Share

12 บอสมาคุมเมีย

last update Last Updated: 2026-01-20 11:23:37

“ว่าไงครับมีธุระอะไรกับเมียผมหรือเปล่าครับ” ภคิณยกมือขึ้นกอดคอนับพรแล้วรั้งเธอเข้าหาตัวทันทีที่เดินมาถึง

“อะ...เอ่อ มะ ไม่มีอะไรครับ พอดีแค่เข้ามาทักทายน่ะครับ งั้นพวกผมขอตัวเลยนะครับ” ในเมื่อเป็นฟิตเนสสำหรับพนักงาน ทำไมพวกเขาจะไม่รู้ว่าเขาคนนี้เป็นใคร พวกเขาไม่ควรยุ่งกับคนของเจ้านาย

“คุณภคิณ คุณพูดอะไรของคุณเนี่ย” นับพรหน้าเหวอเมื่อได้ยินเขาเรียกเธอว่า ‘เมีย’

อย่าว่าแต่นับพรเลยที่เหวอ ไข่มุกและแทนไทก็เหวอไปกับไอ้คำว่าเมียที่ชัดถ้อยชัดคำ แถมดังลั่นฟิตเนสอีก พนักงานที่นี่ถ้ามีหูก็คงได้ยินไปด้วยแน่นอน

“แล้วที่พี่พูดมันไม่จริงเหรอครับ ต้องให้ซ้ำไหม แล้วถ้ายังเรียกพี่แบบเมื่อกี้อีกโดนดีแน่”

เมื่อไหร่เธอจะชินกับการเรียกเขาว่าพี่สักที แล้วแม่งตอนอยู่ห้องทำงานยังสับสนว่าความสัมพันธ์ของเขากับนับพรจะเป็นยังไง แต่พอเจอหนุ่มมาอ่อยเธอความหึงก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาเสียอย่างนั้น

เอาละ... ตอนนี้กูหึง ภคิณยอมรับ

“พี่คิณ… พูดอะไรแบบนั้นไม่น่ารักเลยค่ะ” แบบนี้เธอจะเอาหน้าไปไว้ไหนได้เล่า แล้วสองคนนั้นก็ไม่ได้ทำอะไรไม่ดี ทำไมเขาจะต้องพูดถึงขนาดนั้น

เมีย… เพียงคิดถึงคำพูดนั้นหัวใจก็ดันเต้นแรงไปอีก

“แล้วชุดนี่มันอะไร ไม่มีเสื้อผ้าที่ดีกว่านี้แล้วหรือไง”

ภคิณจ้องไปที่ชุดออกกำลังกายของเจ้าหล่อน เป็นเสื้อกล้ามสปอร์ตบราด้านในและมีเสื้อซีทรูแขนสั้นสีดำคลุมด้านนอกแต่ก็ยังเห็นทรวดทรงทั้งอกทั้งเอวอย่างชัดเจน

ไหนจะกางเกงขาสั้นที่ชายขากางเกงกว้างโชว์เรียวขาสวยนั่นอีก เขาก็เห็นอยู่ว่าเธอใส่ซับในเพื่อป้องกันแล้วแต่มันก็ยังดูยั่วยวนใจเขาอยู่ดี คนอื่นก็คงไม่ต่าง

“ไอ้คิณ มึงก็ใจเย็นๆ ดิวะ” เมื่อเห็นว่าเพื่อนเริ่มออกอาการควันออกหูแล้วจึงรีบดึงสติ

“ทำยังกับมึงไม่คิดเหมือนกูงั้นอะ ไปกลับ วันนี้ไม่ต้องเล่น” ภคิณสวนกลับเพื่อนรัก ก่อนจะหันไปคว้ามือเรียวของคนข้างๆ เพื่อพากลับ

ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเพื่อนเขาเองก็หวงไข่มุกไม่ต่างจากที่เขาเป็นกับนับพร เพราะสองสาวใส่ชุดแบบเดียวกันอย่างกับฝาแฝดต่างก็แค่สี พวกเขามันแค่มองตาก็รู้ใจกันแล้ว

“นับมากับมุก เดี๋ยวพวกเรากลับกันเองได้ค่ะ ขอตัวนะคะ ไปกันเถอะมุก” นับพรบิดข้อมือตัวเองออก

