แชร์

ตอนที่ 1/2

last update วันที่เผยแพร่: 2026-06-03 12:17:56

มือเรียวเล็กราวลำเทียนขาวผ่องบอกได้เป็นอย่างดีว่าผู้เป็นเจ้าของร่างนี้เป็นลูกคนมีอันจะกินในระดับคนร่ำรวยไม่น้อยผู้หนึ่ง แขนสองข้างกลมกลึงก่อนที่เธอจะเหยียดปลายเท้าออกไปจนสุดก็ต้องห่อปากเป็นรูปตัวโอกับความงดงามสลักเสลา แม้แต่ปลายเล็บเท้าก็ยังหาที่ติไม่เจอแม่คุณเอ๋ย… 

…แต้มบุญต้องมหาศาลขนาดไหนถึงได้เกิดมาเป็นสตรีงดงามได้ถึงปานนี้!? … 

แล้วภาพจากภายในหัวนี้ที่คาดว่าจะเป็นความทรงจำสุดท้ายก่อนที่เจ้าของร่างจะจากไปก็ค่อย ๆ ผุดสว่างไสวขึ้นมาเป็นฉากเป็นตอน นับจากร่างนี้ในวัยเด็กมีบิดาและมารดาเป็นใครไปจนถึงสัญญาหมั้นหมาย จวบจนถึงงานวันแต่งงานที่พันวารีคิดว่าตนเองนั้นดันฝันเป็นตุเป็นตะไปเองที่แท้ทั้งหมดล้วนเป็นความจริงของเจ้าของร่างนี้คุณหนูรอง ‘จ้าวเล่อเยียน’ บุตรีในท่านแม่ทัพจ้าวแห่งเมืองรั่วหยางของอาณาจักรเทียนสุ่ยนั่นเอง 

นางยังมีพี่ชาย น้องชาย และน้องสาวอีกหลายคน แต่ก็ต่างมารดากันทั้งสิ้น มีเพียงนางที่กำเนิดมาจากฮูหยินเอกของท่านแม่ทัพจ้าว ดังนั้นที่ต้องแต่งกับสกุลมู่หรงจึงต้องเป็นนางเท่านั้น ทว่าช่างน่าเสียดายที่จ้าวเล่อเยียนมีสัญญาหมั้นหมายกับคนพี่แต่ดันไปหลงรักคนน้อง 

เมื่อราวร่วมสองเดือนก่อนนางเพิ่งแต่งเข้ามาเป็นฮูหยินเอกในคุณชายใหญ่เช่นใต้เท้ามู่หรงฮ่าวเฉิน ผู้ดำรงตำแหน่งท่านรองเจ้ากรมอาญาที่มีวัยเพียงยี่สิบห้าปีเท่านั้น ทว่าจากที่อดีตจ้าวเล่อเยียนคิดว่าตนเองจะทนอยู่ร่วมชายคาอาณาเขตเดียวกับชายคนที่ตนแอบรักก็พึงใจแล้วมิคาด หนึ่งเดือนต่อมาก็มีข่าวว่าเขานั้นกำลังจะตบแต่งฮูหยินเอกเข้ามาเป็นสะใภ้รองให้แก่จวนสกุลมู่หรงเสียแล้ว ซึ่งจ้าวเล่อเยียนคงจะยังอดทนได้หากสตรีนางนั้นมิใช่สหายสนิทที่อีกฝ่ายหลอกใช้อาศัยนางเป็นสะพานมาเชื่อมสัมพันธ์จนได้ตบแต่งกับมู่หรงฮ่าวหรานในสี่วันก่อน 

…เจ็บใดไหนเล่าจะเจ็บเท่าคนที่วางใจมาทรยศกัน… 

ดังนั้นในวันวิวาห์ของทั้งสอง จ้าวเล่อเยียนจึงถือเป็นวันจบชีวิตของตนเองลงเช่นกัน แต่ยังดีว่าคนเป็นสามีเช่นมู่หรงฮ่าวเฉินมาพบและลงไปงมร่างของนางขึ้นมาได้ทัน ทว่าถึงจะนับว่าช่วยได้แต่คงช้าไปหน่อยวิญญาณของจ้าวเล่อเยียนจึงจากไปเสียแล้ว 

…เพียะ!… 

“โง่เขลาสิ้นดี จบชีวิตเพราะผู้ชายคนเดียวกับอีเพื่อนสารเลวได้อย่างไรกัน ช่างโง่นัก!…โง่แบบอันลิมิเต็ดมากกกกก” 

