เมื่อคุณหนูตัวร้ายกลายเป็นฮูหยินยืนหนึ่ง

เมื่อคุณหนูตัวร้ายกลายเป็นฮูหยินยืนหนึ่ง

last updateآخر تحديث : 2026-07-18
لغة: Thai
goodnovel18goodnovel
لا يكفي التصنيفات
57فصول
1.3Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

ข้ามภพทั้งทีขอสามีรักเดียวใจเดียวไม่ได้หรือไร ไยนางต้องมาโผล่ในร่างฮูหยินเอกแสนจะอ่อนแอและเจ้าน้ำตาถูกอนุภรรยารังแกด้วยซวยอีหลี!หึ!แต่นับจากนี้พวกเจ้าจะได้รู้หากข้าจะเป็นฮูหยินข้าต้องยืนหนึ่งเท่านั้น!

عرض المزيد

الفصل الأول

บทนำ

บทนำ

‘พันวารี นพรัตน์’ เธอคือคุณหนูสุดจี๊ดวัยสิบแปดปีที่ใครตบมาแม่ถีบกลับ ใครต่อยมาแม่ก็เตะคว่ำ อาจเพราะเธอเกิดมาในบ้านที่บิดามีเมียมาก ใช่…ฟังไม่ผิด เด็กสาวเป็นลูกสาวเสี่ยใหญ่วัยห้าสิบห้าปี นามของเขาคือนาย’ วิโรจน์ นพรัตน์’ ที่มีภรรยาเอกหรือเมียแต่งเช่นคุณ ‘สุภาพรรณ นพรัตน์’ ซึ่งมีร่างกายไม่แข็งแรงหลังจากแต่งงานกันถึงสิบสามปีจึงค่อยมีบุตรสาวเช่นเด็กหญิงพันวารีออกมา ดังนั้นข้ออ้างของผู้ชายเจ้าชู้มักมากจึงเกิดขึ้นมาโดยโยนความผิดให้ฝ่ายภรรยาว่าให้ความสุขเขาไม่ได้ ให้ทายาทสืบสกุลแก่เขาก็ยิ่งไม่ได้ จึงต้องไปมีหญิงอื่นมาทำหน้าที่แทน 

…โคตรเห็นแก่ตัวบรรลัยเลยคุณว่าไหม?… 

ดังนั้นเด็กสาวเกิดมาเป็นลูกของเมียหลวงก็จริง แต่เธอดันกลับมีพี่ชายและพี่สาวต่างมารดาที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันอีกสองคน เรียกว่าได้ว่าเด็กสาวนั้นเป็นบุตรสาวคนเล็ก แต่จะคนเล็กหรือตัวเล็ก ทว่าพันวารีไม่ใช่เด็กสาวที่เหล่ามารดาเลี้ยงหรือเหล่าพี่ ๆ จะมาจิกศีรษะเอารัดเอาเปรียบเธอได้เด็ดขาด เพราะมารดาเป็นพวก ‘อะไรก็ได้’ แค่ยืนอยู่ในตำแหน่ง ‘ที่หนึ่ง’ ก็พอดังนั้นพันวารีจึงเป็นตัวแทนของมารดาด้วยการด่ามาตบกลับ กัดมาแม่ถีบยับ!!! 

“แม่ไปบวชชีคราวนี้ หนูแน่ใจหรือว่าจะไม่ไปกับแม่จริง ๆ น่ะหนูพันซ์” 

คุณสุภาพรรณ สตรีวัยเพียงสี่สิบหกปีแต่กลับทำตัวถือศีลธรรมะธัมโมราวกับคนอายุสักหกสิบถึงเจ็ดสิบปี กระนั้นก็คงเพราะเธอเบื่อหน่ายกับเหล่าผู้หญิงของสามีที่มีมากมายจนนางไม่คิดจะนับ ใครอยากตบตีแย่งชิงสามีกันคุณสุภาพรรณก็ปล่อยไป นางสนใจก็เพียงแก้วตาดวงใจเช่นพันวารีเท่านั้น ส่วนสามีหากเขากลับมานางมีหน้าที่ใดก็ดูแลกันไปแทบจะเป็น ‘เพื่อน’ กันมากกว่าจะเป็น ‘คู่สามีภรรยา’ กันเสียแล้ว 

“หนูพันซ์มีนัดกับยายจอยแล้วก็นางโอ๋ค่ะแม่ว่าสงกรานต์นี้เราจะไปน้ำตกกัน ปิดเทอมทั้งทีขอให้หนูพันซ์ไปปีนเขาเที่ยวป่าบ้างเถอะค่ะ ไปวัดน่ะหนูไปมาทุกปีแล้วน้า…แม่จ๋า…หนูพันซ์อยากไปน้ำตกจริง ๆ …นะ…นะ…นะคะแม่” 

เด็กสาวที่เพิ่งสลัดชุดมัธยมปลายกำลังจะก้าวไปสู่รั้วมหาวิทยาลัยตรงเข้าไปออดอ้อนมารดาที่เธอทั้งรัก เคารพ และอดจะเห็นใจท่านเสียมิไม่ได้ เพราะคุณสุภาพรรณนั้นเป็นเมียหลวงแห่งชาติมากในสายตาของเด็กสาว 

ไม่ว่าบรรดาเมียน้อยของบิดาคนไหนมาวุ่นวายระรานแต่มารดาของเธอก็เพียงแค่นยิ้มแล้วก็เดินหนีขึ้นห้องพระสวดมนต์จนพันวารีต้องร้องเรียกอีกฝ่ายว่า’ คุณแม้ **เนื่องจาก ม.ม้าไม่สามารถผันด้วยวรรณยุกต์ตรีได้**’ อยู่บ่อยครั้งในวัยเด็ก หากพอเธอเข้าวัยสิบเอ็ดขวบบิดานั้นถึงขนาดพาเมียน้อยกับลูกนอกสมรสที่อายุมากว่าเธอนับสิบปีมาอยู่ร่วมคฤหาสน์เดียวกัน ตั้งแต่วันนั้นมาจะร้ายมาเพียงใด แรงมาเท่าไร พันวารีบ่เคยหวั่นไหว เด็กสาวสู้กลับชีวิตลูกเมียหลวงแทบทุกวัน 

“แล้วหนูบอกคุณพ่อหรือยังคะ?” 

