LOGIN“บอส ระวัง!” ศรันตะโกน
ทันใดนั้น เสียงปืนดังขึ้นพร้อมประกายไฟ แต่แทนที่จะเป็นไซรัสที่ล้มลง เสียงร่างของสไนเปอร์กลับร่วงลงมากระแทกพื้นแทน
ไซรัสเงยหน้าขึ้น พลันเห็นร่างหนึ่งที่คุ้นตาบนระเบียง ก่อนจะรู้ว่าเธอคือเซเรน่าที่ยืนถือปืนด้วยมือสั่นเล็กน้อย ดวงตาของเขาเบิกกว้างเพียงเสี้ยววินาที ก่อนแววตานั้นอ่อนลง
เธอช่วยชีวิตเขาอีกแล้ว
“เธอมาทำอะไรที่นี่...”
เขาพึมพำในลำคอ แต่ไม่ทันจะพูดต่อ ลูกน้องอีกกลุ่มของซิกก็พุ่งเข้ามาจากประตูด้านหลัง เสียงปืนระดมยิงอีกระลอก ทั้งคู่ต้องถอยไปหลบหลังเสาใหญ่
เซเรน่าวิ่งลงมาจากบันได เสียงส้นรองเท้ากระทบพื้นหินดังสะท้อนในห้องโถงที่เต็มไปด้วยควันปืน เธอก้มตัวหลบกระสุนแล้วพุ่งมาหาไซรัส
“ฉันบอกให้เธออยู่ที่บ้าน!” เขาตะโกนเมื่อคว้าแขนเธอไว้
“และปล่อยให้นายตายอีกครั้งเหรอ?” เธอเถียงกลับ
“งั้นอยู่ใกล้ฉัน อย่าแยกไปไหนเด็ดขาด” น้ำตาของเซเรน่าทำให้ไซรัสนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะกัดฟันอย่างยอมแพ้ยอม
ในเวลาเดียวกัน เสียงระเบิดเล็ก ๆ ก็ดังจากทางหลังห้อง พื้นบางส่วนยุบลง ไฟลุกวาบขึ้นอย่างรวดเร็ว ไซรัสผลักเซเรน่าหลบหลังเสา ก่อนจะคว้าปืนอีกกระบอกจากศรัน
“ปิดทางขวาไว้!” เขาตะโกนขณะยิงตอบโต้
ในห้วงเสียงปืนและกลิ่นควัน เสียงหัวใจของทั้งคู่เต้นประสานกันอย่างแรง เซเรน่าหายใจถี่ เธอมองแผ่นหลังของไซรัสที่ยืนข้างหน้า แผ่นหลังกว้างของคนที่เอาแต่ปกป้องเธอ
“ถึงนายจะยิงแม่นเหมือนปีศาจ แต่ฉันก็ยังห่วงอยู่ดี” เธอกระซิบแผ่ว เมื่อกล่าวถึงเหตุผลที่ดื้อรั้นตามเขามาด้วย
“หลังจากนี้จะทำอะไรให้บอกฉัน เพราะเธอคือสิ่งเดียวที่ฉันต้องปกป้อง”
ไซรัสเหลือบมามองเธอเพียงเสี้ยววินาที คำพูดนั้นสั้น แต่แรงกว่ากระสุนทุกนัด ทำเอาหัวใจดวงน้อย ๆ ของเซเรน่าสั่นระรัว ท่ามกลางสงครามนองเลือด
หลังจากนั้นการต่อก็สู้ดำเนินไปกว่าสิบนาทีจนควันปกคลุมทั่วห้อง ศพของลูกน้องของซิกกระจายเกลื่อน เสียงคร่ำครวญและกลิ่นเลือดอบอวลอยู่ในอากาศ
โดยที่ซิกยังคงหลบอยู่หลังประตูเหล็กนิรภัยด้านใน
“คิดจะหนีเหมือนหมาหรือไง” เขาสบถ ก่อนจะหยิบระเบิดลูกหนึ่งจากโต๊ะข้างตัว “ในเมื่อมันฟื้นจากนรกได้ ฉันจะส่งมันกลับไปอีกครั้ง”
สิ้นเสียงของไซรัส เขาโยนระเบิดออกไปทันที เสียงดังสนั่นจนพื้นสั่นสะเทือนทั้งคฤหาสน์ ไซรัสกับเซเรน่าถูกแรงระเบิดอัดเข้ากับเสา หูอื้อไปชั่วขณะ
“เซเรน่า!” เขาร้องเรียก เมื่อเห็นเธอไอออกมาเล็กน้อยแต่ยังพยายามยันตัวขึ้น
“ฉันไม่เป็นไร!”
