Share

ตอนที่ 5 ตัวข้ามาเยือนแดนปีศาจ

last update Last Updated: 2025-12-16 13:53:32

บรรยากาศในห้องทรงงานก็เหมือนในหนังจีนกำลังภายในเทพเซียนทั่ว ๆ ไป มีโต๊ะไม้อยู่มุมหน้าต่างพอดิบพอดี บนโต๊ะมีหมึกชนิดพิเศษ มีขนนก มีพู่กัน มีกระดาษ มีหน้าต่าง มีพรมขนสัตว์สีขาววางบนพื้นตรงโต๊ะไม้เตี้ย ข้าง ๆ มีกล่องไม้ประณีตไว้ใส่เอกสารสำคัญต่าง ๆ

หงฮุ่ยหลิงเดินไปนั่งขัดสมาธิบนพื้นพรม หยิบม้วนกระดาษจากในกล่องไม้ขึ้นมาคลี่เปิดอ่าน อ่านมาครึ่งค่อนวันก็เข้าใจขึ้นมาบ้างเล็กน้อย

หน้าที่หลัก ๆ ก็มิได้มีอะไรมาก นอกจากคอยจัดการเรื่องร้องเรียนจากเหล่าทวยเทพ แก้ปัญหาเรื่องวุ่นวายเวลามีเหล่าปีศาจขึ้นมาอาละวาดสร้างความเดือดร้อนให้เหล่าทวยเทพ และสร้างธารบำเพ็ญให้เสร็จตามต้นฉบับ

ธารบำเพ็ญที่จะสร้างขึ้นมานี้ มิใช่มีไว้เพียงเป็นแหล่งเลื่อนขั้นพลังวิญาณให้เหล่าทวยเทพ แต่ยังมีไว้เพื่อทรมานลู่ซิงเยียนในต้นฉบับอีกด้วย

ในต้นฉบับ หงฮุ่ยหลิงไอ้โรคจิตมันอยากให้ลู่ซิงเยียนเป็นตี้จวินองค์ถัดไปต่อจากตน จึงวางแผนให้เขาลงธารบำเพ็ญและใช้คลื่นอัสนีฟาดจนอีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บสาหัสเจียนตาย สุดท้ายพระเอกก็อดรนทนไม่ไหว บุกทะลวงธารบำเพ็ญ ฝ่าคลื่นวารีเพื่อพานายเอกออกมา

และนั่นเป็นเหตุให้ไอ้ตี้จวินวิปลาสนั้นโดนกลบเป็นตัวตายตัวแทน

นอกเหนือจากนี้ก็เป็นเรื่องยิบย่อยสามารถสั่งให้เหล่าทวยเทพองค์อื่นทำแทนได้ เป็นถึงตี้จวินผู้ปกครองสามภพ ไยต้องลำบากลำบนทำงานเองให้เหนื่อย

หากเอาตามหลักแล้ว การใช้ชีวิตเป็นจักรพรรดิสวรรค์ก็ไม่นับว่าสิ้นหวังไปเสียทั้งหมด

ดูจากตัวละครแล้ว นายเอกลู่ซิงเยียนมีนิสัยอ่อนโยนกับทุกสรรพชีวิตราวกับคนในครอบครัว เป็นดั่งหยกขาวไร้มลทิน ชนิดที่ใครเผลอด่าต้องไปอาบน้ำชำระมลทินสิบชาติภพ ใครเผลอทำร้องไห้ต้องหาที่แขวนคอตายชดใช้บาป เหล่าทวยเทพทะนุถนอมเสียยิ่งกว่าบุตรตัวเอง เปราะบางอย่างสุดจะเปรียบ และที่เขาไม่ชอบที่สุดคือ

‘ยุ่งเรื่องช่าวบ้านเป็นงานอดิเรก’

พระเอกหลี่เสวี่ยเทียน เป็นราชาปีศาจรูปงาม จิตใจอ่อนโยนเหนือคณานับ เฉพาะกับนายเอก นอกจากนั้นแล้วทุกคนคือศัตรูทั้งสิ้น ‘ชนิดร้ายกับคนทั้งโลก ดีกับเจ้าผู้เดียว’ มีนิสัยค่อนข้างสุดโต่ง คลั่งไคล้จนน่ากลัว เป็นบุคคลที่มีความสามารถล้นหลาม เป็นดาวจรัสฟ้าไร้เทียมทาน เรียกได้ว่าถ้ายกมันมาเป็นจักรพรรดิโลกคงไม่ต้องมีหงฮุ่ยหลิง