ทำไมเธอต้องยอมเขาตลอด เขาเป็นแค่เจ้านายในที่ทำงาน ไม่ใช่เจ้าชีวิตเธอ ถ้าเป็นเรื่องงานเธอจะไม่ว่าอะไรเลย แต่แบบนี้มันมากเกินไป

“อืม ไปดิ” ไข่มุกรับคำเพื่อนอย่างว่าง่าย แต่ไม่ทันจะได้เดินไปก็ถูกคว้ามือไว้ก่อน

“ตัวเล็ก” แทนไทเรียกไว้เพียงเท่านั้นแล้วมองจ้องไปยังคนตัวเล็กอย่างสื่อความหมาย เขาไม่ได้ใช้เสียงดุหรือเสียงดังอะไร แม้ไข่มุกจะเข้าใจแต่ยังไงเธอก็เลือกเพื่อนอยู่ดีจึงบิดข้อมือออกเล็กน้อยแล้วเดินไปกับนับพร

“ดื้อจังวะ” ภคิณอดดุไม่ได้ว่า ทำไมคนเรียบร้อยปานผ้าพับไว้แบบนับพรถึงได้ดื้อกับเขานัก

“เรื่องรั้นนี่ที่หนึ่ง” แทนไทเองก็บ่นให้ไข่มุกเช่นกัน

สุดท้ายแล้วทั้งสองหนุ่มก็ต้องยอมปล่อยสองสาวเพื่อนรักเล่นฟิตเนสด้วยชุดที่มันขัดใจ โดยมีพวกเขาตามไปเล่นด้วยอยู่ข้างๆ กัน หรือจะเรียกว่าตามไปคุมก็ได้

พรุ่งนี้อาจจะมีข่าวลือว่า บอสมาคุมเมีย

             

หลังจากทำความสะอาดโต๊ะทำงานเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะถึงเวลาเริ่มงานนับพรที่ยังพอมีเวลา จึงนั่งทบทวนถึงเรื่องราวระหว่างเธอกับภคิณ

เขาบอกให้เธอรับผิดชอบเขาฟังดูเหมือนเป็นเรื่องปกติทั่วไปแต่แล้วไอ้การรับผิดชอบผู้ชายที่รวยกว่าแถมยังมีชื่อเสียงแบบเขานี่มันต้องทำยังไง ไหนจะท่าทีที่เขาทำอีก มองจากดาวอังคารก็รู้ว่าเขาจีบเธอ

แต่ความคิดของเธอก็ต้องหยุดลงทันทีที่ได้ยินเสียงเพื่อนสาวเอ่ยทักมาก่อนที่เจ้าตัวจะเดินมาถึงโต๊ะด้วยซ้ำ

“มอร์นิ่งจ้า” ไข่มุกเอ่ยทักทายยามเช้ากับเพื่อนรัก

“อรุณสวัสดิ์แก”

“เป็นไรวะ นั่งเหม่อคิ้วขมวดแต่เช้า มันต้องยิ้มสิยิ้มนี่แบบนี้ยอดจะได้ดีๆ เฮงๆ ปังๆ”

เพื่อนตัวดีของเธอจับแก้มใกล้ๆ มุมปากของนับพรทั้งสองข้างแล้วดึงออกพร้อมกันแล้วขยี้สองแก้วเบา ๆอย่างหยอกล้อ

“ก็คิดเรื่องนั้นแหละแก”

“ถามจริงเหอะไอ้นับ แกไม่รู้สึกอะไรบ้างหรือวะคุณภคิณดูรุกหนักและก็ชัดเจนอยู่นะ นี่ถ้าเป็นฉันนะฉันรวบรัดจับเขาทำสามีไปแล้ว ฮ่าๆ”          

“แกอยากได้แกก็เอาไปดิ” แม้จะเอ่ยแบบนั้น แต่ใจลึกๆ ของนับพรก็รู้สึกหวง

จริงอยู่ครั้งความรักเมื่อดีตทำเธอเสียหลักมากขนาดไหน ทว่าดูเหมือนเมื่อไม่นานมานี้ ที่ภคิณเข้ามาก็คล้ายจะเบาบางลงมาก แม้ไม่จางหายไปในทันทีก็เถอะ

