Teilen

บทที่ 2

last update Veröffentlichungsdatum: 10.07.2026 22:37:07

“เจ้าเป็นใคร”

เสียงของเขาแหบต่ำ แต่แฝงแรงกดดันมหาศาลจนลู่หลินตัวแข็งทื่อ

“ฉะ... ฉัน”

ยังไม่ทันที่เธอจะได้อธิบายอะไร ร่างสูงก็กระชากเธอเข้ามาใกล้ทันที

ปีกสีเงินด้านหลังแผ่ออกเล็กน้อยราวกับกำลังข่มขู่ศัตรู

ดวงตาสีอำพันคู่นั้นเต็มไปด้วยความระแวงและจิตสังหารที่ยังไม่จางหาย

“เจ้าคือสายลับของพี่ใหญ่ใช่หรือไม่”

“ห๊ะ?”

ลู่หลินงุนงงจนตามไม่ทัน

“มะ... ไม่ใช่นะ!”

เขาหรี่ตาลงอย่างไม่เชื่อใจ มือที่บีบข้อมือนางเริ่มกำแน่นขึ้น

“โอ๊ย! เจ็บนะคุณ!”

ลู่หลินรีบพยายามดึงมือออก

“ฉันไม่รู้จักพี่ใหญ่พี่โตอะไรของคุณทั้งนั้นแหละ!”

เธอเถียงเสียงดังด้วยความตกใจ

“ฉันชื่อลู่หลิน เห็นคุณตกลงมาจากฟ้า เลือดออกเต็มไปหมด ฉันก็เลยช่วยทำแผลให้เนี่ย ดูสิ!”

เขาชะงักไปเล็กน้อย

ดวงตาสีอำพันกวาดมองผ้าพันแผลบนไหล่ตนเองอย่างเงียบงัน แม้มันจะถูกพันแบบลวก ๆ แต่กลับแน่นหนาพอจะห้ามเลือดได้ดี สัมผัสอุ่น ๆ จากผ้าพันแผลนั้นทำให้หัวใจที่เย็นชาของเขาสั่นไหวแผ่วเบา

เขาค่อย ๆ คลายแรงบีบลงช้า ๆ

ลู่หลินรีบชักมือกลับทันที ก่อนจะกอดข้อมือตัวเองเอาไว้แน่น ใบหน้าเล็กเต็มไปด้วยความระแวงไม่ต่างกัน

“คุณนี่แปลกคนจริง ๆ ฉันช่วยชีวิตคุณนะ”

เขาเม้มริมฝีปากแน่น สายตาคมยังคงจับจ้องนางราวกับพยายามมองทะลุเข้าไปถึงความจริง

“เจ้า... ช่วยข้าจริง ๆ อย่างนั้นหรือ”

เขาถามเสียงต่ำคล้ายไม่อยากเชื่อ

ลู่หลินถึงกับเบิกตากว้าง

“ก็ใช่น่ะสิ! ถ้าฉันไม่ช่วย คุณจะมายืนระแวงฉันอยู่ตรงนี้ได้ไงเล่า!”

คำตอบซื่อตรงนั้นทำให้เฟิงอวี่นิ่งไปอีกครั้ง

ตัวเมียส่วนใหญ่ในทวีปสัตว์อสูรล้วนหวาดกลัวเลือดและการต่อสู้ ไม่มีทางเข้าใกล้สัตว์อสูรบาดเจ็บที่ไม่รู้แม้แต่ฐานะหรือเผ่าพันธุ์แน่นอน

แต่ตัวเมียตรงหน้า กลับนั่งเฝ้าเขาเพียงลำพังในป่า เขาไม่เข้าใจเลยจริง ๆ

ทว่า ในจังหวะที่ความสับสนกำลังก่อตัว

กลิ่นหอมสะอาดจากตัวนางลอยเข้ามาแตะจมูกอีกครั้ง ความตึงเครียดในร่างกายเขาคลายลงโดยไม่รู้ตัว

เขาขมวดคิ้วฉับทันทีที่รู้ตัวว่ากำลังอ่อนลง

น่ารำคาญนัก... เพียงแค่ได้กลิ่นของนาง หัวใจเขากลับสงบลงอย่างอธิบายไม่ได้

ลู่หลินเห็นเขาเงียบไป ก็เริ่มรู้สึกอึดอัดขึ้นมาอีกครั้ง

เธอรีบก้มลงเก็บผลไม้ที่หล่นกระจายบนพื้น ก่อนจะหยิบลูกที่ยังสะอาดขึ้นมาเช็ดกับชายเสื้อตัวเอง

“เอาเถอะ... จะเชื่อหรือไม่ก็เรื่องของคุณแล้วกัน”

เธอยื่นผลไม้ไปตรงหน้าเขา

“แต่ตอนนี้คุณต้องกินนี่ก่อน”

เขามองผลไม้สีแดงในมือเล็ก ๆ นั้นนิ่ง

“ข้าไม่หิว”

“ไม่ได้!”

