แสงแดดอ่อนยามเช้าทอผ่านม่านหมอกบาง ๆ ของป่าดิบชื้น
ละอองน้ำเกาะตามปลายใบไม้เป็นประกายระยิบราวกับอัญมณีเล็ก ๆ ที่ถูกโปรยไว้ทั่วผืนป่า
เสียงนกร้องแผ่วเบาดังคลอไปกับเสียงลมที่พัดผ่านยอดไม้สูงใหญ่
ลู่หลินขยับตัวเล็กน้อยอย่างงัวเงีย
ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้คือความอบอุ่นนุ่มสบายรอบกาย ราวกับกำลังนอนอยู่บนผ้าห่มขนนุ่มราคาแพง
เธอเผลอซุกหน้าลงไปตามสัญชาตญาณ ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ
สิ่งแรกที่เห็นคือแผงอกกว้างที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจสม่ำเสมอ
ลู่หลินชะงักไปทันที ดวงตากลมโตค่อย ๆ เงยขึ้นทีละนิด ก่อนจะสบเข้ากับดวงตาสีอำพันคู่คมที่กำลังจ้องมองเธออยู่ก่อนแล้ว
“ตื่นแล้วหรือ... ลิงน้อย”
น้ำเสียงทุ้มต่ำของเฟิงอวี่ดังขึ้นเรียบเรื่อย แต่แววตากลับวาววับอย่างน่าประหลาด
ลู่หลินเบิกตากว้างทันทีเมื่อรู้ตัวว่า ตัวเองกำลังนอนซบอยู่บนตัวเขา แถมขาข้างหนึ่งยังพาดอยู่บนปีกสีเงินของเขาอย่างถือวิสาสะอีกต่างหาก
“ขะ... ขอโทษนะ!”
เธอรีบดีดตัวลุกขึ้นนั่ง ใบหน้าแดงก่ำไปหมด
“ฉันหลับเพลินไปหน่อย ปีกคุณมันอุ่นมากเลยน่ะ... อุ่นเหมือนผ้าห่มเลย”
เฟิงอวี่ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม เขาปัดเศษใบไม้ที่ติดอยู่ตามขนนกสีเงินช้า ๆ อย่างไม่รีบร้อน ก่อนปรายตามองตัวเมียตัวเล็กที่กำลังลนลาน
มุมปากของเขายกขึ้นนิด ๆ
“ข้าไม่ได้ว่าอะไรเสียหน่อย” เขาเอ่ยเสียงเรียบ
“อันที่จริง... ข้าค่อนข้างชอบที่เจ้าขยับเข้ามาหาข้าเองมากกว่า”
ลู่หลินชะงักทันที
“หา?”
เฟิงอวี่ก้มลงมองนาง ดวงตาสีอำพันเต็มไปด้วยแววขบขันเจ้าเล่ห์
“มันช่วยประหยัดแรงข้าได้มากเลยล่ะ”
“ประหยัดแรงอะไรเหรอ?”
“ไล่ต้อนเจ้าอย่างไรเล่า”
ลู่หลินอ้าปากค้างไปชั่วขณะ ใบหน้าของเธอแดงก่ำ ก่อนที่เธอจะรีบยกมือขึ้นปิดหน้าทันที
“คุณนี่พูดจาอันตรายตั้งแต่เช้าเลยนะ!”
“อันตรายตรงไหนหรือ” เฟิงอวี่ถามกลับหน้าตาเฉย
“ก็ตรงที่ทำให้คนอื่นใจเต้นนี่แหละ!”
พูดจบเธอก็ชะงักเองทันที
เฟิงอวี่เลิกคิ้วขึ้นช้า ๆ ดวงตาสีอำพันฉายแววขบขัน
“อ้อ... เช่นนั้นหัวใจเจ้ากำลังเต้นแรงเพราะข้าอยู่หรือ”
“มะ... ไม่ใช่สักหน่อย!”
“แต่ข้าได้ยินนะ... ดังมากเสียด้วย”
เขาก้มลงเล็กน้อยจนใบหน้าเข้ามาใกล้
ลู่หลินหน้าแดงจนแทบระเบิด เธอรีบผลักหน้าเขาออกทันที
“หยุดพูดเลยนะ!”