บุคคลนี้เป็นคนแรกที่ไม่ควรเดินเข้าไปเตะตามากที่สุด เป็นเจ้ากรรมนายเวรของหงฮุ่ยหลิงตัวออริจินอล เป็นปีศาจสุดอันตรายที่มีดีแค่หน้าตา หรือจะเรียกว่าศีลเสมอกับไอ้ระยำหงฮุ่ยหลิงดี

ผีเห็นผี สุภาษิตนี้ใช้ได้กับไอ้โรคจิตสองคนนี้ได้จริง ๆ

หงฮุ่ยหลิงใช้เวลาอ่านม้วนเอกสารมาสามเดือนเต็มก็แทบตายคากองเอกสาร แต่ก็อ่านจนหมด จึงส่งภูเขากระดาษลูกนี้คืนให้หย่งจง

“หย่งจง ข้าจะลงไปพิภพมนุษย์สักวันสองวัน ฝากดูแลความเรียบร้อยของสวรรค์ด้วย”

ฉวนอินดังขึ้นในโสตประสาท หย่งจงที่กำลังจัดการเอกสารกองพะเนินในตำหนักหลิ่ง (สายลม) ชะงักมือเล็กน้อย ก่อนขานรับอย่างเคารพ “ทราบแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

ในเมื่อทำทุกอย่างจนเสร็จจนไม่มีอะไรทำแล้ว หงฮุ่ยหลิงจึงคิดอยากลงไปเที่ยวในแดนปีศาจ สอดส่องดูการใช้ชีวิตของพระเอกเสียหน่อย

ตั้งแต่อ่านนิยายเรื่องนี้มา ถึงเขาจะค่อนข้างรำคาญนายเอก แต่ก็ชอบตัวละครพระเอกพอสมควร อยากรู้ว่าภายใต้ตัวหนังสือสุดจะพรรณนาว่า ‘พระเอกหล่อเหลาเกลี้ยงเกลาราวเซียนจวินในแดนอเวจี’ จะปกครองดินแดนของตนเองอย่างไร

การจะรบให้ชนะนั้นจำเป็นต้องรู้แผนการและสภาพการเป็นอยู่ของศัตรูเสียก่อน

หงฮุ่ยหลิงเป็นพวกอยากรู้ต้องลงมือทำ ถ้าเป็นภาษาชาวบ้านก็คือ ‘เสือก’

ดังนั้นเขาจะไม่รอให้เนื้อเรื่องลอยมาหา แต่ลงทุนวาร์ปลงสู่พิภพมนุษย์ แปลงกายเป็นเซียนจื่อ (เซียนทั่วไป) รูปงาม อายุอานามราวยี่สิบห้ายี่สิบหกปี สวมอาภรณ์สีฟ้าเรียบง่าย ข้างเอวห้อยพู่หยกขาว เส้นผมสีดำยาวปล่อยบางส่วน ถือพัดด้ามจิ้วสีฟ้าก้าวลงสู่แดนปีศาจอย่างอาจหาญ ลืมไปสิ้นแล้วว่าสถานที่ที่กำลังไปนั้นคือ ‘ลานประหารของตน’

แดนปีศาจ เป็นมิติแยกเช่นเดียวกับสรวงสวรรค์ ทางเข้าลึกลับซับซ้อน เปิดเฉพาะยามรัตติกาล หน้าทางเข้าเป็นป่าช้าขนาดใหญ่ มีภูตผีหิวโซจำนวนมากอาศัยอยู่ ผู้ที่ดวงกุดโชคร้ายเผลอหลงเข้ามา หากไม่มีวรยุทธ์พอตัว ล้วนถูกภูตผีแถวนั้นฉีกกระชากร่างและวิญญาณเป็นอาหาร

แต่สำหรับหงฮุ่ยหลิงที่เป็นถึงจักรพรรดิสวรรค์ เรื่องภูตผีเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องขี้ปะติ๋ว เขาเพียงเดินผ่านไปเฉย ๆ โดยไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น ก็ไม่มีผีตนใดโง่พอจะกล้ามายุ่งย่ามกับเขา