“เราต้องออกไปทางด้านหลังเดี๋ยวนี้ ศรัน! คุ้มกัน!”
ไซรัสคว้ามือเธอแน่น ก่อนที่ทั้งสามจะรีบพากันวิ่งฝ่าควันและไฟที่เริ่มลุกลามออกไปยังทางลับด้านหลังคฤหาสน์ เสียงไซเรนจากภายนอกเริ่มดังขึ้น แสงไฟจากรถหุ้มเกราะของซิกปรากฏอยู่ไกล ๆ
ซิกยืนอยู่บนระเบียง มองลงไปยังลานหน้าคฤหาสน์ที่เริ่มกลายเป็นทะเลเพลิง เขาหยิบปืนขึ้นเล็ง แต่สายตากลับเห็นเพียงเงาดำของไซรัสที่โอบหญิงสาวไว้แน่นในความมืด ก่อนที่ทั้งคู่จะหายเข้าไปในเงาต้นไม้ด้านหลัง
“หนีไปสิ...” ซิกรอยยิ้มเหี้ยม “กูจะหามึงให้เจอ แล้วฆ่าด้วยมือของกูเอง”
ค่ำคืนนั้น แสงไฟจากคฤหาสน์ตระกูลนัวลุกวาบขึ้นสู่ฟ้า เสียงระเบิดสุดท้ายดังสนั่นราวคำประกาศชัยชนะของสงคราม ในความมืดของป่าไซรัสหันมามองหญิงสาวที่เดินข้างเขา มือของเธอยังสั่นเล็กน้อยแต่ดวงตากลับมั่นคง
“เธอไม่ควรมาที่นี่” เขาพูดเสียงแผ่ว “แต่ฉันก็ต้องขอบคุณที่เธอมา”
“ฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่จะยืนรออยู่ข้างหลังอีกต่อไป นายลืมไปเหรอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นฉันจะเลือกอยู่ข้างนายเสมอ” เซเรน่าหยุดเดิน พลางมองเขาด้วยแววตาจริงจัง
“ยัยเปี๊ยกเอ๊ย” ไซรัสหัวเราะอย่างเอ็นดู
สายลมหนาวพัดผ่าน เสียงเครื่องยนต์ของรถที่ศรันเตรียมไว้ดังขึ้นเบา ๆ ก่อนที่พวกเขาจะขึ้นรถออกไปท่ามกลางแสงไฟที่ยังลุกไหม้อยู่เบื้องหลัง แม้ว่าปลายนิ้วของไซรัสยังมีคราบเลือดของศัตรูติดอยู่ แต่ในหัวใจของเขามีเพียงภาพรอยยิ้มของเซเรน่า
โดยไม่รู้เลยว่าค่ำคืนนี้ไม่ใช่จุดจบ ทว่ามันคือจุดเริ่มต้นของสงครามล้างบางที่แท้จริง
เสียงคลื่นกระทบฝั่งค่อย ๆ พาหัวใจให้สงบ ลมทะเลอุ่น ๆ พัดผมยาวของเซเรน่าปลิวเบา ๆ เธอหันไปมองผู้ชายที่กำลังแบกลูกแฝดสองคนไว้บนไหล่คนละข้าง และรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะมีไว้ให้แค่พวกเรา“ป่ะป๊า! ทะเลใหญ่จังเลย!”“หม่าม้าดูสิ! ปูเดินดุ๊กดิ๊กเลย!”เสียงหัวเราะของเซธและไซม่อนดังกล่อมหัวใจของเธอกว่าคลื่นทะเลเสียอีก ทำเอาอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามด้วยความเคยชิน“ที่รัก เธอยิ้มแบบนั้น ฉันเริ่มคิดแล้วนะว่าจะพาลูกกลับห้อง แล้วเราสองคน---” ไซรัสยกยิ้มเจ้าเล่ห์“หยุดเลยค่ะ มาเที่ยวทะเลนะคะ ไม่ได้มาทำลูกเพิ่ม” เธอรีบจิ้มแก้มเขาเบา ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดและการกระทำนั้น อยู่ในสายตาของลูกแฝดที่กำลังกะพริบตาปริบ ๆ“ทำลูกเพิ่มคืออะไรเหรอหม่าม้า?” เซธเอ่ยถามตาใส“คือการมีน้องไว้เล่นด้วยไงคะ” เซเรน่ายิ้มแห้ง พลางหันไปหยิกหลังไซรัสเบา ๆ ที่ดันเริ่มพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าลูก ๆ “ป่ะป๊า! หนูอยากได้น้อง!!” ลูกทั้งสองคนตาเป็นประกาย“เห็นไหมครับ ที่รัก ลูกเห็นด้วยกับฉัน” ไซรัสหัวเราะดังลั่นเหมือนชนะสงครามทำเอาเซเรน่ารีบปิดหน้าตัวเองทันที เมื่อรู้ว่ากลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ราบคาบให้ตายสิ แล้วฉันจะสู้พวกเขาสา
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยแสงแดดอุ่น ๆ สาดผ่านผ้าม่านบางในห้องนอนใหญ่ กลิ่นหอมของดอกไม้จากแจกันข้างหัวเตียงลอยอ้อยอิ่งในอากาศ บรรยากาศดูสงบสุขราวกับทุกอย่างยังเหมือนเดิมจนกระทั่งเสียงกรีดร้องหนึ่งดังขึ้น“กรี๊ดดดดดด!!”ไซรัสสะดุ้งตื่นแทบจะหล่นจากเตียง เขาหันไปตามต้นเสียงที่กรีดร้องปลุกเขาให้ตื่นเมื่อครู่ นัยน์ตาคมสีน้ำทะเลเบิกตากว้างราวกับเห็นผีหลังจากที่เห็นร่างของตัวเองนั่งค้างอยู่ตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง“ทำไมฉันถึงเห็นตัวเองนั่งตรงนั้น!” ไซรัสร้องออกมาเสียงหวานที่คุ้นเคยทำเขาหยุดชะงัก“ทำไมเสียงฉันมัน เดี๋ยวสิ”ไซรัสก้มมองเรือนร่างของตัวเองพบว่าเขาสวมชุดนอนผ้าซาตินสีครีม ก่อนจะหน้าเหวอ “เดี๋ยวนะ นี่มัน...ร่างของเธอเหรอ เซเรน่า?”“ใช่ พวกเราสลับร่างกัน” เซเรน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทว่าเพราะตอนนี้เธออยู่ในร่างของไซรัสมันเลยทำให้ทุกอย่างดูแปลกประหลาดไปหมด แต่ไซรัสที่อยู่ในร่างเซเรน่ากลับไม่รู้สึกเช่นนั้น เขาย่างกายเดินเข้าไปหาภรรยาก่อนจะโอบกอดเธอแผ่วเบาและพูดปลอมประโลม“ได้ยังไง บ้าน่า”“ไม่ต้องกลัวเซเรน่า ฉันจะหาทางทำให้เราสลับร่างกลับไปได้แน่นอน”ไซรัสยืนปลอบใจภรรยาที่ตื่นกลัวอยู
หลายวันต่อมาบ้านพักตากอากาศริมทะเลขนาดกลางตั้งอยู่บนเนินทรายต่ำ ล้อมรอบด้วยต้นมะพร้าวและเสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะอันคุ้นหู ลมทะเลยามบ่ายพัดกลิ่นเค็มจาง ๆ ปะปนกลิ่นดอกลีลาวดีที่ปลิวจากสวนหน้าบ้าน ที่นี่เป็นบ้านตากอากาศริมทะเลบนเกาะส่วนตัวที่พวกเขาเคยมาด้วยกันในทุกปีแต่สำหรับไซรัสแล้วทุกอย่างกลับดูแปลกใหม่ เขามองภาพครอบครัวที่ติดอยู่บนผนัง ภาพถ่ายที่เขาอุ้มลูกฝาแฝดและหัวเราะอย่างมีความสุข ทว่าความทรงจำนั้นกลับกลายเป็นเพียงภาพเบลอในใจ“ที่นี่ดู...