Share

บทที่ 3

Author: SixFourTwo
last update publish date: 2026-07-10 22:38:25

แสงแดดอ่อนยามเช้าทอผ่านม่านหมอกบาง ๆ ของป่าดิบชื้น

ละอองน้ำเกาะตามปลายใบไม้เป็นประกายระยิบราวกับอัญมณีเล็ก ๆ ที่ถูกโปรยไว้ทั่วผืนป่า

เสียงนกร้องแผ่วเบาดังคลอไปกับเสียงลมที่พัดผ่านยอดไม้สูงใหญ่

ลู่หลินขยับตัวเล็กน้อยอย่างงัวเงีย

ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้คือความอบอุ่นนุ่มสบายรอบกาย ราวกับกำลังนอนอยู่บนผ้าห่มขนนุ่มราคาแพง

เธอเผลอซุกหน้าลงไปตามสัญชาตญาณ ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ

สิ่งแรกที่เห็นคือแผงอกกว้างที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจสม่ำเสมอ

ลู่หลินชะงักไปทันที ดวงตากลมโตค่อย ๆ เงยขึ้นทีละนิด ก่อนจะสบเข้ากับดวงตาสีอำพันคู่คมที่กำลังจ้องมองเธออยู่ก่อนแล้ว

“ตื่นแล้วหรือ... ลิงน้อย”

น้ำเสียงทุ้มต่ำของเฟิงอวี่ดังขึ้นเรียบเรื่อย แต่แววตากลับวาววับอย่างน่าประหลาด

ลู่หลินเบิกตากว้างทันทีเมื่อรู้ตัวว่า ตัวเองกำลังนอนซบอยู่บนตัวเขา แถมขาข้างหนึ่งยังพาดอยู่บนปีกสีเงินของเขาอย่างถือวิสาสะอีกต่างหาก

“ขะ... ขอโทษนะ!”

เธอรีบดีดตัวลุกขึ้นนั่ง ใบหน้าแดงก่ำไปหมด

“ฉันหลับเพลินไปหน่อย ปีกคุณมันอุ่นมากเลยน่ะ... อุ่นเหมือนผ้าห่มเลย”

เฟิงอวี่ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม เขาปัดเศษใบไม้ที่ติดอยู่ตามขนนกสีเงินช้า ๆ อย่างไม่รีบร้อน ก่อนปรายตามองตัวเมียตัวเล็กที่กำลังลนลาน

มุมปากของเขายกขึ้นนิด ๆ

“ข้าไม่ได้ว่าอะไรเสียหน่อย” เขาเอ่ยเสียงเรียบ

“อันที่จริง... ข้าค่อนข้างชอบที่เจ้าขยับเข้ามาหาข้าเองมากกว่า”

ลู่หลินชะงักทันที

“หา?”

เฟิงอวี่ก้มลงมองนาง ดวงตาสีอำพันเต็มไปด้วยแววขบขันเจ้าเล่ห์

“มันช่วยประหยัดแรงข้าได้มากเลยล่ะ”

“ประหยัดแรงอะไรเหรอ?”

“ไล่ต้อนเจ้าอย่างไรเล่า”

ลู่หลินอ้าปากค้างไปชั่วขณะ ใบหน้าของเธอแดงก่ำ ก่อนที่เธอจะรีบยกมือขึ้นปิดหน้าทันที

“คุณนี่พูดจาอันตรายตั้งแต่เช้าเลยนะ!”

“อันตรายตรงไหนหรือ” เฟิงอวี่ถามกลับหน้าตาเฉย

“ก็ตรงที่ทำให้คนอื่นใจเต้นนี่แหละ!”

พูดจบเธอก็ชะงักเองทันที

เฟิงอวี่เลิกคิ้วขึ้นช้า ๆ ดวงตาสีอำพันฉายแววขบขัน

“อ้อ... เช่นนั้นหัวใจเจ้ากำลังเต้นแรงเพราะข้าอยู่หรือ”

“มะ... ไม่ใช่สักหน่อย!”

“แต่ข้าได้ยินนะ... ดังมากเสียด้วย”

เขาก้มลงเล็กน้อยจนใบหน้าเข้ามาใกล้

ลู่หลินหน้าแดงจนแทบระเบิด เธอรีบผลักหน้าเขาออกทันที

“หยุดพูดเลยนะ!”