“แกยังไม่ลืมอีกหรือวะ” ไข่มุกเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

“บางเรื่องก็ไม่ควรลืมไหมแก มันต้องจำให้ขึ้นใจจะได้ไม่พลาดซ้ำอีกไง แต่ก็ไม่ได้เจ็บมากเท่าแต่ก่อนแล้ว”

นับพรยอมรับว่าที่อาการเจ็บปวดนั้นหายไป ภคิณมีส่วนมาก ตอนนี้เธอรู้สึกแบบนั้น

“ก็ดีแล้วแก”

“นับ นั่นนับใช่ไหม” เสียงแหบทุ้มเอ่ยทักทันทีที่เห็นหญิงสาวที่คุ้นเคยกันมาก่อน

“พี่นุ” นับพรเผลอเอ่ยชื่อคนตรงหน้าอย่างตกใจ เธอไม่คิดว่าชีวิตนี้จะมีโอกาสได้พบเจอกันอีก

ผู้ชายที่ได้เคยรับโอกาสและการให้อภัยจากเธอนับครั้งไม่ถ้วนตลอดเวลาที่คบกัน

เขาแอบนอกใจเธอหลายต่อหลายครั้ง พอเธอจับได้กลับโทษว่าเป็นเพราะเธอไม่ยอมมีอะไรด้วยทำให้เขาต้องไปหาเอาจากที่อื่น

ก็ถ้านับยังไม่ยอมพี่เราก็ต้องอยู่กันไปแบบนี้แหละ’ นี่คือคำพูดจากคนที่บอกว่ารักเธอ

พอเธอขอที่จะไปเขาก็มาอ้อนวอนขอโอกาส แล้วสุดท้ายเขากลับเป็นคนบอกลาเธอด้วยเหตุผลเพียงแค่เธอกับเขาคนละระดับ ฐานะไม่เหมาะสมกันครอบครัวของเขาไม่ยอมรับเธอ

นั่นไม่ยังเจ็บแสบเท่าที่เขาปล่อยข่าวลือไปทั่วในกลุ่มเพื่อนในมหาฯลัยว่าเธอน่ะทอดกายให้เขาแล้ว มันสร้างความเสียใจ เสื่อมเสีย อับอาย ถูกสายตาดูถูกของเพื่อนมองทิ่มแทงใจ เป็นบาดแผลรุนแรงในอกสาว

“นับสบายดีไหม พี่ไม่รู้มาก่อนเลยว่านับก็ทำงานที่นี่” ทนุทักทายถามไถ่สารทุกข์สุขดิบของนับพรอย่างเป็นกันเองทำเหมือนไม่เคยมีเรื่องมีราวกันมาก่อน

นับพรไม่ตอบแต่อย่างใด เธอหันหน้าเข้าโต๊ะทำงานทันทีราวกับคนตรงหน้าเป็นเพียงมลพิษทางอากาศที่ต้องหันหน้าหนี

ส่วนไข่มุกเองก็เหลือบมองเขาด้วยหางตาก่อนจะเบะปากเล็กน้อยแล้วหันกลับไปทำงานเช่นกัน

เมื่อเห็นว่านับพรไม่สนใจ ทนุจึงเดินต่อไปเพื่อพบกับภคิณที่ห้องทำงาน ตอนนี้เขายังไม่อยากรบเร้าเธอมากเท่าไหร่ ในเมื่อเธอทำงานอยู่ที่นี่มันก็ไม่ใช่เรื่องยากที่เขาจะมาเจอเธอได้อีกเรื่อยๆ

ก็นับพรตอนนี้ดูดีกว่าเมื่อก่อนมากๆ

เมื่อก่อนเขายังไม่ได้ แต่ตอนนี้เขาก็ควรจะได้อะไรบ้างจากการเสียเวลาคบหาเธอ

“สวัสดีครับคุณภคิณ” ทนุเลือกที่จะเอ่ยทักทายคนตรงหน้าก่อน อย่างไรเสียภคิณก็อายุมากกว่าแม้ว่าอายุงานจะน้อยกว่าตนก็ตามที

ทั้งสองคนอยู่ในระดับบริหารเดียวกันโดยที่ทนุนั้นเป็นลูกชายของผู้ถือหุ้นรายนึงของธนาคาร

ส่วนภคิณเองก็เป็นถึงลูกชายของเจ้าของธนาคารแห่งนี้ซึ่งตอนนี้ทั้งสองคนรับผิดชอบกันคนละแผนกและวันนี้ทนุมาพบภคิณตามคำเชิญก็เพื่อคุยเรื่องงานที่ระหว่างแผนกมีความเกี่ยวข้องกัน

“สวัสดีครับคุณทนุขอบคุณที่สละเวลามาพบผมนะครับ” ภคิณยื่นมือทักทายแบบฉบับที่นักธุรกิจมักจะทำกัน ก่อนจะเชื้อเชิญให้นั่งที่โซฟารับรองแขก

“ยินดีมากครับ ยังไงทั้งสองแผนกเราก็ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันอยู่แล้ว ว่าแต่วันนี้มีอะไรที่จะให้ผมช่วยหรือเปล่าครับ”

“เข้าเรื่องเลยแล้วกันนะครับ พอดีช่วงนี้ที่แผนกผมเจอลูกค้าหลายรายที่ไม่เข้าเงื่อนไขที่เราจะปล่อยสินเชื่อให้ แต่กลับได้รับอนุมัติในวงเงินที่สูงมาก เลยอยากจะรบกวนคุณช่วยตรวจสอบให้น่ะครับ”

หลังจากที่ภคิณเข้ามารับผิดชอบงานตามที่ตกลงกับผู้เป็นพ่อไว้ว่าจะเข้ามาช่วย ก็พบเจอช่องโหว่ในหลายๆส่วนรวมถึงเรื่องนี้ด้วย

“ไม่น่าจะเป็นไปได้นะครับแผนกของผมเข้มงวดมากในเรื่องนี้ผมว่าน่าจะมีการเข้าใจผิดกัน” ทนุบอกปัดทันที

ที่ผ่านมาผู้บริหารคนเก่าๆ ของแผนกนี้ ไม่มีคนไหนมานั่งสงสัยแล้วตรวจสอบในเรื่องยิบย่อยพวกนี้สักคน

“ผมเองก็อยากให้เป็นเรื่องเข้าใจผิดกันครับ แต่พอดีมีรายงานละมีร้องเรียนเข้ามาเรื่อยๆ หลังๆ มานี้เริ่มหนาหูขึ้น ผมเลยคิดว่าเราน่าจะมาตรวจสอบกันสักหน่อย ถึงได้เชิญคุณมาปรึกษากันวันนี้”

“ผมมั่นใจว่ามันต้องเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันแน่ๆ ผมรับผิดชอบแผนกนี้มานานที่ผ่านมาไม่เคยมีเรื่องราวแบบนี้เลย ผมว่ามันก็น่าแปลกเหมือนกันนะครับ ไม่แน่ว่าอาจจะมีคนต้องการใส่ร้ายผม หรือไม่ก็อยากให้ผมกับคุณผิดใจกันก็ได้”

ทนุตอบกลับอย่างไม่พอใจที่อยู่ๆ ก็ถูกตรวจสอบขึ้นมา แต่เลือกที่จะโยนความผิดให้ใครสักคนที่ไม่มีตัวตน

“มันก็อาจจะเป็นไปได้ครับ แต่ถึงอย่างไรผมก็อยากฝากคุณลองเช็กดูหน่อยแล้วกันครับ ยังไงก็ต้องขอโทษด้วยที่เสียมารยาท” ภคิณยังไม่อยากแหวกหญ้าให้งูตื่นก่อนที่จับได้คาหนังคาเขา

ตามจริงที่เรียกมาวันนี้เขาเองต้องการจะดูท่าทีของทนุมากกว่า ว่าจะมีอาการอย่างไรกับเรื่องที่เขาตรวจสอบพบมาบ้าง

“ผมก็ไม่ได้ติดใจอะไรหรอกครับ คุณเองเพิ่งมาทำงานใหม่ก็ค่อยๆ เรียนรู้กันไปครับ ตอนนี้เศรษฐกิจยังไม่ดีผลประกอบการอาจจะยังสู้ปีที่ผ่านมา ที่คนเก่าๆ เขาทำไว้ไม่ได้ก็อย่าเพิ่งท้อนะครับ”