ทุกคำที่มารดาพูดคุยกับบุตรสาวนั้นนุ่มนวล อ่อนหวาน ละมุนละไม เสมอต้นเสมอปลาย ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีก็ตามจนเพื่อนสนิทเช่นจอยและนางโอ๋พวกมันชอบล้อเลียนในยามที่เธอกล่าวคำหยาบคายว่า ‘ระวังคุณหญิงแม่จะไม่ปลื้มนะคะหญิงพันซ์’ อยู่บ่อยครั้ง 

“เรียบร้อยค่ะ พร้อมค่าขนมเล็กน้อย” 

‘ค่าขนมเล็กน้อย’ สำหรับคุณหนูพันซ์แน่นอนว่าย่อมต้องเลยหกหลักอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะเสี่ยวิโรจน์ก็เหมือนคนรวยทั่วไปที่เลี้ยงลูกด้วย’ เงิน’ และแสดงความรักว่าจะมากหรือน้อยก็ล้วนเป็น’ เงิน’ ทั้งสิ้น และสำหรับลูกสาวคนเล็กเช่นพันวารีที่ในยามร้ายเขายังต้องสยบ ทว่าในยามออดอ้อนขอกระเป๋าใบละเป็นล้าน อาเสี่ยใหญ่ก็กล้าเปย์ให้บุตรสาวคนนี้มาแล้ว ดังนั้นค่าขนมคราวนี้จึงไม่น้อยเลย 

“ระหว่างที่แม่ไม่อยู่หนูก็อย่าไปมีเรื่องกับ’ บ้านโน้น’ เขานะคะ เราต่างคนต่างอยู่น่ะมีความสุขที่สุดแล้ว คิดแต่จะเอาชนะคะคานกันมันมีแต่ความทุกข์ร้อนนะคะลูก เพราะเพลิงโทสะมันร้อน” 

ดวงตาคู่งามกลอกกลิ้งขึ้นมองบนในยามที่ตนเองตรงเข้าไปกอดแล้วส่งมารดาขึ้นรถไปยังวัดป่าที่จะไปปฏิบัติธรรม ส่วนปากก็เอ่ยบอกอีกฝ่ายว่าอย่าได้เป็นห่วงไปเลยที่จะสงบเสงี่ยมเจียมตัว...เสียเมื่อใดกัน!... 

“เดินทางปลอดภัยนะคะแม่ หนูพันซ์อยู่ทางนี้จะรอรับผลบุญจากคุณแม่ทุกวันเล้ย” 

...เพียะ!... 

“พูดอะไรก็ไม่รู้เด็กคนนี้” 

เพราะคำกล่าวเช่นนั้น สำหรับนางแล้วคล้ายกับจะเป็นลางร้ายฟังแล้วใจหายชอบกล แต่เด็กสาวยุคไอทีเช่นพันวารีนั้นกลับมองว่าเป็นเรื่องตลกและไร้สาระมาก เรื่องบาปบุญอะไรนั่นเด็กสมัยใหม่เช่นเธอไม่สนใจอยู่แล้ว 

พอส่งมารดาเรียบร้อยคนร่างอวบอัดก็วิ่งซอยเท้าขึ้นบันไดวนไปสู่ชั้นที่สามของตัวคฤหาสน์ แล้วความบังเอิญที่เธอต้องผ่านชั้นสองซึ่งเป็นของภรรยาคนที่สองกับลูกสาววัยมากกว่าเธอสี่ปี ก็ยากจะหลบหลีกยายพี่สาวต่างมารดาที่ในยามต่อหน้าเธอพูดจาดีวาจาเคลือบน้ำผึ้ง แต่หลายครั้งที่ยายฟองจันทร์ปล่อยพิษร้ายกับเธอแบบแนบเนียน 

เรียกว่าหากคุณนายสามกับลูกชายนั้นร้ายกาจโจ่งแจ้ง คุณนายสองกับบุตรสาวสองฟองคือฟองจันทร์กับฟองแขคู่นี้ก็เป็นนางร้ายที่ร้ายลึกร้ายจริงร้ายชนิดอันลิมิต อิดิชัน ร้ายจนโลกต้องจดจำเลยทีเดียว 

“น้องพันซ์...” 

ดวงตากลมสวยเพราะได้เชื้อสายทางฝ่ายมารดามาถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์กลอกกลิ้งเมื่อได้ฟังเสียงหวานเจี๊ยบจนเธอขนลุกขนชันไปหมด แต่เท้าเรียวก็หยุดลง อย่างน้อยก็ไม่อยากหันหลังให้อีกฝ่าย เพราะยายฟองจันทร์อาจถีบเธอตกบันไดไปคอหักตายเอาได้ ก็อย่างว่าบิดาเธอร่ำรวยระดับหมื่นล้านก็จริง แต่หากตัวหารสมบัติเช่นเธอที่มีแววว่าจะได้ส่วนแบ่งมรดกมากกว่าลูกจากเมียน้อยอีกสองคนถูกกำจัดไปเสียทรัพย์สินที่พวกสี่แม่ลูกพวกนี้จับจ้องอยู่ย่อมได้เพิ่มมากขึ้นแน่นอน 

“อ้าวเจ๊ฟอง วันนี้ทำไมตื่นก่อนตะวันตรงหัวได้อะ” 

คนตัวอวบหันไปเผชิญหน้าอีกฝ่ายด้วยกิริยาไม่หวาดหวั่น แม้อีกฝ่ายจะอายุมากกว่ากันร่วมห้าปีก็ตาม เพราะสำหรับเธอมีแม่คนเดียวและเธอคือลูกโทน ส่วนสัตว์เลื้อยคลานพวกนี้มันคือ’ ปลิง’ดี ๆ นี่เองในสายตาของเธอ เพราะพวกมันที่มาอาศัยต่างก็คอยสูบเลือดสูบเนื้อจากบิดาของตนเองทั้งสิ้น 

“พอดีว่าคืนนี้เจ่เจ๊มีนัดไปบางแสนก็เลยอยากขอยืมรถคันใหม่ของน้องพันซ์จะได้ไหมจ๊ะ” 

...หน้าด้าน กล้ามาขอยืมลูกรักป้ายแดงที่บิดาเพิ่งถอยมาเป็นของขวัญครบสิบแปดปีของเธอเชียวหรือ? ... 

“กล้าเนอะ...กล้ามายืมรถของฉันทั้งที่รถในบ้านมีเป็นสิบคัน แต่ขอโทษ เธอกล้าหน้าด้านขอแต่ฉันมันก็พวกหน้าด้านกว่า...ดูปากพันวารีนะคะ...ฉัน-ไม่-ให้!” 

