Home / โรแมนติก / เมียสุดเขต / บทที่ 2 ช่วยลูกของเราด้วย 3

Share

บทที่ 2 ช่วยลูกของเราด้วย 3

last update publish date: 2026-09-13 22:53:34

ช่วยลูกของเราด้วย

จากผล CT Scan ยืนยันว่าแขนข้างซ้ายของกัญญาวีร์หัก เนื่องจากได้รับการกระแทกอย่างรุนแรง เพราะตอนเกิดอุบัติเหตุหญิงสาวได้ยื่นแขนข้างนั้นออกไปกันตัวลูกตามสัญชาติญาณของคนเป็นแม่ แต่กระนั้นเธอก็ยังไม่สามารถปกป้องลูกได้

“ฟาง! เกิดอะไรขึ้น”

ใบหน้าสวยที่บอบช้ำจากการร้องไห้หันไปมองตามเสียง ซึ่งเป็นจังหวะที่เจ้าของเสียงวิ่งมาถึงพอดี 

“ตง...” กัญญาวีร์ซึ่งนั่งอยู่บนวีลแชร์น้ำตาไหลพรากด้วยความอ่อนแอ สหดลที่เห็นเช่นนั้นก็รีบขยับตัวเข้าไปยืนใกล้ ๆ รถเข็น แล้วรั้งศีรษะของหญิงสาวให้มาอิงซบ แขนทั้งสองข้างโอบกอด ยินดีเป็นหลักให้อีกฝ่ายได้พึ่งพิง “ตง...ฉันกลัว ฉันกลัวว่าป้องจะเป็นอะไรไป ฮือ ๆ”

ชายหนุ่มมองตรงไปยังห้องผ่าตัดซึ่งประตูยังปิดสนิท ก่อนจะก้มมองร่างบางที่ตัวสั่นเทาด้วยความกลัวอยู่ในอ้อมกอด ไม่รู้ว่าจะปลอบโยนเธออย่างไรดี เพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่าสถานการณ์มันเป็นอย่างไร อีกทั้งยังเพิ่งเห็นข่าวว่ากัญญาวีร์ประสบอุบัติเหตุจากสื่อออนไลน์เมื่อชั่วโมงที่แล้วนี่เอง

“แกใจเย็น ๆ ก่อนนะฟาง ป้องต้องไม่เป็นอะไร เชื่อฉันสิ”

“ฉันพยายามใจเย็นแล้ว แต่ฉันทำไม่ได้...” หญิงสาวเอ่ยเสียงสั่น ตั้งแต่เริ่มต้นการรักษา กระทั่งรักษาเสร็จและขอร้องให้เจ้าหน้าที่พาเธอมารอลูกที่หน้าห้องผ่าตัด เธอพยายามควบคุมสติตัวเองให้นิ่งมาโดยตลอด เพราะรู้ว่าฟูมฟายไปคงไม่ช่วยอะไร ทว่าทุกครั้งที่คิดถึงลูก ภาพแรกที่แวบเข้ามาในหัวคือภาพที่แกนอนหลับและมีเลือดไหลมาเปรอะเปื้อนในหน้า สลับกับรอยยิ้มไร้เดียงสาที่แกยิ้มให้เธอทุกเช้าก่อนไปโรงเรียน หัวใจแทบสลายเมื่อเผลอคิดว่าลูกอาจจะไม่ได้อยู่กับเธออีกตลอดไป “ฉันกลัว...กลัวจริง ๆ”

“แล้วป้องเข้าไปนานหรือยัง”

“เข้าไปตั้งแต่สามทุ่มกว่า ๆ ผ่านมาเกือบสี่ชั่วโมงแล้วตง...หมอยังไม่ออกมาเลย” สีหน้าของคนเป็นแม่วิตกกังวลอย่างชัดเจน คงจะดีกว่านี้หากมีใครสักคนออกมาบอกว่าลูกของเธอพ้นขีดอันตรายแล้ว ทว่าจนถึงตอนนี้ประตูห้องผ่าตัดยังปิดสนิท ไม่มีวี่แววว่าจะมีใครเดินออกมา

