共有

ตอนที่ 9 กลับสวรรค์

last update 最終更新日: 2026-01-07 21:24:26

หงฮุ่ยหลิงชะงักไปเล็กน้อย รู้สึกเหงื่อตกอย่างพิกล “อย่างนั้นหรือ ขอบคุณที่ชม”

เขาขยับตัวเบี่ยงถอยหลังเล็กน้อยให้เส้นผมหลุดจากมืออีกฝ่ายอย่างธรรมชาติ “แต่หากไม่จำเป็น เจ้าก็อย่าเสียเวลาไปเลย ข้าเองก็ใช่ว่าจะอยู่ที่นั่นตลอด เกรงว่าเจ้าไปอาจเสียเวลาเปล่า”

เสวี่ยเฟิงมิได้ดื้อดึงดึงเส้นผมกลับมากุม เพียงเอ่ยราบเรียบคล้ายไม่ใส่ใจ แต่จงใจทุกคำ “หืม ไม่อยู่ เช่นนั้นท่านเดินทางไปที่ใด”

“ข้าต้องขึ้นสะ...”

หงฮุ่ยหลิงชะงักปากทันควัน แผ่นหลังเกร็งขึ้น รีบคลี่พัดที่มิได้โบกมานานขึ้นมาโบกเบา ๆ กระแอมเอ่ยกลบเกลื่อน “ขึ้นเขาช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อน ในหนึ่งเดือนข้าอยู่สำนักเพียงไม่กี่วัน วันเวลาไม่แน่นอน หากเจ้ามาหาข้าที่สำนักแต่ข้ากลับไม่อยู่ เจ้าสำนักคงไม่ยินดีเท่าใดนัก และที่สำคัญมันรั้งแต่เป็นการเสียเวลาเปล่ามิใช่หรือ”

เอ่ยเสร็จแผ่นหลังที่ตึงเครียดก็ผ่อนลงมาได้

เมื่อกี้หากเขาเผลอหลุดปากคำว่าสวรรค์ออกไป คงได้มีนองเลือดกับเสวี่ยเฟิงเป็นแน่แท้

เนื่องจากสวรรค์กับแดนปีศาจเป็นศัตรูกันชัดเจนมาตั้งแต่บรรพบุรุษ จักรพรรดิสวรรค์กับราชาปีศาจถือเป็นศัตรูที่มิอาจอยู่ร่วมโลกกันได้ หากเผลอบังเอิญพบเจอกันที่ใดล้วนแล้วแต่มีเรื่องสังหารกันไม่เว้นวัน และที่เลวร้ายกว่านั้น หากเสวี่ยเฟิงพบว่าเขาเป็นเทพบนชั้นฟ้า แต่คงไม่พ้นขุดหลุมฝังตัวเองอย่างเลี่ยงมิได้

“ไม่เป็นไร” เสวี่ยเฟิงเอ่ยช้า ๆ มิได้ตะโกนแต่ชัดเจนว่าไม่ยอมให้ปฏิเสธ “ไม่ว่าท่านจะอยู่หรือไม่ ข้าก็ยังจะไป...มิใช่เพราะท่าน แต่เพราะข้าเลือกแล้ว”

เสียงท้ายประโยคเบาหวิวราวสายลม ทว่าหงฮุ่ยหลิงได้ยินชัดเจนเต็มสองรูหู พลันโบกพัดไล่เหงื่อเย็นบนหน้าผากเบา ๆ “หากเจ้าว่างจนมีเวลาขนาดนั้นก็ตามใจเจ้า ข้าหาได้มีสิทธิ์ไปห้ามเจ้าเสียที่ใด

เสวี่ยเฟิงกระตุกมุมปากขึ้นเล็กน้อย “อืม ท่านกล่าวมิผิด”

เวลานั้นเอง เสียงมังกรคำรามก็ดังขึ้นในโสตประสาทหงฮุ่ยหลิง แต่กลับไม่ชวนให้ปวดหูแม้แต่น้อย

การคำรามของมังกร แสดงว่ามีมนุษย์จุติขึ้นเป็นทวยเทพบนสวรรค์ ฟังจากเสียงคำรามแล้ว มนุษย์คนนี้น่าจะมีฐานะสูงส่งพอสมควร

