LOGINเวลาผ่านไปจนเกือบเที่ยงคืน ห้องทั้งห้องเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมแผ่วเบาจากเครื่องปรับอากาศ กับเสียงหายใจสม่ำเสมอของภรรยาที่นอนข้างกาย
ไซรัสปิดเอกสารที่อ่านค้างไว้แล้วเหลือบตามองเซเรน่าที่หลับอยู่ ท้องของเธอโตมากจนแทบจะขยับตัวลำบาก แต่แม้จะเป็นแบบนั้น เธอยังดูสวยจนเขาอดยิ้มไม่ได้ ใครจะคิดว่าชายที่เคยใช้ชีวิตอยู่กับกลิ่นควันปืนและเสียงระเบิด จะมานั่งจับจ้องผู้หญิงคนหนึ่งทุกคืน เพราะกลัวว่าเธอจะพลิกตัวไม่สะดวก แต่ก่อนที่เขาจะปิดไฟและนอนลง เสียงสะอื้นเบา ๆ ก็ดังขึ้น ไซรัสหันไปมองทันที “เซเรน่า?” “ฮึก...อย่าทิ้งฉันนะ...” หญิงสาวขยับตัวเล็กน้อย น้ำตาไหลออกมาจากหางตา เขารีบเข้าไปประคองทันมี “ฉันอยู่นี่ ไม่ไปไหน” “เมื่อกี้ฉันฝันว่านายหายไป แล้วฉันอยู่คนเดียวกับลูก ฉันเรียกเท่าไหร่ก็ไม่มีใครตอบ” เธอลืมตาขึ้นทั้งน้ำตา สีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว หัวใจของไซรัสคล้ายถูกบีบแน่น เขารีบเช็ดน้ำตาเธอออกอย่่างทะนุถนอม “โถ่คนดี มันแค่ฝันครับ แค่ฝัน” “แต่ฉันกลัวจริง ๆ ” “ฉันจะไม่หายไปไหนหรอก เธอคือบ้านและโลกทั้งใบของฉันแล้วรู้ไหม” เขากอดเธอ เธอสะอื้นซบอกเขา มือเล็ก ๆ กำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นเหมือนกลัวว่าจะหายไปจริง ๆ ไซรัสไม่รอช้า เขาก้มลงจูบหน้าผากเธอ “ฉันสัญญา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันจะอยู่ข้างเธอกับลูก ๆ เสมอ” “นายพูดจริงนะ” “ฉันไม่เคยโกหกเธอ” เสียงของเขาหนักแน่นแต่แฝงความอ่อนโยน เซเรน่ามองหน้าเขาผ่านม่านน้ำตา แววตาคมเข้มที่เคยเย็นชาตอนนี้กลับอบอุ่นราวกับแสงอาทิตย์ยามเช้า “ฉันต้องแพ้นายไปทั้งชีวิตแน่ ๆ” เธอยิ้มทั้งน้ำตา “แพ้ฉันก็ไม่เป็นไร ฉันจะดูแลเธอไปตลอดชีวิตอยู่แล้ว” เขาดึงผ้าห่มขึ้นคลุมให้เธอ ก่อนจะก้มลงจูบเบา ๆ ที่หน้าท้องกลมโตของเธอ “พ่ออยู่นี่นะ เจ้าก้อนแป้งทั้งสอง อย่าทำให้แม่ฝันร้ายอีกนะ” มือของเซเรน่าลูบผมเขาเบา ๆ “ขอบคุณนะไซรัส ที่ไม่เคยปล่อยมือจากฉันเลย” “ฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณเธอ ที่ทำให้ชีวิตของฉันมีค่าขนาดนี้” “พูดแบบนี้อีกแล้วนะ นายจะจีบเมียตัวเองทุกวันเลยเหรอ” เธอหัวเราะในลำคอ “ทุกวันจนกว่าเธอเบื่อเลยล่ะ” “ไม่มีวันเบื่อหรอก...” เธอพูดเสียงแผ่ว ก่อนจะหลับไปในอ้อมแขนของเขาอีกครั้ง ไซรัสมองเธออยู่นาน มือของเขายังวางอยู่บนท้องกลม ๆ ของเธอ ความรู้สึกบางอย่างที่ไม่เคยมีในชีวิตแล่นผ่านหัวใจ ความกลัวที่จะสูญเสีย ความอบอุ่นของคำว่าครอบครัว และความสุขง่าย ๆ ที่ไม่ต้องมีอำนาจหรือเงินทองเข้ามาเกี่ยว “ฉันรักเธอนะเซเรน่า ทั้งเธอและลูก ๆ คือทุกอย่างของฉัน” เขากระซิบเบา ๆ ราวกับกลัวปลุกเธอ เสียงฝนที่เริ่มตกพรำ ๆ ข้างนอกทำให้บรรยากาศภายในห้องอบอุ่นขึ้นจากฮีตเตอร์ เขาปิดไฟ หลงเหลือเพียงแสงจากโคมไฟหัวเตียงส่องเบา ๆ บนใบหน้าของเธอ ไซรัสเอนตัวลงกอดภรรยาไว้แน่น ก่อนจะหลับไปพร้อมรอยยิ้ม ไม่มีเสียงปืน ไม่มีศัตรู ไม่มีคำสั่งฆ่า มีเพียงเสียงหัวใจของเขา กับเสียงหายใจของผู้หญิงที่เขารักที่สุด เช้าวันต่อมา แสงแดดอุ่น ๆ ส่องผ่านผ้าม่านเข้ามา เซเรน่าค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา เห็นไซรัสยังนอนอยู่ข้าง ๆ เธอ มือใหญ่ยังจับมือเธอไว้แน่นเหมือนกลัวว่าจะหาย เธอยิ้มออกมาเบา ๆ แล้วก้มลงกระซิบข้างหูเขา “เช้านี้คุณพ่อมาเฟียหลับปุ๋ยเลยนะคะ” “คุณแม่ตื่นแล้วเหรอครับ” ไซรัสขยับตัวเล็กน้อย ลืมตาขึ้นพร้อมรอยยิ้ม “เมื่อคืนขอบคุณนะ ที่กอดฉันทั้งคืน” “ฉันไม่ได้กอดเพราะต้องการคำขอบคุณหรอก แต่กอดเพราะอยากกอดเธอต่างหาก” “เดี๋ยวลูกได้ยินนะ เดี๋ยวจะคิดว่าพ่อพูดจาหวานจนเกินไป” เธอหัวเราะคิกคัก “ให้รู้ไปสิว่าพ่อรักแม่มากแค่ไหน” คำพูดนั้นทำให้หัวใจเธอสั่นอีกครั้ง ไม่ว่าผ่านมากี่เดือนที่ต้องปรับตัวกับชีวิตหลังแต่งงานและการตั้งครรภ์ ทุกคำที่เขาพูด ยังคงทำให้เธอรู้สึกเหมือนวันแรกที่ตกหลุมรักเขา “อีกไม่นานลูกจะออกมาแล้วนะ” เซเรน่ายื่นมือไปแตะท้องของตัวเองเบา ๆ “ฉันรอวันนั้นอยู่ทุกวัน” ไซรัสพยักหน้า ดวงตาเต็มไปด้วยความภาคภูมิ พลางโน้มตัวลงจูบหน้าผากเธออีกครั้ง “ฉันจะอยู่ตรงนี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น” “ฉันก็เหมือนกันค่ะ” ทั้งสองสบตากันนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ พร้อมกัน เสียงหัวเราะนั้นสะท้อนก้องอยู่ในห้องอันอบอุ่น เหมือนเป็นคำสัญญาเงียบ ๆ ว่าครอบครัวนี้จะไม่มีวันแยกจากกันเสียงคลื่นกระทบฝั่งค่อย ๆ พาหัวใจให้สงบ ลมทะเลอุ่น ๆ พัดผมยาวของเซเรน่าปลิวเบา ๆ เธอหันไปมองผู้ชายที่กำลังแบกลูกแฝดสองคนไว้บนไหล่คนละข้าง และรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะมีไว้ให้แค่พวกเรา“ป่ะป๊า! ทะเลใหญ่จังเลย!”“หม่าม้าดูสิ! ปูเดินดุ๊กดิ๊กเลย!”