“อีกสักหน่อยคงออกมาแหละ ฉันเชื่อว่าหมอต้องรักษาเจ้าป้องอย่างสุดความสามารถ” ชายหนุ่มให้กำลังใจ ก่อนจะเบี่ยงความสนใจของหญิงสาว ด้วยไม่อยากให้เธอผ่อนคลายสักนิด “ว่าแต่แกอาการเป็นไงบ้าง หมอว่าไง”

“ฉันไม่เป็นอะไรมาก แค่แขนหัก”

“ไม่ ‘แค่’ นะฟาง แกก็เจ็บหนักเหมือนกัน” สหดลเถียง เธอพูดมาได้อย่างไรว่าแค่แขนหัน ชายหนุ่มสำรวจร่างกายเพื่อนสนิทอีกครั้ง ก็เห็นว่าสภาพเธอค่อนข้างแย่เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นคำที่บอกว่า ‘ไม่เป็นอะไรมาก’ นั้นเชื่อไม่ได้เลย “ฉันว่าแกควรไปพักผ่อน”

“แต่ฉันเป็นห่วงลูก...”

“ฉันรู้ ฉันเข้าใจ แต่ตอนนี้เจ้าป้องอยู่ในมือหมอแล้ว ยังไงก็ปลอดภัย”

ใบหน้าสวยส่ายไปมาอย่างไม่ยอม “ไม่เอา ฉันเป็นห่วงลูก ฉันจะรออยู่ตรงนี้จนกว่าหมอจะออกมาบอกว่าแกปลอดภัย”

เมื่อเห็นว่าไม่มีทีท่าว่ากัญญาวีร์จะยอมง่าย ๆ สหดลจึงพยักหน้ายอมแต่โดยดี ถึงเขาจะอยากให้เธอพักผ่อน แต่ในใจก็เข้าใจเธอดี คงไม่มีแม่ที่ไหนหลับลงในขณะที่ลูกยังอยู่ในอาการไม่มั่นคง

ระหว่างที่หนุ่มสาวกำลังปลอบโยนกันอยู่นั้น มีร่างสูงของนายแพทย์คนหนึ่งที่เพิ่งปฏิบัติหน้าที่ของตนเสร็จยืนอยู่อีกด้าน เขาละสายตาจากชายหญิงทั้งสองคนแล้วหันไปมองประตูห้องผ่าตัดซึ่งยังปิดสนิท ทว่ามีแสงไฟที่สว่างออกมาบ่งบอกว่าห้องนั้นกำลังถูกใช้งาน หัวใจของชายหนุ่มวูบโหวงอย่างบอกไม่ถูกหลังจากได้ทราบอาการของคนที่อยู่ในนั้น บวกกับคำว่า ‘ลูกของเรา’ ที่หญิงสาวเพ้อพร่ำตอนอยู่ในห้องฉุกเฉิน

ถึงแม้ว่าเขาจะคิดว่าไม่น่าใช่ และไม่น่าเป็นไปได้ เพราะเขาป้องกันแทบทุกครั้งที่มีอะไรกัน อาจจะมีบางครั้งที่มันฉุกเฉินจริง ๆ เช่นเพิ่งรู้ว่าถุงยางหมด ตอนที่อารมณ์พุ่งทะยาน และเขาก็หน้ามืดเกินกว่าจะหยุดกลางคัน แต่ถึงอย่างนั้นหลังจากเสร็จกิจเขาก็รีบไปซื้อยาคุมฉุกเฉินมาให้เธอกินทันที

เขารู้ดีว่ามันไม่ได้ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ หากตอนนั้นมันก็เลยเถิดไปไกลเกินกว่าจะหันหลังกลับ และอีกอย่างหากเธอท้องกับเขาจริง ๆ ทำไมเธอไม่บอกเขาตั้งแต่ตอนนั้นล่ะ มาพูดตอนนี้จะให้เขาเชื่อเลยก็คงง่ายเกินไป

แต่ถึงชายหนุ่มจะคิดอย่างนั้น ทว่ากลับมีบางอย่างสะกิดใจตลอดสามถึงสี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งเขาก็อธิบายความรู้สึกที่เกิดขึ้นไม่ถูกเหมือนกัน  