ในฐานะที่เป็นจักรพรรดิสวรรค์ จะสามารถรับรู้สถานการณ์ต่าง ๆ ได้เร็วกว่าผู้อื่น ได้การจากแจ้งเตือนผ่านการคำรามของมังกรทอง พาหนะของส่วนตัวสืบรุ่นต่อรุ่นของจักรพรรดิสวรรค์

หากคำรามหนึ่งครั้ง แปลว่ามีมนุษย์จุติบนสรวงสวรรค์

คำรามสองครั้ง แปลว่ามีปีศาจบุกแดนสวรรค์ เป็นวิธีการแจ้งเตือนเหตุล่วงหน้า คล้ายค่ายกลเวทมนต์

เมื่อมีการแจ้งเตือน จักรพรรดิสวรรค์เช่นเขาก็จำเป็นต้องกลับสวรรค์อย่างเลี่ยงไม่ได้

หงฮุ่ยหลิงหันไปเอ่ยกับบุรุษข้าง ๆ “เสวี่ยเฟิง ข้ามาอยู่ที่นี่นานแล้ว คงสมควรแก่เวลาที่ต้องกลับ หากไม่เป็นการรบกวน เจ้าพอไปส่งข้าที่ทางออกได้หรือไม่”

เสวี่ยเฟิงนิ่งไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายจะกลับ นัยน์ตาสีชาดสะท้อนภาพหงฮุ่ยหลิงไว้เต็มดวงตาอยู่ครึ่งลมหายใจ ก่อนหลุบตาเอ่ย “ย่อมได้”

เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หันกลับมา “มาเถอะ เดี๋ยวข้าไปส่งที่ทางออก”

“รบกวนแล้ว”

หงฮุ่ยหลิงเอ่ยพลางลุกขึ้นยืนเดินตามอีกฝ่ายไปอย่างเงียบเชียบ

เสวี่ยเฟิงเดินมาส่งเขาถึงหน้าประตูเมืองอีกด้านหนึ่ง เป็นฝั่งตรงข้ามกับฝั่งเดิมที่เขาเข้ามา หยุดฝีเท้าที่หน้าประตู หันกลับมาเอ่ย “ประตูบานนี้คือทางเชื่อมระหว่างแดนปีศาจกับพิภพมนุษย์ รอบนอกมิได้มีสุสานผีให้ท่านต้องหลบหนีให้เหนื่อย หากวันใดท่านเปลี่ยนใจสามารถผ่านทางนี้เข้ามาได้”

ขอบใจ แต่ไม่ล่ะ

เมืองบ้าบอที่มีแต่กลิ่นคาวเลือดกับเพชฌฆาตในอนาคตอยู่ ดูอย่างไรก็ไม่น่ามาอีกเป็นครั้งที่สอง ไว้ในอนาคตผมค่อยส่ง หวงโฮ่ว (ฮองเฮา) ของพวกคุณมาแทนแล้วกัน

หงฮุ่ยหลิงกล่าวยิ้ม ๆ ด้วยท่าทีเป็นมิตร “ขอบใจเจ้ามาก ไว้ข้าจะลองเอาไปคิดดู”

เสวี่ยเฟิงเอ่ยเสียงเรียบ “อืม คิดให้นานก็ได้ แต่อย่าถึงขั้นลืมไปเลย ข้ารอคำตอบที่ดีอยู่นะเลี่ยงเซียน”

หงฮุ่ยหลิงเสียวสันหลังวาบ เดินไปข้างหน้าสองก้าว ก่อนหันกลับมายิ้มเจื่อน “เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน แล้วพบกันใหม่”

“อืม แล้วพบกันใหม่”

รอยยิ้มงดงามค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเย็นชาทันทียามอีกฝ่ายหันหลังให้

เราจะได้พบกันอีกแน่นอน และข้าจะทำให้แน่ใจว่ามันจะเป็นเช่นนั้น

คำสุดท้ายที่เพียงคิดทว่ามิได้เอื้อนเอ่ยออกไป มองแผ่นหลังสีฟ้านั้นอย่างเงียบเชียบ นัยน์ตาสีชาดสาดสกาวราวพบเจอของเล่นชิ้นใหม่เข้าให้แล้ว

“ไปสืบมา อย่าให้ข้าต้องรอถึงพรุ่งนี้”

ซิงหลินเฟย สตรีงามในอาภรณ์ขาวราวหิมะไม่รู้คุกเข่าอยู่ด้านหลังเสวี่ยเฟิงตั้งแต่เมื่อใด พยักหน้าก่อนปลีกตัวหายไปราวม่านหมอก