ลู่หลินสวนกลับทันที

“คุณบาดเจ็บอยู่นะ ต้องกินอะไรบ้างสิ!”

เขาถึงกับอึ้งไปเล็กน้อย ไม่มีใครกล้าขึ้นเสียงใส่เขามานานแล้ว โดยเฉพาะตัวเมียตัวเล็ก ๆ แบบนี้

แต่แทนที่จะรู้สึกโกรธ เขากลับรู้สึกแปลกใหม่อย่างบอกไม่ถูก

“อ้าปากเร็วเข้า”

ลู่หลินพูดพร้อมขยับผลไม้เข้าไปใกล้

“ถ้าไม่กิน ฉันจะถือว่าที่ฉันช่วยมาทั้งหมดเสียเปล่านะ”

เขามองใบหน้าจริงจังของนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมรับผลไม้จากมือเล็กนั้นมาอย่างช้า ๆ

เมื่อเขากัดไปคำแรก รสหวานฉ่ำของมันกระจายไปทั่วปาก แต่กลับไม่หวานเท่าความรู้สึกอุ่นแปลก ๆ ที่กำลังก่อตัวอยู่ในอกของเขา

“ข้าชื่อเฟิงอวี่”

เขาเอ่ยขึ้นเสียงเบากว่าเดิม

ลู่หลินยิ้มออกมาทันที

“ในที่สุดคุณก็ยอมบอกชื่อแล้ว”

รอยยิ้มนั้นทำให้เฟิงอวี่เผลอมองค้างไปชั่วขณะ

เมื่อมองผ่านแสงจันทร์ที่อาบไล้ไปทั่วร่าง ตัวเมียตรงหน้ากลับดูอบอุ่นเกินกว่าจะเป็นคนของฝ่ายนั้น

แต่ถึงอย่างนั้น... เขาก็ยังวางใจไม่ได้อยู่ดี

“แล้วเจ้าเล่า”

เขาถามพลางมองชุดนอนสีชมพูแปลกตาของนาง

“เหตุใดเจ้าถึงแต่งกายประหลาดเช่นนี้”

ลู่หลินก้มมองชุดตัวเอง ก่อนจะหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อย

“ก็... ที่ที่ฉันอยู่ เขาใส่กันแบบนี้น่ะ”

“ที่ที่เจ้าอยู่อย่างนั้นหรือ”

เฟิงอวี่หรี่ตาลง

“เจ้ามาจากเผ่าใดกัน”

ลู่หลินชะงักทันทีเมื่อได้ยินคำถามของเขา ในหัวของเธอเริ่มประมวณผลอย่างรวดเร็ว

‘เผ่าอะไรดีล่ะ หมาหรือแมว… ไม่สิ...’

เธอเม้มปากแน่น ก่อนจะตัดสินใจกลั้นใจตอบออกไป

“เผ่าลิงน่ะ!”

เธอตอบออกไปแบบส่ง ๆ พลางหลบสายตาไปทางอื่น

เฟิงอวี่นิ่งไปทันที เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วกวาดสายตามองสำรวจนางอย่างพิจารณา ราวกับกำลังประเมินความน่าเชื่อถือของคำตอบนั้น

“เผ่าลิงหรือ”

“ชะ...ใช่แล้ว”

ลู่หลินพยักหน้ารัว ๆ

“ร่างสัตว์อสูรของเจ้าคือลิงอย่างนั้นหรือ”

“อะ...อือ!”

คำตอบที่ดูยังไงก็ไม่เนียน ทำให้เฟิงอวี่มองนางเงียบ ๆ อยู่นาน จนลู่หลินเริ่มเหงื่อตก

“เลิกถามเรื่องเผ่าฉันเถอะน่า!”