เฟิงอวี่หัวเราะหึเบา ๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะต่ำทุ้มนั้นทำเอาหัวใจของลู่หลินเต้นผิดจังหวะอย่างห้ามไม่อยู่ เธอรีบเบือนหน้าหนีทันที

‘คนอะไร... หล่อก็หล่อ ยังชอบพูดให้ใจเต้นอีก!’

เธอรีบเปลี่ยนเรื่องทันทีเพื่อกลบความเขิน

“คุณเฟิงอวี่ แถวนี้มีลำธารไหม? ฉันอยากล้างหน้าน่ะ”

เฟิงอวี่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างสงสัย

“ตื่นมาก็คิดเรื่องนี้ก่อนเลยหรือ”

“ตื่นมาก็ต้องล้างหน้าสิ! จะให้นั่งหัวฟูทั้งวันได้ยังไงกัน”

เธอบ่นอุบอิบ

เฟิงอวี่มองท่าทางจริงจังของนางแล้วหลุดยิ้มเอ็นดูออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

ตัวเมียคนอื่นในทวีปสัตว์อสูรยามอยู่กลางป่าลำพังมักหวาดกลัวจนแทบร้องไห้

แต่นางกลับมัวกังวลเรื่องล้างหน้า ช่างเป็นตัวเมียที่ประหลาดจริง ๆ

“ตามข้ามา”

เขาหันหลังเดินนำ ก่อนจะทิ้งท้ายเสียงเรียบ

“แต่อย่าห่างจากข้าแม้แต่ก้าวเดียวนะ”

ลู่หลินกะพริบตาปริบ ๆ

“ทำไมล่ะ?”

เฟิงอวี่หันกลับมามองนางช้า ๆ

“เพราะข้าคงไม่อยากเสียเวลาไปตามหาคู่ครองของข้าในปากสัตว์อสูรตัวอื่นหรอก”

“คะ… ใครคู่ครองคุณกัน!”

ลู่หลินหน้าแดงอีกครั้ง

เฟิงอวี่เพียงยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเดินต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เธอได้แต่กัดริมฝีปากเบา ๆ แล้วรีบเดินตามแผ่นหลังกว้างของเขาไป

ไม่นานนัก ทั้งคู่ก็มาถึงลำธารใสสะอาด น้ำเย็นไหลผ่านโขดหินส่งเสียงดังแผ่วเบา บรรยากาศสงบจนเหมือนภาพฝัน

“ว้าว... สวยจัง”

ลู่หลินรีบเดินไปนั่งยอง ๆ ริมน้ำ ก่อนจะวักน้ำขึ้นล้างหน้าอย่างสดชื่น

เฟิงอวี่ยืนพิงต้นไม้ใหญ่ไม่ไกล สายตาคมกริบจับจ้องทุกอิริยาบถของนางเงียบ ๆ

หยดน้ำใสเกาะพราวอยู่ตามพวงแก้มขาวใส เส้นผมสีดำสนิทเปียกชื้นเล็กน้อย ดูนุ่มละมุนจนเขาเผลอมองค้าง

หัวใจของเขาพลันกระตุกวูบอีกครั้ง

เฟิงอวี่ขยับเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว จนเงาร่างสูงใหญ่ของเขาทาบลงบนตัวนางทั้งหมด

“ล้างเสร็จหรือยัง?”

เสียงทุ้มดังขึ้นใกล้หูจนลู่หลินสะดุ้ง

“ว้าย!”

เธอหันกลับมาทันที

“ฉันตกใจหมดเลยนะ!”

เฟิงอวี่มองท่าทางตกใจของนางแล้วยกยิ้ม

“ข้าแค่ถาม”

ลู่หลินบ่นงึมงำ ก่อนจะเอ่ยถาม

“คุณจะล้างด้วยไหม?”

เฟิงอวี่นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะโน้มตัวลงมาช้า ๆ จนลมหายใจอุ่นรดอยู่บนหน้าผากของเธอ

“ข้าบาดเจ็บ”

เขาเอ่ยเสียงต่ำ

“ขยับตัวลำบากมาก เจ้าช่วยล้างให้ข้าได้หรือไม่”

ลู่หลินมองเขาอย่างไม่เชื่อ

“แต่เมื่อกี้คุณยังเดินมาที่นี่ได้ปกติเลยนี่นา!”

