุกหน้าลงกับหมอนที่เปียกชุ่ม ร่างกายของเธอสั่นสะท้านไปตามแรงอัดที่รุนแรง เธอรู้ว่านนท์กลับเข้ามาแล้ว แต่เธอกลับยิ่งโก้งโค้งแอ่นสะโพกรับการกระแทกให้หนักขึ้นเพื่อประจบชายชู้นนท์ยืนแต่งตัวในชุดพนักงานรักษาความปลอดภัยอย่างเงียบเชียบ มือของเขาสั่นเทาขณะผูกเชือกรองเท้าคอมแบต เขาพยายามไม่มองแต่เสียงหอบหายใจและเสียงเนื้อกระทบกันมันดังเสียจนหัวใจเขาสั่นสะท้าน จวบจนกระทั่งถึงจังหวะสุดท้าย เชิดคำรามลั่นพร้อมกับกระแทกเน้นย้ำรัวยิบจนพลอยกรีดร้องแผ่วเบาออกมา ร่างของเธอเกร็งกระตุกเฮือก น้ำรักรอบที่เท่