หงฮุ่ยหลิงยืนอยู่หน้าประตูเหล็กสีเงิน บริเวณโดยรอบรายล้อมด้วยกำแพงศิลาสูงกว่าสิบจั้ง (เมตร) รอบกำแพงล้อมด้วยเขตอาคมทรงพลังสีขาว มีเกล็ดหิมะโปรยปรายราวอยู่ในฤดูเหมันต์

เขตอาคมนี้สร้างไว้เพื่อป้องกันคนเข้าออกตามอำเภอใจ หากมิได้รับอนุญาตจากราชาปีศาจหรือราชาปีศาจเป็นคนพามาเอง ก็มิอาจเข้าไปด้านในได้ นอกเสียจากวันนั้นเป็นวันจงเสวียน (วันสารทจีน) ข่ายอาคมจะถูกทลายออก ต้อนรับเหล่าปีศาจจากทุกสารทิศเพื่อเข้ามาเที่ยวชมเทศกาล

นอกจากนี้ประตูจะปิดอยู่ตลอด

แต่มิใช่กับหงฮุ่ยหลิง

เขาอ่านนิยายมาจนจบแล้ว แม้ในนิยายจะเขียนไว้ว่ามิอาจเข้าไปได้หากมิใช่วันจงเสวียน แต่ความจริงแล้วสามารถเข้าได้ตามปกติ เพียงแต่การมาเยือนของผู้บุกรุกจะทำให้หลี่เสวี่ยเทียนรับรู้ทันทีเท่านั้นเอง

ตอนนี้เขาแปลงกายเป็นเซียนจื่อ กลบกลิ่นอายของตี้จวินจนสิ้น แม้เข้าไปแล้วโดนพบตัวก็ใช่ว่าจะโดนสังหารทันทีโดยไม่ถามเสียที่ใด

ถึงหลี่เสวี่ยเทียนจะค่อนข้างมีนิสัยอำมหิต แต่ก็ไม่เคยรังแกมนุษย์ไร้ทางสู้ หรือเซียนจื่อที่บังเอิญหลบภูตผีแล้วบังเอิญหลงเข้ามาอย่างแน่นอน

พระเอกเอ๋ยพระเอกสุดหล่อ ผมกำลังจะไปเยี่ยมคุณเดี๋ยวนี้แล้ว

หงฮุ่ยหลิงคลี่พัดปิดใบหน้าไว้ครึ่งหนึ่ง ก้าวเท้าเข้าแดนปีศาจ เปิดประตูผ่านทะลุม่านอาคมเข้าไปด้านใน

ภายใต้กำแพงศิลาสูงสิบกว่าจั้ง ด้านในกลับดูครึกครื้นราวกับย่านการค้าแห่งหนึ่ง ข้างทางทั้งสองฝั่งวางแผงขายของราวกับเมืองมนุษย์ ปีศาจรูปร่างต่าง ๆ เดินเตร็ดเตร่มืดฟ้ามัวดิน กลิ่นคาวโลหิตฟุ้งกระจายอบอวลไปทั่วอากาศ สรรพเสียงคุย หัวเราะ ดังแซ่ซ้องสนั่นหูราวอยู่ท่ามกลางตลาดสด

ทอดสายตามองบนท้องนภาเป็นช่วงยามโหย่ว (17.00-18.59น.) สุริยากำลังอับแสง จันทราขึ้นมาทอแสงแทนที่ทางทิศตะวันออก สายลมหนาวในฤดูสารทพัดพาความหนาวเย็นและกลิ่นคาวโลหิตจากร้านขายเนื้อมนุษย์เข้ามาแตะจมูกหงฮุ่ยหลิง

“อึก! กลิ่นเลือดแรงชะมัด”

หงฮุ่ยหลิงผู้จมูกไวต่อกลิ่นคาวโลหิตตั้งแต่ชาติก่อน ตอนยังเยาว์ เขาเป็นเด็กค่อนข้างตัวซีดราวตุ๊กตาหิมะ จึงมักถูกบังคับให้กินยาเลือดเพื่อเพิ่มเม็ดเลือดในร่างกายเป็นเวลาหลายปี กินทุกครั้งก็ไม่พ้นอาเจียนออกมาทุกครั้ง เป็นเช่นนี้เรื่อย ๆ จนร่างกายต่อต้าน เพียงได้กลิ่นคาวเลือดก็มักจะเกิดอาการวิงเวียนศีรษะ จนอยากอาเจียนออกมา