สุดเขตถอนหายใจออกมาเบา ๆ ด้วยความหนักใจ สมองซีกหนึ่งสั่งให้กลับไปพักเนื่องจากสิ้นสุดเวลาทำงานแล้ว หากสมองอีกซีกยังกวนใจและฉุดรั้งให้เขาต้องทำอะไรสักอย่าง

แพทย์หนุ่มหันไปมองหญิงสาวที่ครั้งหนึ่งเคยรู้จักกันอย่างลึกซึ้ง ซึ่งเป็นจังหวะที่เธอเงยหน้าขึ้นแล้วมองมาทางที่เขายืนอยู่พอดี ดวงตาสองคู่ประสานกันอยู่พักหนึ่งโดยไม่มีใครพูดอะไร ทว่าต่างพยายามอ่านความหมายจากแววตาของกันและกัน หากไม่นานกัญญาวีร์ก็ดึงสายตาหลบ ก่อนจะก้มหน้าแล้วร้องไห้ต่อไปเงียบ ๆ

กลายเป็นสุดเขตที่รู้สึกเหมือนมีบางอย่างพุ่งเข้ามาปักที่กลางอก จนไม่อาจก้าวผ่านเรื่องนี้ไปได้ แพทย์หนุ่มถอนหายใจอีกครั้ง แล้วตัดสินใจเดินเข้าไปบอกกับหญิงสาวว่า “เดี๋ยวผมจะเข้าไปดู”

ไม่รอให้ใครพูดอะไรกลับมา และไม่สนใจสายตาของชายหนุ่มอีกคนที่มองด้วยความไม่เข้าใจ พูดจบสุดเขตก็หมุนตัวเดินเข้าไปในห้องผ่าตัดทันที

แพทย์หนุ่มไม่ได้ไปรบกวนการทำงานของหมอที่กำลังทำการรักษาอย่างเคร่งเครียด เพราะตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่เชี่ยวชาญด้านนี้ เขาเลือกสอบถามจากพยาบาลที่ปฏิบัติหน้าที่ในห้องผ่าตัดแทน

“เด็กเป็นไงบ้าง”

“ค่อนข้างวิกฤตเลยค่ะ ซี่โครงหักทิ่มปอด หมอปิงกำลังผ่าตัดใส่ ICD[1]”

“แล้ว...ราบรื่นดีไหม”

“เท่าที่ดูยังไม่มีปัญหาอะไรค่ะหมอ แต่ต้องรอหมอปิงยืนยันอีกที”

สุดเขตพยักหน้ารับรู้ สายตามองผ่านประตูกระจกใสเข้าไปยังเด็กชายซึ่งกำลังรับการผ่าตัดจากแพทย์ และเหลือบมองจอแสดงผลต่าง ๆ รู้สึกเบาใจขึ้นมานิดหนึ่งที่เห็นว่าคนไข้ตอบสนองต่อการรักษา ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเลยทีเดียว

ครั้นเห็นว่าเด็กอยู่ในระยะที่ปลอดภัย เขาจึงถามต่อถึงเรื่องที่ตนข้องใจ “เด็กอายุเท่าไร”

“สี่ขวบกว่า ๆ ค่ะ”

แค่รู้อายุคร่าว ๆ คงไม่เพียงพอ เพราะเขาต้องการข้อมูลที่ละเอียดมากที่สุด

“พอจะทราบเดือนเกิดไหม”

พยาบาลเปิดประวัติของผู้ป่วยที่ถูกส่งมาจากฝ่ายทะเบียน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปตอบ “เกิดเดือนมกราคม ปี...”

สีหน้าของแพทย์หนุ่มยังคงนิ่งเรียบ ทว่าหางตากระตุก วันเดือนปีเกิดของเด็กคนนั้นสั่นคลอนหัวใจเขาอย่างรุนแรง สมองอันชาญฉลาดของสุดเขตไล่เรียงเหตุการณ์ทั้งหมด นับจากวันเกิดของเด็กชายย้อนกลับไปอีกเก้าเดือน ก็พบว่าเป็นช่วงที่ตนกับกัญญาวีร์ซึ่งเป็นแม่ของเด็กมีความสัมพันธ์กันอยู่พอดี...หรือว่าสิ่งที่เธอพูดวันนี้จะเป็นเรื่องจริง

เด็กคนนี้เป็นลูกของเขาจริง ๆ หรือ ?