“!!!…” จู่ ๆ คุณหนูของฟางหรูก็ยกเข่าขึ้นมาหนึ่งข้างแล้วตบลงไปบนต้นขาอีกข้างเสียงดังฉาดใหญ่แถมยังพ่นภาษาอะไรที่นางเองก็ฟังแล้วมึนงงไปหมดหรือว่า??? … 

…คุณหนูจะถูกปีศาจเข้าสิงร่าง!!!… 

พอคิดได้ดังนั้นฟางหรูก็ถึงกับตาเหลือกลานแล้วลุกขึ้นวิ่งจนหกล้มก็ยังคงมีแก่ใจคลานต่อไปจนถึงเรือนของฮูหยินผู้เฒ่า และนายท่านผู้เฒ่ามู่หรงจนได้ 

“เหล่าฮูหยิน!…เหล่าฮูหยินเจ้าคะเกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ!” 

ฟางหรูล้มลุกคลุกคลานจนไปถึงหน้าเรือนหลังใหญ่ ที่บัดนี้นั้นหนึ่งหญิงสูงวัยอายุคงราวห้าสิบปีกับบุรุษในวัยหกสิบปีกำลังนั่งละเลียดดื่มน้ำชาหลังมื้ออาหารอยู่ที่ภายในโถงกลางเรือน จนฝ่ายสตรีแทบทำถ้วยน้ำชาพลัดหลุดมือเข้าเสียแล้ว 

“โอ๊ย!...ฟางหรูเจ้าเสียสติไปแล้วหรือไรจึงเอ็ดอึงเช่นนี้ หรือว่า…สะใภ้ใหญ่!...สะใภ้ใหญ่ของข้านางเป็นอันใดไปเร่งกล่าวมา!” 

หลวนชิวเหนียงผู้เป็นฮูหยินเอกในท่านอัครมหาเสนาบดีมู่หรงฮ่าวหนานถึงกับผวาเร่งวางถ้วยน้ำชาในมือลงทันใด เพราะสำหรับนางแล้วสะใภ้ใหญ่ผู้เห็นกันมาแต่เล็กแต่น้อยด้วยความเอ็นดูนั้นนั้นสำคัญยิ่งนัก

“ปีศาจ…ปีศาจเจ้าค่ะ ฮูหยินใหญ่คงถูกปีศาจร้ายเข้ามาสิงร่างแล้วเป็นแน่!” 

“หา…เจ้ากล่าวว่าอย่างไรนะ!?” 

คราวนี้มิใช่ฮูหยินผู้เฒ่ามู่หรงแล้วที่แตกตื่นตกใจ แม้นแต่ท่านอัครมหาเสนาบดีมู่หรงเองก็แตกตื่นตกใจไม่แพ้ภรรยาของตนเองจึงร้องถามแทรกขึ้นโดยที่หลวนชิวเหนียงยังมิทันได้ขยับปากเลยด้วยซ้ำ 

“ฮูหยินใหญ่นางฟื้นคืนสติขึ้นมาแล้วทว่า…ทว่า…” 

ฟางหรูนั้นมิทราบว่าตนเองจะอธิบายอย่างไรเพราะที่คุณหนูของนางนั้นฟื้นคืนสติมาราวกับปฏิหาริย์ตนย่อมดีใจอย่างยิ่ง ทว่าพอฟื้นคืนสติกลับมากิริยาเรียบร้อยนุ่มนวลพลันมลายหายไปจนสิ้นไม่พอ จ้าวเล่อเยียนยังพูดจาภาษาอันแปลกประหลาดจนนางเกรงไปเสียแล้วว่าที่ฟื้นขึ้นมาอาจมิได้เป็นคุณหนูของตนเอง หากแต่อาจเป็นภูตผีหรือเหล่าปีศาจมาแฝงกายของจ้าวเล่อเยียนเสียแล้ว 

สองผู้เฒ่าซึ่งยังคงมีอำนาจที่สุดในจวนสกุลมู่หรงแห่งนี้ต่างมองหน้ากันแล้วเลิกจะสอบถามเอาความจากสาวใช้ของสะใภ้ใหญ่เช่นฟางหรู ต่างวางถ้วยน้ำชากับขนมแล้วเร่งก้าวฝีเท้าไปยังเรือนแสงจันทร์ของจ้าวเล่อเยียนเพื่อดูด้วยสายตาของพวกเขากันเองทันที 

