تسجيل الدخول“รินผ่านมาเลยอยากมากินข้าวกลางวันด้วยค่ะ แล้วนี่พี่เตจะไปไหนหรือคะ”คนมาใหม่มองหน้าขวั
“รินผ่านมาเลยอยากมากินข้าวกลางวันด้วยค่ะ แล้วนี่พี่เตจะไปไหนหรือคะ”คนมาใหม่มองหน้าขวัญดาว “ไปกับคุณเลขาฯ ด้วย ไปทำงานหรือว่าไปทำอะไรกันคะ”เตชัสตอบเสียงเรียบ สีหน้าเย็นชา “พี่จะพาขิงไปกินข้าวกลางวัน รินคิดว่าพี่จะพาเขาไปทำอะไร พี่ไม่ค่อยชอบกินอะไรร้อนๆ ตอนกลางวัน แต่รินอาจจะชอบ”ปารารินหน้าชาเธอเข้าใจความหมายนี้ เธอไม่รู้ว่าพี่ชายบุญธรรมจะระแคะระคายเรื่องที่เเธอเคยควงหนุ่มไฮโซเข้าโรงแรมกันกลางวันแสกๆ จริงหรือไม่ แต่ก็แค่แอบคบกันลับๆ เพราะยังไงตระกูลวราฤทธิ์ที่อุ้มชูเธอมาก็รวยกว่าเป็นไหนๆ“พี่เต!” ปารารินเม้มปากแน่น ข่มใจปรับสีหน้าแสร้งยิ้มกลบเกลื่อนแต่ก็ถูกเตชัสย้ำเตือนอีกประโยคว่าเขาไม่ได้ให้ความสำคัญเธอนัก“รินไม่ได้นัดไว้ กลับไปก่อนเถอะ ถ้ามีอะไรก็นัดผ่านเลขาพี่ได้มา”“แต่ไหนๆ รินก็มาแล้ว รินหิวพอดี ให้รินไปด้วยได้ไหมคะ”“อย่าดีกว่า พี่จะไปดูปลาวาฬด้วย รินกลับไปได้แล้ว”“ไม่ค่ะ รินจะไปด้วย ถ้าไม่ให้ไป รินจะโทร.ไปฟ้องคุณแม่ว่าพี่เตพาเลขาฯ ไปกิน
“นั่นมันฝายกั้นน้ำแถวบ้านขิงนี่คะ”“ใช่ครับ”ตอนที่เขามีการสร้างฝายกั้นน้ำ เป็นช่วงคาบเกี่ยวที่เธอสอบติดมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ“ใครๆ ก็ทราบว่าท่านประธานคนก่อนหรือคุณพ่อผม นิยมสะสมวัตถุโบราณ พอท่านรู้ว่าผมจะขึ้นไปทางภาคเหนือก็เลยให้ผมตามหาเงินเจียงซึ่งทำขึ้นจากเนื้อเงินบริสุทธิ์”ขวัญดาวรู้เรื่องนี้ดี เงินเจียงเป็นเงินตราในอาณาจักรล้านนา และครอบครัวของเธอก็สืบเชื้อสายล้านนา เงินเจียงมีการประทับชื่อเมืองที่ผลิต ซึ่งมีอยู่หลายเมืองมาก เช่น ราย พยาว ฝาง งาง บาง แพร่ น่าน สอง ฯลฯ และประทับเลขบอกน้ำหนัก เธอเคยเห็นบิดามีอยู่บ้าง ซึ่งได้รับมาเป็นมรดกตกทอดจากรุ่นปู่ บิดาเคยบอกว่ามันกลายเป็นของมีราคาสูงในยุคนี้ แต่ท่านก็ไม่เคยคิดขายสมบัติของบรรพบุรุษเพราะตั้งใจจะเก็บไว้ให้ขวัญดาว เพราะรู้ว่าลูกสาวชอบของเหล่านี้พอเขาพูดถึงเงินเจียงขวัญดาวก็เริ่มประติดประต่อเรื่องราวในหัว เตชัสมองสีหน้าครุ่นคิดของสาวน้อยตรงหน้า มุมปากมีรอยยิ้ม“ผู้ใหญ่บ้านของคุณแนะนำให้ผมรู้จักคุณขวัญชัยเจ้าของโฮมสเตย์เล็กๆ ใกล้กับฝายน้ำที่เราสร
