เข้าสู่ระบบเสียงเกลียวคลื่นกระทบฝั่งที่เคยสงบ ยามนี้กลับถูกแทนที่ด้วยเสียงปืนดังสนั่นราวกับฟ้าผ่า ท้องฟ้ามืดครึ้มจนไร้แสงดาว ลมทะเลที่เคยอบอุ่นในตอนแรก ตอนนี้กลับหอบกลิ่นดินปืนเข้าปะทะจมูก
เซเรน่านั่งชันเข่าอยู่หลังโขดหินใหญ่ มือทั้งสองกุมใบหูแน่นขณะที่น้ำตาเอ่อคลออย่างไม่รู้ตัว หัวใจเต้นแรงจนแทบระเบิดในอก ทุกอย่างรอบตัวคือเสียงความตายที่วิ่งสวนไปมาเหนือศีรษะ เสียงลูกกระสุนแหวกอากาศ เสียงร้องอ้อนวอนของลูกน้องไซรัสที่ถูกยิงล้ม และเสียงเกลียวคลื่นที่กลืนกินเสียงสะอื้นของเธอ
เสื้อผ้าไหมที่ถักด้วยมือขาดเป็นเส้น ๆ อยู่ในกำมือของเซเรน่า เธอจิกมันแน่นราวจะหาที่พึ่งเดียวในความหวาดกลัว เธอก้มหน้าซบเข่าตัวเอง พยายามกลั้นหายใจไม่ให้สะอื้นจนเสียงหลุดออกไป
ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็วิ่งเข้ามาอย่างเร่งร้อน เธอกำมือแน่นจนเลือดสีสดไหลซึมบนปลายเล็บ แต่ก่อนที่เซเรน่าจะคว้าก้อนหินบนพื้นทรายมาเป็นอาวุธ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นเสียก่อน
“คุณเซเรน่า! อยู่ไหนครับ!”
เสียงศรันดังขึ้นเหนือเสียงปืน เขาวิ่งฝ่ากระสุนเข้ามาเพื่อตามหานายหญิงของตน ก่อนปืนในมือจะยิงตอบโต้เป็นจังหวะจนควันคลุ้ง เซเรน่าชะโงกหน้าออกไปเล็กน้อย แต่พอเห็นเขาเธอก็รีบยืนขึ้นจากหลังหิน
“คุณศรัน!” เธอร้องเรียก
เมื่อเห็นใบหน้าของเซเรน่า ศรันก็โล่งอกอย่างเห็นได้ชัด เขารีบพุ่งเข้ามาคว้าแขนเธอไว้แน่น
“ขอบคุณพระเจ้า… ผมตามหาคุณแทบพลิกเกาะ! ไปเถอะครับ เราต้องออกจากที่นี่ พวกมันรู้แล้วว่าเราซ่อนอยู่ที่เกาะนี้!”
“แต่ไซรัสล่ะ! เขาอยู่ไหน! เขาไม่กลับมาพร้อมคุณเหรอ?” เธอถามเสียงสั่น ดวงตากลมโตเบิกกว้าง
“บอสกำลังสู้กับพวกมันอีกฝั่งของเกาะครับ เขาสั่งผมให้พาคุณออกไปจากที่นี่” ศรันเบือนหน้าไปอีกทาง พลางขบกรามแน่นอย่างอดกลั้น
“ไม่! ฉันจะไม่ทิ้งเขาไว้แบบนั้น!” เธอส่ายหัวแรง ๆ
“แต่นายหญิง คุณต้องไปครับ! บอสสั่งมาแบบนั้น ถ้าผมไม่ทำผมคงไม่มีชีวิตกลับไปเจอเขาอีก!” ศรันเสียงเข้มขึ้น มือทั้งสองขยับมาจับที่ไหล่ของเธอแน่น
“ศรัน…ฉันไม่ไปโดยไม่มีเขา!” เซเรน่าส่ายหน้าอีกครั้ง
“ขอโทษครับ นายหญิง”
น้ำเสียงทุ้มเจือรู้สึกผิดของศรันเอ่ยขึ้นเบา ๆ โดยที่ไม่ปล่อยให้เซเรน่าได้ตั้งตัว เขาพุ่งเข้าไปอุ้มเซเรน่าพาดบ่าแกร่งทันที
“ศรัน! ปล่อยฉันนะ! ได้ยินไหม!”