ฝ่ายทางคนเพิ่งข้ามภพข้ามมิติหรือข้ามอะไรก็ช่างเถอะ รู้เพียงตนเองตื่นขึ้นมาในร่างของผู้หญิงที่สวยบรรลัยเอิ่ม…งามล่มบ้านล่มเมืองนั่นจึงถูกต้องสินะ…คิดตกเสร็จแล้วพันวารีหรือบัดนี้ขอเป็นจ้าวเล่อเยียนอย่างเต็มกายและเต็มวิญญาณก็ก้าวเท้าลงจากเตียงนอนทรงโบราณหลังโตที่ตบแต่งดงามประณีต กว่าที่นางเคยเห็นในฉากตามซีรีส์จีนพีเรียดที่ชอบติดตามบ่อย  ๆ เพราะผู้หล่องานดีนั่นเอง 

คนที่อยู่ในเสื้อแขนยาวเนื้อบางกับกางเกงที่คาดว่าคงมีเอาไว้สวมนอนเพียงเท่านั้น เพราะเนื้อผ้าบางและนุ่มนิ่มแนบเนื้อมากคล้ายกับชุดนอนที่บ้านของตนเองเลยเดาไปอย่างนั้น สาวน้อยผลักบานหน้าต่างก่อนเป็นสิ่งแรก เพราะอยากมองเห็นสภาพทิวทัศน์ภายนอกห้องบ้าง แล้วนางก็ต้องห่อปากอีกครั้งเมื่อแลเห็นมิหะสีขาวสะอาดจับไปตามกิ่งไม้ใบหญ้าจนทั่วไปแม้แต่พื้นดิน 

…นี่เอง เสื้อผ้าบางขนาดนี้เลยหนาวไปจนลำไส้จะแข็งเช่นนี้… 

คนที่หนาวจนสั่นจึงหันไปหยิบผ้าห่มผืนโตมาห่อกายแล้วจึงเดินลากมันไปกับพื้นทั้งอย่างนั้น เพราะต้องยอมรับนั่นแหละว่าตนเองกำลังอาลัยอาวรณ์ชีวิตเดิม ก็ใครบ้างที่จะทำใจได้เพียงชั่วเวลาอันแสนสั้นที่ตนเองถึงแก่ความตายลงไปอย่างไม่ทันตั้งเนื้อตั้งตัว ยังคิดถึงคุณแม่ผู้ใจดีอ่อนหวาน คิดถึงบิดาที่ต่อให้จะชอบแสดงความรักด้วยเงินและเงิน แต่คุณป๊าของนางก็ไม่เคยตีหรือดุด่าตนเองเลย 

ไหนจะสองเพื่อนสนิทที่วาดฝันร่วมกันถึงชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย ว่าพวกตนจะใช้มันอย่างสุดเหวี่ยงในเวลาสี่ปี และถึงร่างกายเก่าจะไม่ได้งดงามเฉิดโฉมดังร่างกายใหม่นี้ แต่อย่างไรคนเราย่อมอาลัยอาวรณ์ชีวิตเดิมที่ใช้มาถึงสิบแปดปี วิถีทางเดิม สภาพแวดล้อมเดิม สีสัน รวมไปถึงความคุ้นเคยเดิมมันยังฝังลึกอยู่ภายในดวงวิญญาณของพันวารีมิได้จางหายไปดังกับร่างกายที่แตกสลายไปแล้ว 

ดวงตาคู่สวยทอดมองทิวทัศน์ที่มีเพียงสีขาวของหิมะกับสีน้ำตาลของต้นไม้ใหญ่ มองไปจนสุดสายตาก็มีเพียงเท่านี้ขนาดบนยอดหลังคาก็ยังมีหิมะเกาะติดอยู่หนาแน่น จนจ้าวเล่อเยียนคนใหม่ถึงกับถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายและเบื่อหน่ายจนอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ไม่หมดจริง ๆ 

สุดท้ายนางก็รู้สึกถึงความเย็นที่กำลังกลิ้งลงมาจากดวงตาทั้งสองข้าง นางจึงยกมือขึ้นแตะสัมผัสดูจึงค่อยพบว่ามันคือน้ำตา…นี่นางกำลังร้องไห้อยู่สินะ? …หนึ่งชีวิตจบลงแล้ว อีกหนึ่งชีวิตกำลังจะเริ่มต้นขึ้นใหม่ 

เด็กสาวคิดมาถึงตรงนี้จึงยกสองมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้มันแห้งไปเสีย ในเมื่อมิอาจเลือกได้นางก็คงมีเพียงก้มหน้ายอมรับมันและดำเนินชีวิตต่อไป จบสิ้นไปแล้วกับชีวิตของคุณหนูพันวารี มันจบลงไปแล้วนี่คือเรื่องจริง และอีกหนึ่งชีวิตของคุณหนูรองจ้าวเล่อเยียนก็ได้เริ่มขึ้นแล้วตั้งแต่ที่นางลืมตาขึ้นมาเมื่อครู่ใหญ่ 

…ผ่าง!!!… 

“!!!” 