“คุณเต! ทำแบบนี้ทำไมคะ ขิงจะทำงานสบายใจได้อย่างไรถ้าเพื่อนร่วมงานเกลียดขี้หน้าขิง”“ทำงานที่นี่ต้องใช้ความสามารถของตัวเอง เวลาผมประเมินผลงานก็ดูที่ความสามารถเป็นรายบุคคล ไม่ได้เกี่ยวกับใครเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงานสักหน่อยนะขิง อีกอย่างผมไม่ชอบคนที่นินทาเจ้านายลับหลัง ผมจ้างพวกเขามาทำงานไม่ได้ให้มาวิจารณ์เรื่องส่วนตัวของผม และที่สำคัญเลยนะ ผมไม่ชอบที่เขาพูดถึงขิงในแง่ไม่ดี ถ้ามีใครทำแบบนี้กับผมกับขิงบอกมา ผมจะได้จัดการทีละคน ขิงจะได้ทำงานอย่างมีความสุขไง”“คุณเต!” ขวัญดาวครางออกมา“ลิฟต์เปิดแล้ว เราไปกันเถอะ อย่าไปสนใจเรื่องไร้สาระเลย พวกเขาเห็นผมพาขิงมาแบบนี้ก็น่าจะรู้แล้วว่าขิงสำคัญกับผมขนาดไหน”ขวัญดาวกัดปากกดปิดลิฟต์ ปล่อยให้มันไปรับผู้โดยสารชั้นอื่นก่อนเตชัสเหลียวกลับไปมองเห็นประตูลิฟต์ปิดแล้ว ก็เลิกคิ้วสูง “ทำแบบนี้มีอะไรที่ยังไม่เคลียร์ใช่ไหม”เขาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ดวงตาคู่คมตรงหน้าไม่มีแววหลุกหลิกเลยสักนิด ขวัญดาวห็นเงาของเธอในแววตาของเขาอย่างชัดเจน ฉับพลันนั้นเองที
“ขิงไม่ทราบค่ะ งั้นขิงให้พี่เอได้ใช่ไหมคะ พี่เอเป็นผู้จัดการแผนกบุคคล” ขวัญดาวถามอย่างสุภาพ พลางเดินไปวางแฟ้มที่โต๊ะผู้จัดการแผนก“ขิงขอตัวก่อนนะคะ”ขวัญดาวหมุนตัวออกไป แต่ว่าคนที่อยู่ในแผนกบุคคลก็ยังมองหน้ากันไปมาเหมือนพูดไม่ออก“นี่เธอหันหน้าหาประตูทำไมไม่เตือนพวกเราว่ายายขิงเดินมา”“ฉันจะเห็นไหม ก็มัวแต่เมาท์กับพวกเธอ”สาวแผนกการเงินถอนใจ “ฉันไม่น่าเอาเรื่องนี้มาพูดให้พวกเธอฟังเลย ถ้ารู้ถึงหูคุณเต ฉันตายแน่”“เธอว่ายายขิงรู้เรื่องนี้ไหม ว่าท่านประธานสนับสนุนให้ทุนระหว่างเรียนจนจบมหาวิทยาลัย”“ดูสีหน้านางแล้วอึ้งมาก เหมือนไม่เคยรู้” คนทั้งสามต่างมองหน้ากันไปมา บริษัทมีนโยบายมอบทุนให้กับนักเรียนนักศึกษาทุกปี จึงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่นักศึกษาที่ท่านประธานมอบทุนให้เรียน แล้วเอามาเป็นผู้ช่วยเลขานุการ ขึ้นตรงกับท่านประธาน... &ldquo
