LOGIN***แฮปปี้เบิร์ธ เดย์ ทูยู แฮปปี้เบิร์ธ เดย์ ทูยู แฮปปี้เบิร์ธ เดย์ แฮปปี้เบิร์ธ เดย์ แฮปปี้เบิร์ธ เดย์ ทูยู*** เสียงเพลงที่คุ้นเคยดังขึ้นเมื่อถึงเวลาเป่าเค้ก
งานวันนี้อาจจะเป่าเร็วกว่างานวันเกิดทั่วไปสักหน่อยเพราะกลัวเด็กๆ จะง่วงนอนเสียก่อน เค้กเอลซ่าจากร้านมีสาขาชื่อดังถูกถือเข้ามาโดยน้ำหวานแม่แท้ๆ ของลูกหว้า เด็กน้อยยิ้มหน้าบานทำท่าจะเป่าเค้กทันที
“อย่าเพิ่งเป่าสิลูกหว้า หนูต้องอธิษฐานก่อนนะคะ” นับพรบอกหลานสาวคนสวยของเธอ
“ขอให้หนูเรียนเก่งๆ เป็นเด็กดีของพ่อกับแม่ ของปู่ ของย่า ของพี่หวายแล้วก็ของอาด้วย ขอให้หนูไม่ดื้อ พู่ว พู่ว พู่วว”
เจ้าของวันเกิดอธิษฐานออกเสียงดังอย่างตั้งใจก่อนจะเป่าเทียน จนทุกคนที่อยู่ตรงนั้นยิ้มปนขำอย่างเอ็นดู
งานวันนี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมีแค่คนในครอบครัว เพื่อนๆ ของลูกหว้าก็เด็กเกินจึงไม่สามารถมาร่วมงานได้ จะมีบ้างก็เพื่อนของลูกหวายที่สนิทกับลูกหว้าด้วยและพวกผู้ใหญ่ก็สนิทกันจึงให้มาได้
คนที่เพิ่มมาจากทุกปีก็คงหนีไม่พ้นภคิณเจ้านายของเธอกับนัยคนที่มาขับรถให้
วันนี้ภคิณอาสาออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดซึ่งที่จริงมันก็ไม่ได้แพงอะไรมากเพราะคนที่นี่เลือกกินหมูกระทะที่ทำกินกันอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว
แต่ที่แพงขึ้นมาหน่อยก็คงจะเป็นตุ๊กตาหมีตัวใหญ่สองตัวที่เขาซื้อให้เด็กๆ บอกเป็นของขวัญสำหรับการเจอกันครั้งแรกกับเค้กวันเกิดที่เขาสั่งทำให้ใหม่เพราะที่ร้านไม่มีแบบที่ลูกหว้าชอบ
นับพรรู้สึกว่าความใส่ใจที่เผื่อแผ่มาจนถึงคนในครอบครัวของเธอที่ภคิณทำ นับว่าได้ใจ ทลายความขลาดกลัวเสี้ยวหนึ่งในใจลงได้
เธอไม่กลัวถ้าเป็นผู้ชายคนนี้ ไม่กลัวที่จะเริ่มรักได้อีกครั้ง
หรือเปล่านะ?