พูดจบเท้าเรียวก็ซอยยิบขึ้นชั้นบนที่เป็นชั้นส่วนตัวของเธอกับมารดาแล้วจึงเตรียมตัวไปจัดกระเป๋า เพราะพรุ่งนี้เธอมีนัดกับเพื่อนสนิทแบกเป้ไปเที่ยวจังหวัดตรังด้วยกัน ซึ่งเด็กสาวใช้เวลาจัดของไม่นานก็เสร็จแล้วขึ้นไปนอนเล่นมือถือต่ออย่างสบายอารมณ์เพราะถึงเธอจะเป็นคุณหนูที่มีบิดารวยเป็นหมื่นล้าน แต่สิ่งที่พันวารีไม่ชอบที่สุดก็คือให้เหล่าสาวใช้ขึ้นมาวุ่นวายกับข้าวของ ดังนั้นไม่ว่าจะไปไหนพันวารีก็จัดกระเป๋าด้วยตนเองเสมอ 

“ฮัลโหล...มีอะไรนางหอยจอย” 

คุยกันทางช่องแช็ตดูจะไม่มันเด็กสาวจึงประชุมสายกับหัวโจกเช่นจอย หรือจีระวัฒน์ที่ชัดเจนว่าเป็นสาวสองมาตั้งแต่พวกเธอเพิ่งก้าวขึ้นวัยสิบสองขวบ  

“คืออย่างนี้ คืนนี้ทางสะดวกพวกเราไปลั้ลลาที่ผับ...ก่อนบินไปตรังช่วงบ่ายกันไหม?” 

เรื่อง ‘ลั้ลลา’ นี้หมายถึงการออกไป’ แรด’ ส่องผู้งานดีในผับกึ่งบาร์โฮส ที่นับจากวัยครบสิบแปดพันวารีก็ไม่เคยพลาดที่จะไปท่องเที่ยวเปิดหูเปิดตามันทุกสถานที่ เพราะถือว่าหนึ่งพ่อรวย และสองเธอก็เพียงไปท่องเที่ยว ไปเรียนรู้โลกกว้าง ไม่ได้ไปทำอะไรเสียหายกว่านั้น 

หรือหากจะเสียหายเธอก็มองว่ามันไม่แปลกอะไรกับวัยรุ่นอายุขนาดพวกเธอ เรียกว่าหากเจอหนุ่มถูกใจพวกเธอก็พร้อมเปย์ พร้อมพลีกาย พลีพรหมจรรย์อย่างไม่คิดเสียดายอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาสิบแปดปีเธอยังไม่เจอผู้ชายคนดังกล่าวก็เท่านั้น แต่ไม่แน่คืนนี้เธออาจจะพบคนคนนั้นก็เป็นไปได้ 

“โอเคงั้นคืนนี้พบกันที่บ้านแกนะนางหอยกระป๋องจอย” 

หลังจากนั้นทั้งสามเพื่อนสนิทก็ยังคุยเล่นกันอีกร่วมชั่วโมง สุดท้ายเด็กสาวก็หลับไปเพราะตื่นมาส่งมารดาตั้งแต่ตีสื่ ทั้งที่ปกติแล้วไม่แปดโมงพันวารีไม่เคยลงจากเตียงนอนและหมอนสุดที่รัก 

แต่พอเธอหลับลงก็กลับไปโผล่ในขบวนแต่งงานซึ่งคล้ายในซีรีส์จีนโบราณที่เพื่อนสาวทั้งสองชอบดู ซึ่งขบวนแต่งงานดังกล่าวใหญ่โตไม่น้อย เจ้าบ่าวที่อยู่บนหลังอาชาสีดำสนิทนั้นหน้าตาก็ดูหล่อเหลาชวนกรี๊ด เพียงแต่ใบหน้าของเขาดูไร้อารมณ์ไปสักหน่อย เรียกว่าเย็นชาจนหนาวสะท้านก็ไม่ผิดนัก 

...หล่อแต่ดูเย็นจนหนาวเข้าสมอง แม่ก็ไม่ไหวนะคะ ขอเลื่อนผ่าน... 

แล้วพลันสายตาของพันวารีก็เหลือบไปเห็นผู้ชายอีกคนคาดว่าคงเป็นญาติฝ่ายเจ้าบ่าวเพราะหน้าตาคล้ายกันอยู่มาก แต่ที่เด็กสาวสะดุดปังจนศีรษะทิ่มก็คือรอยยิ้มของเขา ผู้ชายบ้าอะไรยิ้มทีโลกทั้งใบพร้อมจะสยบอยู่แทบเท้าเขาเสียจริง ไม่ใช่สิ ไม่ใช่โลกทั้งใบ แต่เป็นสตรีทั้งใต้หล้าต่างหากที่พร้อมจะสยบอยู่หน้าเตียงและพลีกายอย่างไม่คิดชีวิต ซึ่งแน่นอนในนั้นมีเธออยู่ด้วยแล้วหนึ่ง! 

พอมองคนหล่อใจระทวยจนอิ่มก็มาถึงพิธีแต่งงานซึ่งพิธีที่พันวารีได้มาพบเห็นนี้เป็นช่วงที่ฝ่ายเจ้าสาวมาถึงบ้านของฝ่ายเจ้าบ่าวแล้ว พิธีการเริ่มจากเจ้าบ่าวเตะไปยังเกี้ยวเจ้าสาวสามครั้ง แม่สื่อก็ส่งเด็กหญิงคนหนึ่งไปจับจูงมือของเจ้าสาวมาส่งให้แก่เจ้าบ่าว 

ซึ่งพอพันวารีได้เห็นหน้าเจ้าสาวหลังด้ามพัดสวยงามก็ต้องตกตะลึง เพราะความงามนี้คงมีเพียงงามล่มบ้านล่มเมืองเท่านั้นจึงเหมาะสมกับเจ้าสาวคนนี้ ทว่าใบหน้างดงามกลับไร้แววยินดีอย่างที่เธอเคยเห็นตอนไปร่วมงานแต่งงานมาตลอดอายุสิบแปดปี

นอกจากไร้ความยินดีแล้ว พันวารียังแลเห็นถึงความเศร้าโศกที่ฝ่ายเจ้าสาวมีไม่ได้ มันมากล้นอย่างยิ่งโดยเพราะในยามที่สายตาคู่งามเหลือบไปมองพ่อคนหล่อยิ้มหนึ่งครั้งใต้หล้าแทบระทวยสิ้นด้วยแล้ว มันมีแต่ความอาลัยอาวรณ์ในแววตาคู่นั้น เพียงเท่านี้ติ่งซีรีส์คนหนึ่งเช่นเธอก็พอจะคาดเดาได้แล้วว่าฝ่ายเจ้าสาวมีใจให้ผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่สามีของตนเอง 

...ดรามาเฉยเลยตรู... 