เสียงหัวเราะของเซธและไซม่อนดังกล่อมหัวใจของเธอกว่าคลื่นทะเลเสียอีก ทำเอาอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามด้วยความเคยชิน“ที่รัก เธอยิ้มแบบนั้น ฉันเริ่มคิดแล้วนะว่าจะพาลูกกลับห้อง แล้วเราสองคน---” ไซรัสยกยิ้มเจ้าเล่ห์“หยุดเลยค่ะ มาเที่ยวทะเลนะคะ ไม่ได้มาทำลูกเพิ่ม” เธอรีบจิ้มแก้มเขาเบา ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดและการกระทำนั้น อยู่ในสายตาของลูกแฝดที่กำลังกะพริบตาปริบ ๆ“ทำลูกเพิ่มคืออะไรเหรอหม่าม้า?” เซธเอ่ยถามตาใส“คือการมีน้องไว้เล่นด้วยไงคะ” เซเรน่ายิ้มแห้ง พลางหันไปหยิกหลังไซรัสเบา ๆ ที่ดันเริ่มพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าลูก ๆ “ป่ะป๊า! หนูอยากได้น้อง!!” ลูกทั้งสองคนตาเป็นประกาย“เห็นไหมครับ ที่รัก ลูกเห็นด้วยกับฉัน” ไซรัสหัวเราะดังลั่นเหมือนชนะสงครามทำเอาเซเรน่ารีบปิดหน้าตัวเองทันที เมื่อรู้ว่ากลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ราบคาบให้ตายสิ แล้วฉันจะสู้พวกเขาสา
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยแสงแดดอุ่น ๆ สาดผ่านผ้าม่านบางในห้องนอนใหญ่ กลิ่นหอมของดอกไม้จากแจกันข้างหัวเตียงลอยอ้อยอิ่งในอากาศ บรรยากาศดูสงบสุขราวกับทุกอย่างยังเหมือนเดิมจนกระทั่งเสียงกรีดร้องหนึ่งดังขึ้น“กรี๊ดดดดดด!!”ไซรัสสะดุ้งตื่นแทบจะหล่นจากเตียง เขาหันไปตามต้นเสียงที่กรีดร้องปลุกเขาให้ตื่นเมื่อครู่ นัยน์ตาคมสีน้ำทะเลเบิกตากว้างราวกับเห็นผีหลังจากที่เห็นร่างของตัวเองนั่งค้างอยู่ตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง“ทำไมฉันถึงเห็นตัวเองนั่งตรงนั้น!” ไซรัสร้องออกมาเสียงหวานที่คุ้นเคยทำเขาหยุดชะงัก“ทำไมเสียงฉันมัน เดี๋ยวสิ”ไซรัสก้มมองเรือนร่างของตัวเองพบว่าเขาสวมชุดนอนผ้าซาตินสีครีม ก่อนจะหน้าเหวอ “เดี๋ยวนะ นี่มัน...ร่างของเธอเหรอ เซเรน่า?”“ใช่ พวกเราสลับร่างกัน” เซเรน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทว่าเพราะตอนนี้เธออยู่ในร่างของไซรัสมันเลยทำให้ทุกอย่างดูแปลกประหลาดไปหมด แต่ไซรัสที่อยู่ในร่างเซเรน่ากลับไม่รู้สึกเช่นนั้น เขาย่างกายเดินเข้าไปหาภรรยาก่อนจะโอบกอดเธอแผ่วเบาและพูดปลอมประโลม“ได้ยังไง บ้าน่า”“ไม่ต้องกลัวเซเรน่า ฉันจะหาทางทำให้เราสลับร่างกลับไปได้แน่นอน”ไซรัสยืนปลอบใจภรรยาที่ตื่นกลัวอยู