เฟิงอวี่หัวเราะหึเบา ๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะต่ำทุ้มนั้นทำเอาหัวใจของลู่หลินเต้นผิดจังหวะอย่างห้ามไม่อยู่ เธอรีบเบือนหน้าหนีทันที
‘คนอะไร... หล่อก็หล่อ ยังชอบพูดให้ใจเต้นอีก!’
เธอรีบเปลี่ยนเรื่องทันทีเพื่อกลบความเขิน
“คุณเฟิงอวี่ แถวนี้มีลำธารไหม? ฉันอยากล้างหน้าน่ะ”
เฟิงอวี่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างสงสัย
“ตื่นมาก็คิดเรื่องนี้ก่อนเลยหรือ”
“ตื่นมาก็ต้องล้างหน้าสิ! จะให้นั่งหัวฟูทั้งวันได้ยังไงกัน”
เธอบ่นอุบอิบ
เฟิงอวี่มองท่าทางจริงจังของนางแล้วหลุดยิ้มเอ็นดูออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
ตัวเมียคนอื่นในทวีปสัตว์อสูรยามอยู่กลางป่าลำพังมักหวาดกลัวจนแทบร้องไห้
แต่นางกลับมัวกังวลเรื่องล้างหน้า ช่างเป็นตัวเมียที่ประหลาดจริง ๆ
“ตามข้ามา”
เขาหันหลังเดินนำ ก่อนจะทิ้งท้ายเสียงเรียบ
“แต่อย่าห่างจากข้าแม้แต่ก้าวเดียวนะ”
ลู่หลินกะพริบตาปริบ ๆ
“ทำไมล่ะ?”
เฟิงอวี่หันกลับมามองนางช้า ๆ
“เพราะข้าคงไม่อยากเสียเวลาไปตามหาคู่ครองของข้าในปากสัตว์อสูรตัวอื่นหรอก”
“คะ… ใครคู่ครองคุณกัน!”
ลู่หลินหน้าแดงอีกครั้ง
เฟิงอวี่เพียงยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเดินต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เธอได้แต่กัดริมฝีปากเบา ๆ แล้วรีบเดินตามแผ่นหลังกว้างของเขาไป
ไม่นานนัก ทั้งคู่ก็มาถึงลำธารใสสะอาด น้ำเย็นไหลผ่านโขดหินส่งเสียงดังแผ่วเบา บรรยากาศสงบจนเหมือนภาพฝัน
“ว้าว... สวยจัง”
ลู่หลินรีบเดินไปนั่งยอง ๆ ริมน้ำ ก่อนจะวักน้ำขึ้นล้างหน้าอย่างสดชื่น
เฟิงอวี่ยืนพิงต้นไม้ใหญ่ไม่ไกล สายตาคมกริบจับจ้องทุกอิริยาบถของนางเงียบ ๆ
หยดน้ำใสเกาะพราวอยู่ตามพวงแก้มขาวใส เส้นผมสีดำสนิทเปียกชื้นเล็กน้อย ดูนุ่มละมุนจนเขาเผลอมองค้าง
หัวใจของเขาพลันกระตุกวูบอีกครั้ง
เฟิงอวี่ขยับเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว จนเงาร่างสูงใหญ่ของเขาทาบลงบนตัวนางทั้งหมด
“ล้างเสร็จหรือยัง?”
เสียงทุ้มดังขึ้นใกล้หูจนลู่หลินสะดุ้ง
“ว้าย!”
เธอหันกลับมาทันที
“ฉันตกใจหมดเลยนะ!”
เฟิงอวี่มองท่าทางตกใจของนางแล้วยกยิ้ม
“ข้าแค่ถาม”
ลู่หลินบ่นงึมงำ ก่อนจะเอ่ยถาม
“คุณจะล้างด้วยไหม?”
เฟิงอวี่นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะโน้มตัวลงมาช้า ๆ จนลมหายใจอุ่นรดอยู่บนหน้าผากของเธอ
“ข้าบาดเจ็บ”
เขาเอ่ยเสียงต่ำ
“ขยับตัวลำบากมาก เจ้าช่วยล้างให้ข้าได้หรือไม่”
ลู่หลินมองเขาอย่างไม่เชื่อ
“แต่เมื่อกี้คุณยังเดินมาที่นี่ได้ปกติเลยนี่นา!”