“หมอ หมอคะ...หมอเขต”

“…ครับ” สุดเขตรีบดึงสติตัวเองที่หลุดลอยกลับมาหลังจากได้ยินเสียงเรียกของพยาบาล “มีอะไรหรือเปล่าครับ”

“ดิฉันไม่มีอะไรค่ะ แต่ดิฉันอยากจะถามหมอมากกว่าว่ามีอะไรหรือเปล่า ทำไมอยู่ ๆ ถึงเงียบไปคะ” นางพยาบาลเอียงคอด้วยความสงสัย เพราะจู่ ๆ แพทย์หนุ่มก็เงียบไป อันที่จริงเธอแปลกใจตั้งแต่เขาเข้ามาถามอาการคนไข้รายนี้แล้วล่ะ

ไม่แปลกที่หมอจะถามอาการคนไข้ แต่ที่แปลกคือตอนนี้มันดึกมากพอสมควร และที่สำคัญ หมอเขตออกเวรไปตั้งนานแล้ว ควรจะกลับไปพักผ่อนมากกว่า

“อ๋อ ไม่มีอะไรครับ ผมแค่แวะมาดูคนไข้เฉย ๆ” ชายหนุ่มตอบพร้อมส่งยิ้มบาง ๆ ให้ ขณะที่ในหัวเต็มไปด้วยความคิดยุ่งเหยิง และเริ่มตั้งคำถามมากมายเกี่ยวกับการเกิดของเด็กชาย

“หลานหรือคะ”

“ไม่ใช่ครับ” ตอบไปแล้วก็นิ่งคิด เมื่อเห็นว่าแววตาของคนตรงหน้ายังมีความสงสัย แพทย์หนุ่มจึงต้องขยายความเพิ่มเติม “ลูก...ของคนรู้จักน่ะครับ” คำตอบนี้คงเหมาะสมที่สุดในยามนี้ ด้วยยังไม่มีอะไรมายืนยันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเด็กคนนี้ใช่ลูกของเขาจริง ๆ

แม้วันเดือนปีเกิดของเด็กจะบอกได้อย่างชัดเจน หากเขาก็ยังไม่ฟันธงว่าใช่

และถ้าใช่ ถ้าเด็กคนนี้เป็นลูกชายของเขาจริง ๆ...แล้วมีเหตุผลอะไรที่แม่ของเด็กจะต้องปกปิดเขามานานขนาดนี้

แล้วถ้าวันนี้ไม่เกิดเรื่องขึ้น เขาคงไม่มีทางรู้เลยใช่ไหมว่าตัวเองมีลูก!

[1] intercostal chest drain: ICD. เป็นการใส่ท่อเข้าไปในช่องเยื่อหุ้มปอดเพื่อระบายอากาศ ลม น้า เลือดหรือหนอง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมียสุดเขต   บทที่ 7 ไม่เป็นที่ต้องการ 6

