LOGINแล้วจากนั้นไม่ถึงครึ่งชั่วยาม นักบวชศีรษะโล้นโล่งเตียน แต่ดวงตานั้นกลับหลุกหลิกกับคนแต่งกายดูรุงรัง หากคาดเดาตามประสาหญิงไทยสมองใสแสนจะชาญฉลาดว่าเหล่าบุรุษสี่คนท่าทางแปลกประหลาดนี้คงเป็น’ หมอผี’ เวอร์ชัน’ จีนโบราณ’ อย่างแน่นอนแล้วก็พลันกลอกตามองบนพร้อมเท้าเอวมองทั้งสี่ด้วยดวงตาเจ้าเล่ห์
...เอาวะข้ามภพทั้งทีขอเล่นใหญ่สักยกจะเป็นอะไรไปเล่าหึ!...นี่ใคร? ...คุณหนูพันซ์ห้างแตกนะจะบอกให้!...
คิดตกแล้วคนตัวเล็กรูปร่างอรชรราวหยกสลักก็กระโดดขึ้นไปนั่งอยู่กลางเตียงยกเข่าขึ้นหนึ่งข้างพยายามนึกท่าทางเวลาตนเองเคยดูละครคนทรงเจ้าแล้วก็จัดท่าทางให้คล้ายที่สุดได้...อยากไล่ผีเดี๋ยวแม่จะจัดให้วิ่งหนีจีวรบินเลยเชียว!
...ฉาด!...
“พวกเจ้ามาทำอันใดกัน ไอ้โล้น ไอ้พวกคนหลอกลวง ไอ้พวกหลวงจีนเก๊ ไอ้พวกมิจ...ฉาชีพ!?”
ตบเข่าไปหนึ่งฉาดแล้วต้องคลำป้อย ๆ เพราะลงแรงสมจริงไปนิด จึงทำให้กายนี้ที่ผิวแสนจะบอบบางแสบจนน้ำตาแทบร่วง ส่วนกายที่สั่นงันงกน่ะบอกเลยนางสั่นจริงเพราะตนเองหนาว
“อาการก็เป็นเช่นนี้แหละเจ้าค่ะท่านหลวงจีน นับจากฟื้นขึ้นมาคุณหนูของข้าก็มีท่าทางแปลกจนผิดสังเกตไป”
เป็นฟางหรูที่เข้าไปกระซิบกระซาบ ด้านคนหูไวต่อการนินทาได้ยินชัดเจน นางเอกซีรีส์ในยามข้ามภพ เขานั้นมีแต่เจอพ่อแม่หรือคนในจวนเรียกหมอมาตรวจอาการ แล้วบอกว่าความจำเสื่อมจากการตกน้ำหรืออะไรก็ว่ากันไป แต่ดูนางพันซ์ข้ามภพเสียก่อน...
ท่านพ่อท่านแม่สามีที่เคารพดันไปตามหมอผี ตามท่านนักบวชมาปราบกัน นางพันซ์อยากจะบ้าให้รู้แล้วรู้รอด นางอยากกรีดร้อง นางด่าสวรรค์ภายในใจไปสิบยกเห็นจะได้จากนั้นก็ตั้งอกตั้งใจเล่นบท ‘คนผีเข้า’ อย่างสมจริงสมจังต่อไป ก็นะ...ท่านพ่อท่านแม่สามีของนางนั้นอุตส่าห์จัดใหญ่มาให้ ซึ่งนางเป็นสะใภ้ใหญ่ย่อมต้องสนองให้ถึงอกถึงใจกันไปข้าง
“มิต้องกังวลไปหรอกแม่นาง ท่านหลวงจีนฟ่านเฉิงของเรามากความสามารถ ปราบมาแล้วแม้แต่นางมารแห่งหุบเขาหลุนฉือ”
...โพรโมตเก่ง...
ขนาดนางปกติดีไม่ใช่ผีใช่สางที่ไหนยังแยกแยะไม่ออก แล้วยังจะมาโม้อีกว่ากำราบแม้แต่นางมาร เหอะ...มารดาพวกเจ้าน่ะสิ!