เสียงของประตูเรือนถูกผลักเข้ามาบังเกิดเสียงดังสะเทือน จนจ้าวเล่อเยียนที่กำลังนั่งหมดอาลัยตายอยากกับชีวิตใหม่ที่ได้มาอย่างงุนงงพลันสะดุ้งเฮือก พอเห็นหนึ่งสตรีสูงวัยที่ยังงามสง่ากับบุรุษท่าทางภูมิฐานที่มีคนซึ่งในความทรงจำของจ้าวเล่อเยียนคนเก่าว่าเป็นสาวใช้คนสนิทนามว่า’ ฟางหรู’ ที่ติดตามมาจากรั่วหยางบ้านเดิมของเจ้าของกายนี้เป็นผู้ติดตามมาแต่ยืนอยู่ด้านหลังของทั้งสองออกไปราวหนึ่งช่วงแขน 

…งานเข้าว่ะนางพันซ์… 

คนที่ยังไม่ทันตั้งตัวและเตรียมใจจะพบผู้คน แต่เห็นทีสวรรค์จะทดสอบนางเร็วไวเข้าแล้ว จ้าวเล่อเยียนหลับตาลงทบทวนว่าสองคนซึ่งมาใหม่นี้เป็นใครเกี่ยวข้องกับนางเช่นไร และเพียงครู่คำตอบก็สว่างวาบขึ้นภายในความทรงจำ…มู่หรงฮ่าวหนานพ่อสามีของนาง…หลวนชิวเหนียงแม่สามี…เอ็นดูและรักใคร่ร่างกายนี้อย่างยิ่ง! 

“Hi…ท่านพ่อสามี…Hi…ท่านแม่สามี” 

“!!!” 

“!!!” 

“!!!” 

ทั้งสามร่างถึงกับเหงื่อกาฬไหลซึมใบหน้า เมื่อคนที่เคยย่อกายเรียบร้อยทำความเคารพบิดาและมารดาสามีทุกครั้งที่พบหน้ากลับลุกขึ้นมาโบกมือไหว ๆ แล้วก็กล่าวคำประหลาดที่ฟังเข้าใจกึ่งหนึ่งไม่เข้าใจเสียอีกกึ่งหนึ่ง ฝ่ายจ้าวเล่อเยียนคนใหม่ที่คิดว่าตนเองก็ทักทายบิดาและมารดาสามีออกไปไม่ถูกต้องกระมังพวกเขาจึงตะลึงพรึงเพริดกันไปทั่วหน้าเช่นนั้น 

…สงสัยภาษาอังกฤษจะไม่โอเค? … 

“เช่นนั้นสะใภ้กราบเจ้าคุณพ่อเจ้าคุณแม่สามีนะเจ้าคะ” 

มิเพียงกล่าวด้วยปากเท่านั้น แต่หญิงไทยใจงามที่มีมารดากิริยามารยาทงดงามแล้ว นางยังมีพี่เบลล่าเป็นต้นแบบจึงเร่งสลัดผ้าห่มผืนหนาให้พ้นกาย แล้วก้มลงไปกราบพวกท่านทั้งสองด้วยท่าเบญจางคประดิษฐ์ที่ได้ร่ำเรียนรำไทยเป็นวิชาเสริมมาด้วยคะแนนสูงพอสูสีถึง 20 คะแนน ซ่อมแล้วซ่อมอีกอยู่สองเทอมจึงผ่านแล้วเงยหน้าขึ้นไปฉีกยิ้มหวานหวาดเยิ้มที่สุดเท่าที่นางเคยยิ้มมาตลอดสิบแปดปี 

“ฟางหรู!” 

เป็นหลวนชิวเหนียงที่ได้สติก่อนผู้เป็นสามีจึงร้องเรียกหาสาวใช้คนสนิทของสะใภ้ใหญ่ด้วยเสียงเอ็ดอึง จนขนาดจ้าวเล่อเยียนคนใหม่ยังถึงกับสะดุ้งผวาถอยหลังไปเสียอีกหลายช่วงแขน 

…ตรูเริ่มอะไรผิดไปเหรอ? … 

นั่นคือความคิดของหญิงสาวที่ลงไปนั่งพับเพียบเรียบร้อยเก็บมือเก็บเท้าระวังกิริยาอย่างสุดความสามารถ โดยที่จ้าวเล่อเยียนคงจะหลงลืมว่าบัดนี้ตนมิได้ย้อนไปในยุคของแม่หญิงการะเกดกับพี่หมื่นของนาง แต่ตนเองนั้นมาอยู่ในสถานที่กึ่งคล้ายจีนโบราณต่างหาก! 