    ไม่เป็นที่ต้องการหลังจากเผลอพูดจาไม่ดีใส่แม่ของลูกไปเมื่อช่วงกลางวัน สุดเขตก็ไม่ได้กลับไปที่ห้องพักของลูกอีก พอเธอเดินออกไป เขาก็นั่งต่ออีกสักพักใหญ่ด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งกว่าเดิมหลายเท่า เขารู้ตัวว่าผิดที่ไปกล่าวหาเธอแบบนั้น ทว่าอีกความรู้สึกก็คิดว่ามันคือเรื่องจริงการที่เด็กคนหนึ่งโตขึ้นมาแล้วเป็นคนแบบไหน ส่วนมากก็ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูทั้งนั้น“ก็ไม่เสมอไปหรอก” สุดโปรดว่าขึ้นหลังจากเขาระบายเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้ฟัง น้องชายเขาแวะมาเยี่ยมหลานตามปกติ มากับภรรยาและลูกชายทั้งสอง แต่วันนี้มาแล้วไม่เจอเขาอยู่ในห้อง คนเป็นน้องก็เลยโทร. มาถามว่าอยู่ไหน เขาก็เลยบอกให้มาหาที่ห้องทำงานแทน พอมาถึงเขาก็เล่าเหตุการณ์ให้ฟังเลยทันที “นายก็ไปว่าเขาแรงเกินไปนะ บางทีมันอาจจะไม่ใช่อย่างนั้นก็ได้”“แล้วมันมีเหตุผลอื่นหรือไง” แพทย์หนุ่มเถียง ในใจยังคุกรุ่นกับประเด็นที่พูดคุยกับแม่ของลูก หากอีกใจก็รู้สึกผิดที่เผลอสาดอารมณ์ใส่เธอ ทั้งที่การทำแบบนั้นไม่ใช่นิสัยของเขาเลย “ตอนนายอยู่ในห้อง ลูกฉันมีท่าทีว่ากลัวนายหรือเปล่าล่ะ”คนเป็นน้องทำหน้านึก ก่อนหน้านี้เขาไปเยี่ยมหลานมาแล้ว เป็นจังหวะที่

  • เมียสุดเขต   บทที่ 7 ไม่เป็นที่ต้องการ 5

    ไม่เป็นที่ต้องการ“มันพูดอะไรบ้าง”“เอากระเช้าดอกไม้มาเยี่ยม เขาขอโทษแล้วก็แสดงความเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น แล้วก็บอกว่ายินดีจะรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมด” กัญญาวีร์เล่าให้สุดเขตฟัง เพราะเขาเป็นคนประสานกับทีมทนายที่รับหน้าที่ดูแลคดีของเธอกับลูก ส่วนมารดาของเขาเป็นฝ่ายสนับสนุน ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาสองแม่ลูกพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ตลอด ไม่เคยปล่อยปละละเลยเลยสักวัน“คงคิดจะหลีกเลี่ยงจริง ๆ สินะ” แพทย์หนุ่มทำสีหน้าครุ่นคิด เขาไม่เชื่อว่าคำขอโทษของธนินธ์ในวันนี้จะออกมาจากความรู้สึกจริง ๆ ที่ทำไปทั้งหมดก็คงหวังให้ศาลเห็นใจและลดโทษให้“เลี่ยงยังไงคะ” กัญญาวีร์ที่ไม่ค่อยรู้ข้อกฎหมายเอ่ยถามด้วยความสงสัย“จริง ๆ ในทางกฎหมายโทษเมาแล้วขับจนทำให้ผู้อื่นเกือบถึงแก่ชีวิตมันหนักมากนะ อาจจะถึงขั้นประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต แต่ในทางปฏิบัติคือแทบไม่มีใครติดคุกจริง ๆ เลย ถ้าจำเลยยอมรับผิดและแสดงความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ ศาลก็จะให้โอกาสแก้ตัว สั่งให้แค่รอลงอาญา และควบคุมความประพฤติ เข้าไปรายงานตัวทุก ๆ สามเดือนหรือหกเดือน”หญิงสาวใจหายแวบเมื่อได้ยินดังนั้น ครั้นลองนึกถึงอีกหลายคดีที่เคยออกข่าวใน

