Share

ตอนที่ 6 ตัวข้าพบบุรุษแปลกหน้า

last update Last Updated: 2025-12-16 13:53:40

“ตึง!”

เสียงชนดังสนั่น ร่างของเขาล้มลงเข้าไปในอ้อมแขนของบุรุษผู้หนึ่ง มือหนาของบุรุษผู้นั้นรับร่างของเขาไว้อย่างมั่นคง

โอ๊ย...เจ็บเป็นบ้า เมืองบ้าเมืองบออะไรคนเยอะขนาดนี้ฟะ!

หงฮุ่ยหลิงสถบในใจอย่างเหลืออด มิได้สนใจว่าใครพยุงตนอยู่ รีบผละออกจากอ้อมแขนแข็งแกร่งนั้น จัดอาภรณ์ที่ยับนิดหน่อยจากแรงชน คลี่พัดเตรียมเดินต่อ ไม่มีแม้แต่คำว่า ‘ขอบใจ’ กับบุรุษที่ช่วยประคองมิให้เขาล้มหัวทิ่มพื้น

สาเหตุมิใช่ว่าเขาไร้มารยาทหรือไม่รู้จักคำว่าน้ำใจ

แต่เพราะเขาอ่านนิยายเรื่องนี้มาจนรู้จักนิสัยของไอ้นักเขียนจิตวิปริตนั้นดีเกินไป

นักเขียนผู้นี้ไม่มีทางเขียนให้แดนปีศาจจะปกติเหมือนแคว้นนครทั่ว ๆ ไป เท่าที่เขาจำได้ ดินแดนของพระเอกในนิยาย ประชากรทุกคนล้วนเป็นผู้มีฝีมือด้านการสังหารและล่อลวงผู้คน หากเผลอไปสบตาใครเข้า เผลอ ๆ อาจตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว

“หึ”

เสียงหัวเราะแผ่วในลำคอ นัยน์ตาสีชาดเยียบเย็นเสียยิ่งกว่าธารน้ำแข็ง ยามแผ่นหลังสีฟ้านั้นผละหนีโดยไม่คิดเหลียวหลังแม้แต่น้อย

“ท่าน...ช้าก่อน”

เสียงทุ้มต่ำน่าฟังราวสายลมสารทดังขึ้นจากด้านหลัง

เสียงนั้นแม้มิได้ดังมากนัก ทว่ากลับหยุดการก้าวเท้าของหงฮุ่ยหลิงทันที ก่อนใบหน้าหล่อเหลาจะค่อย ๆ หันกลับไปมองตามเสียง

เบื้องหน้าเขาเห็นบุรุษเจ้าของเสียงสวมอาภรณ์สีดำทมิฬ ใบหน้ารูปงาม นัยน์ตาสีชาด จมูกโด่ง ริมฝีปากแดง รวบผมทั้งหมดเป็นหางม้าด้วยรัดเกล้าสีเงินฝังทับทิมสีชาด แขนขายาว รูปร่างสูงโปร่ง สูงกว่าเขาเล็กน้อย อายุอานามราวยี่สิบเอ็ดยี่สิบสองปี

ทั้งที่ย้ำเตือนตัวเองหนักหนาว่าดินแดนพระเอกอันตราย ทว่าพอได้ยินเสียงที่น่าฟังนั้น หงฮุ่ยหลิงก็ยังไม่พ้นตวัดสายตาคมกริบดุจใบมีดหันไปจับจ้องอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพัดด้ามจิ้วในมือจะโบกช้า ๆ ไล่กลิ่นคาวโลหิต เอ่ยเสียงราบเรียบอย่างระมัดระวัง

“น้องชาย เมื่อครู่เจ้าเรียกข้ากระมัง”

บุรุษเบื้องหน้ากวาดสายตาพิจารณาเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า ริมฝีปากบางแดงเผยรอยยิ้มจางที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มเย็นชาที่ชวนขนลุกเล็กน้อย แต่น้ำเสียงกลับราบเรียบจนผิดกับรอยยิ้ม “ใช่”