“อากระจายเน็ตให้หน่อย หนูจะเปิดเพลงเต้นกัน” เป็นเสียงของพี่หวายที่ดังมาก่อนตัว
แม้ที่บ้านจะมีเน็ตบ้านอยู่แล้วแต่เด็กๆ ก็ยังชอบมาขอให้นับพรแชร์ให้อยู่ดี บอกว่าเน็ตของเธอดีกว่า
“เรียบร้อยแล้วค่ะ มาเต้นตรงนี้นะสว่างดี อาจะถ่ายคลิปให้”
ถือเป็นเรื่องปกติของครัวเธอก็ว่าได้ เพราะหลานๆ ของเธอเป็นเด็กสนุกสนาน ชอบร้อง ชอบเต้น สร้างสีสันให้กับครอบครัวอยู่เสมอ
เธอไม่คิดที่จะห้ามเด็กๆ หากว่าสิ่งที่ทำไม่กระทบกับการเรียน เธอเลือกที่จะสอนให้เด็กๆ รู้จักแบ่งเวลามากกว่า เพราะคนเราสามารถมีความชอบได้มากกว่า 1 อย่าง และใน 1 วันก็สามารถทำสิ่งที่รักได้มากกว่า 1 อย่างเช่นกัน
“ครอบครัวนับเป็นกันเองและก็อบอุ่นดีนะ เด็กๆ ก็กล้าแสดงออกดูไม่กดดันเลย” หลังจากนั่งดูหลานๆ ของนับพรเต้นอยู่สักพักภคิณก็อดชื่นชมออกมาไม่ได้
“คงเป็นเพราะพวกเราพยายามเข้าใจเขามั้งคะ ที่บ้านนับไม่ด่า ไม่ตีค่ะ มีดุบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเรียกมาคุยกันด้วยเหตุผลมากกว่า ถ้าสิ่งที่เด็กๆ ชอบไม่กระทบการเรียนพวกเราก็พร้อมสนับสนุนค่ะ” เธอบอกเขาถึงสิ่งที่ครอบครัวเธอเป็น
“อานับขา อาคิณขา มาเต้นกันค่ะ” เจ้าของงานวันเกิดเดินเข้ามาเรียกให้ไปร่วมวงกัน สำหรับนับพรไม่มีปัญหาอยู่แล้วเพราะเธอเล่นและเต้นกับหลานๆ อยู่บ่อยๆ แต่มันแปลกใหม่มากสำหรับภคิณ
เด็กๆ พาเขาเต้นตามท่าเต้นในแอปพลิเคชันที่กำลังเป็นที่นิยมในตอนนี้ ภคิณเต้นตามที่เด็กๆ สอนอยู่สักพักก็พอทำได้แม้จะดูขัดหูขัดตาอยู่บ้างก็ตามที
เขามองคนสวยของเขาร้องและเต้นอยู่กับหลานๆ เพลินจนลืมไปเลยว่าตอนนี้กำลังอัดคลิปวิดีโอกันอยู่ ภาพที่ออกมาคงหนีไม่พ้นภคิณที่เอาแต่ยืนยิ้มมองจ้องไปที่นับพรด้วยสายตาที่มีความหมายมากมายเหลือเกิน
เขาชอบบรรยากาศแบบนี้ ชอบเด็กๆ ชอบความอบอุ่น แต่สิ่งที่เขาชอบมากที่สุดในนั้นคือ… นับพร
เวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปไวเหมือนโกหก ภคิณไม่เคยรู้สึกว่าการมาทำงานที่โรงแรมจะน่าเบื่อมากขนาดนี้มาก่อน เมื่อก่อนเขาอยู่ข้ามวันข้ามคืนทำแต่งานตลอดยังได้ แต่ตอนนี้กลับอยากจะไปแต่ที่ธนาคาร
“นั่งหน้างอคอหักเป็นปลาทูแม่กลองเลยนะมึง อยู่ๆ เป็นไรอีกวะ” แทนไทที่เดินเข้ามาหาเพื่อนรักยังโต๊ะทำงานส่วนตัวที่โรงแรมหลังจากที่แอบหนีไปเที่ยวกับสาวมาแล้ว
