Masukบรรยากาศยามค่ำยืนในย่านเมืองใหญ่แห่งหนึ่ง เสียงยางบดถนนดังเอี๊ยดอ๊าดสะท้อนก้องไปทั่วอุโมงค์ลอดเมือง แสงสว่างจากเสาไฟฟ้าสะท้อนบนรถยนต์หรูที่พุ่งทะยานราวสัตว์ร้ายกำลังหนีจากการล่า
ภายในรถไซรัสกำพวงมาลัยแน่น ดวงตาคมกริบเต็มไปด้วยสมาธิและโทสะที่เดือดพล่าน เลือดจากแผลเก่าที่หน้าท้องเริ่มซึมทะลุผ้าพันแผลออกมาอีกครั้ง แต่เขากลับไม่ใส่ใจ
ในรถคันเดียวกันนั้น เซเรน่านั่งอยู่ข้างเขา มือเรียวกำเข็มขัดนิรภัยแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ภายในใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและตื่นตระหนก ไม่คิดว่าชีวิตนี้ของเธอจะโดนไล่ล่าราวกับภาพยนตร์ที่พึ่งดูจบไปไม่นาน
นี่มันบ้าอะไรเนี่ย! ชีวิตนางร้ายต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยเหรอ!
“ไซรัส! พวกมันยังตามมา!”
เสียงของเธอแหบพร่าด้วยความตื่นตระหนก ดวงตาเบิกกว้างมองผ่านกระจกหลังเมื่อเห็นแสงไฟของรถที่กำลังไล่ล่ามาไม่ลดละ
“เห็นแล้ว”
เขาตอบสั้น ๆ ดวงตาคมเข้มจับจ้องกระจกมองหลัง เงารถ SUV สีดำสามคันกำลังเร่งความเร็วเข้ามา ไล่ติดในระยะไม่ถึงห้าร้อยเมตร เสียงกระสุนแหวกอากาศมาปะทะท้ายรถจนเกิดประกายไฟ
“จับไว้ให้ดี”
เสียงทุ้มของไซรัสดังราวกับคำเตือน เขาหักพวงมาลัยหลบกระสุน เสียงยางเสียดกับพื้นถนนดังเอี๊ยดแสบแก้วหู รถสะบัดเล็กน้อยแต่ยังทรงตัวอยู่ในเส้นทาง เขาขบฟันแน่นจนกล้ามเนื้อกรามขึ้นเป็นสัน
“ไซรัส! พวมันยิงมาแล้ว!”
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงปืนแผดดังราวกับฟ้าถล่ม กระจกด้านข้างแตกกระจาย จนเศษแก้วปลิวว่อนราวกับสายฝน เซเรน่ากรีดร้องลั่นด้วยความตกใจ หญิงสาวก้มตัวหลบตามสัญชาตญาณ แต่ไซรัสกลับไม่หวั่นแม้แต่น้อย มือขวายังคงควบคุมพวงมาลัย ส่วนมือซ้ายเอื้อมไปใต้เบาะ หยิบปืนพกสีทองที่เป็นคู่ใจของเขาขึ้นมา
“จับพวงมาลัยไว้” เขาสั่งเสียงแข็ง
“หา? เดี๋ย---”
นัยน์ตาคู่สวยของเซเรน่าเบิกกว้างอย่างตกตะลึง เมื่อเขาไม่ยอมให้เธอพูดจบ
ไซรัสเอี้ยวตัวออกไปทางหน้าต่างด้านคนขับ กระสุนจากศัตรูยังสาดเข้ามาไม่หยุด เสียงปืนปะทะกับโลหะของรถดังกังวลในความมืด เขายกปืนขึ้นเล็งด้วยมือที่เรียบนิ่ง แม้ว่ารถจะขับด้วยความเร็วสูงแต่สายตาของมาเฟียเขตใต้อย่างเขากลับเยือกเย็นและแม่นยำ