พันวารีคิดถึงความฝันนี้อย่างคนดูคนหนึ่งเท่านั้น จวบจนถึงพิธีส่งตัวเข้าหอก่อนจะเดินจากไป เจ้าสาวคนนั้นยังทอดสายตามองไปยัง ‘น้องสามี’ ที่เธอพอจะจับใจความเป็นครั้งสุดท้ายอย่างกับจะมองภาพดังกล่าวแล้วฝังลึกสลักเอาใบหน้าของชายอันเป็นที่รักปักตรึงเอาไว้กลางทรวงก็ไม่ปาน 

ฝ่ายเจ้าบ่าวนั้นก็ดูเฉยชากับสายตาเหล่านั้นของผู้ที่กำลังจะเป็นภรรยาซึ่งจับจ้องไปที่ ‘น้องชาย’ คล้ายกับเขาเองทราบทุกสิ่งดีอยู่แล้วแต่ก็ไม่สนใจ จวบจนฝ่ายเจ้าบ่าวถูกส่งเข้าห้องหอ ซึ่งหากว่าเป็นซีรีส์บอกเลยนี่แหละฉากที่รอคอย 

“ท่านพี่...” 

กายอรชรนุ่มนิ่มของเจ้าสาวลุกขึ้นมายืนหน้าเตียง ทั้งสีหน้าและแววตามองอีกฝ่ายด้วยสายตาของน้องสาวคนหนึ่งมองพี่ชาย ไร้แววเสน่หาใดให้พันวารีเห็นเลยสักนิด ดังนั้นฝ่ายเจ้าบ่าวเองเขาย่อมต้องมองออกมิแตกต่างจากเธอเช่นกัน 

"เล่อเยียนหวังว่าท่านพี่ฮ่าวเฉินจะทำตามคำพูดที่รับปากเอาไว้ก่อนวันแต่งงานของพวกเรานะเจ้าคะ” 

บุรุษร่างกายกำยำหยุดฝีเท้าห่างจากกายของเจ้าสาวหนึ่งช่วงแขนเลยเห็นจะได้ เขาไม่กล่าวสิ่งใดเพียงก้มศีรษะให้ผู้เป็นเจ้าสาวดังกับจะรับปากว่าเขาทราบดีและจะทำตามไม่มีขัดข้อง 

“เช่นนั้นจวนมู่หรงยินดีต้อนรับเจ้าจากใจจริง นับจากนี้เรือนแสงจันทร์แห่งนี้จะเป็นของเจ้าแต่เพียงผู้เดียวข้าจะมิมาวุ่นวายให้เจ้าลำบากใจเด็ดขาด เล่อเยียน” 

“เล่อเยียนขอบคุณพี่ฮ่าวเฉินยิ่งนัก” 

แล้วฝ่ายเจ้าสาวก็ย่อกายลงทำความเคารพบุรุษผู้เป็นเจ้าบ่าว ซึ่งอีกฝ่ายก็เดินไปรินสุรามงคลส่งให้เจ้าสาวหนึ่งถ้วย ตัวของเขาหนึ่งถ้วย ทั้งจัดการป้อนผลไม้แห้งและขนมบนโต๊ะที่มีของกินมากมายนั้นอีกครู่ เสร็จแล้วเขาก็ถอยห่างเดินไปที่ประตูห้องหอโดยมีเจ้าสาวคนงามเดินตามไปส่ง 

“เล่อเยียนขอน้อมส่งท่านพี่ ขอให้ราตรีเข้าหอระหว่างท่านพี่และอนุหนิงเจียวจงมีแต่ความสุขนะเจ้าคะ” 

...โอ้โห... 

ถึงขนาดเดินออกมาส่งสามีของตนเองให้ไปเข้าหอกับอนุภรรยาด้วยใบหน้าสงบสุขได้ขนาดนี้เลยหรือ ต้องมีใจไม่รักกันแค่ไหนถึงทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งจะยินดีส่งสามีในค่ำคืนเข้าหอไปให้กับผู้หญิงอื่น ช่างเป็นความฝันที่แสนเศร้าจนถึงขนาดที่พันวารีตื่นขึ้นมาแล้วน้ำตายังติดอยู่ที่ปลายหางตาอยู่เลย 

“เฮ้อคงต่างถูกบีบบังคับให้แต่งงานกันทั้งที่ก็ต่างมีคนในใจกันแล้วทั้งคู่แน่นอน นางพันซ์ฟันธง!” 

คนยังอารมณ์ค้างจากความฝันบ่นพึมพำขึ้นมาเบา ๆ ก็มันอดจะสงสารฝ่ายหญิงไม่ได้นี่นา เธอคนนั้นรักกับคนน้องแต่จำเป็นต้องมาแต่งกับคนพี่ พอแต่งงานแล้วเรื่องสมหวังตัดทิ้งไปได้เลย มีเพียงต้องอยู่อย่างตายทั้งเป็นเมื่อเห็นผู้ชายอันเป็นดวงใจแต่งงานออกไปกับผู้หญิงอื่น ส่วนฝ่ายเจ้าบ่าวภายในใจของพันวารีไร้ความเห็นใจทั้งหมด เพราะเหมือนกับวันนี้เขาแต่ง ‘เล่อเยียน’ มาเป็นภรรยาเอกแล้วคล้ายกับเขาก็รับอนุภรรยาหนิงเจียวอะไรนั่นเข้ามาด้วย 

...หึ!... 

จะยุคไหน สมัยใด หรือแม้แต่ความฝันไยเธอต้องพบเจอแต่เหล่าบุรุษผู้กำหนดให้ตนเองอยู่เหนือสตรีอยู่เสมอกันนะ ไม่เข้าใจเลย อีตาฮ่าวเฉินอะไรนั่นนอกจากจะไม่ต้องทุกข์ร้อนอะไรแล้ว เขายังสามารถแต่งอนุภรรยาเข้าจวนได้อีกเป็นสิบเป็นร้อย แต่เล่อเยียนคนนั้นชั่วชีวิตก็คงจบสิ้นอยู่เพียงในเรือนที่สามียกให้เพียงเท่านั้น 

“เป็นไอ้พันซ์หน่อยไม่ได้แม่จะยื่นข้อเสนอรับอนุชายมาอุ่นเตียงให้ร้อนจนเรือนไหม้ไปเล้ย!” 