“ป่าวนี่ ไม่มีไร” เขาบอกปัดๆ ไป
พักนี้เขาเอาแต่คิดถึงนับพร และมีความลึกล้ำในความคิดเกี่ยวกับเธอแปลกๆ นับแต่ไปเจอครอบครัวเธอมา
“แน่ใจเหรอวะ นึกว่าหงุดหงิดที่ไม่ได้เห็นหน้าใครเสียอีก กูถามจริงนะ ไอ้ที่มึงตามเฝ้าเขาอยู่ทุกวันเนี่ยมึงหาคำตอบให้ตัวเองได้แล้วใช่ปะ”
“กูยอมรับก็ได้อะว่ากูสนใจ พอใจมึงยัง แต่มันก็ปกติป่าววะ”
จริงอยู่ที่เขาติดใจเธอ เข้าขั้นชอบมาก ทว่าเรื่องที่เขามองไกลกว่านั้นคือหลังจากนี้ เขากับเธอควรขยับกันไปที่ฐานะไหน
ลูกน้องกับเจ้านาย
วันไนท์สแตนด์
แฟน
เมีย
“แน่ใจนะว่าแค่นั้น เอาดีๆ นะมึง เท่าที่ได้รู้จักคุณนับมา กูว่าเขาก็เป็นผู้หญิงที่ดีมากคนนึงนะ”
“คนดี ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นเมียกูเสมอไปไหม มีมากกว่าความดีมั้ยวะที่จะทำให้คนเราคบกัน ชอบกัน หรือรักกันอะ”
“แล้วคนดีอย่างคุณนับเนี่ย มึงไม่เอางั้นสิ” แทนไทยอกย้อนกลับ
“เอา แต่ก็คาใจที่เขาชวนกูตอนเจอกันครั้งแรก”
“จะเหตุผลอะไรก็ช่างแม่งมันเถอะ เวลาหื่นมา มันก็หน้ามืดกันหมดนั่นแหละ ติดใจทำซากอะไร สุดท้ายมึงก็ได้เขา เขาก็ได้มึง”
มันก็จริงอย่างที่แทนไทพูด กับอีแค่ตอนเจอหน้าเขานับพรถามเขาว่า
ทำลูกเป็นมั้ยคะ ทำลูกให้หน่อยได้มั้ย
และเขาในตอนนั้นเป็นบ้าอะไรถึงอยากทำลูกให้ใจจะขาด
“คืนนั้น นับขอให้กูทำลูกให้”
“คุณนับอะนะ ฮ่าๆ มึงก็เลยรีบจัดให้เขาเลยว่างั้น เดี๋ยวนะอย่าบอกนะว่ามึงไม่ได้...”
“เออ! ก็อย่างที่มึงคิดนั่นแหละ” เขารู้ว่าเพื่อนเขาหมายถึงอะไรและใช่คืนนั้นเขาไม่ได้ป้องกัน
“ที่มึงตามๆ เขาอยู่เนี่ยหรือว่ามึงกลัวจะทำเขาท้องจริงๆ วะ”
“มันคงไม่ติดง่ายขนาดนั้นป่าววะ ครั้งแรกครั้งเดียวเนี่ยนะ”
“เชี่ย! ไอ้คิณ มึงเปิดซิงคุณนับเหรอวะ ไหนมึงบอกมึงไม่ชอบมีปัญหายังไงก็จะไม่เอาแบบนี้ไง” แทนไทร้องเสียงดังขึ้นมาทันทีเมื่อคิดตามคำที่เพื่อนพูด
ครั้งแรกและครั้งเดียวไม่ได้หมายถึงเพื่อนเขาแน่ๆ เขารู้ดี
“กูก็เอาไปแล้วปะวะ กูถึงคิดไม่ตกอยู่เนี่ย อะไรที่ทำให้ผู้หญิงที่รักนวลสงวนตัวมาจนป่านนี้ยอมทำแบบนี้ได้”
“เออ...ดีๆ ละกัน กูแค่อยากจะบอกว่าถ้ามึงไม่จริงจังก็ปล่อยเขาไปเหอะ” แทนไทอดที่จะเตือนเพื่อนไม่ได้