บุรุษผู้นั้นเงียบไปเสี้ยวลมหายใจ ก่อนเอ่ยเพิ่มเติม “หากข้าดูไม่ผิด ท่านคงเป็นเซียนจื่อกระมัง”

หงฮุ่ยหลิงหรี่ตาลงเล็กน้อย ใบหน้ายังคงสุขุมราบเรียบ “อืม”

ได้ฟังคำตอบของอีกฝ่าย บุรุษผู้นั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยคล้ายกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง รอยยิ้มบนริมฝีปากลึกขึ้นอย่างน่าหวั่นใจ “เช่นนั้นท่านเซียน ท่านมาทำอันใดที่เมืองตี้อวู้ (นรก)”

หงฮุ่ยหลิงสะดุ้งเล็กน้อย

ที่นี่เรียกเมืองตี้อวู้เหรอ ในนิยายไม่ได้เขียนไว้ด้วย

บอกเพียงว่า แดนปีศาจของหลี่เสวี่ยเทียนนั้นกว้างใหญ่ไพศาล เป็นแดนที่ใหญ่ที่สุดอยู่ทิศเหนือ แต่กลับสะเพร่าไม่ได้เขียนว่าเป็นเมืองอะไร

แต่ดูจากอาณาเขตที่ใหญ่โตของพื้นที่โดยรอบ ที่นี่คงเป็นแดนปีศาจของหลี่เสวี่ยเทียนไม่ผิดแน่

หงฮุ่ยหลิงตวัดสายตาขึ้น พิจารณาอีกฝ่ายอย่างละเอียดถี่ถ้วน

บุรุษผู้นี้ดูจากเสื้อผ้าหน้าผมแล้วไม่น่าใช่คนธรรมดา หากมิใช่ทวยเทพคนใดคนหนึ่งบนชั้นฟ้าที่แอบลงมาเที่ยวเล่นในแดนปีศาจแล้วกลับออกไปไม่ได้ ก็ไม่น่าพ้นราชาปีศาจหลี่เสวี่ยเทียนผู้จองหอง

ถ้าเขาจำไม่ผิด ในนิยายเขียนไว้ว่า

[ราชาปีศาจหลี่เสวี่ยเทียนมักสวมอาภรณ์สีขาวราวหิมะ ใบหน้ารูปงามดุจบุปผาต้องสาป อายุอานามราวยี่สิบเอ็ดยี่สิบสองปี ข้างกายมีบุปผาหิมะลอยอยู่ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของราชันย์ที่มิอาจกลบเกลื่อนได้]

ใช่แล้ว บุปผาหิมะ

หงฮุ่ยหลิงเพ่งพินิจพิจารณาบุรุษตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกครั้งอย่างละเอียดถี่ถ้วน เดินวนรอบตัวเขาสองสามรอบ ตรวจดูจนครบทุกซอกทุกมุมว่ามีบุปผาสักดอกหรือไม่ ทว่าไม่ว่าจะเดินดูกี่รอบก็ไม่พบร่องรอยของบุปผาสักดอกเดียว

อย่าว่าแต่บุปผาเลย

แม้แต่ไอเย็นสักนิดก็ไม่มี

ไม่มีความเย็น ไม่มีบุปผาหิมะ

เช่นนั้นหมายความว่าน้องชายคนนี้มิใช่หลี่เสวี่ยเทียน ฟังจากคำถามและสีหน้าสงบนิ่งทั้งที่โดนเขาสำรวจนั้นแล้ว แสดงว่าอีกฝ่ายต้องมิใช่คนธรรมดาทั่ว ๆ ไป เป็นไปได้ว่าน้องชายคนนี้อาจเป็นทวยเทพบนสวรรค์องค์ใดองค์หนึ่ง

เกรงว่ากลับสวรรค์คงต้องตรวจสอบสักหน่อยแล้ว

เห็นอีกฝ่ายไม่ตอบคำถาม เอาแต่ส่งสายตาสงสัยจับจ้องเขาจนแทบทะลุ หนำซ้ำยังเดินวนสำรวจเขาอย่างไม่คิดเกรงใจ ใบหน้าพลันเย็นชาขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากปรากฎรอยยิ้มละมุนที่ไม่ถึงตา “ท่านเซียน ท่านสำรวจข้าจนแทบทะลุทุกซอกมุมเช่นนี้ หรือท่านมีสิ่งใดสงสัยในตัวข้ากระมัง”