ถึงแม้ตอนนี้จะมีบุญวาสนาหรือเคราะห์กรรมก็สู้จะรู้ได้ จับพลัดจับพลู่ได้ขึ้นสวรรค์เป็นจักรพรรดิปกครองแดนสวรรค์ แต่ความเคยชินของจิตวิญญาณก็ใช่ว่าจะเปลี่ยนไปด้วย

หงฮุ่ยหลิงกวาดสายตามองเหล่าปีศาจที่ต่างลิ้มรสเนื้อมนุษย์ สัตว์ และซากศพเน่าเปื่อย ก็แทบอยากอาเจียนเสียเดี๋ยวนั้น

ที่นี่น่ะหรือแดนปีศาจ อูย...น่าขนลุกเป็นบ้า

ตั้งแต่เกิดจนโตจนตายอีกครั้ง เขายังไม่เคยเห็นอะไรที่น่าสยดสยองเช่นนี้มาก่อน เคยเห็นมากสุดก็เพียงสุนัขถูกรถชนตาย แต่ภาพตรงหน้ามัน ขามนุษย์เป็น ๆ กำลังถูกหั่นอยู่บนเขียง เหล่าปีศาจหน้าสัตว์บ้างคนบ้างกำลังพากันยิ้มแย้มนั่งกินเนื้อมนุษย์ราวอาหารชั้นเลิศ บ้างก็เคี้ยวลูกตาเป็นของหวาน กินเส้นผมเป็นบะหมี่

ภาพเช่นนี้ช่างชวนขนลุกเกลียว ผยองขึ้นมาจนแขนตั้งชันโดยใช่เหตุ

แต่ถึงกระนั้น

เขาอุตส่าห์ถ่อมาถึงรังศัตรูแล้ว หากไม่เข้าไปสังเกตุการณ์สักหน่อยก็เสียดายแย่

เอาวะ ไหน ๆ ก็มาถึงแล้ว ลองลงนรกสักตั้งจะเป็นอะไรไป

หงฮุ่ยหลิงยืนละล้าละลังอยู่นาน สุดท้ายก็กลั้นหายใจเดินผ่านย่านการค้าไปอย่างรวดเร็ว

ทว่าโชคชะตากลับไม่ยินยอมให้เขาผ่านไปโดยง่าย เนื่องจากฝูงชนหนาแน่นเกินไป จึงทำให้การแทรกร่างเบียดเข้าไปนั้นยากยิ่ง เบียดกันไปมาจนชนเข้ากับร่างบุรุษผู้หนึ่งระหว่างหลุดจากเส้นทางพอดี

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อข้าทะลุมิติไปเป็นตี้จวินบนสรวงสวรรค์   ตอนที่ 9 กลับสวรรค์

    หงฮุ่ยหลิงชะงักไปเล็กน้อย รู้สึกเหงื่อตกอย่างพิกล “อย่างนั้นหรือ ขอบคุณที่ชม”เขาขยับตัวเบี่ยงถอยหลังเล็กน้อยให้เส้นผมหลุดจากมืออีกฝ่ายอย่างธรรมชาติ “แต่หากไม่จำเป็น เจ้าก็อย่าเสียเวลาไปเลย ข้าเองก็ใช่ว่าจะอยู่ที่นั่นตลอด เกรงว่าเจ้าไปอาจเสียเวลาเปล่า”เสวี่ยเฟิงมิได้ดื้อดึงดึงเส้นผมกลับมากุม เพียงเอ่ยราบเรียบคล้ายไม่ใส่ใจ แต่จงใจทุกคำ “หืม ไม่อยู่ เช่นนั้นท่านเดินทางไปที่ใด”“ข้าต้องขึ้นสะ...”หงฮุ่ยหลิงชะงักปากทันควัน แผ่นหลังเกร็งขึ้น รีบคลี่พัดที่มิได้โบกมานานขึ้นมาโบกเบา ๆ กระแอมเอ่ยกลบเกลื่อน “ขึ้นเขาช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อน ในหนึ่งเดือนข้าอยู่สำนักเพียงไม่กี่วัน วันเวลาไม่แน่นอน หากเจ้ามาหาข้าที่สำนักแต่ข้ากลับไม่อยู่ เจ้าสำนักคงไม่ยินดีเท่าใดนัก และที่สำคัญมันรั้งแต่เป็นการเสียเวลาเปล่ามิใช่หรือ”เอ่ยเสร็จแผ่นหลังที่ตึงเครียดก็ผ่อนลงมาได้เมื่อกี้หากเขาเผลอหลุดปากคำว่าสวรรค์ออกไป คงได้มีนองเลือดกับเสวี่ยเฟิงเป็นแน่แท้เนื่องจากสวรรค์กับแดนปีศาจเป็นศัตรูกันชัดเจนมาตั้งแต่บรรพบุรุษ จักรพรรดิสวรรค์กับราชาปีศาจถือเป็นศัตรูที่มิอาจอยู่ร่วมโลกกันได้ หากเผลอบังเอิญพบเจอกันที่ใดล้