ครั้นเสียงปืนดังขึ้นสองครั้งติด กระสุนพุ่งทยานทะลุกระจกหน้ารถคันหนึ่งของพวกมัน โดนกลางหน้าผากของคนขับราวกับจับวาง ทำให้รถคันนั้นส่ายไปมาก่อนจะเสียหลักพลิกคว่ำ จนไฟลุกท่วมคันขว้างทางไม่ให้คันที่เหลือขับตามพวกเขาได้
เซเรน่าบังคับรถตามที่ไซรัสบอก ขณะที่เขายังโผล่ครึ่งตัวออกไปนอกหน้าต่าง ความร้อนจากระเบิดด้านหลังทำเอาใบหน้าสวยร้อนผ่าว สายลมปะทะจนผมยาวของเซเรน่าปลิวกระจายทั่วรถ
แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้พักหายใจ รถอีกสองคันก็เร่งขึ้นตีคู่กับพวกเขา เป็นมอเตอร์ไซค์สองคันที่ขับไล่มาอย่างคล่องแคล่ว ร่างคนขี่สวมหมวกกันน็อกดำถือปืนพกกระหน่ำยิงสาดมาที่รถหรู
ปัง! ปัง! ปัง!
“ไซรัสระวัง! พวกมันตามมาอีกแล้ว!” เสียงเซเรน่าตะโกนเตือนเขา
“หมอบลง!”
ไซรัสตะโกนขณะดึงตัวกลับเข้ามาในรถ มือข้างหนึ่งดึงเซเรน่าลงให้ศีรษะของเธอพ้นกระจก ส่วนอีกข้างบังคับพวงมาลัยหลบหลีกอย่างคล่องแคล่ว
“อย่าเงยขึ้นเด็ดขาด!”
เสียงทุ้มตวาดลั่นขณะที่กระสุนฝังเข้าที่ประตูและหลังคารถเป็นรูพรุน ไซรัสบังคับพวงมาลัยอย่างบ้าคลั่ง เขาดริฟท์เข้าโค้งแคบด้วยความเร็วสูง รถส่ายไถลแต่กลับควบคุมได้อย่างแม่นยำ
“แกคิดจะหนีฉันงั้นเหรอ!” เสียงศัตรูตะโกนจากมอเตอร์ไซค์ ก่อนจะยิงซ้ำ
ไซรัสขบกรามแน่นจนนูนเป็นสัน ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยโทสะ เหลือบมองรถบรรทุกที่จอดอยู่ด้านหน้า ไวกว่าความคิดเขาเปลี่ยนเกียร์อย่างรวดเร็วก่อนจะเหยียบคันเร่งจมพื้น ทำให้รถพุ่งทะยานไปอย่างรวดเร็วจนเซเรน่าเผลอร้องออกมา เพราะกำลังจะชนเข้ากับรถบรรทุกที่จอดอยู่
“ระวัง!” เซเรน่าหลับตาปี๋และกรีดร้องอย่างตกใจ
เสียงคลื่นกระทบฝั่งค่อย ๆ พาหัวใจให้สงบ ลมทะเลอุ่น ๆ พัดผมยาวของเซเรน่าปลิวเบา ๆ เธอหันไปมองผู้ชายที่กำลังแบกลูกแฝดสองคนไว้บนไหล่คนละข้าง และรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะมีไว้ให้แค่พวกเรา“ป่ะป๊า! ทะเลใหญ่จังเลย!”“หม่าม้าดูสิ! ปูเดินดุ๊กดิ๊กเลย!”เสียงหัวเราะของเซธและไซม่อนดังกล่อมหัวใจของเธอกว่าคลื่นทะเลเสียอีก ทำเอาอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามด้วยความเคยชิน“ที่รัก เธอยิ้มแบบนั้น ฉันเริ่มคิดแล้วนะว่าจะพาลูกกลับห้อง แล้วเราสองคน---” ไซรัสยกยิ้มเจ้าเล่ห์“หยุดเลยค่ะ มาเที่ยวทะเลนะคะ ไม่ได้มาทำลูกเพิ่ม” เธอรีบจิ้มแก้มเขาเบา ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดและการกระทำนั้น อยู่ในสายตาของลูกแฝดที่กำลังกะพริบตาปริบ ๆ“ทำลูกเพิ่มคืออะไรเหรอหม่าม้า?” เซธเอ่ยถามตาใส“คือการมีน้องไว้เล่นด้วยไงคะ” เซเรน่ายิ้มแห้ง พลางหันไปหยิกหลังไซรัสเบา ๆ ที่ดันเริ่มพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าลูก ๆ “ป่ะป๊า! หนูอยากได้น้อง!!” ลูกทั้งสองคนตาเป็นประกาย“เห็นไหมครับ ที่รัก ลูกเห็นด้วยกับฉัน” ไซรัสหัวเราะดังลั่นเหมือนชนะสงครามทำเอาเซเรน่ารีบปิดหน้าตัวเองทันที เมื่อรู้ว่ากลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ราบคาบให้ตายสิ แล้วฉันจะสู้พวกเขาสา
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยแสงแดดอุ่น ๆ สาดผ่านผ้าม่านบางในห้องนอนใหญ่ กลิ่นหอมของดอกไม้จากแจกันข้างหัวเตียงลอยอ้อยอิ่งในอากาศ บรรยากาศดูสงบสุขราวกับทุกอย่างยังเหมือนเดิมจนกระทั่งเสียงกรีดร้องหนึ่งดังขึ้น“กรี๊ดดดดดด!!”ไซรัสสะดุ้งตื่นแทบจะหล่นจากเตียง เขาหันไปตามต้นเสียงที่กรีดร้องปลุกเขาให้ตื่นเมื่อครู่ นัยน์ตาคมสีน้ำทะเลเบิกตากว้างราวกับเห็นผีหลังจากที่เห็นร่างของตัวเองนั่งค้างอยู่ตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง“ทำไมฉันถึงเห็นตัวเองนั่งตรงนั้น!” ไซรัสร้องออกมาเสียงหวานที่คุ้นเคยทำเขาหยุดชะงัก“ทำไมเสียงฉันมัน เดี๋ยวสิ”ไซรัสก้มมองเรือนร่างของตัวเองพบว่าเขาสวมชุดนอนผ้าซาตินสีครีม ก่อนจะหน้าเหวอ “เดี๋ยวนะ นี่มัน...ร่างของเธอเหรอ เซเรน่า?”“ใช่ พวกเราสลับร่างกัน” เซเรน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทว่าเพราะตอนนี้เธออยู่ในร่างของไซรัสมันเลยทำให้ทุกอย่างดูแปลกประหลาดไปหมด แต่ไซรัสที่อยู่ในร่างเซเรน่ากลับไม่รู้สึกเช่นนั้น เขาย่างกายเดินเข้าไปหาภรรยาก่อนจะโอบกอดเธอแผ่วเบาและพูดปลอมประโลม“ได้ยังไง บ้าน่า”“ไม่ต้องกลัวเซเรน่า ฉันจะหาทางทำให้เราสลับร่างกลับไปได้แน่นอน”ไซรัสยืนปลอบใจภรรยาที่ตื่นกลัวอยู
หลายวันต่อมาบ้านพักตากอากาศริมทะเลขนาดกลางตั้งอยู่บนเนินทรายต่ำ ล้อมรอบด้วยต้นมะพร้าวและเสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะอันคุ้นหู ลมทะเลยามบ่ายพัดกลิ่นเค็มจาง ๆ ปะปนกลิ่นดอกลีลาวดีที่ปลิวจากสวนหน้าบ้าน ที่นี่เป็นบ้านตากอากาศริมทะเลบนเกาะส่วนตัวที่พวกเขาเคยมาด้วยกันในทุกปีแต่สำหรับไซรัสแล้วทุกอย่างกลับดูแปลกใหม่ เขามองภาพครอบครัวที่ติดอยู่บนผนัง ภาพถ่ายที่เขาอุ้มลูกฝาแฝดและหัวเราะอย่างมีความสุข ทว่าความทรงจำนั้นกลับกลายเป็นเพียงภาพเบลอในใจ“ที่นี่ดู...