“เอาละอย่าได้กล่าวมากความไป เร่งนำยันต์เหล่านี้ไปติดเอาไว้ให้รอบเรือน”
คนศีรษะโล้นออกคำสั่งผู้ติดตาม ทั้งสามทำตามด้วยน้ำเสียงจริงจังแต่ชีวิตสิบแปดปีที่ผ่านมาในยุค 2022 การหลอกลวงทุกรูปแบบที่ตนเองได้เห็นและผ่านการพิสูจน์มาแล้วว่าอันไหนจริงอันไหนเท็จทำให้สาวน้อยเช่นนางกล้าที่จะเรียกอีกฝ่ายว่า ‘ไอ้โล้น’ ได้อย่างไม่ละอายใจและละอายปากหรือกลัวบาปกลัวกรรม ก็เพราะเจ้าคนพวกนี้นี่แหละตัวน่ารังเกียจ หากินบนความทุกข์ของชาวบ้าน อย่างสกุลมู่หรงร่ำรวยนั้นก็ช่างเถิด แต่ชาวบ้านอีกไม่น้อยที่เงินแต่ละอีแปะของเขามีค่าเท่ากับอาหารหนึ่งมื้อนั่นต่างหากที่เด็กสาวคิดว่าตนเองจะไม่ยอมปล่อยผ่านเจ้าพวกทำนาบนหลังคนเหล่านี้ไปเด็ดขาด
...เหอะ...นางมีสามีเป็นรองเจ้ากรมอาญาเชียวนะ มีสามีดีแล้วยังจะมากอำนาจมันก็ต้องรู้จักนำมาใช้มิใช่ทำตนสนิมสร้อยเช่นจ้าวเล่อเยียนในอดีตที่เอะอะก็ร้องไห้ เอะอะก็จะฆ่าตัวตาย เพราะสำหรับนางชีวิตแม่งโคตรจะมีค่าได้มาต้องใช้ให้คุ้มให้สุด แค่ผู้ชายคนเดียวกับเพื่อนชั่ว หากเป็นนางที่จะตายบอกเลยไม่มีทางเป็นตนเองแน่!
“เจ้าเอาอ่างน้ำมนตร์มาให้อาตมา”
...โอ้โห...
เมืองไทยแค่เป็นขันแต่ที่นี่เขามาเป็นอ่างเลยวุ้ย คนนั่งชันเข่ามองหลวงจีนปลอมกับลูกสมุนทำพิธีไปอย่างใจเย็น สายตาคู่งามก็กวาดออกไปดูคนภายนอกว่าในบรรดา’ จีนมุง’ นั้นมีสามีหรือน้องสามีกับยายสหายพิฆาตหรือไม่ แต่สายตาของนางก็ยังเห็นเพียงพวกสาวใช้กับเหล่าอนุภรรยาของสามีนางและของพ่อสามีกับของน้องสามีแล้วก็ระบายลมหายใจเล็กน้อย ตลอดชีวิตสิบแปดปีของพันวารีชิงชังรังเกียจและเบื่อหน่ายที่บิดาของตนเองมากภรรยาเป็นที่สุด
มิคาดพอได้ชาติภพใหม่ตนเองจะตกลงมาอยู่ในสังคมศักดินาไม่พอ ยังมาอยู่ท่ามกลางสังคมที่การมีอนุภรรยาหรือเมียน้อยได้มากกว่าสี่เป็นเรื่องปกติทั่วไปและเหมือนการมีภรรยายิ่งมากจะยิ่งบ่งบอกว่าบุรุษผู้นั้นประสบความสำเร็จในทุกด้านอีกด้วย
...สวรรค์ มีภพชาติใดที่นางไปเป็นชู้รักของเทียนโฮ่วของท่านหรือ สองชาติภพนี้นางจึงมิอาจหลุดพ้นไปจากกงเกวียนกำเกวียนนี้ไปได้สักครา...
…ขวับ!…ซ่า!...
“โอ๊ย!”
เพราะมัวแต่นั่งเหม่อลอยไปหน่อยนิวจ้าวเล่อเยียนจึงเสียทีเจ้าหลวงจีนปลอม ถูกอีกฝ่ายฟาดดาบไม้เข้าใส่สีข้าง โดนต้นแขนเรียวกลมกลึงไปหนึ่งเพียะไม่พอ ยังเจอน้ำมนตร์ทั้งอ่างทองเหลืองจนคนที่หนาวจนแข็งไปถึงเครื่องในกรีดร้องออกมาสุดเสียง
“ออกไปนะนางปีศาจร้าย...เจ้าเป็นปีศาจร้ายจากที่ใดจงเร่งกลับลงไปยังขุมนรกที่เจ้าหนีมาเดี๋ยวนี้นะ!!!”