“เดินได้”

เขาตอบหน้าตาย

“แต่เอื้อมมือลำบาก”

“...”

ลู่หลินถึงกับพูดไม่ออก

คนอะไรโกหกหน้าตาเฉยแบบนี้!

แต่สายตาออดอ้อนนิ่ง ๆ ของเขากลับทำให้เธอใจอ่อนอย่างน่าหงุดหงิด

สุดท้ายลู่หลินก็ถอนหายใจเบา ๆ

“ก็ได้”

เธอวักน้ำขึ้นมา แล้วค่อย ๆ เช็ดใบหน้าให้เขาอย่างตั้งใจ

เฟิงอวี่มองนางใกล้ ๆ เงียบงัน

กลิ่นหอมสะอาดจากตัวนางลอยเข้ามาแตะจมูกอีกครั้ง จนหัวใจของเขาอ่อนลงอย่างประหลาด

ลู่หลินตั้งใจเช็ดทำความสะอาดไปตาม สันกราม ใบหน้า และใบหูของเขาอย่างระมัดระวัง

“เบาหน่อยสิ”

จู่ ๆ เขาก็เอ่ยเสียงต่ำ

ลู่หลินสะดุ้งทันที

“ฉันทำแรงไปเหรอ?”

“อื้ม”

เฟิงอวี่จ้องเธอนิ่ง

“ข้าเกือบจะเคลิ้มอยู่แล้ว”

“...!”

ลู่หลินหน้าแดงทันที

คนคนนี้ชอบแกล้งเธอจริง ๆ!

เฟิงอวี่มองปฏิกิริยานั้นอย่างพึงพอใจ ก่อนจะโน้มหน้ากระซิบชิดใบหู

“ลู่หลิน... เจ้าบอกว่าไม่มีคู่ครองใช่หรือไม่”

“อะ... อื้อ”

“เช่นนั้น... หากข้าจะขอจองตัวเจ้าด้วยวิธีของสัตว์อสูรเล่า?”

“วิธีของสัตว์อสูรเหรอ?”

ลู่หลินเอียงคอถามด้วยความซื่อ

“มันคืออะไร?”

เฟิงอวี่ยกยิ้มมุมปาก เขาใช้นิ้วเรียวเช็ดหยดน้ำที่ริมฝีปากนางอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นทำเอาลู่หลินตัวแข็งทื่อ

“ก็คือการทำให้ทั่วทั้งตัวเจ้า... มีกลิ่นของข้าติดอยู่ จนไม่มีสัตว์อสูรตัวไหนกล้าเข้าใกล้อย่างไรล่ะ”

เขาก้มลงกระซิบชิดหู

แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ตอบอะไร เฟิงอวี่ก็ชะงัก ดวงตาสีอำพันเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบทันที

ปีกสีเงินสยายออกกว้างในพริบตา พร้อมคว้าร่างของลู่หลินเข้ามากอดแนบอก

“ชู่ว... อยู่นิ่ง ๆ”

น้ำเสียงของเขาต่ำเย็นจนน่ากลัว

“ดูเหมือนจะมีพวกน่ารำคาญได้กลิ่นความหวานของเจ้าเข้าแล้ว”

สิ้นเสียงนั้น สัตว์อสูรหมาป่าสามตัวก็โผล่ออกมาจากพุ่มไม้ทันที!

ดวงตาของพวกมันแดงก่ำ เขี้ยวแหลมคมเผยออกมาพร้อมน้ำลายหยดติ๋ง

ลู่หลินหน้าซีดเผือด เธอเผลอคว้าชายเสื้อของเฟิงอวี่แน่น

“มะ... หมาป่า!”

เฟิงอวี่ก้มลงมองนางนิดหนึ่ง

“เจ้ากลัวหรือ?”

เขาถามเบา ๆ

“ใช่สิ ใครไม่กลัวหมาป่าบ้าง!”

เขาหัวเราะหึเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ

“เช่นนั้นก็ดูให้ดี”

สิ้นคำ ร่างสูงก็พุ่งออกไปดุจสายฟ้า

ปีกสีเงินมหึมาบดบังแสงตะวัน กรงเล็บแหลมคมคว้าคอหมาป่าตัวแรกอย่างแม่นยำ ก่อนจะเหวี่ยงกระแทกโขดหินจนร่างแหลกในพริบตา

อีกสองตัวเมื่อเห็นดังนั้น มันก็พุ่งเข้าใส่เฟิงอวี่พร้อมกัน

เฟิงอวี่เพียงปรายตามองอย่างเย็นชา

ก่อนจะพุ่งตัวไปคว้าพวกมันไว้สองมือ ทะยานขึ้นกลางอากาศ แล้วเหวี่ยงกระแทกร่างพวกมันเข้าหากันจนเสียงกระดูกแตกดังน่าสยดสยอง

ทุกอย่างจบลงในไม่กี่อึดใจ หมาป่าทั้งสามนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น

เฟิงอวี่ร่อนลงพื้นอย่างสง่างาม ปีกสีเงินสะอาดไร้รอยคราบเลือด

เขาหันกลับมามองลู่หลินที่ยังยืนอึ้ง ก่อนจะเดินเข้าไปหานางช้า ๆ

“เป็นอย่างไร”

เขาเท้าแขนกักร่างเล็กไว้กับต้นไม้

“ข้ามีประโยชน์มากกว่าเป็นแค่ผ้าห่มให้เจ้าหรือไม่?”

ลู่หลินหน้าแดงทันที

“คะ... คุณนี่จริง ๆ เลยนะ!”

เขายกยิ้มพลางลูบศีรษะนางอย่างอ่อนโยน

“เจ้ากลัวหรือไม่”

น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย มันฟังดูอ่อนลงกว่าเดิมมาก

ลู่หลินชะงักไป ก่อนจะส่ายหน้าช้า ๆ

“ตอนแรกก็ตกใจอยู่หรอก...”

เธอเงยหน้ามองเขา

“แต่พอเห็นคุณอยู่ตรงหน้า ฉันก็ไม่ค่อยกลัวแล้ว”

ดวงตาของเฟิงอวี่ไหววูบ เขาโน้มใบหน้าลงใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนรดใบหูจนเธอขนลุกซู่

“เมื่อครู่ข้าเก่งหรือไม่... เจ้าไม่มีรางวัลให้ข้าหน่อยหรือ?”

“ระ... รางวัลอะไรอีก”

“อะไรก็ได้”

เขากระซิบเสียงต่ำ

“ข้าไม่เลือกมาก”

ลู่หลินรีบก้มหน้าซุกอกเขาเพื่อซ่อนความเขิน ก่อนจะถามเสียงสั่นเพื่อเปลี่ยนเรื่อง

“ฝะ… ฝากกลิ่นที่คุณว่า มันคือยังไงกันแน่เหรอ”

เฟิงอวี่ยกยิ้มช้า ๆ ดวงตาสีอำพันวาววับอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นท่าทางเขินอายของนาง

“อยากรู้จริง ๆ หรือ”

เขาเชยคางของนางขึ้นอย่างแผ่วเบา ปลายนิ้วหยาบนิด ๆ ลูบผ่านผิวแก้มนุ่มจนลู่หลินเผลอกลั้นหายใจ

“ถ้าฉันบอกว่าไม่อยากรู้แล้ว... ยังทันไหม”

เฟิงอวี่หัวเราะต่ำ ๆ ในลำคอ

“ไม่ทันแล้วล่ะ”

สิ้นคำ เขาก็ค่อย ๆ โน้มใบหน้าลงไปใกล้ซอกคอขาวผ่องของนาง

ลู่หลินสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงปลายจมูกโด่งที่ลากไล้ผ่านผิวเนียนอย่างเชื่องช้า

ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดอยู่ข้างลำคอ จนร่างกายของเธอสั่นวูบอย่างห้ามไม่อยู่

“ฟะ... เฟิงอวี่...”

เสียงเรียกของเธอสั่นจนแทบไม่เป็นคำ

เฟิงอวี่ไม่ได้ตอบในทันที เขาเพียงหลับตาลงเล็กน้อย สูดกลิ่นหอมสะอาดจากตัวนางช้า ๆ ราวกับกำลังลิ้มรสสิ่งล้ำค่า

“เจ้ามีกลิ่นหอมจริง ๆ”

น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าของเขาทำเอาหัวใจลู่หลินเต้นแรงจนแทบทะลุอก

“ไม่แปลกเลย... ที่พวกสัตว์อสูรจะคลุ้มคลั่งเมื่อได้กลิ่นเจ้า”

“อย่าพูดน่ากลัวแบบนั้นสิ...”

ลู่หลินรีบยกมือขึ้นดันไหล่เขาเบา ๆ แต่เฟิงอวี่กลับจับข้อมือเธอไว้ ก่อนจะดึงลงช้า ๆ

“กลัวข้าหรือ”

ดวงตาสีอำพันจ้องลึกเข้ามาใกล้เกินไป จนเธอหลบสายตาแทบไม่ทัน

“ปะ... เปล่าสักหน่อย”

เฟิงอวี่มองใบหน้าแดงก่ำของนางแล้วหลุดยิ้มอย่างเอ็นดู

“เช่นนั้นก็ดี”

เขาก้มลงอีกครั้ง คราวนี้ปลายจมูกคลอเคลียอยู่ที่ซอกคอของเธอเนิ่นนานกว่าเดิม

ปีกสีเงินด้านหลังค่อย ๆ ขยับเข้ามาโอบรอบตัวนางแน่นขึ้น ราวกับกำลังกักขังเหยื่อตัวน้อยเอาไว้ในอาณาเขตของตน

“อื้อ...”

ลู่หลินเผลอส่งเสียงแผ่วออกมาโดยไม่รู้ตัว เมื่อสัมผัสอุ่นร้อนจากเขาทำเอาขนลุกไปทั้งตัว

เฟิงอวี่ได้ยินเสียงนั้นชัดเจน มุมปากของเขายกขึ้นนิด ๆ อย่างพึงพอใจ

“เจ้ารู้หรือไม่...”

เขากระซิบชิดผิวขาวนุ่ม

“สัตว์อสูรตัวผู้จะฝากกลิ่นไว้บนตัวเมียที่ตนหมายตาไว้เท่านั้น”

ลู่หลินเบิกตากว้างทันที

“มะ... หมายตาเหรอ?”

“อื้ม...”

เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาสีอำพันจ้องนางนิ่ง ๆ

“เพื่อให้สัตว์อสูรทุกตัวรู้ว่า... เจ้าเป็นของผู้ใด”

หัวใจของลู่หลินกระตุกวูบ ทั้งสายตา ทั้งน้ำเสียงของเขา มันใกล้จนเธอแทบตั้งสติไม่อยู่

“ตะ... แต่ฉันยังไม่ได้ตอบตกลงสักหน่อยนะ”

เฟิงอวี่เลิกคิ้วนิด ๆ

“เช่นนั้นเจ้าจะปฏิเสธข้าหรือ”

“ก็... ก็ไม่ใช่แบบนั้น”

เธอพูดตะกุกตะกักจนตัวเองยังสับสน

เฟิงอวี่มองท่าทางลนลานนั้น ก่อนจะหัวเราะหึเบา ๆ อย่างอารมณ์ดี

“เจ้าช่างหลอกอ่านง่ายจริง ๆ"

เขาเอ่ยเสียงพร่าพลางใช้ปลายนิ้วไล้ผ่านริมฝีปากนางอย่างแผ่วเบา

"หัวใจเจ้าเต้นดังจนข้าได้ยินหมดแล้ว"

เขาก้มลงกระซิบชิดหู

ลู่หลินหน้าแดงจนแทบระเบิด

เฟิงอวี่ผละออกมานิดหนึ่ง ก่อนจะใช้หลังมือลูบแก้มนุ่มเบา ๆ อีกครั้ง

ดวงตาสีอำพันของเขาเต็มไปด้วยความพึงพอใจ

“ตอนนี้... ทั่วทั้งตัวเจ้ามีแต่กลิ่นของข้าแล้ว”

เขายิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์

“เจ้าหนีข้าไม่พ้นแล้วล่ะ เจ้าลิงตัวน้อย”
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อฉันต้องเป็นดวงใจของเหล่าสัตว์อสูร   บทที่ 200