“เดินได้”
เขาตอบหน้าตาย
“แต่เอื้อมมือลำบาก”
“...”
ลู่หลินถึงกับพูดไม่ออก
คนอะไรโกหกหน้าตาเฉยแบบนี้!
แต่สายตาออดอ้อนนิ่ง ๆ ของเขากลับทำให้เธอใจอ่อนอย่างน่าหงุดหงิด
สุดท้ายลู่หลินก็ถอนหายใจเบา ๆ
“ก็ได้”
เธอวักน้ำขึ้นมา แล้วค่อย ๆ เช็ดใบหน้าให้เขาอย่างตั้งใจ
เฟิงอวี่มองนางใกล้ ๆ เงียบงัน
กลิ่นหอมสะอาดจากตัวนางลอยเข้ามาแตะจมูกอีกครั้ง จนหัวใจของเขาอ่อนลงอย่างประหลาด
ลู่หลินตั้งใจเช็ดทำความสะอาดไปตาม สันกราม ใบหน้า และใบหูของเขาอย่างระมัดระวัง
“เบาหน่อยสิ”
จู่ ๆ เขาก็เอ่ยเสียงต่ำ
ลู่หลินสะดุ้งทันที
“ฉันทำแรงไปเหรอ?”
“อื้ม”
เฟิงอวี่จ้องเธอนิ่ง
“ข้าเกือบจะเคลิ้มอยู่แล้ว”
“...!”
ลู่หลินหน้าแดงทันที
คนคนนี้ชอบแกล้งเธอจริง ๆ!
เฟิงอวี่มองปฏิกิริยานั้นอย่างพึงพอใจ ก่อนจะโน้มหน้ากระซิบชิดใบหู
“ลู่หลิน... เจ้าบอกว่าไม่มีคู่ครองใช่หรือไม่”
“อะ... อื้อ”
“เช่นนั้น... หากข้าจะขอจองตัวเจ้าด้วยวิธีของสัตว์อสูรเล่า?”
“วิธีของสัตว์อสูรเหรอ?”
ลู่หลินเอียงคอถามด้วยความซื่อ
“มันคืออะไร?”
เฟิงอวี่ยกยิ้มมุมปาก เขาใช้นิ้วเรียวเช็ดหยดน้ำที่ริมฝีปากนางอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นทำเอาลู่หลินตัวแข็งทื่อ
“ก็คือการทำให้ทั่วทั้งตัวเจ้า... มีกลิ่นของข้าติดอยู่ จนไม่มีสัตว์อสูรตัวไหนกล้าเข้าใกล้อย่างไรล่ะ”
เขาก้มลงกระซิบชิดหู
แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ตอบอะไร เฟิงอวี่ก็ชะงัก ดวงตาสีอำพันเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบทันที
ปีกสีเงินสยายออกกว้างในพริบตา พร้อมคว้าร่างของลู่หลินเข้ามากอดแนบอก
“ชู่ว... อยู่นิ่ง ๆ”
น้ำเสียงของเขาต่ำเย็นจนน่ากลัว
“ดูเหมือนจะมีพวกน่ารำคาญได้กลิ่นความหวานของเจ้าเข้าแล้ว”
สิ้นเสียงนั้น สัตว์อสูรหมาป่าสามตัวก็โผล่ออกมาจากพุ่มไม้ทันที!
ดวงตาของพวกมันแดงก่ำ เขี้ยวแหลมคมเผยออกมาพร้อมน้ำลายหยดติ๋ง
ลู่หลินหน้าซีดเผือด เธอเผลอคว้าชายเสื้อของเฟิงอวี่แน่น
“มะ... หมาป่า!”
เฟิงอวี่ก้มลงมองนางนิดหนึ่ง
“เจ้ากลัวหรือ?”
เขาถามเบา ๆ
“ใช่สิ ใครไม่กลัวหมาป่าบ้าง!”
เขาหัวเราะหึเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ
“เช่นนั้นก็ดูให้ดี”
สิ้นคำ ร่างสูงก็พุ่งออกไปดุจสายฟ้า
ปีกสีเงินมหึมาบดบังแสงตะวัน กรงเล็บแหลมคมคว้าคอหมาป่าตัวแรกอย่างแม่นยำ ก่อนจะเหวี่ยงกระแทกโขดหินจนร่างแหลกในพริบตา
อีกสองตัวเมื่อเห็นดังนั้น มันก็พุ่งเข้าใส่เฟิงอวี่พร้อมกัน
เฟิงอวี่เพียงปรายตามองอย่างเย็นชา
ก่อนจะพุ่งตัวไปคว้าพวกมันไว้สองมือ ทะยานขึ้นกลางอากาศ แล้วเหวี่ยงกระแทกร่างพวกมันเข้าหากันจนเสียงกระดูกแตกดังน่าสยดสยอง
ทุกอย่างจบลงในไม่กี่อึดใจ หมาป่าทั้งสามนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น
เฟิงอวี่ร่อนลงพื้นอย่างสง่างาม ปีกสีเงินสะอาดไร้รอยคราบเลือด
เขาหันกลับมามองลู่หลินที่ยังยืนอึ้ง ก่อนจะเดินเข้าไปหานางช้า ๆ
“เป็นอย่างไร”
เขาเท้าแขนกักร่างเล็กไว้กับต้นไม้
“ข้ามีประโยชน์มากกว่าเป็นแค่ผ้าห่มให้เจ้าหรือไม่?”
ลู่หลินหน้าแดงทันที
“คะ... คุณนี่จริง ๆ เลยนะ!”
เขายกยิ้มพลางลูบศีรษะนางอย่างอ่อนโยน
“เจ้ากลัวหรือไม่”
น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย มันฟังดูอ่อนลงกว่าเดิมมาก
ลู่หลินชะงักไป ก่อนจะส่ายหน้าช้า ๆ
“ตอนแรกก็ตกใจอยู่หรอก...”
เธอเงยหน้ามองเขา
“แต่พอเห็นคุณอยู่ตรงหน้า ฉันก็ไม่ค่อยกลัวแล้ว”
ดวงตาของเฟิงอวี่ไหววูบ เขาโน้มใบหน้าลงใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนรดใบหูจนเธอขนลุกซู่
“เมื่อครู่ข้าเก่งหรือไม่... เจ้าไม่มีรางวัลให้ข้าหน่อยหรือ?”
“ระ... รางวัลอะไรอีก”
“อะไรก็ได้”
เขากระซิบเสียงต่ำ
“ข้าไม่เลือกมาก”
ลู่หลินรีบก้มหน้าซุกอกเขาเพื่อซ่อนความเขิน ก่อนจะถามเสียงสั่นเพื่อเปลี่ยนเรื่อง
“ฝะ… ฝากกลิ่นที่คุณว่า มันคือยังไงกันแน่เหรอ”
เฟิงอวี่ยกยิ้มช้า ๆ ดวงตาสีอำพันวาววับอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นท่าทางเขินอายของนาง
“อยากรู้จริง ๆ หรือ”
เขาเชยคางของนางขึ้นอย่างแผ่วเบา ปลายนิ้วหยาบนิด ๆ ลูบผ่านผิวแก้มนุ่มจนลู่หลินเผลอกลั้นหายใจ
“ถ้าฉันบอกว่าไม่อยากรู้แล้ว... ยังทันไหม”
เฟิงอวี่หัวเราะต่ำ ๆ ในลำคอ
“ไม่ทันแล้วล่ะ”
สิ้นคำ เขาก็ค่อย ๆ โน้มใบหน้าลงไปใกล้ซอกคอขาวผ่องของนาง
ลู่หลินสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงปลายจมูกโด่งที่ลากไล้ผ่านผิวเนียนอย่างเชื่องช้า
ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดอยู่ข้างลำคอ จนร่างกายของเธอสั่นวูบอย่างห้ามไม่อยู่
“ฟะ... เฟิงอวี่...”