หงฮุ่ยหลิงสะดุ้งโหยงรีบเรียกมาดกระแอมสองทีก่อนเอ่ยเสียงราบเรียบ “เปล่า ไม่มีอะไร”

อีกฝ่ายหรี่นัยน์ตาสีชาดลงเล็กน้อย กล่าวด้วยเสียงสุภาพแต่แฝงแรงกดดัน “เช่นนั้นท่านมาทำอันใดที่นี่หรือ”

หงฮุ่ยหลิงกางพัดโบกเบา ๆ เอ่ยเสียงเรียบ “จะเรียกว่ามาทำอันใดก็คงมิได้ ความจริงข้าเพียงแค่บังเอิญหลงเข้ามาระหว่างกำลังหลบหนีภูตผีหิวโซบนป่าช้า พอมาถึงหน้าประตูแล้วพบที่นี่เข้าพอดี จึงถือวิสาสะเดินเข้ามา เรื่องก็มีเท่านี้”

นัยน์ตาสีฟ้าหรี่ลงจนเหลือเพียงครึ่งเสี้ยว มองบุรุษเบื้องหน้าด้วยสายตาคมกริบดุจใบมีดเล่มหนึ่ง “น้องชาย แล้วเจ้าเล่ามาทำอันใดที่นี่ คงมิใช่ว่าบังเอิญหลงทางระหว่างหลบหนีภูตผีเหมือนข้าหรอกกระมัง”

บุรุษผู้นั้นเหยียดมุมปากขึ้นเล็กน้อย มิได้ตอบคำถาม ในแววตาคู่งามสะท้อนภาพหงฮุ่ยหลิงเต็มดวงตา ทั้งเยียบเย็น ทั้งยากจะคาดเดา บ้างก็คล้ายกำลังโยนบ่วงล้อมจับเหยื่ออย่างเงียบเชียบ

“ท่านเซียนผู้ปราดเปรื่อง หากท่านหลงทาง เช่นนั้นให้ข้าช่วยนำทางท่านกลับออกไปดีหรือไม่”

หือ เลี่ยงไม่ตอบคำถามเสียด้วย แบบนี้มีพิรุธชัด ๆ

หงฮุ่ยหลิงเอ่ยเสียงเรียบ “ขอบใจมาก แต่ไม่เป็นไร ข้ายังอยากเดินเล่นที่นี่ต่ออีกสักหน่อย”

เขาเปลี่ยนท่าทีจากเคร่งขรึมเป็นสดใส ร่าเริง แม้จะรู้สึกถึงความผิดปกติ แต่ก็ใจดีสู้เสือเดินเข้าไปตบไหล่อีกฝ่ายเบา ๆ สองสามที แววตามีเลศนัยเล็กน้อย ตีสนิทเพื่อล้วงเอาข้อมูล “น้องชายดูท่าทางของเจ้าแล้ว เจ้าน่าจะรู้จักที่นี่เป็นอย่างดี เช่นนั้นจะว่าอะไรหรือไม่ หากข้าอยากรบกวนเจ้าช่วยนำทางเที่ยวชมเมืองสักหน่อย”

แล้วจากนั้นผมจะค่อย ๆ เค้นตัวตนของคุณออกมาเอง หึหึ

บุรุษแปลกหน้าเห็นท่าทีที่เปลี่ยนกะทันหันของหงฮุ่ยหลิง แววตาพลันสาดแสงวูบหนึ่งอย่างท้าทาย คล้ายราชสีห์พบแมวไร้เดียงสา

ให้ข้านำชมเมืองอย่างนั้นหรือ หึ น่าสนใจ

เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเนินช้า “ย่อมได้ ว่าแต่ท่านอยากเที่ยวชมส่วนใดของเมืองหรือ”