อบอุ่นดีจัง” เขาพูดเบา ๆ ขณะเดินช้า ๆ ไปตามโถงทางเดินเซเรน่ามองตามแผ่นหลังของเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “คุณเคยชอบที่นี่มากค่ะ ทุกเช้าคุณจะตื่นก่อนใครเพื่อลงมาทำอาหารให้ฉันและเด็ก ๆ”“จริงเหรอ...” เขายิ้มบาง ๆ “อืม...ไม่รู้สิ ผมไม่แน่ใจเลยว่าตัวเองจะมีฝีมือด้านการทำอาหาร”เซเรน่าหัวเราะเบา ๆ “แต่เด็ก ๆ ชอบฝีมือการทำอาหารของคุณนะคะ”“เซเรน่า....คือผมมีคำถามหนึ่งครับ”“อะไรเหรอคะ?”“ผมดีกับคุณและลูกจริง ๆ ใช่ไหมครับ” “คะ?”“คือ...ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อในสิ่งที่คุณพูดนะครับ เพียงแต่เมื่อวานในหัวของผมก็มีความทรงจำไม่ดีโผล่ขึ้นมา ผมในต
แสงแดดอ่อนสีทองลอดผ่านม่านสีครีมเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยส่วนตัว กลิ่นยาผสมกลิ่นสะอาดของผ้าปูเตียงใหม่ลอยอยู่ในอากาศ เครื่องวัดชีพจรส่งเสียงแผ่วเบาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พื้นที่เงียบสงบนี้มีเพียงเสียงลมหายใจของชายหนุ่มบนเตียงที่เพิ่งฟื้นจากความมืดมิดยาวนานไซรัสขยับเปลือกตาอย่างเชื่องช้าดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลลืมขึ้น สายตาเขายังพร่าเลือนอยู่แต่ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างเตียง มือเล็กของเธอกุมมือเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยไปเขาจะหายลับจากโลกนี้อีกครั้งแววตาของเธอแดงช้ำ ริมฝีปากสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นเขาขยับตัว เธอเรียกชื่อเขาด้วยเสียงเบาเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังและความกลัวในเวลาเดียวกัน“ไซรัส... คุณตื่นแล้ว...” เสียงนั้นสั่น แต่แฝงด้วยความอบอุ่นลึกซึ้งชายหนุ่มกระพริบตาถี่ ๆ พยายามรวบรวมความทรงจำ แต่ในหัวกลับว่างเปล่า มีเพียงความรู้สึกบางอย่างที่แน่นอยู่ในอก เหมือนเขาควรจะรู้จักเธอ เหมือนเธอคือคนสำคัญที่สุดในชีวิต แต่เขากลับจำไม่ได้เลย“ผม...” เขาขมวดคิ้ว มือที่ถูกเธอกุมไว้เริ่มขยับเล็กน้อย “คุณ...เป็นใคร....แล้วทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่”คำพูดนั้นเหมือนมีดบาง ๆ ที่กรีดผ
