LOGINเสียงร้องของทารกดังกังวาลภายในห้องคลอดจนเซเรน่าแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ไม่ใช่จากความเจ็บปวด ทว่ากลับเป็นความตื้นตันที่ได้ให้กำเนิดลูกชายถึงสองคนในเวลาเดียวกัน
“ว้ากกกกกกก!” เสียงร้องนั้นดังคู่กันราวกับตั้งใจร้องประสานเสียง “ยินดีด้วยนะคะคุณแม่ ลูกชายฝาแฝดแข็งแรงทั้งคู่เลยค่ะ” หมอกล่าวพลางหันมายิ้มให้เธอ “ขอบคุณค่ะคุณหมอ” เซเรน่าหอบหายใจถี่อย่างอ่อนล้า หมอต่างหากันพยักหน้า พร้อมให้พยาบาลอุ้มเจ้าตัวเล็กมาให้ผู้เป็นแม่ได้ยลโฉม เด็กน้อยตัวแดง ๆ สองคน หน้าเหมือนกันราวกับสำเนา ทั้งยังเหมือนพ่อของพวกเขาทุกกระเบียดนิ้ว! “พระเจ้า” เซเรน่าพึมพำเบา ๆ “นี่มันไซรัสย่อส่วนสองคนชัด ๆ ” “ฉันได้ยินนะ” เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังจากข้างเตียง เธอเหลือบมองไซรัสที่ยืนอยู่ตรงนั้น สวมป้องกันเชื้อในขณะที่คอยดูเธอคลอด ใบหน้าหล่อเหลานั้นเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตา ยามนี้เขาไม่ใช่มาเฟียผู้เยือกเย็นอีกต่อไป แต่เป็นคุณพ่อมือใหม่ที่กำลังตัวสั่นด้วยความดีใจ “ดูสิเหมือนนายเลย” เธอพูดพลางมองลูกชายฝาแฝด “แน่นอน เชื้อพ่อมันแรง” “ทะลึ่ง! ” ใบหน้าสวยของเซเรน่าหน้าแดงฉาน พลางยกมือทุบไหล่ไซรัสที่กำลังหัวเราะเบา ๆ เขาโน้มตัวลงมาจุมพิตหน้าผากของเธออย่างใจอ่อนโยน “เธอเก่งมากเซเรน่า ขอบคุณที่ให้ของขวัญที่ดีที่สุดในชีวิตฉัน” คำพูดนั้นทำให้น้ำตาของเธอเอ่อล้นออกมาอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่เพราะเจ็บปวด แต่เพราะตื้นตันใจจนพูดไม่ออก เพราะรู้ดีว่าหลังจากวันนี้พวกเขาจะไม่ได้อยู่กันเพียงสองคนอีกแล้ว หลังจากนั้นก็ผ่านไปสองอาทิตย์ คฤหาสน์นัวที่เคยเงียบสงัด ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยเสียงร้องไห้และเสียงหัวเราะของเด็กน้อย เซเรน่านั่งให้นมลูกบนโซฟาอย่างเหนื่อยล้า ขณะที่ไซรัสเดินไปเดินมาพร้อมขวดนมสำรองและผ้าอ้อมเต็มมือ “เธอรู้ไหมว่าฉันเคยสู้กับแก๊งค้ายาได้ทั้งแก๊ง แต่ตอนนี้กลับต้องพ่ายแพ้ให้เจ้าก้อนแป้งตัวอ้วนนี่ แบบไม่เหลือฟอร์มเลยจริง ๆ ” เขาพูดพลางถอนหายใจ “สมแล้วที่เป็นลูกชายของนาย” เซเรน่ายิ้มอ่อน ไซรัสมองลูกชายทั้งสองที่นอนแนบอกของเซเรน่า ก่อนจะพยักหน้าอย่างเห็นด้วย “อ้วนตุบจริง ๆ ” ก่อนที่หนึ่งในลูกชายของเขาจะขยับตัวแล้วทำปากจู๋ และปล่อยเสียงลั่น ทำเอาไซรัสทำตัวไม่ถูกจนเซเรน่าหลุดขำเบา ๆ กับคุณพ่อมือใหม่ “อื๊อออ” “เฮ้ เดี๋ยว ๆ จะร้องอีกแล้วเหรอ? ปะป๊ายังไม่ได้พักเลยนะ!” “ไซรัส เขาไม่ได้ร้อง