เออนั่นดิ

เขาพึ่งมาเยือนแดนปีศาจเป็นครั้งแรก จะไปรู้ได้อย่างไรว่าอยากเที่ยวส่วนไหนของเมือง

หงฮุ่ยหลิงกวาดสายตามองซ้ายขวารอบหนึ่ง ทางขวาคือทางเดิมที่เขามา มีแผงลอย มีปีศาจหนาแน่น กลิ่นคาวโลหิตคละคลุ้ม ไม่มีทางที่เขาจะไปเป็นครั้งที่สอง

ส่วนทางซ้ายที่ดูคนน้อยหน่อย ข้างทางเป็นแหล่งบ้านเรือนที่พักอาศัย เหนือบานประตูทุกครัวเรือนแขวนตะเกียงวิญญาณเหมันต์ไว้ ดูแล้วน่าจะเลี่ยงกลิ่นโลหิตได้ไม่มากก็น้อย จึงชี้นิ้วเรียวไปทางซ้าย “ทางนี้แล้วกัน”

บุรุษแปลกหน้ามองตามนิ้วที่ชี้ไป เพียงพยักหน้าพร้อมก้าวเดินนำหน้า “ได้”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อข้าทะลุมิติไปเป็นตี้จวินบนสรวงสวรรค์   ตอนที่ 9 กลับสวรรค์

    หงฮุ่ยหลิงชะงักไปเล็กน้อย รู้สึกเหงื่อตกอย่างพิกล “อย่างนั้นหรือ ขอบคุณที่ชม”เขาขยับตัวเบี่ยงถอยหลังเล็กน้อยให้เส้นผมหลุดจากมืออีกฝ่ายอย่างธรรมชาติ “แต่หากไม่จำเป็น เจ้าก็อย่าเสียเวลาไปเลย ข้าเองก็ใช่ว่าจะอยู่ที่นั่นตลอด เกรงว่าเจ้าไปอาจเสียเวลาเปล่า”เสวี่ยเฟิงมิได้ดื้อดึงดึงเส้นผมกลับมากุม เพียงเอ่ยราบเรียบคล้ายไม่ใส่ใจ แต่จงใจทุกคำ “หืม ไม่อยู่ เช่นนั้นท่านเดินทางไปที่ใด”“ข้าต้องขึ้นสะ...”หงฮุ่ยหลิงชะงักปากทันควัน แผ่นหลังเกร็งขึ้น รีบคลี่พัดที่มิได้โบกมานานขึ้นมาโบกเบา ๆ กระแอมเอ่ยกลบเกลื่อน “ขึ้นเขาช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อน ในหนึ่งเดือนข้าอยู่สำนักเพียงไม่กี่วัน วันเวลาไม่แน่นอน หากเจ้ามาหาข้าที่สำนักแต่ข้ากลับไม่อยู่ เจ้าสำนักคงไม่ยินดีเท่าใดนัก และที่สำคัญมันรั้งแต่เป็นการเสียเวลาเปล่ามิใช่หรือ”เอ่ยเสร็จแผ่นหลังที่ตึงเครียดก็ผ่อนลงมาได้เมื่อกี้หากเขาเผลอหลุดปากคำว่าสวรรค์ออกไป คงได้มีนองเลือดกับเสวี่ยเฟิงเป็นแน่แท้เนื่องจากสวรรค์กับแดนปีศาจเป็นศัตรูกันชัดเจนมาตั้งแต่บรรพบุรุษ จักรพรรดิสวรรค์กับราชาปีศาจถือเป็นศัตรูที่มิอาจอยู่ร่วมโลกกันได้ หากเผลอบังเอิญพบเจอกันที่ใดล้