หงฮุ่ยหลิงเปิดประตูบานใหญ่ออก ก้าวเท้าเดินออกจากแดนปีศาจโดยไม่เหลียวหลังแม้แต่น้อย เพียงครู่เดียวก็มาเหยียบพื้นพิภพ ตอนเข้ามาเป็นช่วงสนธยา แต่พอออกมาอีกทีกลับพบว่าฟ้าสว่างในช่วงยามเฉิน (07.00-08.59น.) เสียแล้ว

การลงมาสืบข้อมูลในรังโจรครั้งนี้มิได้อะไรกลับไป นอกจากบรรยากาศอันน่าขนลุก กับรู้จักบุรุษปีศาจรูปงามตนหนึ่ง นอกจากนี้ก็ไม่ได้อะไรเลยสักอย่าง

หงฮุ่ยหลิงยืนอยู่ตรงปากทางเข้าระหว่างโลกมนุษย์กับแดนปีศาจ ใช้พลังปราณตรวจสอบว่ารอบด้านมีมนุษย์อยู่หรือไม่ เมื่อพบว่าไม่มีใคร จึงแปลงกายกลับเป็นจักรพรรดิสวรรค์ หายตัวกลับขึ้นสู่สรวงสวรรค์อย่างสง่างาม

เท้าพึ่งจะเหยียบถึงพื้นสวรรค์ ในห้องโถงทองคำอันโออ่า เบื้องหน้าเห็นเหล่าทวยเทพต่างพากันมาออกันเต็มห้องโถง หันมามองหงฮุ่ยหลิงเป็นตาเดียว ก้มทำความเคารพทันทีที่เขาปรากฎตัว

“ตี้จวิน พระองค์กลับมาแล้ว”

ยังไม่มามั้ง ว่าแต่พวกคุณมาทำอะไรกันที่นี่

คงไม่ใช่ตั้งใจมารับผมโดยเฉพาะหรอกนะ

เขากล่าวเสียงเรียบ “อืม มาแล้ว”

หงฮุ่ยหลิงยืนอยู่หน้าประตูมังกร ยกมือไพล่หลังเดินขึ้นไปบนบัลลังก์ทองคำ หันมองหย่งจงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เอ่ยเสียงเรียบ “หย่งจง มีเรื่องอันใด เหตุใดทุกคนมารวมตัวกันที่นี่”

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • เมื่อข้าทะลุมิติไปเป็นตี้จวินบนสรวงสวรรค์   ตอนที่ 9 กลับสวรรค์

    หงฮุ่ยหลิงชะงักไปเล็กน้อย รู้สึกเหงื่อตกอย่างพิกล “อย่างนั้นหรือ ขอบคุณที่ชม”เขาขยับตัวเบี่ยงถอยหลังเล็กน้อยให้เส้นผมหลุดจากมืออีกฝ่ายอย่างธรรมชาติ “แต่หากไม่จำเป็น เจ้าก็อย่าเสียเวลาไปเลย ข้าเองก็ใช่ว่าจะอยู่ที่นั่นตลอด เกรงว่าเจ้าไปอาจเสียเวลาเปล่า”เสวี่ยเฟิงมิได้ดื้อดึงดึงเส้นผมกลับมากุม เพียงเอ่ยราบเรียบคล้ายไม่ใส่ใจ แต่จงใจทุกคำ “หืม ไม่อยู่ เช่นนั้นท่านเดินทางไปที่ใด”“ข้าต้องขึ้นสะ...”หงฮุ่ยหลิงชะงักปากทันควัน แผ่นหลังเกร็งขึ้น รีบคลี่พัดที่มิได้โบกมานานขึ้นมาโบกเบา ๆ กระแอมเอ่ยกลบเกลื่อน “ขึ้นเขาช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อน ในหนึ่งเดือนข้าอยู่สำนักเพียงไม่กี่วัน วันเวลาไม่แน่นอน หากเจ้ามาหาข้าที่สำนักแต่ข้ากลับไม่อยู่ เจ้าสำนักคงไม่ยินดีเท่าใดนัก และที่สำคัญมันรั้งแต่เป็นการเสียเวลาเปล่ามิใช่หรือ”เอ่ยเสร็จแผ่นหลังที่ตึงเครียดก็ผ่อนลงมาได้เมื่อกี้หากเขาเผลอหลุดปากคำว่าสวรรค์ออกไป คงได้มีนองเลือดกับเสวี่ยเฟิงเป็นแน่แท้เนื่องจากสวรรค์กับแดนปีศาจเป็นศัตรูกันชัดเจนมาตั้งแต่บรรพบุรุษ จักรพรรดิสวรรค์กับราชาปีศาจถือเป็นศัตรูที่มิอาจอยู่ร่วมโลกกันได้ หากเผลอบังเอิญพบเจอกันที่ใดล้