อบอุ่นดีจัง” เขาพูดเบา ๆ ขณะเดินช้า ๆ ไปตามโถงทางเดินเซเรน่ามองตามแผ่นหลังของเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “คุณเคยชอบที่นี่มากค่ะ ทุกเช้าคุณจะตื่นก่อนใครเพื่อลงมาทำอาหารให้ฉันและเด็ก ๆ”“จริงเหรอ...” เขายิ้มบาง ๆ “อืม...ไม่รู้สิ ผมไม่แน่ใจเลยว่าตัวเองจะมีฝีมือด้านการทำอาหาร”เซเรน่าหัวเราะเบา ๆ “แต่เด็ก ๆ ชอบฝีมือการทำอาหารของคุณนะคะ”“เซเรน่า....คือผมมีคำถามหนึ่งครับ”“อะไรเหรอคะ?”“ผมดีกับคุณและลูกจริง ๆ ใช่ไหมครับ” “คะ?”“คือ...ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อในสิ่งที่คุณพูดนะครับ เพียงแต่เมื่อวานในหัวของผมก็มีความทรงจำไม่ดีโผล่ขึ้นมา ผมในต
แสงแดดอ่อนสีทองลอดผ่านม่านสีครีมเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยส่วนตัว กลิ่นยาผสมกลิ่นสะอาดของผ้าปูเตียงใหม่ลอยอยู่ในอากาศ เครื่องวัดชีพจรส่งเสียงแผ่วเบาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พื้นที่เงียบสงบนี้มีเพียงเสียงลมหายใจของชายหนุ่มบนเตียงที่เพิ่งฟื้นจากความมืดมิดยาวนานไซรัสขยับเปลือกตาอย่างเชื่องช้าดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลลืมขึ้น สายตาเขายังพร่าเลือนอยู่แต่ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างเตียง มือเล็กของเธอกุมมือเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยไปเขาจะหายลับจากโลกนี้อีกครั้งแววตาของเธอแดงช้ำ ริมฝีปากสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นเขาขยับตัว เธอเรียกชื่อเขาด้วยเสียงเบาเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังและความกลัวในเวลาเดียวกัน“ไซรัส... คุณตื่นแล้ว...” เสียงนั้นสั่น แต่แฝงด้วยความอบอุ่นลึกซึ้งชายหนุ่มกระพริบตาถี่ ๆ พยายามรวบรวมความทรงจำ แต่ในหัวกลับว่างเปล่า มีเพียงความรู้สึกบางอย่างที่แน่นอยู่ในอก เหมือนเขาควรจะรู้จักเธอ เหมือนเธอคือคนสำคัญที่สุดในชีวิต แต่เขากลับจำไม่ได้เลย“ผม...” เขาขมวดคิ้ว มือที่ถูกเธอกุมไว้เริ่มขยับเล็กน้อย “คุณ...เป็นใคร....แล้วทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่”คำพูดนั้นเหมือนมีดบาง ๆ ที่กรีดผ