เขาแค่หาว” “แต่เสียงมันเหมือนร้องมากเลยนี่!” “นายคงเป็นมาเฟียคนแรกที่กลัวลูกชายของตัวเองแน่ ๆ ” เซเรน่าหัวเราะออกมา “ฉันไม่ได้กลัว แค่เกรงใจนิดหน่อย” เขาตอบเสียงเบา “ดูหน้าเขาสิ เหมือนฉันตอนโกรธเลย!” “ก็นั่นลูกนายไง” “ไม่รู้สิ ฉันรู้สึกเหมือนโดนย่อส่วนมาแกล้งตัวเองอยู่ทุกวัน” ไซรัสถอนหายใจเบา ๆ ชีวิตมาเฟียที่เคยอยู่กับการวางแผน ปราบศัตรู และควบคุมอำนาจ ตอนนี้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ตารางชีวิตใหม่ของเขาคือ ตีสาม – อุ้มลูกคนแรก ตีสี่ – ปลอบลูกคนที่สอง ตีห้า – กล่อมทั้งคู่ เจ็ดโมงเช้า – หมดแรงนอนคว่ำหน้าอยู่ข้างเปล และวันก่อนลูกชายของพวกเขาร้องไห้พร้อมกัน จนเขากับเซเรน่าถึงขั้นสบตากันว่า เราจะรอดไหม? ตอนนั้นเองทำให้ไซรัสรู้ทันทีว่าสนามรบจริง ๆ ไม่ใช่โลกใต้ดิน แต่มันอยู่ในห้องนอนของลูกชายแฝดของเขาต่างหาก “บอสครับ...” ศรันเรียกเบา ๆ ตอนเห็นเจ้านายอุ้มลูกอยู่ “อะไร?” “บอสมีประชุมกับเขตเหนือวันนี้ตอนสิบโมงครับ” “เลื่อนไป” ไซรัสตอบอย่างไม่สนใจ ขณะกำลังอุ้มลูกชายทั้งสองในเวลาเดียวกัน “แต่บอสนัดไว้ตั้งแต่สัปดาห์ก่อน...” “ฉันบอกแล้วไง ถ้าลูกชายของฉันยังไม่หลับ ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบราวกับคำเตือน หากอีกฝ่ายยังดึงดันขัดคำสั่ง เขาคงต้องลงโทษให้สาสม ศรันจึงได้แต่พยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะรีบเดินออกไปทันที ทิ้งให้ไซรัสกำลังประคบประหงมลูกชายทั้งสองอย่างรักใคร่ เมื่อเซเรน่าเห็นสามีของเธอนั่งกล่อมลูกด้วยน้ำเสียงเบา ๆ เหมือนจะร้องเพลงกล่อมเด็กผิดคีย์ทุกวินาที เธอก็อดหัวเราะไม่ได้ “ไซรัส” “ว่าไง?” เขาหันมาพร้อมใบหน้าหมดแรงแต่ยังคงยกยิ้มได้ “นายรู้ไหม นายเป็นพ่อที่ดีมากเลย” ไซรัสนิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วพูดช้า ๆ “ฉันไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างฉันจะได้ยินคำนี้” “นายก็เป็นอยู่แล้วนี่” “ฉันอาจจะไม่ใช่คนดีนัก แต่จะพยายามให้ดีที่สุด เพื่อเธอและพวกเขา” เขามองหน้าลูกทั้งสองที่ตอนนี้หลับปุ๋ยอยู่ในอ้อมแขน อดไม่ได้ที่จะกดปลายจมูกหอมแก้มนุ่มเบา ๆ อย่างเอ็นดู เซเรน่ายกยิ้มอ่อน ๆ แล้วค่อยเอนหัวพิงบ่าของเขา “เราสองคนมาเลี้ยงลูกให้ดีที่สุดด้วยกันนะ” “แน่นอน ภรรยาและลูกคือภารกิจสำคัญที่สุดของฉัน”เสียงคลื่นกระทบฝั่งค่อย ๆ พาหัวใจให้สงบ ลมทะเลอุ่น ๆ พัดผมยาวของเซเรน่าปลิวเบา ๆ เธอหันไปมองผู้ชายที่กำลังแบกลูกแฝดสองคนไว้บนไหล่คนละข้าง และรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะมีไว้ให้แค่พวกเรา“ป่ะป๊า! ทะเลใหญ่จังเลย!”