ห้าวันต่อมาเมื่อเข้าเขตเมืองอาร์เทน เสียงเครื่องยนต์เบา ๆ ดังมาจากทิศเหนือ ไซรัสหยุดเดินหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นดู“เป็นรถหุ้มเกราะ...มีสัญลักษณ์ของกองทัพ”ไม่นานรถคันนั้นก็หยุดลงตรงหน้า ชายในชุดทหารสามคนลงมาคนหนึ่งถอดหมวกออก เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มและแววตาที่คุ้นเคย“ผู้พันไซรัสจริง ๆ ด้วย!”ไซรัสเบิกตากว้าง “ศรัน!”ศรันยิ้มกว้าง รีบเดินเข้ามากอดเขาแน่น “ผมคิดว่าท่านตายไปแล้ว!”“ฉันไม่ตายง่ายขนาดนั้นหรอก” ไซรัสหัวเราะก่อนจะหันไปมองเซเรน่า “เซเรน่านี่ศรันครับ เขาเป็นทหารที่คุ้มกันศูนย์อพยพ ส่วนนี่เซเรนะ....”ศรันมองเธอด้วยสายตาอบอุ่น “สวัสดีครับดีครับคุณเซเรน่า ผมได้ยินชื่อมานานแล้วไม่คิดเลยว่าตัวจริงจะสวยขนาดนี้ ไม่แปลกเลยที่ผู้พันจะหลบหนีจากศูยน์อพยพแล้วไปช่วยคุณที่นั่น”“คะ?”“อะ...อ้าว...ผู้พันอย่าบอกนะว่าไม่ได้บอกเธอ” ศรันหันไปถามไซรัสที่ตอนนี้กำลังยืนมองเขาอย่างคาดโทษ ไซรัสภายในใจรู้สึกกระวนกระวายเพราะตอนนี้ความจริงที่เขาหลบหนีออกจากศูนย์อพยพเพื่อไปช่วยหญิงสาวที่ตนแอบรักมาตลอดหลายปีกำลังถูกเปิดเผย“ไซรัส....ที่คุณศรันพูดหมายความว่ายังไง”“เซเรน่าเรื่องนี้พวกเราค่อยคุยกันทีหลังดีไ
ไซรัสมอบต่ำใช้รถที่จอดอยู่บนถนนเป็นที่กำบัง เขาจับปืนไรเฟิลที่สะพายไว้บนหลังขึ้นช้า ๆ ก่อนจะเริ่มเล็งจุดตายที่หัวของซอมบี้เซเรน่าไม่ยืนมองเหตุการณ์จากอีกฝั่งหนึ่งของถนนหัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกจากอก ไม่กี่วินาทีต่อมาร่างของซอมบี้ก็ล้มลงไปนอนกับพื้นทีละตัว “เรียบร้อยแล้ว” เขาพูดเสียงเรียบ“คุณ...ไม่เป็นไรใช่ไหม?”“ผมไม่เป็นอะไร”เซเรน่ามองเขาอย่างตะลึงทั้งความกลัวและความชื่นชมปะปนกันอยู่ในใจ “คุณเป็นใครกันแน่…คือฉันสังเกตว่าปืนที่คุณมีกับฝีมือการยิงของคุณมัน....ดูไม่ธรรมดา”เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเรียบ ๆ “ฉันทหารหน่วยพิเศษ”เธอเบิกตากว้าง “จริงเหรอ?”“อืม...แต่ว่าตอนนี้พวกเราควรออกเดินทางได้แล้ว”เซเรน่ามองแผ่นหลังของไซรัสที่กำลังเดินนำไป แม้จะมีความสงสัยอยู่ในใจเกี่ยวกับตัวตนของเขาแต่สุดท้ายหญิงสาวก็เลือกที่จะความคิดสงสัยนั้นไป...ระหว่างวันทั้งคู่เดินข้ามสะพานที่มีรถหลายสิบคันจอดทิ้งไว้ เสียงน้ำจากแม่น้ำด้านล่างดังคลื่นซัด เสียงฝีเท้าทั้งสองสะท้อนก้องไปทั่วสะพานเมื่อมาถึงอีกฟากหนึ่งก็พบว่าพระอาทิตย์ใกล้ตกดินแล้ว พวกเขาจึงเลือกหยุดพักค้างคืนในร้านอาหารร้างที่มีประตูปิดแน่นหนา