  • เมื่อข้าทะลุมิติไปเป็นตี้จวินบนสรวงสวรรค์   ตอนที่ 8 ความสงสัยที่ซ่อนเร้น

    หงฮุ่ยหลิงชะงักไปเสี้ยววินาทีน้องชาย คุณถามอะไรไม่คิดแบบนั้น หากคนหน้าตาดียิ่งกว่าหมื่นดวงดาราอย่างคุณไม่เหมาะกับที่นี่ ในธุลีแดงแห่งนี้คงไม่มีใครเหมาะแล้วล่ะหงฮุ่ยหลิงโบกมือไปมา “มิใช่ ๆ ข้ามิได้หมายความเช่นนั้น”เขารีบกล่าวเพิ่มเติม “บ้านเจ้าก็ออกจะกว้างใหญ่เพียงนี้ คงมีพี่ชายพี่สาวอยู่หลายคนกระมัง”เสวี่ยเฟิงขยับขาเล็กน้อย หยิบผลองุ่นบนจานเงินตรงกลางตั่งไม้ขึ้นมาบรรจงปอกเปลือกอย่างพิถีพิถัน ทั้งที่ไม่ปอกก็สามารถกินได้“เคยมีน้องชายอยู่คนหนึ่ง เขาเป็นบุรุษรูปงาม เป็นเซียนกระบี่ขาวอันเจิดจรัส” เขานำองุ่นเข้าปากอย่างเกียจคร้าน เสียงราบเรียบแต่เฉือนลึกถึงกระดูก “แต่พลันเกิดเรื่องที่แม้แต่ข้าเองก็ไม่อยากนึกถึงนัก ตอนนี้จึงไม่มีแล้ว”เสวี่ยเฟิงหันใบหน้ามามองหงฮุ่ยหลิง “ท่านเซียนดูจะไม่ค่อยชอบเสียงดังนัก ถ้าเช่นนั้นมาอยู่กับข้าก็ได้” เขาหยิบผลองุ่นขึ้นมาหมุนเล่นก่อนนำเข้าปาก “อย่างน้อยข้าก็รู้จักเงียบกว่าใครหลายคนที่ท่านเคยพบเจอมา”หงฮุ่ยหลิงเอ่ยตอบแทบจะทันทีโดยไม่ต้องคิด “ขอบใจมาก แต่ข้าขอรับเพียงน้ำใจพอ”เสวี่ยเฟิงชะงักไปเล็กน้อยเมื่อถูกปฏิเสธ แววตาไม่เผยความรู้สึกใด เสียงยังคงสุภาพแต

  • เมื่อข้าทะลุมิติไปเป็นตี้จวินบนสรวงสวรรค์   ตอนที่ 7 ตัวข้ามาเยือนบ้านของบุรุษแปลกหน้า

    ทั้งสองเดินเที่ยวชมบ้านเรือนและเขตแดนมาสักพัก หงฮุ่ยหลิงพลันหุบพัดลง เดินขึ้นหน้าเล็กน้อยสองก้าว หันใบหน้ากลับมามองบุรุษด้านหลัง “น้องชาย ข้ายังมิได้ถามเจ้าเลย เจ้ามีนามว่าอะไร?”แผ่นหลังของบุรุษแปลกหน้าตั้งตรง เงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาคมราวเปลวเพลิงเหล็ก “ข้าชื่อหลี่เสวี่ยเฟิง หรือท่านจะเรียกเสวี่ยเฟิงเฉย ๆ ก็ได้”เสวี่ยเฟิง ที่แปลว่า ลมหิมะ เหรอในนิยายต้นฉบับไม่มีตัวละครที่ชื่อเสวี่ยเฟิง งั้นแสดงว่าน้องชายคนนี้ไม่ใช่ตัวละครหลัก แต่เป็นตัวประกอบปลาซิวปลาสร้อยที่ไม่มีบท หรือไม่ก็เป็นชื่อปลอมที่โกหกเพื่อกลบเกลื่อนตัวตนไปตามสถานการณ์“เช่นนั้นเสวี่ยเฟิง บ้านเจ้าอยู่ที่ใด บนสวรรค์ สำนักเซียนพิภพมนุษย์ หรือ แดนปีศาจแห่งนี้”นัยน์ตาสีชาดหรี่ลงช้า ๆ มีประกายประหลาดวูบผ่าน มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มเย็น “ท่านเซียนอยากรู้ไปทำไม? คงมิใช่ว่าท่านคิดจะไป ‘เยี่ยม’ บ้านข้าหรอกกระมัง?”จะใช่ได้อย่างไร ผมแค่ถามเพราะอยากรู้ว่าคุณเป็นทวยเทพองค์ไหนเฉย ๆ บ้านอะไรไม่ได้อยากไปสักนิดหงฮุ่ยหลิงชะงักความคิดไปเล็กน้อยแต่เอ๊ะ! หากไอ้หน้าหล่อนี่เป็นทวยเทพจริง ๆ เขาไม่มีทางยอมบอกว่าบ้านตัวเองอยู่ตรงไหน