    “คุณ...” ลู่หลินเม้มริมฝีปาก ก่อนจะรวบรวมความกล้าถามออกไป “คุณจะไม่ไปส่งฉันหน่อยเหรอ” เฟยหลงมองนางนิ่ง ๆ “ข้าจะไปส่งหรือไม่... มันก็ไม่ต่างกันหรอก” “มันต่างกันสิ!” คำตอบของเธอดังขึ้นแทบจะทันที เฟยหลงนิ่งไปเล็กน้อย แล้วถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย “เจ้าบอกข้าได้หรือไม่ว่ามันต่างกันอย่างไร”

  • เมื่อฉันต้องเป็นดวงใจของเหล่าสัตว์อสูร   บทที่ 199

    โถงตำหนักเทพ เฟิงอวี่และซือเยี่ยยืนรออยู่ด้วยความร้อนใจ หลังจากเดินทางมาถึง พวกเขาก็แทบไม่อาจอยู่นิ่งได้ แม้จะได้รับข่าวว่าลู่หลินปลอดภัยดี แต่ตราบใดที่ยังไม่ได้เห็นนางด้วยตาตัวเอง ความกังวลในใจก็ยังไม่อาจคลี่คลาย ไม่นานนัก ร่างสูงสง่าของเฟยหลงก็ปรากฏขึ้นตรงทางเดิน เฟิงอวี่ก้าวออกไปข้างหน้าทันที

  • เมื่อฉันต้องเป็นดวงใจของเหล่าสัตว์อสูร   บทที่ 198

    “อื้อ...” ลู่หลินขยับตัวอย่างงัวเงีย ก่อนจะพบว่าตนเองยังอยู่ในอ้อมกอดของเฟยหลงเช่นเดิม เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงขยับในอ้อมแขน เฟยหลงก็กระชับวงแขนรอบเอวของนางแน่นขึ้นอีกเล็กน้อย ลู่หลินหันกลับไปมอง ก็เห็นว่าเขายังคงหลับตาอยู่ ใบหน้าซบอยู่กับลาดไหล่ของเธอ ราวกับยังไม่คิดจะปล่อยให้เธอลุกไปไหนง่าย ๆ “คุณ

  • เมื่อฉันต้องเป็นดวงใจของเหล่าสัตว์อสูร   บทที่ 197

    “ฉันไม่อยากเป็นภาระของใครอย่างเดียวนี่ การที่ฉันทำอะไรได้บ้าง มันทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองยังมีค่าพอที่จะยืนอยู่ตรงนี้” เฟยหลงไม่ได้พูดอะไรต่อในทันที เขามองดวงตากลมโตของนาง ก่อนยกมือขึ้นแตะศีรษะเบา ๆ “ลู่หลิน” “หืม?” “หากวันหนึ่งเจ้าไม่สามารถปรุงยาได้อีก เจ้าคิดว่าตัวเองจะหมดคุณค่าไปด้วยหรือ” ลู่

  • เมื่อฉันต้องเป็นดวงใจของเหล่าสัตว์อสูร   บทที่ 196

    ณ พระราชวังเงาจันทร์ บรรยากาศภายในโถงบัลลังก์เต็มไปด้วยความตึงเครียด “เรียนองค์ราชา... ท่านผู้อาวุโสสูงสุดส่งข้ามาแจ้งข่าวว่า ท่านลู่หลินพำนักอยู่ที่ตำหนักเทพเมืองดาราขอรับ” ผู้ส่งสารจากตำหนักเทพเมืองดารารีบรายงานทันทีที่มาถึงพระราชวังเงาจันทร์ หลังใช้เวลาเดินทางติดต่อกันถึงห้าวัน ฉางเหยียนที่นั

  • เมื่อฉันต้องเป็นดวงใจของเหล่าสัตว์อสูร   บทที่ 195

    ปัง! แรงกระแทกทำให้เขาถอยหลังไปสองก้าว แต่ยังคงยืนหยัดได้อย่างมั่นคง เสียงเชียร์จากผู้ชมดังขึ้น “ดี! โจมตีต่อเลย!” “เผ่าจระเข้ต้องชนะอยู่แล้ว!” ลู่หลินกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว “เขาโจมตีเร็วมากเลย!” เฟยหลงนั่งพิงพนักเก้าอี้อย่างสงบ “อืม” บนลานประลอง ชายเผ่าจระเข้ไม่เปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้ได้ตั้งต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status