เซเรน่าตะโกนสุดเสียง ทั้งดิ้น ทั้งทุบไหล่เขาไม่หยุด แต่ศรันกลับไม่ฟังอะไรทั้งนั้น เขาวิ่งฝ่าทางลาดชันของโขดหินลงไปทางทิศใต้ที่มีเรือยนต์จอดรออยู่
“พวกมันอยู่ทางนี้!”
ในเวลาเดียวกัน เสียงกลุ่มชายฉกรรจ์ตะโกนไล่หลังของพวกเขามาติด ๆ ก่อนที่เสียงปืนจะดังขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ศรันต้องกัดฟันวิ่งต่อจนถึงริมชายหาดลับหลังเกาะ
“นั่นไง! เรืออยู่ตรงนั้น!”
ศรันพึมพำอย่างโล่งใจ แต่เพียงเสี้ยววินาที สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป เลือดสด ๆ ไหลรินลงจากดาดฟ้าเรือ ร่างของลูกน้องที่ควรจะรออยู่กลับนอนนิ่งไร้ลมหายใจ
“พวกมันมาถึงก่อน!” ศรันสบถต่ำ ก่อนเสียงปืนจากแนวป่าข้างหลังจะดังขึ้น
“อยู่ทางนี้!”
กระสุนสาดมาจนทรายกระเด็นใส่หน้า เซเรน่าร้องด้วยความตกใจ ศรันรีบพาเธอกลิ้งหลบหลังเรือ ก่อนคว้าปืนขึ้นยิงตอบโต้อย่างแม่นยำ เสียงปืนสะท้อนก้องกับผิวน้ำจนหูอื้อของหญิงสาว
“เวรฉิบ” ศรันสบถเบา ๆ ในลำคอ
“พวกมันอยู่ตรงนั้น!”
“นายหญิงครับ หลบอยู่หลังหินนั่นเร็ว!”
เซเรน่าพยักหน้าพลางรีบคลานไปหลังหินที่ว่า นัยน์ตาคู่สวยจับจ้องศรันที่กำลังยิงปืนออกไปสามนัด โดยที่สองนัดโดนเป้าหมายอย่างจัง และอีกนัดพลาดไปเพราะโดนยิงสวนกลับมาเสียก่อน
ทว่าไม่นานศรันก็ต้องสบถออกมาอีกครั้ง เมื่อกระสุนของเขาเริ่มหมดแล้ว เขาหยิบแม็กกาซีนขึ้นมาเปลี่ยนด้วยแววตามุ่งมั่นที่ต้องปกต้องเซเรน่าตาคำสั่ง แต่เสียงคลิกที่ได้กลับทำให้เขาหน้าซีดลง
กระสุนหมดแล้ว!!