ทนุตอบกลับอย่างถือดี เจตนาจะข่มภคิณด้วยว่าตัวเองมีประสบการณ์ที่มากกว่า แต่แล้วเขาก็เปลี่ยนเรื่องทันทีที่คิดขึ้นมาได้

“อ้อ พอดีผมสนใจพนักงานในแผนกคุณคนนึงน่ะครับ ถ้าผมจะขอให้ย้ายเธอไปช่วยงานที่แผนกผมไม่ทราบพอจะได้ไหมครับ”

“ตามจริงก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนะครับ แต่ยังไงผมก็ต้องถามความสมัครใจของพนักงานก่อน ว่าแต่คนไหนเหรอครับผมจะให้คุณปลาเรียกคุยให้ก่อน”

ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยไม่รู้ว่าคนที่ทนุต้องการนั้นคือคนเดียวกับที่ตัวเขาเองกำลังสนใจอยู่

“น้องนับ เอ่อผมหมายถึง คุณนับพร โสภณวัฒน์น่ะครับ ไม่ทราบคุณพอจะรู้จักพนักงานคนนี้ไหมครับ”

สำหรับทนุแล้ว เขาคิดว่ามันจะเป็นการดีมากถ้าเขาได้ทำงานร่วมกันกับเธอ ได้ใกล้ชิดกันอีก มันอาจจะทำให้เขาเข้าหาเธอได้ง่ายขึ้น

“อ๋อ... ผมว่าผมรู้จักดีเลยล่ะครับ ว่าแต่ทำไมถึงอยากได้เธอล่ะครับ คือผมหมายถึง... ที่ว่าอยากได้ไปช่วยงานน่ะ” การที่ทนุสนใจนับพรนั้นมันต้องมากกว่าเรื่องงานเขารู้สึกอย่างนั้น

ดูได้จากชื่อที่เรียกกันอย่างคุ้นเคยแต่ที่เขาไม่รู้ คือไม่รู้ว่าสองคนนี้สนิทกันขนาดไหน

“ก็ไม่มีอะไรมากครับ บอกตามตรงคือเราเคยคบกันแล้วก็มีเรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อย ตอนนี้ผมอยากง้อเธอน่ะครับ หวังว่าคุณจะเข้าใจแล้วก็ยินดีที่จะช่วยผมนะครับ” ทนุบอกความต้องการออกไปตามตรง

ยิ่งตอนนี้ข่าวลือเรื่องระหว่างภคิณและนับพรที่ลือไปทั่วบริษัท นั่นก็ทำให้เขาสนใจมากเช่นกัน

“อย่างนี้นี่เอง แต่ถึงยังไงผมก็ต้องเรียกเธอมาคุยก่อนอยู่ดีครับ ถ้าเธออยากไปผมก็ไม่มีอะไรจะขัด เอ่อ... คุณทนุมีเรื่องอื่นให้ผมช่วยอีกไหมครับพอดีผมมีงานต่อน่ะครับ”

ภคิณออกปากไล่อย่างเสียมารยาท อยู่ๆ อารมณ์ของเขาก็ขุ่นมัวอย่างไม่ทราบสาเหตุ ตอนนี้สิ่งที่เขาอยากรู้ที่สุดคือนับพรคิดยังไง เธออยากจะกลับไปกับไอ้คุณทนุนี่มั้ยมากกว่า

แฟนเก่าแล้วไงวะ กูนี่ผัวคนแรก’

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมียรักวันไนท์สแตนด์   12 บอสมาคุมเมีย