  • เมื่อข้าทะลุมิติไปเป็นตี้จวินบนสรวงสวรรค์   ตอนที่ 6 ตัวข้าพบบุรุษแปลกหน้า

    “ตึง!” เสียงชนดังสนั่น ร่างของเขาล้มลงเข้าไปในอ้อมแขนของบุรุษผู้หนึ่ง มือหนาของบุรุษผู้นั้นรับร่างของเขาไว้อย่างมั่นคงโอ๊ย...เจ็บเป็นบ้า เมืองบ้าเมืองบออะไรคนเยอะขนาดนี้ฟะ!หงฮุ่ยหลิงสถบในใจอย่างเหลืออด มิได้สนใจว่าใครพยุงตนอยู่ รีบผละออกจากอ้อมแขนแข็งแกร่งนั้น จัดอาภรณ์ที่ยับนิดหน่อยจากแรงชน คลี่พัดเตรียมเดินต่อ ไม่มีแม้แต่คำว่า ‘ขอบใจ’ กับบุรุษที่ช่วยประคองมิให้เขาล้มหัวทิ่มพื้นสาเหตุมิใช่ว่าเขาไร้มารยาทหรือไม่รู้จักคำว่าน้ำใจแต่เพราะเขาอ่านนิยายเรื่องนี้มาจนรู้จักนิสัยของไอ้นักเขียนจิตวิปริตนั้นดีเกินไปนักเขียนผู้นี้ไม่มีทางเขียนให้แดนปีศาจจะปกติเหมือนแคว้นนครทั่ว ๆ ไป เท่าที่เขาจำได้ ดินแดนของพระเอกในนิยาย ประชากรทุกคนล้วนเป็นผู้มีฝีมือด้านการสังหารและล่อลวงผู้คน หากเผลอไปสบตาใครเข้า เผลอ ๆ อาจตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว“หึ”เสียงหัวเราะแผ่วในลำคอ นัยน์ตาสีชาดเยียบเย็นเสียยิ่งกว่าธารน้ำแข็ง ยามแผ่นหลังสีฟ้านั้นผละหนีโดยไม่คิดเหลียวหลังแม้แต่น้อย“ท่าน...ช้าก่อน”เสียงทุ้มต่ำน่าฟังราวสายลมสารทดังขึ้นจากด้านหลังเสียงนั้นแม้มิได้ดังมากนัก ทว่ากลับหยุดการก้าวเท้าของหงฮุ่ยหลิงทันที