“นายหญิงครับ กระสุนผมหมดแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นขับเรือนี้หนีไปซะ”
เสียงคลื่นกระทบฝั่งค่อย ๆ พาหัวใจให้สงบ ลมทะเลอุ่น ๆ พัดผมยาวของเซเรน่าปลิวเบา ๆ เธอหันไปมองผู้ชายที่กำลังแบกลูกแฝดสองคนไว้บนไหล่คนละข้าง และรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะมีไว้ให้แค่พวกเรา“ป่ะป๊า! ทะเลใหญ่จังเลย!”“หม่าม้าดูสิ! ปูเดินดุ๊กดิ๊กเลย!”เสียงหัวเราะของเซธและไซม่อนดังกล่อมหัวใจของเธอกว่าคลื่นทะเลเสียอีก ทำเอาอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามด้วยความเคยชิน“ที่รัก เธอยิ้มแบบนั้น ฉันเริ่มคิดแล้วนะว่าจะพาลูกกลับห้อง แล้วเราสองคน---” ไซรัสยกยิ้มเจ้าเล่ห์“หยุดเลยค่ะ มาเที่ยวทะเลนะคะ ไม่ได้มาทำลูกเพิ่ม” เธอรีบจิ้มแก้มเขาเบา ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดและการกระทำนั้น อยู่ในสายตาของลูกแฝดที่กำลังกะพริบตาปริบ ๆ“ทำลูกเพิ่มคืออะไรเหรอหม่าม้า?” เซธเอ่ยถามตาใส“คือการมีน้องไว้เล่นด้วยไงคะ” เซเรน่ายิ้มแห้ง พลางหันไปหยิกหลังไซรัสเบา ๆ ที่ดันเริ่มพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าลูก ๆ “ป่ะป๊า! หนูอยากได้น้อง!!” ลูกทั้งสองคนตาเป็นประกาย“เห็นไหมครับ ที่รัก ลูกเห็นด้วยกับฉัน” ไซรัสหัวเราะดังลั่นเหมือนชนะสงครามทำเอาเซเรน่ารีบปิดหน้าตัวเองทันที เมื่อรู้ว่ากลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ราบคาบให้ตายสิ แล้วฉันจะสู้พวกเขาสา
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยแสงแดดอุ่น ๆ สาดผ่านผ้าม่านบางในห้องนอนใหญ่ กลิ่นหอมของดอกไม้จากแจกันข้างหัวเตียงลอยอ้อยอิ่งในอากาศ บรรยากาศดูสงบสุขราวกับทุกอย่างยังเหมือนเดิมจนกระทั่งเสียงกรีดร้องหนึ่งดังขึ้น“กรี๊ดดดดดด!!”ไซรัสสะดุ้งตื่นแทบจะหล่นจากเตียง เขาหันไปตามต้นเสียงที่กรีดร้องปลุกเขาให้ตื่นเมื่อครู่ นัยน์ตาคมสีน้ำทะเลเบิกตากว้างราวกับเห็นผีหลังจากที่เห็นร่างของตัวเองนั่งค้างอยู่ตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง“ทำไมฉันถึงเห็นตัวเองนั่งตรงนั้น!” ไซรัสร้องออกมาเสียงหวานที่คุ้นเคยทำเขาหยุดชะงัก“ทำไมเสียงฉันมัน เดี๋ยวสิ”ไซรัสก้มมองเรือนร่างของตัวเองพบว่าเขาสวมชุดนอนผ้าซาตินสีครีม ก่อนจะหน้าเหวอ “เดี๋ยวนะ นี่มัน...ร่างของเธอเหรอ เซเรน่า?”“ใช่ พวกเราสลับร่างกัน” เซเรน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทว่าเพราะตอนนี้เธออยู่ในร่างของไซรัสมันเลยทำให้ทุกอย่างดูแปลกประหลาดไปหมด แต่ไซรัสที่อยู่ในร่างเซเรน่ากลับไม่รู้สึกเช่นนั้น เขาย่างกายเดินเข้าไปหาภรรยาก่อนจะโอบกอดเธอแผ่วเบาและพูดปลอมประโลม“ได้ยังไง บ้าน่า”“ไม่ต้องกลัวเซเรน่า ฉันจะหาทางทำให้เราสลับร่างกลับไปได้แน่นอน”ไซรัสยืนปลอบใจภรรยาที่ตื่นกลัวอยู