  • เมียสุดเขต   บทที่ 7 ไม่เป็นที่ต้องการ 4

    ไม่เป็นที่ต้องการ“มึงคิดว่าเขาจะบอกว่าไง” ศัลยแพทย์หนุ่มย้อนถาม ด้วยความสัมพันธ์ของสุดเขตกับกัญญาวีร์ไม่ใช่ความสัมพันธ์ดั่งคนรักทั่ว ๆ ไป จึงน่าจะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างอธิบายยากพอสมควร และเขาก็ไม่กล้าคาดเดา เพราะจากที่ได้พูดคุยกับหญิงสาวเกี่ยวกับอาการของเด็กชาย ก็เห็นว่าเธอเป็นคนที่เข้าใจอะไรง่าย ๆ ดูมีเหตุผล และดูเป็นแม่ที่ดี ไม่น่าจะปลูกฝังอะไรแย่ ๆ ให้กับคนเป็นลูก“ไม่รู้”“ไม่รู้ก็ถามสิวะ เก็บมาคิดเองให้เครียดทำไม”สุตเขตตวัดสายตามองค้อนเพื่อน เก่งนักกับเรื่องคนอื่น“ยังไม่มีโอกาสได้คุยกัน” ตั้งแต่คืนที่เขานอนเฝ้าเธอ หลังจากนั้นก็ยังไม่มีโอกาสได้คุยกันอย่างจริงจัง เพราะมีธุระหลายอย่างที่ต้องจัดการ ทั้งยังมีแขกวนเวียนมาเยี่ยมหลายคน หลัก ๆ ก็คนในครอบครัวเขานั่นแหละ รองลงมาก็เพื่อนของเธอ และตัวเขาเองก็ต้องทำงาน ทำให้เวลาว่างไม่ค่อยตรงกัน“มึงกำลังคิดว่าเขาเป่าหูลูกให้กลัวมึงว่างั้น ?”“กูไม่แน่ใจ...” สุดเขตทำสีหน้าครุ่นคิด ประเด็นนี้เขาไม่แน่ใจเลย หากก็คิดว่ามีส่วนเป็นไปได้ เพราะลูกมีท่าทีกลัวเขามากเกินไป “จะว่ากลัวคนแปลกหน้าก็ไม่น่าใช่ เพราะตอนที่ยังอยู่ไอซียู เห็นหน้ากูวันละสามเวลา

  • เมียสุดเขต   บทที่ 7 ไม่เป็นที่ต้องการ 3

    ไม่เป็นที่ต้องการ ธนินธ์หันไปสบตากับทนายของตน ครั้นเห็นอีกฝ่ายส่ายหน้าเบา ๆ เขาจึงหันกลับมาตอบคำถามของหญิงมากวัย “เปล่าครับ ผมไม่ได้ดื่มมา”โกหก ! กัญญาวีร์ร้องขึ้นในใจ เพราะคืนนั้นเธอได้ยินพยาบาลในรถฉุกเฉินบอกว่าเจ้าของลัมโบกินีคันนั้นเมา เจ้าหน้าที่ได้กลิ่นเหล้าคละคลุ้ง ชัดเจนว่าเมาแล้วขับ หากเขากลับให้ปากคำกับตำรวจว่าไม่ได้ดื่ม และพยายามทำให้เป็นเพียงแค่อุบัติเหตุทั่วไปเท่านั้นเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าธนินธ์ต้องการปกปิดความผิดของตัวเอง เมาแล้วขับไม่พอ ยังขับเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดอีก“น่าเสียดายนะคะที่กล้องวงจรปิดบนทางด่วนบังเอิญเสียพอดี ไม่อย่างนั้นเราก็คงรู้ว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้อย่างไร” แก้วมณีเอ่ยขึ้นอย่างนุ่มนวล หากจงใจเน้นคำว่าบังเอิญให้อีกฝ่ายรู้ว่าพวกตนไม่ใช่คนโง่ที่จะเชื่ออะไรง่าย ๆ แต่ที่ไม่พูดออกไปตรง ๆ ก็เพราะกลัวมันจะไปกระทบกับรูปคดี อีกฝ่ายมีทนายมาด้วย หากฝั่งของตนนั้นไม่มี หล่อนไม่แม่นในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ จึงอยากระมัดระวังคำพูดเอาไว้ก่อน “แต่ไม่เป็นไรค่ะ ตอนนี้ทนายของดิฉันกำลังรวบรวมหลักฐาน คิดว่าไม่นานก็คงได้ครบ เผื่อจะช่วยยืนยันความบริสุทธิ์ให้คุณธนินธ์ได้”