พันวารีกล่าวทิ้งท้ายแค่นั้นก่อนจะมองดูเวลาก็เห็นว่าใกล้เวลาที่ตนเองได้นัดกับสองเพื่อนซี้เอาไว้แล้วจึงสลัดเรื่องความฝันแสนจะดรามา เพราะคาดว่าชีวิตตนเองคงเผชิญกับบรรดาเหล่าผู้หญิงของบิดาจนเก็บเอามาฝันเป็นตุเป็นตะไปเท่านั้น คนตัวอวบอั๋นด้วยวัยเริ่มสาวจึงรีบเข้าไปอาบน้ำแต่งตัว พอเสร็จก็เดินลงจากชั้นสามที่เป็นอาณาจักรของเธอกับมารดาตรงไปยังโรงรถที่มีเจ้าพอร์ชสีเหลืองมะนาวสดใส ซึ่งบิดาเพิ่งจะถอยมาให้ได้ยังไม่ถึงเดือนและเธอก็ขับมันเพียงแค่สามครั้งเท่านั้น 

กายอวบอั๋นเปิดประตูขึ้นไปนั่งยังไม่ทันปิดประตูรถคันหรูก็พอดีกับมือถือราคาแพงกรีดเสียงร้องขึ้นมาเสียก่อน พันวารีนั้นรีบดึงออกจากกระเป๋าใบหรูแล้วยกขึ้นมาดู พอเห็นว่าเป็นชื่อของบิดาเด็กสาวก็กดรับสายโดยที่ยังไม่ขับรถออกไปจากโรงรถ เพราะไม่ได้รีบร้อนอะไรและนี่เพิ่งทุ่มกว่าเท่านั้น 

“ค่ะคุณป๊า” 

‘อยู่ไหนน่ะอาพันซ์’ เพราะเป็นคนไทยเชื้อสายจีน นายวิโรจน์จึงพูดภาษาไทยไม่แข็งแรงเท่าไร 

“บ้านสิคะคุณป๊า” เธอไม่ได้โกหกนะ ก็ตอนนี้เธอยังจอดรถคันหรูอยู่ในคฤหาสน์ราคาหลายพันล้านของบิดาจริง ๆ ไม่ได้ออกไปไหนเลย 

‘จริง ๆ นะอาพันซ์’ เสียงอาทรของบิดาดังลอดมาตามสายจนพันวารีแย้มยิ้มแก้มตุ่ย 

“จริงสิคะคุณป๊า พรุ่งนี้พันซ์มีบินไปตรังคุณป๊าก็รู้ เนี่ยกำลังจะเข้านอนแล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้ไปเที่ยวแล้วหน้าเหี่ยว” 

‘ลื้อต้องเข้านอนจริง  ๆ นะอาพันซ์ วันนี้อาป๊าใจคอไม่ดีเมื่อครู่นี้ฝันร้ายถึงลื้อด้วย เฮ้อ! อันที่จริงลื้อน่าจะไปกับแม่มากกว่า ไอ้น้ำตงน้ำตกอะไรนั่นอาป๊าไม่อยากให้ลื้อไปเลยอาพันซ์’ 

และก็ตามมาด้วยเสียงบ่นอีกครู่ใหญ่ซึ่งพันวารีนั้นไม่ได้คิดอะไรมาก คิดเพียงว่าบิดาตนเองไปประชุมที่ฮ่องกงคงเครียดมากไปจึงเก็บไปฝันร้ายเป็นตุเป็นตะ ดังนั้นเธอกับบิดาพูดคุยกันอีกไม่กี่คำเธอก็ขอตัดสายอ้างว่าจะไปว่ายน้ำที่สระเพื่อให้ตนเองหลับสบายขึ้น พอวางสายจากบิดาได้เด็กสาวก็ถอนหายใจอย่างรู้สึกโล่งอก ก่อนจะถอยเจ้าเหลืองมะนาวโฉบเฉี่ยวตรงไปรับเพื่อนสนิทที่อยู่ฝั่งธนฯ ด้วยความเร็วที่ยิ่งขึ้นไปบนช่องทางด่วนคนเพิ่งขับรถเป็นนั้นมันเท้าอย่างยิ่ง 

ซึ่งสาวน้อยทายาทเจ้าสัวตระกูลดังมิได้หวาดระแวงเลยว่ารถหรูของตนเองถูกคนใจทรามลักลอบตัดสายเบรกหวังปลิดชีพของเธอให้มอดม้วย ดังนั้นเมื่อถึงแยกลงทางด่วนพอเธอแตะเบรกมันจึงกดแล้วยุบวาบไม่อาจห้ามล้อที่กำลังพุ่งไปด้วยความเร็วถึง120กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ จนเด็กสาวตกใจแทบเสียสติ และในเวลาเพียงไม่ถึงเสี้ยวนาทีรถหรูก็พุ่งตกลงไปเป็นเศษซากของเหล็กที่เคยมีราคาหลายสิบล้านสมใจของเหล่าคนชั่ว โดยที่ร่างอวบอั๋นนั้นก็แหลกเหลวกลายเป็นเพียงเศษเนื้อและกระดูกหนึ่งกองเท่านั้น...