  • เมื่อข้าทะลุมิติไปเป็นตี้จวินบนสรวงสวรรค์   ตอนที่ 8 ความสงสัยที่ซ่อนเร้น

    หงฮุ่ยหลิงชะงักไปเสี้ยววินาทีน้องชาย คุณถามอะไรไม่คิดแบบนั้น หากคนหน้าตาดียิ่งกว่าหมื่นดวงดาราอย่างคุณไม่เหมาะกับที่นี่ ในธุลีแดงแห่งนี้คงไม่มีใครเหมาะแล้วล่ะหงฮุ่ยหลิงโบกมือไปมา “มิใช่ ๆ ข้ามิได้หมายความเช่นนั้น”เขารีบกล่าวเพิ่มเติม “บ้านเจ้าก็ออกจะกว้างใหญ่เพียงนี้ คงมีพี่ชายพี่สาวอยู่หลายคนกระมัง”เสวี่ยเฟิงขยับขาเล็กน้อย หยิบผลองุ่นบนจานเงินตรงกลางตั่งไม้ขึ้นมาบรรจงปอกเปลือกอย่างพิถีพิถัน ทั้งที่ไม่ปอกก็สามารถกินได้“เคยมีน้องชายอยู่คนหนึ่ง เขาเป็นบุรุษรูปงาม เป็นเซียนกระบี่ขาวอันเจิดจรัส” เขานำองุ่นเข้าปากอย่างเกียจคร้าน เสียงราบเรียบแต่เฉือนลึกถึงกระดูก “แต่พลันเกิดเรื่องที่แม้แต่ข้าเองก็ไม่อยากนึกถึงนัก ตอนนี้จึงไม่มีแล้ว”เสวี่ยเฟิงหันใบหน้ามามองหงฮุ่ยหลิง “ท่านเซียนดูจะไม่ค่อยชอบเสียงดังนัก ถ้าเช่นนั้นมาอยู่กับข้าก็ได้” เขาหยิบผลองุ่นขึ้นมาหมุนเล่นก่อนนำเข้าปาก “อย่างน้อยข้าก็รู้จักเงียบกว่าใครหลายคนที่ท่านเคยพบเจอมา”หงฮุ่ยหลิงเอ่ยตอบแทบจะทันทีโดยไม่ต้องคิด “ขอบใจมาก แต่ข้าขอรับเพียงน้ำใจพอ”เสวี่ยเฟิงชะงักไปเล็กน้อยเมื่อถูกปฏิเสธ แววตาไม่เผยความรู้สึกใด เสียงยังคงสุภาพแต

  • เมื่อข้าทะลุมิติไปเป็นตี้จวินบนสรวงสวรรค์   ตอนที่ 7 ตัวข้ามาเยือนบ้านของบุรุษแปลกหน้า