“เร่งให้ท่านพ่อบ้านใหญ่จวงไปเชิญนักหลวงจีนและซินแสมาเดี๋ยวนี้!!!” 

…ซินแสกับหลวงจีนนี่ใช่ที่แปลว่าหมอผีหรือไม่???? … 

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมื่อคุณหนูตัวร้ายกลายเป็นฮูหยินยืนหนึ่ง   ตอนที่เศษ

    ตอนพิเศษนับจากวันนั้นที่จ้าวเล่อเยียนไปอำลาน้องสามีจากใจจริงก็ผ่านมาร่วมหกเดือน บัดนี้เหลาอาการ ‘เฉินเล่อ’ ก็ตกแต่งสำเร็จและพร้อมปิดร้านเปิดกิจเป็นวันแรก แขกมากมายนั้นมาจนเต็มแน่น เพราะวันนี้นางลงทุนลดค่าอาหารทุกเมนูถึงครึ่งราคาทุกจาน แถมร้านนั้นอยู่ในทำเล ‘ทอง’ ไม่พอท่านผู้เฒ่ามู่หรงฮ่าวหนานกับเหล่าฮูหยินต่างลุกขึ้นมาประกาศออกไปอย่างไม่อับอายผู้ใดว่าร้าน ‘เฉินเล่อ’ แห่งนี้คือกิจการของบุตรชายคนโตมู่หรงฮ่าวเฉินร่วมกันเปิดขึ้นมากับสะใภ้ใหญ่ ‘จ้าวเล่อเยียน’ บุตรีคนรองของท่านแม่ทัพจ้าวจึงทำให้คนทั่วเมืองหลวงของเทียนสุ่ยนั้นต่างก็อดจะสนอกสนใจอยากมีพิสูจน์รสชาติและสีสันของอาหารกันถ้วนหน้า“คนมากจริง ๆ เหนื่อยแย่เลย พักก่อนดีหรือไม่?”มู่หรงฮ่าวเฉินเดินเข้ามาดูภายในห้องครัวเห็นทุกคนวุ่นวาย ก็สงสารภรรยายิ่งนัก เพราะนางไม่เคยวางตนเองเป็น ‘นายหญิง’ ทว่านางทำตนเองเสมอภาคกับคนภายในครัวทุกอย่าง ปรุงอาหาร จัดจานเอง มีเพียงไม่ได้เดินออกไปส่งอาหารตามโต๊ะเองก็เพียงเท่านั้น“ไม่เหนื่อยเลยเจ้าค่ะพี่ฮ่าวเฉิน ยิ่งคนมากเสี่ยวเยียนยิ่งมีความสุข”พวงแก้มแดงระเรื่อมีหยาดเหงื่อเกาะแพรวพราวแต่ดวงตาคู่นั้นสดใสง

  • เมื่อคุณหนูตัวร้ายกลายเป็นฮูหยินยืนหนึ่ง   ตอนจบ

    และแล้วกำหนดเดินทางก็มาถึงเร็วไวยิ่งนัก มู่หรงฮ่าวเฉินเดินมาส่งภรรยาด้วยใบหน้าเคร่งเครียดไม่น้อยด้วยต้องจากกันไกลไปถึงห้าร้อยลี้ เดินทางก็ถึงหกวันกว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง แต่คนไม่ชอบพูดมากหรือแสดงกิริยาใดภายนอก วันนี้จึงเพียงดึงภรรยามากอดจนแน่นกระซิบกระซาบแผ่วเบาว่า “หากงานพี่เสร็จเร็วจะเร่งตามไปรับเจ้ากลับเรือนของเรานะเสี่ยวเยียน” ซึ่งเพียงเท่านี้สำหรับเขาแล้วนับว่ามากจนจ้าวเล่อเยียนนั้นยังตกอกตกใจเลย ดังนั้นมู่หรงฮ่าวหรานที่มาแอบมองยังต้องกำหมัดแน่นเพราะเริ่มทราบแล้วว่าพี่ชายตนเองนั้นมีใจให้จ้าวเล่อเยียนมากเพียงใด“เสี่ยวเยียนจะรอนะเจ้าคะ”นางจับมือแกร่งมาบีบแล้วยิ้มอ่อนหวานและเอ่ยทิ้งท้ายจากนั้นจึงก้าวขึ้นรถม้าที่มีเฉินกุ้ยถิงกับฟางหรูนั่งรออยู่ภายในก่อนแล้ว เมื่อรถม้าเคลื่อนออกไปนางก็ยังเปิดผ้าม่านของรถม้าออกมาโบกมืออำลาคนหน้าขรึมที่ยังยืนอยู่จนเงาร่างนั้นลับสายตาไปจ้าวเล่อเยียนจึงกลับมานั่งรถม้า เดินทางไกลเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้มาอยู่ยังแผ่นดินเทียนสุ่ยแห่งนี้ สาวน้อยที่เติบโตเป็นหญิงสาว แล้วมองสำรวจถนนหนทางและสภาพแวดล้อมของบ้านเมืองที่รถม้าผ่านไปด้วยความตื่นตาตื่นใจ ผ่านไปหกวันไ