ห้าวันต่อมาเมื่อเข้าเขตเมืองอาร์เทน เสียงเครื่องยนต์เบา ๆ ดังมาจากทิศเหนือ ไซรัสหยุดเดินหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นดู“เป็นรถหุ้มเกราะ...มีสัญลักษณ์ของกองทัพ”ไม่นานรถคันนั้นก็หยุดลงตรงหน้า ชายในชุดทหารสามคนลงมาคนหนึ่งถอดหมวกออก เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มและแววตาที่คุ้นเคย“ผู้พันไซรัสจริง ๆ ด้วย!”ไซรัสเบิกตากว้าง “ศรัน!”ศรันยิ้มกว้าง รีบเดินเข้ามากอดเขาแน่น “ผมคิดว่าท่านตายไปแล้ว!”“ฉันไม่ตายง่ายขนาดนั้นหรอก” ไซรัสหัวเราะก่อนจะหันไปมองเซเรน่า “เซเรน่านี่ศรันครับ เขาเป็นทหารที่คุ้มกันศูนย์อพยพ ส่วนนี่เซเรนะ....”ศรันมองเธอด้วยสายตาอบอุ่น “สวัสดีครับดีครับคุณเซเรน่า ผมได้ยินชื่อมานานแล้วไม่คิดเลยว่าตัวจริงจะสวยขนาดนี้ ไม่แปลกเลยที่ผู้พันจะหลบหนีจากศูยน์อพยพแล้วไปช่วยคุณที่นั่น”“คะ?”“อะ...อ้าว...ผู้พันอย่าบอกนะว่าไม่ได้บอกเธอ” ศรันหันไปถามไซรัสที่ตอนนี้กำลังยืนมองเขาอย่างคาดโทษ ไซรัสภายในใจรู้สึกกระวนกระวายเพราะตอนนี้ความจริงที่เขาหลบหนีออกจากศูนย์อพยพเพื่อไปช่วยหญิงสาวที่ตนแอบรักมาตลอดหลายปีกำลังถูกเปิดเผย“ไซรัส....ที่คุณศรันพูดหมายความว่ายังไง”“เซเรน่าเรื่องนี้พวกเราค่อยคุยกันทีหลังดีไ
ไซรัสมอบต่ำใช้รถที่จอดอยู่บนถนนเป็นที่กำบัง เขาจับปืนไรเฟิลที่สะพายไว้บนหลังขึ้นช้า ๆ ก่อนจะเริ่มเล็งจุดตายที่หัวของซอมบี้เซเรน่าไม่ยืนมองเหตุการณ์จากอีกฝั่งหนึ่งของถนนหัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกจากอก ไม่กี่วินาทีต่อมาร่างของซอมบี้ก็ล้มลงไปนอนกับพื้นทีละตัว “เรียบร้อยแล้ว” เขาพูดเสียงเรียบ“คุณ...ไม่เป็นไรใช่ไหม?”“ผมไม่เป็นอะไร”เซเรน่ามองเขาอย่างตะลึงทั้งความกลัวและความชื่นชมปะปนกันอยู่ในใจ “คุณเป็นใครกันแน่…คือฉันสังเกตว่าปืนที่คุณมีกับฝีมือการยิงของคุณมัน....ดูไม่ธรรมดา”เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเรียบ ๆ “ฉันทหารหน่วยพิเศษ”เธอเบิกตากว้าง “จริงเหรอ?”“อืม...แต่ว่าตอนนี้พวกเราควรออกเดินทางได้แล้ว”เซเรน่ามองแผ่นหลังของไซรัสที่กำลังเดินนำไป แม้จะมีความสงสัยอยู่ในใจเกี่ยวกับตัวตนของเขาแต่สุดท้ายหญิงสาวก็เลือกที่จะความคิดสงสัยนั้นไป...ระหว่างวันทั้งคู่เดินข้ามสะพานที่มีรถหลายสิบคันจอดทิ้งไว้ เสียงน้ำจากแม่น้ำด้านล่างดังคลื่นซัด เสียงฝีเท้าทั้งสองสะท้อนก้องไปทั่วสะพานเมื่อมาถึงอีกฟากหนึ่งก็พบว่าพระอาทิตย์ใกล้ตกดินแล้ว พวกเขาจึงเลือกหยุดพักค้างคืนในร้านอาหารร้างที่มีประตูปิดแน่นหนา

![เจ้าเวหา [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