“ถ้าจะปล่อย กูคงไม่ตามตั้งแต่แรกหรอก ว่าแต่งานที่นี่หมดแค่นี้ใช่ปะ เดี๋ยวกูจะได้เข้าไปดูงานที่ธนาคารต่อ” จู่ๆ ภคิณก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา
แถมรู้สึกผิดที่เอาเรื่องนับมาพูดกับเพื่อนรักอีก ถึงจะแน่ใจว่าเพื่อนไม่เอาไปพูดที่ไหนแน่นอน แต่เข้าก็ยังรู้สึกผิดอยู่ดี
“ก็เหลืออีกสามโปรเจ็กที่ต้องตรวจแล้วก็รออนุมัติแต่กว่าจะเสร็จคุณนับคงเลิกงานพอดี” แทนไทพูดพลางดูอาการของเพื่อนรักที่คิ้วเริ่มขมวดด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะบอกถึงสิ่งที่รู้มาจากไข่มุก
“แต่เมื่อคืนเห็นตัวเล็กบ่นอยู่นะ ว่าเบื่อที่จะต้องเตรียมเสื้อผ้าไปฟิตเนสอีกแล้ว จะเบี้ยวก็ไม่ได้คุณนับคงไม่ยอม” เป็นอันได้ผลเมื่อคิ้วของเพื่อนรักเริ่มคลายปมออกแปลว่าอารมณ์ดีขึ้นแล้ว
“ช่วงนี้พวกเราก็ไม่ได้ออกกำลังกายมานานแล้วปะวะ” ภคิณพูดออกมาเพียงเท่านั้นก็เป็นอันรู้กัน
หลังจากเปลี่ยนเป็นชุดออกกำลังกายเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองสาวก็ออกมานั่งวอร์มร่างกายกันเล็กน้อย ไข่มุกที่ทนเก็บความสงสัยไม่ไหวจึงเอ่ยถามออกมา
“ตกลงระหว่างแกกับคุณภคิณนี่มันยังไงกันแน่วะไอ้นับ แล้วอย่าเสือกบอกว่า ไว้จะเล่าให้ฟังวันหลังนะ นี่ผ่านวันหลังมาหลายหลังแล้ว เล่ามาเลยเพื่อนรออยู่”
“ก็… ไม่เห็นมีอะไรนี่”
“หราาา… เพื่อนกินข้าวไม่ได้กินหญ้า เล่ามา”
“มันก็ไม่มีอะไรมากหรอกแก แค่บังเอิญเคยเจอกันก่อนหน้านั้น”
“จ้ะ ไม่มีอะไรเลยแต่พาเข้าบ้านไปหาแม่เนี่ยนะ” เธอจะไม่รู้เลยถ้าแทนไทไม่หลุดปากออกมาว่าเขาว่างมากวนเธอเพราะเจ้านายไปบ้านนับพร
“แกรู้ได้ไงวะ” นับพรเสียงอ่อยลงเพราะรู้สึกผิดที่ปิดบังเพื่อน
“เสียใจนะเนี่ยที่รู้จากคนอื่นอะ ว่าไงจะเล่าไม่เล่า” ที่จริงก็ไม่อยากคาดคั้นถ้าเพื่อนไม่พร้อม แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้
“คือ ถ้าฉันเล่าไปแล้วแกอย่าด่าฉันนะ ฉันเองก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้”
นับพรตัดสินใจเล่าเรื่องราวในคืนนั้นให้ไข่มุกฟังทั้งหมดเท่าที่เธอจำได้
เมื่อได้ยินเรื่องราวจากเพื่อนรักไข่มุกถึงกับอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าเพื่อนจะทำเรื่องอย่างที่เคยมาปรึกษาจริงๆ แถมคนที่ทำด้วยก็กลายมาเป็นผู้บริหารที่ทำงานตัวเองอีก
“ถึงอยากด่าก็ด่าไม่ทันแล้วปะวะ เอาไงล่ะทีนี้”