  • เมื่อคุณหนูตัวร้ายกลายเป็นฮูหยินยืนหนึ่ง   ตอนที่ 50

    สตรีเราจะมัวมานั่งจิบน้ำชากินของว่างหายใจทิ้งเวลาให้หมดลงไปวันต่อวัน แล้วปล่อยให้บุรุษที่ออกไปทำงานมาทำตนเป็นใหญ่ในจวน คิดจะตบแต่งอนุภรรยาก็แต่ง คิดจะรับสตรีบำเรอก็ทำ มันไม่ใช่แนวของนาง เพราะสำหรับนาง สามีเขามีงานในส่วนที่เขาต้องรับผิดชอบ นางเองก็มีความฝันมีสิ่งที่อยากจะทำเช่นกันเรียกได้ว่าชีวิตคนเราไม่แน่นอน วันใดขาดเขาพวกสตรีเช่นเราต้องอยู่ได้ ไม่ใช่ขาดเขาแล้วเราหมดสิ้นคุณค่าไปทุกสิ่ง ชีวิตอันสดใสจบสิ้นไร้สีสันมีเพียงสีดำและสีเทาครอบคลุมไปชั่วชีวิตที่เหลือนั่นมันไม่ใช่แล้ว“วันนี้ลองจับมีดนี้ดู ข้าสั่งทำมาเพื่อเจ้า แกะสลักนี้มีดคือสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะมันจะต้องพอเหมาะกับมือ คล้ายกับเจ้ากับมีดนั้นต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน”จ้าวเล่อเยียนจดจำคำสอนนี้มาจากมารดาในอดีต ก่อนจะมาแต่งงานกับบิดาของนางท่านนั้นเป็นอาจารย์สอนวิชาคหกรรมศาสตร์มาก่อน เรื่องแกะสลักนี้ อดีตคุณหนูพันซ์จึงนับว่าเชี่ยวชาญมาตั้งแต่สิบขวบเห็นจะได้ มีดกับมือและใจของคนที่จะสลักลวดลายลงไปนั้นต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน เช่นกับพ่อครัวบางคนที่นางเคยได้ฟังมาว่าเขาต้องมีมีดส่วนตัว ไปจนถึงกระทะและตะหลิวที่พิเศษ มีเพียงเขาจับและใช้ได้เพ

  • เมื่อคุณหนูตัวร้ายกลายเป็นฮูหยินยืนหนึ่ง   ตอนที่ 49

    พอมาถึงมื้อเช้า จ้าวเล่อเยียนนั้นจึงแจ้งให้แก่บิดาและมารดาของสามีได้ทราบว่าตนเองจะขออนุญาตพวกท่านกลับไปบ้านเดิมโดยเล่าถึงจุดประสงค์ของนางเรื่องจะรับเอาเฉินกุ้ยถิงมาเป็นคนของสกุลจ้าว สองผู้เฒ่าได้ฟังก็อยากจะเห็นเด็กสาวที่สะใภ้ใหญ่ถูกตาต้องใจจนถึงขนาดจะให้ใช้สกุลจ้าว ไม่พอยังจะส่งเสริมให้เด็กสาวไปเรียนอย่างจริงจังในสำนักศึกษาของเทียนสุ่ยอีกด้วย เลยอยากพบหน้าสักหนึ่งครั้ง“เสี่ยวชุ่ยไปเรียกอาถิงมาคารวะนายท่านกับเหล่าฮูหยินเร็วเข้า”พอได้โอกาสจ้าวเล่อเยียนจึงเร่งให้สาวใช้ของตนเองนั้นไปพาเอาเฉินกุ้ยถิงมาคารวะท่านผู้เฒ่าทั้งสองทันที ส่วนคนอื่นบนโต๊ะกินข้าวนอกจากมู่หรงฮ่าวเฉินก็ล้วนอยากเห็นเด็กสาวที่มากความสามารถทั้งฝีมือทำอาหารและจัดตกแต่งผลไม้กับจัดตกแต่งดอกไม้อย่างงดงามได้เร็วไวมากเช่นนี้“เสี่ยวถิง คารวะนายท่านกับเหล่าฮูหยินเสีย ทางด้านนั้นคือคุณชายรอง ด้านนั้นคุณชายห้าและสะใภ้ห้า”จ้าวเล่อเยียนแนะนำทุกคนบนโต๊ะอาหารที่อาหารถูกเก็บไปเรียบร้อยแล้วเหลือเพียงถ้วยน้ำชาหลังมื้ออาหารของแต่ละคนเพียงเท่านั้น ซึ่งวันนี้เฉินกุ้ยถิงสวมอาภรณ์สีเหลืองอ่อน ผมนั้นถูกรวบไว้เป็นมวยก้อนกลมคล้ายซาลาเปาอยู่ส