เธอรีบเปลี่ยนเรื่องทันที

“ว่าแต่... แผลคุณยังเจ็บอยู่ไหม”

เฟิงอวี่ก้มมองไหล่ตัวเองอีกครั้ง

ความอบอุ่นจากพลังประหลาดที่นางส่งเข้ามายังคงหลงเหลืออยู่

แม้บาดแผลจะยังไม่หายสนิท แต่กลับไม่เจ็บปวดเหมือนก่อนแล้ว

“ไม่เจ็บแล้ว”

เขาตอบเสียงต่ำ

ลู่หลินถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกทันที

“งั้นก็ดีแล้ว”

เธอยิ้มกว้างจนดวงตาโค้งเป็นพระจันทร์เสี้ยว

“คืนนี้คุณพักผ่อนเถอะนะ เดี๋ยวฉันเฝ้าให้เอง”

พูดจบเธอก็คว้าท่อนไม้ขึ้นมาถือไว้มั่น ทั้งที่มือยังคงสั่นเล็กน้อย แต่เธอก็พยายามทำตัวให้ดูพึ่งพาได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

เฟิงอวี่มองนางนิ่ง สายตาของเขาหยุดอยู่ที่ท่อนไม้ในมือนางสลับกับรอยยิ้มซื่อ ๆ นั้น

ตัวเมียตัวเล็กในชุดสีชมพูผู้นี้ดูอย่างไรก็ไร้พิษสง... ราวกับลูกสัตว์ที่เพิ่งหัดแยกเขี้ยวเสียมากกว่า

เขาหัวเราะหึในลำคอแผ่วเบา ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งพิงต้นไม้ใหญ่

ท่ามกลางความเงียบสงัดของป่าลึกยามค่ำคืน เปลวไฟจากกองไฟเล็ก ๆ ที่เฟิงอวี่ช่วยจุดขึ้นมา สะท้อนแสงสีส้มรำไรลงบนใบหน้าของทั้งคู่

แม้จะมีกองไฟ แต่สายลมหนาวที่พัดผ่านยอดไม้เป็นระยะก็ยังนำไอเย็นเยียบมาปะทะผิว

ลู่หลินที่สวมเพียงชุดนอนตัวบางเริ่มกอดแขนตัวเองแน่น

ร่างเล็กขยับเข้าใกล้กองไฟทีละน้อยอย่างไม่รู้ตัว

เฟิงอวี่ที่นั่งพิงต้นไม้ใหญ่อยู่ไม่ไกลเหลือบมองนางเงียบๆ

ดวงตาสีอำพันสะท้อนแสงไฟวูบไหวอย่างอ่านอารมณ์ได้ยาก ก่อนที่ปีกสีเงินขนาดใหญ่ด้านหลังของเขาจะขยับแผ่วเบาและค่อย ๆ แผ่ออกช้า ๆ

ขนนกสีเงินแต่ละเส้นสะท้อนแสงไฟเป็นประกายระยิบ ราวกับผ้าไหมชั้นดีที่งดงามเกินจริง

เขากางปีกออกแล้วโอบล้อมรอบตัวนางไว้เพื่อบังสายลมหนาวจากรอบด้าน

ลู่หลินสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้ามองเขาอย่างงุนงง...

กลิ่นหอมจากตัวนางปะทะเข้ากับจมูกของเขาอีกครั้ง

นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เฟิงอวี่รู้สึกว่า ป่าอันมืดมิดแห่งนี้ ไม่ได้หนาวเหน็บอย่างที่เคยเป็นอีกต่อไป

“คุณ...”

“ขยับเข้ามาอีกสิ”

เฟิงอวี่เอ่ยเสียงเรียบ ดวงตายังคงมองกองไฟตรงหน้า

“เจ้าสั่นจนข้ารำคาญสายตาแล้ว”

ลู่หลินชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหลุดขำออกมาเบา ๆ กับความปากแข็งของเขา

แม้คำพูดจะฟังดูเย็นชา แต่ไออุ่นจากปีกสีเงินกลับอบอวลรอบตัวเธอจนแทบไม่เหลือความหนาวอยู่เลย

ลู่หลินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ขยับเข้าไปซุกตัวใต้ปีกของเขาอย่างระวัง