    “ว่าไงครับมีธุระอะไรกับเมียผมหรือเปล่าครับ” ภคิณยกมือขึ้นกอดคอนับพรแล้วรั้งเธอเข้าหาตัวทันทีที่เดินมาถึง“อะ...เอ่อ มะ ไม่มีอะไรครับ พอดีแค่เข้ามาทักทายน่ะครับ งั้นพวกผมขอตัวเลยนะครับ” ในเมื่อเป็นฟิตเนสสำหรับพนักงาน ทำไมพวกเขาจะไม่รู้ว่าเขาคนนี้เป็นใคร พวกเขาไม่ควรยุ่งกับคนของเจ้านาย“คุณภคิณ คุณพูดอะไรของคุณเนี่ย” นับพรหน้าเหวอเมื่อได้ยินเขาเรียกเธอว่า ‘เมีย’อย่าว่าแต่นับพรเลยที่เหวอ ไข่มุกและแทนไทก็เหวอไปกับไอ้คำว่าเมียที่ชัดถ้อยชัดคำ แถมดังลั่นฟิตเนสอีก พนักงานที่นี่ถ้ามีหูก็คงได้ยินไปด้วยแน่นอน“แล้วที่พี่พูดมันไม่จริงเหรอครับ ต้องให้ซ้ำไหม แล้วถ้ายังเรียกพี่แบบเมื่อกี้อีกโดนดีแน่”เมื่อไหร่เธอจะชินกับการเรียกเขาว่าพี่สักที แล้วแม่งตอนอยู่ห้องทำงานยังสับสนว่าความสัมพันธ์ของเขากับนับพรจะเป็นยังไง แต่พอเจอหนุ่มมาอ่อยเธอความหึงก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาเสียอย่างนั้นเอาละ... ตอนนี้กูหึง ภคิณยอมรับ“พี่คิณ… พูดอะไรแบบนั้นไม่น่ารักเลยค่ะ” แบบนี้เธอจะเอาหน้าไปไว้ไหนได้เล่า แล้วสองคนนั้นก็ไม่ได้ทำอะไรไม่ดี ทำไมเขาจะต้องพูดถึงขนาดนั้นเมีย… เพียงคิดถึงคำพูดนั้นหัวใจก็ดันเต้นแรงไปอีก“แล้วชุดนี่มั

  • เมียรักวันไนท์สแตนด์   11 สำรวจใจ

    ***แฮปปี้เบิร์ธ เดย์ ทูยู แฮปปี้เบิร์ธ เดย์ ทูยู แฮปปี้เบิร์ธ เดย์ แฮปปี้เบิร์ธ เดย์ แฮปปี้เบิร์ธ เดย์ ทูยู*** เสียงเพลงที่คุ้นเคยดังขึ้นเมื่อถึงเวลาเป่าเค้กงานวันนี้อาจจะเป่าเร็วกว่างานวันเกิดทั่วไปสักหน่อยเพราะกลัวเด็กๆ จะง่วงนอนเสียก่อน เค้กเอลซ่าจากร้านมีสาขาชื่อดังถูกถือเข้ามาโดยน้ำหวานแม่แท้ๆ ของลูกหว้า เด็กน้อยยิ้มหน้าบานทำท่าจะเป่าเค้กทันที“อย่าเพิ่งเป่าสิลูกหว้า หนูต้องอธิษฐานก่อนนะคะ” นับพรบอกหลานสาวคนสวยของเธอ“ขอให้หนูเรียนเก่งๆ เป็นเด็กดีของพ่อกับแม่ ของปู่ ของย่า ของพี่หวายแล้วก็ของอาด้วย ขอให้หนูไม่ดื้อ พู่ว พู่ว พู่วว”เจ้าของวันเกิดอธิษฐานออกเสียงดังอย่างตั้งใจก่อนจะเป่าเทียน จนทุกคนที่อยู่ตรงนั้นยิ้มปนขำอย่างเอ็นดูงานวันนี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมีแค่คนในครอบครัว เพื่อนๆ ของลูกหว้าก็เด็กเกินจึงไม่สามารถมาร่วมงานได้ จะมีบ้างก็เพื่อนของลูกหวายที่สนิทกับลูกหว้าด้วยและพวกผู้ใหญ่ก็สนิทกันจึงให้มาได้คนที่เพิ่มมาจากทุกปีก็คงหนีไม่พ้นภคิณเจ้านายของเธอกับนัยคนที่มาขับรถให้วันนี้ภคิณอาสาออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดซึ่งที่จริงมันก็ไม่ได้แพงอะไรมากเพราะคนที่นี่เลือกกินหมูกระทะที่ทำกินกันอ