หลวงจีนเก๊หวดนางจนต้นแขนขึ้นแนวเป็นรอยดาบไม้ไม่พอยังสาดน้ำเย็นเจี๊ยบแล้วยังมาด่านางว่าเป็นปีศาจไล่กันไปลงนรก ทำเอานางพันซ์นี่ขึ้นยิ่งกว่ามีองค์ใดมาลงประทับเสียอีก
“พวกแกน่ะสิปีศาจร้าย!”
...ตึง!...
ตะโกนก้องออกไปแล้ว คนที่ทั้งเจ็บทั้งหนาวก็กระโดดลงจากเตียงแล้วยืนจังก้าโมโหจนหน้ามืด พอหลวงจีนเก๊ยกดาบไม้เตรียมจะฟาดลงมาที่กายของนางอีกเท้าเรียวจึงไม่รอช้าถีบอีกฝ่ายไม่เกรงใจจีวรหรือศีรษะอันโล่งเตียนกับหนังหน้าที่มากวัยกว่าบิดาสามีของนางอย่างเต็มกำลังทันที!
...ตุ๊บ!...ผลัวะ!...ตึง!...ผลัวะ!...ตุ๊บ!...ตุ๊บ!...ซ่า!...โครม!...
ตอนพิเศษนับจากวันนั้นที่จ้าวเล่อเยียนไปอำลาน้องสามีจากใจจริงก็ผ่านมาร่วมหกเดือน บัดนี้เหลาอาการ ‘เฉินเล่อ’ ก็ตกแต่งสำเร็จและพร้อมปิดร้านเปิดกิจเป็นวันแรก แขกมากมายนั้นมาจนเต็มแน่น เพราะวันนี้นางลงทุนลดค่าอาหารทุกเมนูถึงครึ่งราคาทุกจาน แถมร้านนั้นอยู่ในทำเล ‘ทอง’ ไม่พอท่านผู้เฒ่ามู่หรงฮ่าวหนานกับเหล่าฮูหยินต่างลุกขึ้นมาประกาศออกไปอย่างไม่อับอายผู้ใดว่าร้าน ‘เฉินเล่อ’ แห่งนี้คือกิจการของบุตรชายคนโตมู่หรงฮ่าวเฉินร่วมกันเปิดขึ้นมากับสะใภ้ใหญ่ ‘จ้าวเล่อเยียน’ บุตรีคนรองของท่านแม่ทัพจ้าวจึงทำให้คนทั่วเมืองหลวงของเทียนสุ่ยนั้นต่างก็อดจะสนอกสนใจอยากมีพิสูจน์รสชาติและสีสันของอาหารกันถ้วนหน้า“คนมากจริง ๆ เหนื่อยแย่เลย พักก่อนดีหรือไม่?”มู่หรงฮ่าวเฉินเดินเข้ามาดูภายในห้องครัวเห็นทุกคนวุ่นวาย ก็สงสารภรรยายิ่งนัก เพราะนางไม่เคยวางตนเองเป็น ‘นายหญิง’ ทว่านางทำตนเองเสมอภาคกับคนภายในครัวทุกอย่าง ปรุงอาหาร จัดจานเอง มีเพียงไม่ได้เดินออกไปส่งอาหารตามโต๊ะเองก็เพียงเท่านั้น“ไม่เหนื่อยเลยเจ้าค่ะพี่ฮ่าวเฉิน ยิ่งคนมากเสี่ยวเยียนยิ่งมีความสุข”พวงแก้มแดงระเรื่อมีหยาดเหงื่อเกาะแพรวพราวแต่ดวงตาคู่นั้นสดใสง
และแล้วกำหนดเดินทางก็มาถึงเร็วไวยิ่งนัก มู่หรงฮ่าวเฉินเดินมาส่งภรรยาด้วยใบหน้าเคร่งเครียดไม่น้อยด้วยต้องจากกันไกลไปถึงห้าร้อยลี้ เดินทางก็ถึงหกวันกว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง แต่คนไม่ชอบพูดมากหรือแสดงกิริยาใดภายนอก วันนี้จึงเพียงดึงภรรยามากอดจนแน่นกระซิบกระซาบแผ่วเบาว่า “หากงานพี่เสร็จเร็วจะเร่งตามไปรับเจ้ากลับเรือนของเรานะเสี่ยวเยียน” ซึ่งเพียงเท่านี้สำหรับเขาแล้วนับว่ามากจนจ้าวเล่อเยียนนั้นยังตกอกตกใจเลย