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
57 فصول
ตอนที่ 1/ 1
บทที่ 1 นิวจ้าวเล่อเยียน“อืม…” เรียวปากงดงามขยับพึมพำบางอย่างออกมาแต่ยังจับใจความมิได้ เพราะน้ำเสียงนั้นแสนจะแหบแห้งเกินไปจากนั้นอีกครู่หนึ่งกายอรชรใต้ผ้าห่มผืนหนาหนักจึงค่อยเริ่มขยับ แขนเรียวสองข้างยกขึ้นประสานกันเอาไว้เหนือศีรษะก่อนที่เจ้าของร่างบอบบางจะบิดตัวเพื่อขับไล่ความเมื่อยขบที่ตนเองนอนอยู่กิริยาท่าทางเดียวนานเกินไป “ทำไมวันนี้แอร์มันถึงหนาวขนาดนี้แค่ก…แค่ก…แค่ก” ยังไม่ทันลืมตาตื่น แต่คนถูกความหนาวเย็นอันไม่คุ้นเคยกัดกินไปจนถึงกระดูกก็อดจะบ่นงึมงำพึมพำออกมาอีกครั้งเสียไม่ได้ ทว่าในคราวนี้พอพันวารีเปล่งเสียงออกมากลับแหบแห้งราวกับคนเป็นไข้หวัดใหญ่เสียอย่างนั้น เสียงแหบแห้งไม่พอเธอยังไอติดกันออกมาจนแสบลำคอระหงไปหมดราวกับตนเองเพิ่งจะจมน้ำมาอย่างไรอย่างนั้น แต่เซียนว่ายน้ำอย่างเธอน่ะหรือจะไปจมน้ำที่ไหนได้? ซึ่งอาจเป็นเพราะเสียงไอนั้นจึงปลุกให้สาวใช้คนสนิทเช่น’ ฟางหรู’ ตื่นขึ้นมาจากการที่นางเผลอหลับไปกับพื้นหน้าเตียงของ’ ฮูหยินจวนคุณชายใหญ่’ ของสกุลมู่หรงที่ตนเองเลี้ยงดูมากับมือ จนอีกฝ่ายถึงเวลาออกเรือนในวัยเพียงสิบเจ็ดปีเท่านั้นเมื่อราวสองเดือนก่อน “คุณหนู…คุณหนูรอง ท่านเร่งฟ
اقرأ المزيد
ตอนที่ 1/2
มือเรียวเล็กราวลำเทียนขาวผ่องบอกได้เป็นอย่างดีว่าผู้เป็นเจ้าของร่างนี้เป็นลูกคนมีอันจะกินในระดับคนร่ำรวยไม่น้อยผู้หนึ่ง แขนสองข้างกลมกลึงก่อนที่เธอจะเหยียดปลายเท้าออกไปจนสุดก็ต้องห่อปากเป็นรูปตัวโอกับความงดงามสลักเสลา แม้แต่ปลายเล็บเท้าก็ยังหาที่ติไม่เจอแม่คุณเอ๋ย… …แต้มบุญต้องมหาศาลขนาดไหนถึงได้เกิดมาเป็นสตรีงดงามได้ถึงปานนี้!? … แล้วภาพจากภายในหัวนี้ที่คาดว่าจะเป็นความทรงจำสุดท้ายก่อนที่เจ้าของร่างจะจากไปก็ค่อย ๆ ผุดสว่างไสวขึ้นมาเป็นฉากเป็นตอน นับจากร่างนี้ในวัยเด็กมีบิดาและมารดาเป็นใครไปจนถึงสัญญาหมั้นหมาย จวบจนถึงงานวันแต่งงานที่พันวารีคิดว่าตนเองนั้นดันฝันเป็นตุเป็นตะไปเองที่แท้ทั้งหมดล้วนเป็นความจริงของเจ้าของร่างนี้คุณหนูรอง ‘จ้าวเล่อเยียน’ บุตรีในท่านแม่ทัพจ้าวแห่งเมืองรั่วหยางของอาณาจักรเทียนสุ่ยนั่นเอง นางยังมีพี่ชาย น้องชาย และน้องสาวอีกหลายคน แต่ก็ต่างมารดากันทั้งสิ้น มีเพียงนางที่กำเนิดมาจากฮูหยินเอกของท่านแม่ทัพจ้าว ดังนั้นที่ต้องแต่งกับสกุลมู่หรงจึงต้องเป็นนางเท่านั้น ทว่าช่างน่าเสียดายที่จ้าวเล่อเยียนมีสัญญาหมั้นหมายกับคนพี่แต่ดันไปหลงรักคนน้อง เมื่อราวร่วมสองเดือ
اقرأ المزيد
ตอนที่ 2
แล้วจากนั้นไม่ถึงครึ่งชั่วยาม นักบวชศีรษะโล้นโล่งเตียน แต่ดวงตานั้นกลับหลุกหลิกกับคนแต่งกายดูรุงรัง หากคาดเดาตามประสาหญิงไทยสมองใสแสนจะชาญฉลาดว่าเหล่าบุรุษสี่คนท่าทางแปลกประหลาดนี้คงเป็น’ หมอผี’ เวอร์ชัน’ จีนโบราณ’ อย่างแน่นอนแล้วก็พลันกลอกตามองบนพร้อมเท้าเอวมองทั้งสี่ด้วยดวงตาเจ้าเล่ห์ ...เอาวะข้ามภพทั้งทีขอเล่นใหญ่สักยกจะเป็นอะไรไปเล่าหึ!...นี่ใคร? ...คุณหนูพันซ์ห้างแตกนะจะบอกให้!... คิดตกแล้วคนตัวเล็กรูปร่างอรชรราวหยกสลักก็กระโดดขึ้นไปนั่งอยู่กลางเตียงยกเข่าขึ้นหนึ่งข้างพยายามนึกท่าทางเวลาตนเองเคยดูละครคนทรงเจ้าแล้วก็จัดท่าทางให้คล้ายที่สุดได้...อยากไล่ผีเดี๋ยวแม่จะจัดให้วิ่งหนีจีวรบินเลยเชียว! ...ฉาด!... “พวกเจ้ามาทำอันใดกัน ไอ้โล้น ไอ้พวกคนหลอกลวง ไอ้พวกหลวงจีนเก๊ ไอ้พวกมิจ...ฉาชีพ!?” ตบเข่าไปหนึ่งฉาดแล้วต้องคลำป้อย ๆ เพราะลงแรงสมจริงไปนิด จึงทำให้กายนี้ที่ผิวแสนจะบอบบางแสบจนน้ำตาแทบร่วง ส่วนกายที่สั่นงันงกน่ะบอกเลยนางสั่นจริงเพราะตนเองหนาว “อาการก็เป็นเช่นนี้แหละเจ้าค่ะท่านหลวงจีน นับจากฟื้นขึ้นมาคุณหนูของข้าก็มีท่าทางแปลกจนผิดสังเกตไป” เป็นฟางหรูที่เข้าไปกระซิบกระซาบ ด้า