“หม่าม้าดูสิ! ปูเดินดุ๊กดิ๊กเลย!”เสียงหัวเราะของเซธและไซม่อนดังกล่อมหัวใจของเธอกว่าคลื่นทะเลเสียอีก ทำเอาอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามด้วยความเคยชิน“ที่รัก เธอยิ้มแบบนั้น ฉันเริ่มคิดแล้วนะว่าจะพาลูกกลับห้อง แล้วเราสองคน---” ไซรัสยกยิ้มเจ้าเล่ห์“หยุดเลยค่ะ มาเที่ยวทะเลนะคะ ไม่ได้มาทำลูกเพิ่ม” เธอรีบจิ้มแก้มเขาเบา ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดและการกระทำนั้น อยู่ในสายตาของลูกแฝดที่กำลังกะพริบตาปริบ ๆ“ทำลูกเพิ่มคืออะไรเหรอหม่าม้า?” เซธเอ่ยถามตาใส“คือการมีน้องไว้เล่นด้วยไงคะ” เซเรน่ายิ้มแห้ง พลางหันไปหยิกหลังไซรัสเบา ๆ ที่ดันเริ่มพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าลูก ๆ “ป่ะป๊า! หนูอยากได้น้อง!!” ลูกทั้งสองคนตาเป็นประกาย“เห็นไหมครับ ที่รัก ลูกเห็นด้วยกับฉัน” ไซรัสหัวเราะดังลั่นเหมือนชนะสงครามทำเอาเซเรน่ารีบปิดหน้าตัวเองทันที เมื่อรู้ว่ากลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ราบคาบให้ตายสิ แล้วฉันจะสู้พวกเขาสา
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยแสงแดดอุ่น ๆ สาดผ่านผ้าม่านบางในห้องนอนใหญ่ กลิ่นหอมของดอกไม้จากแจกันข้างหัวเตียงลอยอ้อยอิ่งในอากาศ บรรยากาศดูสงบสุขราวกับทุกอย่างยังเหมือนเดิมจนกระทั่งเสียงกรีดร้องหนึ่งดังขึ้น“กรี๊ดดดดดด!!”ไซรัสสะดุ้งตื่นแทบจะหล่นจากเตียง เขาหันไปตามต้นเสียงที่กรีดร้องปลุกเขาให้ตื่นเมื่อครู่ นัยน์ตาคมสีน้ำทะเลเบิกตากว้างราวกับเห็นผีหลังจากที่เห็นร่างของตัวเองนั่งค้างอยู่ตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง“ทำไมฉันถึงเห็นตัวเองนั่งตรงนั้น!” ไซรัสร้องออกมาเสียงหวานที่คุ้นเคยทำเขาหยุดชะงัก“ทำไมเสียงฉันมัน เดี๋ยวสิ”ไซรัสก้มมองเรือนร่างของตัวเองพบว่าเขาสวมชุดนอนผ้าซาตินสีครีม ก่อนจะหน้าเหวอ “เดี๋ยวนะ นี่มัน...ร่างของเธอเหรอ เซเรน่า?”“ใช่ พวกเราสลับร่างกัน” เซเรน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทว่าเพราะตอนนี้เธออยู่ในร่างของไซรัสมันเลยทำให้ทุกอย่างดูแปลกประหลาดไปหมด แต่ไซรัสที่อยู่ในร่างเซเรน่ากลับไม่รู้สึกเช่นนั้น เขาย่างกายเดินเข้าไปหาภรรยาก่อนจะโอบกอดเธอแผ่วเบาและพูดปลอมประโลม“ได้ยังไง บ้าน่า”“ไม่ต้องกลัวเซเรน่า ฉันจะหาทางทำให้เราสลับร่างกลับไปได้แน่นอน”ไซรัสยืนปลอบใจภรรยาที่ตื่นกลัวอยู
หลายวันต่อมาบ้านพักตากอากาศริมทะเลขนาดกลางตั้งอยู่บนเนินทรายต่ำ ล้อมรอบด้วยต้นมะพร้าวและเสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะอันคุ้นหู ลมทะเลยามบ่ายพัดกลิ่นเค็มจาง ๆ ปะปนกลิ่นดอกลีลาวดีที่ปลิวจากสวนหน้าบ้าน ที่นี่เป็นบ้านตากอากาศริมทะเลบนเกาะส่วนตัวที่พวกเขาเคยมาด้วยกันในทุกปีแต่สำหรับไซรัสแล้วทุกอย่างกลับดูแปลกใหม่ เขามองภาพครอบครัวที่ติดอยู่บนผนัง ภาพถ่ายที่เขาอุ้มลูกฝาแฝดและหัวเราะอย่างมีความสุข ทว่าความทรงจำนั้นกลับกลายเป็นเพียงภาพเบลอในใจ“ที่นี่ดู...อบอุ่นดีจัง” เขาพูดเบา ๆ ขณะเดินช้า ๆ ไปตามโถงทางเดินเซเรน่ามองตามแผ่นหลังของเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “คุณเคยชอบที่นี่มากค่ะ ทุกเช้าคุณจะตื่นก่อนใครเพื่อลงมาทำอาหารให้ฉันและเด็ก ๆ”“จริงเหรอ...” เขายิ้มบาง ๆ “อืม...ไม่รู้สิ ผมไม่แน่ใจเลยว่าตัวเองจะมีฝีมือด้านการทำอาหาร”เซเรน่าหัวเราะเบา ๆ “แต่เด็ก ๆ ชอบฝีมือการทำอาหารของคุณนะคะ”“เซเรน่า....คือผมมีคำถามหนึ่งครับ”“อะไรเหรอคะ?”“ผมดีกับคุณและลูกจริง ๆ ใช่ไหมครับ” “คะ?”“คือ...ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อในสิ่งที่คุณพูดนะครับ เพียงแต่เมื่อวานในหัวของผมก็มีความทรงจำไม่ดีโผล่ขึ้นมา ผมในต
แสงแดดอ่อนสีทองลอดผ่านม่านสีครีมเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยส่วนตัว กลิ่นยาผสมกลิ่นสะอาดของผ้าปูเตียงใหม่ลอยอยู่ในอากาศ เครื่องวัดชีพจรส่งเสียงแผ่วเบาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พื้นที่เงียบสงบนี้มีเพียงเสียงลมหายใจของชายหนุ่มบนเตียงที่เพิ่งฟื้นจากความมืดมิดยาวนานไซรัสขยับเปลือกตาอย่างเชื่องช้าดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลลืมขึ้น สายตาเขายังพร่าเลือนอยู่แต่ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างเตียง มือเล็กของเธอกุมมือเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยไปเขาจะหายลับจากโลกนี้อีกครั้งแววตาของเธอแดงช้ำ ริมฝีปากสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นเขาขยับตัว เธอเรียกชื่อเขาด้วยเสียงเบาเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังและความกลัวในเวลาเดียวกัน“ไซรัส... คุณตื่นแล้ว...” เสียงนั้นสั่น แต่แฝงด้วยความอบอุ่นลึกซึ้งชายหนุ่มกระพริบตาถี่ ๆ พยายามรวบรวมความทรงจำ แต่ในหัวกลับว่างเปล่า มีเพียงความรู้สึกบางอย่างที่แน่นอยู่ในอก เหมือนเขาควรจะรู้จักเธอ เหมือนเธอคือคนสำคัญที่สุดในชีวิต แต่เขากลับจำไม่ได้เลย“ผม...” เขาขมวดคิ้ว มือที่ถูกเธอกุมไว้เริ่มขยับเล็กน้อย “คุณ...เป็นใคร....แล้วทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่”คำพูดนั้นเหมือนมีดบาง ๆ ที่กรีดผ