ดังนั้นมู่หรงฮ่าวหรานที่มาแอบมองยังต้องกำหมัดแน่นเพราะเริ่มทราบแล้วว่าพี่ชายตนเองนั้นมีใจให้จ้าวเล่อเยียนมากเพียงใด“เสี่ยวเยียนจะรอนะเจ้าคะ”นางจับมือแกร่งมาบีบแล้วยิ้มอ่อนหวานและเอ่ยทิ้งท้ายจากนั้นจึงก้าวขึ้นรถม้าที่มีเฉินกุ้ยถิงกับฟางหรูนั่งรออยู่ภายในก่อนแล้ว เมื่อรถม้าเคลื่อนออกไปนางก็ยังเปิดผ้าม่านของรถม้าออกมาโบกมืออำลาคนหน้าขรึมที่ยังยืนอยู่จนเงาร่างนั้นลับสายตาไปจ้าวเล่อเยียนจึงกลับมานั่งรถม้า เดินทางไกลเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้มาอยู่ยังแผ่นดินเทียนสุ่ยแห่งนี้ สาวน้อยที่เติบโตเป็นหญิงสาว แล้วมองสำรวจถนนหนทางและสภาพแวดล้อมของบ้านเมืองที่รถม้าผ่านไปด้วยความตื่นตาตื่นใจ ผ่านไปหกวันไ
สตรีเราจะมัวมานั่งจิบน้ำชากินของว่างหายใจทิ้งเวลาให้หมดลงไปวันต่อวัน แล้วปล่อยให้บุรุษที่ออกไปทำงานมาทำตนเป็นใหญ่ในจวน คิดจะตบแต่งอนุภรรยาก็แต่ง คิดจะรับสตรีบำเรอก็ทำ มันไม่ใช่แนวของนาง เพราะสำหรับนาง สามีเขามีงานในส่วนที่เขาต้องรับผิดชอบ นางเองก็มีความฝันมีสิ่งที่อยากจะทำเช่นกันเรียกได้ว่าชีวิตคนเราไม่แน่นอน วันใดขาดเขาพวกสตรีเช่นเราต้องอยู่ได้ ไม่ใช่ขาดเขาแล้วเราหมดสิ้นคุณค่าไปทุกสิ่ง ชีวิตอันสดใสจบสิ้นไร้สีสันมีเพียงสีดำและสีเทาครอบคลุมไปชั่วชีวิตที่เหลือนั่นมันไม่ใช่แล้ว“วันนี้ลองจับมีดนี้ดู ข้าสั่งทำมาเพื่อเจ้า แกะสลักนี้มีดคือสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะมันจะต้องพอเหมาะกับมือ คล้ายกับเจ้ากับมีดนั้นต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน”จ้าวเล่อเยียนจดจำคำสอนนี้มาจากมารดาในอดีต ก่อนจะมาแต่งงานกับบิดาของนางท่านนั้นเป็นอาจารย์สอนวิชาคหกรรมศาสตร์มาก่อน เรื่องแกะสลักนี้ อดีตคุณหนูพันซ์จึงนับว่าเชี่ยวชาญมาตั้งแต่สิบขวบเห็นจะได้ มีดกับมือและใจของคนที่จะสลักลวดลายลงไปนั้นต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน เช่นกับพ่อครัวบางคนที่นางเคยได้ฟังมาว่าเขาต้องมีมีดส่วนตัว ไปจนถึงกระทะและตะหลิวที่พิเศษ มีเพียงเขาจับและใช้ได้เพ