  • เมียรักวันไนท์สแตนด์   10 ความเข้าใจผิดที่ถูก

    ไม่ได้นะนับ ไม่ได้ เราต้องหยุดมันก่อนที่ทุกอย่างจะสายไปจริงอยู่ว่าสิ่งที่เขาทำกับเธอตอนนี้มันทำให้เธอรู้สึกดี แล้วต่อไปล่ะถ้าหัวใจเธอต้องเจอกับความเจ็บปวดอีกล่ะอยู่ๆ นับพรก็รู้สึกกลัว เมื่อนึกถึงความเสียใจเมื่อครั้งอดีต ความหดหู่มากมายเข้ามาห่อหุ้มใจ ความสุขที่พึ่งได้เข้ามาในอาณาเขตหัวใจก็ถูกผลักออกไปในทันทีไม่เอาความรู้สึกแบบนั้น ไม่เอา ไม่อยากได้อีกแล้ว หญิงสาวส่ายหน้าไปมา สับสน และทรมานความสุขอยู่ตรงหน้า ทว่าความทุกข์กลับอยู่ในมุมมืด ที่โผล่เข้ามาเตือนทุกครั้งที่เธอมีความสุข ราวกับไม่อยากให้เธอได้มีความสุข และไม่อยากให้เธอลืมเลือนมันไป“นับ นับ เป็นอะไรหรือเปล่า” ภคิณที่เห็นท่าทางแบบนั้นก็อดห่วงไม่ได้ ทั้งที่เมื่อกี้ยังดีๆ อยู่แท้ๆ“ปะ เปล่าค่ะ นับแค่...” เธอจะบอกยังไงดี จะปฏิเสธเขายังไงดีสั่นเป็นลูกนกเลย นี่เธอคิดว่าเราจะทำอะไรที่จริงต่อให้เธอไม่พูดออกมา ภคิณก็พอจะดูออก น่าแปลกที่ผู้หญิงคนนี้เคยกล้าบ้าบิ่นมาชวนเขาทำลูก แต่พอได้รู้จักจริงๆ ไม่ประสาเอาเสียเลยในสถานการณ์แบบนี้ถ้าเป็นผู้หญิงที่ผ่านมาของเขา คงรีบพาเขาขึ้นเตียงไปแล้ว แต่นับพรไม่ใช่ นี่หรือเปล่านะผู้หญิงดีๆ ที่ใคร

  • เมียรักวันไนท์สแตนด์   09 ไขข้อข้องใจ

    สายตาคมจ้องมองเอกสารตรงหน้าพลางเหลือบสายตามองดูนาฬิกาไป ตอนนี้เวลาล่วงเลยไปจนถึง 18.10 น.แล้ว ป่านนี้คนสวยของเขาคงรอแย่แล้ว งานที่เหลือก็ไม่มีอะไรเร่งด่วนมากเขาตัดสินใจเก็บของเลิกงานทันที“อ้าวเห้ย จะไปไหนยังเซ็นไม่หมดเลย” แทนไทร้องทักทันทีที่เห็นเพื่อนของเขาเตรียมตัวกลับ“เออ เดี๋ยวเอากลับไปตรวจต่อที่บ้าน ที่เหลือนี่ไม่ด่วนไม่ใช่เหรอวะ”“ก็เออ แต่ปกติมึงไม่ดองงานนี่หว่า”“กูไม่ได้ดอง กูแค่จะตรวจให้ละเอียด ว่าแต่มึงบอกนับกับคุณมุกให้รอแล้วปะ”“เออ ไปบอกแล้ว มึงนี่ติดใจอะไรคุณนับขนาดนี้วะ”“ติดใจอะไร กูก็แค่…” ภคิณเองที่พยายามคิดหาเหตุผลมาตอบเพื่อนแต่ก็ว่างเปล่าเขาเองก็คงต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่าตอนนี้เขารู้สึกยังไงกับเธอกันแน่“แค่อะไร มึงรู้ไหมว่ามึงไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน มึงไม่ต้องตอบกูก็ได้ มึงหาคำตอบให้ตัวเองให้ได้ก็พอ”“เออๆ กูไม่ทำให้เสียงานหรอกน่า ไปเหอะ ทำอย่างกับมึงไม่อยากไปส่งตัวเล็กมึงงั้นแหละ” ทำไมเขาจะดูไม่ออกว่าเพื่อนของเขาสนใจไข่มุกเพื่อนของนับพร แต่ที่ไม่รู้คือสองคนนี้ไปถึงไหนกันแล้วสำหรับเขาตอนนี้เขารู้แค่อยากรู้จัก อยากเข้าใจนับพรในวันนี้มากขึ้นกว่าเมื่อวานแบบนี้ไ