  • เมื่อข้าทะลุมิติไปเป็นตี้จวินบนสรวงสวรรค์   ตอนที่ 8 ความสงสัยที่ซ่อนเร้น

    หงฮุ่ยหลิงชะงักไปเสี้ยววินาทีน้องชาย คุณถามอะไรไม่คิดแบบนั้น หากคนหน้าตาดียิ่งกว่าหมื่นดวงดาราอย่างคุณไม่เหมาะกับที่นี่ ในธุลีแดงแห่งนี้คงไม่มีใครเหมาะแล้วล่ะหงฮุ่ยหลิงโบกมือไปมา “มิใช่ ๆ ข้ามิได้หมายความเช่นนั้น”เขารีบกล่าวเพิ่มเติม “บ้านเจ้าก็ออกจะกว้างใหญ่เพียงนี้ คงมีพี่ชายพี่สาวอยู่หลายคนกระมัง”เสวี่ยเฟิงขยับขาเล็กน้อย หยิบผลองุ่นบนจานเงินตรงกลางตั่งไม้ขึ้นมาบรรจงปอกเปลือกอย่างพิถีพิถัน ทั้งที่ไม่ปอกก็สามารถกินได้“เคยมีน้องชายอยู่คนหนึ่ง เขาเป็นบุรุษรูปงาม เป็นเซียนกระบี่ขาวอันเจิดจรัส” เขานำองุ่นเข้าปากอย่างเกียจคร้าน เสียงราบเรียบแต่เฉือนลึกถึงกระดูก “แต่พลันเกิดเรื่องที่แม้แต่ข้าเองก็ไม่อยากนึกถึงนัก ตอนนี้จึงไม่มีแล้ว”เสวี่ยเฟิงหันใบหน้ามามองหงฮุ่ยหลิง “ท่านเซียนดูจะไม่ค่อยชอบเสียงดังนัก ถ้าเช่นนั้นมาอยู่กับข้าก็ได้” เขาหยิบผลองุ่นขึ้นมาหมุนเล่นก่อนนำเข้าปาก “อย่างน้อยข้าก็รู้จักเงียบกว่าใครหลายคนที่ท่านเคยพบเจอมา”หงฮุ่ยหลิงเอ่ยตอบแทบจะทันทีโดยไม่ต้องคิด “ขอบใจมาก แต่ข้าขอรับเพียงน้ำใจพอ”เสวี่ยเฟิงชะงักไปเล็กน้อยเมื่อถูกปฏิเสธ แววตาไม่เผยความรู้สึกใด เสียงยังคงสุภาพแต

  • เมื่อข้าทะลุมิติไปเป็นตี้จวินบนสรวงสวรรค์   ตอนที่ 7 ตัวข้ามาเยือนบ้านของบุรุษแปลกหน้า