  • เมื่อข้าทะลุมิติไปเป็นตี้จวินบนสรวงสวรรค์   ตอนที่ 5 ตัวข้ามาเยือนแดนปีศาจ

    บรรยากาศในห้องทรงงานก็เหมือนในหนังจีนกำลังภายในเทพเซียนทั่ว ๆ ไป มีโต๊ะไม้อยู่มุมหน้าต่างพอดิบพอดี บนโต๊ะมีหมึกชนิดพิเศษ มีขนนก มีพู่กัน มีกระดาษ มีหน้าต่าง มีพรมขนสัตว์สีขาววางบนพื้นตรงโต๊ะไม้เตี้ย ข้าง ๆ มีกล่องไม้ประณีตไว้ใส่เอกสารสำคัญต่าง ๆหงฮุ่ยหลิงเดินไปนั่งขัดสมาธิบนพื้นพรม หยิบม้วนกระดาษจากในกล่องไม้ขึ้นมาคลี่เปิดอ่าน อ่านมาครึ่งค่อนวันก็เข้าใจขึ้นมาบ้างเล็กน้อยหน้าที่หลัก ๆ ก็มิได้มีอะไรมาก นอกจากคอยจัดการเรื่องร้องเรียนจากเหล่าทวยเทพ แก้ปัญหาเรื่องวุ่นวายเวลามีเหล่าปีศาจขึ้นมาอาละวาดสร้างความเดือดร้อนให้เหล่าทวยเทพ และสร้างธารบำเพ็ญให้เสร็จตามต้นฉบับธารบำเพ็ญที่จะสร้างขึ้นมานี้ มิใช่มีไว้เพียงเป็นแหล่งเลื่อนขั้นพลังวิญาณให้เหล่าทวยเทพ แต่ยังมีไว้เพื่อทรมานลู่ซิงเยียนในต้นฉบับอีกด้วยในต้นฉบับ หงฮุ่ยหลิงไอ้โรคจิตมันอยากให้ลู่ซิงเยียนเป็นตี้จวินองค์ถัดไปต่อจากตน จึงวางแผนให้เขาลงธารบำเพ็ญและใช้คลื่นอัสนีฟาดจนอีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บสาหัสเจียนตาย สุดท้ายพระเอกก็อดรนทนไม่ไหว บุกทะลวงธารบำเพ็ญ ฝ่าคลื่นวารีเพื่อพานายเอกออกมาและนั่นเป็นเหตุให้ไอ้ตี้จวินวิปลาสนั้นโดนกลบเป็นตัวตายตั

  • เมื่อข้าทะลุมิติไปเป็นตี้จวินบนสรวงสวรรค์   ตอนที่ 4 กำเนิดตี้จวิน (3)

    หงฮุ่ยหลิงแทบจะหงายหลังตกบัลลังก์ทองคำ เขาก็คิดอยู่หรอกว่าน่าจะมาตอนต้น ๆ ของนิยาย แต่ใครมันจะไปคาดคิดว่าจะมาตั้งแต่พึ่งจุติเช่นนี้ทั้งที่ในใจมีคลื่นโหมกระหน่ำ แต่ใบหน้ายังคงสงบนิ่งราวฟังเรื่องลมฟ้าอากาศทั่วไป “อย่างนี้นี่เอง”บ้าน่า ๆ ผมพึ่งมาจุติเมื่อกี้เองเหรอ อย่างนั้นก็แสดงว่าผมเข้ามาตอนเริ่มบทของเรื่องเลยน่ะสิ งั้นแสดงว่าไอ้พวกกฎโง่ ๆ ที่ห้ามเลี้ยงหมาแมวก็ยังไม่มี ดูจากเหล่าทวยเทพตอนนี้นายเอกก็ยังไม่แน่ว่าจะขึ้นสวรรค์มาด้วย ถ้าอิงตามต้นฉบับต้องรอประมาณสองสามปีต่อจากนี้ก่อนนายเอกจะขึ้นสวรรค์และกลายเป็นบุปผาเปราะบางที่เหล่าเทพต่างประคมประหงมเช่นนั้นผมก็มีเวลาเหลือเฟือในการวางแผนต่อกรกับพระนายเลยน่ะสิ แบบนี้มันโชคดีในความโชคร้ายชัด ๆ แม้ในใจจะลิงโลดอยากกระโดดโห่ร้องด้วยความปลื้มปีติ แต่สถานการณ์จริงยังวางมาดสุขุมไม่ไหวเอนแม้ลมฝนโหมกระหน่ำ“หย่งจง กฎสวรรค์ยามนี้ใครเป็นผู้ดูแล”หย่งจงเงยหน้าเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ “กระหม่อมเองพ่ะย่ะค่ะ”หย่งจงแม้จะเป็นทวยเทพฝ่ายเอกสาร แต่กลับได้ชื่อว่าเป็นเทพที่โหดเหี้ยมเย็นชา แก่นปราณแข็งแกร่งระดับ เจินเซียน ดำรงรักษากฎสวรรค์อย่างเข้มงวด ไม่อ่อนข้อให

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status