  • เมียรักวันไนท์สแตนด์   08 งานนอกสถานที่

    ตื้อดึง ตื้อดึงเสียงแจ้งเตือนจากโปรแกรมแชตของนับพรดังขึ้นขณะที่กำลังเดินทางไปซื้อของกับเจ้านายที่แสนเอาแต่ใจ เธอหยิบมือถือขึ้นมาดูก็เห็นว่าเป็นเพื่อนรักของเธอPearl : ไอ้นับ อยู่ไหนวะPearl : เห็นแต่กล่องข้าว กระเป๋าก็ไม่มี เจ้านายพาออกมาทำงานนอกสถานที่อะ : NabbNaaPearl : งานไรวะ แผนกเรามีนอกสถานที่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้เหมือนกัน ไว้กลับไปเดี๋ยวเล่าให้ฟัง : NabbNaaPearl : เจ้านายเนี่ยใคร คุณภคิณปะ อืม... ใช่ แค่นี้ก่อนนะ น่าจะถึงละ : NabbNaa เออ... ข้าวบนโต๊ะอะ แกกินไปเลยนะ : NabbNaaเมื่อร่ำลากับเพื่อนตัวเล็กเสร็จเรียบร้อยพร้อมทั้งส่งยิ้มหวานให้กับความอยากรู้อยากเห็นของเจ้าของแชตไปหนึ่งที นับพรที่กำ

  • เมียรักวันไนท์สแตนด์   07 ทานข้าวเช้ากันนะ

    ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ ติ๊ดๆเสียงนาฬิกาปลุกจากมือถือที่วางอยู่ข้างหัวเตียงดังขึ้นตามเวลาที่ตั้งไว้บอกเวลาตี 05:30น.“อือ อื้อ ขออีก 5 นาทีไม่ได้เหรอ” หญิงสาวบ่นงอแงกับตัวเองเธอบิดขี้เกียจนิดหน่อยก่อนจะเอื้อมมือไปปิด แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เธอต้องเดินทางเองด้วยรถไฟฟ้านอนคิดภาพตามไปว่าถ้าออกสายกว่านี้จะต้องต่อแถวคดเคี้ยวเป็นงูอยู่ชั้นล่างเนื่องจากจำนวนผู้โดยสารที่แน่นขนัดในช่วงเวลาเร่งด่วนยังไม่รวมถึงคนในขบวนรถที่แออัดยัดเยียดเบียดเสียดกันแทบจะรวมร่างได้เลยนับพรรีบลุกพรวดขึ้นแทบจะทันทีเพื่ออาบน้ำแต่งตัว เธอเสียเวลากับเรื่องนี้ไม่นานมากนักก็พร้อมที่จะออกเดินทางเพื่อไปทำงาน ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงก็ถึงที่ทำงานซึ่งเร็วกว่าเวลาปกติที่เธอขับรถมาเอง“วันนี้ยังไม่มีใครเปิดไฟเลยแฮะ สงสัยวันนี้จะมาถึงคนแรก” แม้ปกตินับพรจะมาถึงออฟฟิศเช้ามากๆ แต่ไม่ใช่ว่าเธอจะเป็นคนแรกทุกครั้งเธอเปิดไฟตามทางเข้ามาบางส่วนเฉพาะแถวๆ บริเวณโต๊ะของเธอก่อนแล้วก็จะปัดๆ ถูๆ ทำความสะอาดโต๊ะทำงาน เปลี่ยนน้ำในแจกันดอกไม้ของเธอเหมือนทุกวันก่อนที่จะเข้าไปทานอาหารเช้าที่แวะซื้อมาจากข้างทางก่อนขึ้นตึกแต่ยังไม่ทันได้ทำอะไ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status