    ทั้งสองเดินเที่ยวชมบ้านเรือนและเขตแดนมาสักพัก หงฮุ่ยหลิงพลันหุบพัดลง เดินขึ้นหน้าเล็กน้อยสองก้าว หันใบหน้ากลับมามองบุรุษด้านหลัง “น้องชาย ข้ายังมิได้ถามเจ้าเลย เจ้ามีนามว่าอะไร?”แผ่นหลังของบุรุษแปลกหน้าตั้งตรง เงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาคมราวเปลวเพลิงเหล็ก “ข้าชื่อหลี่เสวี่ยเฟิง หรือท่านจะเรียกเสวี่ยเฟิงเฉย ๆ ก็ได้”เสวี่ยเฟิง ที่แปลว่า ลมหิมะ เหรอในนิยายต้นฉบับไม่มีตัวละครที่ชื่อเสวี่ยเฟิง งั้นแสดงว่าน้องชายคนนี้ไม่ใช่ตัวละครหลัก แต่เป็นตัวประกอบปลาซิวปลาสร้อยที่ไม่มีบท หรือไม่ก็เป็นชื่อปลอมที่โกหกเพื่อกลบเกลื่อนตัวตนไปตามสถานการณ์“เช่นนั้นเสวี่ยเฟิง บ้านเจ้าอยู่ที่ใด บนสวรรค์ สำนักเซียนพิภพมนุษย์ หรือ แดนปีศาจแห่งนี้”นัยน์ตาสีชาดหรี่ลงช้า ๆ มีประกายประหลาดวูบผ่าน มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มเย็น “ท่านเซียนอยากรู้ไปทำไม? คงมิใช่ว่าท่านคิดจะไป ‘เยี่ยม’ บ้านข้าหรอกกระมัง?”จะใช่ได้อย่างไร ผมแค่ถามเพราะอยากรู้ว่าคุณเป็นทวยเทพองค์ไหนเฉย ๆ บ้านอะไรไม่ได้อยากไปสักนิดหงฮุ่ยหลิงชะงักความคิดไปเล็กน้อยแต่เอ๊ะ! หากไอ้หน้าหล่อนี่เป็นทวยเทพจริง ๆ เขาไม่มีทางยอมบอกว่าบ้านตัวเองอยู่ตรงไหน

  • เมื่อข้าทะลุมิติไปเป็นตี้จวินบนสรวงสวรรค์   ตอนที่ 6 ตัวข้าพบบุรุษแปลกหน้า

    “ตึง!” เสียงชนดังสนั่น ร่างของเขาล้มลงเข้าไปในอ้อมแขนของบุรุษผู้หนึ่ง มือหนาของบุรุษผู้นั้นรับร่างของเขาไว้อย่างมั่นคงโอ๊ย...เจ็บเป็นบ้า เมืองบ้าเมืองบออะไรคนเยอะขนาดนี้ฟะ!หงฮุ่ยหลิงสถบในใจอย่างเหลืออด มิได้สนใจว่าใครพยุงตนอยู่ รีบผละออกจากอ้อมแขนแข็งแกร่งนั้น จัดอาภรณ์ที่ยับนิดหน่อยจากแรงชน คลี่พัดเตรียมเดินต่อ ไม่มีแม้แต่คำว่า ‘ขอบใจ’ กับบุรุษที่ช่วยประคองมิให้เขาล้มหัวทิ่มพื้นสาเหตุมิใช่ว่าเขาไร้มารยาทหรือไม่รู้จักคำว่าน้ำใจแต่เพราะเขาอ่านนิยายเรื่องนี้มาจนรู้จักนิสัยของไอ้นักเขียนจิตวิปริตนั้นดีเกินไปนักเขียนผู้นี้ไม่มีทางเขียนให้แดนปีศาจจะปกติเหมือนแคว้นนครทั่ว ๆ ไป เท่าที่เขาจำได้ ดินแดนของพระเอกในนิยาย ประชากรทุกคนล้วนเป็นผู้มีฝีมือด้านการสังหารและล่อลวงผู้คน หากเผลอไปสบตาใครเข้า เผลอ ๆ อาจตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว“หึ”เสียงหัวเราะแผ่วในลำคอ นัยน์ตาสีชาดเยียบเย็นเสียยิ่งกว่าธารน้ำแข็ง ยามแผ่นหลังสีฟ้านั้นผละหนีโดยไม่คิดเหลียวหลังแม้แต่น้อย“ท่าน...ช้าก่อน”เสียงทุ้มต่ำน่าฟังราวสายลมสารทดังขึ้นจากด้านหลังเสียงนั้นแม้มิได้ดังมากนัก ทว่ากลับหยุดการก้าวเท้าของหงฮุ่ยหลิงทันที