    ทั้งสองเดินเที่ยวชมบ้านเรือนและเขตแดนมาสักพัก หงฮุ่ยหลิงพลันหุบพัดลง เดินขึ้นหน้าเล็กน้อยสองก้าว หันใบหน้ากลับมามองบุรุษด้านหลัง “น้องชาย ข้ายังมิได้ถามเจ้าเลย เจ้ามีนามว่าอะไร?”แผ่นหลังของบุรุษแปลกหน้าตั้งตรง เงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาคมราวเปลวเพลิงเหล็ก “ข้าชื่อหลี่เสวี่ยเฟิง หรือท่านจะเรียกเสวี่ยเฟิงเฉย ๆ ก็ได้”เสวี่ยเฟิง ที่แปลว่า ลมหิมะ เหรอในนิยายต้นฉบับไม่มีตัวละครที่ชื่อเสวี่ยเฟิง งั้นแสดงว่าน้องชายคนนี้ไม่ใช่ตัวละครหลัก แต่เป็นตัวประกอบปลาซิวปลาสร้อยที่ไม่มีบท หรือไม่ก็เป็นชื่อปลอมที่โกหกเพื่อกลบเกลื่อนตัวตนไปตามสถานการณ์“เช่นนั้นเสวี่ยเฟิง บ้านเจ้าอยู่ที่ใด บนสวรรค์ สำนักเซียนพิภพมนุษย์ หรือ แดนปีศาจแห่งนี้”นัยน์ตาสีชาดหรี่ลงช้า ๆ มีประกายประหลาดวูบผ่าน มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มเย็น “ท่านเซียนอยากรู้ไปทำไม? คงมิใช่ว่าท่านคิดจะไป ‘เยี่ยม’ บ้านข้าหรอกกระมัง?”จะใช่ได้อย่างไร ผมแค่ถามเพราะอยากรู้ว่าคุณเป็นทวยเทพองค์ไหนเฉย ๆ บ้านอะไรไม่ได้อยากไปสักนิดหงฮุ่ยหลิงชะงักความคิดไปเล็กน้อยแต่เอ๊ะ! หากไอ้หน้าหล่อนี่เป็นทวยเทพจริง ๆ เขาไม่มีทางยอมบอกว่าบ้านตัวเองอยู่ตรงไหน

  • เมื่อข้าทะลุมิติไปเป็นตี้จวินบนสรวงสวรรค์   ตอนที่ 6 ตัวข้าพบบุรุษแปลกหน้า

    “ตึง!” เสียงชนดังสนั่น ร่างของเขาล้มลงเข้าไปในอ้อมแขนของบุรุษผู้หนึ่ง มือหนาของบุรุษผู้นั้นรับร่างของเขาไว้อย่างมั่นคงโอ๊ย...เจ็บเป็นบ้า เมืองบ้าเมืองบออะไรคนเยอะขนาดนี้ฟะ!หงฮุ่ยหลิงสถบในใจอย่างเหลืออด มิได้สนใจว่าใครพยุงตนอยู่ รีบผละออกจากอ้อมแขนแข็งแกร่งนั้น จัดอาภรณ์ที่ยับนิดหน่อยจากแรงชน คลี่พัดเตรียมเดินต่อ ไม่มีแม้แต่คำว่า ‘ขอบใจ’ กับบุรุษที่ช่วยประคองมิให้เขาล้มหัวทิ่มพื้นสาเหตุมิใช่ว่าเขาไร้มารยาทหรือไม่รู้จักคำว่าน้ำใจแต่เพราะเขาอ่านนิยายเรื่องนี้มาจนรู้จักนิสัยของไอ้นักเขียนจิตวิปริตนั้นดีเกินไปนักเขียนผู้นี้ไม่มีทางเขียนให้แดนปีศาจจะปกติเหมือนแคว้นนครทั่ว ๆ ไป เท่าที่เขาจำได้ ดินแดนของพระเอกในนิยาย ประชากรทุกคนล้วนเป็นผู้มีฝีมือด้านการสังหารและล่อลวงผู้คน หากเผลอไปสบตาใครเข้า เผลอ ๆ อาจตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว“หึ”เสียงหัวเราะแผ่วในลำคอ นัยน์ตาสีชาดเยียบเย็นเสียยิ่งกว่าธารน้ำแข็ง ยามแผ่นหลังสีฟ้านั้นผละหนีโดยไม่คิดเหลียวหลังแม้แต่น้อย“ท่าน...ช้าก่อน”เสียงทุ้มต่ำน่าฟังราวสายลมสารทดังขึ้นจากด้านหลังเสียงนั้นแม้มิได้ดังมากนัก ทว่ากลับหยุดการก้าวเท้าของหงฮุ่ยหลิงทันที