พอมาถึงมื้อเช้า จ้าวเล่อเยียนนั้นจึงแจ้งให้แก่บิดาและมารดาของสามีได้ทราบว่าตนเองจะขออนุญาตพวกท่านกลับไปบ้านเดิมโดยเล่าถึงจุดประสงค์ของนางเรื่องจะรับเอาเฉินกุ้ยถิงมาเป็นคนของสกุลจ้าว สองผู้เฒ่าได้ฟังก็อยากจะเห็นเด็กสาวที่สะใภ้ใหญ่ถูกตาต้องใจจนถึงขนาดจะให้ใช้สกุลจ้าว ไม่พอยังจะส่งเสริมให้เด็กสาวไปเรียนอย่างจริงจังในสำนักศึกษาของเทียนสุ่ยอีกด้วย เลยอยากพบหน้าสักหนึ่งครั้ง“เสี่ยวชุ่ยไปเรียกอาถิงมาคารวะนายท่านกับเหล่าฮูหยินเร็วเข้า”พอได้โอกาสจ้าวเล่อเยียนจึงเร่งให้สาวใช้ของตนเองนั้นไปพาเอาเฉินกุ้ยถิงมาคารวะท่านผู้เฒ่าทั้งสองทันที ส่วนคนอื่นบนโต๊ะกินข้าวนอกจากมู่หรงฮ่าวเฉินก็ล้วนอยากเห็นเด็กสาวที่มากความสามารถทั้งฝีมือทำอาหารและจัดตกแต่งผลไม้กับจัดตกแต่งดอกไม้อย่างงดงามได้เร็วไวมากเช่นนี้“เสี่ยวถิง คารวะนายท่านกับเหล่าฮูหยินเสีย ทางด้านนั้นคือคุณชายรอง ด้านนั้นคุณชายห้าและสะใภ้ห้า”จ้าวเล่อเยียนแนะนำทุกคนบนโต๊ะอาหารที่อาหารถูกเก็บไปเรียบร้อยแล้วเหลือเพียงถ้วยน้ำชาหลังมื้ออาหารของแต่ละคนเพียงเท่านั้น ซึ่งวันนี้เฉินกุ้ยถิงสวมอาภรณ์สีเหลืองอ่อน ผมนั้นถูกรวบไว้เป็นมวยก้อนกลมคล้ายซาลาเปาอยู่ส
นางยังคงอยู่ในเสื้อคลุมครบครัน แต่บุรุษผู้เป็นสามีนั้นเปลือยเปล่าอวดโฉมแข็งแกร่งกำยำจนจ้าวเล่อเยียนมองแล้วกลืนน้ำลายแทบไม่ลงคอ นางทรุดลงไปคุกเข่า พร้อมสองมือตรงเข้าโอบประคองท่อนลำเอ็นแกร่งเอาไว้แล้วเหลือบสายตาขึ้นไปประสานสายตากับสามีราวกับจะกล่าวขออนุญาต 'กลืนกิน’ อีกฝ่ายให้หายกระหายหิว ซึ่งอีกฝ่ายก็ส่งสายตาลงมาว่าจงเร่งลง ‘ลิ้น’ เถิด แล้วเพียงนางตวัดปลายลิ้นลงไปทักทายปลายหัวบากบานใหญ่ราวดอกเห็ดนั้น มู่หรงฮ่าวเฉินก็ถึงกับถอยหลังไปพิงกับถังอาบน้ำไปใหญ่สองมือเอื้อมไปกำขอบถังไม้เอาไว้แน่น ยิ่งนางดูดกลืนด้วยกิริยาอร่อยลิ้นหนักหนา คุณชายใหญ่ก็แทบจะทรงตัวยืนอีกต่อไปไม่ไหว แน่นอนว่าเขาที่มีอายุขนาดนี้ย่อมมิใช่บุรุษผู้ถือครองพรหมจรรย์ แต่ไม่เคยมีสตรีใดเอาอกเอาใจปรนเปรอเขาจนแทบแตกสลายเพียงเรียวปากงามกับลิ้นนุ่มสัมผัสส่วนปลายเท่านั้นเช่นที่จ้าวเล่อเยียนนั้นทำให้แก่เขา“ปล่อยมันออกมาเจ้าค่ะ อย่าเสียดาย เสี่ยวเยียนรอดื่มกินท่านพี่อยู่นะเจ้าคะ”สายตาออดอ้อนอ่อนหวานมาพร้อมกันกับน้ำเสียงยั่วยวนเป็นธรรมชาติ แล้วนางก็ก้มลงไป ‘จัดการ’ เขาต่อ นางเริ่มจากกดจุมพิตไปที่ขาพับด้านใน จนถึงถุงทองสองใบนั้นนางกล