  • เมื่อข้าทะลุมิติไปเป็นตี้จวินบนสรวงสวรรค์   ตอนที่ 5 ตัวข้ามาเยือนแดนปีศาจ

    บรรยากาศในห้องทรงงานก็เหมือนในหนังจีนกำลังภายในเทพเซียนทั่ว ๆ ไป มีโต๊ะไม้อยู่มุมหน้าต่างพอดิบพอดี บนโต๊ะมีหมึกชนิดพิเศษ มีขนนก มีพู่กัน มีกระดาษ มีหน้าต่าง มีพรมขนสัตว์สีขาววางบนพื้นตรงโต๊ะไม้เตี้ย ข้าง ๆ มีกล่องไม้ประณีตไว้ใส่เอกสารสำคัญต่าง ๆหงฮุ่ยหลิงเดินไปนั่งขัดสมาธิบนพื้นพรม หยิบม้วนกระดาษจากในกล่องไม้ขึ้นมาคลี่เปิดอ่าน อ่านมาครึ่งค่อนวันก็เข้าใจขึ้นมาบ้างเล็กน้อยหน้าที่หลัก ๆ ก็มิได้มีอะไรมาก นอกจากคอยจัดการเรื่องร้องเรียนจากเหล่าทวยเทพ แก้ปัญหาเรื่องวุ่นวายเวลามีเหล่าปีศาจขึ้นมาอาละวาดสร้างความเดือดร้อนให้เหล่าทวยเทพ และสร้างธารบำเพ็ญให้เสร็จตามต้นฉบับธารบำเพ็ญที่จะสร้างขึ้นมานี้ มิใช่มีไว้เพียงเป็นแหล่งเลื่อนขั้นพลังวิญาณให้เหล่าทวยเทพ แต่ยังมีไว้เพื่อทรมานลู่ซิงเยียนในต้นฉบับอีกด้วยในต้นฉบับ หงฮุ่ยหลิงไอ้โรคจิตมันอยากให้ลู่ซิงเยียนเป็นตี้จวินองค์ถัดไปต่อจากตน จึงวางแผนให้เขาลงธารบำเพ็ญและใช้คลื่นอัสนีฟาดจนอีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บสาหัสเจียนตาย สุดท้ายพระเอกก็อดรนทนไม่ไหว บุกทะลวงธารบำเพ็ญ ฝ่าคลื่นวารีเพื่อพานายเอกออกมาและนั่นเป็นเหตุให้ไอ้ตี้จวินวิปลาสนั้นโดนกลบเป็นตัวตายตั

  • เมื่อข้าทะลุมิติไปเป็นตี้จวินบนสรวงสวรรค์   ตอนที่ 4 กำเนิดตี้จวิน (3)

    หงฮุ่ยหลิงแทบจะหงายหลังตกบัลลังก์ทองคำ เขาก็คิดอยู่หรอกว่าน่าจะมาตอนต้น ๆ ของนิยาย แต่ใครมันจะไปคาดคิดว่าจะมาตั้งแต่พึ่งจุติเช่นนี้ทั้งที่ในใจมีคลื่นโหมกระหน่ำ แต่ใบหน้ายังคงสงบนิ่งราวฟังเรื่องลมฟ้าอากาศทั่วไป “อย่างนี้นี่เอง”บ้าน่า ๆ ผมพึ่งมาจุติเมื่อกี้เองเหรอ อย่างนั้นก็แสดงว่าผมเข้ามาตอนเริ่มบทของเรื่องเลยน่ะสิ งั้นแสดงว่าไอ้พวกกฎโง่ ๆ ที่ห้ามเลี้ยงหมาแมวก็ยังไม่มี ดูจากเหล่าทวยเทพตอนนี้นายเอกก็ยังไม่แน่ว่าจะขึ้นสวรรค์มาด้วย ถ้าอิงตามต้นฉบับต้องรอประมาณสองสามปีต่อจากนี้ก่อนนายเอกจะขึ้นสวรรค์และกลายเป็นบุปผาเปราะบางที่เหล่าเทพต่างประคมประหงมเช่นนั้นผมก็มีเวลาเหลือเฟือในการวางแผนต่อกรกับพระนายเลยน่ะสิ แบบนี้มันโชคดีในความโชคร้ายชัด ๆ แม้ในใจจะลิงโลดอยากกระโดดโห่ร้องด้วยความปลื้มปีติ แต่สถานการณ์จริงยังวางมาดสุขุมไม่ไหวเอนแม้ลมฝนโหมกระหน่ำ“หย่งจง กฎสวรรค์ยามนี้ใครเป็นผู้ดูแล”หย่งจงเงยหน้าเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ “กระหม่อมเองพ่ะย่ะค่ะ”หย่งจงแม้จะเป็นทวยเทพฝ่ายเอกสาร แต่กลับได้ชื่อว่าเป็นเทพที่โหดเหี้ยมเย็นชา แก่นปราณแข็งแกร่งระดับ เจินเซียน ดำรงรักษากฎสวรรค์อย่างเข้มงวด ไม่อ่อนข้อให

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status