สัมผัสจากขนนกอุ่นกว่าที่เธอคิดไว้มาก จนเธอเผลอเบิกตากว้าง

“ขอบคุณนะ... ปีกของคุณนี่อุ่นกว่าฮีตเตอร์ที่บ้านฉันอีกนะเนี่ย”

เธอพึมพำออกมาเบา ๆ ดวงตากลมโตเป็นประกายอย่างห้ามไม่อยู่

เฟิงอวี่ขมวดคิ้วเล็กน้อยกับคำศัพท์ประหลาดหูนั้น

เขาจ้องมองท่าทางตื่นตาตื่นใจของนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่มุมปากจะยกขึ้นนิด ๆ อย่างห้ามไม่อยู่

“เจ้าชอบหรือ”

“ใช่แล้ว”

เธอตอบทันทีโดยไม่คิด ก่อนจะเอ่ยพึมพำเบาๆ

“คุณนี่เป็นคนดีกว่าที่ฉันคิดอีกนะ”

เฟิงอวี่นิ่งไปชั่วครู่ สายตาของเขาดูซับซ้อนขึ้น

“คนดีอย่างนั้นหรือ...”

ลู่หลินไม่ได้เพียงแค่พยักหน้า แต่เธอยังขยับตัวเข้าไปใกล้ความอบอุ่นนั้นมากขึ้นอีกนิด ก่อนจะเงยหน้ายิ้มกว้างจนดวงตาโค้งเป็นจันทร์เสี้ยว

“อื้อ”

รอยยิ้มของนางทำให้หัวใจของเขากระตุกวูบ

ดวงตาสีอำพันของเขาเจิดจ้าและวาวโรจน์ด้วยความรู้สึกบางอย่างทันที

เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลู่หลินสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ที่รดอยู่ข้างแก้ม

ความใกล้ชิดที่กะทันหันทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะไป

“ลู่หลิน... ข้ามีเรื่องสำคัญจะถามเจ้า”

เสียงของเขาเปลี่ยนเป็นทุ้มต่ำและแหบพร่า

“มะ... มีอะไรจะถามเหรอ?”

ลู่หลินถามเสียงตะกุกตะกัก

“ข้าอยากรู้ว่า... ตัวเมียที่งดงามเช่นเจ้า มีคู่ครองแล้วหรือยัง?”

ลู่หลินแทบจะสำลักน้ำลายตัวเองเมื่อเจอคำถามตรงไปตรงมาของเขา

“หะ... คะ... คู่ครองเหรอ ไม่มีหรอกนะ”

เธอตอบเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ

ใบหน้าเนียนใสเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปจนถึงใบหู

เมื่อได้เห็นปฏิกิริยาที่น่าเอ็นดูนั้น มุมปากของเฟิงอวี่ก็ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ทันที

มือหนาขยับมารวบเอวบางของนางให้เข้ามาชิดกับแผงอกกว้างมากขึ้น

“ไม่มีงั้นหรือ... ประหลาดนัก ในทวีปนี้ที่ตัวเมียนั้นล้ำค่าและหาได้ยากยิ่ง หากเจ้าไร้ตัวผู้คอยคุ้มครอง เจ้าคงไม่รู้หรอกว่าสัตว์อสูรตัวผู้ที่หิวโหยน่ะน่ากลัวเพียงใด”

เขาก้มต่ำลงจนปลายจมูกเกือบจะแตะซอกคอขาวผ่องของนาง ก่อนจะเอ่ยอย่างช้าๆ

“โดยเฉพาะสัตว์อสูรตัวผู้ที่บาดเจ็บ... และต้องการ ผู้ดูแล เป็นพิเศษอย่างข้า”

ลู่หลินสะดุ้งเฮือก เธอรีบหดคอหนีความร้อนผ่าวจากลมหายใจของเขา

“คุณจะทำอะไรเนี่ย!”

เธอหน้าแดงก่ำ หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะหลุดออกมาจากอก

‘เพิ่งจะชมว่าเป็นคนดีอยู่เมื่อกี้ ไหนกลายเป็นคนเจ้าเล่ห์ไปได้ล่ะเนี่ย’

เธอพึมพำอย่างตื่นตระหนกในใจ ก่อนจะพยายามขยับหนีอีกครั้ง

แต่ปีกสีเงินของเขากลับโอบรัดร่างเธอไว้แน่นขึ้นราวกับพันธนาการที่แสนอบอุ่น

“ข้าไม่ได้จะทำอะไร ข้าแค่จะบอกว่า... ในเมื่อเจ้าเป็นผู้ที่ช่วยชีวิตข้าไว้ เจ้าก็ต้องรับผิดชอบชีวิตข้าด้วยสิ”

เฟิงอวี่โน้มตัวลงไปกระซิบชิดใบหูของเธออีกครั้ง ลมหายใจอุ่นร้อนทำเอาเธอขนลุกเกรียวไปทั้งตัว

“เจ้า... มาเป็นคู่ครองของข้าได้หรือไม่?”