“เครียดอยู่เนี่ย เขาบอกให้ฉันรับผิดชอบเขาด้วย แล้วไอ้การรับผิดชอบผู้ชายเนี่ยมันต้องทำไงวะ”
“รับผิดชอบอะไร เขาเปิดซิงแกไม่ใช่หรือไง” ไข่มุกลืมตัวเผลอพูดเสียงดังออกมา
“ไอ้มุก! เบาๆ ก็เขาบอกครั้งแรกของเขาเหมือนกัน” เธอรีบยกมือปิดปากห้ามเพื่อนทันที ก่อนจะเล่าต่อ
“แกก็เชื่อ?” คนตัวเล็กถามออกมาอย่างรู้จักเพื่อนของเธอดี
“ก็แล้วฉันจะรู้ได้ไงใครเคยไม่เคยอะ แก...แกช่วยฉันคิดหน่อยนะ น๊า นะ”
“ฉันไม่น่าปล่อยให้แกอยู่คนเดียวเลย ไอ้ตอนที่แกมาปรึกษาฉันน่ะ ฉันก็คิดนะว่าอย่างแกจะกล้าทำจริงๆ เหรอวะ แต่ก็ลืมคิดไปว่าไอ้น้ำเปลี่ยนนิสัยนี่มันทำได้ทุกอย่าง”
“เออ อย่าว่าแต่แกเลยตัวฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำอะไรไปบ้างอะ” นับพรเองก็พยายามนึกอยู่หลายครั้งแล้วว่าคืนนั้นเธอทำเรื่องน่าอายอะไรไว้บ้างนอกจากยอมพลีกายให้เขาแต่ก็นึกไม่ออก
“แกจำเรื่องคืนนั้นไม่ได้เลยจริงๆ เหรอวะ หมายถึงแบบ ลีลา ท่วงท่าหรือหุ่นเหิ่นอะไรพวกเนี้ย คือแกแอบแซ่บผู้ชายที่มีแต่ผู้หญิงอยากได้นะเว้ย เขาแย่งกันเข้าหาแทบตายแต่แกได้มาเฉย แล้วแกจะจำอะไรไม่ได้เลยไม่ได้นะเว้ย”
“พูดบ้าอะไรของแกว่ะ” นับพรหน้าขึ้นสีทันทีเมื่อคิดถึงรูปร่างของเขาในค่ำคืนนั้น มันก็ไม่ใช่จะจำไม่ได้เลยเสียทีเดียว แต่เรื่องพวกนี้จะให้เธอพูดออกมาได้ยังไง
“สวัสดีครับสาวๆ วันนี้มาเร็วกว่าผมอีกนะครับ”
“สวัสดีค่ะ คุณต้น คุณเดียว นึกว่าวันนี้จะไม่มาซะอีกค่ะ” ไข่มุกทักทายหนุ่มหน้าตาดีสองคนที่เป็นสมาชิกฟิตเนสนี้ก่อนพวกเธอ พวกเขามักจะเข้ามาพูดคุยทักทายกับพวกเธอและคอยแนะนำอยู่บ่อยๆ
“ถ้าไม่มาก็ไม่ได้เจอคุณสองคนสิครับ”
ถึงชายหนุ่มทั้งสองไม่ได้พูดออกมาตรงๆ แต่เป็นใครก็ดูออกก็ว่าทั้งสองหนุ่มนี้ไม่น่าจะคิดแค่เพื่อนกับสองสาวสวยตรงหน้า
แต่ก็คงทำได้แค่คิด เมื่อจู่ๆ ก็มีเสียงเข้มดุดังลอยมาจากด้านหลังสองสาวก่อนที่เจ้าตัวจะโผล่มาแสดงความเป็นเจ้าของ
“ก็แล้วมีความจำเป็นอะไรที่จะต้องมาเจอเมียชาวบ้านเขาล่ะครับ”