หลายวันต่อมาบ้านพักตากอากาศริมทะเลขนาดกลางตั้งอยู่บนเนินทรายต่ำ ล้อมรอบด้วยต้นมะพร้าวและเสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะอันคุ้นหู ลมทะเลยามบ่ายพัดกลิ่นเค็มจาง ๆ ปะปนกลิ่นดอกลีลาวดีที่ปลิวจากสวนหน้าบ้าน ที่นี่เป็นบ้านตากอากาศริมทะเลบนเกาะส่วนตัวที่พวกเขาเคยมาด้วยกันในทุกปีแต่สำหรับไซรัสแล้วทุกอย่างกลับดูแปลกใหม่ เขามองภาพครอบครัวที่ติดอยู่บนผนัง ภาพถ่ายที่เขาอุ้มลูกฝาแฝดและหัวเราะอย่างมีความสุข ทว่าความทรงจำนั้นกลับกลายเป็นเพียงภาพเบลอในใจ“ที่นี่ดู...อบอุ่นดีจัง” เขาพูดเบา ๆ ขณะเดินช้า ๆ ไปตามโถงทางเดินเซเรน่ามองตามแผ่นหลังของเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “คุณเคยชอบที่นี่มากค่ะ ทุกเช้าคุณจะตื่นก่อนใครเพื่อลงมาทำอาหารให้ฉันและเด็ก ๆ”“จริงเหรอ...” เขายิ้มบาง ๆ “อืม...ไม่รู้สิ ผมไม่แน่ใจเลยว่าตัวเองจะมีฝีมือด้านการทำอาหาร”เซเรน่าหัวเราะเบา ๆ “แต่เด็ก ๆ ชอบฝีมือการทำอาหารของคุณนะคะ”“เซเรน่า....คือผมมีคำถามหนึ่งครับ”“อะไรเหรอคะ?”“ผมดีกับคุณและลูกจริง ๆ ใช่ไหมครับ” “คะ?”“คือ...ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อในสิ่งที่คุณพูดนะครับ เพียงแต่เมื่อวานในหัวของผมก็มีความทรงจำไม่ดีโผล่ขึ้นมา ผมในต
แสงแดดอ่อนสีทองลอดผ่านม่านสีครีมเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยส่วนตัว กลิ่นยาผสมกลิ่นสะอาดของผ้าปูเตียงใหม่ลอยอยู่ในอากาศ เครื่องวัดชีพจรส่งเสียงแผ่วเบาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พื้นที่เงียบสงบนี้มีเพียงเสียงลมหายใจของชายหนุ่มบนเตียงที่เพิ่งฟื้นจากความมืดมิดยาวนานไซรัสขยับเปลือกตาอย่างเชื่องช้าดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลลืมขึ้น สายตาเขายังพร่าเลือนอยู่แต่ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างเตียง มือเล็กของเธอกุมมือเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยไปเขาจะหายลับจากโลกนี้อีกครั้งแววตาของเธอแดงช้ำ ริมฝีปากสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นเขาขยับตัว เธอเรียกชื่อเขาด้วยเสียงเบาเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังและความกลัวในเวลาเดียวกัน“ไซรัส... คุณตื่นแล้ว...” เสียงนั้นสั่น แต่แฝงด้วยความอบอุ่นลึกซึ้งชายหนุ่มกระพริบตาถี่ ๆ พยายามรวบรวมความทรงจำ แต่ในหัวกลับว่างเปล่า มีเพียงความรู้สึกบางอย่างที่แน่นอยู่ในอก เหมือนเขาควรจะรู้จักเธอ เหมือนเธอคือคนสำคัญที่สุดในชีวิต แต่เขากลับจำไม่ได้เลย“ผม...” เขาขมวดคิ้ว มือที่ถูกเธอกุมไว้เริ่มขยับเล็กน้อย “คุณ...เป็นใคร....แล้วทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่”คำพูดนั้นเหมือนมีดบาง ๆ ที่กรีดผ