اقرأ المزيد
ตอนที่ 3
“เป็นเช่นไร หนาวหรือไม่ในยามถูกน้ำมนตร์จอมปลอมนี่สาด แล้วเจ็บปวดหรือไม่ในยามถูกไอ้เจ้าดาบไม้นี่ฟาดไปตามเนื้อตามตัว ออกไปเลยนะไอ้พวกหัวโล้นจอมต้มตุ๋น เด็ก ๆ ผู้ใดอยู่ด้านนอกเร่งเข้ามาจับกุมไอ้พวกสี่คนนี้มัดรวมกันเอาไว้ที่ลานหน้าเรือนของข้าหากท่านพี่ของข้ากลับมาจงเร่งให้เขามาจับพวกมันไปขังคุกให้หมด!” คนตัวเล็กบอบบางกลับถีบหลวงจีนเก๊ที่ตัวโตไม่ธรรมดาลงไปนอนกับพื้นไม่พอนางยังตรงไปยื้อแย่งเอาดาบไม้ท้อในมือของอีกฝ่ายมาถือแล้วทุบตีไปทั่วกายของอีกฝ่ายไม่ยั้งเป็นผลให้ศีรษะโล่งเตียนปูดบวม บางแห่งก็แตกจนโลหิตซึม บางส่วนเหล่าลูกสมุนอีกสามคนที่เห็นเช่นนั้นก็ต่างตกตะลึงยิ่งกว่าต้องมนตร์ปีศาจเสียอีก “สะใภ้ขออภัยท่านพ่อสามี ขออภัยท่านแม่สามีเจ้าค่ะที่เมื่อครู่ใหญ่เล่อเยียนแสดงกิริยาแปลกไปเพราะสะใภ้นั้นสลบหมดสติไปหลายวัน จึงจดจำหรือกระทำบางสิ่งบางอย่างที่ไม่สมควรออกไปเจ้าค่ะ” นางเอามือสองข้างมากุมกันไว้ที่เอวด้านขวา แล้วย่อกายด้วยกิริยาทำความเคารพบิดาและมารดาสามีดังเคยงดงามมิผิดเพี้ยนไปสักนิด ก็กล่าวไปแล้วนางเพิ่งฟื้นจะให้กลายเป็นจ้าวเล่อเยียนคนเดิมชนิดเหมือนราวกับคนเดิมทุกกระเบียดนิ้ว ผู้ใดมันจะไป
اقرأ المزيد
ตอนที่ 4
เมื่อวันใหม่มาเยือนจ้าวเล่อเลียนก็ต้องมานั่งขยี้ศีรษะตนเองเพราะความยุ่งยากสำหรับคนยุค 2022 ต้องมาอยู่ในแผ่นดินเทียนสุ่ยที่อาจจะล้าหลังกว่าในโลกที่นางจากมาหลายพันปีดังนั้นไม่ว่าจะเป็น แปรงสีฟัน ที่ยังดีว่ามีให้นางได้ใช้กับเกลือจนสบายปากโล่งคอไม่ใช่ว่าต้องใช้นิ้วขัดถูฟันเอาเพราะหากเป็นเช่นนั้นนางคงประสาทแดกเสียเป็นแน่แค่การมีเพียงเอี๊ยมบังทรงกับกางเกงตัวในขายาวเพียงแค่หัวเข่า แต่ไร้เจ้าชิ้นเล็กสามเหลี่ยมแนบเนื้ออันคุ้นชินกับน้องสาวของนาง ในยามก้าวเดินมันโล่งเบาหวิวแปลก ๆ แล้วไหนจะยังห้องส้วมที่เป็นแบบโบราณซึ่งนางเพิ่งจำเป็นต้องไปปลดทุกข์ก็ช่างยากเย็นสำหรับเด็กสาวยุคไอทีเช่นนางอย่างยิ่ง ที่เคยสะดวกสบายใช้แต่โถชักโครกมาตลอดจึงต้องมานั่งส้วมโบราณย่อมลำบากจริง ๆดังนั้นในวันที่สองของโลกใบใหม่นี้จ้าวเล่อเยียนคิดว่านางจะต้องตัดเย็บเข้าเจ้าสามเหลี่ยมชิ้นน้อยส่วนตั๊วส่วนตัวของนางก่อนเป็นอันดับแรกไม่ใช่เดินไปทางไหนก็เย็นวูบวาบโหวงเหวงเช่นนี้“วันนี้ข้ายังมิต้องไปร่วมมื้อเช้ากับเรือนใหญ่ใช่หรือไม่พี่ฟางหรู”เพราะเมื่อวานก่อนบิดาและมารดาสามีของนางจะจากไปได้ย้ำว่าให้นางพักผ่อนอยู่ที่เรือนไปก่อนงดเ
اقرأ المزيد
ตอนที่ 5
“คำตอบช่างใจดำเสียจริง ต้าซ้อนั้นแสนจะงดงามปานล่มเมืองมิอาจจะละลายน้ำแข็งในใจของพี่ใหญ่ได้บ้างเซียวหรือ?” คนอารมณ์ดีอยู่เสมอยังเอ่ยปากหยอกเย้าผู้เป็นพี่ชายโดยแท้เพียงคนเดียวอย่างเห็นเป็นสนุกเสียมิได้“หากจะกล่าวว่าข้านั้นมีใจดำอำมหิตต่อเล่อเยียนแล้วตัวของเจ้าเล่ามิเรียกว่าอำมหิตกว่าข้าหลายหมื่นเท่าหรือฮ่าวหราน?”กล่าวจบมู่หรงฮ่าวเฉินก็วางตะเกียบแล้วหันไปเอ่ยปากลาบิดากับมารดาเพื่อจะเข้ากรมอาญาเช่นทุกวัน โดยหมิงเซินบ่าวชายคนสนิทจัดเตรียมข้าวของและหมวกยืนรออยู่ที่ข้างรถม้าคันโตที่เขานั้นใช้เป็นประจำ ทิ้งคำพูดแสนเจ็บแสบบาดลึกนั้นเอาไว้ให้มู่หรงฮ่าวหรานกลืนข้าวที่เหลือในถ้วยไม่ลงอีกเลยเพราะภาพในอดีตก่อนงานแต่งงานสามเดือนเป็นจ้าวเล่อเยียนที่มีใจหาญกล้าแอบลักลอบหนีมาเมืองหลวงแล้วขอนัดพบกับเขาจากนั้นนางก็สารภาพอย่างหมดความละอายของสาวน้อยไปจนสิ้นว่าหลายปีนับจากนางเติบโตเป็นสาวแล้วรู้จักความรักระหว่างชายหญิง นางก็รักปักใจแต่เพียงเขาคนเดียวมิได้รักคนเย็นชาและดูดุดันเช่นมู่หรงฮ่าวเฉิน นางจึงยากจะตบแต่งกับคู่หมั้นในวัยเด็กเช่นท่านรองมู่หรงไปได้เด็ดขาด!นางจึงอยากจะขอเปลี่ยนตัวเจ้าบ่าว ทว่าเขากลับ
اقرأ المزيد
ตอนที่ 6
