Se connecterฟางหรู แม่สามีจ้องมอง หลี่ซูเซียว ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจระคนสงสัย "เธอไปทำอะไรมาสะใภ้รอง!"
หลี่ซูเซียวยิ้มแหยๆ "แฮ่ๆ ก็ลดอาหารลงกับออกกำลังกายไงคะ" เธอตอบเลี่ยงๆ "ออกกำลังกาย? ยังไง?" ซินอี๋ สะใภ้ใหญ่เอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ 'หือ? คนยุคนี้ไม่รู้จักการออกกำลังกายเหรอเนี่ย?' หลี่ซูเซียวคิดในใจอย่างสงสัย ก่อนจะตอบไปแบบง่ายๆ เพื่อให้พวกเขาเข้าใจ "เอ่อ... ก็วิ่งรอบบ้านน่ะค่ะ" "อ๋อ... งั้นเหรอ" ฟางหรูพยักหน้าหงึกหงัก แม้จะยังไม่ปักใจเชื่อทั้งหมด แต่ก็ไม่ได้ซักไซ้ต่อ "อ้อ! ลืมไปเลยค่ะ นี่ของฝากจากแม่ของฉันค่ะ" หลี่ซูเซียวเปลี่ยนเรื่องทันควัน เธอโกหกไปทั้งๆ ที่ของเหล่านั้นเป็นผลผลิตสดใหม่จาก กำไลมิติ เธอหยิบ ผลไม้สด และ ผักสด ที่ดูน่ากินออกมาจากรถเข็นยื่นให้แม่สามี "ขอบใจมากนะ" ฟางหรูรับของมาด้วยท่าทีที่อ่อนลงกว่าเดิม "กินข้าวมาหรือยัง พวกเรากำลังจะกินข้าว เธอมากินพร้อมพวกเราไหมล่ะ จะได้ไม่เสียเวลา" "เอ่อ... ก็ได้ค่ะ" หลี่ซูเซียวตอบรับอย่างยินดี หลังจากวันนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างหลี่ซูเซียวกับครอบครัวสามีก็เริ่มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาเริ่มมองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่ความระแวงอีกต่อไป หลี่ซูเซียวยังคงตั้งใจลดความอ้วนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้านสามีหรือบ้านแม่ของร่างเก่า เธอก็ยังคงควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างเคร่งครัด จนกระทั่งผ่านไปอีกหนึ่งสัปดาห์ เธอก็สามารถลดน้ำหนักลงไปได้อีก 7 กิโลกรัม! ตอนนี้ ร่างกายของเธอสมส่วนมากขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ ความสวยงามที่เคยถูกบดบังด้วยไขมันส่วนเกินได้ปรากฏออกมาอย่างเต็มที่ ใบหน้าเรียวได้รูป ผิวพรรณที่เคยคล้ำแดดก็ขาวผ่องเปล่งปลั่งราวกับไข่มุก ดวงตาคมโตเป็นประกาย ริมฝีปากอิ่มเอิบ และรอยยิ้มที่สดใส ทำให้เธอกลายเป็นที่จับตามองของทุกคนในหมู่บ้าน คำชมจาก ฟางหรู แม่สามีที่เคยหัวเราะเยาะในวันนั้น บัดนี้เปลี่ยนเป็นความภาคภูมิใจ "ซูเซียวเอ๊ย... ไม่คิดเลยว่าเธอจะสวยได้ขนาดนี้" เสื้อผ้าเก่าๆ ที่เคยคับแน่น ตอนนี้กลับหลวมโพรกจนใส่ไม่ได้ หลี่ซูเซียวจึงต้องหยิบชุดที่เข้ากับยุคสมัยจากในกำไลมิติออกมาสวมใส่ ซึ่งชุดเหล่านั้นยิ่งขับเน้นความงามของเธอให้โดดเด่นขึ้นไปอีก ตอนนี้ หลี่ซูเซียว คนใหม่ ได้กลายเป็นหญิงสาวที่สวยที่สุดในหมู่บ้าน และยังมีผิวพรรณที่ขาวผ่องกว่าสาวๆ คนไหนๆ จนทุกคนต่างพากันอิจฉาและพูดถึงความเปลี่ยนแปลงของเธอไม่ขาดปาด . . . หลี่ซูเซียว