น้ำเสียงของเขาเซ็กซี่และเต็มไปด้วยความเว้าวอนอย่างร้ายกาจ

ลู่หลินอ้าปากค้าง สมองของเธอกลายเป็นสีขาวโพลนไปชั่วขณะ

“นี่คุณ... กำลังจีบฉันเหรอ?”

เฟิงอวี่ไม่ตอบด้วยคำพูด แต่เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนางด้วยสายตาที่ร้อนแรงแต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยน

เขาพึงพอใจมากที่เห็นนางเสียอาการถึงเพียงนี้

รอยยิ้มมุมปากของเขาเหมือนสัตว์อสูรที่กำลังพอใจกับปฏิกิริยาของเหยื่อตัวน้อยตรงหน้า

ลู่หลินถูกเขาจ้องจนทำอะไรไม่ถูก ใบหน้าร้อนผ่าวไปหมด เธอรีบหลบสายตาอย่างลนลาน

“คะ... คุณอย่ามองแบบนั้นสิ”

เฟิงอวี่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามเสียงพร่า

“แบบไหนหรือ”

“ก็... แบบเมื่อกี้นี่ไง!”

เธอพูดเสียงเบา ก่อนจะพยายามขยับหนี แต่ปีกสีเงินกลับขยับปิดล้อมเอาไว้เสียก่อน

เฟิงอวี่หัวเราะหึเบา ๆ ในลำคอ

“เจ้าเป็นฝ่ายถามเองไม่ใช่หรือ ว่าข้ากำลังจีบเจ้าอยู่หรือไม่”

“ฉะ... ฉันก็แค่ถามเฉย ๆ!”

“อืม”

เขาพยักหน้าช้า ๆ ดวงตาสีอำพันยังคงจับจ้องนางไม่วาง

“แต่ข้ายังไม่ได้ตอบเลยนะ”

หัวใจของลู่หลินเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง

เฟิงอวี่โน้มใบหน้าลงมาใกล้ ก่อนจะกระซิบเสียงต่ำข้างหูของนาง

“ถ้าข้าบอกว่าใช่... เจ้าจะหนีหรือไม่”

ลู่หลินนิ่งค้างไปทันที ปลายหูของเธอแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด จนเฟิงอวี่เผลอยิ้มออกมานิด ๆ อย่างพอใจ

แต่แทนที่เขาจะรุกต่อ เขากลับยกมือขึ้นลูบศีรษะนางเบา ๆ แล้วเอนตัวกลับไปพิงต้นไม้เหมือนเดิม

“นอนเถอะ... คืนนี้ข้าจะเฝ้าเจ้าเอง”

เขาเอ่ยเสียงเรียบ

ลู่หลินจ้องมองเขาด้วยความสับสนและมึนงง

'คนอะไรเนี่ย! จู่ๆ ก็มาขอเป็นคู่ครอง แล้วก็มาบอกให้นอนเฉยเลย!'

เธอเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะค่อย ๆ เอนตัวลงนอนอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ภายใต้ปีกสีเงินของเขา ใบหน้ายังคงร้อนผ่าวไม่หาย

ส่วนเฟิงอวี่ แม้ภายนอกจะยังดูสงบนิ่งเหมือนเดิม แต่ดวงตาสีอำพันกลับจับจ้องใบหน้าแดงระเรื่อของนางเงียบ ๆ

มุมปากของเขายกขึ้นนิด ๆ อย่างอารมณ์ดี

ดูเหมือนว่า... เขาจะเจอตัวเมียที่น่าสนใจเข้าให้เสียแล้ว
Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • เมื่อฉันต้องเป็นดวงใจของเหล่าสัตว์อสูร   บทที่ 200