“ว่าไงครับมีธุระอะไรกับเมียผมหรือเปล่าครับ” ภคิณยกมือขึ้นกอดคอนับพรแล้วรั้งเธอเข้าหาตัวทันทีที่เดินมาถึง“อะ...เอ่อ มะ ไม่มีอะไรครับ พอดีแค่เข้ามาทักทายน่ะครับ งั้นพวกผมขอตัวเลยนะครับ” ในเมื่อเป็นฟิตเนสสำหรับพนักงาน ทำไมพวกเขาจะไม่รู้ว่าเขาคนนี้เป็นใคร พวกเขาไม่ควรยุ่งกับคนของเจ้านาย“คุณภคิณ คุณพูดอะไรของคุณเนี่ย” นับพรหน้าเหวอเมื่อได้ยินเขาเรียกเธอว่า ‘เมีย’อย่าว่าแต่นับพรเลยที่เหวอ ไข่มุกและแทนไทก็เหวอไปกับไอ้คำว่าเมียที่ชัดถ้อยชัดคำ แถมดังลั่นฟิตเนสอีก พนักงานที่นี่ถ้ามีหูก็คงได้ยินไปด้วยแน่นอน“แล้วที่พี่พูดมันไม่จริงเหรอครับ ต้องให้ซ้ำไหม แล้วถ้ายังเรียกพี่แบบเมื่อกี้อีกโดนดีแน่”เมื่อไหร่เธอจะชินกับการเรียกเขาว่าพี่สักที แล้วแม่งตอนอยู่ห้องทำงานยังสับสนว่าความสัมพันธ์ของเขากับนับพรจะเป็นยังไง แต่พอเจอหนุ่มมาอ่อยเธอความหึงก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาเสียอย่างนั้นเอาละ... ตอนนี้กูหึง ภคิณยอมรับ“พี่คิณ… พูดอะไรแบบนั้นไม่น่ารักเลยค่ะ” แบบนี้เธอจะเอาหน้าไปไว้ไหนได้เล่า แล้วสองคนนั้นก็ไม่ได้ทำอะไรไม่ดี ทำไมเขาจะต้องพูดถึงขนาดนั้นเมีย… เพียงคิดถึงคำพูดนั้นหัวใจก็ดันเต้นแรงไปอีก“แล้วชุดนี่มั
***แฮปปี้เบิร์ธ เดย์ ทูยู แฮปปี้เบิร์ธ เดย์ ทูยู แฮปปี้เบิร์ธ เดย์ แฮปปี้เบิร์ธ เดย์ แฮปปี้เบิร์ธ เดย์ ทูยู*** เสียงเพลงที่คุ้นเคยดังขึ้นเมื่อถึงเวลาเป่าเค้กงานวันนี้อาจจะเป่าเร็วกว่างานวันเกิดทั่วไปสักหน่อยเพราะกลัวเด็กๆ จะง่วงนอนเสียก่อน เค้กเอลซ่าจากร้านมีสาขาชื่อดังถูกถือเข้ามาโดยน้ำหวานแม่แท้ๆ ของลูกหว้า เด็กน้อยยิ้มหน้าบานทำท่าจะเป่าเค้กทันที“อย่าเพิ่งเป่าสิลูกหว้า หนูต้องอธิษฐานก่อนนะคะ” นับพรบอกหลานสาวคนสวยของเธอ“ขอให้หนูเรียนเก่งๆ เป็นเด็กดีของพ่อกับแม่ ของปู่ ของย่า ของพี่หวายแล้วก็ของอาด้วย ขอให้หนูไม่ดื้อ พู่ว พู่ว พู่วว”เจ้าของวันเกิดอธิษฐานออกเสียงดังอย่างตั้งใจก่อนจะเป่าเทียน จนทุกคนที่อยู่ตรงนั้นยิ้มปนขำอย่างเอ็นดูงานวันนี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมีแค่คนในครอบครัว เพื่อนๆ ของลูกหว้าก็เด็กเกินจึงไม่สามารถมาร่วมงานได้ จะมีบ้างก็เพื่อนของลูกหวายที่สนิทกับลูกหว้าด้วยและพวกผู้ใหญ่ก็สนิทกันจึงให้มาได้คนที่เพิ่มมาจากทุกปีก็คงหนีไม่พ้นภคิณเจ้านายของเธอกับนัยคนที่มาขับรถให้วันนี้ภคิณอาสาออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดซึ่งที่จริงมันก็ไม่ได้แพงอะไรมากเพราะคนที่นี่เลือกกินหมูกระทะที่ทำกินกันอ
ไม่ได้นะนับ ไม่ได้ เราต้องหยุดมันก่อนที่ทุกอย่างจะสายไปจริงอยู่ว่าสิ่งที่เขาทำกับเธอตอนนี้มันทำให้เธอรู้สึกดี แล้วต่อไปล่ะถ้าหัวใจเธอต้องเจอกับความเจ็บปวดอีกล่ะอยู่ๆ นับพรก็รู้สึกกลัว เมื่อนึกถึงความเสียใจเมื่อครั้งอดีต ความหดหู่มากมายเข้ามาห่อหุ้มใจ ความสุขที่พึ่งได้เข้ามาในอาณาเขตหัวใจก็ถูกผลักออกไปในทันทีไม่เอาความรู้สึกแบบนั้น ไม่เอา ไม่อยากได้อีกแล้ว หญิงสาวส่ายหน้าไปมา สับสน และทรมานความสุขอยู่ตรงหน้า ทว่าความทุกข์กลับอยู่ในมุมมืด ที่โผล่เข้ามาเตือนทุกครั้งที่เธอมีความสุข ราวกับไม่อยากให้เธอได้มีความสุข และไม่อยากให้เธอลืมเลือนมันไป“นับ นับ เป็นอะไรหรือเปล่า” ภคิณที่เห็นท่าทางแบบนั้นก็อดห่วงไม่ได้ ทั้งที่เมื่อกี้ยังดีๆ อยู่แท้ๆ“ปะ เปล่าค่ะ นับแค่...” เธอจะบอกยังไงดี จะปฏิเสธเขายังไงดีสั่นเป็นลูกนกเลย นี่เธอคิดว่าเราจะทำอะไรที่จริงต่อให้เธอไม่พูดออกมา ภคิณก็พอจะดูออก น่าแปลกที่ผู้หญิงคนนี้เคยกล้าบ้าบิ่นมาชวนเขาทำลูก แต่พอได้รู้จักจริงๆ ไม่ประสาเอาเสียเลยในสถานการณ์แบบนี้ถ้าเป็นผู้หญิงที่ผ่านมาของเขา คงรีบพาเขาขึ้นเตียงไปแล้ว แต่นับพรไม่ใช่ นี่หรือเปล่านะผู้หญิงดีๆ ที่ใคร
สายตาคมจ้องมองเอกสารตรงหน้าพลางเหลือบสายตามองดูนาฬิกาไป ตอนนี้เวลาล่วงเลยไปจนถึง 18.10 น.แล้ว ป่านนี้คนสวยของเขาคงรอแย่แล้ว งานที่เหลือก็ไม่มีอะไรเร่งด่วนมากเขาตัดสินใจเก็บของเลิกงานทันที“อ้าวเห้ย จะไปไหนยังเซ็นไม่หมดเลย” แทนไทร้องทักทันทีที่เห็นเพื่อนของเขาเตรียมตัวกลับ“เออ เดี๋ยวเอากลับไปตรวจต่อที่บ้าน ที่เหลือนี่ไม่ด่วนไม่ใช่เหรอวะ”“ก็เออ แต่ปกติมึงไม่ดองงานนี่หว่า”“กูไม่ได้ดอง กูแค่จะตรวจให้ละเอียด ว่าแต่มึงบอกนับกับคุณมุกให้รอแล้วปะ”“เออ ไปบอกแล้ว มึงนี่ติดใจอะไรคุณนับขนาดนี้วะ”“ติดใจอะไร กูก็แค่…” ภคิณเองที่พยายามคิดหาเหตุผลมาตอบเพื่อนแต่ก็ว่างเปล่าเขาเองก็คงต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่าตอนนี้เขารู้สึกยังไงกับเธอกันแน่“แค่อะไร มึงรู้ไหมว่ามึงไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน มึงไม่ต้องตอบกูก็ได้ มึงหาคำตอบให้ตัวเองให้ได้ก็พอ”“เออๆ กูไม่ทำให้เสียงานหรอกน่า ไปเหอะ ทำอย่างกับมึงไม่อยากไปส่งตัวเล็กมึงงั้นแหละ” ทำไมเขาจะดูไม่ออกว่าเพื่อนของเขาสนใจไข่มุกเพื่อนของนับพร แต่ที่ไม่รู้คือสองคนนี้ไปถึงไหนกันแล้วสำหรับเขาตอนนี้เขารู้แค่อยากรู้จัก อยากเข้าใจนับพรในวันนี้มากขึ้นกว่าเมื่อวานแบบนี้ไ