เดิมชมหิมะและดอกเหมยจนหนาวเสียเรียวปากซีดเผือด จ้าวเล่อเยียนก็เดินมาถึงเรือนใหญ่ที่เป็นจุดหมายของคนตัวเล็กตั้งแต่ต้น นางสูดลมหายใจเข้าท้องจนเต็มแล้วปล่อยออก ที่ทำเช่นนั้นก็เพราะเด็กสาวกำลังระลึกไปถึงความหลังว่าจ้าวเล่อเยียนในอดีตนั้นเคยกระทำตนเช่นไรกับมารดาของสามีผู้นี้บ้าง เพราะต่อให้นางจะยังคงความเป็นตัวตนเดิมให้ได้มากที่สุด ทว่าต้นไม้ใหญ่นั้นหักโค่นมาไม่น้อยเพราะไม่ยอมอ้อนน้อมลู่ไปตามทิศทางลมเฉกเช่นต้นหญ้าอ่อนฉันใด นางเข้าเมืองดวงตาหลิ่วมิหลิ่วดวงตาตามประเดี๋ยวจะอายุไม่ยืนเสียเปล่าจึงต้องรู้จักปรับตัว“อ้าวจ้าวฮูหยิน”เป็นจิ่วฮุ่ยสาวใช้คนสนิทของเหล่าฮูหยินมู่หรงเดินออกมาเพื่อจะไปหยิบใบชาเอามาเติมให้แก่หลวนชิวเหนียงผู้เป็นนายใหญ่ของตนเอง นางกลับพบเข้ากับสะใภ้ใหญ่ที่นางเองรู้จักจ้าวเล่อเยียนมาตั้งเด็กสาวยังเพียงหกหนาว จนบัดนี้อีกฝ่ายสิบเจ็ดหนาวเป็นสาวเต็มกายงดงามอ่อนหวานชวนเอ็นดูไม่มีเปลี่ยน“ท่านป้าจิ่วฮุ่ย…มิทราบว่าท่านแม่สามีนั้นนั่งอยู่ที่ระเบียงด้านทิศใต้เช่นเดิมหรือไม่เจ้าคะ?”นางทำความเคารพผู้มากวัยกว่าด้วยการนำสองมือไปวางเอาไว้ที่เอวด้านขวาจากนั้นจึงย่อหัวเข่าลงเล็กน้อยก้มศีร
اقرأ المزيد
ตอนที่ 7
“เจ้าค่ะท่านแม่สามี”จะให้นางกล่าวอันใดไปได้มากกว่านั้นอีก ในเมื่อมารดาสามีเอ่ยบอกเช่นนั้นจึงเป็นอันว่าเย็นนั้นนางจึงต้องไปยืนรอ ‘ท่านพี่ฮ่าวเฉิน’ กลับจากกรมอาญาอย่างที่จ้าวเล่อเยียนในอดีตมิเคยทำมาก่อนเลยตลอดสองเดือน ดังนั้นพอรถม้าคันโตมาหยุดนิ่งไล่เรียงกันถึงสามคันก็ทำเอาบุรุษทั้งสามที่ก้าวลงจากรถม้ามาในเวลาใกล้เคียงกันถึงกับอึ้งตื่นตะลึงไปทุกผู้“เล่อเยียนคารวะท่านพ่อสามี คารวะท่านพี่ฮ่าวเฉิน ท่านพี่ฮ่าวหรานเจ้าค่ะ”กิริยาย่อกายนอบน้อมกับน้ำเสียงอ่อนหวาน พร้อมด้วยใบหน้ายิ้มละไมหวานหยดย้อย อย่าได้กล่าวแค่เพียงบุรุษเจ้าชู้เช่นมู่หรงฮ่าวหรานที่ดวงใจเต้นผิดจังหวะ เพราะแม้แต่คนเย็นชาที่สุดในจวนเช่นมู่หรงฮ่าวเฉินยังถึงกับจับจ้องโดยลืมหายใจไปชั่วขณะหนึ่งไปเลยทีเดียว“อะแฮ่ม…เยียนเอ๋อร์คงออกมารอรับพี่ฮ่าวเฉินกระมัง”เป็นท่านผู้เฒ่ามู่หรงคนพ่อที่ดึงกิริยากลับมาได้ก่อนเลยเอ่ยทักถามสะใภ้ใหญ่ออกไปด้วยใจเมตตาและเอ็นดูที่มีมานานปี“ท่านพ่อสามีกล่าวถูกต้องแล้วเจ้าค่ะ พี่ฮ่าวเฉินอากาศเย็นนัก น้ำขิงเจ้าค่ะ”คนตัวเล็กหันไปรับถ้วยน้ำขิงที่ยังคงอุ่นอยู่ให้แก่ ‘พี่ฮ่าวเฉิน’ ด้วยมือของนางเอง ส่วนของบิดาส
اقرأ المزيد
ตอนที่ 8
“เอ่อ…ไยพี่ฮ่าวเฉินจึงไม่ตอบเล่อเยียนแม้เพียงครึ่งคำเล่าเจ้าคะว่าอร่อยหรือไม่?”สุดท้ายคนที่นั่งพูดอยู่คนเดียวจนน้ำลายจะแห้งมหาสมุทรก็อดรนทนไม่ไหวต้องเอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมาเพราะคงมีเพียงเท่านี้จึงจะสามารถง้างปาก ‘พ่อก้อนศิลายักษ์’ ตรงหน้าของนางได้แล้วละ“ในยามกินอาหารข้าไม่ชอบพูดปาก เคี้ยวอาหารอยู่ปากไม่ว่างจึงไม่ตอบ”“…”นางอยากกระโดดถีบอีกฝ่ายด้วยขาคู่มากมาย ทว่าก็จำใจต้องปั้นหน้ายิ้มหวานหยาดเยิ้มเอาอกเอาใจ ‘ไอ้ก้อนศิลายักษ์’ ต่อไปไร้ร่องรอยไม่พึงใจออกมาให้อีกฝ่ายเห็นแม้แต่น้อย…ท่องไว้นะแก…ตลาดกับตั๋วเงิน…จนผ่านไปครู่ใหญ่อาหารมื้อค่ำมื้อแรกระหว่างคู่สามีภรรยากำมะลอก็จบสิ้นลง ทั้งสองจึงย้ายที่ไปนั่งชมแสงจันทร์เพ็ญที่ส่องสว่างไหวสะท้อนเงากับก้อนหิมะบังเกิดแสงแวววาวงดงามจับตาไปอีกอย่างต่างจากในยามกลางวัน“เจ้ามีสิ่งใดอยากจะกล่าวก็กล่าวมาเถิด ข้ายังมีงานรออยู่อีกมาก มีหลายคดีต้องเร่งอ่านสำนวนให้กระจ่าง”‘พ่อก้อนศิลายักษ์’ เริ่มเปิดประเด็นตั้งแต่น้ำชาดอกเหมยกุ้ยหมดไปในถ้วยแรก มือเรียวที่ขยับจานซึ่งนางปอกผลแอปเปิลและแช่น้ำเกลือเล็กน้อยกันมิให้ผิวของมันดำในยามถูกสายลมพลันชะงักงันไ
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status