มองดูผลงานของเธอด้วยความภาคภูมิใจ เธอผอมเพรียวลงจนน่าตกใจ แต่ในทางกลับกัน เปาเปา ลูกชายของเธอกลับอ้วนท้วนสมบูรณ์ขึ้นอย่างที่เธอตั้งใจไว้ แก้มยุ้ยๆ ผิวขาวจ้ำม่ำน่าฟัด ทำให้เด็กน้อยดูน่ารักน่ากอดเป็นที่สุด "เจ้าก้อนซาลาเปาน้อยของแม่" หลี่ซูเซียวเอ่ยเรียกด้วยความเอ็นดู พลางกอดฟัดลูกชายตัวน้อยอยู่ในบ้าน เสียงหัวเราะคิกคักของเปาเปาดังแว่วไปทั่ว ทำให้หัวใจของเธอเปี่ยมสุขเหลือเกิน ในขณะที่เธอกำลังมีความสุขกับลูกชายอยู่นั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ก๊อกๆ 'ใครมานะ' หลี่ซูเซียวคิดในใจด้วยความสงสัย ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปเปิดประตู ที่หน้าประตู ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าคมสัน คิ้วเข้ม ดวงตาคมกริบกำลังยืนเคาะประตูบ้านตัวเองอยู่ แสงแดดยามบ่ายสาดส่องกระทบใบหน้า ทำให้เขายิ่งดูหล่อเหลาและสง่างาม เมื่อประตูเปิดออก และเขาได้เห็นหญิงสาวสวยสะพรั่งที่ยืนอยู่ตรงหน้า เขาก็ถึงกับตะลึงงัน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อ ก่อนจะเผลอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว พลางหันไปมองหน้าบ้านและรอบๆบ้านอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ "ก็ถูกนี่หว่า..." เขาพึมพำกับตัวเองอย่างงุนงง หลี่ซูเซียวเองก็มองการกระทำของชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ แต่แล้วเธอก็ต้องตกตะลึงกับความหล่อเหลาของเขาเช่นกัน 'นั่นๆ นั่นมันสามีของร่างเดิมใช่ไหมนะ!' เธอคิดในใจ 'หล่อมาก! มิน่าล่ะร่างเดิมถึงได้ปักใจรักขนาดนั้น’ 'แต่หน้าเสียดายที่เธอจะต้องหย่ากับเขา'หลี่ซูเซียวคิดในใจพลางมองใบหน้าคมคายของชายตรงหน้า เธอวางแผนไว้แล้วว่าเมื่อ เฉินเฟยเทียน กลับมาคราวนี้ เธอจะขอหย่าขาดจากเขา เพราะเธอไม่อยากอยู่กับคนที่ไม่ได้รักเธออีกต่อไป "คุณ... เอ่อ... พี่เฟยเทียน" หลี่ซูเซียวเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงที่ยังคงเจือความประหลาดใจในความหล่อเหลาของเขา แต่เสียงที่เปล่งออกมานั้นคือเสียงของ หลี่ซูเซียว ภรรยาอ้วนของเขา! ทำเอาเฉินเฟยเทียนถึงกับชะงักงัน ดวงตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนไม่เชื่อสายตา "ซูเซียวเหรอ?" เขาพึมพำออกมาอย่างไม่แน่ใจ "พ่อ! พ่อก๊าบบบ!" แต่แล้ว เสียงเล็กๆ ใสๆ ของเด็กชายตัวน้อยก็ดังขึ้น ทำให้เฉินเฟยเทียนต้องละสายตาจากหญิงสาวตรงหน้า หันไปมองตามเสียง และสิ่งที่เห็นก็ทำให้เขาต้องตกใจยิ่งกว่าเดิม! เจ้าก้อนซาลาเปาอ้วนกลม ผิวขาวจ้ำม่ำน่าฟัด กำลังวิ่งเตาะแตะเข้ามาหาเขาด้วยรอยยิ้มสดใส 'เขาไม่อยู่เพียงยี่สิบกว่าวัน ทั้งสองคนเปลี่ยนไปขนาดนี้เลยหรือไงกัน!'เฉินเฟยเทียนคิดในใจอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเมื่อก้าวเข้าสู่ ปีที่สาม ของการดำเนินงานของโรงงานผลิตสบู่และแชมพู และหลังจากที่โรงงานผลิตน้ำหอมและเครื่องปรุงรสได้ เปิดทำการมาได้ปีกว่า ผลตอบรับจากลูกค้าที่สนใจสินค้าของเธอไปขายต่อก็ล้นหลามเกินความคาดหมาย ผลประกอบการที่หลั่งไหลเข้ามาในช่วงปีที่ผ่านมานั้น มากมายมหาศาล จนชื่อของ หลี่ซูเซียว ได้ ขึ้นแท่นเป็นเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศไปอย่างรวดเร็ว ความสำเร็จทางการค้าที่โดดเด่น ผนวกกับ อำนาจและบารมี ที่ได้จากการเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเฉิน และยิ่งได้รับการ หนุนหลังอย่างมั่นคงจากตระกูลของคุณตงเฉิง ว่าที่น้องเขยผู้มีฐานอำนาจในแวดวงการเมืองและธุรกิจ ทำให้หลี่ซูเซียวกลายเป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลจน ไม่มีใครกล้ามีปัญหาด้วย มีแต่ผู้คนจากทุกสารทิศที่ต่างพยายามหาทางเข้ามาทำความรู้จักและสานสัมพันธ์ด้วย … ทุกอย่างที่เธอสร้างขึ้นกำลังรอคอยสัญญาณสุดท้ายเพื่อก้าวสู่การเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แล้ววันนั้นก็มาถึง... เสียงประกาศอย่างเป็นทางการของรัฐบาลที่อนุญาตให้ ชาวต่างชาติเข้ามาลงทุน ในประเทศเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจให้ก้าวไปข้างหน้า ดังกึกก้องไปทั่ววงการธุรกิจ นี่คือการเปิดประตูสู่เสรีภาพทางการ
เมื่อมีข่าวว่าโรงงานแห่งใหม่สองแห่ง—ทั้งโรงงานผลิตน้ำหอมที่เน้นความประณีต และโรงงานผลิตเครื่องปรุงรสขนาดมหึมา—เริ่มเปิดรับสมัครพนักงาน กระแสความสนใจก็รุนแรงกว่าการเปิดรับสมัครครั้งแรกหลายเท่าตัว ชาวบ้านจากหมู่บ้านใกล้เคียงและอำเภอข้างเคียงต่างหลั่งไหลกันมาสมัครงานอย่างไม่ขาดสาย เพราะทุกคนต่างรับรู้ถึงชื่อเสียงของ เครือโรงงานผลิตสบู่ ของหลี่ซูเซียวแล้วอย่างถ่องแท้ ไม่เพียงแต่เรื่องสวัสดิการที่ดี โบนัสที่ยุติธรรม และเงินเดือนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในพื้นที่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการที่โรงงานแห่งนี้ให้โอกาสแม้กระทั่งผู้ที่ไม่รู้หนังสือได้มีงานทำที่มีศักดิ์ศรี โรงงานใหม่ทั้งสองแห่งจึงได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามเกินความคาดหมาย … สิ่งที่ทำให้หลี่ซูเซียวไม่รู้สึกหนักใจในการบริหารจัดการบุคลากรจำนวนมากในคราวนี้ คือการที่เธอได้วางแผนไว้ล่วงหน้าอย่างรอบคอบแล้ว ในช่วงสองปีที่ผ่านมา หลี่ซูเซียวไม่ได้เพียงแต่สอนวิธีการผลิต แต่ได้ ฝึกทีมงานแกนนำ จากโรงงานสบู่เดิมให้เข้าใจถึง หลักการ ของการควบคุมคุณภาพ ความปลอดภัยในการทำงาน และความละเอียดอ่อนในการจัดการส่วนผสมอย่างเป็นระบบ เมื่อถึงเวลาเปิดโรงงาน