แต่เธอก็พยายามทำใจ ไม่ได้ไปทะเลาะกับคนพวกนั้น เพราะรู้ว่าความจริงเป็นอย่างไรกันแน่ สำหรับคนที่ไม่ชอบ ต่อให้เธอพยายามทำดีแค่ไหน พิสูจน์ให้เขาเห็นว่าพวกเขามองเธอผิดๆ เขาก็ไม่คิดจะมองเธอให้ถูก ขวัญดาวจึงปล่อยคนพวกนั้นไปขวัญดาวหันซ้ายแลขวาไม่เห็นใครอยู่ตรงบริเวณนี้ จึงโล่งอก เพราะเอมอรนั้นออกไปรอเขาที่หน้าลิฟต์แล้ว ดวงตากลมโตช้อนมอง“คุณเตคะ วันนี้ก็วันศุกร์แล้ว ไว้พรุ่งนี้ฉันตามไปดูก็ได้ค่ะ เดี๋ยวออกไปด้วยกันแล้วกลับเข้ามาช้าคนจะพากันสงสัย”“ไม่ห่วงลูกบ้างหรือไง”ขวัญดาวหน้าแดง จู่ๆก็ ถูกเขายัดเยียดให้เป็นแม่ ใบหน้าสวยแดงซ่านก่อนจะเลิกคิ้วสูงถามเขา “ลูกของขิงที่ไหนกัน ลูกคุณเตคนเดียว”“งั้นมีน้องให้ปลาวาฬอีกคนไหม จะได้เป็นลูกของเรา”ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ปากเม้มแน่น ก่อนจะอธิบายอย่างใจเย็นทั้งที่เขินไปหมดแล้ว “ขิงพูดตอนไหนกันคะว่าจะมีลูกกับคุณเต”“ผมเดาเหตุการณ์ต่อไปออก เราสองคนต้องมีลูกด้วยกันอย่างไม่ต้องสงสัย”“เอาอะไรมามั่นใจคะ เราไม่ใช่แม้แต่แฟนกันสัก
“พูดตรวงๆ เลยนะคะ ขิงจะส่งเงินไปให้พ่อซ่อมหลังคาค่ะ พ่อขิงเปิดโฮมสเตย์เล็กๆช่วงนี้เป็นหน้าฝน หลังคามันรั่ว พ่อเลยต้องปิดบริการชั่วคราว ทำให้พ่อขิงขาดรายได้ ขิงเลยจะเบิกเงินคุณเตล่วงหน้าส่งไปให้พ่อค่ะ”เตชัสพยักหน้ารับรู้และไม่ได้พูดอะไร ทั้งที่ภายในใจเขารู้สึกชื่นชมในตัวขวัญดาว จะมีผู้หญิงสักกี่คนที่กล้าพูดอย่างตรงไปตรงมาแบบขวัญดาว ว่าเบิกเงินล่วงหน้าไปซ่อมหลังคา“เป็นลูกที่กตัญญูดี ผมตกลง เดี๋ยวผมจะโอนเงินส่วนตัวให้ขิงเลย”“ขอบคุณค่ะคุณเต” ขวัญดาวมองหน้าเขาแล้วฉุกคิดขึ้นมาได้ มือบางล้วงไปในกระเป๋าเสื้อ หยิบสร้อยเงินดูมีราคาเส้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋า ความน่าสนใจอยู่ตรงตัวจี้ที่เป็นรูปวาฬ หากเป็นจี้วาฬที่สำหรับมอบเป็นของขวัญมักจะออกแบบมาให้มีลักษณะสวยงามน่ารัก แต่สร้อยเส้นนี้กลับเป็นจี้วาฬเพชฌฆาต ซึ่งถือว่าเป็นวาฬที่ดุร้ายน่ากลัวที่สุดด้านหลังจี้ยังมีอักษรสลักไว้เป็นภาษาอังกฤษว่า ‘Orca’ขวัญดาวยื่นให้เตชัสดู “ฉันเจอสร้อยนี้อยู่ในตะกร้าของใช