เสียงเรียกของเธอสั่นจนแทบไม่เป็นคำ
เฟิงอวี่ไม่ได้ตอบในทันที เขาเพียงหลับตาลงเล็กน้อย สูดกลิ่นหอมสะอาดจากตัวนางช้า ๆ ราวกับกำลังลิ้มรสสิ่งล้ำค่า
“เจ้ามีกลิ่นหอมจริง ๆ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าของเขาทำเอาหัวใจลู่หลินเต้นแรงจนแทบทะลุอก
“ไม่แปลกเลย... ที่พวกสัตว์อสูรจะคลุ้มคลั่งเมื่อได้กลิ่นเจ้า”
“อย่าพูดน่ากลัวแบบนั้นสิ...”
ลู่หลินรีบยกมือขึ้นดันไหล่เขาเบา ๆ แต่เฟิงอวี่กลับจับข้อมือเธอไว้ ก่อนจะดึงลงช้า ๆ
“กลัวข้าหรือ”
ดวงตาสีอำพันจ้องลึกเข้ามาใกล้เกินไป จนเธอหลบสายตาแทบไม่ทัน
“ปะ... เปล่าสักหน่อย”
เฟิงอวี่มองใบหน้าแดงก่ำของนางแล้วหลุดยิ้มอย่างเอ็นดู
“เช่นนั้นก็ดี”
เขาก้มลงอีกครั้ง คราวนี้ปลายจมูกคลอเคลียอยู่ที่ซอกคอของเธอเนิ่นนานกว่าเดิม
ปีกสีเงินด้านหลังค่อย ๆ ขยับเข้ามาโอบรอบตัวนางแน่นขึ้น ราวกับกำลังกักขังเหยื่อตัวน้อยเอาไว้ในอาณาเขตของตน
“อื้อ...”
ลู่หลินเผลอส่งเสียงแผ่วออกมาโดยไม่รู้ตัว เมื่อสัมผัสอุ่นร้อนจากเขาทำเอาขนลุกไปทั้งตัว
เฟิงอวี่ได้ยินเสียงนั้นชัดเจน มุมปากของเขายกขึ้นนิด ๆ อย่างพึงพอใจ
“เจ้ารู้หรือไม่...”
เขากระซิบชิดผิวขาวนุ่ม
“สัตว์อสูรตัวผู้จะฝากกลิ่นไว้บนตัวเมียที่ตนหมายตาไว้เท่านั้น”
ลู่หลินเบิกตากว้างทันที
“มะ... หมายตาเหรอ?”
“อื้ม...”
เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาสีอำพันจ้องนางนิ่ง ๆ
“เพื่อให้สัตว์อสูรทุกตัวรู้ว่า... เจ้าเป็นของผู้ใด”
หัวใจของลู่หลินกระตุกวูบ ทั้งสายตา ทั้งน้ำเสียงของเขา มันใกล้จนเธอแทบตั้งสติไม่อยู่
“ตะ... แต่ฉันยังไม่ได้ตอบตกลงสักหน่อยนะ”
เฟิงอวี่เลิกคิ้วนิด ๆ
“เช่นนั้นเจ้าจะปฏิเสธข้าหรือ”
“ก็... ก็ไม่ใช่แบบนั้น”
เธอพูดตะกุกตะกักจนตัวเองยังสับสน
เฟิงอวี่มองท่าทางลนลานนั้น ก่อนจะหัวเราะหึเบา ๆ อย่างอารมณ์ดี
“เจ้าช่างหลอกอ่านง่ายจริง ๆ"
เขาเอ่ยเสียงพร่าพลางใช้ปลายนิ้วไล้ผ่านริมฝีปากนางอย่างแผ่วเบา
"หัวใจเจ้าเต้นดังจนข้าได้ยินหมดแล้ว"
เขาก้มลงกระซิบชิดหู
ลู่หลินหน้าแดงจนแทบระเบิด
เฟิงอวี่ผละออกมานิดหนึ่ง ก่อนจะใช้หลังมือลูบแก้มนุ่มเบา ๆ อีกครั้ง
ดวงตาสีอำพันของเขาเต็มไปด้วยความพึงพอใจ
“ตอนนี้... ทั่วทั้งตัวเจ้ามีแต่กลิ่นของข้าแล้ว”
เขายิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์
“เจ้าหนีข้าไม่พ้นแล้วล่ะ เจ้าลิงตัวน้อย”