วันเวลาผันผ่าน จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี ตอนนี้โรงงานผลิตสบู่และแชมพูของเธอก้าวเข้าสู่ ปีที่สอง แล้ว ทุกสิ่งรอบตัวก็เริ่มเติบโตอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง เฉินอี้เปาหรือเปาเปาลูกชายคนโตตอนนี้อายุได้ห้าขวบแล้วและพูดจาฉะฉานและดูแลน้องสาวได้เป็นอย่างดี ส่วน เฉินเฟิ่งอิง อิงอิงน้อยลูกสาวคนเล็กก็เริ่มวิ่งเล่นและส่งเสียงเจื้อยแจ้วไปทั่วบ้าน สร้างความสุขให้กับผู้เป็นพ่อและแม่อย่างหาที่สุดไม่ได้ ในด้านธุรกิจ ผลประกอบการของโรงงานก็เป็นไปในทิศทางที่ดีเยี่ยม ดีกว่าที่หลี่ซูเซียวคาดหวังไว้ เสียอีก ด้วยกระแสเงินสดที่หมุนเวียนอย่างคล่องตัว และความสำเร็จในการนำผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ออกสู่ตลาด ทำให้เธอสามารถดำเนินการตามแผนการขยายธุรกิจที่เคยวางไว้ในใจได้ทันที หลี่ซูเซียวเริ่มลงมือสร้าง โรงงานขนาดเล็กสำหรับผลิตน้ำหอม ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เสริมความงามที่ยังคงเกี่ยวเนื่องกับสินค้าประเภทสบู่และแชมพูที่ทำอยู่เดิม สินค้านี้เธอจะตีตลาดคนชั้นสูงที่มีเงินหรือก็คือพวกคนรวยทั้งหลาย แต่การลงทุนครั้งสำคัญที่แท้จริงคือการเริ่มต้นแผนสร้าง โรงงานผลิตเครื่องปรุงรสขนาดใหญ่เธอวางแผนอย่างรอบคอบที่จะนำสูตรลับเฉพาะของเครื
เช้าวันใหม่ที่สดใส เป็นวันที่เต็มไปด้วยความสุขของตระกูลเฉิน ทุกคนเดินทางมาเยี่ยม หลี่ซูเซียว และหลานสาวคนใหม่ที่โรงพยาบาล ห้องพิเศษที่ เฉินเฟยเทียน จองไว้จึงเต็มไปด้วยญาติมิตร แต่ก็ไม่วุ่นวายรบกวนคนไข้คนอื่น ฟางหรู แม่สามี กอดหลานสาวคนเล็ก เฉินเฟิ่งอิง (อิงอิง) ไว้แน่นด้วยความตื้นตันใจ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความปลื้มปิติที่ได้เห็นหลานสาวตัวน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลก พ่อสามี พี่ใหญ่เฉิน ซินอี๋ เฉินซูลี่ และเฉินซีซวน ต่างก็รายล้อมอยู่รอบเตียงด้วยรอยยิ้ม "โอ๊ย! หลานย่า! ช่างน่าเกลียดน่าชังอะไรเช่นนี้" ฟางหรู เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูสุดหัวใจ เพราะในความรู้สึกของคนยุคเก่า คำว่า 'น่าเกลียดน่าชัง' นั้นคือคำชมที่แปลว่าน่ารักมาก แต่คำพูดนั้นกลับไปเข้าหู เปาเปา ลูกชายคนโตที่นั่งอยู่ข้างๆแม่ตัวเองบนเตียงคนไข้ เปาเปามองหน้าย่าของเขาที่พูดว่าน้องสาวเขา 'น่าเกลียด' ความคิดที่ค้างคามาตั้งแต่เมื่อวานกลับมาย้ำเตือนอีกครั้งในสมองน้อยๆ ของเขา 'แม้แต่ย่าก็ว่าน้องเขาน่าเกลียด! น้องเขาน่าเกลียดจริงๆ ใช่หรือไม่!' เปาเปาก้มลงไปกระซิบกับแม่เบาๆ ด้วยสีหน้าที่จริงจังและเคร่งเครียด "แม่ครับ เห