  • เมียสุดเขต   บทที่ 7 ไม่เป็นที่ต้องการ 2

    ไม่เป็นที่ต้องการ“หลับหรือนั่น” แก้วมณีถามพร้อมบุ้ยใบไปยังหลานชายที่นอนอยู่บนเตียง ก่อนจะพยักหน้าบอกให้ป้าสมัยแม่บ้านคนสนิทเอาอาหารที่เตรียมมาไปไว้หลังห้องกัญญาวีร์ยกมือไหว้สตรีทั้งสองคน “เพิ่งหลับไปเมื่อกี้เองค่ะ”“เสียดายจัง แม่มาไม่ทันเลย” ผู้มากวัยรู้สึกเสียดายเพราะตั้งแต่เจอหน้ากัน หล่อนยังไม่ได้คุยกับหลานเลยสักคำ ความสงสัยที่ว่าใช่หลานตนจริงหรือไม่หายไปตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้พบหน้า ต่อให้สุดเขตไม่บอกว่ามีผลตรวจ DNA ยืนยัน หล่อนก็เชื่ออย่างไม่มีข้อกังขาว่าปกป้องคือหลานแท้ ๆ เพราะมีแค่ตาและปากที่เหมือนผู้เป็นแม่ ส่วนอื่น ๆ บนใบหน้านั้นถอดแบบมาจากลูกชายหล่อนทุกอย่าง ราวกับโขลกออกมาจากพิมพ์เดียวกันหากเอารูปสุดเขตตอนเด็ก ๆ มาเทียบแล้วเอาไปให้คนอื่นดู เขาก็คงคิดว่าคือคนคนเดียวกันอย่างแน่นอนพ่อกับลูกเหมือนกันอย่างกับแกะ“ช่วงเย็นก็น่าจะตื่นค่ะ”“ร้องไห้หรือ” คนเป็นย่าถามด้วยความสงสัย เมื่อเดินมาส่องหลานแล้วเห็นคราบน้ำตาบนใบหน้า แม้ผู้เป็นแม่จะเช็ดออกไปบ้างแล้ว หากแพขนตาที่เปียกชื้นนั้นบอกได้เป็นอย่างดีว่าเพิ่งผ่านการร้องไห้มา“ค่ะ แกงอแงนิดหน่อย” กัญญาวีร์ตอบแบบเลี่ยง ๆ เธอยังไม่พร

  • เมียสุดเขต   บทที่ 7 ไม่เป็นที่ต้องการ

    บทที่ 7ไม่เป็นที่ต้องการผ่านมาสามวันอาการของเด็กชายปกป้องค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ แพทย์เจ้าของไข้สั่งถอดเครื่องช่วยหายใจและอนุญาตให้ย้ายออกจาก ICU มาพักฟื้นที่ห้องธรรมดาได้ โดยไม่ลืมกำชับให้ระวัง พยายามอย่าเพิ่งให้เด็กขยับตัวมากเพราะกลัวว่าจะกระทบแผลภายใน“...แม่จ๋า” เสียงเรียกแผ่วเบาจากเจ้าหนูน้อยซึ่งนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยทำให้คนเป็นแม่ต้องรีบขยับเข้าไปชิด แล้วขานรับเสียงหวาน“จ๋าลูก ว่าไงครับ ป้องอยากได้อะไรเอ่ย”“หนูเจ็บ” ปกป้องไม่มีแม้แต่แรงที่จะขยับตัว แม้ปากจะพูดได้ทว่าเสียงที่เปล่งออกมานั้นยังอ่อนแรงอยู่มาก คงต้องใช้เวลาฟื้นตัวอีกสักระยะหนึ่งถึงจะกลับมาพูดได้เป็นปกติ“เจ็บมากไหม” เจ้าของร่างสูงที่ยังไม่ยอมกลับไปทำงานเอ่ยถาม เขาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เด็กชายถูกย้ายเข้ามา โชคดีที่เมื่อเช้าราวน์วอร์ดเสร็จและตรวจผู้ป่วยไปบางส่วนแล้ว ช่วงบ่ายจึงส่งต่อให้เพื่อนดูแลเคสที่เหลือแทน เพราะตนอยากอยู่เฝ้าลูกมากกว่า “เจ็บ...” เด็กชายตอบ หางตามีหยดน้ำใสรินไหล เพียงเท่านั้นสุดเขตก็รีบกดปุ่มเรียกพยาบาลเพื่อขอยาแก้ปวดมาบรรเทาความเจ็บให้ลูกทันที“ให้ดื่มน้ำได้ไหมคะ” กัญญาวีร์ถามคนที่เป็นหมออย่างไม่ค่อย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status