ห้าวันต่อมาเมื่อเข้าเขตเมืองอาร์เทน เสียงเครื่องยนต์เบา ๆ ดังมาจากทิศเหนือ ไซรัสหยุดเดินหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นดู“เป็นรถหุ้มเกราะ...มีสัญลักษณ์ของกองทัพ”ไม่นานรถคันนั้นก็หยุดลงตรงหน้า ชายในชุดทหารสามคนลงมาคนหนึ่งถอดหมวกออก เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มและแววตาที่คุ้นเคย“ผู้พันไซรัสจริง ๆ ด้วย!”ไซรัสเบิกตากว้าง “ศรัน!”ศรันยิ้มกว้าง รีบเดินเข้ามากอดเขาแน่น “ผมคิดว่าท่านตายไปแล้ว!”“ฉันไม่ตายง่ายขนาดนั้นหรอก” ไซรัสหัวเราะก่อนจะหันไปมองเซเรน่า “เซเรน่านี่ศรันครับ เขาเป็นทหารที่คุ้มกันศูนย์อพยพ ส่วนนี่เซเรนะ....”ศรันมองเธอด้วยสายตาอบอุ่น “สวัสดีครับดีครับคุณเซเรน่า ผมได้ยินชื่อมานานแล้วไม่คิดเลยว่าตัวจริงจะสวยขนาดนี้ ไม่แปลกเลยที่ผู้พันจะหลบหนีจากศูยน์อพยพแล้วไปช่วยคุณที่นั่น”“คะ?”“อะ...อ้าว...ผู้พันอย่าบอกนะว่าไม่ได้บอกเธอ” ศรันหันไปถามไซรัสที่ตอนนี้กำลังยืนมองเขาอย่างคาดโทษ ไซรัสภายในใจรู้สึกกระวนกระวายเพราะตอนนี้ความจริงที่เขาหลบหนีออกจากศูนย์อพยพเพื่อไปช่วยหญิงสาวที่ตนแอบรักมาตลอดหลายปีกำลังถูกเปิดเผย“ไซรัส....ที่คุณศรันพูดหมายความว่ายังไง”“เซเรน่าเรื่องนี้พวกเราค่อยคุยกันทีหลังดีไ
ไซรัสมอบต่ำใช้รถที่จอดอยู่บนถนนเป็นที่กำบัง เขาจับปืนไรเฟิลที่สะพายไว้บนหลังขึ้นช้า ๆ ก่อนจะเริ่มเล็งจุดตายที่หัวของซอมบี้เซเรน่าไม่ยืนมองเหตุการณ์จากอีกฝั่งหนึ่งของถนนหัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกจากอก ไม่กี่วินาทีต่อมาร่างของซอมบี้ก็ล้มลงไปนอนกับพื้นทีละตัว “เรียบร้อยแล้ว” เขาพูดเสียงเรียบ“คุณ...ไม่เป็นไรใช่ไหม?”“ผมไม่เป็นอะไร”เซเรน่ามองเขาอย่างตะลึงทั้งความกลัวและความชื่นชมปะปนกันอยู่ในใจ “คุณเป็นใครกันแน่…คือฉันสังเกตว่าปืนที่คุณมีกับฝีมือการยิงของคุณมัน....ดูไม่ธรรมดา”เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเรียบ ๆ “ฉันทหารหน่วยพิเศษ”เธอเบิกตากว้าง “จริงเหรอ?”“อืม...แต่ว่าตอนนี้พวกเราควรออกเดินทางได้แล้ว”เซเรน่ามองแผ่นหลังของไซรัสที่กำลังเดินนำไป แม้จะมีความสงสัยอยู่ในใจเกี่ยวกับตัวตนของเขาแต่สุดท้ายหญิงสาวก็เลือกที่จะความคิดสงสัยนั้นไป...ระหว่างวันทั้งคู่เดินข้ามสะพานที่มีรถหลายสิบคันจอดทิ้งไว้ เสียงน้ำจากแม่น้ำด้านล่างดังคลื่นซัด เสียงฝีเท้าทั้งสองสะท้อนก้องไปทั่วสะพานเมื่อมาถึงอีกฟากหนึ่งก็พบว่าพระอาทิตย์ใกล้ตกดินแล้ว พวกเขาจึงเลือกหยุดพักค้างคืนในร้านอาหารร้างที่มีประตูปิดแน่นหนา




![คีรินทร์ วาเลนซิโอ [ ใต้ปีกมาเฟีย ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