  • เมื่อคุณหนูตัวร้ายกลายเป็นฮูหยินยืนหนึ่ง   ตอนที่ 48

    นางยังคงอยู่ในเสื้อคลุมครบครัน แต่บุรุษผู้เป็นสามีนั้นเปลือยเปล่าอวดโฉมแข็งแกร่งกำยำจนจ้าวเล่อเยียนมองแล้วกลืนน้ำลายแทบไม่ลงคอ นางทรุดลงไปคุกเข่า พร้อมสองมือตรงเข้าโอบประคองท่อนลำเอ็นแกร่งเอาไว้แล้วเหลือบสายตาขึ้นไปประสานสายตากับสามีราวกับจะกล่าวขออนุญาต 'กลืนกิน’ อีกฝ่ายให้หายกระหายหิว ซึ่งอีกฝ่ายก็ส่งสายตาลงมาว่าจงเร่งลง ‘ลิ้น’ เถิด แล้วเพียงนางตวัดปลายลิ้นลงไปทักทายปลายหัวบากบานใหญ่ราวดอกเห็ดนั้น มู่หรงฮ่าวเฉินก็ถึงกับถอยหลังไปพิงกับถังอาบน้ำไปใหญ่สองมือเอื้อมไปกำขอบถังไม้เอาไว้แน่น ยิ่งนางดูดกลืนด้วยกิริยาอร่อยลิ้นหนักหนา คุณชายใหญ่ก็แทบจะทรงตัวยืนอีกต่อไปไม่ไหว แน่นอนว่าเขาที่มีอายุขนาดนี้ย่อมมิใช่บุรุษผู้ถือครองพรหมจรรย์ แต่ไม่เคยมีสตรีใดเอาอกเอาใจปรนเปรอเขาจนแทบแตกสลายเพียงเรียวปากงามกับลิ้นนุ่มสัมผัสส่วนปลายเท่านั้นเช่นที่จ้าวเล่อเยียนนั้นทำให้แก่เขา“ปล่อยมันออกมาเจ้าค่ะ อย่าเสียดาย เสี่ยวเยียนรอดื่มกินท่านพี่อยู่นะเจ้าคะ”สายตาออดอ้อนอ่อนหวานมาพร้อมกันกับน้ำเสียงยั่วยวนเป็นธรรมชาติ แล้วนางก็ก้มลงไป ‘จัดการ’ เขาต่อ นางเริ่มจากกดจุมพิตไปที่ขาพับด้านใน จนถึงถุงทองสองใบนั้นนางกล