หลายวันต่อมาบ้านพักตากอากาศริมทะเลขนาดกลางตั้งอยู่บนเนินทรายต่ำ ล้อมรอบด้วยต้นมะพร้าวและเสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะอันคุ้นหู ลมทะเลยามบ่ายพัดกลิ่นเค็มจาง ๆ ปะปนกลิ่นดอกลีลาวดีที่ปลิวจากสวนหน้าบ้าน ที่นี่เป็นบ้านตากอากาศริมทะเลบนเกาะส่วนตัวที่พวกเขาเคยมาด้วยกันในทุกปีแต่สำหรับไซรัสแล้วทุกอย่างกลับดูแปลกใหม่ เขามองภาพครอบครัวที่ติดอยู่บนผนัง ภาพถ่ายที่เขาอุ้มลูกฝาแฝดและหัวเราะอย่างมีความสุข ทว่าความทรงจำนั้นกลับกลายเป็นเพียงภาพเบลอในใจ“ที่นี่ดู...อบอุ่นดีจัง” เขาพูดเบา ๆ ขณะเดินช้า ๆ ไปตามโถงทางเดินเซเรน่ามองตามแผ่นหลังของเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “คุณเคยชอบที่นี่มากค่ะ ทุกเช้าคุณจะตื่นก่อนใครเพื่อลงมาทำอาหารให้ฉันและเด็ก ๆ”“จริงเหรอ...” เขายิ้มบาง ๆ “อืม...ไม่รู้สิ ผมไม่แน่ใจเลยว่าตัวเองจะมีฝีมือด้านการทำอาหาร”เซเรน่าหัวเราะเบา ๆ “แต่เด็ก ๆ ชอบฝีมือการทำอาหารของคุณนะคะ”“เซเรน่า....คือผมมีคำถามหนึ่งครับ”“อะไรเหรอคะ?”“ผมดีกับคุณและลูกจริง ๆ ใช่ไหมครับ” “คะ?”“คือ...ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อในสิ่งที่คุณพูดนะครับ เพียงแต่เมื่อวานในหัวของผมก็มีความทรงจำไม่ดีโผล่ขึ้นมา ผมในต
แสงแดดอ่อนสีทองลอดผ่านม่านสีครีมเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยส่วนตัว กลิ่นยาผสมกลิ่นสะอาดของผ้าปูเตียงใหม่ลอยอยู่ในอากาศ เครื่องวัดชีพจรส่งเสียงแผ่วเบาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พื้นที่เงียบสงบนี้มีเพียงเสียงลมหายใจของชายหนุ่มบนเตียงที่เพิ่งฟื้นจากความมืดมิดยาวนานไซรัสขยับเปลือกตาอย่างเชื่องช้าดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลลืมขึ้น สายตาเขายังพร่าเลือนอยู่แต่ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างเตียง มือเล็กของเธอกุมมือเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยไปเขาจะหายลับจากโลกนี้อีกครั้งแววตาของเธอแดงช้ำ ริมฝีปากสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นเขาขยับตัว เธอเรียกชื่อเขาด้วยเสียงเบาเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังและความกลัวในเวลาเดียวกัน“ไซรัส... คุณตื่นแล้ว...” เสียงนั้นสั่น แต่แฝงด้วยความอบอุ่นลึกซึ้งชายหนุ่มกระพริบตาถี่ ๆ พยายามรวบรวมความทรงจำ แต่ในหัวกลับว่างเปล่า มีเพียงความรู้สึกบางอย่างที่แน่นอยู่ในอก เหมือนเขาควรจะรู้จักเธอ เหมือนเธอคือคนสำคัญที่สุดในชีวิต แต่เขากลับจำไม่ได้เลย“ผม...” เขาขมวดคิ้ว มือที่ถูกเธอกุมไว้เริ่มขยับเล็กน้อย “คุณ...เป็นใคร....แล้วทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่”คำพูดนั้นเหมือนมีดบาง ๆ ที่กรีดผ