    “คุณ...” ลู่หลินเม้มริมฝีปาก ก่อนจะรวบรวมความกล้าถามออกไป “คุณจะไม่ไปส่งฉันหน่อยเหรอ” เฟยหลงมองนางนิ่ง ๆ “ข้าจะไปส่งหรือไม่... มันก็ไม่ต่างกันหรอก” “มันต่างกันสิ!” คำตอบของเธอดังขึ้นแทบจะทันที เฟยหลงนิ่งไปเล็กน้อย แล้วถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย “เจ้าบอกข้าได้หรือไม่ว่ามันต่างกันอย่างไร”

  • เมื่อฉันต้องเป็นดวงใจของเหล่าสัตว์อสูร   บทที่ 199

    โถงตำหนักเทพ เฟิงอวี่และซือเยี่ยยืนรออยู่ด้วยความร้อนใจ หลังจากเดินทางมาถึง พวกเขาก็แทบไม่อาจอยู่นิ่งได้ แม้จะได้รับข่าวว่าลู่หลินปลอดภัยดี แต่ตราบใดที่ยังไม่ได้เห็นนางด้วยตาตัวเอง ความกังวลในใจก็ยังไม่อาจคลี่คลาย ไม่นานนัก ร่างสูงสง่าของเฟยหลงก็ปรากฏขึ้นตรงทางเดิน เฟิงอวี่ก้าวออกไปข้างหน้าทันที

  • เมื่อฉันต้องเป็นดวงใจของเหล่าสัตว์อสูร   บทที่ 198

    “อื้อ...” ลู่หลินขยับตัวอย่างงัวเงีย ก่อนจะพบว่าตนเองยังอยู่ในอ้อมกอดของเฟยหลงเช่นเดิม เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงขยับในอ้อมแขน เฟยหลงก็กระชับวงแขนรอบเอวของนางแน่นขึ้นอีกเล็กน้อย ลู่หลินหันกลับไปมอง ก็เห็นว่าเขายังคงหลับตาอยู่ ใบหน้าซบอยู่กับลาดไหล่ของเธอ ราวกับยังไม่คิดจะปล่อยให้เธอลุกไปไหนง่าย ๆ “คุณ

  • เมื่อฉันต้องเป็นดวงใจของเหล่าสัตว์อสูร   บทที่ 197

    “ฉันไม่อยากเป็นภาระของใครอย่างเดียวนี่ การที่ฉันทำอะไรได้บ้าง มันทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองยังมีค่าพอที่จะยืนอยู่ตรงนี้” เฟยหลงไม่ได้พูดอะไรต่อในทันที เขามองดวงตากลมโตของนาง ก่อนยกมือขึ้นแตะศีรษะเบา ๆ “ลู่หลิน” “หืม?” “หากวันหนึ่งเจ้าไม่สามารถปรุงยาได้อีก เจ้าคิดว่าตัวเองจะหมดคุณค่าไปด้วยหรือ” ลู่

  • เมื่อฉันต้องเป็นดวงใจของเหล่าสัตว์อสูร   บทที่ 196

    ณ พระราชวังเงาจันทร์ บรรยากาศภายในโถงบัลลังก์เต็มไปด้วยความตึงเครียด “เรียนองค์ราชา... ท่านผู้อาวุโสสูงสุดส่งข้ามาแจ้งข่าวว่า ท่านลู่หลินพำนักอยู่ที่ตำหนักเทพเมืองดาราขอรับ” ผู้ส่งสารจากตำหนักเทพเมืองดารารีบรายงานทันทีที่มาถึงพระราชวังเงาจันทร์ หลังใช้เวลาเดินทางติดต่อกันถึงห้าวัน ฉางเหยียนที่นั

  • เมื่อฉันต้องเป็นดวงใจของเหล่าสัตว์อสูร   บทที่ 195

    ปัง! แรงกระแทกทำให้เขาถอยหลังไปสองก้าว แต่ยังคงยืนหยัดได้อย่างมั่นคง เสียงเชียร์จากผู้ชมดังขึ้น “ดี! โจมตีต่อเลย!” “เผ่าจระเข้ต้องชนะอยู่แล้ว!” ลู่หลินกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว “เขาโจมตีเร็วมากเลย!” เฟยหลงนั่งพิงพนักเก้าอี้อย่างสงบ “อืม” บนลานประลอง ชายเผ่าจระเข้ไม่เปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้ได้ตั้งต

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status