ห้าวันต่อมาเมื่อเข้าเขตเมืองอาร์เทน เสียงเครื่องยนต์เบา ๆ ดังมาจากทิศเหนือ ไซรัสหยุดเดินหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นดู“เป็นรถหุ้มเกราะ...มีสัญลักษณ์ของกองทัพ”ไม่นานรถคันนั้นก็หยุดลงตรงหน้า ชายในชุดทหารสามคนลงมาคนหนึ่งถอดหมวกออก เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มและแววตาที่คุ้นเคย“ผู้พันไซรัสจริง ๆ ด้วย!”ไซรัสเบิกตากว้าง “ศรัน!”ศรันยิ้มกว้าง รีบเดินเข้ามากอดเขาแน่น “ผมคิดว่าท่านตายไปแล้ว!”“ฉันไม่ตายง่ายขนาดนั้นหรอก” ไซรัสหัวเราะก่อนจะหันไปมองเซเรน่า “เซเรน่านี่ศรันครับ เขาเป็นทหารที่คุ้มกันศูนย์อพยพ ส่วนนี่เซเรนะ....”ศรันมองเธอด้วยสายตาอบอุ่น “สวัสดีครับดีครับคุณเซเรน่า ผมได้ยินชื่อมานานแล้วไม่คิดเลยว่าตัวจริงจะสวยขนาดนี้ ไม่แปลกเลยที่ผู้พันจะหลบหนีจากศูยน์อพยพแล้วไปช่วยคุณที่นั่น”“คะ?”“อะ...อ้าว...ผู้พันอย่าบอกนะว่าไม่ได้บอกเธอ” ศรันหันไปถามไซรัสที่ตอนนี้กำลังยืนมองเขาอย่างคาดโทษ ไซรัสภายในใจรู้สึกกระวนกระวายเพราะตอนนี้ความจริงที่เขาหลบหนีออกจากศูนย์อพยพเพื่อไปช่วยหญิงสาวที่ตนแอบรักมาตลอดหลายปีกำลังถูกเปิดเผย“ไซรัส....ที่คุณศรันพูดหมายความว่ายังไง”“เซเรน่าเรื่องนี้พวกเราค่อยคุยกันทีหลังดีไ
ไซรัสมอบต่ำใช้รถที่จอดอยู่บนถนนเป็นที่กำบัง เขาจับปืนไรเฟิลที่สะพายไว้บนหลังขึ้นช้า ๆ ก่อนจะเริ่มเล็งจุดตายที่หัวของซอมบี้เซเรน่าไม่ยืนมองเหตุการณ์จากอีกฝั่งหนึ่งของถนนหัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกจากอก ไม่กี่วินาทีต่อมาร่างของซอมบี้ก็ล้มลงไปนอนกับพื้นทีละตัว “เรียบร้อยแล้ว” เขาพูดเสียงเรียบ“คุณ...ไม่เป็นไรใช่ไหม?”“ผมไม่เป็นอะไร”เซเรน่ามองเขาอย่างตะลึงทั้งความกลัวและความชื่นชมปะปนกันอยู่ในใจ “คุณเป็นใครกันแน่…คือฉันสังเกตว่าปืนที่คุณมีกับฝีมือการยิงของคุณมัน....ดูไม่ธรรมดา”เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเรียบ ๆ “ฉันทหารหน่วยพิเศษ”เธอเบิกตากว้าง “จริงเหรอ?”“อืม...แต่ว่าตอนนี้พวกเราควรออกเดินทางได้แล้ว”เซเรน่ามองแผ่นหลังของไซรัสที่กำลังเดินนำไป แม้จะมีความสงสัยอยู่ในใจเกี่ยวกับตัวตนของเขาแต่สุดท้ายหญิงสาวก็เลือกที่จะความคิดสงสัยนั้นไป...ระหว่างวันทั้งคู่เดินข้ามสะพานที่มีรถหลายสิบคันจอดทิ้งไว้ เสียงน้ำจากแม่น้ำด้านล่างดังคลื่นซัด เสียงฝีเท้าทั้งสองสะท้อนก้องไปทั่วสะพานเมื่อมาถึงอีกฟากหนึ่งก็พบว่าพระอาทิตย์ใกล้ตกดินแล้ว พวกเขาจึงเลือกหยุดพักค้างคืนในร้านอาหารร้างที่มีประตูปิดแน่นหนา