ตื้อดึง ตื้อดึงเสียงแจ้งเตือนจากโปรแกรมแชตของนับพรดังขึ้นขณะที่กำลังเดินทางไปซื้อของกับเจ้านายที่แสนเอาแต่ใจ เธอหยิบมือถือขึ้นมาดูก็เห็นว่าเป็นเพื่อนรักของเธอPearl : ไอ้นับ อยู่ไหนวะPearl : เห็นแต่กล่องข้าว กระเป๋าก็ไม่มี เจ้านายพาออกมาทำงานนอกสถานที่อะ : NabbNaaPearl : งานไรวะ แผนกเรามีนอกสถานที่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้เหมือนกัน ไว้กลับไปเดี๋ยวเล่าให้ฟัง : NabbNaaPearl : เจ้านายเนี่ยใคร คุณภคิณปะ อืม... ใช่ แค่นี้ก่อนนะ น่าจะถึงละ : NabbNaa เออ... ข้าวบนโต๊ะอะ แกกินไปเลยนะ : NabbNaaเมื่อร่ำลากับเพื่อนตัวเล็กเสร็จเรียบร้อยพร้อมทั้งส่งยิ้มหวานให้กับความอยากรู้อยากเห็นของเจ้าของแชตไปหนึ่งที นับพรที่กำ
ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ ติ๊ดๆเสียงนาฬิกาปลุกจากมือถือที่วางอยู่ข้างหัวเตียงดังขึ้นตามเวลาที่ตั้งไว้บอกเวลาตี 05:30น.“อือ อื้อ ขออีก 5 นาทีไม่ได้เหรอ” หญิงสาวบ่นงอแงกับตัวเองเธอบิดขี้เกียจนิดหน่อยก่อนจะเอื้อมมือไปปิด แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เธอต้องเดินทางเองด้วยรถไฟฟ้านอนคิดภาพตามไปว่าถ้าออกสายกว่านี้จะต้องต่อแถวคดเคี้ยวเป็นงูอยู่ชั้นล่างเนื่องจากจำนวนผู้โดยสารที่แน่นขนัดในช่วงเวลาเร่งด่วนยังไม่รวมถึงคนในขบวนรถที่แออัดยัดเยียดเบียดเสียดกันแทบจะรวมร่างได้เลยนับพรรีบลุกพรวดขึ้นแทบจะทันทีเพื่ออาบน้ำแต่งตัว เธอเสียเวลากับเรื่องนี้ไม่นานมากนักก็พร้อมที่จะออกเดินทางเพื่อไปทำงาน ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงก็ถึงที่ทำงานซึ่งเร็วกว่าเวลาปกติที่เธอขับรถมาเอง“วันนี้ยังไม่มีใครเปิดไฟเลยแฮะ สงสัยวันนี้จะมาถึงคนแรก” แม้ปกตินับพรจะมาถึงออฟฟิศเช้ามากๆ แต่ไม่ใช่ว่าเธอจะเป็นคนแรกทุกครั้งเธอเปิดไฟตามทางเข้ามาบางส่วนเฉพาะแถวๆ บริเวณโต๊ะของเธอก่อนแล้วก็จะปัดๆ ถูๆ ทำความสะอาดโต๊ะทำงาน เปลี่ยนน้ำในแจกันดอกไม้ของเธอเหมือนทุกวันก่อนที่จะเข้าไปทานอาหารเช้าที่แวะซื้อมาจากข้างทางก่อนขึ้นตึกแต่ยังไม่ทันได้ทำอะไ