หลังจากจัดการเรื่องห้องพักเรียบร้อย ทุกคนก็ไปรอที่ห้องพิเศษที่จองไว้ เป็นห้องเดี่ยวที่กว้างขวางและสะอาดตา เฉินเฟยเทียนยอมจ่ายแพงเพื่อความสะดวกสบายของภรรยา ทุกคนรอหลี่ซูเซียวจนกระทั่งประตูห้องเปิดออก พยาบาลเข็นรถเข็นคนไข้เข้ามา หลี่ซูเซียว ยังคงหลับอยู่ ใบหน้าของเธอซีดเซียวและมีร่องรอยความเหน็ดเหนื่อยจากการคลอดอย่างชัดเจน แต่ก็ดูสงบและผ่อนคลายอย่างที่สุด "คนไข้อ่อนเพลียหลับไปแล้วนะคะ สักพักถึงจะตื่นค่ะ" พยาบาลบอกด้วยรอยยิ้ม "เดี๋ยวทางพยาบาลจะพาลูกสาวมาให้คุณแม่นะคะ" "ขอบคุณครับ/ค่ะ" เฉินเฟยเทียนพร้อมกับลี่ซือขอบคุณพยาบาลที่พาหลี่ซูเซียวมาส่ง เขาก้าวเข้าไปข้างเตียงอย่างแผ่วเบา มองใบหน้าของภรรยาที่ได้มอบของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิตให้กับเขาแล้ว ลูกสาวคนเล็กแห่งตระกูลเฉิน กำลังจะเติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับความสุขที่เธอสร้างขึ้นมาด้วยสองมือของเธอเอง หลังจากที่พยาบาลพา หลี่ซูเซียว มาถึงห้องพักฟื้นได้ไม่นานนัก ประตูห้องก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง พยาบาลสาวค่อยๆ เข็นรถเด็กเล็กเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่สดใสบนใบหน้า "มาแล้วๆ! น้องมาแล้ว!" เสียง เปาเปา ลูกชายตัวน้อยที่นั่งอยู่บนตักของยาย ลี่ซือ ร
วันเวลาหมุนผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลี่ซูเซียว ท้องแก่ใกล้คลอดแล้ว รูปร่างของเธออวบอิ่มขึ้นตามวัยของครรภ์ แต่ความงามก็ยังคงไม่ลดลงแม้แต่น้อย แม้ร่างกายจะหนักอึ้ง แต่จิตใจของเธอกลับเบิกบาน เพราะ โรงงานทำสบู่ ขนาดกลางที่สร้างขึ้นก็ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้วตามกำหนด ความคืบหน้าของการก่อสร้างนั้นรวดเร็วเกินคาด เพราะได้รับความช่วยเหลือเรื่องเอกสารการก่อสร้างและการหาทีมงานรับเหมาที่ไว้ใจได้จาก คุณตงเฉิง ลูกค้ารายใหญ่ที่เคยสั่งซื้อเหล้าและบุหรี่ในตลาดมืดซึ่งแท้จริงแล้วครอบครัวของเขามีพื้นเพเป็นนายทหารยศสูง ทำให้เขามีอำนาจและอิทธิพลในการอำนวยความสะดวกในเรื่องต่างๆ คุณตงเฉิง เองไม่ได้เอาดีทางด้านทหารเหมือนครอบครัว แต่เขากลับชื่นชอบการค้าขายมากกว่า และเขาก็เชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าและความสามารถของหลี่ซูเซียวอย่างเต็มที่ นับตั้งแต่ทำการค้ากับเขา คุณตงเฉิง ก็ยังคงสั่งสินค้าจากร้าน "อู่ ฮวา ปา เหมิน" ของเธอตลอด และได้ตกลงการค้าว่าเธอจะไม่ขายสินค้าประเภทเดียวกันกับที่ส่งให้กับทางคุณตงเฉิงและขายให้กับลูกค้ารายอื่นด้วย ซึ่งเป็นการตกลงแบบผูกขาดที่ยุติธรรม เฉินเฟยเทียน เลิกหึงหวงเธอกับเขาแล้วและตอนนี้สามีขอ