ห้าวันต่อมาเมื่อเข้าเขตเมืองอาร์เทน เสียงเครื่องยนต์เบา ๆ ดังมาจากทิศเหนือ ไซรัสหยุดเดินหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นดู“เป็นรถหุ้มเกราะ...มีสัญลักษณ์ของกองทัพ”ไม่นานรถคันนั้นก็หยุดลงตรงหน้า ชายในชุดทหารสามคนลงมาคนหนึ่งถอดหมวกออก เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มและแววตาที่คุ้นเคย“ผู้พันไซรัสจริง ๆ ด้วย!”ไซรัสเบิกตากว้าง “ศรัน!”ศรันยิ้มกว้าง รีบเดินเข้ามากอดเขาแน่น “ผมคิดว่าท่านตายไปแล้ว!”“ฉันไม่ตายง่ายขนาดนั้นหรอก” ไซรัสหัวเราะก่อนจะหันไปมองเซเรน่า “เซเรน่านี่ศรันครับ เขาเป็นทหารที่คุ้มกันศูนย์อพยพ ส่วนนี่เซเรนะ....”ศรันมองเธอด้วยสายตาอบอุ่น “สวัสดีครับดีครับคุณเซเรน่า ผมได้ยินชื่อมานานแล้วไม่คิดเลยว่าตัวจริงจะสวยขนาดนี้ ไม่แปลกเลยที่ผู้พันจะหลบหนีจากศูยน์อพยพแล้วไปช่วยคุณที่นั่น”“คะ?”“อะ...อ้าว...ผู้พันอย่าบอกนะว่าไม่ได้บอกเธอ” ศรันหันไปถามไซรัสที่ตอนนี้กำลังยืนมองเขาอย่างคาดโทษ ไซรัสภายในใจรู้สึกกระวนกระวายเพราะตอนนี้ความจริงที่เขาหลบหนีออกจากศูนย์อพยพเพื่อไปช่วยหญิงสาวที่ตนแอบรักมาตลอดหลายปีกำลังถูกเปิดเผย“ไซรัส....ที่คุณศรันพูดหมายความว่ายังไง”“เซเรน่าเรื่องนี้พวกเราค่อยคุยกันทีหลังดีไ
ไซรัสมอบต่ำใช้รถที่จอดอยู่บนถนนเป็นที่กำบัง เขาจับปืนไรเฟิลที่สะพายไว้บนหลังขึ้นช้า ๆ ก่อนจะเริ่มเล็งจุดตายที่หัวของซอมบี้เซเรน่าไม่ยืนมองเหตุการณ์จากอีกฝั่งหนึ่งของถนนหัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกจากอก ไม่กี่วินาทีต่อมาร่างของซอมบี้ก็ล้มลงไปนอนกับพื้นทีละตัว “เรียบร้อยแล้ว” เขาพูดเสียงเรียบ“คุณ...ไม่เป็นไรใช่ไหม?”“ผมไม่เป็นอะไร”เซเรน่ามองเขาอย่างตะลึงทั้งความกลัวและความชื่นชมปะปนกันอยู่ในใจ “คุณเป็นใครกันแน่…คือฉันสังเกตว่าปืนที่คุณมีกับฝีมือการยิงของคุณมัน....ดูไม่ธรรมดา”เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเรียบ ๆ “ฉันทหารหน่วยพิเศษ”เธอเบิกตากว้าง “จริงเหรอ?”“อืม...แต่ว่าตอนนี้พวกเราควรออกเดินทางได้แล้ว”เซเรน่ามองแผ่นหลังของไซรัสที่กำลังเดินนำไป แม้จะมีความสงสัยอยู่ในใจเกี่ยวกับตัวตนของเขาแต่สุดท้ายหญิงสาวก็เลือกที่จะความคิดสงสัยนั้นไป...ระหว่างวันทั้งคู่เดินข้ามสะพานที่มีรถหลายสิบคันจอดทิ้งไว้ เสียงน้ำจากแม่น้ำด้านล่างดังคลื่นซัด เสียงฝีเท้าทั้งสองสะท้อนก้องไปทั่วสะพานเมื่อมาถึงอีกฟากหนึ่งก็พบว่าพระอาทิตย์ใกล้ตกดินแล้ว พวกเขาจึงเลือกหยุดพักค้างคืนในร้านอาหารร้างที่มีประตูปิดแน่นหนา