  • เมื่อคุณหนูตัวร้ายกลายเป็นฮูหยินยืนหนึ่ง   ตอนที่ 47

    หลังจากนั้นอีกสามวันต่อมาเด็กสาวเช่นเฉินกุ้ยถิงก็ถูกหนิงเจียวและหมิงเซินพามาส่งจนถึงจวนสกุลมู่หรง พอพบหน้าจ้าวเล่อเยียนก็ยิ้มแย้มแล้วเดินตรงไปต้อนรับเด็กสาวทันที นางดีใจมากที่สุดท้ายตนเองก็สามารถช่วยชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งไม่ให้ต้องใช้ร่างกายสนองราคะของบุรุษเพื่อดำรงชีวิตอยู่รอด คนเรามีสองมือ สองเท้า หนึ่งสมอง สองใบหู สองดวงตากับหนึ่งจมูกเช่นกัน ถึงกำลังสตรีจะน้อยกว่าบุรุษแต่เชื่อเถิดสตรีนั้นก็มิได้มีสมองไม่น้อยกว่าบุรุษเช่นกัน“ไหนเข้ามานั่งตรงนั้นสิอาถิง” จ้าวเล่อเยียนกวักมือเรียกเด็กสาวที่หน้าตาหมดจดวัยสิบสามปีให้ขยับเข้ามาใกล้ อดีตนางไม่เคยมีน้องแม่เดียวกัน ถ้าต่างมารดานั้นนับหัวไม่ถูก แต่เด็กสาวตรงหน้านั้นนางถูกชะตายิ่งนัก ต้องจับอาบน้ำขัดถูคราบไคลแล้วก็หาอาภรณ์สะอาดสะอ้านให้สวม กับสระผมและตัดให้เข้ารูปเข้าทรงอีกหน่อย รับรองได้เลยว่าเฉินกุ้ยถิงย่อมงดงามราวนางอุทัยเทวีเป็นแน่“มานี่ดีกว่า เสี่ยวชุ่ยเจ้าไปเตรียมน้ำอุ่นให้ข้าหน่อย”คิดแล้วหญิงสาวก็ต้องลงมือทำเลย ขั้นแรกนางจึง ‘ต้อน’ ลูกห่านป่าของนางไปอาบน้ำสระผมทำความสะอาดร่างกาย ขัดถูผิวพรรณจนสะอาดเอี่ยมอ่องภายในเวลาร่วมสองชั่วยาม ท

  • เมื่อคุณหนูตัวร้ายกลายเป็นฮูหยินยืนหนึ่ง   ตอนที่ 8

    “เอ่อ…ไยพี่ฮ่าวเฉินจึงไม่ตอบเล่อเยียนแม้เพียงครึ่งคำเล่าเจ้าคะว่าอร่อยหรือไม่?”สุดท้ายคนที่นั่งพูดอยู่คนเดียวจนน้ำลายจะแห้งมหาสมุทรก็อดรนทนไม่ไหวต้องเอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมาเพราะคงมีเพียงเท่านี้จึงจะสามารถง้างปาก ‘พ่อก้อนศิลายักษ์’ ตรงหน้าของนางได้แล้วละ“ในยามกินอาหารข้าไม่ชอบพูดปาก เคี้ยวอา

  • เมื่อคุณหนูตัวร้ายกลายเป็นฮูหยินยืนหนึ่ง   ตอนที่ 7

    “เจ้าค่ะท่านแม่สามี”จะให้นางกล่าวอันใดไปได้มากกว่านั้นอีก ในเมื่อมารดาสามีเอ่ยบอกเช่นนั้นจึงเป็นอันว่าเย็นนั้นนางจึงต้องไปยืนรอ ‘ท่านพี่ฮ่าวเฉิน’ กลับจากกรมอาญาอย่างที่จ้าวเล่อเยียนในอดีตมิเคยทำมาก่อนเลยตลอดสองเดือน ดังนั้นพอรถม้าคันโตมาหยุดนิ่งไล่เรียงกันถึงสามคันก็ทำเอาบุรุษทั้งสามที่ก้าวลงจากรถ

  • เมื่อคุณหนูตัวร้ายกลายเป็นฮูหยินยืนหนึ่ง   ตอนที่ 6

    เดิมชมหิมะและดอกเหมยจนหนาวเสียเรียวปากซีดเผือด จ้าวเล่อเยียนก็เดินมาถึงเรือนใหญ่ที่เป็นจุดหมายของคนตัวเล็กตั้งแต่ต้น นางสูดลมหายใจเข้าท้องจนเต็มแล้วปล่อยออก ที่ทำเช่นนั้นก็เพราะเด็กสาวกำลังระลึกไปถึงความหลังว่าจ้าวเล่อเยียนในอดีตนั้นเคยกระทำตนเช่นไรกับมารดาของสามีผู้นี้บ้าง เพราะต่อให้นางจะยังคงควา

  • เมื่อคุณหนูตัวร้ายกลายเป็นฮูหยินยืนหนึ่ง   ตอนที่ 5

    “คำตอบช่างใจดำเสียจริง ต้าซ้อนั้นแสนจะงดงามปานล่มเมืองมิอาจจะละลายน้ำแข็งในใจของพี่ใหญ่ได้บ้างเซียวหรือ?” คนอารมณ์ดีอยู่เสมอยังเอ่ยปากหยอกเย้าผู้เป็นพี่ชายโดยแท้เพียงคนเดียวอย่างเห็นเป็นสนุกเสียมิได้“หากจะกล่าวว่าข้านั้นมีใจดำอำมหิตต่อเล่อเยียนแล้วตัวของเจ้าเล่ามิเรียกว่าอำมหิตกว่าข้าหลายหมื่นเท่า

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status