หลังจากนั้นอีกสามวันต่อมาเด็กสาวเช่นเฉินกุ้ยถิงก็ถูกหนิงเจียวและหมิงเซินพามาส่งจนถึงจวนสกุลมู่หรง พอพบหน้าจ้าวเล่อเยียนก็ยิ้มแย้มแล้วเดินตรงไปต้อนรับเด็กสาวทันที นางดีใจมากที่สุดท้ายตนเองก็สามารถช่วยชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งไม่ให้ต้องใช้ร่างกายสนองราคะของบุรุษเพื่อดำรงชีวิตอยู่รอด คนเรามีสองมือ สองเท้า หนึ่งสมอง สองใบหู สองดวงตากับหนึ่งจมูกเช่นกัน ถึงกำลังสตรีจะน้อยกว่าบุรุษแต่เชื่อเถิดสตรีนั้นก็มิได้มีสมองไม่น้อยกว่าบุรุษเช่นกัน“ไหนเข้ามานั่งตรงนั้นสิอาถิง” จ้าวเล่อเยียนกวักมือเรียกเด็กสาวที่หน้าตาหมดจดวัยสิบสามปีให้ขยับเข้ามาใกล้ อดีตนางไม่เคยมีน้องแม่เดียวกัน ถ้าต่างมารดานั้นนับหัวไม่ถูก แต่เด็กสาวตรงหน้านั้นนางถูกชะตายิ่งนัก ต้องจับอาบน้ำขัดถูคราบไคลแล้วก็หาอาภรณ์สะอาดสะอ้านให้สวม กับสระผมและตัดให้เข้ารูปเข้าทรงอีกหน่อย รับรองได้เลยว่าเฉินกุ้ยถิงย่อมงดงามราวนางอุทัยเทวีเป็นแน่“มานี่ดีกว่า เสี่ยวชุ่ยเจ้าไปเตรียมน้ำอุ่นให้ข้าหน่อย”คิดแล้วหญิงสาวก็ต้องลงมือทำเลย ขั้นแรกนางจึง ‘ต้อน’ ลูกห่านป่าของนางไปอาบน้ำสระผมทำความสะอาดร่างกาย ขัดถูผิวพรรณจนสะอาดเอี่ยมอ่องภายในเวลาร่วมสองชั่วยาม ท
เมื่อวันใหม่มาเยือนจ้าวเล่อเลียนก็ต้องมานั่งขยี้ศีรษะตนเองเพราะความยุ่งยากสำหรับคนยุค 2022 ต้องมาอยู่ในแผ่นดินเทียนสุ่ยที่อาจจะล้าหลังกว่าในโลกที่นางจากมาหลายพันปีดังนั้นไม่ว่าจะเป็น แปรงสีฟัน ที่ยังดีว่ามีให้นางได้ใช้กับเกลือจนสบายปากโล่งคอไม่ใช่ว่าต้องใช้นิ้วขัดถูฟันเอาเพราะหากเป็นเช่นนั้นนางคงปร
“เป็นเช่นไร หนาวหรือไม่ในยามถูกน้ำมนตร์จอมปลอมนี่สาด แล้วเจ็บปวดหรือไม่ในยามถูกไอ้เจ้าดาบไม้นี่ฟาดไปตามเนื้อตามตัว ออกไปเลยนะไอ้พวกหัวโล้นจอมต้มตุ๋น เด็ก ๆ ผู้ใดอยู่ด้านนอกเร่งเข้ามาจับกุมไอ้พวกสี่คนนี้มัดรวมกันเอาไว้ที่ลานหน้าเรือนของข้าหากท่านพี่ของข้ากลับมาจงเร่งให้เขามาจับพวกมันไปขังคุกให้หมด!”
มือเรียวเล็กราวลำเทียนขาวผ่องบอกได้เป็นอย่างดีว่าผู้เป็นเจ้าของร่างนี้เป็นลูกคนมีอันจะกินในระดับคนร่ำรวยไม่น้อยผู้หนึ่ง แขนสองข้างกลมกลึงก่อนที่เธอจะเหยียดปลายเท้าออกไปจนสุดก็ต้องห่อปากเป็นรูปตัวโอกับความงดงามสลักเสลา แม้แต่ปลายเล็บเท้าก็ยังหาที่ติไม่เจอแม่คุณเอ๋ย… …แต้มบุญต้องมหาศาลขนาดไหนถึงได้เ
บทที่ 1 นิวจ้าวเล่อเยียน“อืม…” เรียวปากงดงามขยับพึมพำบางอย่างออกมาแต่ยังจับใจความมิได้ เพราะน้ำเสียงนั้นแสนจะแหบแห้งเกินไปจากนั้นอีกครู่หนึ่งกายอรชรใต้ผ้าห่มผืนหนาหนักจึงค่อยเริ่มขยับ แขนเรียวสองข้างยกขึ้นประสานกันเอาไว้เหนือศีรษะก่อนที่เจ้าของร่างบอบบางจะบิดตัวเพื่อขับไล่ความเมื่อยขบที่ตนเองนอนอย