  • เมื่อข้าทะลุมิติไปเป็นตี้จวินบนสรวงสวรรค์   ตอนที่ 5 ตัวข้ามาเยือนแดนปีศาจ

    บรรยากาศในห้องทรงงานก็เหมือนในหนังจีนกำลังภายในเทพเซียนทั่ว ๆ ไป มีโต๊ะไม้อยู่มุมหน้าต่างพอดิบพอดี บนโต๊ะมีหมึกชนิดพิเศษ มีขนนก มีพู่กัน มีกระดาษ มีหน้าต่าง มีพรมขนสัตว์สีขาววางบนพื้นตรงโต๊ะไม้เตี้ย ข้าง ๆ มีกล่องไม้ประณีตไว้ใส่เอกสารสำคัญต่าง ๆหงฮุ่ยหลิงเดินไปนั่งขัดสมาธิบนพื้นพรม หยิบม้วนกระดาษจากในกล่องไม้ขึ้นมาคลี่เปิดอ่าน อ่านมาครึ่งค่อนวันก็เข้าใจขึ้นมาบ้างเล็กน้อยหน้าที่หลัก ๆ ก็มิได้มีอะไรมาก นอกจากคอยจัดการเรื่องร้องเรียนจากเหล่าทวยเทพ แก้ปัญหาเรื่องวุ่นวายเวลามีเหล่าปีศาจขึ้นมาอาละวาดสร้างความเดือดร้อนให้เหล่าทวยเทพ และสร้างธารบำเพ็ญให้เสร็จตามต้นฉบับธารบำเพ็ญที่จะสร้างขึ้นมานี้ มิใช่มีไว้เพียงเป็นแหล่งเลื่อนขั้นพลังวิญาณให้เหล่าทวยเทพ แต่ยังมีไว้เพื่อทรมานลู่ซิงเยียนในต้นฉบับอีกด้วยในต้นฉบับ หงฮุ่ยหลิงไอ้โรคจิตมันอยากให้ลู่ซิงเยียนเป็นตี้จวินองค์ถัดไปต่อจากตน จึงวางแผนให้เขาลงธารบำเพ็ญและใช้คลื่นอัสนีฟาดจนอีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บสาหัสเจียนตาย สุดท้ายพระเอกก็อดรนทนไม่ไหว บุกทะลวงธารบำเพ็ญ ฝ่าคลื่นวารีเพื่อพานายเอกออกมาและนั่นเป็นเหตุให้ไอ้ตี้จวินวิปลาสนั้นโดนกลบเป็นตัวตายตั

  • เมื่อข้าทะลุมิติไปเป็นตี้จวินบนสรวงสวรรค์   ตอนที่ 4 กำเนิดตี้จวิน (3)

    หงฮุ่ยหลิงแทบจะหงายหลังตกบัลลังก์ทองคำ เขาก็คิดอยู่หรอกว่าน่าจะมาตอนต้น ๆ ของนิยาย แต่ใครมันจะไปคาดคิดว่าจะมาตั้งแต่พึ่งจุติเช่นนี้ทั้งที่ในใจมีคลื่นโหมกระหน่ำ แต่ใบหน้ายังคงสงบนิ่งราวฟังเรื่องลมฟ้าอากาศทั่วไป “อย่างนี้นี่เอง”บ้าน่า ๆ ผมพึ่งมาจุติเมื่อกี้เองเหรอ อย่างนั้นก็แสดงว่าผมเข้ามาตอนเริ่มบทของเรื่องเลยน่ะสิ งั้นแสดงว่าไอ้พวกกฎโง่ ๆ ที่ห้ามเลี้ยงหมาแมวก็ยังไม่มี ดูจากเหล่าทวยเทพตอนนี้นายเอกก็ยังไม่แน่ว่าจะขึ้นสวรรค์มาด้วย ถ้าอิงตามต้นฉบับต้องรอประมาณสองสามปีต่อจากนี้ก่อนนายเอกจะขึ้นสวรรค์และกลายเป็นบุปผาเปราะบางที่เหล่าเทพต่างประคมประหงมเช่นนั้นผมก็มีเวลาเหลือเฟือในการวางแผนต่อกรกับพระนายเลยน่ะสิ แบบนี้มันโชคดีในความโชคร้ายชัด ๆ แม้ในใจจะลิงโลดอยากกระโดดโห่ร้องด้วยความปลื้มปีติ แต่สถานการณ์จริงยังวางมาดสุขุมไม่ไหวเอนแม้ลมฝนโหมกระหน่ำ“หย่งจง กฎสวรรค์ยามนี้ใครเป็นผู้ดูแล”หย่งจงเงยหน้าเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ “กระหม่อมเองพ่ะย่ะค่ะ”หย่งจงแม้จะเป็นทวยเทพฝ่ายเอกสาร แต่กลับได้ชื่อว่าเป็นเทพที่โหดเหี้ยมเย็นชา แก่นปราณแข็งแกร่งระดับ เจินเซียน ดำรงรักษากฎสวรรค์อย่างเข้มงวด ไม่อ่อนข้อให

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status